ชายาตัวร้าย ชินอ๋องลวงรัก สนพ.Dbooks

ตอนที่ 4 : บทที่ ๒ ตัดสัมพันธ์ ๑

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,118
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 271 ครั้ง
    29 พ.ค. 63


บทที่ ๒ ตัดสัมพันธ์


ตอนที่ ๑


สตรีบอบบางยืนอยู่ท่ามกลางสายตานับสิบคู่จับจ้องมองดวงหน้างดงามราวบุปผากลางวสันต์ ร่างระหงแต่งกายด้วยชุดกระโปรงสีขาวกลีบบัว ใบหน้าผัดแป้งบาง ๆ ด้วยผิวขาวละเอียดดุจหิมะยามสายลมหนาวพัดโชยกระทบพวงแก้มพลันขึ้นสีโลหิตแดงระเรื่อคล้ายผลท้อสุก กลีบปากอิ่มที่มักยกยิ้มน้อย ๆ ทว่าข้างแก้มพลันเกิดรอยบุ๋มเล็กราวกับสะกดทุกสายตาเอาไว้ภายใต้รอยยิ้มกระจ่างใส


ทันทีที่สตรีผู้มีนัยน์ตาสีน้ำผึ้งปรากฏตัวขึ้นในงานมงคล รอบข้างเงียบกริบเพราะทุกสายตาหันมาจับจ้องร่างระหงที่ยืนสงบนิ่งสีหน้าไม่เปลี่ยน ขณะที่เว่ยซิ่นสือร่างคล้ายถูกสาปให้เป็นหินยามจ้องมองสตรีที่ก้าวมาหยุดยืนตรงหน้าอย่างตกตะลึงงัน อันที่จริงหัวใจของเขากระตุกวูบหนึ่งตั้งแต่เห็นเงาอันคุ้นเคยก้าวผ่านธรณีประตูเข้ามา ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใดที่เขาจับจ้องนางอย่างเพ่งพิศ ในที่สุดสายตาก็เริ่มแปรเปลี่ยนไปเมื่อพินิจมองสตรีตรงหน้าอย่างละเอียด


ร่างอรชรอ้อนแอ้นอยู่ในชุดกระโปรงสีขาวตัดกับเรือนผมดำขลับดุจปีกอีกาขับเน้นเรียวคิ้วบางคล้ายพระจันทร์เสี้ยว ขนตายาวหนาเป็นแพคล้ายปีกผีเสื้อล้อมรอบลูกนัยน์ตาสีน้ำผึ้งกระจ่างใส จมูกโด่งปลายรั้นกลีบปากอิ่มที่เผยอขึ้นนิด ๆ ราวกับเย้ายวน ขับเน้นใบหน้างดงามโดดเด่น ครั้นยิ่งเห็นรอยบุ๋มเล็ก ๆ ข้างแก้มแดงระเรื่อหัวใจของเขาพลันเต้นระส่ำไม่เป็นขบวน ห้าปีที่เขามิได้พบนาง เหตุใดถึงเปลี่ยนไปได้ถึงเพียงนี้


“หรู...” คำว่า หรูเอ๋อร์ที่มักเอ่ยเรียกนางอย่างสนิทสนมยังไม่ทันได้เอ่ยออกไป สตรีตรงหน้ากลับแสดงความห่างเหินราวกับเขาเป็นคนแปลกหน้า


คารวะท่านเจ้าเมืองเว่ยร่างระหงคลี่ยิ้ม พลางยอบตัวลงอย่างอ่อนช้อย


อากัปกิริยาของนาง ทำให้เว่ยซิ่นสือตกอยู่ในภวังค์ ความคิดที่เคยโลดแล่น บัดนี้คล้ายหัวสมองถูกทุบด้วยหินก้อนใหญ่ มีเสียงดังวี๊ด ๆ คล้ายมีแมลงบินอยู่ในช่องหู รู้สึกแปลกใจที่นางปรากฏกายขึ้นในเวลาเช่นนี้ ยิ่งไปกว่านั้นในใจเขารู้สึกผิดต่อนางแม้จะเพียงแวบหนึ่งก็ตาม ความจริงเขาตั้งใจจะไปพบนางสักครั้งเพื่อตกลงบางสิ่งบางอย่างที่ยังติดค้างคนตระกูลเถียน


ทว่าลึก ๆ แล้วเว่ยซิ่นสือเชื่อว่าเถียนชิงหรูยังมีใจให้เขาไม่แปรเปลี่ยน ต่อให้นางพยศดื้อรั้นเพียงใด ขอเพียงเขายอมยื่นข้อเสนอให้นาง ย่อมคล้อยตามได้ไม่ยาก


“วันนี้เป็นวันมงคลของท่านเจ้าเมืองเว่ย ข้าน้อยเพียงนำของขวัญเล็กน้อยมามอบให้กับท่าน” เถียนชิงหรูพยักหน้าส่งสัญญาณให้สาวใช้นำกล่องไม้ออกมามอบให้ท่านเจ้าเมือง


ปิ่นกระเรียนแดง หวังว่าท่านเจ้าเมืองเว่ยยังจำมันได้ดี เถียนชิงหรูเอ่ยพลางคลี่ยิ้มอ่อนหวาน วันนี้นางได้เติบโตต่างจากเมื่อห้าปีก่อนที่เป็นเพียงดรุณีน้อยไร้เดียงสา เพราะยึดมั่นคำสัญญาที่คนสารเลวแซ่เว่ยเคยให้ไว้เมื่อหลายปีก่อน ทั้งที่ความจริงแล้วมันก็แค่ผายลมเท่านั้น


ในใจนางย่อมมีความโกรธแค้นชิงชัง ขณะที่คนสารเลวผู้นี้ผิดต่อนางอย่างไร้ความละอายใจ เมื่อเขากล้าเหยียบย่ำเกียรติศักดิ์ศรีของนางด้วยเท้าคู่นี้ นางจึงไม่คิดลังเลที่จะตัดสัมพันธ์ ไม่ว่าชาติภพใดก็ตาม นางไม่ขอเกี่ยวข้องอันใดกับคนแซ่เว่ยอีก


เว่ยซิ่นสือนัยน์ตาดำมืดมองปิ่นกระเรียนแดงในกล่องไม้ด้วยสีหน้าบึ้งตึง กรามแกร่งบดแน่น ความโกรธพุ่งปราดแล่นเข้าสู่หัวใจ อ้าปากตวาดออกไปเสียงดัง สตรีโง่! หากเจ้ารั้งรอสักนิดไม่คิดสร้างเรื่องให้ยุ่งยากถึงเพียงนี้ เห็นแก่ความสัมพันธ์ของสองตระกูล ข้าย่อมต้องรับเจ้าเป็นอนุ แม้มิใช่ภรรยาเอกแต่เจ้าจะมีชีวิตที่สุขสบายไปชั่วชีวิต


มารดาเถอะ!


เถียนชิงหรูลอบสบถในใจ นางคาดไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าต้องเป็นเช่นนี้ เว่ยซิ่นสือเป็นคนเย่อหยิ่ง ทั้งยังรักศักดิ์ศรีย่อมไม่ยอมให้ผู้อื่นลูบคมได้ ในทางกลับกัน หากนางเอ่ยกับเขาตรง ๆ ไม่มีทางที่คนผู้นี้จะตอบตกลงอย่างง่ายดาย คนสารเลวผู้นี้หากไม่ถูกบีบจนสุดทาง ใช่ว่าจะยอมตกลงแต่โดยดี


“ขอบคุณท่านเจ้าเมืองเว่ยที่ยังเห็นแก่ความสัมพันธ์ในอดีต อันที่จริงข้าน้อยไม่หวังให้ท่านคำนึงถึงความผูกพันอันใดในอดีต ตราบที่สายน้ำไม่ไหลกลับความรู้สึกของข้าน้อยก็เช่นกัน” เถียนชิงหรูเอ่ยน้ำเสียงมิได้มีอาการตัดพ้อ อากัปกิริยาของนางนิ่งสงบ สีหน้ายังคงงดงามไม่เปลี่ยน มีเพียงแววตาเท่านั้นที่วูบไหวแต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น


“วันนี้ข้าน้อยได้เขียนหนังสือถอนหมั้นมามอบให้ท่านเจ้ามืองเว่ยด้วยตนเอง ขอเพียงท่านลงชื่อในหนังสือฉบับนี้ เราสองตระกูลต่อไปไม่มีสิ่งใดติดค้างต่อกัน”


เว่ยซิ่นสือรู้สึกในช่องท้องปั่นป่วน โทสะพุ่งจากปลายเท้าทะลุศีรษะ ทั้งที่คิดว่าตนเองยอมให้นางโกรธเกลียดได้ แต่เวลานี้กลับทนมิได้ เพียงแค่นางคิดจะถอนหมั้นกับเขาแล้วแต่งให้กับบุรุษอื่น ในใจเว่ยซิ่นสือคล้ายมีไฟลุกโชนขึ้นมา นัยน์ตาคู่คมฉายความว้าวุ่น ยิ่งคิดว่านางอาจจะเกลียดเขาจนเข้ากระดูกดำก็คล้ายราดน้ำมันลงในกองเพลิง


เดิมทีเขาคิดว่าตนเองยอมแลกทุกอย่างเพื่อความสำเร็จ ต่อให้ต้องใช้วิธีต่ำช้า หรือกระทั่งขายวิญญาณให้ปีศาจสักตนก็ตาม ถ้ามันจะทำให้เขาได้ในสิ่งที่ต้องการมาครอบครอง ไม่เว้นแม้กระทั่งเถียนชิงหรู หากเขาไม่คิดจะปล่อยนางไป ต่อให้ดิ้นรนแทบตายก็ไม่พ้นเงื้อมมือของเขาไปได้ ครั้นคิดมาถึงตรงนี้เพลิงโทสะในอกจึงค่อย ๆ สงบลง


“หรูเอ๋อร์ อย่าโง่ไปหน่อยเลย แม้ข้าจะแต่งสตรีอื่นเป็นภรรยา ก็ใช่ว่าจะรับเจ้าเป็นอนุมิได้”


เถียนชิงหรูไม่คิดว่า ถ้อยคำเหล่านี้จะหลุดออกมาจากปากของอดีตคู่หมั้น ยิ่งเขาอ้าปากเอ่ยนางก็ยิ่งรู้สึกรังเกียจจนไม่อยากหายใจร่วม ขณะที่แสงไฟในตะเกียงวูบไหว นัยน์ตาสีน้ำผึ้งกวาดมองผู้คนรอบข้างก่อนกระตุกยิ้ม นางเลื่อนสายตากลับมาช้า ๆ แล้วเอ่ยว่า “ตระกูลเถียนแม้จะไม่ใช่ตระกูลขุนนางใหญ่ ทว่าบิดาของข้าเป็นนายอำเภอใจซื่อมือสะอาด เชื่อว่าทุกท่านในที่นี้ย่อมประจักษ์แจ้งในข้อนี้ดี วันนี้ข้าถูกอดีตคู่หมั้นหยามเกียรติด้วยการแต่งสตรีอื่นทั้งที่ยังมีพันธะหมั้นหมายอยู่กับข้า” นางเอ่ยพลางสาวเท้าเดินมายังบุรุษผู้หนึ่ง แล้วยอบตัวลงอย่างอ่อนช้อยก่อนช้อนนัยน์ตาสีน้ำผึ้งขึ้นสบประสานนัยน์คาคู่คม


“ได้ยินว่าท่านอ๋องเป็นผู้เที่ยงธรรม หม่อมฉันจึงอยากร้องขอความเป็นธรรมจากท่านอ๋องเพคะ”


เที่ยงธรรม! หลิงชินอ๋องผู้นี้เป็นคนเที่ยงธรรมอันใดกัน


ท่ามกลางความตกตะลึงพรึงเพริดด้วยไม่คิดว่าสตรีผู้นี้จะกล้าร้องขอความเป็นธรรมกับผู้ไร้คุณธรรมอย่างไม่กลัวตาย ผู้ใดไม่รู้ว่าหลิงชินอ๋องมีนิสัยไม่ยินดียินร้ายต่อสรรพสิ่งรอบกาย ต่อให้ฟ้าถล่มผืนดินทลายน้ำทะเลแห้งเหือด ท่านอ๋องผู้ไม่เคยเห็นศีรษะผู้ใดอยู่ในสายตา แทบไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยปากร้องขอความเป็นธรรมต่อหน้าคนผู้นี้ด้วยซ้ำ เพราะต่างก็รู้ซึ้งถึงความโหดเหี้ยมสังหารผู้อื่นไม่กะพริบตา ฎีการ้องเรียนสูงเท่าภูเขา กระทั่งฝ่าบาทยังทรงอ่อนพระทัย แต่ก็ยังผ่อนปรนให้อนุชาผู้นี้มาตลอด


สตรีร้ายกาจ!


ความคิดสายหนึ่งผุดขึ้นในหัวสมองหลิงชินอ๋อง สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองร่างระหงไม่วางตา มือข้างหนึ่งถือจอกสุราหมุนเล่นไปมาพลางกดริมฝีปากลึกปรากฏรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ร้ายภายใต้กรอบหน้านิ่งที่เผยความเย็นชาอย่างไม่เก็บงำ ชั่วลมหายใจต่อมามือใหญ่หมุนจอกสุราด้วยท่าทีเกียจคร้านพลันหยุดชะงัก นัยน์ตาคมปลาบเหลือบมองสตรีตรงหน้า คิ้วเข้มกระดกขึ้นบอกเป็นนัยว่านางอาจต้องจ่ายค่าตอบแทนหากคิดจะยืมมือเขาจัดการกับเรื่องไร้สาระเช่นนี้


ใช่ว่าเถียนชิงหรูจะไม่รู้ว่า หลิงชินอ๋องเป็นบุรุษโหดร้ายเลือดเย็น ถึงขั้นมีคนสงสัยว่าหลิงชินอ๋องผู้นี้มีโลหิตสีอะไรกัน ถึงได้โหดเหี้ยมอีกทั้งแฝงความเย็นชาเอาไว้เยี่ยงนี้  นิสัยไม่ยินดียินร้ายต่อสรรพสิ่งรอบกายนับประสาอะไรกับเรื่องสกปรกในเรือนผู้อื่น แต่ยามนี้นางมิได้มีหนทางให้เลือกมากนัก


คิดมาถึงตรงนี้หัวใจเถียนชิงหรูคล้ายถูกบีบด้วยมือที่มองไม่เห็น เดิมพันครั้งนี้นางเทหมดหน้าตัก หากมีใครสักคนที่สมควรตายย่อมต้องเป็นเจ้าคนสารเลวแซ่เว่ย!


ถึงกระนั้น เว่ยซิ่นสือในยามนี้ยากจะต่อกร เขามีเสนาบดีหม่าคอยหนุนหลัง ส่วนนางเป็นเพียงบุตรสาวนายอำเภอ วันนี้นางกล้ากระทำการไม่ไว้หน้าเจ้าเมืองเว่ย ต่อไปหวังให้ชีวิตวันข้างหน้าอยู่อย่างสุขสบายคงยากแล้ว คิดมาถึงตรงนี้ก็อดถอนหายใจออกมาหนักหน่วงมิได้ เรื่องวันข้างหน้าคงต้องปล่อยให้เป็นไปตามโชคชะตา นางคงต้องปล่อยวางเอาไว้ก่อน ตอนนี้ขอเพียงตัดขาดกับเว่ยซิ่นสือได้อย่างหมดจด วันข้างหน้าไม่มีสิ่งใดให้เกี่ยวข้องต่อกันอีก ชื่อเสียงที่เสียไปสำหรับนางแล้วเหมือนถ่มน้ำลายทิ้งเท่านั้น


*****************************


*หนังสือสามารถสั่งจองผ่านร้านค้าออนไลน์ หรือสั่งผ่านเพจ มะปรางลอยแก้ว ฟางชินได้แล้วนะคะ พร้อมรับหนังสือประมาณกลางเดือน มิ.ย.

* จองผ่านเพจมะปรางลอยแก้ว ฟางซิน ราคาพร้อมส่ง 280 บาท


https://www.facebook.com/maprangloykaew

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 271 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

566 ความคิดเห็น

  1. #540 1988yongsi (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กันยายน 2563 / 19:28
    ท่านอ๋องเปิดฉากมาก็โดนน้องกระตุกหนวดเลย5555
    #540
    0
  2. #389 Sand Soracha (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 13:43
    จะมี ebook ไหมคะ
    #389
    1
    • #389-1 มะปรางลอยแก้ว ฟางซิน(จากตอนที่ 4)
      28 เมษายน 2563 / 13:45
      มีค่ะ หลังหนังสือออกวางขาย ไรท์จะมาแจ้งอีกครั้ง
      ขอบคุณค่ะ
      #389-1
  3. #5 nokjib02 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 21:38

    น้องตอกกลับให้หงายทีค่ะ มาต่ออีกค่ะรอๆๆๆๆ

    #5
    0
  4. #4 เทวฑูตแห่งความตาย (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 10:52
    อ้าย...-...เลว
    #4
    0