คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย (minbin) oxygen doesn't matter (minbin) oxygen doesn't matter | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
"i know you wanna go to heaven,
but you are just a human."


MINO & HANBIN

เนื้อเรื่อง อัปเดต 30 ธ.ค. 59 / 20:42


OXYGEN DOESN’T MATTER

MINO & HANBIN

 

 

“I know you wanna go to heaven,

but you are just a human.”

 

 

 

ยังมีอีกเหรอคนที่เชื่อเรื่องสวรรค์ใต้ทะเลสาปตอนเที่ยงคืนหลังสวนเอเดนน่ะ

 

ไร้สาระหน่า

 

ก็จริง..แต่ใครจะไปรู้ ในเมื่อพวกที่ไป สวรรค์ไม่เคยมีใครกลับมาเล่าต่อสักคน บางทีมันอาจจะมีจริงก็ได้นะ

 

ปึก!

 

นี่หอสมุดครับ ช่วยคุยกันให้เสียงเบากว่านี้ด้วย ขอบคุณ

 

อ่า...นั่นมัน...คิมฮันบิน

 

เฮือก!

 

นัยน์ตาคมเบิกกว้าง เหงื่อกาฬไหลอาบไปทั่วร่าง เสียงหัวใจเต้นดังระรัว—มิโนพรูลมหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะค่อยๆ หยัดตัวขึ้นจากเตียง เขาปัดผ้าห่มผืนหนาออกไปเพื่อคลายความร้อน ขณะที่มืออีกข้างก็กดปุ่มเร่งเครื่องปรับอากาศให้อุณหภูมิในห้องสี่เหลี่ยมลดลง

 

“ฝันแบบนี้อีกแล้ว...” ริมฝีปากหนาพึมพำเสียงแผ่ว เปลือกตาเนียนปิดลงอีกครั้งก่อนจะเปิดออกในอีกไม่กี่วินาทีต่อมา

 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มิโนฝันถึงวันแรกที่เขาได้เจอ คิมฮันบินและตั้งแต่วันนั้นจนถึงตอนนี้...ครั้งนี้เป็นครั้งที่ห้าแล้วที่เขาฝันเห็นเหตุการณ์นั้นโดยไม่ทราบสาเหตุ นัยน์ตากลมสีดำสนิทแสนเย็นชาคู่นั้นยังคงติดอยู่ในความคิด ซึ่งเขาเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าเป็นเพราะอะไรและทำไม รู้แต่ว่าตั้งแต่ครั้งแรกที่ฝันเห็นฮันบิน หลังจากนั้นอีกวันมา เขาก็มักจะเผลอสบตากับฮันบินโดยบังเอิญในหอสมุดของมหาลัยอยู่เสมอ เราไม่เคยคุยกันอย่างจริงจัง ไม่เคยมีแม้แต่เสี้ยวของสิ่งที่เรียกว่า บทสนทนาเกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ...

 

แปลก

 

นี่มันแปลกเกินไป

 

การที่คนๆ นึงจะฝันเห็นคนอีกคนที่ไม่ได้มีบทบาทอะไรต่อชีวิตประจำวันนับว่าเป็นเรื่องยาก—มิโนมั่นใจ

 

แต่นี่...เขาฝันถึงคิมฮันบินมาห้าครั้งแล้วนะ

 

ห้าครั้งที่ได้สบตากับนัยน์ตากลมสีดำคู่นั้นในความฝัน

 

“ช่างเถอะ...ไม่มีอะไรหรอกมั้ง...” มิโนส่ายหน้าเล็กน้อย เขายกมือขึ้นเสยผมลวกๆ ก่อนจะล้มตัวลงนอนอีกครั้ง

 

ในการหลับตาครั้งที่สอง

 

มิโนไม่เจอฮันบิน

 

 

 

 

 

 

พลั่ก!

 

“โทษที”

 

“ม..ไม่เป็นไร...” มิโนพูดตะกุกตะกัก นัยน์ตาคมกะพริบปริบยามสบเข้ากับดวงตาสีดำแสนเย็นชาของคนตรงหน้า—คิมฮันบิน

 

เราเดินชนกันเมื่อกี้

 

“แทนที่จะพูดว่า ไม่เป็นไรฉันคิดว่านายควรพูดขอโทษฉันเหมือนที่ฉันพูดขอโทษนายมากกว่านะ” ฮันบินว่าเสียงเรียบ ใบหน้าเนียนใสไม่แสดงอารมณ์ใดๆ และมิโนคิดว่าเขากำลังเป็นบ้าที่เอาแต่จ้องริมฝีปากอิ่มสีสดนั่นไม่วางตา

 

“ขอโทษ”

 

“บื้อชะมัด”

 

นั่นคือคำพูดสุดท้ายที่ฮันบินทิ้งไว้ ก่อนร่างบางจะเดินเลี้ยวไปอีกทาง เรียกสายตาของมิโนให้มองตามไป

 

ราวกับตกอยู่ในภวังค์

 

มิโนเพิ่งตระหนักได้ในอีกหลายวินาทีให้หลังว่าเขาต้องรีบไปเรียนวิชาปรัชญา—อาจารย์จียงดุเป็นบ้า ถ้าเขายังมัวแต่มองตามหลังฮันบินอย่างนี้ ชะตาเขาคงได้ขาดแน่—ขาดออกจากกันกลายเป็นตัวเอฟน่ะนะ

 

“อย่าใส่ใจเลยหน่า” เสียงทุ้มพร่ำบอกตัวเอง ก่อนมิโนจะตัดใจก้าวเดินต่อไปทางตึกเรียนกลาง

 

ทิ้งความสงสัย แล้วเก็บเอาความรู้สึกแปลกประหลาดติดตัวไป

 

ความรู้สึกแปลกประหวาดที่ว่า การสบตากับคิมฮันบินเมื่อครู่นั้น ดีกว่าในฝันเป็นไหนๆ

 

 

 

 

 

 

หนาว...หนาวชะมัด...

 

มิโนยกมือขึ้นกอดตัวเองในความฝัน—ใช่ เขารู้ตัวว่าตัวเองกำลังอยู่ในฝัน

 

ร่างของเขาล่องลอยอยู่ใต้น้ำ และเขาคลับคล้ายคลับคลาว่าใต้น้ำแห่งนี้คือทะเลสาบหลังสวนเอเดนของมหาวิทยาลัยไม่ผิดแน่

 

แต่ไหนล่ะ...สวรรค์?

 

เปลือกตาสวยค่อยๆ เปิดออก ฟองอากาศขนาดเล็กลอยละล่องออกมาจากริมฝีปากหนา มิโนหันมองไปรอบตัว ทว่าเขาก็ไม่พบอะไรนอกเสียจากสีฟ้าคราม อากาศใต้น้ำเย็นราวกับอยู่ขั้วโลกเหนือ และมิโนปรารถนาว่าเขาจะตื่นในไม่ช้า...เพราะเมื่อลองหลับตาและลืมตาอีกครั้ง

 

เขาเห็นฮันบินอยู่ตรงนั้นที่ไกลออกไป จมอยู่ในน้ำ และคล้ายจะไม่หายใจ

 

แต่แล้วเปลือกตาสวยของร่างบางก็ค่อยๆ เปิดออก ให้มิโนได้สบตากับนัยน์ตาสีดำแสนเย็นชาคู่นั้นอีกครั้ง ราวกับในฝันเขามีเวทมนตร์ มิโนเห็นฮันบินสลายไปกลายเป็นหนึ่งหลอมรวมกับมวลน้ำรอบตัวเขา ก่อนอุณหภูมิเย็นฉ่ำใต้น้ำจะถูกแปรเปลี่ยนเป็นไออุ่นร้อน

 

มิโนหลับตาลงยามเมื่อสัมผัสนุ่มเบาบางทาบทับลงมาบนริมฝีปากเขา

 

และเมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง

 

นัยนตาสีดำสนิทแสนเย็นชาคู่นั้นก็อยู่ใกล้จนใจแทบหยุดเต้น

 

คิมฮันบินอยู่ตรงหน้าเขา—ในระยะประชิด—ก่อนจะสลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย

 

รู้ตัวอีกทีมิโนก็ค้นพบว่าเขากำลังนอนอยู่บนเตียงเหมือนเดิม—ไม่ใช่ใต้ทะเลสาบหลังสวนเดเอน

 

และที่นี่ไม่มีคิมฮันบิน

 

 

 

 

 

 

หนึ่งสัปดาห์

 

สำหรับการไม่ฝันอะไรประหลาดๆ

 

หนึ่งสัปดาห์

 

สำหรับการที่ไม่ได้เจอคิมฮันบิน

 

มิโนไม่แน่ใจว่าเจ้าของนัยน์ตาเย็นชาคู่นั้นหายไปไหน และสาบานได้ว่าเขาไม่ได้มองหา

 

ไม่...ไม่เลย

 

“รู้ไหมว่าทำไมใต้ทะเลสาบหลังสวนเอเดนถึงถูกเรียกว่าสวรรค์”

 

ใครจะไปรู้” มิโนตอบเสียงเบา ไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าเพื่อนของเขากำลังตั้งถามด้วยเจตนาใด

 

“เพราะในสมุดบันทึกของมหาวิทยาลัยบอกไว้ว่า..ยามเวลาเริ่มนับใหม่ หากท่านจมลงไปแล้วยากจะลืมตา หากแม้แต่ลมหายใจก็ไร้ค่า ทุกสิ่งที่ท่านต้องการย่อมปรากฏตรงหน้า...กิเลสเหล่านั้น สร้างสวรรค์ขึ้นมา”

 

“นั่นบทสวดมนต์เหรอ” เสียงทุ้มพึมพำถาม

 

“แน่นอนว่าไม่ใช่”

 

“แล้วมันคืออะไร”

 

“ทฤษฎีที่ยังไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่าเป็นจริงหรือไม่...ล่ะมั้งนะ”

 

“งั้นก็เป็นแค่เรื่องเหลวไหลน่ะสิ ไอ้สวรรค์อะไรนั่นนะ”

 

“ก็อาจจะ แต่บางทีมันอาจจะเป็นจริงก็ได้นะ ถ้านายลองพิสูจน์ดูสักตั้ง”

 

“ฝันเถอะ”

 

ใช่ ฝันเถอะ ใต้ทะเลสาบนั่นมีสวรรค์เสียเมื่อไหร่

 

มิโนเอ่ยเถียงอยู่ในใจก่อนเขาจะละสายตาออกจากหน้าหนังสืออ่านนอกเวลาที่ต้องใช้สอบไฟนอลที่จะถึงนี้

 

พระเจ้า—คิมฮันบินยืนอยู่ตรงนั้น

 

และในเสี้ยววินาทีที่ได้สบตากับคนที่หายหน้าหายตาไปนาน—คำถามที่ถูกตั้งเอาไว้ก็ได้รับคำตอบ

 

ใต้ทะเลสาบนั่น ไม่มีสวรรค์

ใต้ทะเลสาบนั่น มีคิมฮันบิน

 

 

 

 

 

 

“หนาวเป็นบ้า...” มิโนพูดเสียงเบา เขายกมือขึ้นลูบแขนตัวเองเล็กน้อยขณะยืนอยู่ตรงหน้าทะเลสาบหลังสวนเอเดน—ในเวลาเกือบเที่ยงคืน

 

ลมหนาวเย็นที่พัดปะทะร่างทำให้ต้องกอดตัวเองแน่นขึ้น พลางก้มมองนาฬิกาที่ข้อมืออีกครั้ง

 

11:58

 

หนึ่ง...

 

สอง...

 

สาม...

 

11:5811:59

 

ตูม!!

 

น้ำในทะเลสาบกระจายตัวออกเป็นวงกว้างยามเมื่อมิโนกระโดดลงไป เขาปล่อยตัวให้ตัวเองจมลงสู่ห้วงลึกของความหนาวเหน็บที่หนาวเสียยิ่งกว่าในความฝัน เปลือกตาสวยค่อยๆ เปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นนัยน์ตาคมที่กำลังสะท้อนแสงจันทร์ ข้อมือหนาข้างที่ใส่นาฬิกาถูกยกขึ้นมาดูอีกครั้ง ตัวเลขวินาทีกำลังเดินต่อไป

 

มิโนจำได้ว่าเขาเคยกลั้นหายใจในน้ำได้นานสุดคือสามสิบวินาทีและ—พระเจ้า เขากำลังจะขาดอากาศหายใจ

 

31

 

32

 

33

 

34

 

35

 

 

 

36

 

หมับ

 

“อย่าหยุดหายใจ”

 

นั่น—เสียงฮันบิน

 

มิโนหลับตาแน่น รับรู้ว่าตัวเองกำลังโดนสัมผัส—คล้ายมีใครเอามือมาปิดตาเขาจากด้านหลัง และเขาเดาว่าน่าจะเป็นฮันบิน

 

นาย..มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงมิโนตั้งคำถามอยู่ในความคิด เขาไม่กล้าแม้แต่จะเปิดปากพูดด้วยซ้ำ ในเมื่อออกซิเจนในครอบครองเริ่มเหลือน้อยเต็มทน

 

“ฉันอยู่ที่นี่มาตลอด”

 

หมายความว่ายังไง? นายเป็นใครกันแน่?

 

“ฉันคือสวรรค์”

 

‘…’

 

“ของคนที่ไม่เชื่อว่าสวรรค์มีจริง แต่เชื่อว่าฉันมีอยู่จริง”

 

แย่แล้ว—มิโนรู้สึกเหมือนเขากำลังจะขาดอากาศหายใจ

 

และกำลังจะตาย

 

“บอกความต้องการของนายมาสิ”

 

ฉัน...

 

“เร็วเข้ามิโน เวลาใกล้หมดแล้ว”

 

55

 

56

 

57

 

“พูดออกมามิโน...อ้าปาก แล้วพูดสิ่งที่นายต้องการออกมา”

 

58

 

...ฉัน.....

 

59—

 

“นาย”

 

เฮือก!

 

นัยน์ตาคมเบิกกว้าง ร่างกายสมส่วนขดตัวลอยล่องท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บ สายน้ำเย็นฉ่ำไหลทะลักเข้าสู่ร่างกายทำให้รู้สึกแสบจมูกจนต้องยกมือขึ้นมาบีบจมูกตัวเองแน่น ทว่านั่นก็เป็นเรื่องที่ทำได้ยากเหลือเกิน

 

ตาย...ตายแน่ๆ...

 

มิโนคิดอย่างวิตกยามเมื่อรับรู้ว่าอากาศหายใจกำลังค่อยๆ หายไป เขากลั้นใจเฮือกสุดท้ายเพื่อเงยหน้ามองสิ่งที่ลอยอยู่ตรงหน้ามาได้สักพัก

 

“น..นาย...” มิโนพึมพำเสียงสั่น พลันยกมือขึ้นลูบลำคอตัวเองแผ่วเบาไม่แสบจมูกแล้ว ไม่อึดอัดเหมือนกำลังจะตายด้วยแต่... “นั่น..นาย..?”

 

ศพ

 

มิโนมั่นใจว่าร่างขาวซีดที่ลอยอยู่ข้างๆ ฮันบินคือ ศพไม่มีผิดแน่

 

ศพ

 

ที่หน้าตาเหมือนฮันบินราวกับแกะ

 

“ใช่ นั่นคือฉัน” ฮันบินยิ้มบาง—เป็นรอยยิ้มแรกจากร่างบางที่มิโนเพิ่งได้เห็น—ช่างเป็นรอยยิ้มที่งดงามจริงๆ “และนั่นก็คือนาย”

 

มิโนขมวดคิ้วก่อนเขาจะหันไปมองตามทิศที่ฮันบินชี้นิ้วไป

 

นั่นคือเขา...เขาจริงๆ

 

เขาที่กลายเป็นศพไปแล้ว—ลอยเคว้งและไร้ซึ่งลมหายใจ

 

ไม่สิ...ไม่...

 

มิโนเบิกตากว้างอีกครั้งเมื่อเขาค้นพบว่ารอบๆ ตัวเขาล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยศพมากมาย ทั้งคุ้นหน้าและไม่คุ้น

 

พระเจ้า นี่มันอะไรกันแน่

 

“หมายความว่ายังไง...ฉัน...ตาย...แล้ว...?”

 

ฮันบินนิ่งไป..ก่อนจะยิ้มหวานกว่าครั้งไหนๆ และมิโนรู้สึกกลัวจับใจ

 

“มิโน นายเคยถามตัวเองไหมว่านิทานเรื่อง สวรรค์สร้างขึ้นมาเพื่อใคร? มนุษย์...หรือคนตาย...?”

 

“...” มิโนกระพริบตาถี่ จู่ๆ เขาก็รู้สึกหวาดกลัวอะไรบางอย่างขึ้นมา

 

“ในสมุดบันทึกเล่มที่สิบเอ็ดของมหาวิทยาลัยเอเดนหน้าสิบเก้าบรรทัดที่สามของพารากราฟที่หนึ่งเขียนไว้ว่า...ยามเวลาเริ่มนับใหม่ หากท่านจมลงไปแล้วยากจะลืมตา หากแม้แต่ลมหายใจก็ไร้ค่า ทุกสิ่งที่ท่านต้องการย่อมปรากฏตรงหน้า กิเลสเหล่านั้น สร้างสวรรค์ขึ้นมา...”

 

“...ได้โปรด...ฮันบิน...ได้โปรด...อย่าพูดมันออกมา...” มิโนคร่ำครวญเสียงสะท้าน เขาหลับตาลงด้วยความผวา อากาศใต้น้ำหนาวเหน็บจนต้องกอดตัวเองแนบแน่น ขณะที่ร่างกายหนักอึ้งและจมลงลึกกว่าที่เคย

 

“ลงชื่อผู้บันทึก ณ วันที่ยี่สิบสองตุลาคมปีคริสต์ศักราชหนึ่งพันเก้าร้อยเก้าสิบหก...”

 

“ได้โปรด...อย่า...” เสียงทุ้มสั่นเครือ น้ำตามากมายไหลออกมาจากดวงตาที่กำลังปิดสนิท สองมือยกขึ้นแนบหู หวังว่ามันจะช่วยกั้นเสียงจากภายนอกได้—แต่ทว่าก็ไม่

 

“นักศึกษาคณะวิชาอักษรศาสตร์ เอกวรรณคดี รุ่นที่หนึ่ง”

 

“...”

 

“คิม...ฮันบิน”

 

 

 

 

 

 

 

THE END

 

 

 

I know you wanna go to heaven,

but sorry, heaven is not a place for human.”

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ king thomas จากทั้งหมด 29 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 24 เมษายน 2560 / 23:28
    เฮ้ยยยยชอบอ่ะอะไรที่ทำให้มิตัดสินใจทำอย่างนั้นอ่ะอยากรู้อะไรอยากจะเจออะไรในนั้นแล้วคือมิโนก็ตายใช่มั้ยแล้วฮันบินนางเป็นใครอะไรคืออย่าหยุดหายใจอ่ะฮืออออออยากต่ออ่าาาา
    #2
    0
  2. #1 aim_mi (@sae-jiam) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 01:18
    อ้ากกกกกกกก ชอบคะ !!!! หลอนคะ แต่เอาจริงๆก็สงสัยคะ คือยังไงคะ มิอ่านเจอถึงตรงนี้ แล้ว คือรู้แต่แรกว่าฮันบินตายไปแล้วใช่ไหม แต่ที่ไม่เข้าใจคือทำไมมิโนเห็นฮันบิน แล้วคนรอบข้างเห็นไหม แล้วคือที่ฝันถึงเพราะรู้ว่าฮันบินอยู่ใจ้ทะเลสาปแบบเก็บไปฝันแบบนี้หรอ ทุกครั้งที่เห็นฮันบินคือทุกครั้งที่ฝันถึงมาก่อนหน้านั้น หรือยังไง คือ งงคะสับสน เราอยากรู้มาอธิบายเราเพิ่มทีคะ หรือว่าเราอ่านอะไรพลาดตรงไหนไหม ไรท์มีสเปของตอนนี้ไหมคะ มีเถอะ อยากรู้อ่าาา แล้วอะไรคือสิ่งที่ทำให้มิโนมากระโดดลงทะเลสาปอะไรที่ทำให้ตัดสินใจทำ อยากรู้ๆๆ คือแบบอ่านหนังสือนั้นจนจบแล้วคือรู้อยู่แล้วว่าใครเปนคนเขียน แต่คือรู้ได้ไงว่าคนนั้นคนที่ตัวเองสบตาด้วยคือฮันบิน โอ้ยย อยากรู้ เราว่าเราชอบนะเรื่องนี้ชอบจนรู้สึกแบบ อยากรู้ๆๆๆๆ ทุกๆอย่าง งง เราไหม 5555555

    แต่ก็ขอบคุณนะคะ เราว่าเราชอบจริงๆนะเรื่องนี้
    #1
    0