ชายาตัวร้าย ชินอ๋องลวงรัก สนพ.Dbooks

ตอนที่ 22 : บทที่ ๑๑ เมืองฝูโจว ๒

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,463
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 284 ครั้ง
    14 พ.ค. 63

บทที่ ๑๑ เมืองฝูโจว 


ตอนที่ ๒


อันที่จริงหากข้ามิได้รับพระราชโองการให้ติดตามสืบคดีเกลือเถื่อน ไฉนเลยจะล่วงรู้ว่าแท้จริงเจ้าคือเฉาปิงองครักษ์ที่หายสาบสูญไปนับสิบปี แต่ไม่ว่าเจ้าจะเป็นผู้ใดยามนี้เหิมเกริมส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีเสนาบดีหม่าคอยหนุนหลัง หรือเป็นเพียงสุนัขรับใช้เจ้าเมืองเว่ยที่คิดทะนงตนว่าฉลาดปราดเปรื่องกว่าเสนาบดีหม่าผู้เป็นพ่อตา ทั้งที่ความจริงแล้ว ไม่ว่าเสนบดีหม่าหรือเจ้าเมืองเว่ย ต่างก็มีนิสัยขลาดเขลาไม่ต่างกัน


ลั่วปิงหรี่ตามองอย่างไม่เชื่อสายตา หลิงชินอ๋องผู้นี้เอ่ยราวกับมองภาพวาดได้ทะลุปรุโปร่ง


เจ้ากับเจ้าเมืองเว่ยร่วมมือกันลับหลังเสนาบดีหม่า นั่นเพราะต่างฝ่ายต่างมองเห็นประโยชน์ร่วม เจ้าเมืองเว่ยหมายจะรวบอำนาจของเสนาบดีหม่าเอาไว้ในกำมือ ส่วนเจ้าขอเพียงมีผลประโยชน์เป็นใช้ได้ แต่เชื่อเถอะว่าคนอย่างเจ้าเมืองเว่ย หรือแม้แต่เสนาบดีหม่าสามารถสละเบี้ยตัวที่ไร้ค่าทิ้งได้อย่างไม่ลังเล


บัดซบ! เจ้าเมืองเว่ยคิดหักหลังข้าอย่างนั้นรึ!ลั่วปิงเพิ่งตระหนักได้ในเวลานี้เอง ในยามนี้ความเคียดแค้นเปรียบดังเมล็ดพันธุ์ถูกฝังลงในใจแล้ว


รู้ตอนนี้ก็นับว่ายังไม่สาย เพราะข้าจะยังไม่สังหารเจ้าหลิงชินอ๋องกระดกคิ้วเข้มขึ้นนิด ๆ เอ่ยอย่างใจกว้าง


หลิงชินอ๋องเจ้ามันสุนัขจิ้งจอก! รอให้ข้าสังหารเจ้าเสียก่อนเถอะ คนสารเลวเว่ยซิ่นสือข้าย่อมไม่เก็บเอาไว้แน่


ก็ขึ้นอยู่กับว่า...เจ้าจะมีความสามารถแค่ไหนหลินชินอ๋องเอ่ยพลางกระตุกริมฝีปากยิ้มเยาะ


เช่นนั้นมาดูกัน พยัคฆ์ร้ายอย่างเจ้าจะสามารถสังหารหมาป่าอย่างข้าได้หรือไม่!


ลั่วปิงเกิดความพลุ่งพล่านดาลใจ รู้สึกคล้ายลมปราณแตกซ่าน โทสะความเกรี้ยวกราดทำให้คำรามเสียงดังกึกก้องโผพุ่งทะยานกายเข้าประชิดร่างสูง ขณะยกมือข้างหนึ่งตวัดทวนหมุนควงในอากาศ ด้วยใจหมายจะสังหารหลิงชินอ๋องด้วยเพลงทวนกระบวนท่าอันฮึกเหิม


สิ้นเสียงคำราม บรรยากาศรอบข้างสว่างไสวดุจแสงจากดวงตะวันทอแสงประกายเจิดจ้า เสียงกระบี่กระทบกันดังกึกก้องรอบกายขณะกระโจนเข้าฟาดฟัน อู่เจียนเหลือบมองผู้เป็นนายแวบหนึ่ง แม้ดวงตาจะพร่าพรายไปชั่วขณะแต่ยามจับจ้องมองเหล่าสมุนโจรนับสิบชีวิตที่ห้อมล้อมแววตาพลันแข็งกร้าวดุดัน แล้วยกกระบี่ขึ้นตวัดกวัดแกว่งพุ่งใส่ร่างสมุนโจรที่กระโจนเข้ามาอย่างพร้อมเพรียงอย่างไม่กริ่งเกรง


ทางฝ่ายลั่วปิงมีร่างอันหยาบใหญ่ กอปรกับทวนที่หนักถึงสิบชั่งนึกกระหยิ่มยินดี เมื่อเห็นหลิงชินอ๋องถูกปลายทวนคมกริบฟาดฟันกระทั่งกลิ้งตัวไปข้างหน้า จึงถาโถมพละกำลังและลมปราณทั้งหมดที่มีไว้ที่ปลายทวนก่อนเสียดแทงตรงมายังร่างของหลิงชินอ๋องอีกครั้ง ทว่าครานี้กลับรู้สึกได้ว่าฟันถูกเพียงอากาศ


หลิงชินอ๋องยกกระบี่ขึ้นรับปลายทวน พละกำลังและปราณสังหารที่ลั่วปิงถาโถมเข้ามาทำให้พลาดพลั้งรับปลายคมทวนที่ตวัดผ่านลาดไหล่ ก่อนฉวยโอกาสในยามที่ลั่วปิงนึกลำพองใจได้ฝากปลายทวนเอาไว้บนร่างของเขา โผพุ่งทะยานกายขึ้นดุจวิหคสยายปีก ขณะตวัดกระบี่ในมือฝ่าอากาศจู่โจมรวดเร็วประหนึ่งอสุนีบาตฟาดลงจากฟากฟ้า พริบตาเดียวร่างอันหยาบใหญ่สูงถึงเจ็ดเชียะ [18] กระตุกวูบลงก่อนแผดเสียงร้องดังด้วยความเจ็บปวดติดต่อกัน โลหิตในกายพลุ่งพล่านพลันสาดกระเด็นเซ็นซ่าน


ลั่วปิงรับรู้ได้ถึงความพ่ายแพ้ราง ๆ จึงได้แต่กำปลายทวนเพื่อใช้ยันพื้นมิให้เสียหลักล้มลง ในขณะเดียวกันรู้สึกว่าลมปราณแตกซ่านโลหิตพลุ่งพล่านหลั่งเลียคมดาบเสียดแทงทะลุมาจากทางด้านหลัง ยามนี้ทั้งคนและกระบี่ได้บรรจบพบกันจนไม่อาจแยกออก แต่แล้วความเจ็บปวดทำให้ลั่วปิงคำรามออกมา ที่สุดไม่อาจฝืนยืนหยัดต่อไปได้อีก


หลิงชินอ๋องดึงกระบี่คมออกจากแผ่นหลังของลั่วปิง ก่อนจะวางกระบี่ไว้บนลำคอ มุมปากกระตุกยิ้มเย็นแล้วเอ่ยว่า สิบกระบวนท่าเป็นเจ้าที่พ่ายแพ้


สังหารข้าเสีย ลั่วปิงแผดเสียงดังลั่น


สิ่งที่เจ้าร้องขอ แน่นอนว่าข้าต้องมอบให้เจ้าแน่ เพียงแต่ยังไม่ใช่เวลานี้หลิงชินอ๋องกล่าวยิ้ม


ฮึ!ลั่วปิงแค่นเสียงหยัน ตายตอนนี้หรือตอนไหนจะต่างกันอย่างไร


หลิงชินอ๋องกระตุกมุมปากโทสะขุมหนึ่งอัดแน่นอยู่ในโพรงอก ต่างตรงที่เจ้าจะไม่ตายเพียงโดดเดี่ยวลำพังอย่างไรเล่า


คิดรวบแห...หวังจะตลบหลังเจ้าเมืองเว่ยสินะ หลิงชินอ๋องเจ้าช่างร้ายกาจเกินไปแล้วลั่วปิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคียดแค้น


คราวนี้หลิงชินอ๋องไม่เอ่ยสิ่งใด เขาหันมาสั่งการอู่เจียนด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งทว่าแฝงเอาไว้ด้วยความรู้สึกเย็นเยียบ คุมตัวกลับไป


พ่ะย่ะค่ะอู่เจียนรับคำ รวบตัวลั่วปิงโยนขึ้นม้า แล้วควบม้าพุ่งทะยานตามผู้เป็นนาย


เมืองหางโจว ในยามพลบค่ำอากาศหนาวเหน็บมากขึ้น หิมะตกหนักขึ้นเรื่อยๆ เกล็ดหิมะเล็กละเอียดโปรยปราย สายหมอกเคลื่อนตัวลงคลี่คลุมเรือนกลางทางปีกซ้ายจวนนายอำเภอเถียนอย่างเงียบ ๆ สายลมหนาวพัดโชยชายมาจากทางเหนือแทรกผ่านช่องหน้าต่างที่เปิดแง้มออก ส่งผลให้แสงไฟในตะเกียงวูบไหวปรากฏเงาสตรีร่างเล็กซุกตัวอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนา


เวลาผ่านไปนานเท่าใดก็สุดจะรู้ ร่างเล็กพลิกตัวไปมาในใจร้อนรุ่มที่สุดไม่อาจข่มกลั้นฝืนบังคับเปลือกตาให้ปิดลงท่ามกลางความมืดสลัว ทุกครั้งที่ฝืนปิดเปลือกตาลงในหัวสมองยังคงวนเวียนคิดเรื่องเดิมซ้ำไปซ้ำมา ภาพบิดาถูกทรมานอยู่ในคุกหลวงวนเวียนไม่จางหาย คล้ายตอกย้ำในสิ่งที่คนสารเลวผู้นั้นได้กระทำเอาไว้กับนาง ในใจจึงมีแต่ความเกลียดชังเพิ่มพูนเป็นเท่าทวี ขณะเดียวกันความหวาดหวั่นฝังรากลึกลงในใจของนางไม่ต่างจากความรังเกียจชิงชังที่ฝังลึกถึงกระดูก


อย่างไรเสียความแค้นระหว่างนางกับเว่ยซิ่นสือได้กลายเป็นปมแน่นจนยากจะคลาย วันนี้ต่อให้ไม่ได้ตายด้วยน้ำมือของคนสารเลวก็ใช่ว่าวันข้างหน้าจะรอดพ้นตาข่ายของคนตระกูลหม่าไปได้ พอนึกมาถึงตรงนี้ก็รู้สึกสะท้อนใจขึ้นมา คิ้วเรียวพลันขมวดขึ้นเป็นปม ท่ามกลางความเงียบสงัดมีเสียงสายลมพัดหวีดหวิวผสานกับเสียงแมลงกลางคืนคล้ายกำลังขับกล่อม น่าเสียดายที่นางไม่อาจข่มตาให้ปิดลงได้


เถียนชิงหรูพาตนเองเดินไปที่หน้าต่างเปิดแง้มเอาไว้เหม่อมองดวงจันทราถักทอแสงประกายสีเหลืองนวลคลี่คลุมถ้วนทั่วแผ่นฟ้า ท่ามกลางความเงียบงันมีเสียงกระพรวนข้อเท้ากระทบกันเกิดเสียงขณะที่นางเยื้องย่างก้าวเดิน ทุกย่างก้าวยามปลายเท้าอันเปล่าเปลือยสัมผัสลงบนพื้นอันเยียบเย็น หัวใจก็พลันรู้สึกเหน็บหนาว


ย่างเข้าวันที่สี่ท่านอ๋องนำกองกำลังองครักษ์เดินทางไปยังเมืองฝูโจว ข่าวคราวเงียบหายในใจนางยิ่งร้อนรนดังไฟเผา หากวันพรุ่งท่านอ๋องไม่กลับมาเล่า ท่านพ่อของนางจะเป็นเช่นไร ดวงตาทอประกายเปี่ยมล้นด้วยความห่วงหาและความหวังทอดมองดวงจันทราแขวนอยู่บนท้องฟ้าอันมืดครึ้มเหนือกำแพงสูงตระหง่าน


ใช่ว่านางไม่เชื่อใจท่านอ๋องแต่เพราะหลายวันมานี้เกิดเรื่องราวขึ้นมากมายจริง ๆ ร่างเล็กยืนนิ่งอยู่ชั่วครู่ก่อนยื่นมือเล็กขาวละเอียดดุจหยกออกไปนอกหน้าต่างรับเกล็ดหิมะโปรยปรายท่ามกลางสายลมหนาวพัดโชยชายเป็นระลอก


ทันใดนั้นด้านนอกมีเสียงอึกทึกครึกโครมดังขึ้น เสียงฝีเท้าหนักคล้ายตื่นตระหนกร้อนรนตรงมายังเรือนกลาง บ่าวรับใช้แตกตื่นพากันวิ่งวุ่น ด้านหน้าขบวนบ่าวรับใช้เป็นพ่อบ้านฝู ในมือถือโคมไฟแกว่งไปมาขณะพาร่างชราวิ่งกระหืดกระหอบ สีหน้าตื่นตระหนกตกใจจนยากจะระงับ แย่แล้ว แย่แล้วขอรับคุณหนู


เถียนชิงหรูรีบสวมเสื้อตัวนอกคลุมทับ ก่อนจะออกไปพบลุงฝู หากแต่ความหวาดหวั่นผุดขึ้นในหัวใจอันเว้าแหว่งจนเผลอจิกฝังปลายเล็บลงกลางฝ่ามือ จู่ ๆ ลางสังหรณ์บางอย่างผุดขึ้นในใจจนรู้สึกหวาดหวั่น หรือสิ่งที่นางกังวลมันกำลังเกิดขึ้นแล้วใช่หรือไม่


ลุงฝู เกิดสิ่งใดขึ้น


มีคนลอบวางเพลิงในคุกหลวง ขอรับ


เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นได้อย่างไร ในเมื่อคุกหลวงมีเวรยามคุ้มกันแน่นหนา ต่อให้เป็นแมลงก็ยังยากที่จะบินเข้าไปได้ร่างเล็กทรุดตัวลงราวกับไร้กระดูก มือทั้งสองข้างกำแล้วคลายคลายแล้วกำแน่น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเสี่ยวถง


องครักษ์โม่ฮวนเล่า?”


เมื่อครู่บ่าวยังเห็นองครักษ์ผู้นั้นนั่งอยู่บนกำแพง ไฉนเวลานี้หายไปราวกับวิญญาณเสี่ยวถงยืนกะพริบตางุนงง


เถียนชิงหรูยามนี้เหมือนกระต่ายที่กำลังหลงทาง คิ้วเรียวขมวดภายใต้ดวงตาอันสับสน เป็นครั้งแรกที่นางรู้สึกอับจนหนทาง อาจเพราะหลายวันมานี้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นมากมาย ระหว่างที่นางกำลังรู้สึกท้อแท้สิ้นหวังอย่างที่สุด ใบหน้าของคนผู้หนึ่งผุดขึ้นในหัวสมองราง ๆ


เหตุใดเขาจึงยังไม่กลับมา...


สี่วัน เหตุใดนางจึงรู้สึกว่าเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า...เมื่อเทียบกับห้าปีที่นางรอคอยเว่ยซิ่นสือ ยังไม่อาจเทียบได้กับสี่วันที่นางเฝ้ารอคอยท่านอ๋องกลับมา


หม่อมฉันเชื่อใจท่านได้ใช่หรือไม่ ยังเชื่อใจท่านได้ใช่หรือไม่…”


​ [ชั่ง[17] มาตราชั่งน้ำหนักจีน 1 ชั่ง เท่ากับ 500 กรัม]  [1 เชียะ[18] ประมาณ 33.33 ซม. หรือ 1/3 เมตร]

 *****************************

 ปลายนิ้วสะกิดหัวใจเป็นกำลังใจให้นักเขียน คอมเมนต์คุยกันค่า ^^

ติดตามมะปราง/ฟางซิน ผ่าน Facebook

https://www.facebook.com/maprangloykaew

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 284 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

566 ความคิดเห็น

  1. #556 1988yongsi (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 กันยายน 2563 / 06:09
    แผนซ้อนแผนซ้อนแผน
    #556
    0
  2. #460 Bee_Bee_1225 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 17:23
    ท่านอ๋องคนเจ้าเล่ห์
    #460
    0
  3. #459 MonthikanPookpha (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 15:18

    รออออออ่านตอนต่อไปอัพลงไวๆเยอะๆนะคะสนุกมากกกกก
    #459
    0
  4. #457 Taksina_Tangkwa (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 11:43
    ท่านอ๋อง...เจ้าแผนการ
    #457
    0
  5. #137 Phasuk Nyffenegger (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 07:13

    รอต่อนะคะ ขอบคุณมากๆคะ
    #137
    0
  6. #136 Phasuk Nyffenegger (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 07:04

    รอต่อนะคะ
    #136
    0
  7. #135 JanChoadtikan (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 23:29

    รออ่านค่ะ
    #135
    0
  8. #134 pichada1912 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 22:53
    นังเว่ยแกตายเเน่!
    #134
    0