*...::il[The Marvel of Wager - เกมกล คนท้าพนัน]li::...*

ตอนที่ 7 : Chapter VI : กฎกติกา และ มารยาท

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 265
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    5 มี.ค. 50


บทที่   6   กฎกติกาและมารยาท


          กรีนดีโอรีบร้อนมากเกินไปจึงทิ้งคนหน้าสวยที่มาด้วยไว้อยู่ข้างหลัง   เขาขายาวกว่ากระมังเพราะไม่ว่าจะวิ่งกี่ครั้งก็เป็นอันทิ้งห่างหมอนั่นเป็นกิโลทุกที   ชายหนุ่มรู้สึกตัวก็ตอนที่มาหยุดอยู่หน้าร้านขายของแห่งหนึ่ง   การที่ไม่มีคนตามมาอาจเป็นการดีก็ได้    เพราะตรอกซอกซอยที่เขาลัดเลาะเข้ามาแทบไม่มีคนย่างกรายเลยสักคน


         
ป้ายร้านเขียนไว้ว่า
'สำหรับผู้มีสิทธิพิเศษเข้าเท่านั้น' กรีนดีโอเหลือบมองมันแล้วผลักประตูไม้ติดกระจกทึบเข้าไปข้างในอย่างไม่รีรอ


         
เสียงกรุ๊งกริ๊งของกระดิ่งหน้าประตูบ่งบอกถึงลูกค้ารายแรกของวันกำลังเข้ามา   นัยน์ตาสีเทาใต้กรอบแว่นกลมปรือจากหนังสือปึกหนาพันหน้าเพื่อมองหน้าบุรุษผมสีกาแฟ


         
กรีนดีโอยิ้มทักทายอย่างเป็นมารยาท


         
"ไม่เจอกันนานเลยนะคริสทรอฟ"


         
ชายแก่นามคริสทรอฟพ่นหายใจ   กระแทกตำราในมือลงบนโต๊ะดังสนั่น


         
"จะว่านานก็ไม่ถูกหรอกกรีน   ร้อยยี่สิบปีผ่านมาเราก็ยังเห็นหน้าแต่ไม่ทักทายกันอยู่นี่"


         
"นั่นสินะ" กรีนดีโอรับ "ถึงเป็นห้าร้อยปีแต่สำหรับนายคงไม่เรียกว่านานอยู่ดี   ก็ปกตินายไม่ยุ่งเรื่องของเวลาอยู่แล้วนี่"


         
"หยุดนอกเรื่องแล้วว่าธุระมาเสียทีเถอะ"


         
คริสทรอฟตัดบทก่อนกรีนดีโอจะสาธยายประวัติส่วนตัวไปมากกว่านี้   ชายหนุ่มเดินมาหน้าเคาร์เตอร์   คว้าเก้าอี้หมุนมานั่งแล้วเริ่มบทสนทนา


         
"หากเป็นชายผู้อยู่นอกกาลเวลาเช่นคริสทรอฟจะคิดว่าปีศาจแห่งพนันนามกรีนดีโอผู้นี้มีเรื่องอันใดอยากมาขอร้องท่านเล่า"


         
ชายชราขยับแว่นให้เข้าที่   ขนคิ้วสีเทามุ่ยเป็นปมก่อนเอ่ยเสียงเข้ม


         
"หาเจอแล้วงั้นเหรอ"


         
"อือ" ชายหนุ่มยิ้มบาง   ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนฝ้ามัวทันใด   กรีนดีโอก้มมองโต๊ะไม้สีโอ๊คขณะที่มือทั้งสองกำแน่นสั่นระรัว   ท่าทางที่แสนปวดร้าวซึ่งไม่เคยแสดงให้ใครเห็นบัดนี้คงเก็บกลั้นไม่ได้อีกแล้วครั้นอยู่ต่อหน้าชายผู้นี้ "ในที่สุดก็เจอแล้ว"


         
"ทำไมไม่บอกความจริงไปล่ะ" เจ้าของร้านว่า "บอกก่อนจะสาย   นายก็ได้รับบทเรียนเมื่อครั้งนั้นแล้วไม่ใช่เหรอ"


         
กรีนดีโอหลับตารับฟัง   พยายามกลืนความรู้สึกต่างๆที่เข้ามารุมเร้าอย่างไม่ทันตั้งตัวเมื่อครู่แล้วกลับมาเป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้   เขาคลายกำมือออก   เสยเส้นผมสีกาแฟชุ่มชื้นเหงื่อกาฬขึ้นจากหน้าผาก    แล้วจ้องมองนัยน์ตาใต้กรอบแว่น


         
"ฉันกำลังรอ"


         
"รอจังหวะหรือโอกาสเล่าพ่อหนุ่ม" คริสทรอฟกล่าวเสียงแผ่ว "รีบทำเมื่อมีโอกาสเพียงน้อยนิดดีกว่าต้องรอไปอีกพันปีจนเขาจำเรื่องราวเกี่ยวกับตัวนายไม่ได้แล้วจะดีกว่า   คงไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ต้องซ้ำรอยหรอกใช่ไหม"


         
"ขอบใจคริส"


         
กรีนดีโอถึงเวลายิ้ม   ชายหนุ่มลุกขึ้นแล้วทำท่าจะจากไป   แต่ก็ถูกชายแก่เรียกไว้เสียก่อน


         
"ฉันรู้ว่านายแค่แวะเวียนมาในฐานะเพื่อนเก่า   คนที่ไม่สมัครเล่นเกมพระผู้เป็นเจ้าบอกว่าสามารถมาบนโลกนี้ได้ในวันนี้เท่านั้น   โดยส่วนมากจะมาขายของเพื่อใช้ในการเล่นเกม   และส่วนน้อยมาเพื่อชื่นชมบรรยากาศที่เปลี่ยนไป


         
แต่ว่ากรีน   ฉันมาที่นี่เพราะรู้ว่านายต้องมา   เมื่อไม่นานตอนที่ฉันท่องอยู่ในถนนนอกกาลเวลาก็พบบางอย่างเข้า   มันอาจดูไร้ประโยชน์   แต่สำหรับนายฉันคิดว่ามันควรค่าแก่การครอบครอง
"


         
สิ่งหนึ่งถูกขว้างมาจากชายชราเจ้าของร้าน   กรีนดีโอรับมันไว้ได้ทันก่อนจะตกพื้นแล้วเปิดฝ่ามือดู


         
กรีนดีโอทำเพียงแต่ยิ้มเป็นการขอบคุณ   แม้จะบอกว่าเห็นหน้าแต่ไม่ได้คุยแต่เราสองคนคุ้นเคยนิสัยกันดีตั้งแต่พันปีก่อน   บุรุษผู้นี้ไม่มักใหญ่ใฝ่สูง   ทำคุณไม่หวังสิ่งตอบแทน   บุรุษผู้น่าจะเกรียงไกรแต่กลับรามือละทิ้งอาวุธในสมัยสงครามแล้วเลือกเดินเพื่อศึกษาวิธีการหลุดพ้นจากเวลาตามความชอบส่วนตน   เขารู้ถึงความปรารถนาดีของชายผู้นี้ได้


         
ก็เป็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่กันนี่นะ


         
สิ่งที่ดูไร้ประโยชน์แต่ควรค่าแก่การครอบครองงั้นหรือ


         
กรีนดีโอผลักประตูแล้วออกจากร้านซึ่งไม่มีลูกค้าเข้าสักคนเลย   ในมือกำของสำคัญที่เพื่อนเพียงคนเดียวให้ไว้แน่น   ดวงตาฉายแววใหม่


         
มันจะมีประโยชน์สักแค่ไหนเชียวเมื่อใช้กับเธอคนนั้น


         
ว่าแต่ว่าเขาต้องเก็บของชิ้นนี้ไว้ก่อน   เมื่อถึงเวลาค่อยหยิบมาใช้   เขาควรรีบตามหาลิฟาร์   หมอนั่นอาจหลงทางแล้วหัวเสียเมื่อรู้ว่าถูกทิ้งไว้ในสถานที่ที่ไม่รู้จักตามลำพัง   และเดี๋ยวจะพาลมาโดนเขาอีก


         
ร่างสูงออกวิ่ง   แต่ต้องชะงักเมื่อเสียงใครบางคนตะโกนและส่งเสียงเชียร์ราวกับมีการแข่งขันอยู่ใกล้ๆ


         
"อะไรน่ะ"


         
กรีนดีโอพึมพำขณะเพ่งมองผ่านหลังคนหลายคนซึ่งจับกลุ่มมุงดูอะไรบางอย่างกลางถนนอย่างไม่เกรงสายตาประชา   เขาควรจะเข้าไปดูอย่างสอดรู้สอดเห็นหรือจะไปหาตัวคู่หูดีนะ? ...ในตอนนี้อย่างหลังอาจเป็นสิ่งสำคัญ   แต่ถ้าคิดให้รอบคอบเขาน่าจะเลือกอย่างแรกดีกว่า


         
แล้วชายหนุ่มก็วิ่งหายไปกับฝูงชนทันที


         
"เสร็จฉันล่ะ !"


         
"คิดจะทำอะไร"


         
กรีนดีโอตรงไปคว้าข้อมือของเด็กหนุ่มคู่หูแล้วกระชากเข้ามาใกล้ตัว   สิ่งที่เขาเห็นแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองว่าเด็กคนนี้กำลังง้างมีดยาวประมาณหนึ่งช่วงศอกเข้าแทงชายคนหนึ่งซึ่งยืนอยู่ด้านตรงข้าม   ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนสบเข้ากับเนตรสีนิลอย่างจัง


         
"นายจะทำอะไรลิฟาร์"


         
"ปล่อยฉัน !"


         
เหมือนเสียงจะไม่เข้าหูคนฟังแม้แต่น้อย  กรีนดีโอบีบข้อมือเด็กหนุ่มแน่นจนลิฟาร์จำเป็นต้องปล่อยมีดให้ร่วงลงมา   ดวงตาสีทับทิมดูเคืองแค้น


         
"ฉันจะฆ่ามันไง"


         
"นายกล้าฆ่าเหรอ"


         
"กล้าสิ ! มีอะไรในโลกที่ฉันอยากได้แล้วไม่ได้บ้าง"


         
"จริงเหรอ ทุกอย่างเลยเหรอ"


         
ลิฟาร์ชะงักนิดหน่อย   เขารู้สึกทะแม่ง ๆ


         
"ทุกอย่างใช่ไหม"


         
กรีนดีโอย้ำ   แต่ลิฟาร์ก็ยังไม่กล้าตอบ


         
"ถ้าทุกอย่างจริงก็จงตามฉันมา   สิ่งสำคัญที่สุดของนายตอนนี้ไม่ใช่มาเล่นของมีคมกับคนแปลกหน้า   แต่ต้องไปรายงานตัวรับใบผ่านเข้าเกม" ชายหนุ่มกล่าวเรียบเฉยจนคนฟังอึกอักไม่กล้าพูด "กรุณาอย่าลืมจุดมุ่งหมายที่ต้องการแต่แรก   ไม่ว่านานเพียงใดก็ขอให้อย่าลืมเป็นอันขาด"


         
อารมณ์ของลิฟาร์มอดลงเหลือแต่ขี้เถ้า   เด็กหนุ่มพอมีแรงดึงแขนตนออกแล้วเชิดใส่อย่างไม่พอใจ   ดวงตาหรี่ขวางใส่คนวางกล้าม


         
"รู้แล้ว" เขาว่าห้วน "ไม่ต้องมาสอน"


         
กรีนดีโอเผยยิ้มกริ่ม
"ใกล้ถึงเวลารับใบสมัครและฟังกติกาแล้ว   รีบไปดีกว่า"


         
"แต่ฉันยังไม่ได้ฆ่ามันเลยนะ !"


         
"ขืนฆ่าก็หมดสิทธิแข่งพอดีน่ะสิ"


         
"เอ๋   เขาห้ามกำจัดคู่แข่งก่อนเริ่มเกมส์เหรอกรีน"


         
ทั้งลิฟาร์และกรีนดีโอหันไปทางคนพูด   เด็กหนุ่มหน้าใสดวงตาบ้องแบ๊วมองสบดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของชายหนุ่มอย่างไม่มีอะไรแอบแฝง   ทั้งน้ำคำและภาษาเรียกยังดูสนิทสนมกันอีกด้วย


         
กรีนดีโอครุ่นคิด   เขาเพ่งมองลึกเข้าไปในดวงตาสีเขียว


         
"อ้าวเวลล์นะเอง   นึกอยู่ตั้งนานว่าใคร" ชายหนุ่มยิ้มทักทายสดใส "สบายดีเหรอ   ไม่เจอกันนานเปลี่ยนไปเยอะเลยนะเนี่ย"


         
"นานอะไรกัน   แค่สามวันก็ถือว่านานแล้วรึ" เวลล์หรี่ตา "แต่คิดว่าจะจำกันไม่ได้เสียอีก"


         
"วันนึงมีตั้งยี่สิบสี่ชั่วโมง   ไม่ได้เจอเพื่อนสิบนาทีก็คิดถึงแย่อยู่แล้ว" กรีนดีโอหัวเราะร่า "ไปทำอะไรมาหน้าตาดูเด็กขึ้นเป็นกอง"


         
ดวงตาสีเขียมเหล่มองวอลครูซอย่างกล้าๆกลัวๆ   แต่ชายร่างใหญ่กลับไม่ได้มองตอบ   ดวงตาคมปราบยังจับจ้องที่กรีนดีโอและคู่หูของเขา   เวลล์กลืนน้ำลายแล้วกระแอมเบาๆ


         
"นี่เป็นร่างเดิมของฉันก่อนตายน่ะ   คือได้ข่าวมาว่าถ้าอยู่ในเกมพวกเราจะได้รับร่างมนุษย์คืนมาแต่พลังปีศาจก็ยังเหมือนเดิม" เขาว่า "สำหรับนายคงไม่เป็นไรใช่ไหมล่ะ   ก็นายเป็นปีศาจตนเดียวในนรกที่อยู่ในร่างนี้ได้นี่เนอะ"


         
ลิฟาร์เงยหน้ามองปีศาจในร่างมนุษย์แทบจะทันที   ตนเดียวงั้นเหรอ ? ในนรกน่าจะมีปีศาจเป็นล้านเป็นพัน   แต่เป็นแค่ตนเดียวมันจะพิเศษไปหรือเปล่า ?


         
เด็กหนุ่มผมดำคิด   แล้วเมเกนล่ะ ? เจ้านั่นจะมีลักษณะยังไงนะ


         
ขณะเผลอตัว   กรีนดีโอก็โอบไหล่ลิฟาร์แล้วแนะนำตัวให้


         
"นี่คู่หูของฉันเอง   ลิฟาร์   คาเล็ค   มาจากอเมริกา   เอ้าลิฟาร์   นี่เพื่อนฉันเอง   เวลล์   วิสลี่"


         
เหอะ


         
เด็กหนุ่มทั้งสองคนต่างเชิดหน้าให้กันและกัน   กรีนดีโอหัวเราะ


         
"ฉันคงต้องขอตัวก่อน   ถ้าคู่หูฉันไปทำอะไรคู่หูนายก็ต้องขอโทษด้วยแล้วกันนะ" ชายหนุ่มโค้งศีรษะ   แล้วหันไปยิ้มให้กับวอลครูซ "ขอให้โชคดีในเกมนะครับ"


         
แล้วกรีนดีโอก็กระชากแขนให้ลิฟาร์วิ่งตามไป   เด็กหนุ่มโวยวายลั่นแต่ก็ไม่สามารถขัดขืนได้เลย


         
จนเมื่อทั้งคู่หายไปกับฝูงชน   เวลล์หันไปมองวอลครูซด้วยความเป็นห่วง   ดวงตาส่อความสำนึกผิด


         
"ฉัน..."


         
"ช่างมันเหอะ" ชายหนุ่มตัดบท "รู้จักกันก็ไม่เห็นเป็นไร   ฉันเชื่อว่านายเองต่อให้อยู่ในนรกนานเท่าไหร่ก็คงอยู่คนเดียวไม่ได้หรอก"


         
"แต่วอล..."


         
"เอาเป็นว่าเลิกคุยเรื่องนี้ได้แล้ว"


         
วอลครูซลุกขึ้นยืน   ดาบเล่มใหญ่ยังกำแน่นอยู่ในมือ   เมื่อครู่หากชายคนนั้นไม่เข้ามาห้ามตัวเขาเองอาจพลาดเจ็บหนักกว่านี้ก็เป็นได้   ดวงตาสีดำมองดูท่อนแขนของตน   แผลตื้นที่เกิดจากมีดทำไมถึงมีเลือดไหลได้เยอะขนาดนี้นะ


         
ชายหนุ่มเดินมาใกล้เจ้าของร้าน   หญิงสาวเลิกคิ้วพร้อมจ้องมองเงินปึกใหญ่ที่เขายื่นให้


         
"ค่าดาบครับ"


         
หล่อนหัวเราะ


         
"คิดว่าทำไมฉันถึงปล่อยให้พ่อหนุ่มนั่นเอามีดไปได้โดยไม่เรียกทวงกันล่ะจ๊ะ   ที่นี่น่ะเงินไม่ใช่สิ่งสำคัญหรอก   ดาบเล่มนี้เลือกนายของมันแล้วก็เอาไปเถอะนะ"


         
ชายหนุ่มไม่ว่าอะไร   ได้แต่โค้งน้อยๆเป็นเชิงขอบคุณ   เขารับฝักดาบที่หญิงสาวให้มาแล้วนำดาบมาเสียบไว้ก่อนคาดไว้ตรงเข็มขัดแล้วเดินจากไป   โดยมีเด็กหนุ่มคู่หูวิ่งตาม


         
ดวงตาสีดำนั้นเรียบเฉยอย่างที่ใครเห็นก็ต้องเกรงกลัว   แม้แต่เวลล์เองก็ยังไม่กล้าเงยขึ้นสบตา


         
"เวลล์..."


         
"ฮะ !" ร่างบางสะดุ้งโหยง "อะไรเหรอ"


         
"ฉันจะบอกอะไรให้นะ"


         
ชายหนุ่มเปรย


         
"อือ บอกมาสิ"


         
"ฉันรู้ว่านายเป็นคนดี   ถึงจะเป็นปีศาจแต่จิตใจก็ยังอ่อนไหว   เพราะฉะนั้นเวลาอยู่ในเกมจะต้องเชื่อฟังฟังคำของฉัน   ไม่ว่าจะเจอเพื่อนมิตรสหายหรือใครก็ตาม   หากฉันต้องการกำจัดนายก็ต้องกำจัด   เข้าใจใช่ไหม"


         
เด็กหนุ่มขบริมฝีปาก   หน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย


         
"อือ" เขาเอ่ยรับ "เข้าใจแล้ว"



++

          กรีนดีโอพาลิฟาร์มาจนถึงจุดชุมนุม   ผู้คนแน่นขนัดกว่าที่เขาเดินผ่านมา   มีแต่คนตัวสูง ๆ ที่มากอกันอยู่แถวนี้   จนลิฟาร์ไม่สามารถชะเง้อมองได้ว่าเบื้องหน้านั้นมีอะไร   ชายหนุ่มที่อยู่ข้างกายยังไม่ปล่อยต้นแขนเขา   ยิ่งเขาขยับมากเท่าไหร่มือนั้นก็ยิ่งบีบรัดแน่นมากเท่านั้น   ลิฟาร์แอบสบถกับตัวเองอยู่เงียบ ๆ   ไม่เคยมีใครทำกับเขาแบบนี้   มันไม่ต่างอะไรกับหัวขโมยซึ่งถูกตำรวจจับจนหมดทางหนีเลย


         
ลิฟาร์เห็นผู้หญิงในชุดบิกินี่หูกระต่ายหลายคนกำลังแจกใบปลิวอะไรสักอย่างอยู่   สาวนุ่งน้อยห่มน้อยคนหนึ่งเดินมายื่นใบปลิวนั้นให้กับกรีนดีโอพร้อมรอยยิ้มหวานทรงเสน่ห์   ขณะเดียวกันชายหนุ่มก็ส่งยิ้มตอบอย่างยั่วยวนจนน่าหมั่นไส้


         
"ใบอะไรน่ะ" ลิฟาร์ถาม


         
"หือ ?" ชายหนุ่มเลิกคิ้วสูง   ก่อนส่งใบปลิวมาให้เขาดูเอง


         
ลิฟาร์รับมาอ่านแล้วขมวดคิ้ว
'กฎกติกา   มารยาท' คือหัวข้อที่เขียนตัวอักษรสีแดงขนาดใหญ่   จากนั้นก็เป็นคำบรรยายยาวยืดชนิดไม่มีเว้นวรรคลงมาจนสุดปลายกระดาษ   อะไรกันเนี่ย   แม้แต่หัวข้อแต่ละข้อยังไม่เริ่มต้นบรรทัดใหม่แต่ต่อจากข้อก่อนหน้าเลย   ใบบอกกติกาที่ประเทศไหนถึงจัดรูปแบบไม่เป็นระเบียบขนาดนี้


         
ที่สำคัญ
! มันมีคำบางคำที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษซึ่งเขาไม่เคยเห็นมาก่อน


         
"นี่มันอ่านว่าอะไร" ลิฟาร์ส่งแผ่นกระดาษกลับคืน   กรีนดีโอมีสีหน้าตระหนกเล็กน้อย


         
"ภาษาฝรั่งเศสไง   นายไม่รู้จักเหรอ"


         
"ฝรั่งเศสมีตัวหนังสือแบบนี้ที่ไหนกัน" ลิฟาร์คัดค้าน "นี่มันเป็นตัวแบบที่สลักในศิลาจารึกชัด ๆ"


         
"บ้าน่า   ฉันก็อ่านตัวอักษรแบบนี้ทุกวันตอนอยู่ในนรก"


         
"ในนรกมีหนังสือให้อ่านด้วยเหรอ"


         
กรีนดีโอไม่ได้ตอบในทันที   ชายหนุ่มฉุดแขนของลิฟาร์ให้เดินเข้าไปในจุดที่ผู้คนชุมนุมกัน   แทรกตัวผ่านซอกเล็ก ๆ ซึ่งความจริงตัวเด็กหนุ่มสามารถผ่านไปได้สบาย   แต่เพราะกรีนดีโอเดินนำนา   ก็เป็นเสมือนเขาแหวกทางให้กว้างยิ่งขึ้น   มือยังคงบีบแน่นแต่ลิฟาร์ไม่ได้ปริปากบ่น   อะไรบางอย่างบอกให้รู้ว่าชายคนนี้ไม่อยากปล่อยเขาไปห่างจากตัวนัก


         
แม้เมื่อครู่นู้นจะทำไปครั้งหนึ่งแล้วก็ตาม


         
ในที่สุดทั้งคู่ก็มาถึงหน้าเวลา   กรีนดีโอปลีกตัวออกมาแล้วเดินไปข้าง ๆ   มีเคาร์เตอร์รับใบสมัครอยู่ซึ่งก็มีหลายคู่หูที่คอยต่อคิวยาวเหยียด   ชายหนุ่มผมสีกาแฟอ้อมไปด้านหลังจุดรับใบสมัคร   ใช้มือยาว ๆ ของเขาคว้าใบซึ่งวางกองเป็นตั้งริมโต๊ะมาได้ในชั่วพริบตาโดยไม่มีใครสังเกต   เพราะการเล่นละครทำไม่รู้ไม่ชี้อันแนบเนียนของเขาเอง


         
ลิฟาร์อยากแขวนคอตายเสียเดี๋ยวนั้น   หมอนี่มันอันตรายจริง ๆ   แต่เขาก็รู้ว่าคนแบบนี้หากตกเป็นลูกไก่ในกำมือแล้วก็ยากจะหาหนทางหลอกล่อให้ปล่อยตัวไป   ยิ่งได้ใบสมัครร่วมเล่นเกมบ้าบอนั่นมาแล้วอีกด้วย


         
กรีนดีโอส่งใบสมัครให้เขา   ลิฟาร์รับมาอย่างงง ๆ


         
"แล้วแบบนี้อ่านออกไหม"


         
ดวงตาสีทับทิมกวาดมอง   ไม่...บางคำเขาอ่านไม่ออก   มีภาษาอังกฤษก็จริงแต่ไอ้ยึกยือยึกยือนี่มันคือภาษาอะไร   ไม่ใช่ฝรั่งเศสแน่เขารับประกัน   หรือไม่ก็อาจจะเป็นภาษาฝรั่งเศสที่มีแต่ในยุคก่อนประวัติศาสตร์


         
"ไม่ออกเหรอ" กรีนดีโอถามต่อเมื่อเห็นเขาทำหน้าเหรอหรา   ลิฟาร์ส่ายหน้ายิก "ความจริงฉันก็ลืมไปแล้วว่าฉันอ่านอักษรพวกนี้เป็นตั้งแต่เมื่อไหร่   แต่ในนรกเราต้องฝึกการสื่อสารกัน   ฝึกอ่านป้ายบอกทางและสาส์นที่ส่งมาจากทางทูตของนรกด้วยตัวเอง   ทำเพื่อความอยู่รอดน่ะ   ถึงเราจะอยู่บนโลกมนุษย์ไม่ได้แต่อย่างน้อยขอให้อยู่ในนรกได้ก็ยังดี"


         
"...เหรอ"


         
ลิฟาร์ไม่ซักถามเรื่องนี้ต่อ   เขารู้สึกว่าคำพูดเมื่อกี้น่าจะมาจากจิตใจที่ลึก ๆ แล้วทรมานแสนสาหัส   แต่ชายข้างกายกลับเอ่ยด้วยน้ำเสียงร่าเริงธรรมดา   ธรรมดาจริง ๆ   รอยยิ้มบนมุมปากนั่นยังไม่จางหาย   นี่เขาเล่นละครเก่งขนาดนั้นเชียวหรือ


         
ลิฟาร์ไม่เคยไปนรกมาก่อน   แหงล่ะ   เขายังไม่ตายนี่   แต่ถ้าหากนรกมีแต่ปีศาจ   แล้วก็อยู่มาเป็นพัน ๆ ปีก็คงไม่ได้สุขสบายเหมือนสวรรค์


         
ชีวิตในนรกหนึ่งพันปีของกรีนดีโอ...เป็นอย่างไรนะ...เขาอยากรู้จริง ๆ


         
"กฎของเกมนี้ถ้าให้อธิบายสั้น ๆ ก็คือผ่านด่านหนึ่งไปให้ได้อย่างไม่ต้องขาวสะอาด   แก้ปริศนาให้ครบโดยใช้เวลานานเท่าไหร่ก็ได้   สิ่งสำคัญคือการตัดทอนผู้แข่งขัน   รำลึกไว้เสมอว่าเรามาเพื่อชัยชนะ   ต่อให้ต้องจำใจฆ่าใครสักคนก็ทำให้ได้   เพราะหากลังเลเพียงวินาทีผลลงเอยคือถึงตาย...ดั่งสุภาษิตที่ว่า ถ้าจะครองฟ้าก็ต้องทำลายมันเสียก่อนล่ะนะ   เกมนี้เวลาไม่ใช่ตัวกำหนด   แต่สิ่งที่กำหนดแท้จริงนั่นคือความเข้มแข็งของหัวใจ"


         
"หมายความว่าเราจะใช้เวลานานแค่ไหนก็ได้ในการแก้ปริศนาที่เขามอบมาให้งั้นเหรอ"


         
กรีนดีโอพยักหน้า


         
ลิฟาร์เอียงศีรษะ
"มันไม่ง่ายไปเหรอ   อย่างนี้คนผ่านรอบแรกก็เยอะสิ"


         
"อย่าดูถูกเกมของพระเจ้า" ชายหนุ่มพาเขามาม้านั่งซึ่งว่างคนพอดี   ทั้งคู่จึงนั่งลงแล้วเอ่ยต่อ "รอให้ได้คำใบ้มาก่อนแล้วนายจะรู้ว่ามันไม่หมู"


         
"เออน่า" ลิฟาร์เริ่มหมั่นเขี้ยวเขาขึ้นมาตะหงิด ๆ   ก่อนจะรู้สึกตัวว่ามือข้างที่ไม่ได้ถูกบีบกำลังกำบางอย่างอยู่ "เฮ้ย !"


         
ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเบือนมามองหลังจากชื่นชมบรรยากาศของงานไปชั่วขณะ   ใบหน้าส่อเป็นคำถามก่อนจะเผยยิ้มกระหยิ่ม


         
"อย่างนี้เขาเรียกว่าขโมยนะ"


         
"ไม่ใช่นะ ! นายลากฉันออกมาตอนช่วงชุลมุนก็เลยไม่ได้คืนเจ้าของร้านไปต่างหาก"


         
ลิฟาร์พยายามหาข้ออ้าง   แต่มันก็จริง   มือของเขายังกำมีดซับเบิร์นไม่ปล่อย   เขาลืมไปเลยว่าเขาหยิบมันมาจากร้านโดยไม่ได้จ่ายเงิน ! แล้วก็ไม่มีใครทักท้วงด้วย !


         
"ก็เรียกว่าขโมยอยู่ดี   ลิฟาร์   คาเล็คกลายเป็นหัวขโมยไปแล้ว ฮ่า ฮ่า"


         
"บ้าน่ะ !" ลิฟาร์กัดฟันหน้าแดง   เส้นผมสีดำสนิทสะบัดไหว "นายเป็นคนลากฉันออกมาเองนะ"


         
"แต่ของกลางอยู่ในมือนายนี่" กรีนดีโอเย้าหน้าตาเฉย


         
"ยังไงนายก็ผิดเต็มประตู !" เด็กหนุ่มหน้าสวยร้อง "ถ้านายไม่ลากออกมาแล้วปล่อยให้ฉันฆ่ามัน   พอเสร็จจนถึงช่วงเก็บศพฉันก็คงไปคืนมีดนี่ให้เจ้าของร้านแล้ว"


         
ราวกับว่าเสียงร้องของเขาไม่เข้าหูชายหนุ่มสักคำ   กรีนดีโอหัวเราะร่าอย่างสะใจ   ยิ่งทำให้ใบหน้าของหัวขโมยจำเป็นถึงกับแดงก่ำด้วยความโกรธและความอาย   โกรธที่คนตรงหน้าทำเป็นหูทวนลม   และอายที่ตนเป็นฝ่ายถูกหัวเราะเยอะ


         
น่าอัดสักป้าบถ้าไม่ถือว่าอีกไม่นานจะต้องร่วมกันทำงานยักษ์


         
ลิฟาร์หมดความอดทน   เด็กหนุ่มลุกโผลงแล้วทำท่าจะเดินออกจากตรงนั้น   แต่กรีนดีโอคว้ามือไว้ได้ก่อน


         
"จะไปไหน"


         
"ฉันจะไปคืนเจ้าของร้าน !" ลิฟาร์กรีดเสียง "นายจะได้เลิกหาว่าฉันเป็นหัวขโมยเสียที"


         
หางคิ้วของกรีนดีโอตกลง   จากนั้นเขาก็ฉุดให้ลิฟาร์นั่งลงตามเดิม
"จะเริ่มการแข่งขันอยู่แล้วไม่ต้องหรอก   ทุกคนเองก็ต้องมีอาวุธประจำตัวเหมือนกัน   นายก็เอา ๆ อันนี้ไปน่ะแหละ   ตอนขโมยมานายก็เลือกไว้แล้วใช่ไหมล่ะ"


         
"ถ้างั้นก็หยุดล้อฉันซะทีเถอะ !" ลิฟาร์ตะคอกสุดแรง "แค่ติดมือมาไม่ได้ตั้งใจขโมยสักหน่อย"


         
กรีนดีโอยิ้มแหย
"คร้าบ   ขอโทษครับคุณชายคาเล็ค"


         
ลิฟาร์สะบัดหน้าหนี   ถอนหายใจแรงเพื่อปลดปล่อยอารมณ์   พลางคิดว่าเมื่อไหร่คนข้างตรงหน้าจะเลิกเล่นสงครามประสาทกับเขาเสียที
!


         
เพราะถึงแม้กรีนดีโอจะเป็นฝ่ายปราชัย   แต่เขารู้สึกว่าคนแพ้คือเขามากกว่า
!


         
"เอาล่ะ   ได้เวลาแล้ว"


         
ชายหนุ่มลุกขึ้นยืน   ก่อนจะแบมือออกมาตรงหน้า   ลิฟาร์ซึ่งถูกกรีนดีโอจับมืออยู่นั้นกำลังเพ่งมองใบสมัครเล่นเกมอย่างงุนงง   มันลอยอยู่บนฝ่ามือของชายหนุ่ม   เขานับถอยหลังสามถึงหนึ่ง   พอเอ่ยเลขศูนย์   ตรงกลางแผ่นกระดาษก็เปล่งแสงสีทองโพยพุ่งขึ้นฟ้า   ลิฟาร์ผงะหลังอย่างตกใจ   แต่กรีนดีโอกระตุกแขนเขาเตือนสติไว้ได้ก่อน


         
กรีนดีโอจิ้มนิ้วชี้ไปกลางลำแสง   มือใหญ่กำมือเล็กแน่นแล้วยกขึ้นมาในระดับเดียวกับหัวใจ


         
"นี่เป็นประตู   ถ้านายแตะแสงนี่เมื่อไหร่เราก็จะเริ่มเข้าสู่เกม"


         
กรีนดีโออธิบาย   เขายกมือของเรามาแนบอก   ก่อนใช้มืออีกข้างควักบางอย่างออกจากกระเป๋ากางเกง   มันคือสร้อยคอที่ทำด้วยทองขาวเส้นเล็ก   จี้เป็นทับทิมเจียระไนเป็นรูปหยดน้ำโดยล้อมด้วยเพชรสีชมพูเม็ดน้อยเรียงกันอย่างประณีต    ชายหนุ่มจัดการสวมมันกับคอของคนร่างเล็กด้วยความทะนุถนอม   ยังไม่ทันที่เด็กหนุ่มจะขัดขืน   เขาก็คว้ามือทั้งสองเข้าไปในลำแสงเสียแล้ว


         
ความรู้สึกราวกับถูกสาดด้วยน้ำเย็นชุ่มชื้น   พลันเมื่อเด็กหนุ่มลืมตาเขาก็อยู่ในอาการตกตะลึงชั่วขณะ   พื้นที่ที่เขาอยู่คือทุ่งหญ้าเขียวขจีสุดปลายขอบฟ้า   ไม่มีใครอยู่นอกจากเขาและกรีนดีโอซึ่งยังไม่ยอมปล่อยมือเสียที   เขาเงยหน้ามองชายหนุ่ม   อยากรู้อยากเห็นว่ากำลังอ่านอะไร


         
"มีเวลาถมเถสำหรับการแก้ปริศนา" ชายผมสีกาแฟพูด "นั่งเล่นกันหน่อยดีไหม"


         
"ดูนายไม่ทุกข์ร้อนอะไรเลยนะ" ลิฟาร์อดเหน็บแนมไม่ได้ "เอาปริศนามาให้ฉันดูสิ   ส่วนนายก็นั่งเล่นของนายไป"


         
โดยไม่ตอบชายหนุ่มก็ล้มตัวลงนอนทันที   สองแขนใช้หนุนต่างหมอน   ใบหน้าหล่อเหลาสูดอากาศบริสุทธิ์ของสายลมที่ปนเปกลิ่นธรรมชาติ   รอยยิ้มประดับบนใบหน้าเสมอแม้ในยามหลับตา   ลิฟาร์เฝ้ามองอย่างเงียบ ๆ แล้วนั่งลงตาม   ก่อนเอากระดาษในมือของชายหนุ่มมาดู   พลางคิดว่าเขาคงรู้สึกดีที่ได้ชื่นชมบรรยากาศของโลกมนุษย์อีกครั้ง


         
นิ้วเรียวเผลอลูบไล้อัญมณีสีแดงฉานซึ่งห้อยอยู่ตรงคอ   ไม่รู้เพราะอะไรเขาถึงไม่ถามกรีนดีโอว่าให้มาทำไม


         
"อยากได้กระจกไหม"


         
"กระจก ?" ลิฟาร์ทวน   ผมสีดำยาวสลวยพลิ้วไปตามลม "เอามาทำไม...เอ๊ะ...ผมฉัน..."


         
เด็กหนุ่มเริ่มเห็นถึงความผิดปกติ   ดวงหน้าหล่อเหลาฉายแววเจ้าเล่ห์จนไม่น่าไว้วางใจ   ขณะที่ดวงตาสีทับทิมของลิฟาร์เบิกกว้างแทบถลน   เส้นผมของเขา...เหยียดตรงยาวมาถึงสะโพก   แล้วเครื่องแต่งกายก็ไม่ใช่ชุดเดิม   มันเป็น...


         
"นี่มันอะไรกัน !!"


         
ลิฟาร์โผลงลุกขึ้นตวาดเสียงลั่นด้วยความโมโห   จากนั้นก็สำรวจดูทุกซอกมุมของร่างกาย   ให้ตาย...นี่มันจะผิดเพี้ยนกันไปใหญ่แล้ว
! เขามาใส่ชุดกระโปรงสีชมพูซึ่งกำลังปลิวเป็นคลื่นไปตามลมได้อย่างไรกัน   แล้วยังทรวดทรงที่มันไม่ได้เรียกว่าเป็นของผู้ชาย   กับ...กับ...กับสัญลักษณ์ของความเป็นผู้หญิง !!!


         
"ถึงบอกว่าอยากได้กระจกไหมไง"


          "นายทำอะไรกับร่างกายฉัน !"


         
ลิฟาร์โกรธหน้าแดง   เด็กหนุ่มที่บัดนี้อยู่ในร่างเด็กสาวตวาดสุดเสียงเมื่อเห็นคนตรงหน้าเริ่มหัวเราะครึกครื้น   นี่อะไรกัน ? ทำไมเขาถึงกลายเป็นผู้หญิงได้


         
หรือว่า
!?


         
"สร้อยนี่ ?"


         
ลิฟาร์จับจี้ทับทิมประดับพลอยแล้วเตรียมกระชากออกจากคอ   ทว่าทั้งที่สายสร้อยเล็กกระจิดแต่กระชากเท่าไหร่ก็กระชากไม่ออก   พยายามถอดก็ถอดไม่ได้   แถมตะขอเกี่ยวก็ไม่มี


         
ดวงตาสีทับทิมดั่งจี้สร้อยวาวโรจน์
"แกะมันออกให้ฉันเดี๋ยวนี้" น้ำเสียงนั้นกดต่ำจนน่ากลัว   รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างบางจนชายหนุ่มเริ่มรู้สึกผิดขึ้นมานิดหน่อย


         
"ฉันรู้วิธีใส่แต่ไม่รู้วิธีถอดน่ะ" กรีนดีโอบอกหน้าตาเฉย   ดวงหน้าหวานเริ่มซีดเผือก "แต่ฉันว่านายแต่งแบบนี้ก็ดูดีนะ...น่ารักดี"


         
"น่ารักกับผีน่ะสิ" ลิฟาร์ตะคอก "เอากระจกมา !"


         
"วัยรุ่นนี่ใจร้อนจริง" กรีนดีโอบ่นอุบก่อนส่งกระจกตลับให้เด็กสาว


         
ลิฟาร์รับมันมาทันที   ยิ่งอยู่ใกล้หมอนี่นานเธอยิ่งรู้สึกขยาดและขยะแขยง


         
ภาพที่สะท้อนอยู่ในกระจกคือใบหน้าของเด็กผู้หญิงผมสีดำ   ใบหน้าเรียวมนได้รูปสวยแบบที่ใครเห็นต้องเหลียวตามอง   ริมฝีปากเอิบอิ่มสีแดงระเรื่อ   แก้มนวลเป็นสีชมพู   ขนตางอนยาวเหนือดวงตาสีทับทิมคู่โต   ถึงแม้จะคล้ายคลึงกับตอนเป็นผู้ชาย   แต่อย่างไรเสียใครมองก็รู้ทันทีว่าเป็นผู้หญิง


         
แสงเรืองรองของสุริยันสาดแสง   ส่องมากระทบผิวกายของบุคคลทั้งสองกลางทุ่งหญ้ากว้างไกล   สายลมพัดพรูใบไม้พลิ้วไหว   กลิ่นอายผืนดินชวนให้นึกถึงวันวานอันผ่านพ้นไปนานแล้ว   สองคน...ท่ามกลางธรรมชาติ   คนหนึ่งมาที่นี่เพื่อสิ่งที่ตนปรารถนามานานเป็นพันปี   ความต้องการที่มีแต่เฝ้ารอปาฏิหาริย์ที่ไม่รู้จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่   อีกคนผู้ไม่รู้อะไร   หลงกลเข้ามารวมอยู่ในตำนานโดยไม่สมัครใจนัก


         
...ใครจะรู้ไหมนะ...การพบกันของเขาสองคนไม่ใช่เรื่องบังเอิญ   อาจไม่ขึ้นอยู่กับพรหมลิขิต   อาจไม่เป็นเพราะจิตใจส่วนลึกโหยหาซึ่งกันและกัน   ทว่า...มันอาจเป็นสิ่งที่ใครคนหนึ่งกำหนดไว้อยู่แล้วก็ได้....


         
...เมื่อบัดนี้คุณชายลิฟาร์   คาเล็ค กลายร่างเป็นเฟอร์ริต้า   คาเล็คสมบูรณ์แบบแล้ว...




-------------------------

คุยกับมะนาวขาว 5/3/50

  - ในที่สุดลิฟาร์ก็เป็นผู้หญิงสมบูรณ์แบบแล้ว อิอิ การแกล้งตัวละครคืองานของคนแต่งจริงๆค่ะ - -b
   อ่า ความจริงแล้วเจ้าลีฟของเรามันก็ไม่ได้แตกต่างกับตอนเป็นผู้ชายเท่าไหร่หรอกนะ แค่มีหน้าอก เอวบาง แล้วก็อ้อนแอ้นขึ้นเท่านั้นเอง ที่สำคัญหน้าตาก็จะเหมือนเฟอร์ริต้า พี่สาวเด๊ะๆ ผิดกันตรงสีตาเท่านั้น
   อ๊ะ เฟอร์ใส่คอนแท็คฯนี่นา? แล้วสีตาของเจ้าหล่อนคือสีอะไรน้า
   ปริศนา = =b

เม้นต์ๆโหวตๆให้บ้างก็ดีนะค้าบ ผมโลภ TAT

565 ความคิดเห็น