ชายาตัวร้าย ชินอ๋องลวงรัก สนพ.Dbooks

ตอนที่ 2 : บทที่ ๑ จุดเริ่มต้น ๑

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25,620
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 280 ครั้ง
    29 พ.ค. 63


บทที่ ๑ จุดเริ่มต้น


ตอนที่ ๑


ฤดูกาลสับเปลี่ยนเหมันตฤดูเวียนมาถึงอีกครั้ง บนถนนเมืองหางโจวยามนี้เงียบสงัดไร้สรรพเสียงใด นอกจากเสียงล้อไม้บดถนนดังก้องอยู่ในความเงียบ ไม่ว่าหันไปทางใดรอบด้านปกคลุมด้วยสายหมอกจาง ๆ ที่คลี่คลุมถ้วนทั่วจนดูขมุกขมัว อึมครึมราวเมฆตั้งครึ้มฝน


ครั้นสายลมหนาวพัดโชย อากาศพลันหนาวเย็นเยือก สรรพสิ่งรอบกายล้วนจมอยู่ภายใต้หิมะขาวโพลน ซึ่งน้อยนักที่ผู้คนจะย่างเท้าออกมานอกเรือนในเวลาเยี่ยงนี้  เมืองหางโจวจึงดูเงียบเหงาและไม่ครึกครื้นเท่าที่ผ่านมา ทว่าทางทิศเหนือของเมืองกลับมีเสียงประทัดดังขึ้นตามด้วยเสียงมโหรีบรรเลง ท่ามกลางความยินดีของผู้คนที่แห่แหนกันมาร่วมแสดงความยินดีในพิธีวิวาห์ระหว่างเจ้าเมืองหางโจวกับบุตรสาวเสนาบดีหม่าผู้เป็นถึงเจ้ากรมพิธีการ


ทันใดนั้นมีรถม้ากลางเก่ากลางใหม่จอดหยุดนิ่งหน้าประตูจวนเจ้าเมืองคนใหม่ หลังเคลื่อนผ่านถนนสายหลักลัดเลาะมาทางทิศเหนือของเมืองหางโจว ผ้าม่านรถม้าถูกเปิดออกทันทีที่สารถีกระตุกเชือกบังคับม้าจอดเทียบหน้าประตู ปรากฏร่างบอบบางของสตรีผู้หนึ่งอยู่ในอาภรณ์สีขาวกลีบบัวสวมทับด้วยเสื้อคลุมกันลม ก้าวลงจากรถม้าโดยมีสาวใช้คนสนิทคอยประคอง


ท่ามกลางสายลมหนาวโชยชายหอบเกล็ดหิมะหมุนวนเป็นเกลียวในอากาศ ทั้งที่เพิ่งย่างเข้าเหมันตฤดูได้ไม่นานอากาศกลับหนาวเย็นจนน้ำค้างกลายเป็นน้ำแข็ง ร่างบางกลับยืนนิ่งอย่างไม่สะทกสะท้าน เพียงยกมือขาวปานหิมะกระชับผ้าคลุมกันลมในยามสายลมหนาวพัดโชยกระทบร่าง ปล่อยให้ความหนาวเย็นยะเยือกราวกับน้ำแข็งค่อย ๆ แทรกซึมผ่านผิวหนังเข้าเกาะกินหัวใจเจ็บจนชาไร้ความรู้สึก


นัยน์ตากลมโตลุ่มลึกยามเหลือบตามองเหนือบานประตูใหญ่ หากแต่ประกายสีทองของตัวอักษรบนแผ่นไม้ขนาดใหญ่ที่ถูกแขวนเอาไว้สูงลิ่ว ส่งผลให้ดวงหน้างามขึ้งเคียดอยู่แต่เดิมมีรอยยิ้มหยันตรงมุมปาก ขณะที่ภาพเหตุการณ์ในอดีตฉายผ่านดวงตาเหมือนโคมม้าวิ่ง[1]


ในอดีตตระกูลเถียน ตระกูลเว่ย ต่างมีไมตรีต่อกันอยู่หลายส่วน ต่อมาความสัมพันธ์ของทั้งสองตระกูลมีความสนิทชิดเชื้อเพิ่มพูนมากขึ้น นับวันยิ่งแน่นแฟ้นกลมเกลียว กอปรกับเว่ยซิ่นสือคุณชายตระกูลเว่ยมีใจให้กับเถียนชิงหรูอยู่ก่อนหน้า นายท่านเว่ยจึงเอ่ยปากขอหมั้นหมายระหว่างสองตระกูล เว่ยซิ่นสือจึงนำปิ่นกระเรียนแดงซึ่งเป็นของดูต่างหน้ามารดา มอบให้เถียนชิงหรูเป็นของแทนใจ พร้อมทั้งเขียนหนังสือหมั้นหมายขึ้นสองฉบับ ฉบับหนึ่งมอบให้นายอำเภอเถียน อีกฉบับหนึ่งตระกูลเว่ยเป็นผู้เก็บเอาไว้  เพียงรอให้เถียนชิงหรูมีอายุครบสิบห้าปีก่อนจึงจะจัดพิธีแต่งงานขึ้นท่ามกลางความชื่นมื่นของทั้งสองตระกูล


ยามนั้น ตระกูลเว่ยเป็นตระกูลคหบดีใหญ่เรียกว่าเป็นผู้ที่มีอันจะกิน เว่ยซิ่นสือเป็นคุณชายตระกูลเว่ย ทั้งยังเป็นบุรุษผู้สง่างาม ความสามารถเกินผู้ใดในเมืองหางโจว ขณะที่ตระกูลเถียนเป็นตระกูลขุนนาง แม้เถียนเจียนจั่วจะเป็นเพียงขุนนางขั้นเจ็ดดำรงตำแหน่งนายอำเภอเมืองเล็ก ๆ ถึงอย่างนั้นก็เป็นนายอำเภอที่ใจซื่อมือสะอาด


เถียนชิงหรูเวลานั้นอายุยังน้อย แต่ก็เป็นดรุณีน้อยในวัยสิบหนาวที่มีความน่ารักสดใสสมวัย ยิ่งความงดงามได้รับถ่ายทอดมาจากมารดาเป็นถึงหญิงงามจากชนเผ่าตงเซียง ที่ว่ากันว่าชาวตงเชียงแต่เดิมสืบเชื้อสายมาจากชาวมองโกล


นางไม่เพียงได้รับถ่ายทอดความงามจากมารดาที่เปรียบได้ดั่งบุปผาผลิบานกลางวสันตฤดู ดรุณีน้อยยังมีลูกนัยน์ตาสีน้ำผึ้งเฉกเช่นเดียวกับชนเผ่าตงเซียง จะต่างกันก็ตรงหญิงสาวมีดวงตาใสบริสุทธิ์ประหนึ่งน้ำค้างเกาะพราวบนยอดหญ้าและด้วยความงดงามอันแปลกตา กอปรกับแววตาที่มักฉายความเฉลียวฉลาดอย่างไม่เก็บงำ ส่งผลให้บุรุษใดได้สบนัยน์ตาคู่งามก็คล้ายตกอยู่ภายใต้มนต์สะกด


ไม่เว้นแม้แต่เว่ยซิ่นสือที่รู้สึกพึงพอใจเถียนชิงหรูตั้งแต่คราแรกที่ได้พบหน้า


เว่ยซิ่นสือเป็นบุรุษหนุ่มผู้มากด้วยความสามารถ มีอายุมากกว่าเถียนชิงหรูถึงห้าปีและกำลังอยู่ในวัยหนุ่มฉกรรจ์ ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกย่อมกล่าวได้ว่าเป็นบุรุษผู้ที่มีใบหน้าคมคายหล่อเหลาสง่างามประดุจหยก หากมิใช่เพราะบุรุษหนุ่มผู้นี้มีนิสัยเย่อหยิ่งที่แฝงเร้นความทะเยอทะยานมักจะฉายผ่านแววตาคู่คม ก็นับว่าเว่ยซิ่นสือเป็นเอกบุรุษผู้หนึ่งของเมืองหางโจว


ทว่าน่าเสียดาย ความทะเยอทะยานของเว่ยซิ่นสือหมายจะเป็นขุนนางไม่คิดสืบทอดการค้าต่อจากบิดา เพียงพริบตาเขากลายเป็นบัณฑิตตกยากไร้ร่มเงาไม้ใหญ่เป็นหลักยึดเหนี่ยว หลังสูญเสียบิดาไปอย่างไม่ทันตั้งตัวเมื่อครั้งนายท่านเว่ยรอนแรมเดินทางไปทำการค้าต่างเมือง


ขณะที่นายท่านเว่ยเร่งรีบเดินทางเดินทางกลับเมืองหางโจว ผู้ใดจะคาดคิดว่าเมืองที่สงบสุขมาช้านาน จู่ ๆ มีพวกโจรป่าออกปล้นชิงทรัพย์ หนำซ้ำพวกมันยังมีจิตใจโหดเหี้ยมผิดมนุษย์ ความโหดร้ายของพวกโจรจะว่าเป็นมนุษย์ก็ไม่ใช่เป็นปีศาจก็ไม่เชิง พวกมันไม่เพียงกวาดทรัพย์สินไปจนหมดสิ้น ยังสังหารนายท่านเว่ยและกองคาราวานไม่เว้นแม้แต่เด็กและสตรีที่ร่วมเดินทางทิ้งจนสิ้นซากไม่หลงเหลือแม้แต่ชีวิตเดียว


เหตุการณ์เลวร้ายในครานั้น ตระกูลเว่ยคล้ายมีมรสุมลูกใหญ่พัดเข้ามาเป็นระลอก ยิ่งไปกว่านั้นการสูญเสียบิดาทำให้เว่ยซิ่นสือพลาดการสอบจอหงวนในปีแรก ความผิดหวังทำให้เขาละเลยการค้าของตระกูล เมื่อไร้สิ้นผู้นำ ตระกูลเว่ยไม่ต่างจากแพแตก การค้าขายของตระกูลเว่ยเริ่มระส่ำระสายไม่นานก็เข้าสู่ภาวะย่ำแย่ ขณะที่เว่ยซิ่นสือยังเอาแต่มุ่งมั่นอยู่ในสำนักศึกษาด้วยหมายมาดว่า ต่อให้ฟ้าถล่มลงมาเขาจะไม่ยอมพลาดการสอบจอหงวนเป็นครั้งที่สอง


เถียนชิงหรูมีความชื่นชอบในตัวเว่ยซิ่นสืออยู่ก่อนหน้านั้น กอปรกับความสงสารในชะตากรรมของว่าที่คู่หมั้น จิตใจย่อมเอนเอียงและโอนอ่อนตามไปทุกเรื่อง ในยามที่มรสุมลูกใหญ่พัดผ่านเสาหลักตระกูลเว่ยล้มครืน นางคิดว่าตนเองรู้จักเว่ยซิ่นสือดียิ่งกว่าผู้ใด


เขารังเกียจความพ่ายแพ้ด้วยมีใจทะเยอทะยานอยู่แต่เดิม แน่นอนว่า ที่ผ่านมาเว่ยซิ่นสือเป็นถึงคุณชายตระกูลคหบดีใหญ่ ทว่าเพียงข้ามคืนเศรษฐีได้กลายเป็นยาจก จากบุรุษหนุ่มผู้มีอนาคตไกล ข้ามคืนเขาได้กลายเป็นบัณฑิตตกยาก ย่อมเป็นสิ่งที่เว่ยซิ่นสือไม่อาจทนแบกรับได้


ขณะที่เว่ยซิ่นสือกำลังต่อสู้กับโชคชะตาอย่าหนัก แต่แล้วเหมือนสวรรค์กลั่นแกล้ง ซ้ำมรสุมชีวิตยังพัดเข้ามาเป็นระลอก ทำให้ในปีต่อมาเขาพลาดการสอบจอหงวนเป็นครั้งที่สอง หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้เผาผลาญบ้านตระกูลเว่ยวอดวายหมดหลัง


มรสุมชีวิตราวคลื่นลมพายุที่พัดเข้ามาระลอกแล้วระลอกเล่า นับตั้งแต่เว่ยซิ่นสือได้กลายเป็นคนสิ้นเนื้อประดาตัวหลังบิดาจากไปได้เพียงครึ่งปี กระทั่งเกิดเหตุเพลิงไหม้เผาผลาญบ้านตระกูลเว่ย เป็นสาเหตุให้เขาพลาดการสอบจอหงวนไปถึงสองครั้งสองคราในชั่วระยะเวลาเพียงสองปี


แม้จะสิ้นหวังแต่เว่ยซิ่นสือไม่ยอมสิ้นหนทาง ด้วยมีนิสัยทะเยอทะยานอยู่แต่เดิมทำให้เขาไม่ย่อท้อต่อโชคชะตา


ขณะที่ผู้อื่นต่างก็มองเว่ยซิ่นสือด้วยสายตาสมเพชเวทนา มีเพียงนายอำเภอเถียนที่ยังคงมองเห็นความสามารถ ความแน่วแน่ในจิตใจของว่าที่บุตรเขยไม่แปรเปลี่ยน แม้ผู้คนรอบข้างจะค่อย ๆ ถอยห่างและเปลี่ยนไปก็ตาม สองพ่อลูกตระกูลเถียนกลับยืนหยัดและสนับสนุนว่าที่บุตรเขยอย่างแน่วแน่


ความมุ่งมั่นของเว่ยซิ่นสือหมายจะเป็นขุนนางให้จงได้ ด้วยมาดมั่นว่าสักวันเขาต้องพลิกฟื้นตระกูลเว่ยให้กลับมายืนหยัดอย่างมั่นคงได้อีกครั้ง ในปีต่อมาเขาตัดสินใจเดินทางเข้าเมืองหลวงโดยไม่ฟังคำทัดทานจากผู้ใด เมื่อสุดรั้งเอาไว้ได้นายอำเภอเถียนจึงนำทรัพย์สินที่เก็บรวบรวมเอาไว้ทีละเล็กละน้อยชั่วชีวิต คิดจะมอบให้เป็นสินเดิมแก่บุตรสาวในยามออกเรือน เวลานี้เขากลับคิดมอบมันให้กับว่าที่บุตรเขยเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางรอนแรมเข้าเมืองหลวง


หลังเว่ยซิ่นสือเดินทางเข้าเมืองหลวง ข่าวคราวของเขาได้เงียบหายไปราวกับสายลมที่พัดผ่านเข้ามาวูบหนึ่ง แล้วจางเลือนหายไปราวกับเมฆหมอก จวบจนกระทั่งห้าปีต่อมามีข่าวลือแพร่สะพัดคล้ายกลุ่มควันพริบตาก็คลุ้งกำจายไปทั่ว


ข่าวลือที่ว่า...เจ้าเมืองหางโจวคนใหม่ แท้จริงแล้วก็คือบัณฑิตตกยากแซ่เว่ยผู้นั้น


ไม่ผิด! บัณฑิตแซ่เว่ย หรือก็คือเว่ยซิ่นสือ บัดนี้เขาคือเจ้าเมืองหางโจวคนใหม่  บุรุษหนุ่มผู้มีอนาคตไกล


ข่าวเจ้าเมืองคนใหม่ หรือกระทั่งการปรากฏตัวของเจ้าเมืองหางโจวมิได้ทำให้เถียนชิงหรูรู้สึกยินดียินร้ายได้เท่าข่าวลือที่ว่า เจ้าเมืองหางโจวคือเว่ยซิ่นสือ ช้ำร้ายเขายังเป็นว่าที่บุตรเขยเสนาบดีหม่า คนสารเลวผู้นั้นกำลังแต่งสตรีอื่นเป็นภรรยาทั้งที่ยังมีพันธะสัญญาหมั้นหมายอยู่กับนาง


เวลามักเปลี่ยนใจคน เช่นเดียวกับน้ำทะเลไม่อาจตวงวัด


ความรู้สึกดี ๆ ในใจเมื่อเสียไปแล้วย่อมไม่อาจเรียกคืนกลับได้ เขากล้าหยามเกียรติศักดิ์ศรีตระกูลเถียน ในใจนางย่อมต้องมีความโกรธแค้นชิงชังในตัวเว่ยซิ่นสือเป็นเท่าทวี หากทำได้นางอยากสับร่างของคนสารเลวผู้นั้นออกเป็นพันชิ้น ให้สาสมกับความรู้สึกของนางที่ถูกเหยียบย้ำไม่เหลือชิ้นดี!


เหตุนี้ทำให้นางเดินทางมาพบเว่ยซิ่นสือ แม้รู้ว่าน้ำบ่อเล็กย่อมไม่อาจดับไฟ บุตรสาวนายอำเภอเช่นนางมีสิ่งใดต่อกรกับคนสารเลวเปรียบเสมือนจิ้งจอกพันหน้าเช่นเจ้าเมืองเว่ยได้ ท่ามกลางความหวังเลือนรางของนาง ขอเพียงทำให้เขายอมปลดพันธะหมั้นหมายระหว่างสองตระกูลลงได้ นับจากนี้ความผูกพันระหว่างสองตระกูลเป็นอันจบสิ้น


นางจะถือว่า นับแต่นี้ที่ใดมีคนแซ่เว่ยไม่มีคนแซ่เถียน ครั้นพบหน้าเฉกเช่นคนไม่รู้จัก ชาตินี้ไม่ขอเดินร่วมเส้นทางเดียวกับคนแซ่เว่ย...


***********************************


*หนังสือสามารถสั่งจองผ่านร้านค้าออนไลน์ หรือสั่งผ่านเพจ มะปรางลอยแก้ว ฟางชินได้แล้วนะคะ พร้อมรับหนังสือประมาณกลางเดือน มิ.ย.

* จองผ่านเพจมะปรางลอยแก้ว ฟางซิน ราคาพร้อมส่ง 280 บาท


https://www.facebook.com/maprangloykaew


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 280 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

566 ความคิดเห็น

  1. #538 1988yongsi (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กันยายน 2563 / 19:12
    ยามได้ดีลืมคุณ... เทจ้าาาผู้แบบนี้
    #538
    0
  2. #488 PhaPharerrr (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 00:26
    สำนวนภาษาดีมากค่ะ จากใจคนอ่านนิยายจีนแปลเป็นหลัก
    นักเขียนไทยที่แต่งแนวจีนมีน้อยคนมากที่มีภาษาสวยแบบนี้
    #488
    1
  3. #455 namm_joker (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 14:20
    สำนวนดีมากอะไรท์
    #455
    0
  4. #383 vipnong (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 10:52
    รีไรท์ใหม่เหรอคะ
    #383
    1
  5. #378 K-muk (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 20:11
    ไม่สงสารซิ่นสือเลย ประมาทเอง เอาแต่หมายน้ำบ่อหน้าจนตัวเองต้องตกยาก จากไปเมืองหลวงตั้งนานจนได้ดิบได้ดีแต่ไม่ยอมส่งข่าวให้คู่หมั้นสักแอะ คลเฬว!
    #378
    0
  6. #353 baochompoo2525 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 / 08:48
    ไม่รู้จะสงสารใครก่อนดี.. น่าสงสารทั้งคู่เลย
    #353
    0
  7. #3 เทวฑูตแห่งความตาย (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 19:09
    ค่างเลยจ้าา
    #3
    0
  8. #2 นำ้ทิพย์ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 17:53
    คอตอนใหม่อยู่จ้า
    #2
    0