กลพิชิตรักแม่ทัพร้าย สนพ.Romantic Publishing

ตอนที่ 10 : บทที่ ๖ ความรู้สึกที่แปรเปลี่ยนไป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,938
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 78 ครั้ง
    5 เม.ย. 64




บทที่ ๖ ความรู้สึกที่แปรเปลี่ยนไป


เซียวไห่หลงกอดกระชับร่างเล็กแนบแน่น ขณะที่ผู้หนึ่งจมอยู่ในห้วงความคิดของตนเอง อีกผู้หนึ่งกลับลอบมองดวงหน้านวลเนียนอย่างเพ่งพิศ แววตาคมดุจกระบี่ของเขาฉายอารมณ์หลากหลายดั่งคลื่นสาดซัดเข้ามาระลอกแล้วระลอกเล่า จากนั้นก็รู้สึกว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่เปลี่ยนไปจากเดิม ราวกับว่าก้อนเนื้อใต้อกข้างซ้ายมิได้มีตนเองเป็นเจ้าของอีกต่อไป

ด้านนอกมีเสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้ง ไป๋พิงถึงเงยหน้าขึ้นมองเสี่ยวซียกถาดใบหนึ่งเดินตรงเข้ามา กลิ่นหอมลอยฟุ้งอยู่เหนือถาดใบขนาดพอเหมาะกับมือ มีโจ๊กปลาหน้าตาน่าทานชวนให้ท้องไส้บิดตัวเป็นเกลียวส่งเสียงร้องประท้วงเงียบ ๆ หากภาพตรงหน้าทำให้สาวใช้ร่างเล็กดวงตาเบิกโต สีหน้าตื่นตระหนกตกใจจนเกือบทำถาดคว่ำตกลงพื้น

คะ...คุณหนู ไม่สิ! พะ...พวกท่าน...เอ่อ...เสี่ยวซีนึกอยากกัดลิ้นเองเองยิ่งนัก เวลาตกใจนางมักมีอาการพูดติดขัด ถ้อยคำมากมายติดอยู่ที่ปลายลิ้นกลับเอ่ยออกมาไม่ได้

“...” ไป๋พิงถิงกะพริบตามองสีหน้าตื่นตระหนกของเสี่ยวซี พลันได้สติกลับคืน น่าเสียดายที่ร่างคล้ายถูกสาปเป็นหินขยับเขยื้อนไม่ได้

กระต่ายน้อย...เสียงเข้มเจือขบขัน มุมปากยกยิ้มบาง ๆ พลางเลิกคิ้วขึ้นมองคนในอ้อมกอดแกร่ง ข้าไม่ลำบากใจที่จะกอดเจ้าไว้เช่นนี้

จิ้งจอกเซียว! เจ้าคนสมควรตาย...

ดวงตากลมถลึงมอง หลังก่นด่าจนพอใจก็ขืนร่างดิ้นรนออกจากอ้อมกอดแกร่ง สูดลมหายใจกดข่มความรู้สึกหวั่นไหวราวกับมีคลื่นโหมซัดเข้ามาระลอกหนึ่ง กลับไม่อาจซ่อนเร้นแววไหวระริกในดวงตา ใบหน้าผ่าวร้อนพวงแก้มขึ้นสีแดงระเรื่อคล้ายผลท้อสุกจากนัยน์ตาคมกริบเสมือนดวงตาจิ้งจอกของเขาได้

เข้ามาเถอะไป๋พิงถิงเอ่ยพลางขบริมฝีปากล่าง ข่มกลั้นความรู้สึกที่เผลอไผลหวั่นไหวอย่างไม่รู้ตัว

คราแรกเสี่ยวซีรู้สึกตกใจอยู่บ้าง พอเห็นคุณหนูมีท่าทีเขินอายก็หัวเราะคิกคักชอบใจ รีบพยักหน้าหงึก ๆ ประคองถ้วยโจ๊กเดินเข้ามา เพื่อให้ท่านอ๋องฟื้นฟูร่างกายโดยเร็ว คุณหนูถึงกับขอร้องแม่นมหวังให้เคี่ยวโจ๊กปลาสมุนไพรถ้วยนี้เลยนะเจ้าคะ

เสี่ยวซีเด็กโง่! พูดมากไปแล้วไป๋พิงถิงหน้าแดงซ่านราวกับมีเปลวไฟลุกไหม้ หันไปถลึงตาดุเสี่ยวซีทีหนึ่ง แล้วยื่นมือออกไปรับถ้วยโจ๊กจากสาวใช้ส่งให้เขาเสียเอง

โจ๊กอุ่น ๆ จะช่วยให้โลหิตในกายไหลเวียน ทั้งยังขับไอเย็นได้ดีเพคะ

เซียวไห่หลงเลิกคิ้วเข้มขึ้นมอง ซ้ำยังไม่ยื่นมือออกไปรับกลับพยักพเยิดหน้าปรายตามองถ้วยโจ๊กในมือนาง มุมปากยกยิ้มเอ่ย จู่ ๆ ข้าก็รู้สึกว่าแขนทั้งสองข้าง ไม่มีเรี่ยวแรงขึ้นมาเสียอย่างนั้น

มะ...ไม่มีแรง จะเป็นไปได้อย่างไร เห็นอยู่ว่าเมื่อครู่แขนทั้งสองข้างของท่านอ๋องยังใช้การได้ดี” ” ไป๋พิงถิงตวัดตาค้อนควัก ลอบเบ้ปากอย่างรู้เท่าทัน

มารดาเถอะ เมื่อครู่ผู้ใดกันที่สวมกอดนางแนบแน่น ยามนี้กลับเอ่ยว่าใช้การไม่ได้ คงคิดว่านางโง่เขลามากกระมัง

เมื่อครู่ใช้ได้ แต่ตอนนี้ใช้การไม่ได้แล้วเขาเอ่ยหน้าตาย มุมปากมีรอยยิ้มไม่จางหาย

ไป๋พิงถิงกัดปากถลึงตาใส่เขา ก่อนหันไปส่งโจ๊กเจ้าปัญหาให้กับสาวใช้คนสนิท ถ้าเช่นนั้น เสี่ยวซีเจ้าป้อนโจ๊กถ้วยนี้ให้ท่านอ๋องก็แล้วกัน

บะ...บ่าวหรือเจ้าคะเสี่ยวซีมีสีหน้ากระอักกระอ่วน ลอบชำเลืองมองนัยน์ตาสีดำสนิทแฝงดุดันคู่นั้น ขวัญก็แทบปลิวหาย สาวใช้ผู้จงรักภักดีต่อผู้เป็นนายยิ่ง รีบยกมือขึ้นโบกเป็นพัลวัน ละล่ำละลักเอ่ยว่า บ่าวมือหนาหยาบกระด้าง เกรงว่าท่อนอ๋องจะกลืนโจ๊กไม่ลงคอ อีกอย่างบ่าวเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีงานค้างอยู่ในครัวจบคำก็จรดฝีเท้าถอยหลังจากไปทันที

นะ...นี่เจ้า! รอยยิ้มบนหน้าไป๋พิงถิงชะงักค้าง มุมปากกระตุกถี่

ขณะที่ใครบางคนมีสีหน้าแววตาเจ้าเล่ห์ฉายประกายวูบหนึ่ง มุมปากปรากฏรอยยิ้มเอ่ยอย่างอารมณ์ดี กระต่ายน้อย ลำบากเจ้าแล้ว

ไป๋พิงถิงกัดฟันถอนหายใจยาว ครั้นคิดจะเอ่ยปากปฏิเสธกลับพบว่า นัยน์ตาคู่คมมีประกายคาดหวัง ไม่สิ...กำลังรอคอยอย่างรื่นเริงเสียมากกว่า ทว่ารอยยิ้มของเขากลับเป็นดั่งพิรุณโปรยปราย ส่งผลต่อหัวใจอันเปราะบางของนางอย่างรุนแรง

เจ้าคนสมควรตาย! เหตุใดต้องโปรยยิ้มล่อลวงนางด้วยเล่า รับมือกับคนผู้นี้ช่างไม่ง่ายเอาเสียเลย ไม่ทันไรนางก็รู้สึกเหนื่อยล้าแล้ว

มีหรือเซียวไห่หลงจะคาดเดาความคิดของนางไม่ได้ ร่างสูงขยับเข้าใกล้ พลางโน้มใบหน้าลงต่ำจนปลายจมูกเสมอหน้าผากขาวมน พ่นลมหายใจอุ่นร้อนออกมาทีหนึ่งแล้วเอ่ยว่า เพราะข้าบาดเจ็บ ร่างกายจึงอ่อนแอเป็นพิเศษ เจ้าอย่าใจร้ายไปหน่อยเลย โบราณกล่าวว่าสงเคราะห์ผู้ที่กำลังตกทุกข์ได้ยาก ตายไปได้ขึ้นสวรรค์สิบแปดชั้นเชียวนะ

ไป๋พิงถิงกดข่มอารมณ์เดือดพล่าน นึกอยากตะโกนใส่หน้าเขาเหลือเกินว่า สวรรค์สิบแปดชั้นอะไรนั่นข้าไม่อยากขึ้น ตอนนี้อยากลากท่านลงนรกไปด้วยมากกว่า เสียดายก็แต่ว่า ประตูนรกไม่ยอมเปิดรับคนเลว...

นับตั้งแต่พบคนผู้นี้ นางรู้สึกเหนื่อยกาย ซ้ำยังเหนื่อยใจเป็นเท่าทวี ที่สุดก็เลือกที่จะไม่แยแสสีหน้าแววตากรุ้มกริ่มชวนให้ใจหวั่นไหวเคลิบเคลิ้ม แม้ปฏิเสธมิได้ว่านัยน์ตาดุดันแฝงเจ้าเล่ห์คู่นี้สามารถทำให้เหล่าหญิงงามระทวยใจได้ แต่ไม่ใช่นาง!

ลอบสบถด่าจนพอใจ จึงผ่อนลมหายใจออกมายาวเหยียด แต่เมื่อคิดว่าตนเองกำลังป้อนอาหารให้หมูตัวหนึ่ง ดวงหน้างามก็ระบายยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว

เซียวไห่หลงเดิมคิดว่าตนเองฉลาดล้ำเหนือผู้ใด ในหัวสมองกลับรับรู้ได้เพียงรสชาติหวานล้ำที่กำซาบผ่านปลายลิ้น เขาอ้าปากรับโจ๊กที่นางเป่าจนอุ่นพอดีส่งมาถึงริมฝีปากกลืนหมดในคำเดียวอย่างไม่เกี่ยงงอน น่าแปลกที่โจ๊กปลารสชาติธรรมดากลับตราตรึงหัวใจแกร่ง ปลุกเร้าความรู้สึกที่ซุกซ่อนอยู่ในส่วนลึกก้นบึ้งให้ลุกโหมขึ้นมา ราวกับปราการแข็งแรงถูกสองมือเล็กพังทลาย

ช่างเป็นลิขิตฟ้าโดยแท้จู่ ๆ เขาก็เอ่ยออกมาด้วยอารมณ์หวามไหว นัยน์ตามีประกายเจิดจ้าราวกับแสงแดดอุ่นยามเช้าสาดส่องกระทบผิวน้ำเกิดประกายวับวาวดุจเดือนดารา

ลิขิตฟ้ากับผีท่านสิ! เคราะห์ซ้ำกรรมซัดสิไม่ว่า

หากจำไม่ผิด ท่านอ๋องเกือบพลั้งมือสังหารหม่อมฉันไปแล้วไป๋พิงถิงเอียงคอมองบุรุษตรงหน้า คล้ายไม่เชื่อสายตาว่าคนผู้ที่คือแม่ทัพใหญ่ที่ผู้คนต่างก็เกรงขาม

นั่นเพราะข้า...เพราะข้าไม่รู้ว่าเป็นเจ้า

ความจริงอยากจะบอกนางเหลือเกินว่าหลายปีมานี้ เขาไม่เคยลืมเลือนดวงหน้าเล็กจิ้มลิ้มของเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ คราหนึ่งเคยช่วยเขาให้มีสติขึ้นมา

“...” ไป๋พิงถิง

นางสายหน้าพลางกลอกตา จิ้งจอกเซียวคงสติฟั่นเฟือนไปแล้วแน่ ๆ ถึงได้เอ่ยวาจาเลอะเลือนเช่นนี้ แต่จะว่าไปที่ผ่านมานางไม่เคยใกล้ชิดบุรุษลึกซึ้งถึงเพียงนี้ พอถูกสายตาร้อนแรงจ้องมองให้ทะลุเข้าไปถึงกระดูก ก็ยากจะต้านทานเสน่ห์บุรุษเพศอันร้อนแรงดุจเพลิงได้ ตอนนี้แม้แต่ใบหูยังแดงก่ำ ใจเต้นระส่ำเหมือนรัวกลองยากระงับ

ไป๋พิงถิงว้าวุ่นใจอยู่พักหนึ่งก่อนจะปัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไป แสร้งทำสีหน้าเย็นชาตั้งท่าจะป้อนโจ๊กต่อโดยไม่เอ่ยถ้อยคำใดอีก

ข้าอิ่มแล้ว

ไป๋พิงถิงพยักหน้ายิ้ม ๆ แม้จะรู้สึกแปลกใจอยู่บ้างที่เห็นเขามีสีหน้านิ่งขรึมไปแต่ก็คร้านจะใส่ใจ จิ้งจอกเซียวนอกจากจะเป็นจอมเสแสร้งเจ้ามารยา ยังเจ้าเล่ห์กลิ้งกลอก อีกทั้งชอบบีบบังคับรังแกผู้อื่น ทางที่ดีควรอยู่ให้ห่างเขาไว้ คิดได้ดังนั้นจึงวางถ้วยโจ๊กที่พร่องไปเพียงครึ่งถ้วยลงบนโต๊ะ แล้วหันมาส่งถ้วยยาที่อุ่นกำลังพอดีให้เขา พลางเหลือบมองยาสีดำในถ้วยส่งกลิ่นฉุนจมูกจนต้องเบือนหน้าหนี หากแวบหนึ่งในดวงตาคู่งามทอประกายเจิดจ้า มุมปากเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

เพียงแค่คิดว่ากลั่นแกล้งให้เขาดื่มยาที่มีรสขื่นขมมากขึ้นหน่อย นับเป็นการเอาคืนเล็กน้อยเท่านั้น

ยานี้อาจขมไปสักหน่อย แต่ได้ผลดีทีเดียวนางปั้นหน้าระบายยิ้ม หัวใจเบิกบานขณะเอ่ย ย่อมไม่ทันสังเกตเห็นรอยยิ้มของคนเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นตรงมุมปากยกขึ้นจาง ๆ

เซียวไห่หลงเลิกคิ้วเข้มขึ้นเป็นเชิงถาม ไม่ป้อนหรือ

ท่านอ๋อง! เลิกเสแสร้งได้แล้วเพคะนางโมโหเดือดดาลสุดระงับ

กระต่ายน้อย ข้าบาดเจ็บถึงเพียงนี้ จะมีแรงยกถ้วยยาดื่มได้อย่างไร…” น้ำเสียงของเขาออดอ้อน นัยน์ตาลึกซึ้งจ้องมองมาที่นางประหนึ่งคาดหวัง

ดวงตากระจ่างใสเปี่ยมไปด้วยไหวพริบกลับรู้สึกจนปัญญาขึ้นมา ลอบถลึงตากัดริมฝีปากล่างกดข่มความรู้สึกอยากสังหารใครสักคน แต่เมื่อสบเข้ากับสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง รอคอย ไฉนจึงรู้สึกคุ้นเคยนัยน์ตาคู่นี้อย่างน่าประหลาด ท้ายที่สุดแล้ว นางปฏิเสธมิได้ว่าตนเองได้พ่ายแพ้ให้กับคนเจ้าเล่ห์ครั้งแล้วครั้งเล่า

ช่างเถอะ! ไหน ๆ ก็ช่วยท่านมาถึงขั้นนี้แล้วไป๋พิงถิงกระแทกลมหายใจออกมาทีหนึ่ง ฝืนขยับเข้าใกล้ร่างสูง สองมือประคองถ้วยยายื่นจรดริมฝีปากบางเฉียบ ดวงตากลมกะพริบมองลูกกระเดือกขยับขึ้นลงเป็นจังหวะ ในใจกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่เงียบ ๆ แต่เขากลับทำลายความหวังอันริบหรี่ของนางหลุดลอยไปราวกับหมอกควัน

จะเป็นไปได้อย่างไร! เขาดื่มยาหมดถ้วยแทบไม่เหลือสักหยด สีหน้ายังคงเรียบเฉยไร้ความรู้สึก หรือว่ามีบางสิ่งบางอย่างไม่ถูกต้อง เดิมทียาถ้วยนี้มีรสขื่นขมกลืนลำบากอยู่ก่อนหน้า แต่เพราะนึกสนุกอยากกลั่นแกล้งจิ้งจอกเซียวจึงสั่งกำชับเสี่ยวซีให้เติมชวนซินเหลียน8ลงไปให้มากหน่อย ไฉนเขาถึงไม่รู้สึกขมขื่น มิหนำซ้ำสีหน้าราวกับนั่งดื่มชาชมจันทร์อย่างไรอย่างนั้น

ไป๋พิงถิงสีหน้าตกอยู่ในความตะลึงงัน กะพริบตามองถ้วยว่างเปล่าไม่เหลือยาแม้แต่หยดเดียวสลับกับใบหน้าคม ก่อนฝืนยิ้มเจื่อนออกมา

เซียวไห่หลงเลิกคิ้วมองกระต่ายน้อย เห็นอากัปกิริยาท่าทางของนางเหมือนลูกแมวขี้สงสัย ช่างน่ารักน่าเอ็นดูยิ่ง หัวใจแกร่งคล้ายถูกเขย่าจนสั่นรัว ประหนึ่งว่าตนเองได้ย้อนกลับไปเป็นเด็กหนุ่มอีกครั้ง

เจ้าคงอยากรู้ว่ายาถ้วยนี้มีรสขมหรือไม่...

“...” ไป๋พิงถิงเผลอพยักหน้าหงึก ๆ กระนั้นก็อดคิดมิได้ว่าเขาหาได้เป็นหนอนในไส้นางอย่างเดียว ยังเป็นพยาธิในสมองของนางอีกด้วย แต่ไม่ทันได้เอ่ยคำใด ท่อนแขนแข็งแรงเปี่ยมด้วยมัดกล้ามพริบตาเดียวก็ตรึงบ่าเล็กทั้งสองข้างของนางไว้ แล้วยกร่างเล็กลอยเคว้งขึ้นในอากาศ ด้วยความตกใจลนลานร่างเล็กดิ้นขลุกขลักอยู่บนตักแกร่ง ฉับพลันนั้นเงาทะมึนของเขาก็ทาบทับลงมาอย่างรวดเร็วปานลมพายุ

สัมผัสอุ่นร้อนแผ่ซ่านกำจาย จุมพิตเร่าร้อนริมฝีปากบางเฉียบดูดกลืนริมฝีปากอิ่มอย่างโหยหาและหมายจะครอบครอง ได้ขยี้ทำลายสติเสี้ยวสุดท้ายของนางไม่เหลือชิ้นดี

อื้อ...นางครางแผ่ว ยามสัมผัสรสฝาดเฝื่อนติดอยู่ปลายลิ้นสากร้อนของเขา ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความวาบหวามแผ่ซ่านในโพรงปาก ชั่วขณะที่นางถูกความอ่อนโยนล่อลวงจนเคลิบเคลิ้ม ความรู้สึกบางอย่างได้คืบคลานเข้ามาอย่างช้า ๆ ทั่วสรรพางค์ร้อนรุ่มราวถูกแผดเผาด้วยเพลิงปรารถนาอันร้อนแรง

ร่างเล็กสะท้านเบา ๆ ระทดระทวยอยู่ในอ้อมกอดแกร่งอย่างไม่นำพาอะไรทั้งสิ้น โดยไม่รู้ว่าเสียงครางแผ่วเบาลอดจากริมฝีปากแดงชื้นได้ปลุกเร้าปีศาจในใจใครบางคนให้ตื่น

นัยน์ตาลึกล้ำของเซียวไห่หลงคล้ายมีเพลิงกองเล็กปะทุขึ้น ความรู้สึกหวงแหนบังเกิดขึ้นในส่วนลึกของหัวใจ กระตุ้นให้เขาอยากครอบครองกระต่ายน้อยไว้แต่เพียงผู้เดียว

เขาบดเบียดริมฝีปากอุ่นครอบครองดูดกลืนกลีบฝีปากอิ่มของนางอย่างอย่างฮึกเหิม กลิ่นกายหอมกรุ่นร่างนุ่มนิ่มพาให้ใจร้อนรุ่มแทบขาดสติหลุดจากการควบคุม ใช่ว่าเขาไม่เคยสัมผัสสตรีมาก่อน แต่ไม่มีจุมพิตของสตรีใดหวานล้ำเช่นกระต่ายน้อยของเขา ความวาบหวามลึกล้ำกําซาบขึ้นเรื่อย ๆ ปลายลิ้นร้อนร้ายไล่พัวพันราวกับไม่อยากแยกจาก ทั้งดุดัน หิวกระหาย กระทั่งรู้สึกได้ถึงลมหายใจของคนตัวเล็กเริ่มหอบกระชั้น จึงตัดใจถอนริมฝีปากออกอย่างเชื่องช้า แล้วจ้องมองดวงหน้าแดงก่ำด้วยแววตาทอประกายขบขันเจืออยู่จาง ๆ

ที่แท้ยาถ้วยนี้เจ้าได้เติมน้ำผึ้งลงไปด้วยถึงได้หวานล้ำยิ่งนัก แต่รสจูบของเจ้านั้น...เซียวไห่หลงเหลือบตามองดวงหน้างามแวบหนึ่ง กลั้นขำเอ่ย ช่างไร้เดียงสายิ่งนัก...

ระ...ไร้เดียงสา มารดาเถอะ!

ความรู้สึกวาบหวามพลันแตกกระเจิงอย่างไร้ทิศทาง

แค่ก ๆ ...ไป๋พิงถิงหอบหายใจจนหน้าแดง ทั้งโมโหทั้งโกรธ ยังไม่เท่าอับอาย คิดไม่ถึงจะได้ยินถ้อยคำประหนึ่งตอกย้ำความไม่เอาไหนจากปากโจรราคะที่เพิ่งปล้นจุมพิตจากนางไป

สวรรค์! นางควรทำอย่างไรกับคนสารเลวผู้นี้ดี

เห็นนางบ่นพึมพำอะไรสักอย่าง เซียวไห่หลงเกือบจะกลั้นขำเอาไว้ไม่อยู่ เขาส่ายศีรษะเบา ๆ พลางใช้มือลูบหลังให้นางอย่างอ่อนโยน

ดีขึ้นหรือไม่

ดี! ดีกับผีท่านสิ เจ้าคนจอมเสแสร้ง...

8ชวนซินเหลียน สมุนไพรฟ้าทะลายโจร


************************

หนึ่งหัวใจ หนึ่งคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 78 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

39 ความคิดเห็น

  1. #28 zaap55 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:57
    รอรอ...
    #28
    0
  2. #27 SONE07 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:52
    เอ็นดูยัยน้อง
    #27
    0
  3. #18 zaap55 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 กันยายน 2563 / 23:19
    ค้างอ่ะ มาต่อหน่อยเร็ว...
    #18
    0
  4. #16 nuchii675 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2563 / 23:50
    ง่ะ อ่านพรวดๆรวดเดียวเลย ว่าแต่เฮียนี่อายุ30(ยังแจ๋ว) รีดต้องเรียกว่า "ตาเฒ่า"มั้ยอ่ะ น้องพึ่ง17-18เองมังนะ ไรท์มาอัพรัวๆ ค้างๆๆๆๆ
    #16
    0