กลพิชิตรักแม่ทัพร้าย สนพ.Romantic Publishing

ตอนที่ 12 : บทที่ ๗ ภัยร้าย (๒)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 750
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 84 ครั้ง
    5 เม.ย. 64

บทที่ ๗ ภัยร้าย


ตอนที่่ ๒


ไป๋พิงถิงพยักหน้าพร้อมจรดปลายเท้าถอยหลังก้าวหนึ่ง แต่นางมิได้ปิดตา ดวงตากลมใสแจ๋วจับจ้องมองร่างสูงปราดเปรียวเตะปลายเท้าดีดตัวลอยขึ้นในอากาศดุจนกสยายปีก ทั้งดุดันและน่าเกรงขามในคราวเดียว

ทันทีที่อ๋องเซียวจู่โจม ประหนึ่งอสุนีบาตฟาดลงมาแล้วทะลวงเข้าสู่ร่างชายผู้นั้น พริบตาเดียวศีรษะของชายชุดดำฝีปากกล้าพลันขาดกระเด็น ร่วงลงพื้นท่ามกลางสายตาเหล่าสมุนที่พากันถอยหลังติดกันหลายก้าว ทว่าชายผู้นั้นไม่ทันได้ร้องคร่ำครวญ บุปผาโลหิตแดงฉานสาดก็กระเซ็นดุจม่านฝน เป็นภาพที่ชวนให้ตื่นตะลึงไม่จางหาย

ไป๋พิงถิงเบิกตากว้าง มือเรียวขาวของนางสั่นระริก ลอบตระหนกอยู่ในใจ ทว่าหวาดกลัวก็เรื่องหนึ่ง โมโหเกรี้ยวกราดก็อีกเรื่องหนึ่ง คนสารเลวพวกนี้ถือดีอะไรใช้บ้านนางเป็นลานประหาร แต่พอสบเข้ากับนัยน์ตาดุดันแฝงอ่อนโยน ก็คล้ายถูกสะกดให้ลมหายใจหยุดนิ่งไปชั่วขณะ

ไฉนนางจึงรู้สึกคุ้นเคยแววตาคู่นี้ยิ่งนัก คล้ายว่ามีบางสิ่งบางอย่างติดตรึงอยู่ในความทรงจำที่นางลืมเลือนไปนานแล้ว ชั่วขณะความคิดฟุ้งซ่าน หูได้ยินเสียงอะไรบางอย่างตกลงพื้น

ตุ้บ!

บางสิ่งบางอย่างตกลงพื้นพร้อมกับลมสายหนึ่งพัดโชยเข้ามากระทบร่างสูงใหญ่กำยำ เป็นชั่วเวลาเดียวกับเมฆพยับเคลื่อนหาย ท้องฟ้าสีหม่นพลันสว่างจ้า ปรากฏให้เห็นนัยน์ตาสีดำสนิทแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงดั่งโลหิตร่ำไร

เซียวไห่หลงยิ้มหยันปรายตามองศีรษะที่ถูกเขาบั่นขาดเมื่อครู่ ดวงตายังเบิกโพลงโลหิตไหลนอง พลางยกเท้าข้างหนึ่งเตะจนกลิ้งขลุก ๆ หลายตลบ ก่อนจะหยุดนิ่งตรงปลายเท้าของกลุ่มชายฉกรรจ์ชุดดำที่ดูเหมือนร่างจะกลายเป็นหินไปแล้ว มุมปากกระตุกยิ้มหยันและเอ่ยอย่างโหดเหี้ยม ถึงตาพวกเจ้าแล้ว

“จะ...เจ้า! เจ้า!...” หนึ่งในชายชุดดำถึงกับน้ำเสียงขาดห้วง ลูกนัยน์ตาเหลือกถลนมองภาพอันสยดสยองของสหายสลับกับนัยน์ตาดุดันชวนสติกระเจิดกระเจิง แต่เพียงชั่วแวบเดียวก็ปลุกปลอบขวัญเหล่าสหายชายชุดดำ ด้วยการเงื้อกระบี่ขึ้นมาหมายจะพุ่งเข้าสังหารอ๋องเซียวอย่างเกรี้ยวกราด ทันใดนั้นมีกระแสคมดาบฉับไวดุดันตัดฉับฝ่าอากาศตามด้วยประกายสีเงินสะท้อนวูบผ่านลำคอชายชุดดำ โลหิตสีแดงสดไหลอาบทั่วร่างตามด้วยเสียงร้องโหยหวนเจ็บปวด ก่อนพากันล้มลงสิ้นใจโดยพลัน

สององครักษ์ตวัดกระบี่อาบย้อมโลหิตจนแดงฉานเก็บเข้าฝัก จากนั้นจึงประสานหมัดค้อมศีรษะคารวะผู้เป็นนาย “ท่านอ๋อง โปรดลงโทษที่พวกกระหม่อมมาช้าไป

ช่างเถอะ จัดการเก็บกวาดให้เรียบร้อยก็พอเซียวไห่หลงยกมือขึ้นสะบัดเบา

สีหน้าภายใต้หน้ากากยังคงเรียบนิ่ง มีเพียงแววตาดุดันและเปี่ยมไปด้วยอำนาจแฝงเฉียบขาด แม้แต่เฝิงต้าที่สุขุมรอบคอบมาตลอด ยังลอบกลืนน้ำลายฝืดเหนียวผ่านลำคอ กระนั้นก็ อึก ๆ อัก ๆ ครู่หนึ่งก่อนเอ่ยขึ้นว่า “เกรงว่าสถานที่แห่งนี้จะไม่ปลอดภัย...บางทีคนของหมู่ตึกจันทราคงสืบรู้แล้วว่าท่านอ๋องได้ซ่อนตัวอยู่ในสถานที่แห่งนี้

เซียวไห่หลงพยักหน้า แววตาคมฉายประกายดุดันแล่นเข้ามาวูบหนึ่ง แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยสิ่งใดก็กระอักโลหิตออกมาคำโต ร่างกายเจ็บปวดประหนึ่งกระดูกถูกบดจนแหลกลาญ หัวจรดเท้ามีเม็ดเหงื่อไหลซึมออกมาไม่ขาดสาย เขาหอบหนักไม่หยุด ไม่มีกระทั่งเรี่ยวแรงจะหยัดกายยืน ร่างจึงซวนเซเหมือนกิ่งหลิวลู่ลม

“ท่านอ๋อง!

ไป๋พิงถิงรีบสาวเท้าเข้าประชิดร่างสูง ดวงตากลมกวาดมองสำรวจหาบาดแผลบนร่างกายของเขา เห็นโลหิตไหลซึมอาภรณ์ออกมา สีหน้าตระหนกตกใจเสียขวัญยิ่งกว่าเห็นเขาบั่นคอชายผู้นั้น “อย่าโทษว่าหม่อมฉันไม่เตือนท่าน คราวนี้หากภายในบอบช้ำแม้แต่เทพเซียนก็ไม่แน่ว่าจะยื้อชีวิตท่านไว้ได้”

ดวงตากลมจ้องมองสำรวจใบหน้าซีดเซียว จากนั้นจึงลงมือฉีกทึ้งเสื้อผ้าเขาจนเผยให้เห็นแถบผ้าพันแผลด้านในมีโลหิตสีแดง จ้องมองนิ่งงันไปครู่หนึ่ง

เซียวไห่หลงเห็นแพขนตางอนยาวไม่ขยับไหวติง รวบรวมกำลังที่เหลือยกมือขึ้นเชยปลายคางมน แล้วจ้องมองดวงตารูปเมล็ดซิ่งพลางเอ่ยปลอบน้ำเสียงอ่อนโยน ข้าไม่เป็นไร...

ไป๋พิงถิงได้สติก็ถลึงตาใส่คนตัวโต “ยังจะกล้าพูดว่าไม่เป็นอะไรอีก” มือเรียวขาวของนางยื่นออกไปโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วเล็กวางลงบนคราบสีแดงตรงรอยแผลที่ปริแตกจนมีโลหิตไหลซึมออกมา “เมื่อครู่ หากท่านอ๋องฝืนใช้กำลังมากกว่านี้ เกรงว่าจะเป็นดั่งสายป่านที่ขาดวิ่น ยากจะเยียวยารักษา”

ถ้อยคำของนาง สีหน้าแววตาฉายแววเป็นห่วงกังวลออกมาอย่างไม่รู้ตัว เซียวไห่หลงคล้ายลืมเลือนความเจ็บปวดไปจนสิ้น

ไป๋พิงถิงประคองร่างสูงนอนลงบนเตียง รีบร้อนคว้าข้อมือใหญ่เพื่อตรวจดูจุดชีพจร ผ่านไปเนิ่นนานกลับไม่ยอมเอ่ยสิ่งใด

จ้าวหลิวมีนิสัยตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม ในใจก็เกิดร้อนรนขึ้นมา เขาก้าวยาว ๆ เข้ามาใกล้ เอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดันแฝงคาดคั้น แม่นาง! เหตุใดยังไม่รีบลงมือรักษาท่านอ๋องอีก

หว่างคิ้วที่ขมวดพันยุ่งเหมือนใยแมงมุม ดวงตากลมกะพริบถี่พลางเอียงคอมองประเมินบุรุษหนุ่มตรงหน้า มุมปากกดลึกเป็นรอยยิ้มเย็นชา วางใจเถอะ ท่านอ๋องของพวกเจ้าแม้แต่นรกก็ยังไม่ต้องการ หรือต่อให้ตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายถึงขีดสุด ข้าย่อมต้องทำทุกวิธีทางเพื่อยื้อชีวิตเขากลับมาจนได้ เพราะตราบใดที่นายท่านของเจ้ายังมิได้แทนคุณ ข้าไม่มีทางปล่อยให้เขาตายแน่”

“นี่เจ้า!

จ้าวหลิวกัดฟันถลึงตาดุดัน ในใจนึกเข่นเขี้ยวสตรีตรงหน้ายิ่งนัก มือทั้งสองข้างกำหมัดแน่น แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยสิ่งใดเฝิงต้าที่เห็นสถานการณ์ไม่ดีจึงรีบยกมือขึ้นห้ามปรามสหายสมองทึ่มทื่อ แม้แต่เขายังสังเกตเห็นแววตาผู้เป็นนายยามมองหญิงสาวผู้นี้ อ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ขอแม่นางอย่าได้ถือสา อาจ้าวมีนิสัยเลือดร้อนมุทะลุ ทว่าจงรักภักดีต่อท่านอ๋องยิ่ง จึงอดเป็นห่วงนายท่านมิได้”

อันที่จริงแวบแรกเห็นบุรุษหนุ่มผู้นี้ ทำให้ไป๋พิงถิงหวนนึกถึงไป๋สวี๋เฉินผู้เป็นน้องชายขึ้นมา หากไม่ถูกเหยียนเป่าเจ้าคนสารเลวสังหารตายไปเมื่อห้าปีก่อน อาเฉินของนางคงมีรุ่นราวคราวเดียวกับองครักษผู้นี้กระมัง และคงกลายเป็นบุรุษหนุ่มผู้มีอนาคตไกล

นางถอนหายใจออกมาทีหนึ่ง หลุบตาซ่อนเร้นความปวดร้าวแค้นเคืองและชิงชังไว้ในส่วนลึก แล้วเงยหน้าขึ้นมองนัยน์ตาฉายความฉงนใจขององครักษ์หนุ่ม “ช่างเถอะ ข้าไม่คิดถือสาเจ้าเด็กไม่รู้ความ”  

“ดะ...เด็กไม่รู้ความอย่างนั้นรึ!” หัวคิ้วจ้าวหลิวกระตุกถี่ โมโหจนสีหน้าบิดเบี้ยวกลับเอ่ยสิ่งใดไม่ออก

“อาจ้าว” เฝิงต้ากดสายตาปรามสหาย พอเห็นผู้เป็นนายยกมือขึ้นโบกพวกเขาทั้งสองจึงเก็บปากสงบคำ ขยัยเท้าถอยหลังไปยืนอยู่ตรงหมุมหนึ่งของห้อง ทำตัวประหนึ่งเป็นเงาแทรกหายไปกับผนังอย่างไรอย่างั้น

ไป๋พิงถิงเลิกสนใจองครักษ์ทั้งสอง หันมาสบตากับอ๋องเซียวพลางเอ่ยว่า หม่อมฉันต้องเร่งฝังเข็มกระตุ้นลมปราณเพื่อขับโลหิตภายในร่างกายออกมา เพียงแต่ครานี้ไม่เหมือนคราวแรก ท่านอ๋องอาจเจ็บปวดทรมานยิ่งกว่า และหากฝืนทนผ่านคืนนี้ไปมิได้ก็เกรงว่า...”

“เด็กโง่ ข้าผ่านสมรภูมิรบมามากมายเพียงใด มีหรือจะยอมตายเพียงแค่บาดเจ็บเล็กน้อยเท่านี้” เซียวไห่หลงกุมมือนางไว้ คลี่ยิ้มเอ่ย “รีบลงมือเถอะ ข้าเชื่อใจเจ้า”

ไป๋พิงถิงพยักหน้า แววตาฉายความหวั่นไหวแล่นเข้ามาวูบหนึ่ง เพราะคำว่าเชื่อใจ นางจึงไม่อาจปล่อยให้เขาตาย ทั้งยังทุ่มเทกายใจรักษาอย่างสุดกำลัง

แต่เหนือสิ่งอื่นใด หัวใจดวงน้อยให้บังเกิดคลื่นโหมซัดกระหน่ำ ความรู้สึกบางอย่างคืบคลานเข้ามาอย่างเงียบ ๆ เป็นความรู้สึกที่แม้แต่นางก็ไม่รู้ว่ามันคือสิ่งใด...


************************

หนึ่งหัวใจ หนึ่งคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 84 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

39 ความคิดเห็น