High By Your Eyes (gonniel/gonsuk)

ตอนที่ 1 : I - At The Common Again

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 340
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    3 ม.ค. 61

I

At The Common Again

 

 

 

 

 

บยองกนในภาพจำของผมคือ เพื่อนสนิทในวัยเด็กที่เริ่มห่างกันเมื่อเราย้ายเข้าสู่ชั้นมัธยมต้น และกลายเป็นแค่คนรู้จักตอนช่วงมัธยมปลาย ก่อนจะวนกลับเข้ามาอยู่ในวงโคจรของกันและกันอีกครั้ง เมื่อตอนที่แม่ผมเดินมาบอกว่า เขาสอบติดมหาวิทยาลัยเดียวกันกับผม

 

เขาเลือกเรียนดุริยางคศิลป์ ส่วนผมเลือกเรียนภาพยนตร์ คณะเราอยู่ติดกันเพียงแค่ห้าก้าว นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เขายืนพิงรถอยู่หน้าบ้านตอนแปดโมงเช้าในวันเปิดเทอมเมื่อสองเดือนที่แล้ว แล้วเอ่ยชวนผมให้ไปเรียนพร้อมกัน เราแชร์ตารางเรียนเหมือนตอนประถม แต่คุยเรื่องฟุตบอล วงดนตรีโปรด และภาพยนตร์ที่เราชอบแทนเรื่องการ์ตูนโชเน็นที่ฉายทางโทรทัศน์ในเช้าวันเสาร์

 

เราสนิทกัน—อีกครั้ง—ในเวลาอันรวดเร็ว จากที่เคยมีเพื่อนคนละกลุ่มตอนมัธยมก็กลายมาเป็นมีเพื่อนกลุ่มเดียวกัน เรากินข้าวด้วยกันมากสุดคือวันละสามมื้อ และน้อยสุดคือวันละมื้อเดียว


บยองกนเป็นคนตัวสูงแบบมาตรฐานผู้ชายทั่วไป รูปร่างผอมติดจะบางหน่อยๆ แต่ก็มีกล้ามเนื้อตามประสาคนเล่นกีฬาเป็นประจำ ผิวของเขาขาวจนเกือบซีด เพราะแบบนั้นเขาเลยชอบทำสีผมประหลาดๆ ขับให้ตัวเองดูโดดเด่นออกจากคนอื่น—ทั้งๆ ที่ว่ากันตามจริงแล้วนั้น แค่เขาเป็นตัวเขาเหมือนที่เขาเป็นเสมอและตลอดมาก็พิเศษมากพอแล้วแท้ๆ

 

จากช่วงมัธยมที่แทบไม่ได้คุยกัน ทำให้ผมสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงมากมายในตัวเพื่อนสนิทคนนี้ รวมทั้งเรื่องบางเรื่องที่เขายังคงเหมือนเดิมนั่นก็ด้วย

 

เขายังคงชอบฟังเพลงคลาสสิคและเพลงแนวฮิปฮอปมากกว่าเพลงร็อค สวนทางกับที่เขาเลือกเรียนเอกกีต้าร์ไฟฟ้า

 

เขารักสงบ แต่ก็ชอบทำอะไรขัดแย้งในตัวเองอยู่บ่อยๆ เหมือนอย่างที่เขายังคงชอบอ่านหนังสือนวนิยายที่มีบทบรรยายสวยงามมากกว่าหนังสือการ์ตูนเล่มบาง แต่เขากลับชอบดูการ์ตูนอนิเมะมากกว่าหนังรักโรแมนติกที่สร้างมาจากนิยายเรื่องโปรด

 

เขาที่ผมเคยรู้จักยังคงมีชีวิตอยู่

 

และตัวเขาในอีกด้านที่ผมไม่เคยรู้จักมาก่อนก็มีชีวิตอยู่เช่นกัน

 

ตัวเขาที่ผมไม่รู้จัก—ตัวเขาที่ผมกำลังทำความรู้จัก

 

 

 

 

 

 

 

 

เข็มแหลมสีดำบนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือชี้บอกเวลาเที่ยงคืน ไฟทางถูกเปิดให้ความสว่างแทนแสงแดดจากดวงอาทิตย์ที่หายลับไป

 

ผมแวะมินิมาร์ทที่หน้าปากซอยก่อนเข้าบ้าน เพราะข้าวมื้อสุดท้ายที่ตกถึงท้องคือมื้อเที่ยง เนื่องจากวันนี้ผมต้องออกกองไปถ่ายหนังสั้นตั้งแต่ที่เรียนคลาสเช้าเสร็จ มัวแต่ยุ่งวุ่นวายอยู่กับงานจนลืมเวลาเหมือนเคย กว่าจะรู้ตัวว่าท้องฟ้าด้านนอกมืดแล้วก็ตอนที่เพื่อนคนนึงในกลุ่มท้องร้องขึ้นมาเสียงดัง เป็นสัญญาณว่างานวันนี้ควรจบลงได้แล้วนั่นแหละ

 

กล่องข้าวพลาสติก กับน้ำอัดลมและลูกอมกลิ่นมิ้นต์ถูกยิงบาร์โค้ดเพื่อคิดเงิน ผมเคาะนิ้วลงบนเคาท์เตอร์แคชเชียร์เป็นจังหวะ ก่อนจะล้วงมือหยิบกระเป๋าตังค์สีดำออกมาจากกระเป๋ากางเกง

 

“เชสเตอร์ฟิลด์ซองนึงด้วยครับ” ผมสั่งของเพิ่มอีกอย่าง ก่อนจ่ายเงินแล้วถึงค่อยถือถุงพลาสติกเดินออกมา

 

ท่าทางว่าวันนี้ผมคงทำงานเพลินจนลืมซองบุหรี่ไว้ที่เพื่อนสักคนอีกแล้วล่ะมั้ง แถม...อ่า ให้ตายสิ ผมพรูลมหายใจแผ่วในตอนที่หยิบโทรศัพท์ออกมากดเปิดหน้าจอแล้วค้นพบว่า เพื่อนแท้หนึ่งเดียวที่ไปไหนไปกันเสมอได้ดับสูญไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย

 

เรื่องโทรบอกให้ใครสักคนในบ้านลงมาเปิดประตูรั้วคงต้องพับเก็บลงไปก่อนอย่างเสียไม่ได้ แล้วเปลี่ยนวิธีเข้าบ้านปกติให้เป็นวิถีโจรแทน

 

ใช่แล้วครับ การปีนรั้วเข้าบ้านตัวเองไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณฝึกฝนมามากพอ

 

ใช้เวลาหมดไปแทบไม่ถึงนาที ผมก็สามารถกระโดดลงจากรั้วที่สูงเกือบสองฟุตลงมาอยู่ภายในรั้วบ้านได้อย่างง่ายดาย

 

ผมหันไปมองบ้างข้างๆ เล็กน้อย เมื่อเห็นว่าห้องนอนของใครบางคนยังเปิดไฟสว่างโร่ แถมยังมีเสียงกีต้าร์โปร่งเล็ดลอดออกมาแผ่วเบาอีกแน่ะ ผมเปิดประตูบ้านด้วยกุญแจสำรองที่ถูกซ่อนไว้ใต้กระถางต้นไม้ใกล้ๆ รั้ว ก่อนจะเดินผ่านห้องนั่งเล่นและห้องครัว เพื่อออกไปยังโซนสระว่ายน้ำ

 

ถุงพลาสติกจากมินิมาร์ทถูกวางลงบนโต๊ะไม้ข้างสระที่อยู่ชิดติดกำแพง แล้วตามด้วยตัวผมเองที่นั่งห้อยขาอยู่บนโต๊ะแทนที่จะเป็นเก้าอี้

 

ม้วนบุหรี่ถูกเคาะออกจากซองใหม่เอี่ยมของมัน ซิปโปสีเงินจุดไฟดวงเล็กๆ ขึ้นมา ก่อนควันสีขาวจะกระจายตัวไปทั่ว ผมใช้มือข้างซ้ายคีบบุหรี่ไว้ ขณะที่มืออีกข้างก็จัดการเปิดฝากระป๋องน้ำอัดลม จากนั้นก็ตามด้วยฝากล่องข้าว

 

ไอความร้อนของอาหารที่เพิ่งถูกอุ่นด้วยไมโครเวฟจากร้านสะดวกซื้อทำให้ผมต้องเบ้ปากอย่างเสียไม่ได้ ท่าทางคงต้องรอให้มันเย็นลงอีกนิดเสียก่อน เพราะงั้นการกระดกน้ำอัดลมเข้าปากจึงกลายเป็นหนทางประทังชีวิตที่พอจะทำได้มากที่สุดในตอนนี้แทน

 

ผมยกมือซ้ายขึ้นมาดูดบุหรี่ หลังจากที่เพิ่งกระดกน้ำอัดลมไปเกือบหมดกระป๋องในครั้งเดียว กลิ่นมิ้นต์ฟุ้งอยู่ในลำคอและรอบๆ ตัว เสียงกีต้าร์โปร่งจากบ้านข้างๆ ดังเป็นเพลงที่ผมไม่ค่อยคุ้นหู แต่กลับให้ความรู้สึกเพลิดเพลิน—คิดว่านั่นคงเป็นเพลงที่บยองกนเขียนโน้ต และเรียบเรียงขึ้นมาใหม่เอง เพราะว่าเขาชอบแต่งเพลงเวลาว่าง หรือบางทีเขาอาจจะแค่เล่นเพลงนั้นออกมามั่วๆ ก็ได้

 

ใครจะไปรู้

 

แต่เพราะว่าเจ้าของเสียงกีต้าร์โปร่งนั้นเป็นของบยองกน เพราะแบบนั้น ไม่ว่ายังไง เพลงของเขาก็เพราะมากอยู่ดี

 

ผมค่อยๆ เอนตัวนอนลงไปกับโต๊ะไม้ ขาสองข้างที่ห้อยอยู่กวัดแกว่งไปมาตามทำนองเพลงที่ได้ยิน ปิดเปลือกตาหลับลง—สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วลืมตาขึ้นมองดวงดาวนับล้านบนท้องฟ้ามืดสนิท ไฟสีส้มแสดจากม้วนบุหรี่เข้มขึ้นเมื่อผมสูบเอานิโคตินเข้าปอด ก่อนปลดปล่อยมันออกมาเป็นควันสีขาวจางๆ

 

บรรยากาศดีชะมัดเลยแฮะ ถ้านอนอยู่ตรงนี้ได้จนถึงเช้าโดยไม่โดนยุงมาห่ามไปก่อนก็น่าจะดี

 

แต่ก็นะ มันเป็นไปไม่ได้หรอก เพราะอีกเดี๋ยวเดียว คนเล่นกีต้าร์ก็คงปิดไฟเข้านอนแล้วล่ะ

 

แล้วก็เป็นอย่างที่คิด

 

ไฟที่ห้องนอนของบยองกนหายไปแล้ว เช่นเดียวกับเสียงกีต้าร์โปร่งของเขา

 

ผมอมยิ้มน้อยๆ เมื่อพบว่าตัวเองเดาเวลาเข้านอนของใครบางคนถูกต้อง ขณะสูบบุหรี่อีกครั้ง ดื่มด่ำกับกลิ่นมิ้นต์เย็นๆ ที่ทำให้รู้สึกสงบ ก่อนจะเบิกตาโพล่งเมื่อเห็นหัวฟ้าๆ โผล่มาจากกำแพงอีกฟาก

 

น้องฮยอนซอก” เขาเรียกชื่อผม—ลี บยองกนเรียกชื่อผม “เพิ่งกลับมาหรอ”

 

“อือ” ผมพยักหน้างึกงัก ทั้งที่ยังนอนอยู่บนโต๊ะเหมือนเดิมนั่นแหละ

 

“ขอต่อบุหรี่หน่อย” คนที่ตอนแรกร่างกายโผล่พ้นขอบกำแพงมาแค่ศีรษะ ตอนนี้กลับเขยิบตัวขึ้นมานั่งหันหลังแล้วเอี้ยวมาทางผมอยู่บนขอบกำแพงราวกับสั่งได้ ก่อนจะเอ่ยเร่ง “เร็ว”

 

“ขนาดนี้แล้วก็ลงมาต่อบุหรี่เองเลยดิ” ผมว่าเสียงเรียบ แต่ถึงจะพูดไปอย่างนั้น สุดท้ายผมก็ยอมลุกขึ้นมายืนอยู่บนโต๊ะแล้วเท้าแขนกับขอบกำแพงอยู่ดี ก่อนจะยื่นมือข้างที่ถือบุหรี่ไปให้คนข้างๆ ต่อไฟตามสบาย

 

“ใจ” ย่อมาจาก ขอบใจ

 

ว่าจบแล้ว บยองกนก็ใช้ปากของเขางับก้นบุหรี่เอาไว้ ขณะดึงข้อมือของผมให้ขยับสูงขึ้นไปอีกนิด จนกระทั่งปลายบุหรี่ของเราจรดกัน ไฟสีส้มสว่างจุดประกายบนบุหรี่อีกม้วนอย่างรวดเร็ว มือเรียวปล่อยข้อมือผมให้เป็นอิสระในจังหวะเดียวกับที่ควันสีขาวจากอีกคนลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ

 

“เมื่อกี้เพลงใหม่หรอ? แต่งเองป่ะ” ผมชวนคุย พลางสูบบุหรี่ ก่อนจะเคาะปลายบุหรี่ลงกับกำแพงสองสามที แล้วเงยหน้ามองคนข้างๆ

 

“ใช่ แต่แต่งกับแรซอง”

 

ใช่เป็นคำตอบของคำถามแรก

 

และ แต่แต่งกับแรซองเป็นคำตอบของคำถามที่สอง

 

แรซอง หรือ ชเว แรซอง เป็นเพื่อนอีกคนที่อยู่กลุ่มเดียวกับบยองกนตอนมัธยมปลาย แล้วพากันมาเรียนที่เดียวกัน เอกเดียวกันตอนมหาลัย ซึ่งแน่นอนว่าตอนนี้แรซองก็กลายมาเป็นเพื่อนในกลุ่มเดียวกับผมด้วยนั่นแหละ

 

“ทำส่งอาจารย์หรอ” ผมถามต่อ คิดว่าเหตุผลที่พวกเขาแต่งเพลงด้วยกันคงมีอยู่ไม่กี่อย่าง ถ้าไม่ทำงานส่งอาจารย์ ก็คงเอาไปส่งให้ค่ายเพลงที่ไหนสักค่าย

 

ทว่าบยองกนกลับส่ายหน้า แล้วเฉลยคำตอบที่ไม่ตรงกับที่ผมคิดเอาไว้เลยแม้แต่น้อย

 

“เปล่า เพลงนี้โดนพี่ฮันบินใช้ให้แต่ง เขาจะเอาไปใช้ทำวิดีโอแนะนำคณะ โปรโมทตอนช่วงนิทรรศการวิชาการ”

 

“อ๋อ เอาไปจีบเด็กมัธยมอ่ะนะ” ผมว่าเพลางหัวเราะน้อยๆ ก่อนจะบี้ปลายม้วนบุหรี่ลงกับขอบกำแพงเมื่อมันใกล้หมดแล้ว

 

“โทษที พี่ไม่กินเด็กครับน้อง” บยองกนยักไหล่ ก่อนจะหัวเราะออกมากับคำพูดของตัวเอง แล้วว่าต่อ “ก็คงเอาไปทำอย่างนั้นแหละมั้ง แต่ไม่ใช่กูนะ แต่งเพลงจีบสาวแม่ง...ไม่ใช่ทางจริงๆ”

 

“แล้วแบบไหนคือทางของมึง?”

 

เพราะสนิทกันมาตั้งแต่เด็กๆ การแทนตัวเองว่ากูกับมึงเลยเป็นเรื่องปกติ แต่ก็อย่างที่เห็น บยองกนเกิดก่อนผม เขาแก่เดือนกว่า เพราะงั้นบางทีเวลาที่เขาอยากกวนตีนหรือนึกอยากเป็นพี่ขึ้นมา คำว่า น้องฮยอนซอกที่แทนตัวผมซึ่งถูกเรียกโดยเขา และ พี่ที่เขาใช้เรียกแทนตัวเองก็จะถูกหยิบยกมาใช้

 

แล้วก็...อืม เขาก็มีช่วงเวลาที่ได้เป็นพี่ผมทุกวันนั่นแหละ แทบไม่มีวันไหนที่เขาไม่เรียกผมว่าน้องฮยอนซอกเลย

 

บ้าบอชะมัด ว่าไหม?

 

บยองกนกลอกตาไปมาเหมือนกำลังคิดคำตอบ ก่อนจะเหยียดยิ้มเจ้าเล่ห์ “น่าจะแบบที่ล่อให้เขามาจีบเองมั้ง แบบนั้นเหมือนจะสนุกกว่า”

 

“ร้ายนะนาย” ผมว่าไม่จริงจังมากนัก แต่ก็อดจะคิดไม่ได้ว่าเพื่อนที่โตมาด้วยกันคนนี้ซ่อนเขี้ยวไอ้เสือไว้แบบไม่ธรรมดาเลยนะเนี่ย

 

“คนเรามันก็ต้องมีลูกเล่นกันบ้าง จะได้มีอะไรให้รู้สึกดีต่อใจ” เอ้อ เอากับเขาสิ “แล้วมึงอ่ะ รู้สึกเหมือนกูยังไม่ได้ถามมึงเลยป่ะ แบบว่า หกปีในโรงเรียนชายล้วนที่มีโรงเรียนหญิงล้วนอยู่ตรงข้ามนี่เป็นไงวะ จีบใครเขาบ้างไหม? หรือเขามาจีบ?”

 

ผมกะพริบตาปริบ เพราะไม่คิดมาก่อนว่าจะโดนถามคำถามนี้ คือ...จะว่ายังไงดีล่ะ อาจเพราะตอนเราสนิทกันมันเป็นช่วงอนุบาลถึงประถมก็ได้มั้ง—ช่วงที่เรื่องความสนใจในคนอื่นในแบบที่พิเศษกว่าปกติ หรือความสัมพันธ์ในเชิงคนรักยังไม่ได้ก้าวเท้าเข้ามาในชีวิตให้รู้จัก—พอกลับมาสนิทกันแบบนี้ ก่อนหน้านี้เรื่องพวกนั้นก็เลยถูกลืมไปด้วย

 

ผมเท้าคางลงกับแขนที่วางอยู่บนขอบกำแพง ก่อนจะตอบกลับไปเสียงเบา แต่เชื่อเถอะว่ายังไงบยองกนก็ได้ยินมันอยู่ดี

 

“ก็มีแหละ...มั้ง”

 

“เฮ้ๆ หมายความว่าไง ใครมาจีบน้องฮยอนซอกวะ เล่าๆ”

 

เดี๋ยว นี่ต้องตื่นเต้นขนาดนั้นเลย?

 

ผมตั้งคำถามในใจ ขณะเหลือบตามองท่าทางกระตือรือร้นของบยองกนด้วยความเอือมระอา ท่าทางเขาคงคิดว่าผมคงตอบว่า ไม่เห็นมีใครมาจีบประมาณนั้นล่ะมั้ง

 

“ส่วนใหญ่เป็นรุ่นพี่ แต่ก็ไม่ได้คบใครหรอก” ผมเอียงคอไปมาเล็กน้อย ยามนึกถึงหน้ารุ่นพี่ที่ว่า

 

“เอ้า แล้วเขาสวยไหม”

 

“เหอะ”

 

“เดี๋ยวนะ”

 

“หล่อมากกว่า”

 

“ว่าแล้วเชียว”

 

หือ

 

“ความหมายว่าไง” ผมขมวดคิ้วหันขวับหาเรื่องคนข้างๆ ที่กำลังส่งยิ้มหวานมาให้

 

“ก็เห็นน้องฮยอนซอกตอบว่าไม่สวยนี่”

 

“แล้ว?”

 

“กูเลยเดาว่าคงไม่ใช่ผู้หญิง”

 

“เออ เดาเก่ง” ผมดีดนิ้วใส่แขนบยองกนเบาๆ ลงโทษข้อหากวนตีนดีนัก ก่อนจะหันมาก้มลงหยิบกล่องข้าวที่เย็นลงแล้วขึ้นมาวางบนขอบกำแพง ช้อนพลาสติกก็เตรียมพร้อมอยู่ในมือ ผมคลุกข้าวไปมาให้ความร้อนที่อาจจะหลงเหลืออยู่นิดหน่อยกระจายตัวออกไป แล้วตักข้าวคำแรกเข้าปาก

 

“ก็สกิลสูงพอตัว” ว่าแล้วก็ยักไหล่สองสามที ก่อนเขาจะบี้ปลายบุหรี่กับขอบกำแพง แล้วโยนมันทิ้งลงฝั่งบ้านตัวเอง “พรุ่งนี้กลับด้วยกันไหม”

 

บยองกนรู้อยู่แล้วว่าพรุ่งนี้ผมมีเรียนบ่าย ส่วนเขามีเรียนตั้งแต่เช้าจนถึงเย็น เพราะงั้นการถามว่า พรุ่งนี้กลับด้วยกันไหมมันเลยฟังดูเมคเซ้นส์กว่าการถามว่า พรุ่งนี้ไปเรียนด้วยกันไหม

 

“มึงไม่ติดซ้อมหรอ” หมายถึงซ้อมดนตรี ตามกิจวัตรประจำวันของเด็กดุริยางค์

 

“ไม่ พรุ่งนี้แรซองมันต้องไปไหนกับเยดัมก็ไม่รู้” บยองกนเงียบไป ขณะหันมามองหน้าผม ก่อนมือขาวๆ นั่นจะขยับเข้ามาใกล้—ใกล้มากพอที่ปลายนิ้วชี้ของเขาจะเขี่ยแก้มผมได้ “เหมือนมันจะบอกไว้แล้วแต่กูลืมเอง แล้วมึงนี่ยังไงครับน้องฮยอนซอก กินข้าวเผื่อแก้มตั้งแต่เด็กยันโต สกปรกจริงๆ”

 

แหม

 

อยากจะแหมไปให้ถึงดาวอังคาร

 

“มึงก็วุ่นวายกับแก้มกูตั้งแต่เด็กยันโตเหมือนกันอ่ะครับไอ้พี่บยองกน”

 

ผมตักข้าวเข้าปากอีกคำ เผลอแป๊บเดียวข้าวก็ใกล้หมดกล่องแล้ว ไม่รู้ว่าผมกินเร็วเกินไป หรือเขาให้ข้าวมาน้อยกันแน่

 

“ทำเป็น” บยองกนทำเสียงกวนๆ ก่อนจะหัวเราะเบาๆ “รีบๆ กินเถอะจะได้เข้าบ้านไปอาบน้ำนอน เดี๋ยวมึงนอนไม่พอ”

 

“รู้” ผมพยักหน้า จู่ๆ ก็เคี้ยวข้าวเร็วขึ้นกว่าเดิมโดยอัตโนมัติ

 

“นอนไม่พอแล้วตาก็ชอบบวม”

 

วุ่นวาย

 

ผมนึกในใจ ก่อนจะพยักหน้ารับอีกที แล้วตักข้าวคำสุดท้ายเข้าปาก “หมดแล้ว”

 

“หยิบขยะที่โต๊ะมา เดี๋ยวเอาไปทิ้งให้” บยองกนว่าพลางแย่งกล่องข้าวไปถือ แล้วแบมืออีกข้างขอขยะน้อยชิ้นที่มีเพียงแค่ถุงพลาสติกจากร้านสะดวกซื้อ กระป๋องน้ำอัดลมที่ยังเหลือน้ำอยู่ประมาณเศษหนึ่งส่วนสี่ แล้วก็ก้นบุหรี่ของผมที่เพิ่งสูบเสร็จ เขาเขย่ากระป๋องน้ำอัดลมไปมาเล็กน้อย ก่อนจะยื่นมาตรงหน้าผม “ยังเหลืออยู่เลย”

 

“ไม่เอาแล้ว เดี๋ยวเข้าบ้านไปกินน้ำเปล่าดีกว่า”

 

“งั้นกูขอนะ”

 

“เชิญ” จบคำตอบรับของผมปุ๊บ น้ำอัดลมที่เหลือก็ตกเป็นของบยองกนทันที

 

เขาดื่มมันหมดในครั้งเดียว ก่อนจะกระโดดลงจากขอบกำแพงไปยืนบนพื้นหญ้า แล้วเงยหน้าขึ้นมองผม “พรุ่งนี้เลิกเรียนแล้วโทรหาด้วย”

 

“อ่าฮะ”

 

“เจอกัน”

 

“เจอกัน”

 

บยองกนโบกมือให้ผม ก่อนเขาจะเดินไปทิ้งขยะที่ถังขยะซึ่งอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่นัก แล้วถึงค่อยเข้าบ้าน

 

ผมพรูลมหายใจแผ่ว ก่อนจะกระโดดลงจากโต๊ะไม้แล้วเดินเข้าบ้านตัวเองบ้าง

 

เสียงกีต้าร์โปร่งก่อนหน้านี้ที่ได้ยินยังคงดังอยู่ในหัว ผมฮัมเสียงในลำคอตามมันเบาๆ—ไม่รู้เหมือนกันว่านี่เป็นข้อดีหรือข้อเสียที่ผมเป็นพวกหูดี แล้วก็ยังความจำดีอีกด้วย ผมสามารถจำภาพ และเสียง หรืออะไรก็ตามแต่ที่ได้เห็นและได้ยินเพียงแค่ครั้งแรกครั้งเดียวได้แม่นย้ำอย่างน่าประหลาด

 

เป็นอีกครั้งที่ผมต้องรีบวิ่งขึ้นมาบนห้องเพื่อชาร์จแบตโทรศัพท์ ก่อนจะกดเปิดเครื่อง แล้วกดเข้าโปรแกรมบันทึกเสียง คีย์บอร์ดไฟฟ้าเครื่องเล็กราคาถูกเหมือนของเด็กเล่นถูกเสียบปลั๊กเพื่อให้มันสามารถทำงานได้ ผมเทสเสียงด้วยการกดแป้นคีย์บอร์ดตามโน้ตที่อยู่ในหัว พลางกดปรับเสียงเล็กน้อย เมื่อทุกอย่างลงตัวดีก็ค่อยเล่นจริงจัง

 

ผมทำแบบนี้เสมอเมื่อได้ยินบยองกนแต่งเพลงใหม่ๆ ไม่ได้มีเจตนาจะลอกเลียนผลงานของเขาหรอก เพียงแต่ว่า...ถ้าสมมติวันไหนเขาทำไฟล์ที่บันทึกเอาไว้เองหาย บางทีไอ้ที่ผมอัดเสียงไว้นี่ก็อาจจะมีประโยชน์ขึ้นมาบ้างก็ได้ มันอาจฟังดูไร้เหตุผลไปหน่อยนะ แต่ก็นั่นแหละ ผมเองก็หาเหตุผลที่ดีกว่านี้ไม่ได้แล้วเหมือนกัน รู้แค่ว่าตัวเองอยากเก็บมันไว้ อยากได้ยินมันอีก แต่ไอ้ครั้นจะให้ไปขอให้เขาเล่นให้ฟังมันก็ดูแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้ หรือจะรอให้ได้ยินอีกทีตอนเพลงของเขากลายเป็นเพลงของศิลปินสักคน นั่นก็นานเกินไปเหมือนกัน

 

ผมชอบตอนนี้ ก็อยากเก็บไว้ฟังตอนนี้

 

เอาจริงๆ ความรู้สึกชอบนี่ มันจำเป็นต้องมีเหตุผลที่เมคเซ้นส์มารองรับด้วยหรอ

 

ก็แค่ชอบเองนะ

 

ผมกดหยุดการบันทึกเสียงเมื่อเล่นเสร็จแล้ว ก่อนจะเปิดฟังอีกครั้ง แล้วถึงค่อยเซฟมันเก็บไว้ เป็นชื่อไฟล์ที่คล้ายๆ กับอันก่อนหน้านี้ เพียงแต่เปลี่ยนรายละเอียดลงท้ายนิดหน่อย จาก ‘At The Common Again-06’ เป็น ‘At The Common Again-07’

 

เพราะผมมักจะได้ยินเพลงใหม่ๆ ของเขาก่อนใครในระดับเสียงที่ชัดเจนที่สุด เมื่อผมฟังมันจากตรงโต๊ะไม้ข้างสระว่ายน้ำ—ที่ๆ เป็นเหมือนจุดนัดพบระหว่างผมกับเสียงดนตรีของเขา

 

ที่ๆ ผมจะได้ยินเสียงกีต้าร์โปร่งที่เพราะที่สุดในโลก

 

ที่ๆ มีบยองกน

 

ดีจริงที่กลับมาสนิทกันอีก

 

ผมมักคิดแบบนั้นทุกครั้งเวลาเราสูบบุหรี่ด้วยกัน มันเหมือนต่างคนต่างโตขึ้น การสูบบุหรี่อาจไม่ได้หมายความว่าเราสองคนโตเป็นผู้ใหญ่ อะไรทำนองนั้น แต่มันบอกให้รู้ว่าผมกับเขาผ่านอะไรมาเยอะในช่วงที่ไม่ได้เจอและไม่ได้คุยกันเลย ก่อนจะมาคุยกันได้แบบนี้

 

เพราะแบบนั้น มันเลยเป็นเรื่องยากมากเลยนะที่จะไม่ให้ผมรู้สึกดีใจแม้แต่นิดกับการที่เรากลับมาสนิทกันอีกครั้งน่ะ

 

มันดี

 

ดีมากจริงๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

To Be Continued

 

แอ่ก วันนี้ที่รอคอย ได้แต่งฟิคคู่นี้แร้ว กี๊ดดดดดดดดดดดด

 

Hashtag : #hbyegonniel

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

17 ความคิดเห็น

  1. #17 LIN.SMILE (@slyupichaya) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 16:50
    กี้ดด มันดีแบบแปลกแต่มันก็ดีชอบอ่ะแง
    #17
    0
  2. #16 halomhom_ (@halomhom_) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 / 23:52
    กลับมาต่อได้มั้ยคะ.. ดีมากๆเลยฮืออออ
    #16
    0
  3. #15 Palmexol (@Palmexol) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 09:53
    ฮืออออ มันดีงามมากเลยคะแง เขินอ่ะฮือๆๆ บยองกนคือทุกอย่างของน้องแล้ว,_, ฮือ แต่งดีมากเลยคะ ชอบมากๆ มาต่ออีกนะคะสู้ๆ
    #15
    0
  4. #14 DayDreamDRM (@DayDreamDRM) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:22
    ไรท์คนนี้แต่งสนุกทุกเรื่องเลยย รอตอนต่อไปน้า
    #14
    0
  5. #13 bubblegum_pink (@bubblegum_pink) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:51
    กรี๊ดดดดดดดดดด (มาถึงก็กรี๊ดเลย คืออาร้ายยยย) ก่อนอื่นเลย ชอบมากค่ะ ชอบมากทั้งที่เพิ่งอ่านแค่ตอนเดียว เราชอบบรรยากาศในเรื่องมากๆ ให้ฟีลแบบฤดูหนาว ไม่ก็ฤดูฝน ประมาณนั้น ไม่รู้สิ แต่เราว่างานเขียนมันมีบรรยากาศของมันอะ อีกอย่างที่ชอบคือความสัมพันธ์ของทั้งคู่ค่ะ จะว่ามีอะไรมันก็มีมันชัดอยู่ในคำพูดและความคิดเพียงแต่อาจไม่รู้ตัวแค่นั้นเอง ฮือออ ชอบนะคะ ขอบคุณสำหรับฟิค เป็นกำลังใจให้ค่ะ >//<
    #13
    0
  6. #12 bubblegum_pink (@bubblegum_pink) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:50
    กรี๊ดดดดดดดดดด (มาถึงก็กรี๊ดเลย คืออาร้ายยยย) ก่อนอื่นเลย ชอบมากค่ะ ชอบมากทั้งที่เพิ่งอ่านแค่ตอนเดียว เราชอบบรรยากาศในเรื่องมากๆ ให้ฟีลแบบฤดูหนาว ไม่ก็ฤดูฝน ประมาณนั้น ไม่รู้สิ แต่เราว่างานเขียนมันมีบรรยากาศของมันอะ อีกอย่างที่ชอบคือความสัมพันธ์ของทั้งคู่ค่ะ จะว่ามีอะไรมันก็มีมันชัดอยู่ในคำพูดและความคิดเพียงแต่อาจไม่รู้ตัวแค่นั้นเอง ฮือออ ชอบนะคะ ขอบคุณสำหรับฟิค เป็นกำลังใจให้ค่ะ >//<
    #12
    0
  7. #11 dandy. (@morningstarx) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:58
    ติดตามผลงานอยู่ทุกด้อมเลยนะคะ ไม่คิดว่าจะแต่งคู่เลย กรี๊ดมากกกกกก ;-;
    เป็นกำลังใจให้ค่ะ ชอบมู้ดกับภาษามากเลย
    #11
    0
  8. #10 realdefbaipor (@peachplump) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:30
    แงไรท์ ชอบคู่นี้มากเลยนนยนยยย มันดีมาก! ขอบคุณที่แต่งนะคะ
    #10
    0
  9. #9 halomhom_ (@halomhom_) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 17:44
    ขอบคุณที่แต่งนะคะ ฮือชอบคู่นี้มากรอแบบรอเลยค่ะ!!!
    #9
    0
  10. #8 halomhom_ (@halomhom_) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 17:43
    ฮือชอบมากๆๆค่ะ บรรยายดีมากเลยค่ะ รอติดตามนะคะ ชอบมากฉอือ ละมุนจิตจัย
    #8
    0
  11. #7 xxihyon (@yingaloha) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 21:43
    ชอบมากกก บรรยายดีมากกค่า อยากอ่านตอนต่อไปเลยย
    #7
    0
  12. #6 DDDRAB_BY (@tripledshipper) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 16:57
    ฮือออออ แค่1ตอนก็รู้สึกว่าตัวเองเจอขุมทรัพย์แล้วค่ะ ฮือออออออออ ดีมากเลยค่ะ เราปักรอติดตามเลย สู้ๆนะคะเป็นกำลังใจให้ค่ะ อยากรู้ว่าสองคนนี้จะเป็นยังไง จะชอบกันได้ยังไง หรือจะชอบกันมาตั้งนานแล้ว ห่างไปเป็นยังไงบ้าง คือมันแบ่บบ ไม่ไหวแล้วค่ะ ฮือ ชอบมากเลย กรี๊ดดดดด

    ละทั้งคู่คือดูโซฮอตมากกกก แบบมากกกกกก จะเป็นโลมมมมมมม ขอบคุณนะคะ;-;
    #6
    1
  13. #5 Callmeyungying (@Callmeyungying) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 06:25
    ละมุนนน~~~
    #5
    0
  14. วันที่ 2 มกราคม 2561 / 11:37
    ชอบจังค่ะ บรรยายละเอียดอ่านแล้วคิดตามเป็นภาพเลยย เรารอตอนต่อไปนะคะ
    #4
    0
  15. #3 sureemat69 (@sureemat69) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 01:44
    บรรยายสวยมาก ชอบมาก รู้สึกละมุน อบอุ่น อ่านแล้วเหมือนค่อยๆเสพเนื้อเรื่องเสพความรู้สึกตามตัวละครช้าๆ รอต่อนะคะ&#10084;&#65039;
    #3
    0
  16. #2 bv12046 (@bv12046) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 21:57
    ชอบมาเลยคะ รอตอนต่อไปนะคะ^^
    #2
    0
  17. #1 pinktape1888 (@pinktape1888) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 00:28
    ฮื่อตามมาจากแท็กกนเนียลในทวิตเตอร์ ไม่คิดว่าจะมีฟิคมาในวันนี้ ฮื่อน้ำตาจัลไหลลลลล โอ้ยในที่สุด ;-; ขอบคุณที่แต่งนะคะ เรากดเฟบไว้แล้ว จะรอตามตอนไปนะคะ (:
    #1
    1
    • #1-1 king thomas (@pinnstazy) (จากตอนที่ 1)
      26 ธันวาคม 2560 / 08:27
      ขอบคุณนะคะ :-)
      #1-1