กลพิชิตรักแม่ทัพร้าย สนพ.Romantic Publishing

ตอนที่ 15 : บทที่ ๙ เอาชีวิตเข้าแลก (๒)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 786
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 75 ครั้ง
    5 เม.ย. 64



บทที่ ๙ เอาชีวิตเข้าแลก


ตอนที่ ๒


“อะ...อ๋องเซียว!

ชายสูงวัยมีเส้นริ้วรอยบนหน้าผากยับย่นสามเส้นถึงกับตื่นตะลึงอย่างยากระงับ แต่ก็สงบใจเรียกสติกลับคืนมาได้ทัน รีบเอ่ยประจบเอาใจ ไม่ง่ายเลยท่านอ๋องจะมาปรากฏตัวในสถานที่เช่นนี้ ไม่เสียแรงที่กระหม่อมทุ่มเงินหลายพันตำลึงเพื่อเชิญเหล่าหญิงงามได้ชื่อว่าโฉมสะคราญที่สุดจากหอจันทร์กระจ่างเพื่อแสดงร่ายร่ำอันลือเลื่องชื่อในค่ำคืนนี้

เงินหลายพันตำลึงที่ว่าล้วนมาจากการฉ้อโกงชาวบ้านทั้งสิ้น ลึก ๆ ในใจเจ้าเมืองหนานผิงย่อมรู้สึกเสียดาย แต่เพื่อประจบประแจงเอาใจเสนาบดีเหยียน ถึงกับยอมข่มใจฉีกถุงเงินทุ่มสุดตัวเพื่อจัดงานนี้ขึ้นมา คิดไม่ถึงว่าอ๋องเซียวจะมาปรากฏตัวอย่างประจวบเหมาะ

ว่าไปแล้ว ในราชสำนักตอนนี้ผู้ใดไม่รู้ว่าอ๋องเซียวกำลังเป็นที่โปรดปรานของฝ่าบาท คิดดังนั้นมุมปากเจ้าเมืองหนานผิงพลันฉีกยิ้มกว้าง แลเห็นฟันขาวเรียงคล้ายเมล็ดข้าวโพด ยิ่งขับเน้นให้เห็นความอัปลักษณ์ของชายวัยกลางคนที่มีพุงพลุ้ยเด่นชัดขึ้นมา

เซียวไห่หลงไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ เพียงกวาดนัยน์ตาคมประดุจเหยี่ยวมองรอบด้านปราดหนึ่ง ก่อนยกมุมปากยิ้มเย็น ใบหน้าหล่อเหลางดงามดุจสตรีซ่อนเร้นภายใต้หน้ากากสีเงินนิ่งขรึมยากจะคาดเดา  ย่างเท้าเดินไปยังที่นั่งตรงข้ามกับขุนนางหนุ่ม ก่อนทิ้งตัวลงนั่งแผ่นหลังเหยียดตรง ท่วงท่าสง่างามเหนือสามัญ ส่งผลให้เสนาบดีเหยียนที่โดดเด่นเหนือใครอยู่ก่อนหน้ามีสีหน้าดำคล้ำขึ้นแทบทันที

เสนาบดีเหยียนแม้รู้สึกฉงนใจอยู่บ้าง สีหน้ากลับไม่แปรเปลี่ยน ทว่าท่าทางเย่อหยิ่งของอ๋องเซียวทำให้เขาหลุบตาลงข่มกลั้นความไม่พอใจเอาไว้ในอกที่กระเพื่อมอย่างแรง หลังสูดหายใจเฮือกหนึ่งจึงหรี่นัยน์ตาคมจ้องมองใบหน้ารูปสลักหยกภายใต้หน้ากากสีเงิน มุมปากกดยิ้มพลางเอ่ย “ได้ยินว่าท่านอ๋องถูกลอบทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ไม่ทราบว่าบาดแผลหายดีแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ แต่นั่นหาได้ทำให้กระหม่อมแปลกใจเท่าเห็นท่านอ๋องมาปรากฏตัวในสถานที่เช่นนี้”

“มิใช่ว่าเจ้าและข้าต่างก็มาด้วยเหตุผลเดียวกันหรือ” คิ้วกระบี่ของเซียวไห่หลงกระดกขึ้นเล็กน้อย มุมปากยกยิ้มท่าทางเบิกบาน หากถ้อยคำล้วนแฝงไว้ด้วยความนัย “เจ้าเป็นบุรุษ ข้าเองก็เป็นบุรุษล้วนแล้วแต่ชื่นชอบสุราเลิศรส ชมชอบหญิงงามด้วยกันทั้งนั้น ทันทีที่ได้ยินว่าค่ำคืนนี้มีเหล่าหญิงงามจากหอจันทร์กระจ่างเป็นที่เล่าลือกันว่าโฉมสะคราญดั่งบุปผาสะพรั่ง บุรุษมากมายยอมตายแต่ไม่ยอมพลาดงานนี้ ไยข้าจะไม่อยากมาเห็นด้วยตาตนเองเล่า เสียดายก็แต่ว่าข่าวที่เจ้าได้รับรายงานดูเหมือนจะคลาดเคลื่อนไปสักหน่อย” เขาหรี่ตามองขุนนางหนุ่ม กดมุมปากยิ้ม แล้วเอ่ยต่อว่า “ข้าเซียวจวิ้นอ๋องร่างกายแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าเพียงมดปลวกจะทำอะไรข้าได้”

เสนาบดีเหยียนกำจอกสุราในมือแน่น คนผู้นี้ฉลาดเกินไปทางที่ดีเขาควรนิ่งเฉยสงวนคํารอดูสถานการณ์ไปก่อน เพราะสิ่งที่ตนกำลังรอคอย ย่อมไม่มีทางปล่อยให้หลุดมือไปได้

ทันใดนั้นมีเสียงพิณบรรเลงแว่วดัง เหล่าหญิงงามค่อยเยื้องย่างเท้าแผ่วเบาร่ายระบำท่วงท่างดงามเย้ายวน ขณะที่ตรงมุมหนึ่งของเรือสำราญมีร่างอรชรบอบบางในชุดสีชมพูกลีบดอกเหมย ปิดคลุมใบหน้าด้วยผ้าโปร่ง กระนั้นยังมองออกว่าหญิงสาวผู้นี้งดงามประหนึ่งบุปผาบานสะพรั่งในฤดูใบไม้ผลิ

ดวงตาคู่งามวาววับจ้องมองขุนนางหนุ่มยากจะปิดบังความเคียดแค้นชิงชัง ทำให้สีหน้าของนางเปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนก้มหน้าลงเก็บซ่อนความร้อนรุ่มดั่งไฟสุมขอน กลางอกเจ็บแปลบเหมือนมีเข็มนับพันเล่มพุ่งเข้ามาทิ่มแทงจนทะลุถึงหัวใจ เพียงคิดว่าศัตรูอยู่ห่างไม่ไกลจากสายตาก็แทบสะกดกลั้นใจไว้ไม่ไหว

มือของนางสั่นระริกอยากแล่นออกไปสังหารคนสารเลว หรืออย่างน้อยขุนนางทรราชเหยียนเป่าสมควรได้รู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส

แม้จะรู้สึกหวาดหวั่นในใจอยู่ลึก ๆ สีหน้ากลับเด็ดเดี่ยวยิ่ง ไป๋พิงถิงหลุบตาลงแล้วลืมตาขึ้นอีกครั้ง หัวใจที่เต้นแรงพาให้รอบกายเยียบเย็นราวกับเดินเปลือยเท้าอยู่กลางทะเลสาบที่เต็มไปด้วยน้ำแข็ง เผลอกลั้นลมหายใจเมื่อคิดว่าการเดิมพันครานี้นางคิดเอาชีวิตเข้าแลก หากแต่ยามนี้กลับไม่มั่นใจเสียแล้ว คิดไม่ถึงว่าบุรุษสมควรตายที่หายหน้าไปอย่างลึกลับไร้ร่องรอยเกือบครึ่งเดือน จะมาปรากฏตัวขึ้นเหนือความคาดหมายของนาง

 “ถิงเอ๋อร์...”

จงจี้เหิงคิดจะคว้ามือเรียวขาวของหญิงสาวที่คราหนึ่งเกือบได้หมั้นหมายเกี่ยวดอง และปฏิเสธมิได้ว่าตนเองแอบมีใจให้มาตลอด ครั้นร่างเล็กเบี่ยงตัวหลบ แววตาพลันฉายความหม่นครึ้มขึ้นมาทันที จ้องมองมือว่างเปล่าที่คว้าไว้ได้เพียงอากาศก็รู้สึกสะเทือนใจขึ้นมาอย่างยากระงับ

“พี่จี้เหิง ท่านไม่ควรมาอยู่ที่นี่”

จงจี้เหิงส่ายศีรษะ “เพราะข้าอดเป็นห่วงเจ้าไม่ได้” เขาเว้นจังหวะสูดหายใจจ้องมองหญิงสาวด้วยแววตาอ้อนวอน “ถิงเอ๋อร์...ข้าว่าเจ้าเปลี่ยนใจตอนนี้ยังไม่สาย อีกอย่างเวลานี้มิได้มีเพียงเสนาบดีเหยียน ยังมีอ๋องเซียวที่ไม่รู้ว่าปรากฏตัวขึ้นได้อย่างไร ยิ่งไปกว่านั้นพิษในตัวเจ้าหากปล่อยไว้ เกรงว่า...”

ถึงอยากถอยหลังก็คงไม่ทันแล้วไป๋พิงถิงแค่นเสียงเบา

จงจี้เหิงไม่สนว่านางจะปัดป้องมือเขาสักกี่สิบครั้งก็ตาม ทว่าครานี้คว้ามือเรียวเล็กขาวซีดเย็นเฉียบของนางกุมไว้ได้ก็กระชับแน่น ไม่! ถิงเอ๋อร์...หากเจ้าคิดเปลี่ยนใจข้าสาบานจะต้องยื้อชีวิตเจ้ากลับมาให้จงได้

เรื่องนั้นข้าคิดมาเป็นอย่างดีแล้วหญิงสาวดึงมือเรียวออก ส่ายหน้าน้อย ๆ แววตาฉายความดื้อรั้น พลางเงยหน้าขึ้นมองดวงจันทราลอยเด่นบนผืนฟ้า ริมฝีปากคลี่ออกเป็นรอยยิ้มเย็นชา “น้ำใจไมตรีอันลึกซึ้งที่พี่จี้เหิงมีให้ข้านั้น ถิงเอ๋อร์ทำได้เพียงจดจำไว้ในใจ...”

น้ำเสียงไร้เยื่อใยของนางคล้ายกระบี่คมแทงทะลุกลางหัวใจจงจี้เหิง มือใหญ่กำหมัดแน่น นัยน์ตาอ่อนแสงเพ่งมองแผ่นหลังบอบบางอยู่เช่นนั้นแน่วนิ่งไม่ไหวติง แม้ไม่นึกโกรธเกลียดนางแต่กลับเลือกที่จะโทษตนเองที่อ่อนแอจนไม่สามารถทำอะไรเพื่อนางได้มากกว่านี้ ที่สุดเขาทำได้เพียงทนมองหญิงสาวหันหลังเดินจากไปทีละก้าวอย่างเชื่องช้า และก่อนเงาร่างบอบบางจะค่อย ๆ เลือนรางหายไปราวหมอกควัน

จงจี้เหิงรีบหลับตาลงคล้ายกับต้องการให้ภาพนั้นจารลงในหัวใจนานเท่านาน

กลางโถงเรือตรงลานกว้างมีเสียงพิณบรรเลงเพลงไผ่เขียวแห่งสายน้ำพริ้วแผ่วแว่วดัง เหล่าหญิงงามต่างพากันเยื้องกรายออกมาร่ายระบำอ่อนช้อยคล้ายกับปลาหลีฮื้อ9ฝูงหนึ่งสะบัดหางแหวกว่ายทวนกระแสน้ำ เป็นภาพที่งดงามเย้ายวนเกินห้ามใจ ในตอนนั้นเองมีกลีบดอกเหมยร่วงโรยโปรยลงมาบนร่างของโฉมสะคราญนางหนึ่งในชุดสีชมพู

หญิงสาวเปรียบดั่งลูกไฟที่ร้อนแรง ขณะเดียวกันเสมือนใบไม้หนึ่งใบที่ใกล้หลุดร่วงโรยลงมา

ยามสายลมพัดโชยผ่านเรือนผมดำขลับสะบัดคลี่สยายคล้ายธารน้ำตก ขณะยกมือเรียวขาวทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะ แล้วขยับเบา ๆ เพื่อสั่นกระพรวนจนเกิดเสียง ปลายเท้าข้างหนึ่งยกขึ้นลอยสูงเหนือข้อเท้าเย้ายวนเผยผิวนวลเนียนราวเม็ดข้าวสาลี ช่างเป็นภาพที่งดงามประหนึ่งภาพวาดดึงดูดสายตาเหล่าบุรุษที่พากันจ้องมองต่างสูดลมหายใจลึกเข้าปอด บ้างก็อดมิได้แลบลิ้นไล่เลียริมฝีปากแห้งผาก พลางยื่นสองมือออกมาไขว่คว้าราวกับหัวใจได้หลุดลอยไปอยู่ที่โฉมสะคราญตรงหน้า

ไป๋พิงถิงคลี่ยิ้มอ่อนหวานเอียงอายซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าคลุมหน้า คิ้วเรียวโก่งได้รูป ดวงตาเปล่งประกายสดใสราวกับดวงดารานับร้อยนับพันทอแสงระยิบระยับอยู่บนท้องฟ้าอันเวิ้งว้าง แลดูเย้ายวนสะกดใจเหล่าบุรุษให้ตัวแข็งค้าง ประหนึ่งล่องลอยอยู่ในสายหมอกหนาทึบหาทางออกไม่เจอ

มือเรียวขาวปานหยกชั้นดีสั่นกระพรวนเบา ๆ อีกครั้งพร้อมขยับข้อเท้ากระทบกันเป็นจังหวะจนเกิดเสียงอันไพเราะ ก่อนวางปลายเท้าเปลือยเปล่าแตะลงบนพื้นอันเย็นเยียบสะกดสายตาเหล่าบุรุษน้อยใหญ่ให้หนาวสะท้านตามไปด้วย  ร่างบอบบางเยื้องย่างก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า เหยียดแขนซ้ายวาดชายผ้าโปร่งพลิ้วผ่านหน้าเสนาบดีหนุ่มอย่างมีจริตเย้ายวน ก่อนโน้มร่างระหงเข้าใกล้จนสายตาคู่งามอยู่ในระดับเดียวกัน

เหยียนเป่ากระตุกมุมปากยิ้ม ในใจแทบรอคอยไม่ไหว เขาอยากรู้ว่านางจิ้งจอกเจ้าเล่ห์จะมีแผนอันใด จึงยื่นมือออกไปหมายจะกระตุกผ้าคลุมหน้าของนางออก

ไป๋พิงถิงรีบสะบัดตัวถอยห่าง ริมฝีปากคลี่ยิ้มยามเห็นแววตาเสนาบดีชั่วประดุจสุนัขจิ้งจอกหมายตะครุบเหยื่อ กระต่ายน้อยเช่นนางกลับไม่รู้สึกหวั่นเกรง ทั้งยังแสร้งชม้ายชายตาเอียงอายกึ่งเชิญชวนยั่วยวน จนกระทั่งได้ยินเสียงหัวเราะชอบใจดังกังวานจากขุนนางหนุ่มที่มีสีหน้าท่าทางราวกับผู้ที่กำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความสุขเคลิ้มฝัน สร้างความฮึกเหิมใจให้กับนางเป็นเท่าทวี ทำให้ไป๋พิงถิงไม่ทันสังเกตเห็นนัยน์ตาลึกล้ำดุจดั่งทะเลสาบของใครบางคนกำลังจ้องมองมาเงียบ ๆ

หญิงสาวเชิดดวงหน้าขึ้นเล็กน้อย แล้ววาดมือเรียวขาวออกไป กรีดกรายปลายนิ้วเรียวยาวก่อนวางลงบนปลายคางเหลี่ยมคมของขุนนางหนุ่มด้วยอากัปกริยาคล้ายกำลังเชิญชวน หากสัมผัสลูบไล้นั้นในใจหญิงสาวให้รู้สึกสะอิดสะเอียนทว่าท่าทางกลับเย้ายวนใจยิ่ง

เหยียนเป่าแทบอดใจไม่ไหวเมื่อสูดดมกลิ่นหอมอวลบนเรือนผมดำขลับดุจน้ำหมึกคลี่สยายคลอเคลียข้างแก้มนวลชวนหลงใหลพาให้ใจเคลิบเคลิ้มยากระงับ ภาพนั้นตรึงสายตาขุนนางหนุ่มไว้จนไม่อาจละไปที่ใดได้ ครั้นความปรารถนายากจะเก็บงำประหนึ่งพลุไฟที่แตกกระจายเกลื่อนท้องฟ้า

เร็วเท่าความคิด เหยียนเป่ายื่นมือใหญ่ออกมาสัมผัสเกี่ยวพันเส้นผมนุ่มลื่นพลันรู้สึกดื่มด่ำอย่างลึกล้ำ ยิ่งความหอมละมุนคละเคล้าส่งผลให้อดใจไม่ไหวโน้มใบหน้าลงสูดดมกลิ่นหอมเย้ายวนใจจนเต็มปอด

ภาพนั้นส่งผลให้ผู้คนรอบข้างตกอยู่ในห้วงมนต์สะกดใจ ในโถงเรือจึงเงียบงันไปชั่วขณะ เพียงแต่ใครบางคนกำจอกสุราในมือแน่นจนกรามแกร่งบดกันจนขึ้นสันนูนมีเสียงกรอด ๆ ลอดไรฟันออกมา โดยที่หญิงสาวไม่มีทางรับรู้ถึงอารมณ์ที่ปะทุขึ้นมาเหมือนภูเขาไฟใกล้ระเบิดอยู่รอมร่อ


************************

หนึ่งหัวใจ หนึ่งคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 75 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

39 ความคิดเห็น