คัดลอกลิงก์เเล้ว

(nct minren) dear you, a devil is a devil

โดย king thomas

ถึงข้า เจ้าเป็นดั่งนางฟ้า ถึงเจ้า ไม่ว่าอย่างไรข้าก็เป็นเพียงแค่ปีศาจ

ยอดวิวรวม

1,496

ยอดวิวเดือนนี้

13

ยอดวิวรวม


1,496

ความคิดเห็น


20

คนติดตาม


128
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  12 ต.ค. 59 / 19:49 น.
นิยาย (nct minren) dear you, a devil is a devil (nct minren) dear you, a devil is a devil | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 12 ต.ค. 59 / 19:49



DEAR YOU, A DEVIL IS A DEVIL

 

 

 






 

 

บางครั้งคนเราก็ชอบทำอะไรประหลาดๆ ทั้งๆ ที่รู้ตัวดีว่านี่คือสิ่งที่ไม่ควรทำ

 

ผมก็เช่นกัน

 

...

 

...

 

...

 

สัมผัสบางเบาแตะลงมาบนเนื้อผิวอย่างแผ่วเบา ฝ่ามือของเขาร้อนจัดแต่มันก็ตัดกันได้ดีกับอากาศหนาวเย็นในห้องนอนแคบของผม นัยน์ตาคมของเขาเป็นสีแดงวาววับ ดูน่าเกรงขาม ลึกลับ และพิเศษเสียยิ่งกว่าใครที่ผมเคยพบเจอ ยิ่งไปกว่านั้นเขายังมีปีกหนาสีดำสนิทที่หลังอีกด้วย

 

อ่า ยิ่งมอง เขาก็ยิ่งเหมือนตัวประหลาด

 

เขาบอกผมว่าตัวเองเป็นปีศาจ เป็นอดีตเทวดาผู้เป็นที่รักของพระผู้เป็นเจ้า

 

เขาบอกว่าปีกของเขาเคยห่อหุ้มสมบัติล้ำค่าของพระเจ้ามาแล้ว เขาพูดอย่างนั้นขณะขยับปีกสีดำอันแข็งแกร่งมาห่อหุ้มร่างกายของผม กกกอดผมไว้ มอบความสุขให้อย่างหนักหน่วง เล้าโลมจนผมแทบขาดใจตาย หัวใจผมเต้นระรัวราวกับกับมีใครสักคนกำลังกำมือบีบก้อนเนื้อเล็กๆ ภายใต้อกข้างซ้ายนี่

 

เรื่องทั้งหมดนี้มันบ้ามาก แต่ที่บ้ากว่าคงเป็นผม

 

ผมแทบไม่นึกรังเกียจอะไรก็ตามที่เป็นเขาเลยสักนิด ผมยอมจูบริมฝีปากอุ่นร้อนนั่นอย่างว่าง่าย แอ่นร่างกายตอบรับทุกสัมผัสด้วยความโหยหา ปรือตามองสบนัยน์ตาแดงก่ำอย่างหลงใหล พลางสองมือก็ลูบไล้ขนปีกสีดำราวกับต้องมนตร์

 

ยามเมื่อริมฝีปากร้อนดุจเปลวเพลิงแนบลงมาบนหน้าผากผมอีกครั้ง สองปีกสีดำก็กอดรัดร่างกายแนบแน่น ลอยเคว้งด้วยกันอยู่ในอากาศเนิ่นนาน เสียงหัวใจของผมดังก้องห้องสี่เหลี่ยมพร้อมกับความปรารถนาที่ถูกปลดปล่อย เราสบตากันในความมืดอีกครั้ง ก่อนเขาจะใช้สองปีกค่อยๆ ประคองร่างผมวางลงกับเตียงนอนนุ่ม ปลายนิ้วเรียวหนาขยับเกาะเกี่ยวผ้าห่มผืนใหญ่ขึ้นมาห่มให้ เขาแสยะยิ้มร้ายกาจขณะเอ่ยถ้อยคำบอกลา

 

Goodnight”

 

“ราตรีสวัสดิ์ครับ...” ผมกระซิบแผ่วเบาราวกับไร้เรี่ยวแรง ก่อนเปลือกตาจะค่อยๆ ปิดลง แล้วย่างก้าวเข้าสู่ห้วงนิทราอีกครา

 

 

 

 

 

 

BEFORE THE FALL

 

 

 

 

 

ผมเป็นคนนึงที่เกิดมาพร้อมกับความเชื่อที่ว่าคนเราทุกคนล้วนแล้วแต่มีนางฟ้าประจำตัว ฉะนั้นเมื่อเทศกาลแห่งความสุขปลายปีมาถึง ผมจึงไม่พลาดที่จะไปขอพรจากต้นสนที่ใหญ่ที่สุดในเมืองอย่างเช่นทุกปี ผมมักจะทำแบบนี้เสมอจนติดต่อกันมาเป็นปีที่ยี่สิบแล้ว

 

“คุณนางฟ้า...ขอให้มีความสุขนะครับ” ผมอวยพรเธอจากใจ แม้จะไม่รู้ว่าเธอมีอยู่จริงไหม แต่ผมก็เต็มใจจะขอให้เธอมีความสุข เพราะเมื่อนึกถึงเธอทีไร ผมก็รู้สึกอบอุ่นใจอยู่เสมอ คำอวยพรพวกนี้คงเป็นสิ่งเดียวที่ผมพอจะตอบแทนเธอได้

 

ว่าจบแล้วผมก็จัดการแขวนพวกกุญแจรูปดาวของตัวเองเข้ากับต้นสนต้นใหญ่ตามประเพณีของเมืองนี้ที่บอกไว้ว่า เมื่อขอพรเสร็จต้องให้ของขวัญแลกกันกับคำขอ เพราะเหตุนั้นจึงทำให้ต้นสนต้นใหญ่นี้มีของจุกจิกแวววาวห้อยระโยงระยางเต็มไปหมด เข้ากันได้ดีกับแสงสีตามร้านค้าและหิมะสีขาวสวยงาม

 

ทั้งหมดนั้นทำให้ผมตกหลุมรักบรรยากาศของเทศกาลปลายปีอย่างถอนตัวไม่ขึ้นเสมอเลย

 

ผมยิ้มบางเบาขณะเดินเลียบไปตามทางเดินเท้า ในหูมีเสียงเพลงบรรเลงจากหูฟังที่เสียบต่อกับไอพอดเครื่องสีขาว เป้าหมายของวันนี้จบลงแล้ว จะเหลือก็แต่การเดินกลับบ้าน...ใช่ครับ ต้องเดินนี่แหละ เพราะหิมะตกบวกกับว่านี่เป็นช่วงเทศกาลจึงทำให้รถประจำทางปิดให้บริการเป็นระยะเวลาห้าวัน จริงๆ เมื่อก่อนผมก็เดินกลับระหว่างตัวเมืองกับบ้านตัวเองบ่อยนะ แต่ก็นานแล้วเหมือนกันที่ไม่ได้เดินกลับบ้านคนเดียวแบบนี้

 

บ้านของผมอยู่ถัดจากสวนสาธารณะไป เพราะฉะนั้นทางที่ใกล้ที่สุดจึงเป็นถนนเส้นเล็กที่ต้องเดินเลาะเข้าไปในสวนสาธารณะเงียบสงบ แหงล่ะ ตอนนี้พวกเด็กๆ กำลังสนุกกับแสงสีในเมือง หายากนักที่จะมีใครมานั่งมองหิมะตกอยู่ในสวนสาธารณะแห่งนี้

 

ตุบ!

 

“อ้ากกกกกกกกกก!!!

 

“...?!” ผมหยุดปลายเท้านิ่งทันทีเมื่อได้ยินเสียงหวีดร้องดังก้องราวกับมีใครกำลังจะขาดใจตาย พลันก็เห็นพุ่มไม้กำลังสั่นไหวทำให้ผมต้องรีบวิ่งไปดูอย่างช่วยไม่ได้

 

แล้ว...ก็พบเข้ากับเด็กผู้ชายคนนึง...ที่มีหน้าตางดงามราวกับพระเจ้าบรรจงสรรค์สร้าง

 

“ฮึก!” เด็กคนนั้นหอบหายใจเสียงดัง ร่างกายของเขาเปลือยเปล่า ผิวของเขาขาวสะอาดแทบจะใกล้เคียงสีเดียวกับหิมะที่ปกคลุมอยู่รอบๆ

 

ผมชั่งใจเล็กน้อยว่าควรจะขยับเข้าไปหาเขาดีไหม แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้อยู่ดี

 

“เจ้าหนู...เป็นอะไรไหม?”

 

“อย่ามาแตะต้องข้า!

 

เอ้า ไอ้เด็กนี่

 

ผมขมวดคิ้วพลางเอียงหัวเล็กน้อยยามมองเด็กตัวเล็กที่กะจากสายตาแล้วน่าจะอายุราวๆ เจ็ดขวบตรงหน้า ไม่เข้าใจว่าทำไมเด็กตัวกะเปี๊ยกที่...ให้ตายสิ ตัวเขาเปื้อนเลือดด้วย เหมือนจะมาจากข้างหลังนะ ผมมองหน้าเด็กคนนี้ที่กำลังจ้องผมเขม็งอีกครั้งก่อนจะถือวิสาสะไม่สนใจคำพูดของเด็กน้อยด้วยการ...จับเขาพลิกตัวเพื่อดูที่มาของเลือดสีแดงฉาน

 

“โทษนะ”

 

“ก็บอกว่าอย่ามาแตะตัวข้า!!

 

โอ้ ที่บ้านเลี้ยงมายังไงกันเนี่ย

 

ผมแอบยิ้มขำในตอนที่ได้ยิ้มคำว่า ข้าจากเด็กน้อย ทว่าภายในเวลาไม่ถึงนาทีรอยยิ้มของผมก็ต้องหายไปเมื่อได้เห็นแผ่นหลังของเด็กน้อยชัดๆ เต็มสองตา...

 

“เป็นลูกมาเฟียที่ไหนหรือไงวะ...” ผมพึมพำเสียงเบาพลางค่อยๆ ไล้ปลายนิ้วปาดเลือดสีข้นออกไปจากรอยสักรูปแปลกประหลาด มันดู...เหมือนนก? ใช่ๆ เหมือนนกฟินิกซ์อะไรทำนองนั้นที่มีไม้กางเขนอยู่ข้างหลังและมีเถาวัลย์พันล้อมรอบ ที่เถาวัลย์ก็มีดอกกุหลาบประดับไว้อย่างสวยงาม และตรงที่มีหนามของเถาวัลย์ก็คือจุดเดียวกันกับที่มีเลือดไหลออกมา นกตัวนี้ขดปีกเข้าหากันเหมือนว่ามันกำลังแบกอะไรเอาไว้ และถ้าผมดูไม่ผิดนะ...มันน่าจะเป็นรูปหัวใจ...ที่กำลังมีเลือดไหลอาบ

 

ผมไม่รู้ว่ารอยสักอันใหญ่ที่กินพื้นที่ไปทั้งแผ่นหลังของหนูน้อยตรงหน้าหมายถึงอะไร แต่ที่แน่ๆ เลยก็คือผมมั่นใจว่านี่มันไม่ปกติแล้ว

 

“หากตัวเจ้าเต็มไปด้วยบาปหนาก็จงโทษสายตาของเจ้าซะที่บังอาจมองแผ่นหลังของข้า!” เด็กน้อยว่าผมเสียงดุ นัยน์ตาสีดำสนิทของเขาจ้องผมเขม็งก่อนจะเม้มปากแน่นราวกับกำลังสะกดกลั้นความเจ็บปวด

 

“ไปกันเถอะ นายควรได้รับการรักษา” ผมเลิกสนใจคำพูดไร้สาระที่ฟังแล้วไม่ได้ประโยชน์อะไรจากปากของเด็กน้อยแล้วสอดแขนโอบอุ้มร่างกายเล็กเบาหวิวขึ้นแนบอก

 

ถามจริง ปกติเด็กอายุเจ็ดขวบตัวเบาแบบนี้ทุกคนไหม?

 

เจ้าหนูนี่ทำให้ผมรู้สึกเหมือนตัวเองไม่ได้กำลังแบกอะไรไว้เลยแฮะ ตัวเขาเบามาก

 

“ปล่อยข้า!!

 

“เจ็บเหรอ ร้องไห้สิ” ผมพูดขึ้นมาอย่างเหลืออดยามเห็นเด็กน้อยตรงหน้าเอาแต่ตั้งท่าจะขู่กันตลอดเวลาทั้งๆ ที่แววเจ็บปวดก็ฉายชัดอยู่ในดวงตาเสียขนาดนั้น

 

“ข้าไม่มีความจำเป็นต้องร้องไห้ ข้ามิได้อ่อนแอเช่นเจ้า!

 

ดูถูกกันมากอ่ะ

 

ผมหัวเราะเบาๆ ในลำคอแล้วเลิกต่อคำกับเด็กน้อยที่ชักจะพูดจาแก่แดดขึ้นทุกทีๆ

 

โชคดีที่ผมเรียนหมอ และบ้านผมก็เปิดคลินิก แต่ก็ไม่มีใครอยู่เพราะพ่อกับแม่ผมไปฮันนีมูนด้วยกันในวันหยุดยาวนี้ ลองคิดดูสิว่าถ้าทุกคนอยู่บ้าน แล้วผมก็เดินอุ้มเด็กตัวกะเปี๊ยกที่เลือดอาบตัวแบบนี้เข้าบ้านนี่มันจะเป็นยังไง

 

งานนี้มีช็อคแล้วแถมจะมีอาฟเตอร์ช็อคไปอีกหลายวันด้วยแน่ๆ

 

เผลอแป๊บเดียวผมก็เดินมาถึงบ้านตัวเองซะแล้ว จัดการเปิดประตูแล้วก็เปิดไฟให้สว่างวาบทั่วทั้งบ้าน เด็กน้อยในอ้อมกอดยังคงจ้องผมเขม็งเช่นเดิม แต่ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรนอกเสียจากการเปิดประตูบานนึงซึ่งเชื่อมระหว่างตัวบ้านกับตัวคลินิก จากนั้นก็เดินตรงไปที่ห้องทำการรักษา ในห้องนั้นมีเตียงผู้ป่วยวางชิดผนัง ผมจัดการวางร่างกายอาบเลือดลงไปอย่างไม่ยี่หระแม้ว่าเด็กน้อยตรงหน้าจะมีเลือดอาบตัวและไม่มีเสื้อผ้าใส่ก็ตาม

 

“อย่าบังอาจมาแตะต้องข้าอีกเป็นครั้งที่สอง!!

 

มันกลับมาอีกแล้วประโยคนี้ เฮ้อ

 

เล่นตัวจริง

 

ผมส่ายหน้าน้อยๆ ระหว่างใส่ถุงมือยางและตระเตรียมอุปกรณ์ทำแผลเงียบๆ เงยหน้าขึ้นไปมองเด็กน้อยก็เห็นเจ้าหนูนั่นกำลังนั่งชันเข่าแล้วโอบกอดตัวเองแน่น

 

“ขอโทษที แต่ถ้านายไม่ทำแผลล่ะก็...ตายเป็นตายนะเจ้าหนู” ผมว่างพลางแตะมือลงบนหลังของเด็กน้อยตรงหน้าอย่างแผ่วเบา เรียกให้เจ้าตัวเขาตวัดสายตามามองอย่างขุ่นเคือง

 

เด็กน้อยจ้องตาผมอยู่นาน...ก่อนจะสะบัดหน้าหนีไปพร้อมกับทิ้งคำพูดสั้นๆ ไว้ว่า

 

“แล้วเจ้าจะเสียใจที่รักษาข้า เจ้ามนุษย์บาปหนา”

 

ฮึ่ม อย่าให้รู้เชียวนะว่าพ่อแม่เจ้าเด็กนี่เป็นใคร

 

ผมพรูลมหายใจแผ่วเบาก่อนจะเริ่มต้นทำแผลให้เด็กน้อยตรงหน้าท่ามกลางความเงียบงันที่ไม่ได้น่าอึดอัด แต่น่าแปลกมากที่ระหว่างทำแผลนั้น เด็กน้อยคนนี้กลับไม่ร้องออกมาสักแอะ จะให้เรียกว่ามีความอดทนสูงมากก็คงไม่ผิดนัก

 

ใช้เวลาไม่นานเท่าไหร่ ผมก็ทำแผลให้เด็กน้อยจอมแก่แดดเสร็จสิ้น มีผ้าพันแผลพันอยู่รอบลำตัวของเจ้าหนูนี่ ดูๆ ไปก็น่าสงสารอยู่หรอก...แต่ก็นั่นแหละ เจ้าเด็กนี่ไม่เห็นจะทำตัวให้ต้องสงสารเลยจริงๆ เพราะพอทำแผลเสร็จปุ๊บ เจ้าตัวเขาก็หันกลับมาจ้องผมเขม็งเหมือนเดิม เมื่อผมกำลังดันตัวเขาให้นอนคว่ำหน้าลงกับเตียง เพื่อที่จะได้พักผ่อน

 

“นายควรพักผ่อน...”

 

“เอามือเจ้าออกไปจากตัวข้าเดี๋ยวนี้!

 

“ขอบคุณก็ไม่มีสักคำ” ผมสวนกลับหน้าตาย ไม่สนใจคำค้านของเด็กตัวกะเปี๊ยกก่อนจะออกแรงบังคับอีกนิด เด็กตัวน้อยไร้ทางสู้ก็ยอมลงไปนอนคว่ำหน้าลงกับเตียงจนได้ ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะหยิบผ้าห่มที่ปลายเตียงผู้ป่วยมาห่มให้ ตอนนั้นเองที่ผมเพิ่งจะได้เห็นว่านอกจากที่แผ่นหลังแล้ว เด็กคนนี้ก็ยังมีรอยสักอยู่ที่ฝ่าเท้าทั้งสองข้างอีกด้วย

 

ฝ่าเท้าข้างซ้ายของถูกสักเป็นตัว A แต่ทว่ามีเครื่องหมายกากบาทกาทับไว้ ในขณะที่ฝ่าเท้าข้างขวาถูกสักเป็นตัว D เปล่าๆ ไม่มีเครื่องหมายใดๆ มากาทับ

 

เอ...นี่มันจะมีความหมายอะไรหรือเปล่านะ

 

ผมส่ายศีรษะเล็กน้อยเมื่อเผลอคิดอะไรไร้สาระก่อนจะห่มผ้าให้เด็กน้อยไปจะได้จบๆ กันสักที ทว่า...ผมก็เพิ่งจะคิดได้เอาตอนนี้ว่าตัวเองยังไม่รู้จักชื่อเจ้าเด็กคนนี้เลยนี่นา...

 

“นายชื่ออะไรเหรอเจ้าหนู?”

 

“ข้าไม่มีชื่อ”

 

“เป็นเด็กกำพร้าเหรอ?” อ่า ลูกมาเฟียที่ไหนโดนเนรเทศออกจากบ้านมาหรือเปล่าเนี่ย

 

“สมองมนุษย์คิดได้แค่นั้นหรือ?” เด็กน้อยทำเสียงเอือมระอาใส่ผม ก่อนนัยน์ตาสีดำจะมองสบตาผมเล็กน้อยแล้วก็สะบัดหน้าหนีไป “พระเจ้าเรียกข้าด้วยลำดับบุตรแห่งพระองค์”

 

“ห้ะ?”

 

อะไรวะ...?

 

“แต่ชาติก่อนข้าเกิดเป็นมนุษย์ชื่อนาแจมิน...หากเจ้ากล้าเรียกก็จงเรียก”

 

โอ๊ย เมื่อไหร่ไอ้เด็กนี่จะเลิกพูดจาแก่แดดวะ

 

ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ พยายามอย่างมากที่จะไม่เอาเรื่องอะไรกับเด็กตัวกะเปี๊ยกเดียวด้วยการพยักหน้ารับแล้วเอ่ยบอกชื่อของตัวเองออกไปบ้าง

 

“ฉันชื่อเหรินจวิ้น ยินดีที่ได้รู้จัก” ผมว่ายิ้มๆ แล้วจับมือเด็กน้อยตรงหน้าเบาๆ ทว่าคำพูดต่อมาของเจ้าเด็ก (ที่ผมคิดเองเออเองว่าคงเป็น) ลูกมาเฟียก็ทำเอาผมต้องปล่อยมือเล็กนี่แทบไม่ทัน

 

“แต่ข้าไม่ได้อยากรู้จักเจ้าเลยแม้แต่นิด”

 

เดี๋ยวนะ...

 

โว้ยยยยย!!

 

ลูกใครวะมาเอากลับบ้านไปเดี๋ยวนี้เลยนะ!!!

 

ผมถอนหายใจเป็นรอบที่สิบแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างจำยอม คิดว่ารอให้แผลของเจ้าหนูนี่หายดีแล้วค่อยไปตามหาพ่อแม่ก็แล้วกัน เฮ้อ!

 

...

 

...

 

...

 

ตกดึกก็ถึงเวลานอน...อันที่จริงช่วงเทศกาลแบบนี้เวลากลางคืนก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่โรแมนติกพอสมควรเลยนะ แต่น่าเสียดายจริงๆ ที่ผมต้องอยู่เฝ้าบ้านอย่างนี้ นี่ก็ปาเข้าไปจะเที่ยงคืนอยู่แล้วด้วย ก่อนหน้านี้ผมเพิ่งเดินเข้าไปตรงคลินิกเพื่อดูหนูน้อยนาแจมินมา เห็นเจ้าตัวนอนหลับสบายก็เลยไม่ได้ปลุกมากินข้าว คิดว่าคงกำลังเพลียแหละมั้ง ดูท่าจะเจ็บหนักพอควรเลยนี่

 

แล้วผมจะเอายังไงต่อดี...?

 

จะไปตามหาพ่อแม่ของแจมินจากไหน?

 

แล้ว...เอาจริงๆ เด็กนั่นเป็นใครมากจากไหนก็ไม่รู้ มานอนอยู่ในสวนสาธารณะได้ยังไงก็ยิ่งไม่รู้เข้าไปใหญ่

 

โอ๊ย พระเจ้า อะไรทำให้ผมนึกตลกเก็บเด็กนั่นมารักษาตัววะเนี่ย? ถ้าพ่อแม่เด็กเขารู้ผมจะไม่โดนตำรวจมาตามจับเข้าคุกเข้าตารางหรือไงวะ?

 

“เฮ้อ”

 

คิดแล้วก็ปวดหัว นอนดีกว่า พรุ่งนี้ค่อยว่ากันอีกที...

 

ผมกระชับผ้าห่มเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ หลับตาลงโดยไม่ได้เอะใจเลยสักนิดเดี๋ยวว่าตอนนี้กำลังมีใครบางคนลืมตาตื่นขึ้นมาท่ามกลางความมืดมิด

 

 

 

 

 

 

 

LAST FOREVER

 

 

 

 

 

 

ข้าเกลียดมนุษย์

 

มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตแสนประหลาด ไม่ว่าพวกมันจะทำบาปมากเท่าใด พระผู้เป็นเจ้าบิดาแห่งข้าก็ยังคงหลงรักพวกมัน ทว่าใครจะไปรู้ว่าสิ่งที่ข้าเกลียดจะมีดวงชะตาผูกติดกับข้าเช่นนี้

 

ตามตำนานที่ข้าเคยอ่าน เนื้อความในนั้นบอกไว้ว่าเมื่อเทวดาหรือนางฟ้าตนใดตกสวรรค์แล้วได้พบมนุษย์ผู้ใดเป็นผู้แรก มนุษย์ผู้นั้นถือเป็นสมบัติที่ถูกผูกชะตาไว้กับพวกเราตั้งแต่แรก คงเพราะเหตุนั้นจึงทำให้มนุษย์บางกลุ่มมีความเชื่อว่าพวกเขามีนางฟ้าประจำตัว...เช่นเดียวกับเจ้าเหรินจวิ้นอะไรนี่

 

ข้าไม่ได้โง่ ข้ารู้จักเจ้ามนุษย์ผิวขาวตั้งแต่แรกแล้วแต่ไม่อยากจะเสวนาด้วยเสียเท่าไหร่ มีที่ไหนมาอวยพรขอให้ข้ามีความสุขด้วยการแทนชื่อข้าว่านางฟ้า

 

เฮอะ

 

มนุษย์นี่โง่นัก คิดแต่จะให้นางฟ้ามาเป็นเทพรักษาประจำตัวกันอย่างเดียวเลยหรือไง

 

ข้าถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายก่อนจะค่อยๆ ลืมตาตื่นหลังจากหลับมาได้หลายชั่วโมงเพื่อพักฟื้นร่างกายเล็กๆ เนื่องจากสูญเสียพลังบางส่วนให้กลับมามีขนาดเท่าเดิม ข้าลุกขึ้นนั่งห้อยข้าพลางมองร่างกายตัวเองในความมืด ตอนนี้ขาและแขนรวมทั้งลำตัวของขากลับมาเป็นเทวดาที่โตเต็มวัยเช่นเดิมแล้ว...

 

ไม่สิ

 

ตอนนี้ข้าไม่ใช่เทวดาอีกต่อไป

 

ข้าเป็นเพียงปีศาจ...อดีตเทวดาผู้เป็นที่รักของพระผู้เป็นเจ้า

 

ข้ามองปีกสีดำสนิทคู่ใหม่ด้วยไม่รู้จะรู้สึกอย่างไรดี ก่อนหน้านี้มันเป็นสีขาวสะอาด ทว่าข้ากลับถูกเหล่ากลาดิเอเตอร์ย้อมสีมันใหม่ด้วยเลือดของยูนิคอร์น จากนั้นพวกมันก็ฝังหอกแหลมคมลงมาที่ร่างกายของข้า สลักสัญลักษณ์มากมายที่ข้าไม่ต้องการเพื่อตราหน้าว่าข้าไม่ใช่สมบัติแห่งสรวงสวรรค์อีกต่อไป

 

เช่นเดียวกัน อีกไม่นานเจ้ามนุษย์เหรินจวิ้นก็จะมีเทพรักษาประจำตัวตนใหม่แทนที่ข้า เพราะเหตุนั้นข้าจึงมาเพื่อเอ่ยล่ำลามนุษย์ผู้มีจิตใจดีที่สุดเท่าที่ข้าจะเคยพบเจอ

 

อย่างที่ว่าไว้ ข้าไม่ได้โง่ แม้ข้าจะเกลียดมนุษย์ หากแต่เหรินจวิ้นกลับเป็นมนุษย์ของข้า เช่นนั้นข้าจึงรักมนุษย์ผู้นี้ตั้งแต่เขาลืมตาดูโลกโสมมนี่

 

ข้าลอยตัวเคลื่อนที่อย่างไม่เร่งรีบนัก เป้าหมายคือห้องนอนของเหรินจวิ้น ข้าได้ยินเสียงลมหายใจของเจ้านั่นดังมาแต่ไกล เป็นเรื่องธรรมดาที่เทพรักษาประจำตัวจะได้ยินทุกความเป็นไปของมนุษย์ในความดูแลของตน

 

ข้าหยุดร่างกายอยู่เหนือเตียงนอนของเหรินหวิ้น ไล่สายตามองร่างบอบบางด้วยความรู้สึกหลากหลาย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าหากไม่มีข้าแล้วเจ้ามนุษย์ผู้นี้จะเลิกใจดีเสียที เหรินจวิ้นควรรู้ว่าโลกของเขามันโหดร้ายเกินกว่าที่เขาจะยืนกรานเป็นผ้าสีขาวท่ามกลางหยดหมึกสีดำเช่นนี้ได้ เพราะหากเขายังคงเป็นเช่นนี้ไปตลอดชีวิต...ไม่ช้าในวันใดวันนึงเหรินจวิ้นจะต้องเสียใจอย่างแน่นอน

 

และด้วยความสัตย์จริง ข้ามิบังอาจปรารถนาให้มนุษย์ของข้าต้องพบพานความเสียใจใดๆ ก็ตาม

 

ข้าค่อยๆ ขยับปีกอย่างแผ่วเบาฝ่าความมืดมิดเข้าไปช้อนร่างขาวสะอาดของเหรินจวิ้นขึ้นมา ทำให้เปลือกตาสวยค่อยๆ เปิดออก นัยน์ตากลมล้อแสงไฟจ้องมองข้าด้วยแววตระหนกเล็กน้อย มนุษย์ผู้เป็นที่รักจ้องมองข้าอย่างพิจารณา ข้ารู้สึกดียิ่งที่เหรินจวิ้นไม่อาจรู้ได้ว่าข้าได้ยินความคิดของเขาทุกอย่าง

 

เพราะเหรินจวิ้นกำลังเอ่ยชมข้าในใจสารพัดถึงรูปลักษณ์และปีกสีดำสนิท ก่อนริมฝีปากเล็กนั่นจะเอ่ยถามข้าเสียงแผ่ว

 

“นาย...แจมิน...?”

 

“ยินดีที่ได้พบ” ข้าเอ่ยพูดอย่างเป็นทางการ แน่นอน ก่อนหน้านี้ข้าไม่ยินดีเลยสักนิดที่ต้องให้มนุษย์ไร้พลังใดๆ มาเจอตัวเองในสภาพน่าสมเพชเช่นนั้น ทว่าตอนนี้มันต่างกัน...ข้ายินดีที่ได้พบเหรินจวิ้นในร่างโตเต็มวัยนี้มากกว่าร่างเด็กนั่น

 

อ่า...ทำไมจู่ๆ ก็ตัวโตได้ล่ะเนี่ย...? แถมยัง...หล่อชะมัดเลย...

 

มนุษย์อาจชมบุรุษด้วยกันว่าหล่อ ทว่าบนสวรรค์บิดาแห่งข้ามักเอ่ยเสมอว่าข้านั้นงดงาม ข้าจึงไม่แปลกใจอะไรหากเหรินจวิ้นจะมองข้าไม่วางตา

 

“ต้องการข้าหรือ” ข้าเอ่ยถามเสียงเรียบยามเห็นความปรารถนาบางอย่างในดวงตาคู่สวยของร่างบอบบางตรงหน้า

 

และดูเหมือนว่าคำถามของข้าจะตรงจุดเกินไปหน่อย เหรินจวิ้นถึงได้หน้าแดงเสียขนาดนั้น หนำซ้ำหัวใจดวงน้อยๆ ของเขาก็ยังเต้นแรงมากเสียด้วย

 

“ฉัน...”

 

“ข้าเป็นของเจ้า เหรินจวิ้น หากเจ้าต้องการ ข้าย่อมให้เจ้าได้”

 

ในตอนแรกข้าคิดเอาไว้ว่าจะมาให้พรอย่างนึงเป็นของขวัญแก่มนุษย์ที่ดีจนเกินไปอย่างเหรินจวิ้น แต่พอเห็นว่าเขาต้องการอะไรอย่างแน่ชัดอยู่แล้ว ฉะนั้นข้าจึงคิดว่าคงไม่มีเหตุจำเป็นอันใดต้องเอ่ยถามซ้ำอีกครั้งหรอก

 

ข้าไม่รอให้เหรินจวิ้นตอบอะไรก็ตัดสินใจประทับริมฝีปากลงไปบนริมฝีปากนุ่มของเจ้ามนุษย์ที่กำลังมองข้าด้วยความปรารถนาอันเอ่อล้น ข้าจึงปรนเปรอความสุขให้เขาอย่างเอาใจ เสียงหวานของเหรินจวิ้นครางระงมไปทั่วห้องแคบๆ ของเขา ข้าเอ่ยบอกเรื่องราวของข้าระหว่างทำให้เขามีความสุข โอบกอดเขาด้วยปีกแกร่งของข้าที่ไม่เคยจับต้องสิ่งใดเว้นแต่หัวใจเปื้อนเลือดของพระผู้เป็นเจ้า แล้วจุมพิตเขาด้วยรักจนผิวเนื้อขาวของเหรินจวิ้นเห่อร้อนไปทั่วทุกบริเวณ

 

เหรินจวิ้นเกี่ยวเรียวขารัดรอบเอวข้าแน่น ใบหน้างดงามของเขามองข้าในระยะประชิด ข้าจึงยิ้มให้เขาเล็กน้อยก่อนจะฝั่งจูบเข้ากับริมฝีปากเป็นกระจับอีกครั้ง โอบอุ้มเขาลอยค้างกลางอากาศก่อนจะเร่งรัดรุกเร้าร่างกายบอบบางให้มีความสุขอย่างถึงที่สุด เหรินจวิ้นกระตุกเกร็งเล็กน้อยก่อนน้ำสีขาวอุ่นจะถูกปลดปล่อยออกมาเลอะหน้าท้องของข้า เมื่อเห็นว่าความปรารถนาบางอย่างของเหรินจวิ้นหายไปจากดวงตากลมฉ่ำน้ำแวววาวแล้ว ข้าจึงค่อยๆ ขยับร่างกายของตัวเองออกจากร่างกายของเหรินจวิ้นอย่างช้าๆ ทอดสายตามองเขาอีกครั้งอย่างแสนรัก แล้วก็ค่อยๆ วางเขาลงบนเตียงนอนนุ่ม โดยไม่ลืมที่จะกล่าวคำอวยพรแนบชิดใบหูเล็ก

 

Goodnight”

 

“ราตรีสวัสดิ์ครับ...” เหรินจวิ้นเอ่ยตอบเสียงแผ่วก่อนเปลือกตาสวยของเขาจะปิดลง

 

ข้ามองเขาให้เต็มตาอีกครั้ง แล้วเอ่ยความต้องการสุดท้ายกับพระผู้เป็นเจ้าแด่มนุษย์ในความดูแลของข้า

 

“ถึงข้า อดีตเทวดาของท่าน มนุษย์ผู้นี้เป็นดั่งสมบัติล้ำค่า ถึงมนุษย์ของข้าผู้เป็นที่รัก...เหรินจวิ้น ไม่ว่าอย่างไรข้าก็เป็นเพียงปีศาจ ขอท่านพระบิดาโปรดเมตตาข้า ให้ผู้เป็นที่รักเพียงหนึ่งเดียวมีความสุขชั่วนิจนิรันดร์...”

 

ข้าขยับปีกอีกครั้งก่อนจะหันหลังแล้วหายลับไปอย่างแท้จริง

 

“จนกว่าจะพบกันใหม่...”

 

หวังว่าเจ้าจะจำข้าได้ เหรินจวิ้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

END.

 

ในที่สุดดดดดดดดดด! TTT_TTT

หลังจากติดบ่วงความหล่อและรอยยิ้มหวานของน้องแจมินมาสักพักใหญ่ๆ วันนี้ก็มีโอกาสได้เขียนให้น้องเขาเป็นพระเอกสักที ฮือ หวังว่าจะชอบกันนะคะ :)

 

 

 

Ps. ได้แรงบันดาลใจจาก :


 

 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ king thomas จากทั้งหมด 29 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

20 ความคิดเห็น

  1. #20 kaokubrew (@xofor12) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 19:57
    แงงงงงง หวังว่าจะได้พบกันใหม่เร็วๆนะ T_T
    #20
    0
  2. วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 22:10
    ดีมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

    ชอบมากๆ แง่กเขินชรุง ภาษาก็ดี ดีไปหมด /ร้องไห้

    #19
    0
  3. #18 19juline (@p9hmieww) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 16:11
    ฮื้อ อบอุ่นจังเลยคุณปีศาจ อยากให้เป็นเรื่องยาวหรือมีภาคต่อตอนเป็นแจมินเป็นมนุษย์ :)
    #18
    0
  4. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  5. #16 TwinRjr (@RRjr2303) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 20:48
    ถ้าไรท์ทำเป็นเรื่องยาว จะเป็นผลดีต่อรีดมักๆ รีดคนนี้ติดตามไรท์มาหลายเรื่อง ติดทุกเรื่อง รีดคนนี้หวังว่าความปรารถนาของตนจะสมหวัง โอ้มายกืดเนสส
    #16
    0
  6. #15 Rain'Run (@peemmoddang) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:56
    ฮื่ออออออไรท์โปรดเมตตาให้รีดเกรอ์ตาดำๆได้อ่านเรื่องยาวด้วยเถอะนะคะ พลีสสสสสสา
    #15
    0
  7. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:49
    ดีงามค่ะ ภาษาสวยมาก เข้าใจง่าย ชอบบบ
    #14
    0
  8. #13 Yuha*_guzz, (@mooguz) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 / 21:03
    ใช้ภาษาดีมาก ฮือ ชอบคะ
    ตอนจบเหมือนไม่สมปราถนา แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่ดี ที่ได้เจอกัน
    เอ็นดูน้องเหริน พิแจมินต้องไปแล้ว
    มันก็หน่วงแหละ
    แต่งอีกนะค่ะ น่าอ่านมากเลยคะ
    #13
    0
  9. วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 11:19
    ขอให้ทำเป็นเรื่องยาวได้มั้ยคะ pleaseeeee 😢😢😢😢

    ภาษาดีมากเลย อ่านแล้วอินตามง่าย ดึงอารมณ์ได้ดีแท้ อ่านจบแบบไม่รู้ตัว อารมณ์มันค้างแปลกๆ อยากอ่านต่อมากๆ ค่ะ

    สงสารอดีตเทวดาแจมิน แต่ก้ขำตอนร่างเป็นเด็ก

    สงสารเหรินจวิ้น ได้เจอนางฟ้าของตัวเองแค่แป๊บเดียว แต่ที่น่าลุ้นต่อคือ ใครจะมาเป็นนางฟ้าคนต่อไปให้นู๋จวิ้นกัน นี่มโนไปถึง 3 เส้าและ

    ถ้ามีโอกาส มาแต่งต่อ เนอะๆ ก้คอยติดตามนะคะ สู้ๆ
    #12
    0
  10. วันที่ 17 ตุลาคม 2559 / 11:55
    ภาษาสวยมากค่ะ ลึกซึ้งมาก;_; ชอบบบบบบบบบบบบบบบบบบ จะรอติดตามเรื่องต่อไปนะคะ?
    #11
    0
  11. #10 xo JoNg (@did-you-know) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2559 / 14:14
    ชอบมากเลยค่ะ ทำเป็นเรื่องยาวเลยได้ไหมค่ะ ? ?
    #10
    0
  12. #9 Quint.95 (@marry95) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2559 / 05:45
    กร๊าวใจแม่ยก มินเหรินมาก -///- คือชอบฟิคแนวนี้มาก มันดีต่อใจมากๆ ภาษาไรท์ก็เขียนได้ดีมากๆเลย ฮือออ รัก
    #9
    0
  13. วันที่ 12 ตุลาคม 2559 / 21:18
    งื้ออออ~ มันดีต่อใจมากเลยค่ะทุกอย่างคือดีและลงตัว รอนะคะไรท์ >< ><

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 12 ตุลาคม 2559 / 21:18
    #8
    0
  14. วันที่ 12 ตุลาคม 2559 / 15:04
    ชอบมากเลยค่ะ ถ้าเปิดเรื่องยาวได้จะขอบพระคุณอย่างสูงมาก / ทุกอย่างในเรื่องลงตัวมากๆเลยค่ะ ทั้งเรื่องภาษา การวางพล็อต สำนวนการพูด หาอ่านแนวนี้ยากมากๆเลย เป็นกำลังใจให้และรออีกเรื่องค่ะ ;-;
    #7
    0
  15. #6 piixms (@wafflekawaii) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2559 / 04:53
    ชอบบบบบบบบบ บรรยายดีตัวละครก็ดี ฮื้อ เทวดาเจ้าขาเอ็นดูหนูจวิ้นเยอะๆน้า หวังว่าจะมาพบกันใหม่
    #6
    0
  16. วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 22:45
    รอค่ะๆ เป็นกำลังใจให้
    #5
    0
  17. วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 22:06
    รอนะคะไรท์ ><
    #4
    0
  18. #3 Jinju (@yeollymukky) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 20:57
    ดีงาม พล็อตดีงามมาก รอเรื่องใหม่เลยครัช
    #3
    0
  19. วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 20:37
    ดีมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก 

    เราชอบมากเลยค่ะ สำนวนดีอ่ะ ชอบๆ พล็อตก็ดีงาม เหรินจวิ้นกับแจมินก็ดี เง้อออออ ดีอ่ะ ไม่รู้จะพูดคำไหนนอกจากคำนี้

    แต่งอีกนะคะ เรารอ <3
    #2
    0
  20. #1 Arkalight (@81828184) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 20:18
    สนุกมากค่ะ แต่ก็สงสารนาแจมินไม่ได้เลย
    #1
    0