ชายาตัวร้าย ชินอ๋องลวงรัก สนพ.Dbooks

ตอนที่ 21 : บทที่ ๑๑ เมืองฝูโจว ๑

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,534
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 286 ครั้ง
    13 พ.ค. 63

บทที่ ๑๑ เมืองฝูโจว

 

ตอนที่ ๑


สายลมพัดอื้ออึงมาราวกับพายุ หอบฝุ่นหมุนวนเป็นเกลียวคล้ายคลื่นปะทะร่างสูงกำยำบนหลังอาชาพันธุ์ดีแข็งแรงพ่วงพีสีดำทะมึนที่พุ่งทะยานไปเบื้องหน้าไม่หยุดยั้ง มือหนารั้งบังเหียนบังคับม้าสองเท้ากระแทกโกลน อาชาสีดำทะมึนพลันยกสองขาหน้าขึ้นกลางอากาศ แสงดวงตะวันสาดส่องเสี้ยวหน้าดุดันดวงตาคมปลาบ ก่อนจะค่อย ๆ เคลื่อนทาบลงบนร่างบุรุษสูงใหญ่ท่วงท่าสง่าห้าวหาญแฝงไว้ด้วยความองอาจน่าเกรงขาม


ร่างสูงอยู่ในอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มปักลวดลายด้วยเส้นไหมสีทองคลุมทับด้วยเสื้อคลุมสีดำพลิ้วไหว เส้นผมดำขลับถูกรวบไว้ครึ่งศีรษะครอบด้วยกวานสีทองปักปิ่น ข้างเอวแขวนกระบี่คมสะท้อนแสงดวงตะวันเป็นประกายวิบวับจับตาขณะบังคับอาชาสีดำทะยานผ่านประตูเมืองฝูเหอ


หลิงชินอ๋องรีบเร่งควบม้าห้อตะบึงเกือบสามร้อยลี้ตลอดทั้งคืนไม่หยุดพักหลังได้รับพระราชโองการ ไม่คิดว่าแค่ผ่านพ้นประตูเมืองเข้ามา จะพบว่าเมืองฝูเหอตกอยู่ในสภาพอเนจอนาถ ผู้คนถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยมไร้ความปรานี ทั่วทั้งเมืองมีแต่ซากศพนอนตายเกลื่อนกลาด บนพื้นถนนแดงฉานโลหิตไหลนองดุจสายธารา


อู่เจียนติดตามท่านอ๋องมาพร้อมทหารองครักษ์ฝีมือดีอีกยี่สิบชีวิต เมื่อเห็นผู้เป็นนายรั้งม้าหยุดลงก็กระตุกบังเหียนบังคับม้าให้หยุดในฉับพลัน ก่อนยกมือให้สัญญาณทหารองครักษ์ผู้ติดตาม


โจรกบฏหวงซวงกำเริบเสิบสานถึงกับออกปล้นฆ่าชาวบ้านอย่างเหิมเกริมเช่นนี้อู่เจียนกัดฟัน สีหน้าเคร่งเครียดจริงจัง คิดไม่ถึงว่าพวกมันจะโหดเหี้ยมอำมหิตได้ถึงเพียงนี้


หลิงชินอ๋องเลิกคิ้วขึ้นสูง กระตุกมุมปากดูแคลน โจรกบฏหวงซวงเดิมทีเป็นโจรภูเขามีนิสัยดิบเถื่อน พวกมันมักสังหารคนไม่เลือกวิธีการ ขอเพียงมีเงินมีผลประโยชน์ ส่วนผู้ที่มีจิตใจโหดเหี้ยมอำมหิตอย่างแท้จริง ย่อมต้องเป็นผู้บงการให้สังหารผู้คนบริสุทธิ์


เจ้าเมืองเว่ย ช่างโหดเหี้ยมอำมหิตเกินไปแล้วอู่เจียนบดกรามแน่น สีหน้าดำคล้ำตวัดตามองเปลวเพลิงลุกโชนเบื้องหน้ายิ่งรู้สึกสะเทือนใจ ชีวิตคนบริสุทธิ์เท่าใดกันต้องสังเวยให้คนชั่วผู้นี้


สายลมหนาวพัดโชยกระทบร่างสูงระลอกแล้วระลอกเล่า ร่างสูงกลับแน่วแน่ดังศิลา นัยน์ตาสีดำเยียบเย็นนิ่งลึกจนยากจะคาดเดาความคิด เขามักซ่อนเร้นความรู้สึกเอาไว้ภายใต้หน้ากากเย็นชา เจ้าเมืองเว่ยมีนิสัยคล้ายหมาป่า ไม่เพียงดุร้ายยังเจ้าเล่ห์กลิ้งกลอก เพื่อสิ่งที่ต้องการคนผู้นี้สามารถเหยียบบ่าผู้อื่นก้าวผ่านไปได้อย่างไม่ลังเล


เจ้าเมืองเว่ยคิดอาศัยช่วงเวลาที่ท่านอ๋องไม่อยู่ ใช้ตำแหน่งเจ้าเมืองเปิดศาลไต่สวนคดีเกลือเถื่อน ทำเช่นนี้ไม่ต่างจากยัดข้อหาให้นายอำเภอเถียนแล้วสังหารคนเพื่อปกปิดความผิดของตนเองอู่เจียนออกความเห็น


หลิงชินอ๋องแค่นเสียงหยันในลำคอ “เจ้าเมืองเว่ยประเมินข้าผิดไปก้าวหนึ่ง


ร่างสูงในชุดอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มยืดแผ่นหลังเหยียดตรง ทว่ากลับแฝงเอาไว้ด้วยความห้าวหาญองอาจ กระทั่งยามเผชิญหน้ากับศัตรูสีหน้ายังคงเรียบนิ่งดุจผิวน้ำไม่แปรเปลี่ยน มีก็เพียงนัยน์ตาสีดำสนิทเฉียบคมราวกับมองแผนการครั้งนี้ได้ทะลุปรุโปร่ง


เจ้าเมืองเว่ยคือผู้บงการอยู่เบื้องหลังกลุ่มโจรกบฏหวงซวง ครานี้ดูเหมือนว่าวางแผนการเอาไว้อย่างแยบยล แต่ความจริงแล้วไม่ต่างจากตีผิวน้ำข่มขวัญปลาตาบอด ด้วยนิสัยของสุนัขตัวนี้ หลังข้าเดินทางออกนอกเมืองหางโจว เจ้าเมืองเว่ยจะฉวยโอกาสนี้ปิดคดีเกลือเถื่อน เพราะคนขลาดเขลาผู้นั้นมั่นใจว่าข้าจะต้องสังหารลั่วปิงทิ้งอย่างไม่ลังเล


ท่านอ๋องจะไม่สังหารลั่วปิงหรือพ่ะย่ะค่ะอู่เจียนเห็นรอยยิ้มเย็นตรงมุมปากผู้เป็นนาย หัวใจพลันหดเกร็งอย่างไม่รู้ตัว


แน่นอนว่าไม่ ตราบใดที่ลั่วปิงยังไม่ตายก็จะกลายเป็นศรย้อนคืนสู่ตัวผู้บงการจนดิ้นไม่หลุดนัยน์ตาหลิงชินอ๋องพลันแปรเปลี่ยนเป็นดุดันยามจ้องมองภาพตรงหน้าคล้ายมีบ่อลึกหาที่สุดมิได้ น้ำเสียงที่เปล่งออกมาจึงคล้ายธารน้ำแข็งหนาวเย็นยะเยือกจับขั้วหัวใจ


ทันใดนั้นเองมีเสียงด้ามทวนกระทบพื้นดังกึกก้อง ง่ามปลายคมของยอดทวนส่องประกายสีเงินวาววับสะท้อนเปลวไฟลุกโชนก่อนปรากฏเงาร่างอันใหญ่โตของชายร่างสูงในชุดสีดำคลุมทับด้วยขนหมาป่าดวงตาวาวโรจน์มุมปากกระตุกยิ้มเหี้ยม ใบหน้าด้านขวามีรอยแผลเป็นลากยาวจากหางตาถึงโหนกแก้ม ส่งผลให้มุมปากยามกระตุกยิ้มแลดูบิดเบี้ยวน่าเกลียดน่ากลัวคล้ายภูตผีปีศาจ


บรรยากาศโดยรอบเงียบสงัดชวนให้อึดอัดแทบขาดใจ ไม่นานเหล่าสมุนกลุ่มโจรหวงซวงปรากฏตัวอย่างพร้อมเพรียงอาวุธครบมือ ภายใต้แสงจันทร์ฤดูเหมันต์สาดส่องเนิ่นนานทำให้แลเห็นสีหน้ากระเหี้ยนกระหือรือเข่นฆ่าของพวกมันได้อย่างชัดเจน


ท่านอ๋อง ระวังด้วยพ่ะย่ะค่ะอู่เจียนเอ่ยพลางกระชับกระบี่ในมือแน่น เมื่อสัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหวรอบกายพร้อมทั้งปราณสังหารการเข่นฆ่าเข้มข้นแผ่กำจาย


หลิงชินอ๋องพยักหน้าเบาแผ่นหลังเหยียดตรง สีหน้ายังคงเย็นชาเรียบนิ่งไม่แปรเปลี่ยน มีก็เพียงมุมปากกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มนิด ๆ ก่อนเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบสงัด อดีตหัวหน้าองครักษ์เฉาปิง ไม่สิ! หัวหน้ากลุ่มโจรกบฏลั่วปิงอดีตมือขวาคนสนิทเสนาบดีหม่า ไฉนตอนนี้ถึงกลายเป็นสุนัขรับใช้ให้กับเจ้าเมืองเว่ยได้เล่า


“ฮ่า ๆๆ ที่แท้เจ้าก็รู้มาตลอด” สีหน้าลั่วปิงผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มโจรหวงซวง ดูเคร่งเครียดจริงจังขึ้นถนัดตา มือที่กำด้ามทวนยาวกระชับแน่นส่งผลให้บรรยากาศรอบข้างเย็นเยือก “เมื่อรู้ว่าข้าคือใคร เหตุใดพบข้าแล้วในแววตาของเจ้าจึงไม่มีความหวาดหวั่นสักนิดเล่า


“เหตุใดข้าต้องรู้สึกเช่นนั้น” หลิงชินอ๋องกระดกคิ้วเข้มขึ้น ขณะเดียวกันยังรักษาท่วงท่าอันเยือกเย็นไม่เปลี่ยน คล้ายไม่เห็นลั่วปิงอยู่ในสายตา “แม้ในอดีตเจ้าจะเป็นถึงหัวหน้าองครักษ์ แต่ในเวลานี้เจ้าก็แค่สุนัขแก่ตัวหนึ่ง”


“ฮึ!” ลั่วปิงแค่นเสียงเย็น ก่อนกระแทกด้ามทวนกระทบพื้นเสียงดังกึกก้องข่มขวัญบุรุษตรงหน้า แต่พอเห็นหลิงชินอ๋องยังรักษาท่วงท่าอันเยือกเย็นเอาไว้ไม่แปรเปลี่ยน ก็บังเกิดโทสะท่วมท้นก่อนเอ่ยเสียงหยัน “เจ้าลูกเต่า! เช่นนั้นมาดูกันว่าเจ้าจะรักษาชีวิตกลับไปได้หรือไม่”


​“รู้หรือไม่เหตุใดผู้อื่นจึงกล่าวว่าข้าเป็นปีศาจร้ายแห่งกองทัพ เพราะในสนามรบศัตรูนับพันนับหมื่นข้าไม่เคยปล่อยให้ผู้ใดรอดชีวิตกลับไปได้ นับประสาอะไรกับโจรโฉดชั่วเช่นเจ้าหลิงชินอ๋องกระดกคิ้วเข้มขึ้น แล้วเอ่ยเนิบช้า ทว่าถ้อยคำต่อมากลับยั่วยุให้ลั่วปิงโมโหจนเกือบกระอักโลหิตออกมา ในสายตาของข้า เจ้ามีค่าไม่ต่างอะไรกับมดปลวกตัวหนึ่งเท่านั้น


บัดซบ! เจ้าเด็กฝีปากกล้าลั่วปิงมีความลำพองใจมาแต่เดิม ไหนเลยจะทนแบกรับถ้อยคำหยามหยันเช่นนี้ได้ วันนี้ข้าและเจ้าไม่อาจอยู่ร่วมฟ้าเดียวกันได้อีกเสียงของลั่วปิงแหบพร่า ดวงตาวาวโรจน์ โทสะความเกรี้ยวกราดระคนโกรธแค้นสุมอยู่ในอกจนยากจะระงับ สีหน้าจึงฉายความดุดันแฝงคุกคามเอาไว้ในแววตาขณะกระตุกริมฝีปากยิ้มเหี้ยม ต่างจากหลิงชินอ๋องยังคงมีสีหน้าเย็นชาไม่เปลี่ยน


 “สมุนของข้า ผู้ใดสามารถเด็ดศีรษะบุรุษฝีปากกล้าผู้นี้มาได้ ข้าจะมอบสมบัติล้ำค่ากินใช้ไม่หมดไปทั้งชาติเลยทีเดียว ไป! ไปสังหารพวกมันให้สิ้นซากสิ้นเสียงคำสั่งของลั่วปิงมือหนายกด้ามทวนหนักถึงสิบชั่ง [17]กระแทกพื้นเสียงดังคล้ายเสียงฟ้าคำราม เหล่าสมุนโจรพลันเกิดความฮึกเหิม กลิ่นอายฆ่าฟันเข่นฆ่าแผ่ซ่านโลหิตในกายสูบฉีดพลุ่งพล่าน


เสียงกระบี่กระทบกันดังกึกก้อง แสงประกายสีเงินสว่างวาบจุดกลางวัน ขณะที่สองฝ่ายบุกเข้าโจมตีอย่างไม่ลดละ ต่างฝ่ายต่างยกกระบี่ขึ้นตวัดกวัดแกว่งไปมาแต่ด้วยเพลงกระบี่อันพิสดารของสมุนโจรผู้หนึ่งทำให้ม้าคู่ใจของอู่เจียนตื่นตระหนกพลันยกสองเท้าหน้าขึ้นในอากาศ ตอนนั้นเองอู่เจียนรั้งม้าเอาไว้ไม่อยู่จึงตัดสินใจทิ้งสายบังคับม้าแล้วกระโดดพลิ้วกายพุ่งเข้าฟาดฟันสมุนโจรตรงหน้ากระทั่งโลหิตสาดกระเซ็นแดงฉานอาบไล้ผืนดิน


ลั่วปิงกัดฟันยืนแน่วแน่ดุจศิลา มองดูเหล่าสมุนนับสิบชีวิตถูกสังหารราวกับใบไม้ร่วงท่ามกลางหิมะโปรยปรายดุจสายฝน เกล็ดหิมะสีขาวเวลานี้ถูกย้อมสีแดงของโลหิตที่ไหลนองประหนึ่งสายธารสีเลือด ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นกัดฟันก่อนยกทวนยาวขึ้นตวัดในอากาศด้วยความเกรี้ยวกราดแล้วคำรามเสียงดังกึกก้อง


ทันใดนั้นพลันเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบสะท้อนวาววับอยู่บนท้องฟ้า ปลายทวนคมกริบตวัดผ่านร่างพุ่งตรงยังร่างองครักษ์ผู้หนึ่งศีรษะปลิดปลิวลอยขึ้นฟ้า จากนั้นตวัดปลายทวนแทงทะลุร่างองครักษ์อีกผู้หนึ่งก่อนจะย่างเท้าเดินเนิบช้า ดวงตาแดงฉานดุจปีศาจกระหายโลหิต ในตอนนั้นสีหน้าแววตาของลั่วปิงดุดัน บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มเหี้ยม


หลิงชินอ๋องเห็นดังนั้นพลันกระชับกระบี่ออกจากฝัก ดวงตาคมปลาบจ้องมองประเมินลั่วปิงไม่วางตา


ชั่วขณะที่ทั้งสองทำสงครามกันทางสายตา สมุนโจรผู้หนึ่งเห็นว่าสบโอกาสแววตาพลันเกิดประกายฉายความยินดีปรีดาอย่างไม่เก็บงำ หากสังหารคนผู้นี้ได้สมบัติมากมายชาตินี้กินใช้ไม่หมดย่อมมากองอยู่ตรงหน้า ใคร่ครวญได้ดังนั้นในหัวสมองเกิดความคิดโลดแล่น พุ่งปราดเข้าประชิดร่างสูงสง่าแล้วเงื้อกระบี่ขึ้นสูงหมายจะบั่นคอคนผู้นี้ให้ขาดกระเด็น


สมบัติของข้า มันต้องเป็นของข้า อ๊าก...สิ้นเสียงศีรษะของสมุนโจรผู้นั้นปลิวขาดกระเด็น เพียงแค่หลิงชินอ๋องเงื้อกระบี่ขึ้นสูงตวัดเพียงคราเดียว ไม่รู้ว่าศีรษะของสมุนโจรผู้นั้นหลุดจากบ่าไปตั้งแต่คราใด เพียงเห็นศีรษะที่แยกออกจากลำตัวก่อนจะกลิ้งหลุน ๆ กองอยู่แทบเท้าของลั่วปิง


คิ้วเข้มเลิกสูงแทนที่จะมีโทสะกลับกระตุกมุมปากยิ้มเย็น จากนั้นร่างสูงตวัดตัวลงจากหลังม้าเนิบช้าอย่างไม่อาทร ก่อนจะหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับลั่วปิง


หากกล่าวว่า เจ้าในอดีตเป็นถึงองครักษ์ผู้มากด้วยฝีมือนั้นกล่าวไม่ผิด ทว่ากลับมีจิตใจมักใหญ่ใฝ่สูงถึงกับคิดจะโค่นล้มราชวงศ์ ที่สุดเป็นเจ้าที่เพลี่ยงพล้ำและพ่ายแพ้ให้กับกลอุบายของฮ่องเต้พระองค์ก่อน ไม่คิดว่าหลังจากเจ้าหายสาบสูญไปถึงสิบปี กลับมาปรากฏตัวอีกครั้ง ซ้ำยังกระทำการอย่างอุกอาจสังหารผู้คนบริสุทธิ์ ต่อให้ตายร้อยครั้งยังไม่สาสมกับความผิดหลิงชินอ๋องเอ่ยพิพากษาความผิดของลั่วปิง สีหน้าเย็นเหยียบดวงตาเข้มขรึม

*****************************

 ปลายนิ้วสะกิดหัวใจเป็นกำลังใจให้นักเขียน คอมเมนต์คุยกันค่า ^^

ติดตามมะปราง/ฟางซิน ผ่าน Facebook

https://www.facebook.com/maprangloykaew

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 286 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

566 ความคิดเห็น

  1. #555 1988yongsi (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 กันยายน 2563 / 06:00
    พระเอกฉลาดมากชอบๆ
    #555
    0
  2. #456 Bee_Bee_1225 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 21:55
    หลืงชินอ๋องไม่ได้โง่นะเออ คิดว่าเรื่องแค่นี้พี่เขาดูไม่ออกหรือไง
    #456
    0
  3. #454 MonthikanPookpha (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 10:43

    สนุกรออ่านๆ
    #454
    0
  4. #121 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 16:52

    อิคนสาระเลว

    #121
    0
  5. #120 Phasuk Nyffenegger (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 16:04

    รอต่อนะคะ
    #120
    0
  6. #119 Punpun31 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 12:54
    รู้สึกว่าสั้นเหลือเกิน 555รอติดตามอ่านนะคะ
    #119
    0