ชายาตัวร้าย ชินอ๋องลวงรัก สนพ.Dbooks

ตอนที่ 35 : บทที่ ๑๗ ตราตรึง ๒

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,042
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 164 ครั้ง
    11 มิ.ย. 63




'ชายาตัวร้าย ชินอ๋องลวงรัก'

เปิดพรีออเดอร์ สำหรับรอบจอง10-15 มิถุนายน

www.dbooksgroup.com


บทที่ ๑๗ ตราตรึง

ตอนที่ ๒


ข่าวฝ่าบาทพระราชทานสมรสระหว่างหลิงชินอ๋องกับบุตรสาวเจ้าเมืองหางโจวในอีกห้าเดือนข้างหน้าแพร่กระจายออกไปรวดเร็วปานพายุ เพียงครึ่งวันจวนตระกูลเถียนแน่นขนัดไปด้วยผู้คนที่เดินทางมาร่วมแสดงความยินดีกับเจ้าเมืองคนใหม่ไม่ขาดสาย


ในสวนเงียบสงบ ในเรือนกลับอึกทึกครึกครื้นไปด้วยผู้คนมาร่วมยินดี


ศาลาแปดเหลี่ยมกลางสวนเงียบเชียบกระทั่งเข็มตกพื้นยังได้ยิน มีเสียงถอนหายใจแผ่วเบาดังขึ้นเป็นระลอก ดวงตากลมโตเหม่อลอยทอดสายตามองม่านฟ้า เมฆสีขาวแบ่งชั้นรายล้อมด้วยสายหมอก มือขาวประดุจหยกชั้นดีถือพู่กันค้างเอาไว้เช่นนั้นเนิ่นนาน บนกระดาษยังคงขาวสะอาดไม่มีอักษรสักตัว


เสี่ยวถงเห็นผู้เป็นนายเอาแต่เหม่อลอยคล้ายในใจมีเรื่องที่ครุ่นคิดไม่ตก น้ำชาสักหยดคุณหนูยังไม่ยอมดื่ม เป็นเช่นนี้ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด ยืนเงียบงันสีหน้าหม่นหมองปวดใจ ที่สุดก็อดรนทนไม่ไหวเอ่ยโพล่งขึ้นมา


“มีเรื่องน่ายินดีเช่นนี้ เหตุใดคุณหนูจึงทำหน้าราวกับว่าถูกบังคับให้กลืนยาขมเล่าเจ้าคะ”


เถียนชิงหรูนิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหลุบตาลงมองน้ำหมึกสีดำที่หยดลงบนกระดาษสีขาวค่อยๆ แผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง ใจที่เพิ่งสงบเยียบเย็นดุจผิวน้ำก็คล้ายมีคลื่นก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ  


คุณหนู ท่านเอาแต่เหม่อลอยไม่ยอมแตะน้ำชาสักหยด มีเรื่องใดทำให้ไม่สบายใจหรือเจ้าคะ”


“ข้าแค่รู้สึกเป็นกังวลใจเล็กน้อยก็เท่านั้น” เถียนชิงหรูวางพู่กันลงบนแท่น ถอนหายใจออกมาแผ่วเบา “ว่ากันว่าสรรพสิ่งมักยากที่การเริ่มต้น หนทางในวันข้างหน้าเป็นสิ่งที่ไม่อาจจะคาดเดาได้”


“บ่าวโง่เขลานัก ฟังคุณหนูไม่เข้าใจ” เสี่ยวถงทำท่าจะหลั่งน้ำตาออกมา


“ในอดีตข้าเคยทุ่มเทและรอคอยคนผู้หนึ่งอย่างมีความหวัง สุดท้ายปล่อยให้วันเวลาค่อยๆ กัดกร่อนความรู้สึกในใจจนจืดจาง” เถียนชิงหรูวางปลายนิ้วลงบนกระดาษสีขาวที่เปื้อนน้ำหมึกสีดำ “อดีตไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ วันข้างหน้ายิ่งเป็นสิ่งที่ไม่อาจจะคาดเดา หลังผ่านเรื่องราวเลวร้ายมามากมาย ทำให้ข้าไม่เชื่อในโชคชะตา ไม่เชื่อมั่นในความรัก


“คุณหนู!” เสี่ยวถงยกชายเสื้อขึ้นเช็ดน้ำตา ที่ผ่านมาคุณหนูของนางต้องเจ็บปวดกับคนสารเลวผู้นั้นมากเพียงใดในใจถึงได้สร้างกำแพงขึ้นมาปกป้องหัวใจเช่นนี้ “ถึงบ่าวจะโง่งม ยังมองออกว่าท่านอ๋องแม้จะเย็นชากับผู้อื่น กลับปฏิบัติต่อคุณหนูอย่างอ่อนโยน มิสู้คุณหนูปล่อยวางเรื่องในอดีตเปิดใจดูอีกสักครั้งเถิดเจ้าค่ะ”


“เสี่ยวถงหนอเสี่ยวถง เจ้ากลายเป็นคนของท่านอ๋องตั้งแต่เมื่อใดกัน” เถียนชิงหรูเลิกคิ้วเรียวสวยขึ้นจ้องมองสีหน้าตื่นตะลึงของสาวใช้คนสนิท “การที่ข้าพาตนเองเข้าไปพัวพันกับเชื้อพระวงศ์ไม่ต่างอะไรกับนำไฟเข้าเรือน ชีวิตในวันข้างหน้ากระทั่งหายใจยังต้องระวัง บนเส้นทางแห่งอำนาจแม้ท่านอ๋องจะมิได้มีใจทะเยอทะยานก็ตาม แต่มิได้หมายความว่าท่านอ๋องจะมีข้าเป็นภรรยาเพียงผู้เดียว เพียงแค่คิดว่าต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างระมัดระวังซ้ำยังต้องรบรากับสตรีข้างกายเขา ก็ไม่ต่างอะไรกับเดินอยู่บนพรมเข็ม เช่นนี้จะมีชีวิตเป็นสุขได้อย่างไร


“คุณหนูเป็นถึงพระชายาเอก ขอเพียงผูกใจท่านอ๋องเอาไว้ได้ ต่อให้มีสตรีอื่นมากมาย ยังจะนับเป็นอะไรได้เจ้าคะ”


“ผูกใจอย่างนั้นรึ!” เถียนชิงหรูคลี่ยิ้มน้อยๆ ทอดสายตามองท้องฟ้ากว้างใหญ่จนหาที่สุดมิได้ “จะเชื่อได้อย่างไรว่าความโปรดปรานไม่มีวันจืดจางโรยรา ด้วยศักดิ์และฐานะของท่านอ๋อง ต่อให้ข้าผูกใจเขาเอาไว้ได้ก็ตาม ใช่ว่าจะยึดครองสามีเอาไว้แต่เพียงผู้เดียวได้ วันหนึ่งหากไร้สิ้นความโปรดปรานจะต่างอะไรกับดอกไม้ที่ปักอยู่ในแจกัน ถึงตอนนั้นต่อให้ได้รับการปรนนิบัติกินดีอยู่ดี ย่อมไม่ต่างอะไรกับแต่งให้บุรุษธรรมดาผู้หนึ่ง”


“คุณหนู! ท่านไม่ควรเอ่ยเช่นนี้นะเจ้าคะ”


เสี่ยวถงตระหนกตกใจพลันเสียวสันหลังวาบ นางเหลือบตามองไปรอบด้านอย่างระแวดระวัง แต่พอเห็นคุณหนูคลี่ยิ้มหม่นเศร้า ใจก็พลอยทุกข์ระทมไปกับผู้เป็นนาย นางเป็นบ่าว เรื่องบางเรื่องอาจไม่ละเอียดอ่อนทั้งยังโง่งม แต่ถึงกระนั้น ธรรมเนียมปฏิบัติสามภรรยาสี่อนุเป็นเรื่องที่มีมาแต่โบราณ แม้จะมีจิตใจมั่นคงดุจขุนเขา แต่หากปักอยู่ในดินเลนย่อมต้องมีวันเอนเอียง


ดังคำกล่าวที่ว่า จิตใจบุรุษนั้นยากแท้หยั่งถึง

 

     ยามพลบค่ำพระจันทร์เป็นวงโค้งดุจคันศรลอยเด่นขึ้นกลางความเงียบงัน บนท้องฟ้าสีหม่นดำประดับด้วยดวงดาวส่องแสงประกายระยิบระยับดาษดื่นอยู่ไกลๆ


ใต้แสงจันทร์สุกสว่างสามารถมองเห็นเงาร่างสายหนึ่งโผทะยานอย่างรวดเร็วไปตามกระเบื้องหลังคา รุดหน้าไปยังจวนเจ้าเมืองหางโจวด้วยความรู้สึกว้าวุ่นและร้อนใจ ร่างสูงหยุดฝีเท้าลงสงบลมหายใจแผ่วเบา ดวงตาทอประกายวับวาวประหนึ่งนัยน์ตาเสือดำจ้องมองฝ่าม่านราตรีที่ถูกบดบังด้วยม่านหมอกจนบรรยากาศรอบข้างดูขมุกขมัว


มือใหญ่วางทาบประตูสัมผัสได้ว่าด้านในเงียบสนิทไร้สำเนียง แสงสว่างอันเลือนรางสาดกระทบเงาร่างสายหนึ่งค่อยๆ แจ่มชัดขึ้นในบัดดล ซึ่งกำลังจดฝีเท้าเดินผ่านบานประตูที่เปิดออกอย่างเงียบเชียบ กวาดสายตาคมจับจ้องมองไปยังร่างบอบบางที่นอนอยู่บนเตียงไม้หลังผ้าม่านโปร่ง


สายลมเยียบเย็นพัดโชยชาย ส่งผลให้ตะเกียงน้ำมันซึ่งตั้งวางอยู่บนโต๊ะกลางห้องสาดแสงไฟวูบไหว กระทบร่างสูงปรากฏเงาร่างใหญ่ดำทะมึน รอบกายมีแสงเรื่อเรืองทำให้เห็นเสี้ยวหน้าคมสีหน้าไม่เปลี่ยน บุรุษที่ดูเย็นชาเบื้องหน้าดุดันเด็ดเดี่ยวกลับมีแววตาอ่อนโยนให้เพียงสตรีนางเดียว


มือใหญ่แข็งแรงและท่อนแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามยกขึ้นโบกสะบัดแผ่วเบา พริบตาเดียวม่านโปร่งหน้าเตียงก็พลันเปิดออก ร่างสูงใหญ่กำยำทิ้งตัวลงนั่งเคียงข้างร่างอรชรบอบบาง นัยน์ตาวาววับประดุจเหยี่ยวจับจ้องมองดวงหน้างดงาม แม้ในยามหลับใหลสีหน้าผ่อนคลาย หว่างคิ้วกลับแฝงเอาไว้ด้วยความหม่นเศร้าทุกข์ระทม


“ข้ารู้ว่าเจ้ามิได้หลับ” เขาเอ่ยน้ำเสียงอ่อนโยน สีหน้าเคร่งขรึมยากจะคาดเดา


   *****************************

 ปลายนิ้วสะกิดหัวใจเป็นกำลังใจให้นักเขียน คอมเมนต์คุยกันค่า ^^

ติดตามมะปราง/ฟางซิน ผ่าน Facebook

https://www.facebook.com/maprangloykaew



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 164 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

566 ความคิดเห็น

  1. #563 1988yongsi (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 21 กันยายน 2563 / 11:21
    น้องมีแผลจนระแวงท่านอ๋องไปด้วยเลย
    #563
    0
  2. #522 Moo.chompoo (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 23:33
    ปลอบหน่อย.. สัญญาไปเลยว่าจะมีเมียแค่คนเดียวนะท่านอ๋อง.. ปลอบน้องหน่อย
    #522
    0
  3. #317 phattaraponn (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:41
    อยู่ตลอดจ้าไรท์ ท่านถ้าจะกินเต๋าหู้ตลอดเวลาเข้าหอเลยใหม
    #317
    0
  4. #316 _Aya_ (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:39
    เรารออยู่ค่าไรท์~ ชอบมากก รอตอนต่อไปค่ะ!
    #316
    0