ชายาตัวร้าย ชินอ๋องลวงรัก สนพ.Dbooks

ตอนที่ 33 : บทที่ ๑๖ หวานชื่น ๓

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,933
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 312 ครั้ง
    7 มิ.ย. 63


https://www.facebook.com/maprangloykaew



บทที่ ๑๖ หวานชื่น

ตอนทีี่ ๓

ม่านประตูปิดลงพร้อมเงาของคนทั้งสองออกพ้นกระโจม ผู้เฒ่าซื่อเตียวรีบทิ้งเข่าลงพื้น เอ่ยสีหน้าเคร่งขรึม

“ท่านอ๋องได้โปรดรับการคารวะจากกระหม่อมด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

หลิงชินอ๋องยื่นมือพยุงร่างชายชราลุกขึ้นยืน ก่อนสะบัดชายเสื้อแผ่วเบาแล้วไพล่สองมือเอาไว้ด้านหลังหลวมๆ เอ่ยตำหนิเสียงเย็น ท่านลุงอย่าทำเช่นนี้อีก พวกท่านเป็นครอบครัวของข้า ไยจะต้องเกรงใจมากพิธี

ผู้เฒ่าซื่อเตียวพยักหน้าเบาๆ พลางทอดสายตามองออกไปด้านนอก สีหน้ายังคงเคร่งเครียดขณะเอ่ย

“เวลานี้มีหลายเรื่องที่อดเป็นกังวลใจมิได้ ในอดีตหากมิได้แม่ของเจ้าคุกเข่าร้องขอต่อฝ่าบาท เกรงว่าพวกเราชาวเผ่าตงเซียงคงล่มสลายไปแล้ว มาวันนี้อาเหยา...” เอ่ยมาถึงตรงนี้ก็อดที่จะถอนใจออกมาหนักหน่วงไม่ได้ “เจ้าเด็กไม่รู้ความผู้นี้ เกรงว่าวันข้างหน้าจะแบกรับหน้าที่สำคัญเอาไว้มิได้”

“ท่านลุงคิดมากไปแล้ว อาเหยามีฝีมือเก่งกาจ แม้ว่าภายนอกจะทำตัวเกเรไปบ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับเลวร้าย ข้าเชื่อมั่นว่าเขามีสัญชาตญาณของนักรบอย่างยิ่งยวด วันข้างหน้าจะต้องเป็นผู้นำเผ่าที่ดีต่อจากท่านลุงได้แน่”

เวลานี้ข้ารู้สึกละอายใจต่อมารดาของเจ้ายิ่งนักผู้เฒ่าซื่อเตียวเอ่ยน้ำเสียงหดหู่ หลิงเอ๋อร์ ลำบากเจ้าต้องคิดแทนทุกคนในเผ่า บุญคุณครั้งนี้ต่อให้พวกเราทุกคนต้องตายเพื่อตอบแทน ก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว...

ท่านลุง อย่าได้เอ่ยเช่นนี้หลิงชินอ๋องระบายลมหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง “มีเรื่องหนึ่งที่ข้าอยากบอกให้ท่านรู้”

“เรื่องของนางใช่หรือไม่” ผู้เฒ่าซื่อเตียวขมวดคิ้วครุ่นคิด

หลิงชินอ๋องพยักหน้า “มารดาของนางคือทายาทของหนึ่งในสี่ผู้คุมกฎ ตู้ยาย่า!

“เป็นเช่นนี้เอง นางถึงมีนัยน์ตาสีน้ำผึ้งเฉกเช่นเดียวกับสตรีชาวเผ่าตงเชียง” ผู้เฒ่าซื่อเตียวยกมือลูบเคราขาวพลางขมวดคิ้ว ผ่านไปครู่หนึ่งจึงฉุกคิดแล้วเอ่ยว่า “หรือเพราะตำรากำยานเล่มนั้น เจ้าจึงคิดแต่งนางเข้าจวน ไม่กระมังท่าทีของเจ้าที่มีต่อนาง สายตาผ่านร้อนผ่านหนาวของข้าคงดูไม่ผิดกระมัง”

“เดิมทีข้ามีความคิดเช่นนั้น” หลิงชินอ๋องเอ่ยเสียงเรียบ นัยน์ตาสีดำสนิทมืดครึ้มลงเล็กน้อย “เพียงแต่ตำราโบราณที่นางครอบครองเป็นฉบับคัดลอก”

เมื่อเป็นเช่นนั้น เหตุใดเจ้ายังคิดแต่งนางเป็นพระชายาอีกเล่า” ผู้เฒ่าซื่อเตียวมีสีหน้าฉงนใจ

หลิงชินอ๋องหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้าผู้มีฐานะเป็นลุง ขณะที่มือทั้งสองไพล่หลังเอาไว้หลวมๆ แววตาฉายความอ่อนโยนอย่างหาได้ยิ่งขณะเอ่ย “ภายหลังเกิดเรื่องราวมากมาย เป็นเหตุให้ข้าเข้าไปพัวพันกับนางอย่างไม่สิ้นสุด หรืออาจกล่าวได้ว่าความผูกพันที่ไม่รู้ว่ามันก่อตัวขึ้นเมื่อใด ทำให้ข้าไม่อาจปล่อยมือจากนางได้

ผู้เฒ่าซื่อเตียวหรี่ตามองบุรุษเย็นชาเงียบขรึม น้อยนักจะเผยสีหน้าแววตาเช่นนี้

“แม่นางน้อยผู้นี้มีความเฉลียวฉลาดยิ่ง” เอ่ยพลางวางมือหยาบกระด้างลงบนบ่าแกร่ง “นางมีแววตาฉายความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวเกินกว่าสตรีใด หลิงเอ๋อร์ หากเจ้าคิดอยากจะครอบครองหัวใจของนางก็จงปิดตาเสีย แล้วใช้หัวใจเป็นเดิมพัน”

นางแน่วแน่เด็ดเดี่ยวเกินกว่าสตรีใด มีหรือเขาจะไม่รู้ เพียงแต่ที่ผ่านมา เขาและนางต่างฝ่ายต่างหวังจะใช้ประโยชน์จากหมากในกระดานของตนเอง ทว่าสุดท้ายแล้วเป็นเขาที่ไม่อาจตัดใจทิ้งหมากกระดานนี้ได้

สนทนากับผู้เฒ่าชื่อเตียวอีกสองสามประโยค ร่างสูงสง่าก็ก้าวเท้าออกจากกระโจม ในหัวสมองยังครุ่นคิดไม่ยอมหยุดพัก ผู้ใดจะรู้ว่าเขาต้องแบกเรื่องราวมากมายเอาไว้บนบ่าทั้งสองข้าง หลายเรื่องที่เขาต้องขบคิด ทว่าหัวใจกลับคันยุบยิบเมื่อนึกถึงใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มของนางมารน้อยที่คอยก่อกวนจนไม่อาจสงบได้

ร่างสูงยืนปะทะสายลมพัดโชย กลีบดอกเหมยร่วงโรยลงมาอย่างอ้อยอิ่ง เขาทอดสายตามองออกไปยังภูเขาลูกใหญ่ไกลโพ้น ผืนดินอันกว้างใหญ่ภายใต้ม่านฟ้า ไม่ต่างอะไรกับภาพวาดในกระดาษที่แขวนอยู่บนผนัง ทันใดนั้นหูพลันได้ยินเสียงกระพรวนข้อเท้าดังขึ้นเป็นจังหวะย่ำเท้าลงบนพื้นหิมะขาวโพลนชื้นแฉะ

เขาดึงสายตาคมกลับมาจ้องมองสตรีร่างเล็กบอบบาง ภาพสตรีผู้มีดวงหน้างดงามเกลี้ยงเกลา รายล้อมด้วยหญิงสาวชาวบ้านกำลังร่ายรำรอบกองไฟท่ามกลางเกล็ดหิมะและกลีบดอกเหมยร่วงโรย ทำให้เขารู้สึกหายใจติดขัดจนต้องลอบสบถออกมา

ร่างสูงก้าวเดินเนิบช้ากระทั่งหยุดยืนตรงหน้าสตรีขี้เมา ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใดที่เขายืนมองภาพนั้นโดยไม่กะพริบตา พวงแก้มแดงระเรื่อ นัยน์ตาหยาดเยิ้มร่ายรำท่ามกลางเสียงไม้กระทบกันเป็นจังหวะ ร่างกายบอบบางโฉมสะคราญล่มเมืองรายล้อมด้วยหญิงสาวและบุรุษ ที่พากันเปล่งเสียงขับขานเพลงพื้นบ้านของชนเผ่าอย่างสนุกสนานรื่นเริงขณะร่ำสุราดอกเหมยแดง

“นางมารน้อย!

 

รถม้าเคลื่อนออกจากหมู่บ้านสวีหลิวกว่าครึ่งชั่วยามยังตกอยู่ในความเงียบ เถียนชิงหรูยกมือเรียวขึ้นขยี้ดวงตา ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดจึงมองเห็นใบหน้าบุรุษหล่อเหลาที่โอบกอดนางไว้ซ้อนทับจนดูยุ่งเหยิง นางส่ายศีรษะเบาๆ ขับไล่ความมึนงงพร้อมทั้งยกมือเล็กขึ้นนวดคลึงขมับ ก่อนไล่เรียงความจำอันเลือนราง ไม่น่าเชื่อว่านางจะคออ่อน เพียงดื่มสุราสามจอกแขนขาก็พลันอ่อนแรงสติดับวูบ

นางเอียงศีรษะซบลงบนอกกว้างใหญ่ดุจขุนเขา สูดกลิ่นกายบุรุษอันคุ้นเคยก่อนเบิกตาโพลงมองใบหน้าคมอย่างเพ่งพิศ เสียงถอนหายใจแผ่วเบาอย่างโล่งอก ริมฝีปากคลี่ยิ้มน้อยๆ ลอบมองใบหน้าหล่อเหลาที่ยังคงปิดเปลือกตาแน่นสนิท นางนึกสนุกยกมือเล็กขึ้นวาดปลายนิ้วไปตามกรอบหน้าหล่อเหลา

“ความจริงข้าอยากรู้มาตั้งนานแล้ว เหตุใดท่านจึงสวมกระพรวนนี้ให้ข้า ไม่สิ! เหตุใดท่านถึงเลือกข้า” นางขยับริมฝีปากเอ่ยพึมพำเสียงเบา ดวงตาทอประกายวูบขึ้นมาระลอกหนึ่ง เมื่อนึกถึงถ้อยคำของอาเหยาที่เอ่ยกับนาง พวงแก้มขาวพลันขึ้นสีแดงระเรื่อราวกับผลท้อสุก  

'ใช่ว่าเขาจะไม่รู้ธรรมเนียมของชาวเผ่าตงเซียนที่สืบทอดกันมาช้านาน หากบุรุษพึงใจในสตรีผู้หนึ่งก็จะสวมกระพรวนที่ข้อเท้าให้แก่สตรีผู้นั้นเป็นการหมั้นหมาย ทว่าหลายปีที่ผ่านมาคนผู้นี้มีใจเยียบเย็นดุจน้ำแข็ง เป็นไปได้ว่าบางทีน้ำแข็งในใจคงถูกเจ้าละลายจนหมดสิ้นแล้วกระมัง อันที่จริงข้ามั่นใจว่าเจ้าจะต้องมีความสำคัญต่อเขามากทีเดียว ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่มอบกระพรวนของท่านอาให้สตรีที่ตนไม่พึงใจแน่'

นางช้อนดวงตาคู่งามขึ้นมองใบหน้าคม คลี่ริมฝีปากยิ้มเขินอาย อาเหยาเอ่ยกับข้าว่า กระพรวนนี้บุรุษชาวเผ่าตงเซียงมักทำขึ้นเป็นพิเศษเพื่อมอบให้กับสตรีที่ตนมีใจ...

“เจ้าคนไม่ได้ความยังเอ่ยสิ่งใดกับเจ้าอีก 'หึ' สตรีขี้เมา” หลิงชินอ๋องเอ่ยพลางกระชับท่อนแขนแน่นขึ้น แล้วเปิดเปลือกตาขึ้นมองสตรีที่ทำให้หัวใจแกร่งคันยุบยิบ

“ทะ...ท่านอ๋อง!” เถียนชิงหรูใบหน้าร้อนผะผ่าว ทั้งโมโหและอับอาย ดวงหน้าแดงจัด

หลิงชินอ๋องหัวเราะชอบใจ โน้มใบหน้าลงกระชิบชิดริมหูเอ่ยถามย้ำ

“ว่าอย่างไร อาเหยาเอ่ยว่าอย่างไรอีก”

เมื่อเห็นคนชอบแกล้งเลิกคิ้วเข้มขึ้นยียวน นางอยากกางเล็บออกมาแล้วข่วนลงบนในหน้าหล่อเหลาของเขาสักแผลหนึ่ง ทว่าเร็วกว่าความคิด สองมือเล็กกำขยุ้มอากาศก่อนกระหน่ำทุบตีรัวลงบนแผ่นอกของเขาอย่างเดือดดาล

เมื่อครู่ท่านมิได้หลับ มิหนำซ้ำยังปล่อยให้หม่อมฉันทำเรื่องน่าอาย

เสียงหัวเราะของคนชอบแกล้งดังอยู่ในลำคอ ราวกับมิได้รับรู้คลื่นอารมณ์ของคนในอ้อมกอด ยิ่งเห็นนางมารน้อยแผลงฤทธิ์มากเท่าใด เขาก็รู้สึกชอบใจจนกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่

“เจ้ากล้าทำร้ายเชื้อพระวงศ์ รู้ไหมว่ามีโทษสถานใด” เขาเอ่ยเย้าแววตากรุ้มกริ่ม พลางรวบสองมือเล็กเอาไว้ โน้มใบหน้าลงขบกัดปลายนิ้วของนางแผ่วเบา เห็นนางสะดุ้งน้อยๆ มุมปากกระตุกยิ้มก่อนตวัดลิ้นร้อนไล่เลียปลายนิ้วเรียวยาวดุจต้นหอม

“ทะ...ท่านอ๋อง” เถียนชิงหรูขืนตัวแข็ง ลำคอแห้งผาก

เขาเหลือบตามองพวงแก้มขาวขึ้นสีแดงระเรื่อ คนชอบแกล้งกลั้นขำในลำคอ แต่ประโยคต่อมาเยียบเย็นไร้การหยอกเย้าและชวนให้คนฟังขนลุกตั้งชูชันอย่างไร้ทิศทาง เจ้าพบอาเหยาไม่นานก็สนิทสนมดุจญาติแล้วกระนั้นหรือ

มะ...หม่อมฉัน...เอ่อ... นางกะพริบตาปริบๆ มองแววตาทอประกายรื่นเริง ก่อนจะหดคอเมื่อเขาโน้มใบหน้าลงประชิดแล้วเป่าลมหายใจอุ่นๆ ข้างใบหูขาวดุจหยกชั้นดี จู่ๆ นางก็รู้สึกว่าประเดี๋ยวร้อนประเดี๋ยวหนาว ขนอ่อนลุกตั้งชูชันทั่วสรรพางค์กาย

ท่าทางตื่นกลัวของนางทำให้เขาอารมณ์ดียิ่งกว่าเก่า คิ้วเข้มกระดกขึ้น นัยน์ตาคมปลาบทอประกายจ้องมองนางมารน้อยไม่วางตา หลังดึงตัวนางขึ้นมานั่งบนตัก ใบหน้าคมโน้มลงแนบชิด เอ่ยกระซิบเสียงเย็น

“ว่าอย่างไรเล่า อาเหยายังเอ่ยสิ่งใดกับเจ้าอีก”

เถียนชิงหรูขมวดคิ้วเมื่อรู้สึกว่าตนเองเสียเปรียบเขาไปทุกทาง ทั้งที่เมื่อครู่เป็นนางที่โมโหเป็นฟืนเป็นไฟ ตอนนี้กลับถูกเขาหลอกกินเต้าหู้ ในใจพลันเกิดความฮึกเหิมไม่ยินยอม นางสูดลมหายใจลึกรวบรวมความกล้าหาญประหนึ่งแม่ทัพที่พร้อมจะกรำศึกใหญ่ ใช้มือทั้งสองข้างประคองใบหน้าคมปลาบของเขา ก่อนเชิดปลายคางเรียวขึ้น อ้าปากงับลงบนริมฝีปากบางได้รูปอย่างเอาแต่ใจ

หลิงชินอ๋องรู้สึกประหลาดใจระคนขบขัน คิ้วเข้มขมวดขึ้นน้อยๆ ปล่อยให้นางกัดริมฝีปากเขาเล่นอย่างไร้เดียงสา ก่อนจะคำรามเสียงต่ำในลำคอเมื่อรู้สึกเจ็บแปลบเหมือนถูกมดตัวใหญ่กัดริมฝีปาก จนต้องเปิดเปลือกตาขึ้นมองนางมารน้อย ทว่านางกลับไม่รู้เลยว่า การกระทำเช่นนี้ได้ปลุกเร้าสัญชาตญาณในกายบุรุษให้ลุกโชน

เมื่อไฟปรารถนาจุดติดก็ยากจะระงับลงได้

“นางมารน้อย ผู้ใดวางเพลิงผู้นั้นต้องรับผิดชอบ” เขาคำรามก้องในลำคอ ไม่รอให้นางเอ่ยประท้วงก็สอดมือใหญ่เข้าใต้ท้ายทอยบังคับให้นางแหงนเงยขึ้นรับริมฝีปากของเขา

นางเบิกตาโตในทันที ร่างนุ่มนิ่มที่พยายามดิ้นรนขัดขืนพลันชะงัก หัวสมองมีเสียงดังผ่าง ดวงหน้าเล็กแดงก่ำเปล่งเสียงครางประท้วงแผ่วเบา

อ๊ะอื้อ...

กลีบปากอิ่มถูกริมฝีปากของเขาบดขยี้ ร่างเล็กสั่นผวาแย้มริมฝีปากรับปลายลิ้นร้ายที่สอดลึกเข้ามาในโพรงปากอย่างไม่รู้ตัว เรือนร่างนุ่มนิ่มแนบชิดกายบุรุษส่งผลให้เลือดลมพลุ่งพล่าน กลิ่นหอมเข้มข้นกำซาบเข้าไปในจมูกแทรกซึมเข้าสู่จิตใจ ร่างเล็กอ่อนระทวยเผยกลีบปากให้เขาไล่กวาดต้อนเกี่ยวกระหวัดพัวพันผูกปม มอบจุมพิตอันแสนวาบหวามติดตรึง นางหอบครางเสียงขาดห้วง สมองมึนงง ดวงหน้าแดงซ่านถึงใบหู ในช่องท้องปั่นป่วนเสียวซ่านหลงใหลเคลิบเคลิ้ม กระทั่งเผลอยกสองมือเล็กคล้องรอบลำคอแกร่ง

สุดท้ายแล้ว กลับกลายเป็นนางที่ถูกเขาควบคุม หลังถูกชักนำให้หลงเตลิดเข้าไปในกระแสรัญจวน กระทั่งคลื่นลมพายุสงบ ร่างเล็กพลันอ่อนระทวยราวกับไร้กระดูกอยู่ในอ้อมแขนแข็งแกร่ง

นางตกใจ...ทั้งโมโหทั้งลนลาน ท่านกลั่นแกล้งข้าเช่นนี้ จะต่างอะไรกับกระต่ายป่าหนีรอดจากถ้ำเสือไปเข้ารังหมาป่ากันเล่า!  


   *****************************

 ปลายนิ้วสะกิดหัวใจเป็นกำลังใจให้นักเขียน คอมเมนต์คุยกันค่า ^^

ติดตามมะปราง/ฟางซิน ผ่าน Facebook

https://www.facebook.com/maprangloykaew

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 312 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

566 ความคิดเห็น

  1. #561 1988yongsi (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 21 กันยายน 2563 / 11:08
    เหตุเกิดบนรถม้า... คุกๆๆ
    #561
    0
  2. #513 mice1001 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 13:55
    มี ebook มั้ยคะ
    #513
    1
    • #513-1 มะปรางลอยแก้ว ฟางซิน(จากตอนที่ 33)
      6 มิถุนายน 2563 / 17:12
      มีค่า หลังหนังสือออกวางจำหน่าย ไรท์จะมาแจ้งอีกครั้งค่ะ
      #513-1
  3. #512 Moo.chompoo (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 23:59
    อ้าวเค้าได้กันแล้วยังนี่.. 555
    #512
    0
  4. #511 Sweetsmile2557 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 13:03

    อุ....กำลังฟินเลย

    #511
    0
  5. #509 fadiana (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 12:44
    รออออออ
    #509
    0
  6. #508 pangpf (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 09:09
    กำลังฟินน
    #508
    0
  7. #295 love-novel-pp (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 08:31
    ดูแลน้องหน่อยนะ ;-;
    #295
    1
  8. #293 NuReader (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:03
    มันก็จะหน่วงๆ เนอะเวลาเห็นใครต้องมาตายต่อหน้าต่อตา แล้วถ้าอโหสิกรรมกันได้ก็น่าจะดีต่อใจเนอะ จะได้ไม่ติดค้างกันในชาติต่อๆ ไป (มะเช้าเห็นคลิปเลือดสาดที่โคราช...เกี่ยวกันไม๊เนี่ย แฮร่่ๆๆๆๆๆ) งื้ออออ รอท่านอ๋องปลอบน้อง
    #293
    1
  9. #292 nae_tae (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:46

    ท่านอ๋องดูแลน้องหน่อย

    #292
    1
  10. #290 _darinn_ (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:10
    โอ๋น้องหน่อย~
    #290
    1
  11. #289 _Aya_ (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:34
    แต่งดีมากเลยค่ะไรท์ ชอบมากก มาต่อเร็วๆนะคะ💕
    #289
    1
  12. #288 LovelyWonbin (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:42
    ก็อยากจะสงสารอดีตเจ้าเมือง แต่คงคิดในใจได้เท่านั้น กรรมใดใครก่อกรรมนั้นย่อมคืนสนอง ขอให้น้องเพียงอโหสิกรรมให้
    #288
    1