*...::il[The Marvel of Wager - เกมกล คนท้าพนัน]li::...*

ตอนที่ 4 : Chapter III : วันสุดท้ายกับหนี้บุญคุณ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 290
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    19 มี.ค. 50


บทที่   3   วันสุดท้ายกับหนี้บุญคุณ


         
"ไม่เอา" คำขาดจากเด็กหนุ่มเจ้าของบ้าน "นายน่ะน่าสงสัยที่สุด"


         
"ไม่มีหลักฐานกล่าวหากันไม่ได้นะ" คิ้วเข้มของบุรุษสูงสง่าตกลง "ฉันไม่เข้าใจเลย   นายยังเป็นคนอยู่หรือเปล่า   ปกติความโลภของมนุษย์ไม่เคยปรานีใคร   มันครอบงำจิตใจขนาดสั่งให้ฆ่าคนก็ทำได้   เพื่อเงิน...เพียงหยิบมือ"


         
"ไม่มีหลักฐานแต่มีเหตุผลที่นายจะฆ่าเธอ" ลิฟาร์เอ่ยเสียงห้วน   หน้าของเขาชาจนไร้ความรู้สึก "ฆ่าเพื่อให้ฉันปรารถนาที่จะเล่นเกมใช่ไหม"


         
"ไม่ใช่" กรีนดีโอว่า "ฉันไม่เคยฆ่าใคร   มองแววตาฉันแล้วนายจะรู้"


         
ช่วงเวลานั้นเองที่กรีนดีโอได้สบตากับลิฟาร์อย่างเนิ่นนาน   ดวงตาสีทับทิมมองลึกเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลอ่อนราวกับกำลังค้นหาคำตอบ   ชายหนุ่มจ้องกลับอย่างไม่ลดละ   ใบหน้าจริงจังคล้ายคนมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตน   ลิฟาร์รู้สึกกระสับกระส่าย   เขาไม่รู้จะทำอย่างไรดี   หมอนี่ต้องเป็นคนฆ่าแน่ ๆ   แต่ลางสังหรณ์ของเขากลับบอกว่าไม่ใช่   ต่อให้มีหลักฐานมัดตัวแต่มันไม่ใช่


         
"ไปให้พ้นก่อนที่ฉันจะอารมณ์เสียไปมากกว่านี้" เด็กหนุ่มกดเสียงต่ำ


         
กรีนดีโอลอบถอนหายใจ   ใบหน้าจริงจังกลับมาขี้เล่นเหมือนเดิม
"นายเป็นมนุษย์คนแรกที่ฉันรู้จัก   แถมนายยังมีคุณสมบัติที่ฉันต้องการด้วย"


         
"คุณสมบัติอะไร"


         
ลิฟาร์มองเสี้ยวหน้าของชายหนุ่มด้วยหางตา   น้ำเสียงนั้นบูดสนิท   เขาน่ะหรือมีคุณสมบัติที่ต้องการ   มนุษย์คนแรก...แต่ว่า   ไอ้ก้อนเขียว ๆ เมื่อตอนนั้นมันไม่ใช่มนุษย์นี่นา
!


         
เด็กหนุ่มขยับคิ้วจนเกิดรอยย่นกลางหน้าผาก   เพิ่งรู้ตัวว่าตนทำความสนิทสนมกับ
'คนแปลกหน้า' เร็วจนน่าแปลกใจ   ถึงเขาจะพยายามเมินแต่ก็สลัดชายหนุ่มไม่ได้สักที   อาจเป็นเพราะกรีนดีโอพูดมากแถมยังมาป้วนเปี้ยนน่ารำคาญ


         
"ไม่รู้สิ" ชายหนุ่มตอบ "แต่ฉันรู้สึกได้ด้วยสัญชาติญาณ"


         
ลิฟาร์ทำเสียงเหอะในลำคอ   ให้ตาย...


         
"คนที่จากไปแล้วยังไงก็เอากลับคืนมาไม่ได้หรอกนะ"


         
คนฟังไหวตัวเล็กน้อย   ทั้งที่ตะกี้ยังมีท่าทางหงุดหงิดอยู่เลยไหงเปลี่ยนเป็นสุขุมเร็วขนาดนี้ได้   คิ้วเรียวสวยคลายออก   นัยน์ตาทอประกายอ่อนลงครู่เดียวแล้วกลับมาเย็นชาดังเดิม


         
"ถึงนายจะอ้างว่ามีเวทมนตร์หรืออำนาจพิเศษอะไรก็ตาม   ฉันก็ไม่เชื่อหรอกว่านายจะทำให้พี่สาวของฉันกลับมายิ้มให้ฉันได้อีกครั้ง" ลิฟาร์กระตุกยิ้มบนมุมปาก "ถึงจะเป็นพระเจ้าฉันก็ไม่เชื่อ..."


         
"พระผู้เป็นเจ้าน่ะเหรอ !"


         
กรีนดีโออุทาน   เด็กหนุ่มพยักหน้าเงียบ ๆ


         
"ใช่...พระเจ้..."


         
"พระผู้เป็นเจ้าทำได้นะ   พระองค์ทรงสร้างทุกสรรพสิ่งขึ้นมา   กะอีแค่คืนชีพใครสักคนต้องทำได้อยู่แล้ว ! เชื่อฉันสิ   พระผู้เป็นเจ้าไม่โกหกเรา   อิทธิฤทธิ์ของเขาฉันเคยเห็นมาแล้ว ! ถ้าเพียงนาย..."


         
"หยุดพูดเพ้อเจ้อสักทีเถอะ   กรีนดีโอ !!"


         
ร่างผอมบนเตียงใหญ่ร้องสอด   ตาสีทับทิมวาวโรจน์
!


         
คนพูดเพ้อเจ้อกลืนคำพูดทั้งหมดลงคอ...เด็กหนุ่มเวลานี้น่ากลัวเหลือเกิน


         
แต่...เขาไม่ได้กลัวหรอกนะ   ทั้งชีวิตเขาไม่เคยกลัวใครและไม่มีใครมีค่าควรแก่การทำให้เขาหวาดหวั่น   เขาเพียงแค่สงสัยว่าทำไมคนตรงหน้านั้นไม่เคยอยากได้อะไรเสียเลย


         
ทั้งที่...กิเลสราคะมันอยู่คู่กับตัวมนุษย์ทุกคนแท้ ๆ


         
การถูกเรียกชื่อเต็มครั้งแรกทำให้ชายหนุ่มรู้สึกดีใจลึก ๆ   แต่ไม่แสดงออกทางสีหน้าเพราะเกรงจะกลายเป็นยั่วโทสะของลิฟาร์อีก   แม้มันจะน่าสนุกก็เถอะ   เขาจำเป็นต้องเก็บมันไว้แล้วรอให้แผนการสำเร็จก่อน


         
"เดี๋ยวก็พระเจ้าทำอย่างนั้นทำอย่างนู้นได้   นายเคยเห็นกับตาแล้วหรือไงถึงแน่ใจนัก !"


         
ก็เคยเห็นแล้วน่ะสิ...


         
กรีนดีโอบอกทางสายตา


         
"ฉันบอกให้นายออกไปหลายครั้งแล้วยังหน้าด้านอยู่ได้   ฉันไม่มีทางร่วมเล่นเกมกับนายแน่ ! ถึงเล่นเฟอร์ก็ไม่กลับมาอยู่ดี ! ถะ ถ้า เล่นไป...เฟอร์ก็ตายอยู่...ดี..."


         
ใบหน้าดูดีแดงก่ำเบะเหมือนคนจะร้องไห้   แต่เพราะศักดิ์ศรีความเป็นชายค้ำอยู่บนคอเขาจึงกัดฟันไม่ปล่อยมันออกมาต่อหน้าคนไม่สนิทชิดเชื้อเด็ดขาด


         
"ก็ได้"


         
ชายหนุ่มพูดแม้ใบหน้าจะเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง   รอยยิ้มยังคงอยู่ไม่จางหาย


         
"ก็ได้   ลิฟาร์   คาเล็ค   ฉันจะไปเอง"


++
 

          ร่างสูงลุกจากเก้าอี้   ตรงไปยังริมหน้าต่างแล้วทำในสิ่งที่เจ้าของห้องนึกไม่ถึง   ชายหนุ่มกระโดดลงไปข้างล่างด้วยท่าทางไม่หวาดกลัวแต่อย่างใด   อย่างไรก็ตาม   ลิฟาร์ไม่คิดห้ามอยู่แล้ว   เขาจะเป็นยังไงก็ช่าง   ต่อให้ตกลงไปคอหักตายข้างล่างก็ไม่สน


         
เด็กหนุ่มสงบสติอารมณ์อยู่นานพอควร   เขาไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วเพราะมัวแต่คิดอะไรเรื่อยเปื่อย
'อะไร'ที่มันไร้สาระ


         
แต่...


         
นี่เขาบอกชื่อตัวเองกับชายหนุ่มไปตั้งแต่เมื่อไหร่


         
แล้วหมอนั่นรู้ได้ยังไง
? !


         
...ช่างมันสิ   จะรู้หรือไม่รู้ก็ไม่ใช่เรื่องของเขาอยู่แล้ว


         
ลิฟาร์กุมขมับ   หลับตาเพื่อหวังจะลืมภาพทั้งหลายให้หมดเปลือก   ดูเหมือนไม่ใช่วิธีที่ดีสักเท่าไหร่   เพราะเมื่อหลับตา   ภาพของพี่สาวก็แวบโผล่มาให้เห็นเป็นฉาก ๆ ราวกับกำลังหลอกหลอน


         
ชีวิตของเขาจะเปลี่ยนไปไหมนะ


         
เฟอร์ริต้าไม่อยู่แล้ว   เขาก็คงกินข้าวเช้าคนเดียว


         
เขารู้ว่าหล่อนพยายามชวนแม่มาร่วมโต๊ะด้วยเพื่อให้เราสองคนได้พบหน้ากัน   อาจจะทำให้ความโกรธ   เกลียดชัง   ที่เขามีลดลงบ้าง   แต่นั่นก็แค่
'อาจ' ความเป็นจริงนั้นมันไม่ได้ลดลงแม้แต่น้อย


         
ลิฟาร์คิดว่าคนเราลงมือทำไปแล้วก็ไม่สามารถแก้ไขกลับไปเหมือนเก่าได้   ถึงได้มีการเตือนสติว่าก่อนจะทำให้คิดให้ดีเสียก่อน   อย่าให้อารมณ์เพียงชั่ววูบครอบงำและทำลายอนาคต


         
ใช่...แม่ไม่คิดถึงผลที่ตามมา


         
ไม่คิดว่าพ่อจะรู้สึกอย่างไรหากรู้เรื่องตนเข้า


         
ไม่นึกถึงเลยว่าถ้าพ่อทำบ้างตนจะรู้สึกอย่างไร   อาจจะร้ายกว่าที่พ่อหึงหวง   อาจแรงกว่าเป็นเท่า...


         
ผู้หญิงเห็นแก่ตัวแบบนั้นเขาจะไม่เรียกว่า
'แม่' เป็นครั้งที่สอง   ไม่ว่าจะถูกบังคับขู่เข็ญขนาดไหนก็ตาม


         
เด็กหนุ่มประสานมือทั้งสองแล้วกุมบนหน้าอก   กล่าวขออภัยต่อพระผู้เป็นเจ้าซึ่งเป็นศาสดาแห่งศาสนาในใจ   ขออภัยที่ล่วงเกินเพราะโทสะเพียงชั่วครู่   ยกโทษให้ลูกด้วย


         
ลิฟาร์จรดปลายจมูกกับกำมือของตน   เขาหลับตากล้ำกลืนความโศกเศร้าทั้งหมดและได้แต่หวังเพียงว่าความหยาบช้าของเขาที่อ้างถึงพระองค์จะถูกอภัยโทษโดยเร็วก็พอ


         
...แต่ว่า...เขาคิดเช่นนั้นจริง ๆ...


         
ผู้คนจะอาศัยโบสถ์เป็นที่พึ่งสุดท้ายเวลาไม่มีใคร   พระผู้เป็นเจ้าก็จะทรงปลอบโยนและบอกเสมอว่าเรายังมีพระองค์เป็นเพื่อน   ไม่ว่าทำผิด...ไม่ว่าทำร้าย...พระองค์ก็จะยกโทษให้...


         
เขาต้องออกไป


         
อยู่ที่นี่ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย   ขืนอยู่ต่อเขาคงต้องประสาทเสีย   เห็นภาพหลอนที่ไม่อยากเห็น   มันชวนให้เขาปวดหัวตุบ ๆ


         
เขาต้องไป   เขาต้องออกไปจากบ้านหลังนี้


         
ถ้าแม่มาจะได้ไม่เจอเขา   จะได้ไม่เจอทั้งอาแมรี่ทั้งเขา   แล้วหล่อนก็จะเสียใจ


         
ใช่...นั่นคือสิ่งที่ควรจะทำ


         
ลิฟาร์ตรงไปยังตู้เสื้อผ้า   ประตูไม้สีโอ๊คลายไม้ถูกกระชากออกอย่างแรง   เด็กหนุ่มทำท่าจะคว้าชุดทุกชุดที่มีอยู่ในนั้นแต่...


         
ทั้งตู้ว่างเปล่า...เหลือเพียงไม้แขวนทั้งสี่สิบห้าตัวแขวนไว้ที่เดิมทว่าปราศจากเสื้อผ้าที่เคยมี...


         
เกิดอะไรขึ้น   ลิฟาร์ตะลึง   เสื้อผ้าหายไปไหนหมด  


         
ตอนเช้าตอนเปลี่ยนเสื้อผ้าก็ยังอยู่ครบ   ตอนเช้าไม่น่ามีใครเข้ามาในห้องเขาเร็วขนาดนั้น   อาแม่รี่ก็น่าจะรู้หน้าที่ตนดี...


         
ไอร้อนฉีดขึ้นใบหน้า   เขากำลังโมโห   ทั้งเรื่องเสื้อผ้าที่จะเก็บหนีแต่ไม่มีให้เก็บและอะไรที่ไม่ได้ดั่งใจเอาเสียเลย   ฟันกรามถูกขบเคี้ยวจนเกิดเสียงครางปนสบถ   เด็กหนุ่มกำมือแน่นพลางนึกหาคนทำ


         
"ยืนทำอะไรอยู่   จะไม่ไปแล้วเหรอ"


         
นั่นแหละเสียงของตัวการ...ไอ้บ้าเอ้ย


         
"ทำไมนายไม่ไปอีก !" ลิฟาร์หันไปด่าคนที่เกาะขอบหน้าต่างอยู่ "นายบอกว่าไปแล้วไม่ใช่เหรอ !"


         
กรีนดีโอไม่ปฏิเสธ   ใบหน้าหล่อเหลาผงกขึ้นลงคล้ายกับว่ายอมรับชะตากรรมซึ่งจะเกิดจากน้ำมือของร่างผอมซึ่งยืนอยู่ในห้องนอนนี้   นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนที่ส่งมาดูราวกับนัยน์ตาของเด็กทารกใสซื่อจนน่าหมั่นไส้


         
ชายหนุ่มฉีกยิ้มกว้าง
"ก็รอนายไปด้วยกันไง"


         
"จะบ้าเหรอไง ! ใครใช้ให้นายรอกันหา !"


         
"ไม่มีใครกล้าใช้ฉันหรอก" กรีนดีโอเอียงคอ "แล้วฉันก็ไม่มีวันทำตามคำสั่งใคร"


         
"ไม่มีสัจจะในหมู่ปีศาจ   ฮ่า ๆ นายน่าจะเคยได้ยิน"


         
นัยน์ตาสีทับทิมเหลือบไปเห็นกระเป๋าเดินทางสีน้ำตาลซึ่งรู้ทันทีว่าในนั้นมีเสื้อผ้าของเขาอยู่ทั้งหมด
"นั่นมันของฉัน" เด็กหนุ่มกัดฟันพูด "เอาคืนมา"


         
"โถลิฟาร์   คาเล็ค   นายจะหนีทั้งทีก็ไม่ควรไปคนเดียว   ยิ่งเป็นคุณหนูอ่อนต่อโลกอย่างนายด้วยล่ะก็   เกิดมีคนฉุดไปทำมิดีมิร้ายขึ้นมาจะทำยังไง"


         
คนอ่อนต่อโลกย่นคิ้วเครียด   เขาเป็นผู้ชายนะ


         
"มันเรื่องของฉัน"


         
"โอเค   ก็ได้   แต่ว่านายอยากใช้บริการฉันสักเที่ยวบินไหม"


         
ร่างผอมเลื่อนลิ้นชักออกแล้วหยิบรองเท้าผ้าใบออกมาสวมใส่   ก่อนจ้ำเท้าไปหาชายหนุ่มแล้วหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพายไหล่ไว้เอง   เขามองรอยยิ้มที่ฉีกกว้างเกือบถึงใบหูของกรีนดีโอแล้วพูดอย่างจำใจ


         
"ก็ได้   แต่ฉันยังไม่เลิกความคิดว่านายเป็นฆาตรกรหรอกนะกรีนดีโอ"


 

++



         
ภายในพริบตา   ไม่ทันที่เด็กหนุ่มจะตั้งตัว   ร่างผอมก็รู้เสียววูบพร้อมลมกรรโชกพัดหน้าระลอกหนึ่ง   ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นสีเทาฝ่าฟางก่อนเปลี่ยนเป็นภาพหมู่ไม้เขียวชุ่มตามาแทน


         
ป่า...


         
ใช่ ป่า
!! เขากำลังอยู่ในป่าของที่ไหนสักแห่งทั้งที่เมื่อนาทีก่อนยังอยู่ในคฤหาสน์ชั้นสามอยู่เลย!!


         
ลิฟาร์แทบบังคับมือที่ง้างเตรียมตบหน้าตัวเองไม่ได้   นี่เขาไม่ได้ฝันไปใช่ไหม   ก็ในเมื่อ...


         
นัยน์ตาสีทับทิมตวัดมองจำเลยซึ่งยืนข้างตัว   ใบหน้าคมคายหันซ้ายขวาราวกำลังดูลาดราว   แถมยังทำไม่รู้ไม่ชี้เมื่อสบสายตาเพชฌฆาตของเขาอีก


         
หมอนี่ทำอะไรกันแน่
!!


         
"นาย!!"


         
"ชู่!" นิ้วยาวยกมาจุปากก่อนเด็กหนุ่มจะเปล่งเสียงอะไรไปมากกว่านี้ "มีบางอย่างใกล้เข้ามา"


         
ว่าแล้วชายหนุ่มก็พุ่งตัวไปหลบหลังต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง   อากัปกิริยานั้นทำให้ลิฟาร์จำใจทำตาม


         
เขาอยากถามว่าไอ้ท่าทางพิลึกพิลั่นที่กรีนดีโอทำอยู่นั้นทำไปเพื่ออะไร   บางอย่างกำลังมาแล้วเกี่ยวอะไรกับเขา   ยังไงเสียหากเป็นเจ้าหนี้ที่หมอนั่นหลบหน้าอยู่จะลากเขามาด้วยทำไมกัน


         
ไม่มีเหตุผลนี่นะ   เขาไม่รู้จักมักจี่หมอนี่คงไม่เป็นไร


         
คิดแล้วร่างผอมก็ออกจากที่หลบภัย   ทว่าเมื่อตัวของเขาโผล่พ้นลำต้นไม้
'บางอย่าง' ก็เข้าจู่โจมเขาทันที!!


         
แรงสั่นสะเทือนจากพื้นดินเบื้องล่างส่งผลให้ลิฟาร์ไม่อาจทรงตัวอยู่ได้   เขี้ยวแหลมคมโผล่พ้นรอยแยกแห่งพสุธาก่อนเผยร่างจริงให้เห็นเด่นชัด
!!


         
อสูรกายสีเขียวมรกตกระโดดขึ้นฟ้าก่อนกระแทกตัวลงมาตรงหน้าเด็กหนุ่มที่กองอยู่กับพื้นด้วยความเจ็บเพราะล้มก้นกระแทก   สายตาคมปลาบคล้ายอสรพิษแลดูเหยื่อแสนโอชะจับจ้องมาที่เขาไม่วางตา   มือทั้งสองเต็มไปด้วยกงเล็บแหลมคล้ายใบมีดกางออกราวกำลังบริหารข้อนิ้ว   ผมสีแดงดุจโลหิตในกายไล้บนใบหน้าแหลมซึ่งประดับรอยยิ้มหยันอยู่


         
ลิฟาร์ตัวสั่นเทา   เมื่อสบกับดวงตาคู่นั้นเต็มๆ


         
สัตว์ประหลาด
!!


         
สัตว์ประหลาดที่อยู่ในโทรทัศน์ออกมาจากหน้าจอได้อย่างไร
!!


         
"บ้าเอ้ย!"


         
เขาได้ยินเสียงกรีนดีโอสบถเป็นครั้งแรก   แล้วร่างสูงก็กระโจนออกมาคว้าตัวเขาให้ไปแอบอยู่หลังต้นไม้ต้นเดิม


         
กรีนดีโอใช้แผ่นหลังกว้างใหญ่ของตนเป็นกำบังให้เขาอีกชั้นหนึ่ง   มืออีกข้างขวางกั้นไม่ให้เขาเดินไปไหนได้


         
ลิฟาร์ไม่สามารถขัดขืนอย่างที่ปกติมักจะทำ   เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าเมื่อครู่เกิดอะไรขึ้นกันแน่   หรือนี่เขายังอยู่ในความฝัน   เขาคงยังไม่ตื่น   ...แต่ความเจ็บปวดตอนล้มกระแทกมันบอกชัดว่าเป็นความจริง...


        
เด็กหนุ่มอ้าปากผะงาบๆ   สองมือเย็นเฉียบลูบคลำใบหน้าตนเองเพราะอยากพิสูจน์ว่าอะไรกันแน่ที่คือความจริง
!


         
"ตามมาถึงนี่เลยหรือเนี่ย"


         
เสียงของชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองเบาๆ   พลางจับตามองเจ้าตัวประหลาดที่กำลังตามหาพวกเขาอยู่   เขารู้   มันมองไม่เห็น   ก่อนตายมันถูกควักลูกตาออกไป   สิ่งที่ทำให้มันล่าเหยื่อได้ก็คือจมูก


         
อีกไม่นานมันคงรู้ที่ซ่อนตัวเขา...และลิฟาร์


         
นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนเบือนมามองร่างผอมข้างหลังอย่างเป็นห่วงเป็นใย   กลัวว่าจะได้รับบาดเจ็บอะไรหรือเปล่า


         
"ไม่เป็นไรนะ"


         
เขาถามจากใจจริง   ทว่าเมื่อนัยน์ตาสีทับทิมคู่สวยตวัดขึ้นมามองคนตัวสูงกว่าก็คล้ายกับถูกดึงให้มาอยู่ในโลกความจริงได้แล้ว


         
"ไม่เป็นไรบ้านแกสิ!"กรีนดีโอลอบยิ้ม คุณชายบ้านไหนเขาพูดคำหยาบคายแบบนี้นะ "ไอ้ตัวบ้านั่นมันอะไรกัน นายพาฉันมาได้ยังไง! แล้ว แล้ว...นี่มันที่ไหนแน่!"


         
"ถ้านายเป็นเด็กดีฉันจะบอกหมดทุกอย่างเลย โอเค? แต่ถ้าขืนโวยวายทำตัวเป็นภาระอยู่ละก็ ฉันก็คงช่วยอะไรไม่ได้"


          อาจเป็นภาพหายากมากเมื่อลิฟาร์พยักหน้าตกลงแต่โดยดี   ชายหนุ่มคว้ากระเป๋าเสื้อผ้าของคนขี้โวยวายแล้วปาออกไปยังอีกฟาก   เพื่อเบนความสนใจ   ปีศาจตนนั้นหันควับแล้วกระโจนไปหากระเป๋า   ก่อนกรีนดีโอจะเยื้องกายก้าวออกไป   ทิ้งให้คนคนเล็กอยู่หลังต้นไม้ใหญ่คอยมองห่าง ๆ ตามเดิม


         
"ไง ไม่ได้เจอกันตั้งนานเลยนะ แม่สาวใหญ่เมเกน"


         
คิ้วของลิฟาร์กระตุกโดยไม่รู้ตัว   แม่สาวใหญ่? ไอ้ตัวเขียวนั่นเป็นเพศเมียงั้นเหรอ
!


         
ไอ้ตัวเขียวตามฉายาหันมามองกรีนดีโอโดยพลัน   ก่อนแยกยิ้มกว้างฉีกถึงใบหู


         
"นานเหรอ กรีนดีโอ ข้าว่ายังไม่ถึงสามวันเลยไม่ใช่หรือไง"


         
"ถึงแล้วนี่"กรีนดีโอส่งยิ้มหวาน "ก็วันนี้วันที่สามพอดีไง"


         
"ยังกวนโทสะเหมือนเดิมนะกรีน"


         
แม่สาวใหญ่เมเกนขยับยิ้มกว้าง   และมันก็เพิ่มสร้างความน่าเกียจให้แก่ใบหน้านั้นมากขึ้นเกือบเท่าตัว   ลิฟาร์เบ้ปาก   นึกขยาดของสีเขียวไปอีกนาน


         
การเรียกชื่อสั้นๆโดยไม่ขอนั้นกรีนดีโอไม่ค่อยพึงพอใจเท่าไหร่นัก   ความรู้สึกมันแตกต่างกับตอนที่ลิฟาร์เรียกถนัดเลย


         
รอยยิ้มบนดวงหน้าหล่อเหลาหายไป   แทนที่ด้วยสายตาเย็นชาชนิดน้ำแข็งขั้วโลกยังยอมละลาย


         
"แกก็ร่วมเล่นเกมกับเขาด้วยเหรอพ่อหนุ่มน้อย" เมเกนถาม "ข้าคิดว่าปีศาจผู้ใช้ชีวิตเอื่อยเฉื่อยกับการพนันแลกกับเศษเนื้อไปวันๆอย่างแกจะไม่มีสมองมาหวังรางวัลของพระผู้เป็นเจ้าเสียอีก"


         
"สมองน่ะฉันมีแน่"กรีนดีโอตอบเสียงเรียบ   หากแต่ประกายดวงตานั้นเฉียบคมจนดูน่ากลัว "แต่ฉันไม่มีปากเน่าๆเหมือนแกหรอกเมเกน ฉันเคยเตือนกี่ครั้งแล้วว่าเป็นผู้หญิงใช้รักษาความงามไว้เป็นยอดดี แกก็ไม่ฟังฉันเลย"


         
ลิฟาร์ที่แอบฟังแทบลมจับ   เมื่อชายหนุ่มให้ความมั่นใจกับเขาแล้ว


         
ดูยังไงถึงจะรู้ว่าเป็นผู้หญิงนะ
!


         
แต่ว่า...สองคนนี้รู้จักกันมาก่อนเหรอ


         
คำถามที่ลิฟาร์แอบด่าตัวเอง   หมอนั่นรู้จักกับปีศาจก็ไม่น่าแปลก   เพราะเขาก็เป็นปีศาจอีกจำพวกหนึ่งอยู่แล้วนี่เนอะ   นิสัยแย่พอๆกับมันเลย


         
"เหอะ"ใบหน้าของเมเกนเชิดขึ้น "ข้าพอใจของข้า อย่าทำเป็นรู้ดี"


         
"นี่เป็นห่วงกันนะเนี่ย" กรีนดีโอฉีกยิ้มเย็น "ก็ไม่อยากเห็นเพื่อนร่วมนรกต้องอัปลักษณ์ไปเสียทุกตนน่ะ ไม่อย่างงั้นคงมีฉันคนเดียวที่หน้าตาดีที่สุด"


         
นรก?


         
คิ้วของเด็กหนุ่มขยับชนกัน


         
หรือว่าจะเป็นชื่อเมืองที่พวกเขาอยู่   แต่มันอยู่ส่วนไหนของสหรัฐอเมริกากันเนี่ย


         
"ข้าจะไม่ต่อล้อต่อเถียงกับแกแล้ว!"เมเกนเอ่ยคำขาดอย่างใส่อารมณ์ "ส่งนังเด็กนั่นมาให้ข้าเสียดีๆ!"


         
นัยน์ตาว่างเปล่าแต่แฝงความดุร้ายกระวัดมามองเขาทันที   ลิฟาร์ชี้นิ้วที่ตัวเอง   นังเด็กนั่น? หมายถึงเขาหรือ?


         
นี่มันถึงวันโลกาวินาศแล้วหรือไงกัน   ทำไมมีแต่คนอยากให้เขาไปทำนู่นทำนี่   แล้วปีศาจน่าขยะแขยงตนนี้ยังบอกให้กรีนดีโอส่งตัวเขาไปให้อีก
!


         
หากไม่ใช่วันโลกแตกก็เป็นวันที่เขาประสาทกลับกระมัง


         
ลิฟาร์หันไปมองกรีนดีโอซึ่งกำลังจ้องเขาอยู่เช่นกัน   ภายในดวงตาสีน้ำตาลอ่อนนั้นส่องประกายประหลาดและฉาบด้วยความรู้สึกต่างๆนานา   ที่...เขาไม่รู้ว่าคืออะไร


         
"ไม่ได้" น้ำเสียงนั้นแผ่วเบาและฟังโหวงเหวง "ให้ไม่ได้ ถึงตายยังไงก็ให้ไม่ได้"


          "งั้นข้าไม่ออมมือ"


         
สิ้นคำนั้น   อสูรสาวก็กระโดดขึ้นฟ้าอย่างรวดเร็วจนกรีนดีโอมองไม่ทัน   ฉับพลันร่างสีมรกตก็มาอยู่ข้างหลังลิฟาร์ที่ทำอะไรไม่ถูกก่อนจะคว้าตัวเขาบินบนท้องฟ้าแล้วหยุดอยู่ที่กิ่งไม้สูงข้างบน


         
แต่มันก็ยังอยู่ในสายตาของคนหวงของตลอด


         
เมเกนแลบลิ้นเลียริมฝีปากแล้วกระชับร่างผอมให้แน่น   และสิ่งหนึ่งที่ลิฟาร์เพิ่งรู้ก็คือ...


         
เขากำลังจะอาเจียน
!!


         
การเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วทำให้รู้สึกอยากสำรอกของในท้องออกมาทั้งหมด   เด็กหนุ่มโก่งตัวแล้วปล่อยมันออกมาใส่ตัวปีศาจสาวทันที


         
"นังเด็กบ้านี่!!"


         
เมเกนกรีดร้องก่อนปล่อยมือที่โอบร่างผอมให้ทิ้งตัวลงตามแรงโน้มถ่วง
!



         
"เฮ้ย!!!!!!"



++



         
สายลมปะทะหน้าดูดีจนติดสวยของคุณชายตระกูลใหญ่   ลิฟาร์รู้เพียงว่าภาพพื้นหญ้ากำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ   เรื่อยๆ   และเร็วขึ้นทุกนาที   การดิ่งพสุธาไม่ใช่เรื่องโปรดเขาเลย


         
ราวกับเขารู้ชะตากรรมตนเอง   เด็กหนุ่มหลับตาปี๋แต่พอทุกอย่างหยุดนิ่ง   หัวใจเขาก็แทบหยุดเต้นตาม


         
เปลือกตาบางเปิดข้างหนึ่งแล้วตามด้วยอีกข้างหนึ่ง   ลิฟาร์สำรวจตัวเองว่ามีอะไรขาดหายหรือเละเทะไปบ้าง   แต่ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม


         
เขาเงยหน้า   ดวงหน้าหล่อเหลาอยู่ใกล้เพียงไม่กี่คืบพร้อมรอยยิ้มบนนั้นเป็นนิจ


         
"นายติดหนี้บุญคุณฉันแล้วนะ   ลิฟาร์   คาเล็ค"




+++

25/12/49

คุยกับ มะนาวขาว(เปลี่ยนนามปากกา)

กลับมาจากอังกฤษเหนื่อยมากเลยค่ะ! ภาษาก็ยังไม่ค่อยคล่อง พอฟุดฟิดฟอฟายไปได้หน่อยๆ ยังไงก็ขอคอมเม้นต์จากทุกๆคนด้วยนะคะ

565 ความคิดเห็น