คัดลอกลิงก์เเล้ว

(nct markmin) fall more deeply into you.

โดย king thomas

well, i know when you're around cause i know the sound, i know the sound, of your heart.

ยอดวิวรวม

4,632

ยอดวิวเดือนนี้

10

ยอดวิวรวม


4,632

ความคิดเห็น


16

คนติดตาม


422
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  4 ก.พ. 60 / 09:11 น.
นิยาย (nct markmin) fall more deeply into you. (nct markmin) fall more deeply into you. | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 4 ก.พ. 60 / 09:11


“fall more deeply into you”

MARKLEE & NA JAEMIN

 

 

 

 

 

I love Friday,

Because I’ll meet ‘him’ at the club when it’s Friday.

AND TODAY IS FRIDAY.

 

 

 

 

ในคลับคนเยอะเป็นบ้า แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องแย่สักเท่าไหร่ — แม้เขาจะไม่เห็นผม แต่ปลายทางคือผมเห็นเขาบนเวทีได้ถนัดตานั่นก็ถือว่าโอเคแล้ว

 

ผมเลือกที่จะยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนที่กำลังเบียดเสียดแทนที่จะไปยืนอยู่หน้าสุดอย่างทุกที บางทีอาจจะต้องโทษการบ้านวิชารีซันนิ่งที่ทำให้ผมหัวหมุน และกว่าจะได้ออกมาที่คลับก็ปาเข้าไปเกือบสองทุ่มแล้ว — และวงของ เขาเล่นตอนสองทุ่มครึ่ง นั่นแหละ ปัญหาชัดๆ — ผมก้มมองนาฬิกาอีกครั้งเพื่อเช็กเวลา หน้าปัดนาฬิกาที่ข้อมือบอกเวลาสองทุ่มสิบแปดนาที แปลว่าอีกไม่นานนักการแสดงดนตรีสดก็คงจะเริ่มแล้ว

 

และก็เป็นอย่างที่คิด ในอีกไม่กี่นาทีต่อมา นักดนตรีที่มีคิวเล่นดนตรีที่นี่ในทุกคืนวันศุกร์ก็เริ่มเดินขึ้นมาบนเวทีเพื่อเตรียมตัว พวกเขามีกันห้าคน และทุกคนก็เป็นนักศึกษาในคณะศิลปกรรมศาสตร์กันทั้งหมด แต่ผมไม่แน่ใจเรื่องวิชาเอกของพวกเขาสักเท่าไหร่

 

หมายถึงสี่คนที่เหลือนะ ไม่รวม เขา

 

จู่ๆ ผมก็รู้สึกเหมือนเวทีเล็กๆ นั่นมีสปอร์ตไลท์ส่องมาจากที่ไหนสักที่ ผู้หญิงรอบตัวผมกรีดร้องเสียงดังยามได้เห็นหน้าตาหล่อเหลาของพวกเขาชัดเจนมากขึ้น เฉินเล่อนักร้องนำประจำวงกำลังซาวด์เช็กไมโครโฟน เขาเอ่ยทักทายเป็นภาษาจีนสองสามประโยคก่อนจะแปลมันเป็นภาษาเกาหลี จากนั้นภาษาเกาหลีที่ถูกเปล่งด้วยสำเนียงน่ารักๆ นั่นก็เริ่มเอ่ยชื่อสมาชิกในวงไปเรื่อยๆ ไล่ไปตั้งแต่มือเบสที่มาจากจีนเช่นเดียวกันอย่างเหรินจวิ้น ต่อด้วยมือคีย์บอร์ดที่อายุน้อยที่สุดในวง — นักศึกษาปีหนึ่งที่ชื่อจีซอง และมือกลองที่มีดีกรีเป็นถึงเดือนคณะเมื่อปีที่แล้วอย่างเจโน่ ก่อนจะปิดท้ายด้วย...

 

“...ขอเสียงดังๆ ได้ไหมครับ? ไม่ครับ ยังดังไม่พอ ดังกว่านั้นอีก” เฉินเล่อบิ้วอารมณ์ผู้ชมด้วยน้ำเสียงร่าเริง เขายิ้มกว้างอย่างขี้เล่นและนั่นก็ทำให้ดวงตาของเขายิ้มไปด้วย ก่อนมือเรียวจะผายออกไปทางซ้ายตรงกับตำแหน่งที่ใครบางคนกำลังยืนก้มหน้าก้มตาหมุนลูกบิดที่หัวกีต้าร์โดยไม่สนใจเลยสักนิดว่าตัวเองกำลังตกเป็นเป้าสายตา “คนสุดท้าย...คุณมือกีต้าร์สุดฮอตที่เกือบจะได้เป็นเดือนคณะไปแล้วถ้าไม่ติดว่าเขาป่วยตอนช่วงประกวดเฟรชชี่ไอดอลพอดี ขอเสียงกรี๊ดดังๆ ให้กับเขา...มาร์คลีของพวกเรา!

 

อ่าฮะ นั่นแหละ เขา — มาร์คลี นักศึกษาคณะศิลปกรรมศาสตร์ชั้นปีที่สอง เอกกีต้าร์ไฟฟ้า เขามีผมสีบลอนด์สว่างที่ถูกดัดหยิก ซึ่งบางครั้งมันก็ดูฟูๆ ถ้าหากเขาตั้งใจทำให้มันยุ่งเหยิง ฟังดูแล้วทรงผมคล้ายสิงโตเพิ่งตื่นนอนอาจจะทำให้เขาดูแย่ แต่เปล่าเลย ผมว่าเขาดูดีชะมัดในผมทรงนั้น ยิ่งตอนเขาสวมกางเกงยีนส์ทรงสกินนี่สีฟอกที่เข้ากันได้ดีกับเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นไปจนเกือบถึงข้อศอก และกระดุมสองเม็ดบนที่ถูกปลดออกเพื่อให้เห็นสร้อยสีเงินรูปไม้กางเขนแบบนี้นะ...พระเจ้า...curly hair is a new sexy ชัดๆ

 

มาร์คเงยหน้ามาแจกยิ้มตามมารยาท — สาบานเลยว่าผมไม่เคยเห็นยิ้มฝืนๆ ขนาดนั้นของเขามาก่อน บางทีคะแนนวิชาเลือกเสรีที่เขาเรียนอาจจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ล่ะมั้ง ผมเห็นเขาบ่นๆ ลงเฟสบุ๊คเมื่อคืนน่ะ — เขากวาดสายตามองไปทั่วเหมือนหาอะไรสักอย่าง จากนั้นก็ส่ายหน้าน้อยๆ ราวกับหาไม่เจอก่อนจะก้มหน้าก้มตากลับไปเช็กกีต้าร์ตัวโปรดของเขาเหมือนเดิม

 

หลังจากแนะนำตัวสมาชิกในวงเสร็จเรียบร้อย เฉินเล่อก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรมาก เขาหันไปให้สัญญาณกับสมาชิกนิดหน่อย ก่อนที่เจโน่จะเคาะไม้กลองให้จังหวะ พลันเสียงดนตรีก็ถูกบรรเลงขึ้นเป็นเพลง The Sound ของ The 1975

 

โอ้ บังเอิญไปไหมเนี่ย

 

เมื่อคืนผมก็แชร์เพลงนี้ลงเฟสบุ๊คเหมือนกัน เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งเพลงโปรดของผมเลยก็ว่าได้

 

ให้ตาย รู้สึกโชคดีชะมัดที่เคลียร์การบ้านรีซันนิ่งเสร็จ ไม่งั้นผมคงไม่ได้มาดูมาร์คเล่นเพลงโปรดของผมแบบนี้แน่ๆ

 

Well I know when you’re around cause I know the sound, I know the sound of your heart..”

 

นอกจากมาร์คลีที่ผมชอบในคืนวันศุกร์ ก็น่าจะเป็นเสียงของเฉินเล่อนี่แหละมั้งที่ทำให้ผมรู้สึกว่า การได้ฟังดนตรีสดทุกคืนวันศุกร์เป็นการชาร์จพลังงานให้ร่างกายอีกรูปแบบหนึ่ง

 

ผู้คนในคลับส่งเสียงร้องตามเฉินเล่อ ทำให้เสียงร้องเพลงดังก้องขึ้นมา

 

แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่ผมสนใจ

 

ผมหยุดสายตาของตัวเองไว้ที่มาร์คอีกครั้ง มองดูปลายนิ้วของเขาที่กำลังไล้ไปตามสายกีต้าร์ เขาโยกศีรษะเล็กน้อยทำให้กลุ่มผมหยิกสีบลอนด์ขยับตามก่อนมันจะหยุดนิ่งเมื่อมาร์คเงยหน้าขึ้นมา และเราสบตากัน

 

So don’t you tell me that you ‘just don’t get it’ cause I know you do”

 

เป็นเวลากว่าสามวินาทีที่มาร์คยังคงมองมาทางผม ก่อนเขาจะยิ้ม — ที่ไม่ใช่ยิ้มฝืนๆ เหมือนตอนแรก และหลังจากนั้นผมก็ไม่รับรู้อะไรอีกเลยนอกจากแววตาที่กำลังสื่ออะไรบางอย่างจากคนบนเวที และเพลง The Sound ที่ยังคงเล่นต่อไป

 

“...Well I know when you're around cause I know the sound, I know the sound of your heart.”

 

 

 

 

 

 

&

 

 

 

 

 

 

รู้ไหมว่านอกจากกีต้าร์ไฟฟ้าที่รักมากเท่าชีวิตแล้วมีอะไรอีกที่ทำให้ผมอยากเล่นกีต้าร์ต่อไป...?

 

ก็ เขานั่นไง

 

ผมยิ้มให้เขาหลังจากเพิ่งมองหาเขาเจอท่ามกลางฝูงคนที่กำลังยืนเบียดกันแน่นจนแทบไม่มีพื้นที่ว่างอยู่ข้างล่างเวทีนั่น

 

และให้ตายเหอะ เขาตัวแค่นั้นเองนะ ทำไมศุกร์นี้เขาถึงไม่มายืนข้างหน้าวะ — ก่อนหน้านี้เจโน่บอกผมว่า เขามาสายกว่าทุกครั้ง และผมเดาว่าน่าจะเป็นเพราะการบ้านวิชารีซันนิ่งที่เขาชอบบ่นลงเฟสบุ๊คบ่อยๆ แหงๆ ที่ทำให้เขาไม่ได้ยืนอยู่ที่ประจำแถวหน้าสุด แต่ช่างมันเถอะ แค่ผมมองเห็นเขาในตอนนี้ก็พอแล้ว

 

I don’t regret it but I’m glad that we’re through, so don’t you tell me that you just don’t get it cause I know you do”

 

ผมละสายตาจากเขาเมื่อเห็นว่าเขากำลังหน้าแดง และนั่นก็ทำให้เขาน่ารักมากกว่าเดิมตั้งไม่รู้เท่าไหร่

 

ใครๆ ก็ชอบนาแจมิน— เหรินจวิ้นบอกผมเมื่อตอนเที่ยงที่เราไปนั่งกินข้าวด้วยกันที่โรงอาหารของคณะอักษรศาสตร์

 

ใช่ครับ แจมินเรียนอักษรศาสตร์ เขาอยู่ปีสองเหมือนผม และถ้าที่ผมสืบมาไม่พลาดล่ะก็ ดูเหมือนเขาจะเรียนเอกภาษาสเปนโทปรัชญาล่ะมั้งนะ ผมก็เลยลองลงวิชาเลือกเสรีของตัวเองเป็นวิชาปรัชญาไปเพราะคิดว่าจะได้เรียนเซคชั่นเดียวกันกับเขา แต่ที่ไหนได้ นอกจากจะไม่ได้เจอเขาแล้ว ไอ้วิชาปรัชญาอะไรนี่ก็ยังทำเอาผมแทบกระอักเลือดอีกต่างหาก

 

น่าสมเพชตัวเองเป็นบ้า

 

Well I know when you're around cause I know the sound, I know the sound of your heart

 

เพลงแรกของพวกเราสำหรับคืนนี้จบลงได้ดี เฉินเล่อหันมาขยิบตาให้ผมและนั่นก็ทำให้ผมได้แต่กลอกตาใส่ไอ้เด็กนี่

 

จงเฉินเล่อเป็นรุ่นน้องที่คณะผมเอง อยู่ปีหนึ่งเท่ากับจีซองที่เป็นรุ่นน้องที่โรงเรียนเก่าผม พอดีว่าแฮชานไปแลกเปลี่ยนที่จีนหนึ่งปีก็เลยทำให้นักร้องนำวงเราว่าง แล้วเหรินจวิ้นก็แนะนำเฉินเล่อให้พวกเรา ผมเห็นว่าเสียงน้องมันไม่ได้แย่ แม้ว่าจะไม่ค่อยเข้ากับแนวเพลงที่วงเราเล่นสักเท่าไหร่ แต่ของแบบนี้ฝึกกันได้ เด็กมันจะได้มีประสบการณ์ด้วย ก็เลยตอบตกลงทันทีโดยไม่ได้ลองเปิดประกาศรับสมัครนักร้องนำคนใหม่อย่างที่ควรเป็น และนอกจากเฉินเล่อจะเป็นเด็กที่สดใสมากๆ แล้ว ไอ้เด็กนี่ก็ยังเป็นพวก รู้มาก’ อีกด้วย

 

สาบานเลยว่าผมไม่ได้แม้แต่จะไปกดไลค์สถานะหรือเพลงที่แจมินแชร์ เพียงแต่ผมแค่นั่งไล่ไทม์ไลน์ของแจมินดูเล่นๆ เฉยๆ แล้วไอ้เด็กจากเซี่ยงไฮ้ก็โผล่หน้าเข้ามาดูด้วยซะงั้น จากนั้นภาษาเกาหลีสำเนียงเตาะแตะก็ถูกพ่นออกมาเป็นคำว่า ศุกร์นี้เล่นเพลง The Sound ของ The 1975 กันไหมครับ? ผมอยากลองเป็น Matthew Healy อ่ะ

 

เหอะ อยากลองเป็นแมธธิว ฮีลลี่อะไรกันล่ะ เห็นๆ กันอยู่ว่าจงใจแกล้งผมชัดๆ

 

แต่โชคดีที่แจมินดูเหมือนจะไม่รู้ตัว

 

จากนั้นเราก็เล่นเพลงของ DNCE สลับกับ Coldplay ต่ออีกสี่เพลงก่อนจะได้พักครึ่ง

 

ผมเห็นแผ่นหลังของแจมินไหลไปตามฝูงชนที่แยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัวก่อนจะกลับมามันกันต่อในครึ่งหลัง

 

“ขอย้ำอีกทีนะมาร์คว่าใครๆ ก็ชอบแจมิน” เหรินจวิ้นเดินมากระซิบด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ ขณะที่เรากำลังพากันเดินไปนั่งที่บาร์

 

“บอกตรงๆ ว่าวันนี้แจมินของนายน่ารักชะมัด ฉันเห็นคนมองเขาเต็มไปหมด” เจโน่พูดเสริมก่อนจะหันไปสั่งเครื่องดื่มแล้วก็หันหน้ากลับมาพูดต่อ “แต่เขากลับมองแค่นาย” หมอนั่นกลอกตาไปมาแล้วยักไหล่ “น่าคิดนะ”

 

“ก็แล้วใครบอกล่ะว่าไม่คิด” ผมตอบกลับไปเสียงเรียบพลางรับแก้วเบียร์มาจากเจโน่ก่อนจะหันหลังไปมองหาคนที่อยู่ในบทสนทนาแต่ตัวไม่ได้อยู่ตรงนี้

 

“ถ้าจะตามไปก็ตามไปเถอะ มีเวลาสิบนาที” เหรินจวิ้นพูดโดยที่ไม่ได้หันหน้ามามองผม เพราะหมอนั่นกำลังยุ่งกับการแกล้งเฉินเล่ออยู่

 

“ขอบใจ” ผมพยักหน้ารับเล็กน้อยก่อนจะส่งแก้วเบียร์ให้จีซองรับไปแทน ส่วนตัวเองก็ลุกออกจากบาร์ โดยมีเป้าหมายเป็นโซนนั่งกินลมชมวิวที่หน้าร้าน — ที่ผมรู้ดีว่าหลังจากฟังดนตรีสดเสร็จแล้ว แจมินก็มักจะชอบออกมานั่งจิบเบียร์อยู่ที่โซนนี้เสมอ บางทีเขาก็ขนหนังสือเล่นหนาเตอะมานั่งอ่านด้วย พร้อมกับใส่แว่นสายตาทรงกลมที่ทำให้เขาดูน่ารักมากกว่าเดิมเป็นร้อยเท่าพันเท่าจนแทบจะโอเวอร์โหลด

 

พลั่ก!

 

“โทษนะ ไม่ทันมองเลย”

 

อ่า เสียงนี้

 

“ไม่เป็นไร” ผมพูดเสียงอ่อนยามเมื่อสบตากับคนตรงหน้า

 

เราเพิ่งเดินชนกันเมื่อกี้ และผมคิดว่ามันไม่น่าจะใช่เรื่องบังเอิญนะ เพราะถ้าจะมีใครสักคนที่ จงใจก็ขอให้รู้ไว้เลยว่าคนๆ นั้นคือผมอย่างแน่นอน

 

“...โอเค” แจมินรับคำเสียงเบา เขากลอกตาไปมาเล็กน้อยเหมือนจะทำตัวไม่ถูก ก่อนเขาจะสบตาผมอีกครั้ง “เพลง The Sound เมื่อกี้...เพราะดีนะ”

 

พระเจ้า แจมินชวนผมคุยด้วย

 

“เฉินเล่อเป็นคนเลือกน่ะ” ผมยักไหล่น้อยๆ ก่อนจะเม้มริมฝีปากด้วยความประหม่า — โอเคว่าผมอาจจะไม่ใช่คนขี้อาย แต่ให้ทำไงได้ ในเมื่อนี่คือการคุยกันครั้งแรกของเรา และผมก็อยากทำให้เขาประทับใจ 

 

“อ๋อ...แอบแปลกใจนะ ปกติไม่เห็นเคยเล่นเพลงของ The 1975 เลยนี่”

 

“อ่าฮะ ใช่...พอดี..เฉินเล่อบอกว่าอยากลองเป็นแมธธิวน่ะ เราก็ตามใจน้องมันเฉยๆ”

 

“อืม...แล้ว..”

 

“ขอทางหน่อยค่ะ”

 

“โอ๊ะ ขอโทษครับ”

 

“ขอโทษครับ”

 

ผมกับแจมินพูดขึ้นพร้อมกันก่อนเราจะก้าวหลบไปทางเดียวกันด้วยความบังเอิญ ผมกับเขามองหน้ากันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันต่างจากครั้งก่อน มันเหมือนกับว่า...เราต่างก็รู้ดีว่ามันมีอะไรบางอย่างอยู่ในสายตาของเราสองคนในยามที่เรามองกัน และให้ตายเถอะ ผมชอบโมเม้นท์นี้ชะมัด

 

ผมกระแอมกระไอนิดหน่อยก่อนจะเขยิบเข้าไปใกล้คนตรงหน้าหนึ่งก้าว แล้วก้มหน้าไปคุยกับเขา “แจมินเรียนโทปรัชญาใช่ป่ะ”

 

“อือ”

 

“พอดี...เรามีเรื่องจะปรึกษานิดหน่อย แบบว่ารบกวนเวลาสักสิบนาทีไปนั่งคุยกันแป๊บนึงจะเป็นอะไรไหม”

 

“ม..ไม่..ไม่เลยๆ คุยได้นะ...” แจมินส่ายหน้าหวือ เขาตอบเสียงตะกุกตะกัก ก่อนจะยกมือเกาแก้มเล็กน้อย “..ก็..ถ้าเราพอจะช่วยอะไรมาร์คได้อ่ะ”

 

โอ๊ย น่ารักไปแล้ว

 

เขาจ้องผมตาแป๋วตอนพูดประโยคนั้น ก่อนจะส่งยิ้มซื่อๆ มาให้ — เป็นยิ้มซื่อๆ ที่ทำเอาใจผมคิดอกุศลไปชั่วขณะเลยล่ะ


ฮึ่ย จริงๆ เลยนะ☺

 

“แจมินช่วยเราได้อยู่แล้ว เชื่อดิ” ผมว่าพลางยิ้มหวาน “งั้นไปนั่งคุยกันตรงนั้นไหม..”

 

ผมถามขณะพยักเพยิดสายตาไปทางโต๊ะใกล้ๆ ที่ยังว่างอยู่ ซึ่งแน่นอนล่ะว่าแจมินก็พยักหน้าตอบตกลง 


และแม้ว่าบทสนทนาต่อจากนั้นของเราจะเต็มไปด้วยคำพูดประหลาดๆ ที่ว่าด้วยวิชาปรัชญา แต่มันก็ไม่ได้แย่อะไรเลยสักนิด ผมชอบที่จะฟังแจมินพูดเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ นะ เขาเป็นคนมีทัศนคติดี และนั่นล่ะ เสน่ห์ของเขาเลย

 

เราคุยกันเพลินมากจนผมแทบไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังโดนใครบางคนแกล้งเข้าอีกแล้ว เมื่อจู่ๆ เพลง let me love you ที่ดีเจประจำคลับเพิ่งเปิดก็ถูกเปลี่ยนเป็นเพลง The Sound เวอร์ชั่นออริจินัลของวง The 1975 ซะงั้น

 

ผมกับแจมินสบตากันโดยบังเอิญอีกครั้ง — เหมือนตอนนั้น

 

และเพลง The Sound ก็ยังคงเล่นต่อไปท่ามกลางความรู้สึกอบอุ่นในมวลอากาศระหว่างเรา

 

Well I know when you're around cause I know the sound, I know the sound...of your heart”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

END

 

Ps. The Sound – The 1975

 

ชอบคนเรียนเอกกีต้าร์ไฟฟ้าจัง T_T แล้วช่วงนี้ก็แอบชอบอาร์ตเมนด้วย T_T

ฮือ จับมาคู่กันซะเลย นี่แน่ะ

 

ฮอล น้องมาร์คผมหยิกนี่ดีจังเลยอะ ชอบ แง้

แล้วก็คิดถึงน้องแจมินด้วย TTTwTTT

 

Hashtag : #markminbyp

 

ปล.มีแฮชแท็กไว้สกรีมเรื่องสั้นละงับ อิอิ

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ king thomas จากทั้งหมด 29 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

16 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 27 เมษายน 2561 / 17:00
    จะร้องฟัง the sound จามน้องแจมินนะ งื้ออออดีมาก
    #16
    0
  2. #15 MMinS (@mind_pakapornn) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 23:07
    omgggg The 1975 ????
    #15
    0
  3. #14 Kannimayy (@Kannimayy) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 01:19
    ง่ะ เขินจังงงงงงงงง จะกลับไปฟังเพลงนี้อีกรอบบบบบบบบบบ5555555555555555
    #14
    0
  4. #13 itsmepisces (@garagraceelf) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 23:56
    อมก เขินมากๆ เลย เขินตั้งแต่มาร์คเรียนE-Guitarไปจนถึงน้องแจมินเรียนอักษร ฮื่อ ดีจังเลยน้านี่ยิ้มตั้งแต่ต้นเรื่องจนจบแล้วก็ยังหยุดยิ้มไม่ได้เลย อบอุ่นดีจัง -///-
    #13
    0
  5. #12 @makemestay_
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 01:45
    ชอบบรรยากาศแบบในฟิคเรื่องนี้มากๆเลย คิดถึงช่วงที่ได้ไปผับกับเพื่อนจิบเบียร์ ฟังดนตรีแล้วอ่านหนังสือ (ที่อยากอ่านหลังจากต้องตัดใจไปอ่านแต่หนังสือสอบ) -- แค่คิดไม่ถึงว่ามาร์คเล่นกีตาร์กับแจมิน เด็กปรัชญาจะออกมาได้เข้ากันกับบรรยากาศแบบนี้ด้วย ชอบตอนบรรยายว่ามาร์คกับแจมินาสบตากันไปมา อะไรแบบนี้ในบรรยากาศแบบนั้นมันดีมากจริงๆ แอบกร๊าวใจไปกับเด็กสองคนนี้ ฮือ



    ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ
    #12
    0
  6. #11 zowelln (@ploy-10) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 17:56
    ฮืออออออ เขาชอบกันอะแกร น่ารักดี ตอนที่คุยกันนี่สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่ลอยฟุ้งตามเลย55555 ต่างคนต่างปลื้มใช่มั้ยเนี่ย ชอบที่ต่สงคนต่างสังเกตกันและกัน แต่ไม่ได้รู้ในอีกมุมเลย ว่าสิ่งที่ได้สังเกตเห็นนั้น มีเหตุผลมาจากตัวเอง ถ้าได้รู้คงจะรู้สึกดีมากอะ555 เฮ้อ ใครๆ ก็ชอบนาแจมินล่ะเนอะ เฉินเล่อเนอะ5555555
    #11
    0
  7. วันที่ 16 มีนาคม 2560 / 11:25
    น่าร้ากกกก
    #10
    0
  8. #9 jennative's (@aim_) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:14
    แอร้ยยยย มาสั้นๆเบาๆแต่กร๊าวใจดีมากค่ะ
    ชอบจังโมเม้นต่างคนต่างมองกัน เห็นกันจนรู้ที่ประจำอะไรแบบนี้
    แต่พอได้คุยกันจริงๆแล้วก็ฟินเนอะ5555555555
    น่ารักค่ะ ชอบมากๆเลย
    เฉินเล่อน่าร้ากกกกก
    #9
    0
  9. วันที่ 12 มกราคม 2560 / 09:18
    ขอสารภาพว่าตอนแรกที่เห็นคำว่าวิชารีซันนิ่งเรานึกถึงเยลรี่555555555
    มาร์คลีน่ารักจังงงง ชอบตอนช็อตดีดกีต้าร์แล้วเงยหน้าขึ้นมาสบตาแจมิน นึกภาพตามแล้วโคตรกร๊าวใจ๋ เสียงเพลงในผับดังๆแต่เสียงหัวใจเต้นดังกว่าเงี้ย โอ๊ยยยย เขินนนน
    #8
    1
    • 12 มกราคม 2560 / 09:58
      ใช่ค่ะ555555 หนูโดนพี่เยลลี่ครอบงำทำให้ชอบอาร์ตเมน555555
      #8-1
  10. วันที่ 12 มกราคม 2560 / 07:10
    ชอบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบมากกกกกกกกกกกกกกกกกก<3 มาต่อไวๆนะคะ ;___;
    #7
    0
  11. #6 บีเมะ (@pluem321) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 มกราคม 2560 / 06:46
    มันดีจังที่ทั้งคู่เริ่มต้นด้วยอะไรง่ายๆแบบนี้ มาร์คที่จงใจมาชนก็ร้ายใช่เล่น แต่ก็นั่นแหละ ทำตามหัวใจนี่เนาะ ฮื่ออออ แจมินน่ารักมากกกก ผู้คนมากมายแต่สายตาก็มองไปแค่ตรงมาร์คอะ แถมยังมาทุกอาทิตย์ด้วย ต้องอ่านหนังสือก็ยังหอบมาอ่านที่นี่ ...สุดๆเลย แล้วก็นะ ชอบคาแร็กเตอร์นักดนตรีเท่ห์ๆแบบนี้จัง หมายถึง ชอบวงนี้จัง อยากไปชมการแสดงสดสักครั้งจัง????
    #6
    0
  12. วันที่ 12 มกราคม 2560 / 06:42
    น่าร้ากกกกกกกกกกกก
    ไรต์แต่งดี บรรยายออกมาซะหลงน้องมากมาย
    #5
    0
  13. วันที่ 12 มกราคม 2560 / 00:26
    ง่อวววว น่ารักมากๆเลยค่ะ คิดภาพมาร์คลีหัวหยอยๆกับกีต้าร์ไฟฟ้าแล้วแบบ โฮกกกก ใจพังสุด ถ้านี่เป็นแจมินอาจจะจุกความหล่อของมาร์คตายแน่ๆเลย55555555555 ชงได้ก็ให้รีบชงค่ะเพื่อนๆ ฮิ้ววว ทำเป็นคุยเรื่อปรัชญานะมาร์ค ใจจริงอยากคุยเรื่องหัวใจมากกว่ารึเปล่าอ่ะ55555555555
    #4
    0
  14. #3 บี วาย. (@yeryeo-in-love) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 มกราคม 2560 / 00:07
    โอร่ยยย ชอบความขี้แกล้งของแต่ละคน แกล้งมาร์คกันจังงง เขินแทนแล่ววววว
    #3
    0
  15. วันที่ 11 มกราคม 2560 / 23:44
    ฮืออออ ชอบจัง เราชอบการบรรยายถึงมาร์คมากๆเลยเป็นคนที่น่าหลงรักเนอะเซ็กซี่อ่ะ เล่นกีต้าร์ด้วยเล่นเดอะซาวน์ด้วย แอบนึกถึงอดัมเลยค่ะ แง้ แจมินดูมีเสน่ห์แบบบอกไม่ถูกนะ ชอบอีกแล้วค่ะ ฮืออออ ทำยังไงดี ปล.เพลงนี้เราก็ชอบนะ
    #2
    0
  16. วันที่ 11 มกราคม 2560 / 23:34
    แง้ ร้ายกาจจจจจจจ
    นึกภาพตามได้หมดทุกตัวอักษรเลยอ่ะ อะไรกัน! เล่นของใช่มะ ตอบมาซะดีๆนะ ฮืออออ ;-;

    เจ้าหัวสิงโตฟูฟ่องกับเจ้าเพนกวินตัวจ้อย โอ้ย ฟวห่ไรไสหววหหวกนหนหว เขิน
    ทำไม ทำไม แค่นี้ก็เขิน 5555555555555555555

    ทำให้นึกถึงเพลง with you - chris brown เลย
    I need you boo , I gotta see you boo โอ้ยย 5555555
    /กุมผ้าห่มแน่น
    #1
    0