*...::il[The Marvel of Wager - เกมกล คนท้าพนัน]li::...*

ตอนที่ 9 : Marvel [No.1] : ปริศนาที่1 - ปราการสีหิมะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 245
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    21 มี.ค. 50

 

5/3/50
คุยกันซักครู่นะ ^^
ต่อไปนี้จะแบ่งออกเป็นภาคๆ มีทั้งหมด4ภาค4ด่านค่ะ
ภาคนี้คือภาคแรก คู่หูเอกของเรา ลิฟาร์และกรีนดีโอจะต้องผ่านรอบนี้ไปให้ได้ก่อนจึงจะไปรอบต่อไป   ซึ่งแน่นอนว่าถ้าไม่ผ่านก็เท่ากับตาย
ลองมาดูกันมั้ยว่าคุณจะสามารถแก้ปริศนาได้พร้อมกับลิฟาร์หรือไม่
ติดตามชมได้เลยค่ะ

------------------------------------------------------------------------------------

ตลอดเวลาข้าเฝ้ามองอยู่บนนี้

ข้าเห็น...ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น

ข้าเห็นสงครามอันร้อนแรงเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตาย

ข้าเห็นผู้คนล้มลุกคลุกคลาน ตะเกียกตะกายเอาชีวิตรอดมิได้

ข้าเห็นน้ำตา...ข้าเห็นความทุกข์

ข้าเห็นการสูญเสีย

จากหนึ่งชีวิตในสนามรบ เพียงกระพริบตากลับเพิ่มจำนวนเป็นหนึ่งหมื่น

ตามมาด้วยหนึ่งแสน

...และหนึ่งล้าน....

ข้าเห็น  ข้าเห็นมันจากบนนี้

 ข้าเห็นมันภายในกระจกเวทมนตร์

ทว่า....มันกลับให้ข้ามองเห็นในสิ่งที่ไม่อยากรับรู้

ข้าเห็นการกำเนิด

การกำเนิดของบุตรีแห่งแสงสว่างและความมืด

เทพธิดาถูกปีศาจจากขุมนรกลอบหาในคืนพระจันทร์สีแดง


และในคืนนั้นเอง   สงครามก็เริ่มต้นขึ้น


จากวันนั้นถึงครานี้ข้าไม่เคยลืม...ผืนดินอาบโลหิตประดุจดั่งทะเลข้น


เหล่ามนุษย์ล้มตายมากมาย   พวกปีศาจก็สิ้นพลมากไม่แพ้กัน


แต่พวกมันไม่สิ้นหวัง   ยังคงขวนขวายเอาตัวรอด


ข้าเห็น   ข้าเห็นทุกสิ่ง


ปีศาจตนหนึ่งพบบุตรีแห่งแสงสว่างและความมืดเข้า


มันซึ่งหิวกระหายต้องการอาหารเลี้ยงกระเพาะจึงคิดจู่โจม


...ทว่า...


...ข้าเห็น...


พลังมหาศาลจากกายบริสุทธิ์แผ่พุ่งออกมาเผาผลาญแผ่นดินและสรรพชีวิตจนดับสูญทั่วบริเวณนั้น


...ข้าเห็น...


พลังของเด็กไม่รู้เดียงสาคร่าลมหายใจหลายชีวิตอย่างไม่รู้ตัว


...ตราบาปเกิดขึ้นตั้งแต่แรกเกิด...


ข้าซึ่งเห็นความตายไม่อาจห้ามหรือช่วยได้


ข้าขอถามท่านผู้สดับรับเรื่องราวเหล่านี้


กาลเวลาล่วงเลยนับพันปี


จากเด็กเข้าสู่วัยรุ่น   จากวัยแรกรุ่นเข้าสู่วัยสาว


บัดนี้บุตรีแห่งแสงสว่างและความมืดได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่


กลายเป็นราชินีจ้าวแห่งความงามในทั่วหล้า





...ข้าขอถาม...







...สตรีผู้นั้นคือใคร
...






 

          "คำถามนี้ยากใช่ไหมล่ะ"


         
คำถามรู้ทันของคนรู้ใจเอ่ยขึ้นหลังจากปลายตามองข้อความบนกระดาษหนังจบแล้ว   ลิฟาร์เงยหน้ามองกรีนดีโอซึ่งเหมือนไม่ใส่ใจอะไรกับโจทย์มากนักแล้วคลายปมคิ้ว   พับกระดาษเก็บเข้ากระเป๋า


         
พระเจ้าเลือกคำถามหิน ๆ เพื่อตัดคู่ต่อสู้ไปงั้นหรือ


         
"นี่คือคำถามที่เราต้องแก้" เด็กสาวว่า "ทำไมนายไม่สนใจล่ะ"


         
"มันไม่ใช่หน้าที่ของฉัน"กรีนดีโอยิ้มแฉ่ง "นั่นคืองานของนายต่างหากล่ะ"


         
"จะบ้าหรือไง ! ฉันร่วมเล่นเกมกับนายก็เป็นบุญหัวแค่ไหนแล้วนี่ยังจะให้ฉันแก้ปริศนาคนเดียวอีกเหรอ !"


         
"อาจเรียกอย่างนั้นก็ได้"


         
"เห็นแก่ตัวชะมัดเลย !"


         
"นั่นก็คือฉัน   นิสัยฉันฉันยอมรับได้เสมอ"


         
ดวงตาสีทับทิมกรอกขึ้นฟ้าอย่างเอือมระอาเต็มทน   เธอรู้ดีว่าต่อให้หาคำด่าสารพัดด่าอย่างไรก็ไม่ทำให้ชายหนุ่มสะทกสะท้านได้เลย   เธอรู้...แต่มันก็อดไม่ได้ที่จะต้องบ่นต้องว่า   และการจะให้เธอคิดหาสตรีแห่งแสงสว่างและความมืดคือใครคนเดียวล่ะก็   เธอคงไม่มาร่วมเล่นเกมบ้าๆนี่แต่แรกหรอก


         
"ยอมรับได้งั้นเหรอ" ลิฟาร์เค้นเสียงหนัก "งั้นทำไมไม่รู้จักแก้ไขล่ะ   ข้อเสียของนายมีบานตะไทหัดรู้แล้วก็แก้ให้มันดีขึ้นไม่ได้หรือไง   เผื่อคนรอบข้างจะตัดสินใจเลือกคบนายเป็นเพื่อนดูบ้าง"


         
ลิฟาร์สะบัดหน้าไปทางอื่น   ก่อนควักแผ่นกระดาษมาไตร่ตรองดูอีกรอบเพื่อความแน่ใจ   เธอไม่สนหรอกว่าคำพูดเมื่อครู่จะกระทบจิตใจคนข้างกายมากเพียงใด   แต่ให้มันสำนึกเสียบ้างก็ยังดี


         
"บางทีก็อาจจะจริง" เสียงทุ้มเปรยแผ่วเบา


         
หางตาสีทับทิมมองค้อนใหญ่อย่างให้ความสนใจเพียงเล็กน้อย   กรีนดีโอพูดแบบนี้หมายความว่าเขาสำนึกในคำพูดของเธอบ้างแล้วงั้นหรือ ? ทำไมง่ายจังล่ะ


         
"แต่ว่านะลิฟาร์   ถึงแม้ฉันจะเป็นปีศาจ   แต่ปีศาจก็เคยเป็นมนุษย์มาก่อน   ความรู้สึกและนิสัยน่ะฉันย่อมรู้ดีว่าเป็นยังไง   ตัวฉัน...นายอาจเห็นว่าเป็นคนกะล่อน   เห็นแก่ตัว   ชอบทำอะไรขัดใจไปบ้าง   แต่นี่ก็คือพื้นฐานของมนุษย์   ไม่ใช่เพียงฉันที่มีนิสัยอย่างนี้   มันก็มีกันทุก ๆ คนนั่นแหละ"


         
ฮึ   หมอนี่กำลังจะสอนเธอหรือไง


         
ลิฟาร์เชิดหน้า   ทำท่าไม่แยแสต่อน้ำเสียงที่ดูคล้าย ๆ จะตัดพ้อ   แม้หูก็ยังสดับฟังด้วยความใคร่รู้ก็ตาม


         
"ต่อให้แก้เท่าไหร่ก็กลับมาเหมือนเดิม   ไม่มีอะไรที่แน่นอนทั้งในโลกนี้และสามภพหรอก"


         
"ทำเป็นพูดดีไป   สุดท้ายนายก็วกกลับมาบอกว่าไม่อยากแก้ข้อเสียให้ดีขึ้นใช่ไหมล่ะ"


         
ลิฟาร์พูดขัดด้วยคำกล่าวเชือดเฉือน   ร่างสูงชะงักไปนิดก่อนใบหน้าหล่อเหลาจะฉีกรอยยิ้มเจ้าเล่ห์อันเป็นเอกลักษณ์


         
"เกลียดนักคนรู้ทัน" กรีนดีโอหัวเราะ "ต่อให้เอาคำพูดสวยหรูมาปะติดปะต่อเป็นประโยคดูดีเพียงใดก็ตบตาคนอย่างลิฟาร์   คาเล็คไม่ได้จริง ๆ แฮะ"


         
"น่าจะรู้ว่าเปล่าประโยชน์"


         
คนตบตาไม่ได้ว่าอย่างลืมตัว   เด็กหนุ่มในร่างสาวน้อยกระแอมแก้เขินพร้อมเสมองไปทางอื่น   ชายหนุ่มหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี   การแสดงแรกที่ดูเหมือนมีอะไรแอบแฝงสรุปก็ไม่มีตามเคย   ถึงเธอจะยังแคลงใจแต่ก็ไม่อยากถามตรง ๆ   เพราะรู้อยู่แก่ใจ


         
ทุกคนไม่ว่าจะปีศาจหรือมนุษย์ย่อมมีความลับที่ไม่อยากให้ใครล่วงรู้ทั้งนั้น


         
ไม่รู้ว่าปีศาจหนุ่มผู้นี้จะมีเยอะกว่าที่เธอคาดคิดหรือเปล่า   แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เธอจะต้องไปให้ความสนใจจนเกินเลย   ยิ่งในตอนนี้มีสิ่งที่ให้คิดให้ทำไม่ควรมาเสียเวลาตอแยเรื่องไร้สาระแบบนี้แล้วด้วย


         
ถ้าจะให้เธอแก้คนเดียวก็ได้   มันไม่คะนามือเท่าไหร่หรอกน่า


         
"ฉันว่าฉันมีความคิดดี ๆ"


         
กรีนดีโอพูดโพล่งหลังจากหัวเราะเสร็จแล้ว   หมอนี่ยังแก้โรคเส้นตื้นไม่หายอีกหรือไงนะ


         
มือใหญ่วางหมับที่ไหล่มน   น้ำหนักกดลงจนรู้สึกเจ็บ   ลิฟาร์ส่งสายตาอาฆาตไปอย่างคาดโทษ


         
"อะไร !" เธอตวาด


         
"ไปหุบเขามิสเทียร์เรียสกัน"


         
"ไม่รู้เหรอว่าเวลานี้อะไรสมควรทำอะไรไม่สมควรทำน่ะ   นายอยากไปก็ไปคนเดียวสิ   ฉันไม่ว่าง !"


         
กรีนดีโอกรอกตาขึ้นฟ้าพลางกุมขมับกับความดื้อด้านซึ่งแก้ไม่หายของเด็กสาวเช่นกัน   และพยายามคิดหาคำเชิญชวนที่มันพอมีเหตุมีผลอีกที่น่าสนใจพอจะชักจูงคนตรงหน้าให้ดีที่สุดเท่าที่จะคิดได้


         
ชายหนุ่มชูแผ่นกระดาษซึ่งเหมือนกับอีกแผ่นในมือเด็กสาวขึ้นมา   บนแผ่นนั้นมีน้ำหมึกเปื้อนเป็นรูปสัญลักษณ์ต่างๆอยู่เต็มไปหมด   ลิฟาร์ย่นคิ้ว   เธอไม่ยักรู้มาก่อนว่าจะมีแผนที่มาให้   แต่ก็รู้สึกทะแม่งๆแล้วเพราะโลกนี้เป็นโลกสมมุติขึ้น   สภาพแวดล้อมภูมิประเทศก็ไม่ใช่ที่เธอหรือผู้เล่นอื่นคุ้นเคย   อย่างน้อยๆก็ต้องให้แผนที่ไว้ติดตัวแก่นักเดินทางบ้าง


         
เพราะอะไรกรีนดีโอถึงเก็บไว้ไม่บอกเธอก็ไม่รู้   แต่เขาทำแบบนี้มันไม่ถูกต้องเลย


         
"แผนที่นี่มัน...!"


         
"มันอยู่ทางทิศตะวันออก   ไปที่นั่นกันแล้วคำตอบอาจจะกระจ่างขึ้น"


         
ไม่ว่าเปล่าก็ฉุดแขนของร่างบางให้วิ่งตามมา   ลิฟาร์แทบคว้ากระดาษคำปริศนาไว้ไม่ทันเพราะเหมือนกรีนดีโอจะรีบร้อนอย่างไม่มีเหตุผลอีกแล้ว   ให้ตายเสียล่ะ   การเดินทางช่างเป็นเรื่องที่เธอไม่อยากทำมากที่สุดเรื่องหนึ่ง   แต่หากหุบเขามิสเทียร์เรียสไม่มีอะไรอย่างที่ชายหนุ่มว่าจริงๆล่ะก็   ต่อให้เป็นคู่หูในเกมเธอไม่เว้นแน่


         
แสงตะวันส่องผ่านหมู่แมกไม้นานาชนิด   ตกกระทบเป็นเงาบางมอบร่มเย็นแด่ผืนดินและสายน้ำซึ่งไหลเอื่อย   ต้นไม้สูงใหญ่ต้นหนึ่ง ณ ที่นั่นไม่ใกล้ไกลจากสองร่างชุดดำที่กำลังวิ่งลัดเลาะไปอย่างรวดเร็ว   โดยไม่ได้สังเกตเลยว่ามีใครบางคนจับตามองอย่างใกล้ชิดอยู่บนยอดกิ่งนั้น


         
"หุบเขามิสเทียร์เรียสทางทิศตะวันออกเหรอ"


         
เสียงห้าวเอ่ยทวนด้วยความครุ่นพินิจพิจารนา   นิ้วยาวไล้ลูบคางเคราแพะเบาๆแล้วแค่นยิ้ม   ก่อนจะหันมาพยักพเยิดกับคู่หูสาวที่นั่งไขว่ห้างอยู่ใกล้ๆ


         
ดวงหน้าของเด็กสาววัยแรกแย้มดูสวยคมตามแบบฉบับสาวมั่นผงกรับ   ริมฝีปากสีแดงระเรื่อยิ้มสดใสแล้วหายตัวจากตรงนั้นไปอย่างรวดเร็ว   อาจเห็นเป็นเพียงเงาโฉบเฉี่ยวกำลังมุ่งไปทิศตะวันออกตามสองคนที่นำหน้าก่อนแล้ว   ชายหนุ่มบนต้นไม้ลุกขึ้น   ไปป์สีเงินในปากพ่นควันออกมาไม่ขาด


         
ดวงตาใต้แว่นกันแดดสีชาส่อประกายดุจสัตว์ร้ายผู้กระหาย


         
"สัญญาณแห่งการไล่ล่าเริ่มดังกังวานอีกครั้งแล้ว"


---------------------------------------------------------------

565 ความคิดเห็น