*...::il[The Marvel of Wager - เกมกล คนท้าพนัน]li::...*

ตอนที่ 6 : Chapter V : การตัดสินใจที่ผิดพลาด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 217
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    17 ม.ค. 50


บทที่   5   การตัดสินใจที่ผิดพลาด



          ลิฟาร์พยายามเร่งฝีเท้าให้เดินตามชายหนุ่มให้ทัน   แต่เขาก็ยังทิ้งห่างไปเรื่อยๆเหมือนทุกสองวินาทีจะเพิ่มอีกสิบเซนติเมตร   จนร่างผอมแทบขาอ่อนล้มพับกับพื้นอยู่แล้ว   เรียวปากถูกเม้มเหยียด   ต่อให้ตายก็ไม่มีวันตะโกนเรียกเด็ดขาด

 

          คนหยิ่งในศักดิ์ศรีเรียกลมเข้าปอดจำนวนมากก่อนผ่อนออกมาเบาๆ   หากไม่ใช่เพราะกลัวหลงทางแล้วล่ะก็   เขาไม่มีทางเดินตามก้นเจ้าคนกระล่อนต้อยๆหรอก

 

          หลงทาง   ใช่   เขาพูดถูก   ก็มันเป็นสถานที่ที่เขาไม่รู้จักนี่นา

 

          มองผิวเผินจะคล้ายตลาดขายของธรรมดา   แต่ก็อีกนั่นแหละ   แค่ผิวเผินอาจเป็นแบบนั้นจริงถ้ากรีนดีโอไม่บอกให้เขามองลึกเข้าไปภายในร้อนที่แทบถูกบดบังด้วยผู้คนและการเปิดซุ้มขายแผงลอยบังหน้า

 

          ใต้หน้ากากเปื้อนยิ้มของบริกรหนุ่มสาวเป็นสิ่งมีชีวิตไม่ต่างกับอมนุษย์เยี่ยงเมเกนสักเท่าไหร่   บางตนมีหูสุนัข แมว สิงห์ กระทิง แรดขึ้นแทนใบหูธรรมดา   บางตนมีเขี้ยวงอกยาวจากทั้งสองข้างมุมปาก   และเกือบทุกตนหน้าตาละม้ายสัตว์ป่า

 

          แล้ว...กรีนดีโอจะเป็นพวกเดียวกับอสูรเหล่านี้หรือเปล่านะ

 

          หมอนั่นคงสวมหน้ากากไว้เดือนกัน   บางทีคงไม่ใช่หน้ากากเปื้อนยิ้มธรรมดา

 

          ต่อให้อัจฉริยะเพียงใดคงจนปัญญาเมื่อเจอเหตุการณ์เดียวกับเขา

 

          ขณะจมอยู่ในห้วงความคิด   มือข้างหนึ่งก็คว้าหมับที่ข้อมือของเด็กหนุ่มจนต้องหันไปมอง   ความมั่นใจของเขาหมดลงเมื่อพบว่าไม่ใช่คนรู้จัก

 

          "นี่นังหนู   มีคู่หูหรือยังฮึ"

 

          ความหงุดหงิดพุ่งปี๊ดเกือบทะลุจุดเดือด   ลิฟาร์ถลึงตา !

 

          นังหนู !!??

 

          คำๆนี้ควรใช้กับผู้หญิงไม่ใช่เหรอ !

 

          "สนใจมาอยู่กับฉันไหม   เสร็จเกมนี้จะดูแลให้อย่างดีถ้าแกมีฝีมือพอ"

 

          หากให้บอกลักษณะของชายผู้นี้   คงบอกได้คำเดียวว่า...

 

          อัปลักษณ์โคตร...

 

          นอกจากริมฝีปากที่กำลังพรั่งพรูวาจาเชิญชวนแสนอวบอิ่มจนใกล้เคียง   'หนาเตอะระยะสุดท้าย' ใบหน้าตกกระมีแผลเป็นและสิวหัวช้างขึ้นตะปุ่มตะป่ำอีกทั้งรอบยับย่นบอกอายุ   ทำให้ลิฟาร์นึกขยาดในใจ   เกรงว่ามันจะแพร่ใส่ผิวขาวๆเนียนๆของเขาด้วย

 

          "รู้ไหมฉันไม่เคยเห็นผู้หญิงที่ไหนเปล่งรัศมีความโดดเด่นเท่าแกอีกแล้ว   นี่ถ้าฉันชนะเกมล่ะก็จะยกเพชรพลอยหรือเครื่องประดับที่ต้องการให้หมดเลย   ว่าไง สนหรือเปล่า"

 

          "ไปไกลๆส้นตีนฉันเลยไป !!"

 

          'นังหนู'ในความหมายของชายอัปลักษณ์พ่นคำไม่สุภาพสมเป็นสุภาพสตรี(ในความคิดตน)ใส่เสียแล้ว   รัศมีอันตรายแผ่ออกจากกายร่างผอมก่อนเด็กหนุ่มสะบัดหน้าและใส่เกียร์หมาวิ่งจากไป   แต่ก็ต้องสะดุดเมื่อสายตาเผลอไปเจอะกับอะไรบางอย่างริมถนน

 

          ดาบสีทองอร่ามเล่มใหญ่วางประดับอยู่หน้าร้านขายอาวุธ   คมดาบสะท้อนกับแสงอาทิตย์เข้าตาเขาจนดูเป็นจุดสนใจ   ทว่ามันกลับไม่ได้ดึงดูดคนรอบข้างนอกจากเขาอย่างที่ควรจะเป็น

 

          ลิฟาร์รู้สึกถึงความแข็งแกร่งจากมันได้   เนื่องจากขนาดของมันแล้วดูท่าคนที่จะใช้มันคงต้องมีกำลังแขนพอควรทีเดียว

 

          เขาเดินตรงไปจับมันด้วยใจถวิลหา   แต่พอปลายนิ้วสัมผัสเท่านั้นแหละ   ดาบสีทองก็หายวับไปกับตา

 

          นัยน์ตาสีทับทิมตวัดมองคนไร้มารยาทอย่างขุ่นเคืองพร้อมตะคอกใส่แม้รู้ว่าไม่เคยรู้จักกัน

 

          "นั่นของฉันนะ !"

 

          คำกล่าวไม่ได้ตั้งใจนั้นทำให้ร่างสูงกว่าถึงกับเลิกคิ้ว   เขาเป็นผู้ชายที่ดูสูงและดูดีมากเลยทีเดียว

 

          ลิฟาร์ไม่เจตนาที่จะแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของขนาดนั้น   เพียงแต่ปากเขาดังไปเอง   จริงๆนะ

 

          "ของเธอ ? แล้วทำไมของเธอถึงเอามาโชว์หน้าร้านขายอาวุธล่ะ   ของของคนนั้นก็ต้องอยู่ที่ตัวคนนั้นไม่ใช่เหรอ"

 

          ชายหนุ่มตอกกลับก่อนหันไปลูบดาบอย่างเบามือ   หารู้ไม่ว่าคำพูดเมื่อครู่เสมือนน้ำมันเกือบถังจุดให้เพลิงโทสะประทุเกินขีดจำกัดความอดทน

 

          หมับ !

 

          นัยน์ตาสีทับทิมเบิกขึ้น   หมัดของเขาที่กะจะส่งไปตั๊นหน้าหล่อๆของชายหนุ่มแปลกหน้ากลับถูกรับได้จากมือใหญ่เพียงข้างเดียว

 

          ดวงตาสีดำสนิทฉายประกายสงสัย   พลางจับแน่นที่กำปั้นคนตัวเล็กกว่าไม่ยอมปล่อย   แต่ยังไม่วางดาบทองคำลงสักที

 

          "ฉันเป็นสุภาพบุรุษพอ   ไม่ทำร้ายผู้หญิงหรอก"

 

          "ฉันเป็นผู้ชายต่างหากล่ะ ! ไอ้ตาถั่ว !!"

 

          คำนั้นทำเอาชายหนุ่มเหวอไปเลย   ให้ตายเถอะ   ถูกดูถูกอย่างอื่นยังพอรับได้   แต่แหกขี้ตามองยังไงถึงมีแต่คนเห็นเขาเป็นผู้หญิงนะ !

 

          แม้จะมีคนทักว่าเป็นฝาแฝดกับเฟอร์ริต้าอยู่บ่อยๆก็เถอะ   แต่นั่นมันก็แค่สมัยเด็กๆ

 

          มือใหญ่นั้นพอได้ยินก็ยิ่งกำแน่นเข้าไปอีก   ลิฟาร์จึงฉวยยกอีกหมัดส่งไปให้   แต่ชายหนุ่มก็ยังรับได้ด้วยมือข้างเดียวกัน ! ก่อนเอามือเล็กมารวบไว้ในมือใหญ่มือเดียว !

 

          "เฮ้ย ! อย่าโกหกน่า   คิดเหรอฉันจะเชื่อว่าเธอเป็นผู้ชายน่ะ"

 

          "ปล่อยสิวะไอ้บ้านี่ !"

          "อ๊าก !"

 

          ลิฟาร์ใช้ท่าไม้ตายสุดท้าย   ฝังคมเขี้ยวลงบนฝ่ามือนรกนั่นสุดแรงเกิด   จนลิ้มรสกลิ่นคาวเลือดในปากทันที

 

          แล้วก็ได้ผล   เขาปล่อยทั้งมือทั้งดาบออกทันใด

 

          เด็กหนุ่มเช็ดคราบเลือดที่ไหลย้อยตรงมุมปากด้วยแขนเสื้อ   การกระทำเมื่อครู่กลายเป็นจุดสนใจของคนรอบข้างยิ่งกว่าดาบสีทองที่ดึงดูดเขาเสียอีก

 

          "นี่ทำเกินไปแล้วนะ"

 

          เสียงหนึ่งเอ่ยพร้อมกับแรงกระชากไหล่ให้หันไปมอง   ลิฟาร์สบกับนัยน์ตาสีเขียวมรกตของเด็กหนุ่มคนหนึ่งซึ่งทั้งใบหน้าแสดงถึงความมีน้ำโห

 

          "เกินไปอะไร"

 

          ลิฟาร์ตอบด้วยเสียงกระด้าง

 

          ดวงหน้าดูดีจนเกือบๆจะน่ารักของเด็กหนุ่มผมสีทอง   ผิวขาวราวกับหิมะดูคล้ายคนเชื้อชาติอเมริกัน   ริมฝีปากชมพูระเรื่อเม้มจนเป็นเส้นตรงราวคนเก็บกดอารมณ์ให้คงที่

 

          แต่ถ้าอยู่ต่อหน้าลิฟาร์คงยากหน่อย

 

          นัยน์ตาสีทับทิมเบือนไปมองบุรุษร่างสูงซึ่งล้มพับกับพื้นด้วยความเจ็บปวด   มือกุมบาดแผลอย่างน่าเวทนา

 

          "เจ้านั่นเสียมารยาทกับฉันก่อน   คนทำผิดก็ต้องได้รับโทษ   มันเป็นกฎของธรรมชาติ"

 

          "แต่แบบนี้ทำเกินไปแล้วนะ !"

 

          "พอเถอะเวลล์..."

 

          "จะไปพอได้ยังไง วอลครูซ ! หมอนี่ทำนายเลือดออกเชียวนะ"

 

          เด็กหนุ่มผมทองที่ถูกเรียกว่าเวลล์หันไปว่าชายหนุ่มบ้าง   แต่ก็ต้องสงบลงอย่างรวดเร็วเมื่อบนใบหน้าของเขาปรากฏรอยยิ้มที่ดูอ่อนล้า

 

          "ฉันรู้...เพราะงั้นพอได้แล้วล่ะเวลล์"

 

          "แต่ว่า ! ตะ แต่ว่า...นาย...ฮึก นายเจ็บไม่ใช่เหรอ"

 

          เวลล์รีบยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาซึ่งกำลังจะไหลอยู่รอมร่อก่อนรี่เข้าไปประคองมือวอลครูซอย่างทะนุทะนอม   แล้วดวงตาสีเขียวมรกตก็หลั่งน้ำตาออกมาไม่หยุด

 

          ชายหนุ่งร่างสูงใช้มือข้างที่ไม่เจ็บลูบศีรษะของเด็กหนุ่มอย่างเบามือเป็นเชิงปลอบ   ลิฟาร์ไม่คิดว่าสองคนนั่นจะเป็นพี่น้องหรือสายเลือดเดียวกัน   แต่เขาก็ไม่ค่อยอยากยุ่งเรื่องความสัมพันธ์ของคนอื่นนัก

 

          ดวงตาสีดำดุจพญาเหยี่ยวเงยมาจ้องเขา   แต่มือยังทำหน้าที่ต่อไป

 

          "ฉันไม่ขอโทษหรอกนะ" ลิฟาร์ดักคอ "แล้วดาบนั่นฉันก็เห็นก่อน"

 

          "แต่วอลครูซหยิบก่อนนะ ! มีพยานตั้งเยอะแยะที่เห็นว่าเขาแตะมันก่อนเธอ ! จะถามเจ้าของร้านดูก็ได้"

 

          ลิฟาร์ทำเสียงเหอะในลำคอ   แล้วหันไปมองเจ้าของร้านด้วยสายตายังไม่เปลี่ยนไปนัก   แต่นี่ก็เป็นสิ่งที่เขาไม่อยากเชื่ออีกเหมือนกัน   เจ้าของร้านขายอาวุธเป็นเพศหญิง !

 

          สตรีร่างสูงหุ่นนักสู้ในเครื่องกายโชว์เนื้อหนัง   ชนิดหล่อนคิดจะใส่เพื่อไม่ให้มันผิดกฎหมายก็พอ   หล่อนโปรยรอยยิ้มให้

 

          "แขนเล็กๆนั่นไม่เหมาะกับดาบบอร์ดซอร์ดหรอก" หญิงสาวว่า    ชี้นิ้วเรียวยาวมาทางเขา "ดาบนั่นหนักกว่าที่คิดนักเชียว   เธอถือไม่ไหวหรอก"

 

          ความไม่ได้ดั่งใจพุ่งฉิวทำให้ลิฟาร์กำลังจะตวาดใส่   ทว่าหล่อนหันไปมองวอลครูซที่อยู่ไม่ห่างด้วยสายตาชื่นชม

 

          "ชายคนนี้มีพละกำลังมหาศาล   และดาบสีทองเล่มนั้นก็ได้เลือกนายของมันเองแล้ว"

 

          "ดาบไม่มีชีวิตจะเลือกได้ยังไง !" ลิฟาร์ว่า "ใครใช้ก็เหมือนกัน   อีกอย่างแขนฉันก็ไม่ได้เล็กขนาดถือไม่ได้หรอก"

 

          "ทุกสิ่งมีพลังของมันเองหนูน้อย   ดาบนั่นมีชื่อว่าสตรอนช์ [staunch] ดาบแห่งความภัคดี   จ้าวแห่งความซื่อสัตย์   เมื่อมันเลือกจะอยู่กับใครก็จะเคียงกายคนผู้นั้นจนกว่าชีพจะมลายหรือ...ตราบตัวมันเองจะสูญสลาย"

 

          "งั้นก็ของดีน่ะสิ   วอลครูซตาถึงจริงๆ"

 

          เวลล์ร้อง   ดวงตาระยิบระยับไม่มีน้ำตาอีกต่อไป   ส่วนชายหนุ่มข้างๆก้มหยิบดาบสีทองที่หญิงสาวบอกว่าหนักนักหนาขึ้นมาพิจารณา

 

          คำกล่าวของเจ้าของร้านกลับทำให้ลิฟาร์รู้สึกประหลาด

 

          สุมอกร้อนรุ่มดั่งมีใครมาจี้ไฟ   ดวงตาขวางมองอะไรก็ขัดหูขัดตาไปหมด   ให้ตาย...   ตลอดเวลาที่จำความได้เขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน   ตั้งแต่เด็กถึงปัจจุบันชีวิตของเขาเพียบพร้อมเสียทุกประการ   อยากได้อะไรก็ได้   เพียงคิดก็มีคนประเคนให้ถึงที่   แต่ครานี้ทั้งที่เขามีสิทธิจะได้มันมาครอง   กลับถูกแย่งชิงไปต่อหน้าต่อตา

 

          แถมยังบอกว่าดาบนั่นเลือกคนไร้มารยาทมาเป็นนาย ! นั่นแสดงว่าเขาไม่มีคุณสมบัติงั้นหรืออย่างไร !

 

          ฟันกระทบกันภายในปาก   ลิฟาร์ไม่รู้สึกเจ็บเมื่อมันฝังลึกจนเลือดออก

 

          ถึงแม้ไม่มีเหตุผลจะใช้   เขาก็ต้องเอาชนะให้ได้

 

          "ฉันจะเป็นคนทำลายความต้องการของไอ้ดาบเวรนั่นเองดีไหมล่ะ" เขาคำรามก้อง "มันต้องเป็นของฉันสิ   ดาบนั่นจะหนักสักแค่ไหนกันเชียว"

 

          คิ้วเข้มยกขึ้น "หมายความว่า ?"

 

          ร่างผอมเดินเข้าไปในร้านขายอาวุธ   ผ่านร่างเพรียวของหญิงสาวโดยไม่ชายตามอง   หล่อนทำเพียงจับจ้องการกระทำของเขา   แต่ไม่ว่ากล่าวเมื่อคนหน้าเหมือนผู้หญิงหยิบสินค้าตนออกนอกร้านด้วยท่าทางหวังจะเอาอะไรสักอย่างที่ตนพอจะใช้ได้

 

          ลิฟาร์คว้ามีดสั้นประมาณหนึ่งช่วงศอกแบบคู่มาแล้วรีบออกจากร้าน   ชี้ปลายแหลมคมของอาวุธที่ตนเลือกแล้วมายังใบหน้าคมคาย   และประกาศ

 

          "ถ้าฉันชนะ   ดาบสีทองนั่นต้องเป็นของฉัน"

 

          บางทีเขาอาจตัดสินใจผิดพลาดไปอีกหนึ่ง   นับตั้งแต่พบเจอกับกรีนดีโอ   สติยั้งคิดและขันติของเขาก็ลดถอยลงมาก

 

          เพียงแค่สามวัน   สามวันเท่านั้น   กงล้อโชคชะตาที่เคยเป็นเส้นตรงก็เริ่มบิดพลิ้ว    ด้วยฝีมือของปีศาจในคราบมนุษย์นาม กรีนดีโอ...


 

++

          สองร่างยืนประชันหน้า   แม้วอลครูซจะบอกแล้วบอกเล่าว่าเขาไม่อยากสู้กับผู้หญิง   และแม้ลิฟาร์จะคอยบอกปัดแล้วว่าเขาเป็นผู้ชายจริงๆ   แต่ไม่มีใครหยุดการประลองที่กำลังจะเริ่มต้นในอีกไม่กี่นาทีได้สักคนเดียว


         
เวลล์ยืนอยู่ข้างสนามในระดับวีไอพี   ใช้เวลาเพียงเสี้ยววิพุ่งตัวไปซื้อน้ำซื้อผ้าสำหรับให้เพื่อนตนพักเหนื่อย   ไม่ต่างอะไรกับนักมวยที่พร้อมจะขึ้นชกโดยมีพี่เลี้ยงคอยบริการ


         
สิ่งนั้นถึงลิฟาร์จะไม่มีก็ไม่ประสงค์   เขาคิดเพียงแค่ต้องเอาชนะเท่านั้น


         
เขาไม่เก่งเรื่องต่อสู้แต่ไหนแต่ไร   ร่างกายผอมแห้งเพราะไม่ออกกำลังกายจะไปมีแรงปะมือกับใครได้   แต่ศักดิ์ศรีและทิฐิของเขาอยู่เหนือกว่าใคร   อาจเพราะถูกเลี้ยงดูตามใจ   นิสัยของเขาจึงเป็นเช่นนี้


         
แต่เขาคิดว่าหากรู้เทคนิคก็สามารถเอาชนะได้เหมือนกัน


         
สมองกับกำลัง   คิดว่าสิ่งใดได้เปรียบ


         
ลิฟาร์มั่นใจ...หากไม่มีสมองก็สู้ไม่ได้   ในทางกลับกัน   หากไม่มีกำลังก็ทำอะไรไม่ได้


         
แต่เขาคิดว่าตาของเขาไวพอจะหลบหลีกการจู่โจม   มันเป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว


         
ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อตอนวันคล้ายวันเกิดรอบที่เก้าและเขายังเด็กมากนัก


         
แม้ว่าตอนนั้นพ่อกับแม่ยังรักใคร่กันดี   เขากับเฟอร์ริต้าก็ยังหยอกล้อตามประสาพี่น้องเล่นกันดังเดิม   แต่ความถือศักดิ์ศรี   ดื้อดึงไม่ยอมใคร   หรือเรียกง่ายๆว่าเอาแต่ใจนั้นเป็นมาก่อนหน้าถึงห้าปี


         
ลิฟาร์มีเสน่ห์ในหมู่สาวๆ   ขณะเดียวกันก็เป็นที่น่าหมั่นไส้สำหรับพวกผู้ชายหัวรุนแรงด้วย


         
แม้นเยาว์วัยแต่สันดานความเป็นมนุษย์มันก็เริ่มแสดงออกครั้นแต่ยังลืมตามาดูโลกแล้ว


         
ผู้ชายเกือบครึ่งโรงเรียนรู้จักเขาในฉายา
'เทพบุตรหน้าตาย' เด็กๆมักควบคุมอารมณ์ไม่ได้   ทำท่าทางสุขุมแฝงความในใจไม่เป็น   เมื่อพบเห็นหรือเดินผ่านลิฟาร์จึงแสดงท่าทางรังเกียจอย่างชัดเจน   ขยะแขยงเขาราวกับเป็นหนึ่งในสัตว์เดียรัจฉานไร้กระดูกสันหลัง   บางครั้งทำราวเขาไม่มีตัวตน   และหัวเราะเยาะชอบใจเมื่อลอบทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสำเร็จ


         
ประมาณเจ็ดสิบในหนึ่งร้อยที่ลิฟาร์รู้ว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้น   รู้ถึงภัยที่คืบคลานเข้ามา   เขาสามารถหลบหนีและแก้เผ็ดกลับไปได้   แต่ถึงทำเช่นนั้นเขาก็ไม่มีความสุข   เด็กก็คือเด็ก   แม้จะถูกเกลียดและเกลียดตอบแล้วก็จริงอยู่   ทว่าจิตใจเด็กนั้นแสนบอบบางราวแก้วมณี


         
ลิฟาร์แก้ปัญหาโดยการทำตัวไม่ให้เด่นเกินหน้าเกินตา   จากตลอดเวลาที่ผ่านมาคะแนนสอบของเขาจะเป็นที่หนึ่งในระดับชั้น   กลับตกมาอยู่เกือบสุดปลายกระดาษ    เข้าห้องสอบเขาแทบไม่จับปากกา   ไม่สนว่าโจทย์คำถามจะยากหรือง่าย   เขาจึงกลายเป็นคนไม่สนใจสิ่งรอบข้างอีกเลย


         
หากแต่นั่นไม่ใช่ความเย็นชา   ต่อหน้าครอบครัวเขายังคงเป็นเหมือนเดิมทุกประการ


         
นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่เขารู้อยู่ก่อนแล้ว   บางทีอาจเป็นภาพนิมิต   ทว่ามันเป็นแค่ภาพที่โผล่มาในความทรงจำก่อนจะเกิดขึ้นจริงอีกสักสองสามนาทีได้


         
การไม่ตั้งใจเรียนผลที่ตามมามีอยู่ทางเดียว   มันคือธรรมชาติ


         
หลังจากย้ายโรงเรียน   เขาก็เริ่มลดที่จะใช้มันเพราะเรื่องทางบ้าน


         
สิ่งที่ประหลาดมากกว่านั้นคือการที่เขาหลุดพ้นอันตรายที่จะมาหาได้แม้แค่ฉิวเฉียด   การต่อสู้ตัวต่อตัวเขาจึงไม่แพ้ใคร   แต่ก็ได้รับแผลหนักกว่าคู่ต่อสู้ทุกที


         
อีกอย่างหนึ่งคงเพราะเขามีความเร็วเป็นเลิศ


         
หาใช่วิ่งเร็ว   ว่ายน้ำเร็ว   แต่เป็นการหลบหลีกโดยไม่เคลื่อนจากจุดเดิมได้เร็วต่างหาก   และคู่ต่อสู้มักเหนื่อยก่อนจึงพ่ายไป


         
นั่นคือเรื่องในวัยเด็ก   เด็กคือเด็กย่อมเป็นเด็กอยู่วันยังค่ำ   ลิฟาร์ขยับมือกำด้ามมีดให้กระชับ   ตอนนี้เขาโตพอจะทำอะไรได้มากขึ้น   สมองถูกบริหารและฝึกฝนมาดีพอจะคิดหนทางไม่ให้ตัวเองเป็นฝ่ายบาดเจ็บหนัก...และเป็นฝ่ายชนะ


         
"เข้ามาเลย"


         
ลิฟาร์ท้าทาย   ตั้งท่ารับพลางคิดหาวิธี


         
ร่างสูงถลามาพร้อมดาบที่หมายปองไว้   การต่อสู้ระหว่างคนตัวเล็กและคนตัวสูงเริ่มต้นขึ้น   ดูภายนอกคงรู้ว่าฝ่ายไหนได้เปรียบ   หรือสำหรับใครบางคนที่กำลังดูอยู่อาจคิดว่าคนตัวเล็กนั้นสู้แรงไม่ได้แน่


         
นั่นแค่ภายนอกนี่นะ


         
ลิฟาร์ก้มหลบอย่างรวดเร็ว   เขานิมิตว่าจะมีหมัดโผมารอก่อนแล้วจึงหลบไปอีกทางอย่างรวดเร็ว   เร็วจนน่าตกใจ


         
ลิฟาร์ไม่คิดว่านี่คือพรสวรรค์   เขาไม่เชื่อนักเรื่องงมงายไร้เหตุผลพิสูจน์   แต่นี่คือความสามารถพิเศษ


         
และเขาเลือกจะใช้มันในยามจำเป็น
!


         
ปลายมีดเฉือนแขนเป็นทาง   เพียงแต่สร้างแผลให้แค่รอยข่วนขีด   แน่นอน   ผิวหนังของผู้มีกำลังมากมายจนถูกชื่นชมจะได้รับแผลจากมีดเล่มหนึ่งได้อย่างไร


         
"ขนาดมีดซับเบิร์น [stubborn] เฉือนยังไม่เป็นไร   ผิวของชายคนนั้นทำด้วยเหล็กไหลหรือไงนะ"


         
หญิงเจ้าของร้านกำลังชื่นชมการต่อสู้อยู่พึมพำเบาๆ   แต่ด้วยประสาทหูที่ดีเยี่ยมของเด็กหนุ่มข้างๆจึงรับรู้ได้ทุกพยางค์


         
"มีดซับเบิร์น? คืออะไรหรือครับคุณเจ้าของร้าน"


         
เวลล์มองตาแป๋ว   ใบหน้าสวยคมของหล่อนเคลื่อนมาสบแล้วแทบห้ามใจตัวเองให้ละลายไม่ได้   เด็กหนุ่มตรงหน้าดูน่ารักเกินจะทน


         
"เป็นชื่อของมันน่ะจ้ะหนุ่มน้อย   ไม่รู้ว่าเจ้าเด็กหน้าสวยคนนั้นตั้งใจเลือกหรือเปล่า   แต่ก็ถือว่าดวงดี"หล่อนว่า "มีดนั่นถูกเรียกว่าเป็นมีดที่หัวรั้นที่สุดในโลก   ไม่มีใครใช้งานมันได้และมันไม่ยอมให้ใครถูกใช้   แต่หากมีคนที่มันยอมรับด้วยแล้วล่ะก็   อนุภาพที่ถูกปกปิดของมันบอกได้เลยว่าไม่ใช่แค่มีดสั้นปอกผลไม้ธรรมดาหรอก"


         
"ก็แสดงว่ามันยังไม่ยอมรับเจ้านั่นให้ใช้มันน่ะสิ   แต่ถึงจะรับก็ไม่มีประโยชน์หรอก   วอลครูซน่ะแข็งแกร่งที่สุดแล้ว"


         
สตรีเจ้าของร้านหัวเราะในลำคอ


         
"อย่าลำพองใจนักสิ..."


         
"เสร็จฉันล่ะ!"


         
แล้วเด็กหนุ่มนัยน์ตาสีทับทิมก็กู่คำราม

+++++++

14/1/50
คุยกับมะนาวขาว

รู้สึกเหมือนแต่ละตอนจะสั้นลงหรือเปล่านะ? แต่ช่างเหอะ = ="
ขอคอมเม้นต์และคะแนนบ้างนะคะ แล้วก็ขอบคุณทุกๆคอมเม้นต์และคะแนนที่ให้เช่นกัน

สำหรับคาแร็คเตอร์ของวอลครูซและเวลล์  ตั้งใจไว้แล้วว่าจะได้เจอกับลิฟาร์อีกในเกมส์  เป็นคนที่เก่งมากๆเลยทีเดียว ชายคนนี้ ^^b
ตอนที่แต่งก็นึกถึง "ชายร่างใหญ่หน้าตาดีกับเด็กหนุ่มร่างบางอ้อนแอ้น" ตอนที่อ่านการ์ตูนวาย กร๊าก~
แต่ถึงยังไงลิฟาร์ก็หน้าเหมือนผู้หญิงกว่านะ

ไม่รู้ความสัมพันธุ์ของคู่นี้จริงๆแฮะ ^^"

565 ความคิดเห็น