ชายาตัวร้าย ชินอ๋องลวงรัก สนพ.Dbooks

ตอนที่ 6 : บทที่ ๓ ป้ายสี ๑

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,550
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 265 ครั้ง
    28 เม.ย. 63

บทที่ ๓ ป้ายสี


ตอนที่ ๑


ดวงตากลมโตล้อมด้วยแพขนตายาวสีดำกะพริบมองผ่านม่านราตรีคลี่คลุมถ้วนทั่ว เถียนชิงหรูสวมชุดนอนยาวปล่อยชายกระโปรงยาวคลุมถึงข้อเท้าซุกตัวอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนา ร่างบางพลิกตัวไปมาพลางถอนหายใจยืดยาวก่อนจะผุดลุกขึ้นนั่ง


ท่ามกลางความเงียบเชียบมีเสียงกระพรวนข้อเท้าดังขึ้นยามปลายเท้าสัมผัสพื้นอันเย็นเยียบ ขณะพาร่างอันบอบบางยืนทอดกายเหม่อลอยออกไปนอกหน้าต่าง สายลมหนาวพัดโชยชายกระทบร่างบางพลันหนาวสะท้านถึงกระดูก ไหล่เล็กห่อลงมือเรียวขาวจับกระชับผ้าคลุมไหล่แน่นขึ้น เรือนผมดำขลับดุจทะเลน้ำหมึกปล่อยสยายพลิ้วไหวราวกับคลื่นในทะเลคลั่ง กระทั่งล่วงเลยเข้ายามโฉ่ว[6]นางยังไม่อาจข่มตาหลับลงได้


เถียนชิงหรูเพิ่งตระหนักได้ว่าตนเองประมาทเว่ยซิ่นสือเกินไป คิดว่าสารเลวผู้นั้นจะเห็นแก่ความสัมพันธ์อันดีในอดีตแล้วปล่อยนางไปจริง ๆ เป็นนางที่คิดผิด ยังไม่ทันข้ามคืนชื่อเสียงของนางฉาวโฉ่กลายเป็นสตรีร้ายกาจ แน่นอนว่าไม่มีบุรุษใดอยากแต่งสตรีร้ายกาจดุร้ายดั่งมารร้ายเป็นภรรยา เกรงว่าวันข้างบุตรสาวนายอำเภอเถียนคงไม่พ้นเป็นสาวเทื้อ[7] อยู่คาเรือน


ช่างปะไรเล่า! สตรีร้ายกาจชื่อเสียงฉาวโฉ่ก็แล้วอย่างไร ในเมื่อชื่อเสียงของนางถูกคนสารเลวเว่ยซิ่นสือขยี้แล้วเหยียบเอาไว้ใต้ฝ่าเท้าตั้งแต่เขาแต่งสตรีอื่นเป็นภรรยา ความจริงถ้อยคำติฉินนินทาของผู้อื่นเหมือนหมอกควันนานวันย่อมจางเลือนรางและหายไปในที่สุด ห่วงก็แต่จิตใจของบิดา ท่านคงหลั่งน้ำตาหากต้องเห็นบุตรสาวอันเป็นที่รักกลายเป็นสาวเทื้ออยู่คาเรือน


 เมื่อสายน้ำไม่หวนกลับ เฉกเช่นเดียวกับถ้อยคำที่เอ่ยออกไปแล้วย่อมไม่อาจเรียกคืน เว่ยซิ่นสือมีนิสัยเย่อหยิ่งให้ตายก็ไม่ยอมเสียหน้า ต่อให้ตกอยู่ในสภาพอเนจอนาถ คนผู้นี้ก็ยังคิดหาความสุขใส่ตัวได้โดยไม่สนความเดือดเนื้อร้อนใจของผู้ใด ยิ่งในเวลานี้นางทำให้คนพวกนั้นรู้สึกเจ็บแค้นความเกรี้ยวกราดย่อมแปรเปลี่ยนเป็นความอาฆาตแค้นในที่สุด เพียงแต่ไม่คิดว่าเว่ยซิ่นสือจะอาศัยอำนาจจากตระกูลหม่าสร้างสถานการณ์บีบบังคับให้นางอับจนหมดหนทาง


ช่างเถอะ...เรื่องวันหน้าคงต้องค่อย ๆ คิดไป อย่างไรเสียนางหลุดพ้นจากคนสารเลวมาได้ ก็นับว่าสวรรค์เปิดทางรอดให้นางมากแล้ว แม้จะเห็นเพียงแสงสว่างเลือนรางท่ามกลางความมืดอันไร้ที่สิ้นสุดก็ตาม


ภายใต้ท่าทีสงบนิ่งดุจสายน้ำ ใช่ว่านางจะไม่รู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจ ขณะที่ทวนเปิดเผยหลบหลีกง่าย เกาทัณฑ์ลับยากระวัง[8] ทั้งที่หนีภัยอันตรายอย่างหนึ่งพ้นแล้วกลับต้องพบภัยอันตรายอีกอย่างหนึ่ง แค่คิดว่าชีวิตนับจากนี้ต้องพัวพันกับหลิงชินอ๋องอย่างไม่สิ้นสุด ก็นับว่าเป็นเรื่องที่นางก้าวพลาดอย่างมหันต์


ดูเหมือนว่านางคงหลีกหนีไม่เคราะห์กรรมในครานี้ ไปไม่พ้นเสียแล้วกระมัง...


นางเหม่อลอยหวนนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น จู่ ๆ ใบหน้าของคนเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นในหัวสมองของนาง ทำให้ริมฝีปากอิ่มขบเม้มจนเป็นเส้นตรง ในใจเข่นเขี้ยวอยากฝากรอยไว้บนหน้าอันหล่อเหลาคนผู้นั้นสักแผล


หลิงชินอ๋องเบื้องหน้าสวมหน้ากากเย็นชา ขณะที่เบื้องหลังไม่ต่างจากเสือหมอบมังกรซ่อน[9] ความคิดของคนผู้นี้ล้วนยากจะคาดเดา จำได้ว่าหลังจากนางปลดพันธะหมั้นหมายระหว่างเว่ยซิ่นสือลงแล้ว หัวสมองอันปราดเปรื่องสั่งให้นางเร่งพาตนเองออกมาให้พ้นจากจวนเจ้าเมืองเว่ยให้เร็วที่สุด แต่ผู้ใดจะคาดคิดว่า คนที่นางอยากหลีกหนีมากที่สุดกลับปรากฏกายอยู่บนรถม้าของนาง 


บิดาเถอะ! หลิงชินอ๋องผู้นี้เป็นภูตผีวิญญาณหรืออย่างไร ถึงได้ไปมาไร้ร่องรอย ในใจลอบก่นด่าแต่ริมฝีปากกลับคลี่ยิ้มกว้าง กว้างจนหางตากระตุกไม่เป็นธรรมชาติ


เลิกเสแสร้งได้แล้ว ข้าเบื่อที่จะดูเจ้าเล่นงิ้ว


งิ้วกับผีท่านสิ! คนผู้นี้ไม่รู้จักรักหยกถนอมบุปผา ถึงกับต่อว่านางอย่างไม่ไว้หน้า


คนชั่ว สารเลว ต่ำช้า...


หากยังด่า ข้าจะตัดลิ้นเจ้า!


นั่นประไรเล่า! นางถึงได้คิดว่าเขาเป็นภูตผีวิญญาณ ถึงได้อ่านใจนางได้ทะลุปรุโปร่ง ขณะความคิดฟุ้งซ่านล่องลอยคล้ายฟองอากาศ รู้ตัวอีกทีข้อเท้าของนางพลันเย็นวาบเมื่อถูกเขาสวมกระพรวนที่ข้อเท้า ทำราวกับนางได้กลายเป็นสัตว์เลี้ยงของเขาไปแล้ว


อย่าได้ถอดมันออกเชียว!รอยยิ้มของเขาชั่วร้ายยิ่งนัก แววตาแพรวพราวมีประกายแวววาวขณะใช้มือข้างหนึ่งลูบกระพรวนที่ข้อเท้าของนางอย่างอารมณ์ดี


เถียนชิงหรูไม่รู้เพราะเหตุใดจึงรู้สึกว่ามีบางส่งผิดปกติ อีกทั้งไม่รู้ว่าตนเองกำลังจะตกลงไปในหลุมพรางที่เขาได้ขุดล่อเอาไว้ตั้งแต่แรก พอตั้งท่าจะเอ่ยบางสิ่งบางอย่างออกไป แต่ริมฝีปากยังไม่ทันขยับ พอดีมีเสียงดังขึ้นจากด้านนอกรถม้าเสียก่อน ดูเหมือนเสียงปะทะกันระหว่างคนสองฝ่าย หัวใจของนางหายวาบไปครู่หนึ่ง


มีคนต้องการชีวิตเจ้าคิ้วเข้มกระดกขึ้นมุมปากกดลึก แล้วเอ่ยอย่างไม่รู้สึกอาทรร้อนใจอันใด ยังต้องการให้ข้าช่วยอยู่อีกหรือไม่


น่าตายนัก! โทสะของนางอัดแน่นอยู่ในอก จนแทบกระอักโลหิตออกมา


เขารู้ตั้งแต่แรกแล้วสินะ ว่ามีคนปองร้ายหมายเอาชีวิตนาง ไม่เช่นนั้นมีหรือคนผู้นี้จะปรากฏตัวบนรถม้าของนางอย่างไร้จุดประสงค์ ไม่ว่าท่านอ๋องยอมช่วยหม่อมฉันด้วยเหตุอันใดก็ตาม ไยจึงไม่ส่งเรือให้ถึงฝั่งเล่าเพคะ


หลิงชินอ๋องหัวเราะเสียงเย็น พลางยื่นมือใหญ่บีบปลายคางมน แล้วเชยให้ดวงตาสีน้ำผึ้งสบประสานนัยน์ตาสีดำสนิท พริบตาเดียวแววตาอ่อนโยนกลับคืนสู่ความเย็นชาเฉียบคมดั้งเดิม


ได้! นับจากนี้ ชีวิตเจ้าเป็นของข้า


แววตาของนางสั่นระริก หัวใจเต้นระส่ำยามมองตามแผ่นหลังกว้างที่พริ้วตัวลงจากรถม้าราวกับวิหคเหิน หลังจากเงาร่างสูงจากไป ในตอนนั้นเองนางจึงเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ คนผู้นี้ล่วงรู้แผนการของนางมาตลอด เขารู้ว่านางจะต้องเดินทางมาทวงความยุติธรรม อีกทั้งรู้ว่านางจะต้องยืมมือเขาจัดการกับเจ้าเมืองเว่ย


แน่นอนว่า หลิงชินอ๋องผู้นี้ไม่เคยญาติดีกับเสนาบดีหม่าตั้งแต่แรก เช่นนั้นการที่เขาปรากฏตัวยังจวนเจ้าเมืองเว่ย ล้วนเป็นเพราะเขาจงใจใช้เนื้อชิ้นงามล่อสุนัข!


เมื่อคืนหิมะตกหนัก ถนนหลายสายจมอยู่ภายใต้หิมะขาวโพลน พอเช้าวันรุ่งขึ้นท้องฟ้าปลอดโปร่งหิมะก็เริ่มละลายกลายเป็นน้ำ เมืองที่ไม่เคยครึกครื้นตั้งแต่ย่างเข้าเหมันตฤดู จู่ ๆ ก็เกิดโกลาหลขึ้นด้านหน้าจวนนายอำเภอเถียน ตามด้วยเสียงฝีเท้าของคนกลุ่มหนึ่งดังกึกก้อง


พ่อบ้านฝูถือไม้กวาดทำจากฟางข้าวมัดรวมกันผูกเชือกที่ปลายข้างหนึ่งกวาดใบไม้ร่วงโรยอยู่ด้านหน้าประตู พลันรีบทิ้งไม้กวาดแล้วขยี้ตามองกลุ่มคนที่กรูกันเข้ามา ความตื่นตระหนกตกใจไม่จางหาย ภาพตรงหน้าคือกลุ่มชายฉกรรจ์ถือกระบี่ยืนเรียงรายเต็มไปหมด อยู่มาจนเส้นผมใกล้จะเปลี่ยนสีไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน ในใจจึงรู้สึกหวาดหวั่นแต่พอตั้งสติได้ก็ร้องตะโกนออกไปเสียงดัง


ชะ...ช้าก่อนขอรับนายท่าน


มือปราบเซี่ยยกมือขึ้นเป็นสัญญาณ ผู้ติดตามจึงหยุดฝีเท้าลง ก่อนเหลือบตามองชายวัยกลางคนที่กล้าขวางทางอย่างไม่กลัวตาย เมื่อทบทวนดูแล้วก็พบว่าคนผู้นี้คือพ่อบ้านฝูบ่าวคนสนิทนายอำเภอเถียน


หลีกไป!มือปราบเซี่ยเอ่ยด้วยสีหน้าดุดัน


พ่อบ้านฝูตกใจ แข้งขาพลันอ่อนแรงแทบร่วงลงไปกองกับพื้น ทว่าปากยังพ่นด่าไม่หยุด ขุนนางรังแกชาวบ้าน เช่นนี้ก็ได้หรือ


 มือปราบเซี่ยโกรธจนหน้าเปลี่ยนสี กัดฟันข่มกลั้นโทสะเอาไว้ในใจ ทั้งที่นึกอยากเงื้อกระบี่ฟันร่างชายปากมากผู้นี้ออกเป็นสองท่อน


“อาฝู!


*****************************
 ปลายนิ้วสะกิดหัวใจเป็นกำลังใจให้นักเขียน คอมเมนต์คุยกันค่า ^^

ติดตามมะปราง/ฟางซิน ผ่าน Facebook

https://www.facebook.com/maprangloykaew

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 265 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

566 ความคิดเห็น

  1. #542 1988yongsi (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กันยายน 2563 / 19:45
    กระพรวนแทนใจหรอท่านอ๋อง
    #542
    0
  2. #531 150221 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 20:48
    เลวทรามต่ำช้าจริงๆ
    #531
    0
  3. #388 Moo.chompoo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 11:57
    อ้าวมาเรื่องอะไรอีก
    #388
    0
  4. #9 เทวฑูตแห่งความตาย (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 09:57
    ชั่ววว
    #9
    0
  5. #8 mahyurah (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 09:23
    เห็นแก่ตัวสุดๆ ตามลุ้นว่าจะเป็นอย่างไรต่อ...ขอบคุณค่ะ
    #8
    1
  6. #7 mahyurah (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 09:23
    เห็นแก่ตัวสุดๆ ตามลุ้นว่าจะเป็นอย่างไรต่อ...ขอบคุณค่ะ
    #7
    0