ชายาตัวร้าย ชินอ๋องลวงรัก สนพ.Dbooks

ตอนที่ 19 : บทที่ ๙ ความรู้สึกที่ซ่อนเร้น ๒

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,693
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 393 ครั้ง
    9 พ.ค. 63

บทที่ ๙ ความรู้สึกที่ซ่อนเร้น 

ตอนที่ ๒

วันนี้นางสวมชุดกระโปรงสีกลีบบัวคลุมทับด้วยเสื้อคลุมขนจิ้งจอกสีขาว ร่างเล็กอ้อนแอ้นเดิมทีแลดูบอบบางเวลานี้จึงดูคล้ายปุยนุ่นล่องลอยอยู่ในอากาศ ดวงหน้างดงามพริ้มเพราดวงตาคู่งามกระจ่างใสสงบนิ่งไม่หวั่นไหว ก้าวเท้าเดินเนิบช้าผ่านประตูเงียบเชียบไร้สุ้มเสียง แต่พอผ่านประตูเข้ามาก็พบว่าน่าแปลกยิ่งนักเหตุใดในคุกใต้ดินจึงไร้ทหารเวรเฝ้าหน้าประตู อีกทั้งเส้นทางปลอดโปร่งโล่งประหนึ่งได้ถูกจัดเตรียมเอาไว้เพื่อนางก่อนหน้านั้นแล้ว


เชิญคุณหนูเถียนเข้าไปด้านในเถิดขอรับโม่ฮวนผายมือไปข้างหน้า ศีรษะและเอวค้อมลงเล็กน้อยตามมารยาทก่อนจะหมุนตัวยืนปักหลักเฝ้าหน้าประตูอย่างขันแข็ง ไม่ยอมให้มดหรือแมลงสักตัวบินผ่านเข้าไปได้


เถียนชิงหรูพยักหน้าเบาและตระหนักได้ในฉับพลัน หากกล่าวว่าหลิงชินอ๋องเย่อหยิ่ง อีกทั้งเจ้าเล่ห์ร้าย นางกลับคิดว่าเข้าช่างเป็นคนมากเล่ห์เจ้าแผนการยากจะดูเบาคนผู้นี้ได้จริง ใจคิดเช่นนั้นมุมปากกลับมีรอยยิ้มจาง ๆ


ทว่าเพียงก้าวเท้าผ่านธรณีประตูชั้นในเข้ามา คิ้วเรียวพลันขมวดขึ้นเป็นปมแน่น เมื่อกลิ่นสาบชวนคลื่นอาเจียนลอยกระทบปลายจมูกจนต้องนิ่วหน้า ดวงตากลมโตกวาดมองไปรอบด้านภายในห้องทึบแสงมีเพียงแสงไฟจากตะเกียงริบหรี่ ขณะที่มือเล็กเริ่มบีบเข้าหากันไม่ยอมคลาย รสฝาดเฝื่อนขมปร่าอยู่ในลำคอยามปลายลิ้นสัมผัสริมฝีปากที่กัดเม้มแน่นฝืนบังคับปลายเท้าไม่ให้สั่นเทา


ภาพตรงหน้าทำให้ร่างเล็กสั่นเทิ้ม ก่อนพาร่างมาหยุดยืนด้านหน้าประตูทำจากเหล็กกล้า มันทั้งแข็งแรงและแน่นหนามีเพียงช่องเล็ก ๆ แค่พอให้มือของนางลอดผ่าน ในคุกใต้ดินอันมืดมนไร้แสงสว่างมีเพียงแสงไฟริบหรี่จากเปลวไฟในตะเกียงพอให้เห็นเสี้ยวหน้าชายวัยกลางคนเสื้อผ้าขาดวิ่นคล้ายถูกทรมานด้วยการเฆี่ยนตี เส้นผมสีดำแซมด้วยสีขาวหลุดรุ่ยแลดูแก่ชราลงเกือบสิบปี


นางหลุบตาลงมองบนพื้นเย็นเฉียบชื้นแฉะมีเพียงเศษฟางกระจัดกระจายข้างกายชายผู้นั้นมีแค่ผ้าห่มผืนบางขาดเป็นริ้ว กระทั่งนางยังไม่แน่ใจว่ามันจะบรรเทาความเหน็บหนาวได้ ด้วยไม่เคยเห็นบิดามีสภาพอเนจอนาถเช่นนี้มาก่อน หัวใจพลันปวดแปลบขอบตาร้อนผ่าวริมฝีปากแห้งผากเม้มแน่น สองมือเล็กกำจิกฝังปลายเล็บลงกลางฝ่ามืออย่างรุนแรงฝืนข่มกลั้นโทสะความเจ็บแค้นเอาไว้ในโพรงอกจนยากจะระงับ


นัยน์ตาสีน้ำผึ้งหม่นแสงราวบ่อน้ำลึกกะพริบตาถี่ไล่ม่านน้ำตาที่เอ่อล้นจนเกือบจะหลั่งออกมาอยู่รอมร่อ ในโพรงอกคล้ายมีคลื่นลูกใหญ่โหมซัดเข้ามาเป็นระลอก ร่างพลันหนาวสะท้านราวกับยืนอยู่ท่ามกลางสายธารน้ำแข็ง ทั้งที่ใจอยากขยับริมฝีปากเปล่งเสียงเอ่ย แต่คล้ายมีบางสิ่งบางอย่างขวางอยู่กลางลำคอ นานครู่หนึ่งกว่าที่นางจะฝืนกลืนมันลงไปอย่างยากลำบาก กระทั่งตกอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่เช่นนี้แล้ว บิดาของนางยังรักษาความสุขุมเยือกเย็นเอาไว้ได้โดยสีหน้าไม่เปลี่ยน


ทะ...ท่านพ่อไม่ง่ายเลยกว่าที่นางจะเปล่งเสียงออกมา ภาพของบิดาทำให้หัวใจของนางเหน็บหนาว แววตาไหวระริกฉาบด้วยความหวาดกลัว เจ็บปวด และเคียดแค้นสุมอก


นายอำเภอเถียนค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้นอย่างอ่อนล้า เหลือบมองบุตรสาวแล้วคลี่ริมฝีปากยิ้ม มือใหญ่ยกขึ้นยื่นผ่านช่องเล็ก ๆ ลูบลงบนศีรษะทุยอย่างอ่อนโยน ติดก็ตรงแผลที่ปวดระบมส่งผลให้เขาเคลื่อนไหวได้อย่างจำกัด


หรูเอ๋อร์เจ้ามาแล้วน้ำเสียงระโหยโรยแรง มุมปากกลับมีรอยยิ้มอบอุ่นไม่จางหาย


ท่านพ่อ เพราะข้าไม่ดีเองท่านถึงได้...นางเอ่ยเสียงสั่นปนสะอื้น ในใจพลันเกิดความคับแค้น ขอบตาร้อนผ่าวไม่นานหยดน้ำใสหลั่งรินดุจม่านฝน


"อย่าโทษตนเองเช่นนี้ " นายอำเภอเถียนส่ายศีรษะพลางเอ่ยปลอบบุตรสาว เจ้าเมืองเว่ยเวลานี้หาใช่เว่ยซิ่นสือคนเก่าไม่


คนผู้นั้นต่ำช้าสารเลว เขาเหี้ยมโหดเกินไปแล้วนางกัดฟันเอ่ย สีหน้าฉายความโกรธแค้นไม่เก็บงำ


เถียนชิงหรูย่อมรู้นิสัยเว่ยซิ่นสือดีกว่าผู้ใด นางแค่นเสียงหยันขึ้นจมูกหว่างคิ้วขมวดขึ้นเป็นปม สองมือเล็กปาดน้ำตาทิ้งอย่างไม่ไยดี "คิดตีคนให้ถึงตาย เกรงว่าเขาไร้คุณธรรมไปนานแล้ว คนผู้นั้นไม่เพียงใจดำอำมหิต ยังสารเลวต่ำช้าถึงกับใช้วิธีสกปรกบีบบังคับฝืนใจผู้อื่น"


ต่อให้รู้สึกขุ่นเคืองเจ้าเมืองเว่ยมากเพียงใด เจ้าต้องคิดอ่านอย่างรอบคอบ แม้ในยามนี้จะมีท่านอ๋องคอยปกป้อง แน่นอนว่า เจ้าเมืองเว่ยคงไม่กล้าคิดกระทำการใหญ่ เพียงแต่สุนัขจนตรอกก็เปรียบดังคนเลว เมื่อหมดหนทางถอยอะไรก็ล้วนทำได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าอย่างไรเจ้าจะต้องระมัดระวังตัวเอาไว้ให้ดี"


ลูกทราบแล้วเจ้าค่ะแววตาของนางเยียบเย็นซ่อนเร้นความอ่อนไหวในใจ


เจ้าเมืองเว่ยเป็นคนทะเยอทะยานใฝ่สูง ยิ่งในเวลานี้เขามีตำแหน่งเป็นถึงเจ้าเมืองหางโจว หนำซ้ำยังมีบารมีเสนาบดีหม่าคอยหนุนหลัง ดังนั้นมีชื่อเสียงแล้วไม่ใช้ประโยชน์ก็เท่ากับเสียเปล่า เพียงแต่เนื้อแท้เจ้าเมืองเว่ยเป็นคนโลเลไม่หนักแน่นผลจึงออกมาเป็นเช่นนี้ เมื่อมีความโลภหลงในชื่อเสียงอันจอมปลอมย่อมเป็นภัยพิบัติที่แท้จริงนายอำเภอเถียนวางฝ่ามือหยาบกร้านลงบนหลังฝ่ามือเล็กของบุตรสาวแล้วตบเบา ๆ สายตาผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเกือบทั้งชีวิตต่อให้หลับตาก็ยังมองได้ทะลุปรุโปร่ง


หรูเอ๋อร์ ท่านอ๋องภายนอกดูเหมือนเย็นชาไร้น้ำใจ แท้จริงแล้วเป็นคนเช่นไรพ่อเชื่อว่าเจ้าย่อมรู้ดีที่สุด


ท่านพ่อ...เถียนชิงหรูกัดริมฝีปาก หลุบตาซ่อนพวงแก้มแดงระเรื่อ


เด็กโง่ เคราะห์ดีที่ครานี้เป็นท่านอ๋องยื่นมือเข้าช่วย เรื่องคดีพ่อจึงไม่กังวล ห่วงก็เพียงแต่เจ้าเท่านั้น


นายอำเภอเถียนเอ่ยพลางถอนหายใจออกมาคำรบหนึ่ง เดิมทีพ่อคิดอยากให้เจ้าแต่งกับบุรุษธรรมดาผู้หนึ่งแล้วใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย เพียงแต่ที่ผ่านมาพ่อมีตาแต่ไร้แววถึงได้สนับสนุนคนผิดจนทำให้เจ้าต้องเป็นทุกข์ใจอยู่เช่นนี้น้ำเสียงสั่นพร่าแฝงความรู้สึกหดหู่จนยากจะระบายออกมาเป็นถ้อยคำ ขณะทอดสายตามองบุตรสาว มุมปากมีรอยยิ้มขื่น


“พ่อมีเจ้าเป็นบุตรสาวผู้เดียวย่อมรักและหวงแหนประหนึ่งแก้วตาดวงใจ ในอดีตพ่อเลือกคนผิดทำให้เจ้าต้องเป็นทุกข์ ในใจจึงเจ็บปวดยิ่งนัก”


ท่านพ่อ อย่าได้โทษตนเองอีกเลยเจ้าค่ะ เถียนชิงหรูเห็นน้ำใส ๆ ในดวงตาของบิดายามเอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกผิดระคนปวดใจ ทำให้นางรู้สึกปวดแปลบในโพรงอกจนแทบกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ไหว มือเล็กเย็นเยียบเคลื่อนกุมมือใหญ่เหี่ยวย่นของบิดาเอาไว้ ท่ามกลางความเหน็บหนาวนางพลันรู้สึกอบอุ่นเหลือเกิน


นายอำเภอเถียนยิ้มทั้งน้ำตาเอ่อคลอ ส่ายศีรษะแล้วเอ่ยอย่างอ่อนโยนว่า หรูเอ๋อร์ ชะตาฟ้าดินเป็นผู้กำหนด ต่อให้ไม่ต้องการก็ยากจะขัดขืนได้


“ลูกทราบแล้วเจ้าค่ะ”


ความหมายของบิดานางย่อมเข้าใจดี ท่านอ๋องทูลขอสมรสพระราชทานเป็นสิ่งที่นางไม่คาดฝันมาก่อน แต่คนผู้นี้ทำสิ่งใดมักซ่อนเร้นปริศนาเอาไว้มากมายจนยากจะคาดเดา คราแรกนางรู้สึกลังเลอยู่ไม่น้อย เพราะต่อให้รักหรือไม่รักสตรีเมื่อแต่งให้บุรุษใดใจย่อมเป็นของบุรุษผู้นั้นไม่อาจเปลี่ยนได้ และด้วยฐานะอันต่ำต้อยของนางจะเพิ่มน้ำหนักความสำคัญในใจของท่านอ๋องได้อย่างไร เพราะการดำรงอยู่อย่างมั่นคงจำต้องพึ่งพาน้ำหนักในใจของผู้เป็นสามี


ยิ่งไปกว่านั้น การเริ่มต้นระหว่างนางกับท่านอ๋องหาใช่เกิดจากความรักไม่ ถึงตอนนี้นางยังคิดไม่ออกว่าวันข้างหน้าจะดำเนินไปเช่นไร ขณะที่เขาเป็นดังพยัคฆ์ร้าย เจ้าเล่ห์กลิ้งกลอกดุจจิ้งจอกขนฟู อีกทั้งบนเส้นทางแห่งอำนาจท่านอ๋องจะมีนางเป็นภรรยาเพียงผู้เดียวได้จริงหรือ คิดมาถึงตรงนี้คล้ายมีคลื่นเล็ก ๆ ก่อตัวขึ้นในใจราง ๆ ความหวั่นไหวอย่างไม่ทราบสาเหตุแล่นเข้าจู่โจมราวกับมีมือที่มองไม่เห็นเอื้อมมาเขย่า


แววตาของนางสับสนแปรเปลี่ยนไปมา ก่อนถอนหายใจออกมาคำรบหนึ่ง เมื่อเลือกที่จะเดินหน้าแล้วไม่อาจถอยหลังกลับไปได้อีก ต่อให้วันข้างหน้าต้องฝังใจจมอยู่กับความทุกข์เพียงลำพัง นางก็จำต้องเดินหน้าต่อ เพื่อทวงแค้นเอาคืนคนพวกนั้นอย่างสาสม เรื่องวันข้างหน้านางล้วนไม่เก็บมาใส่ใจ


ตราบเท่าที่หัวใจดวงนี้ยังคงเป็นของนางไม่แปรเปลี่ยน


ถ้อยคำของบิดายังดังก้องอยู่ในหัวสมอง ขณะย่ำเท้าเดินคิดเรื่อยเปื่อย ทว่าเพียงเท้าเล็กก้าวผ่านธรณีประตู ภายใต้ประกายอันเจิดจ้าของดวงตะวันฉายส่องกระทบลงบนเรือนร่างสูงใหญ่ สะท้อนสู่สายตาเปล่งประกายรำไรใต้เงาต้นเหมยแดงเบ่งบานท่ามกลางหิมะเกาะขาวโพลน จู่ ๆ ความรู้สึกบางอย่างคละเคล้าปะปนแล่นปราดเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว เมื่อแลเห็นแต่ไกลว่าแผ่นหลังของเขาช่างกว้างใหญ่ราวกับท้องฟ้า มือใหญ่คู่นั้นอบอุ่นและแข็งแรงไม่ต่างจากปีกนกอินทรี ขอบตาของนางร้อนผ่าวตื้นตันจนรู้สึกแสบจมูกขึ้นมา


หัวใจดวงน้อยกระตุกสั่นไหวอย่างรุนแรงจนต้องยกมือเล็กขึ้นวางทาบลงบนเนื้อหน้าอก ที่สุดนางก็ตระหนักได้ว่า ไม่เลย หัวใจดวงนี้มิได้เป็นของนางอีกต่อไปแล้ว...


หลิงชินอ๋องยืนแผ่นหลังเหยียดตรงสีหน้าแววตาเย็นชาไม่แปรเปลี่ยน เขาไพล่สองมือไว้ด้านหลังหลวม ๆ มองดูหิมะโปรยปรายใต้ต้นเหมยแดง ครั้นพอหูได้ยินเสียงฝีเท้าของคนตัวเล็ก ร่างสูงขยับปลายเท้าเบา ๆ หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับนาง ท่อนแขนแข็งแรงทั้งสองข้างกางออกกว้าง มุมปากคลี่ยิ้มอบอุ่นพลางสาวเท้าเดินเนิบช้าไม่รีบร้อนตรงมายังโฉมงามจิ้มลิ้มพริ้มเพราที่เขาเฝ้ารออย่างที่ไม่เคยต้องรอคอยสตรีใดมาก่อน


เถียนชิงหรูมองท่อนแขนแข็งแรงทั้งสองข้างกางออกกว้าง รอยยิ้มอันอบอุ่นประดับอยู่บนใบหน้าคม ดวงตาคู่งามประหนึ่งดวงจันทร์แขวนอยู่บนท้องฟ้ากะพริบถี่ไล่ม่านน้ำตาเอ่อคลอ ในใจบังเกิดความอบอุ่นตื้นตันท่วมท้นอยู่ในโพรงอก


นางไม่รู้ว่าตนเองวิ่งเข้าสู่อ้อมกอดนั้นตั้งแต่เมื่อใด สัมผัสอันอบอุ่นในอ้อมแขนแกร่งยามโอบกอดร่างของนางไว้ บีบเคล้นหยาดน้ำใสบริสุทธิ์ดุจน้ำค้างร่วงลงกระทบหลังมือใหญ่สองหยด


ไร้ถ้อยคำปลอบโยน สรรพสิ่งรอบกายเงียบงัน รอบกายของคนทั้งสองมีเกล็ดหิมะเล็ก ๆ โปรยปรายลงมาคล้ายม่านฝน ขณะเดียวกันความรู้สึกที่ซ่อนเร้นคล้ายหินก้อนใหญ่ถ่วงทับหัวใจได้ร่วงหล่นลงไปแล้ว เวลานี้มีเพียงความรู้สึกบางอย่างค่อย ๆ แทรกซึมสู่กลางใจของคนทั้งคู่

 *****************************

 ปลายนิ้วสะกิดหัวใจเป็นกำลังใจให้นักเขียน คอมเมนต์คุยกันค่า ^^

ติดตามมะปราง/ฟางซิน ผ่าน Facebook

https://www.facebook.com/maprangloykaew

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 393 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

566 ความคิดเห็น

  1. #533 150221 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 22:12
    สงสารนายอำเภอเป็นคนดีแต่โดนคนชั่วช้ารังแก
    #533
    0
  2. #449 Bee_Bee_1225 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 02:19
    ท่านอ๋องทำไมถึงได้อบอุ่นแบบนี้หน่ออออ งื้ออออ อิจฉาน้องแมวน้อยเลยยย

    น้องแมวต้องสู้ๆนะลูก เข้มแข็งเข้าไว้นะแล้วทุกสิ่งมันจะผ่านไปได้ด้วยดี
    #449
    0
  3. #447 Viwkhittayarssv (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 14:34
    ท่านอ๋องอบอุ่นจัง^^
    #447
    0
  4. #446 fadiana (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 12:15
    รอๆๆๆๆๆฟฟ
    #446
    0
  5. #445 Goody2526 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 11:41
    หวานนนนนนน

    สงสารท่านพ่อ
    #445
    0
  6. #444 MonthikanPookpha (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 11:20

    รออ่านตอนต่อไปจ้า
    #444
    0
  7. #443 _Aya_ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 11:19
    สงสารท่านพ่อมากเลยค่ะ;;; รอตอนต่อไปค่าไรท์
    #443
    0
  8. #158 H-ray (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 มกราคม 2563 / 18:28
    สนุกมากๆ ขอบคุณค่า
    #158
    0
  9. #118 นกยูง-มายา (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 18:29

    ท่านพ่อยังอยู่ดีมั้ยเนี่ย

    #118
    0
  10. #112 Taksina_Tangkwa (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 01:03

    ขอบคุณค่า
    #112
    0
  11. #111 noon042745 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 20:52

    งื้ออออ
    #111
    1
  12. #110 คนอ่าน (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 20:05

    ติดตาม ตามติด

    #110
    1
  13. #109 Netnapa Thapthimtong (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 19:45

    ยิ้มแก้มแตกแล้วววว
    #109
    1
  14. #108 Phasuk Nyffenegger (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 19:41

    ท่านอ๋องหวาน..เวอร์ รอต่อนะคะ
    #108
    1