*...::il[The Marvel of Wager - เกมกล คนท้าพนัน]li::...*

ตอนที่ 3 : Chapter II : วันต่อมากับมายาบอกเหตุ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 279
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    19 มี.ค. 50



บทที่   2   วันต่อมากับมายาบอกเหตุ



          กว่าลิฟาร์จะสลัดชายหนุ่มไปได้ก็ใช้เวลาเกือบชั่วโมง   กรีนดีโอทั้งตื้อและออดอ้อน   งัดไม้แข็งไม้อ่อนมาใช้เพื่อให้เขาร่วมเล่นพนันให้ได้   แต่ลิฟาร์ไม่สนใจแม้แต่จะฟังรายละเอียด   หลังจากทานลาซานญ่าหมดจานเด็กหนุ่มก็หนีออกจากร้านทันที


         
เขาหลบ ๆ ซ่อน ๆ ตัวไม่ให้เจอกับหมอนั่นตลอดสิบชั่วโมง   เมื่อหอนาฬิกายักษ์ชี้เข็มสั้นถึงเลขหกเด็กหนุ่มถึงกับผ่อนลมอย่างโล่งใจ   เพราะนี่ได้เวลากลับบ้านแล้ว   ถ้าโชคดีคงจะเห็นแค่เฟอร์ริต้านั่งบนโซฟารับแขกดูโทรทัศน์   แต่ถ้าโชคร้ายตอนร่วมดินเนอร์อาจมีสามคนที่ร่วมโต๊ะ   คนที่ว่าก็คือเขา   เฟอร์   และกรีนดีโอ (ถ้าหมอนั่นตามไปถึงบ้าน   นั่นแหละโชคร้ายจริง ๆ)


         
กลับมาแล้ว


         
เด็กหนุ่มพึมพำก่อนผลักประตูไม้มะฮอกกานีแล้วดันตัวเข้าไป   ขอบคุณพระเจ้าที่เข้าข้างเขา   ภายในห้องรับแขกซึ่งอยู่ด้านหน้าสุดของบ้านมีร่างบางของคาเล็คผู้พี่นั่งจองรีโมตอยู่   และนอกนั้นก็ไม่มีคนอื่นเลย


         
หายไปไหนมาน่ะลิฟาร์เด็กสาวเด้งตัวจากเก้าอี้นวมแล้วตรงมาหาเขารู้ไหมว่าพี่เป็นห่วงแค่ไหน   แม่เสียใจมากเลยตอนที่เธอวิ่งขึ้นห้องไป   พอพี่ขึ้นไปดูห้องก็ว่างเปล่า   หัวใจพี่หล่นไปถึงตาตุ่มเลยเชียวนะ


         
ลิฟาร์เหล่มองมือน้อยที่จับไหล่ทั้งสองของเขาอยู่   ก่อนกระวัดตาขึ้นสบกับนัยน์ตาสีชมพูซึ่งเป็นสีของคอนแท็คเลนส์ชนิดใช้แล้วทิ้ง


         
ขอบใจเด็กหนุ่มสลัดมือสองข้างนั้นออกไปพ้นตัวแต่ถ้าพี่พาผู้หญิงคนนั้นมาอีกครั้งล่ะก็จะหาว่าผมไม่เตือนไม่ได้นะ


         
เขาไม่ได้พูดเล่น   ความแค้นเคืองในใจเป็นเสมือนสิ่งที่เปลี่ยนเส้นทางชีวิตอันน่าราบรื่นให้ขรุขระไปหมด   ทั้งที่เราจะได้เป็นครอบครัวที่มีความสุข   อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูก   แต่ผู้หญิงสารเลวคนนั้นก็ทลายมันจนป่นปี้   จะให้เขาอภัยง่าย ๆ ได้อย่างไร


         
เฟอร์ริต้าอยากยื้อร่างของน้องชายให้อยู่คุยกันนานกว่านี้   แต่เธอก็ใจแข็งไม่พอ   ได้แต่ปล่อยให้ร่างผอมเดินขึ้นบันไดกลับห้องของตนไป


         
น้ำตาหยดหนึ่งรินรดแก้มนวลใส   ใบหน้างามก้มเพื่อปกปิดมัน   แม้ในห้องจะมีหล่อนอยู่คนเดียว   แต่เธอก็หลีกเลี่ยงความกลัวของตัวเองไม่ได้


         
กลัวที่จะเสียใจ...ทั้งที่ตนก็ยังจมอยู่กับความทุกข์อยู่แล้ว


         
กลัวกับอนาคต...ที่รู้ว่ามันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ


         
กลัวกับบางอย่างที่ทำให้ตัวเองไม่มีความสุข   กลัวที่จะเสียน้ำตา...


         
ร้องไห้อยู่หรือครับ


         
คำถามพร้อมกับผ้าเช็ดหน้าผืนบางโชยกลิ่นหอมของดอกไม้นานาพันธุ์ถูกยื่นมาตรงหน้า   เด็กสาวเงยหน้ามองผู้ประสงค์ดี   รอยยิ้มบางแฝงความอบอุ่นนั้นทำให้คำถามว่าเขาเข้ามาในบ้านได้อย่างไรนั้นหายไปกับความทรงจำ


         
เชิญใช้ก่อนสิบุรุษแปลกหน้าไม่คุ้นตาเอ่ยด้วยรอยยิ้มร้องไห้เดี๋ยวก็ไม่สวยหรอก


         
เฟอร์ริต้ารับผ้าเช็ดหน้าสีฟ้าอ่อนมาซับน้ำตา   ก่อนมันจะเทลงมาราวกับน้ำป่าไหลหลากจนไม่สามารถกลั้นได้   เด็กสาวร้องโฮอย่างไม่อายใคร   ซุกใบหน้ากับอกกว้างเมื่อชายหนุ่มดันตัวหล่อนเข้าไป


         
ขอบคุณค่ะ


         
เฟอร์ริต้ายิ้มให้เขาหลังจากหมดน้ำตาไปเยอะพอควร   เธอยื่นผ้าที่เปียกชุ่มส่งคืนแต่ชายหนุ่มไม่รับ


         
คุณเป็นใครเหรอคะ


         
เฟอร์ริต้าเดินไปวางผ้าเช็ดหน้าไว้บนโต๊ะรับแขก   ทันทีที่หันหน้ากลับมาบุรุษแปลกหน้ากลับไม่อยู่ตำแหน่งเดิมอีกแล้ว   นัยน์ตาสีชมพูมองหาร่างสูงก่อนจะสะดุ้งเมื่อมือใหญ่จับไหล่เธอแล้วหมุนให้หันไป


         
ใบหน้าคมหล่อเหลานั้นยังรักษารอยยิ้มมารยาท   ดูไม่มีพิษสงหากคมเขี้ยวนั้นไม่งอกยาวออกมา   มือที่จับแน่นบนไหล่บางเผยกรงเล็บราวสัตว์ป่าให้ประจักษ์แก่สายตา   ...ไม่มีเวลาให้เด็กสาวกรีดร้อง   ไม่มีแม้แต่ร้องขอความเมตตา...


         
แขกคนสำคัญไงครับ



++
 

          กลิ่นอายสายลมหนาวแห่งต้นฤดูใบไม้ผลิพัดผ่านเรือนผมสีดำสนิทให้พลิ้วไหว   เบื้องหน้าภาพที่สะท้อนอยู่ในนัยน์ตาสีทับทิมคือปราสาทสีขาวเหนือผืนดินที่โรยด้วยก้อนกรวดและเม็ดทราย   เส้นแสงจากดวงอาทิตย์ทิศบูรพาส่องลงมากระทบหลังคาทรงโดมโค้งสีนวล   รายล้อมด้วยหมู่แมกไม้เขียวขจี   กำแพงหินอ่อนหากซ่อนความแข็งแกร่งไว้ภายในโอบล้อมอาณาบริเวณส่วนตัวของเจ้าของปราสาทหอคอยสูงแห่งนี้ราวกับเป็นเพียงอย่างเดียวที่จะปกปักษ์มันจากภัยอันตรายไว้ได้


         
เหตุใดเขาถึงมาอยู่ที่นี่ไม่มีใครทราบ   แต่ทุกสิ่งทุกอย่างดูสงบและเดินไปตามกาลเวลาที่มันควรจะเป็น   สรรพสิ่งทั้งหลายดำเนินชีวิตตามปกติ   แมลงน้อยใหญ่ส่งเสียงหวีดหวิวราวเอ่ยท่วงทำนองไพเราะของบทเพลงจนคนฟังถึงกับเคลิบเคลิ้มไปชั่วขณะ


         
แล้วเสียงร้องของใครบางคนก็ดังมาพร้อมกับสายลมวูบหนึ่ง


         
บทเพลงถูกขับขานด้วยเสียงอันเสนาะรื่นหู...


         
แต่น้ำคำช่างโศกเศร้านัก



         
   ปราการสีหิมะ...ภายนอกงดงามภายในปวดร้าว...


         
กระท่อมบนธาราพร่างพราว...รอบล้อมริษยา
...


         
คฤหาสน์ใต้เชิงหิน
...เจ้าของละโมบ   โลภเพียงชั่วครา...


         
ผู้ครองเมืองใช้มนตรา...กำหนดชีวิตคน...



         
เนื้อความคล้ายกำลังบอกอะไรสักอย่างแก่เขา   ลิฟาร์วาดสายตามองหาต้นเสียงกลับไม่เจอใครอื่นนอกจากตัวเองและเสือขาวตัวโคร่ง...


         
รูปร่างเพรียวบางทรงความสง่าไว้ทุกท่วงท่าการย่างเดินนั่นบ่งถึงคุณลักษณะอันดีงามของมันชัดเจน   ศีรษะเชิดสูงตลอดเวลาพลางส่งนัยน์ตาคมกริบเชือดเฉือนทุกสิ่งมาทางเขาราวกำลังพิจารณาร่างผอมแต่ปลายเส้นผมจรดนิ้วเท้า   ขนสีนวลประกายลายพาดกลอนสลักไว้บนลำตัวงามระหง


         
มาตั้งแต่เมื่อไหร่กันนี่...


         
หรือเสียงเพลงเมื่อครู่จะเป็นของพยัคฆ์แสนผึ่งผายตัวนี้เล่า...


         
เด็กหนุ่มโคลงศีรษะ...นึกโทษตัวเองฟุ้งซ่านอะไรอีกแล้ว


         
เจ้าจักรู้ความหมายมันด้วยตัวเอง


         
นัยน์ตาสีทับทิมเบิกขึ้น   เสียงทุ้มต่ำนั้นเป็นของสัตว์ร้ายตรงหน้าจริง ๆ   และที่สำคัญมันรู้ว่าเขากำลังคิดอะไร


         
เป็นเพียงมายาบอกเหตุ   ที่แห่งนี้เจ้าจักมาพบกับมันอีกครั้ง   ปราการสีหิมะ   กระท่อมบนธารา   คฤหาสน์ใต้เชิงผา   ผู้ใช้มนตราคือเจ้าครองเมือง   วลีศักดิ์สิทธิ์ขอเพียงเจ้าไขมันให้เข้าใจ   แล้วปรารถนาทุกอย่างจักเป็นจริง


         
พูดเรื่องอะไรเด็กหนุ่มถาม   ถอยหลังออกห่างร่างสีขาวด้วยความระมัดระวังฉันไม่มีสิ่งที่ต้องการ   ไม่จำเป็นต้องไขปริศนากลอนนั่นหรอก


         
นัยน์ตาคู่สวยมีริ้วรอยแห่งความกังวลบางเบา   ร่างผอมอยากหนีไปให้ไกลเท่าที่ไกลได้เพื่อไม่อยู่ฟังคำพูดไร้สาระแม้มันดูมีมนตร์สะกดก็ตาม   ใครจะรู้ว่าเสือสีขาวนั่นนึกอยากกระโจนเขมือบเขาตอนไหน


         
ลมหายใจจากสิ่งมีชีวิตทั้งสองเข้าออกสม่ำเสมอ   หากแต่ใบหน้าขาวของเด็กหนุ่มชื้นแฉะด้วยเหงื่อไคล


         
เจ้าจักค้นพบมันเองเมื่อถึงเวลา

 

++


         
เช้าวันใหม่โดยไม่มีคนมาปลุกทำให้เปลือกตาลืมขึ้นอย่างเชื่อมช้า   เป็นเวลานานเหลือเกินที่ร่างผอมบนเตียงสีเสาขนาดใหญ่นั่นจะลุกขึ้นมาได้   เหตุผลคงมาจากความฝันประหลาดเมื่อคืน   ทุกอย่างจึงดูร้อนรนผิดปกติ


         
เขาฝันร้าย   ผิดกับเมื่อวานที่ออกจะฝันดีที่สุดในชีวิต


         
ลิฟาร์ส่ายหัวแรง ๆ สองสามทีก่อนตัดสินใจไปทำกิจวัตรประจำตัว   เช้าของวันอาทิตย์ดูท่าทางอากาศข้างนอกจะดีกว่าวันไหน ๆ   แม้ว่าภาพในความฝันจะยังปรากฏให้เห็นเป็นพัก ๆ ก็ตาม


         
เหมือนมีลางสังหรณ์   ลิฟาร์คิด   บางอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป


         
เขาไม่เคยเชื่อเรื่องเหลวไหล   แต่ลางสังหรณ์ที่เกิดจากตัวเองไม่ใช่เรื่องเหลวไหลนี่   เขาเพียงแค่รู้สึกว่าบางอย่างจะแปลกไปจากเดิม   ไม่บ่อยนักที่ลิฟาร์จะมีลางบอกเหตุ   มันยิ่งดูน่าเชื่อถือใช่ไหมล่ะ


         
วันนี้เขาเตรียมตัวลงไปทานอาหารเช้า   แต่แล้วเสียงเอ็ดตะโรก็ดังลั่นมาแต่ไกลตามด้วยเสียงย่ำบันไดบ่งถึงความรีบเร่งของเจ้าของฝีเท้าได้ดี


         
ประตูห้องนอนเปิดพึ่บ   แต่กลับไม่ใช่บุคคลที่เขาคิด   ไม่ใช่เฟอร์ริต้าแฮะ...


         
คุณหนูคะ !”


         
สาวใช้คนหนึ่งในบ้านร้องเรียกเขาอย่างรีบร้อน   ใบหน้าตกกระซีดเผือดเต็มไปด้วยหลากหลายอารมณ์   จะเบะร้องไห้ก็ไม่ใช่   จะหวาดกลัวก็ไม่เชิง
   ลิฟาร์วางแปลงหวีผมบนโต๊ะเครื่องแป้งแล้วรี่ไปรับตัวหล่อนซึ่งล้มคว่ำกองกับพื้นเรียบร้อย


         
เป็นอะไรอาแมรี่   มีอะไรเกิดขึ้นเหรอ !”


         
เด็กสาวจับหน้าอกตัวเองเพื่อดูแรงเต้นของหัวใจ   ก่อนหล่อนจะสะอื้นแล้วร้องไห้ซบอกลิฟาร์   เขาทำตัวไม่ถูกจึงได้แต่ลูบผมสีน้ำตาลทองเบา ๆ เป็นเชิงปลอบโยน   ขณะที่หล่อนพยายามเปล่งเสียงปนกับเสียงสะอื้นออกมาเพื่อเล่าเรื่องราวให้เขาฟัง


         
คะ   คุณหนู   คุณหนูตาย...คุณหนูตายแล้วค่ะ !”


         
มือที่ลูบอยู่นั้นชะงักกึก   ลิฟาร์เบิกตากว้างแทบถลน   เขาได้ยินถูกหรือเปล่า   เมื่อกี้อาแมรี่พูดว่าอะไร   ใครตาย
? หรือหล่อนจะสติเพี้ยนไปแล้ว   ลูกชายแห่งคฤหาสน์ใหญ่กระชากร่างอ้อนแอ้นออกมาแล้วเขย่าพลางถามให้แน่ชัด


         
เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะอาแมรี่ ! เธอบอกว่าใครตายนะ   พูดอีกทีซิ !!”


         
เสียงของลิฟาร์แทบจะอยู่ในระดับทำให้แก้วหูชั้นนอกแตกได้อยู่แล้ว   อาแมรี่ยังร้องไห้ไม่หยุด   น้ำมูกน้ำตาอาบเต็มหน้าดูน่าเวทนานัก


         
คุณหนูเฟอร์ตายแล้วค่ะ   เมื่อกี้ป้าแม็กเพิ่งเห็นศพของเธอเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยอยู่บนพรมหน้าโทรทัศน์......คุณหนู ! รอฉันด้วยค่ะ


         
ร่างผอมของคาเล็คคนน้องไม่รอฟังสาวใช้เล่าจนจบ   เขาวิ่งลงบันไดไปยังห้องข้างล่าง   แหวกฝูงชนทั้งคนใช้ในบ้าน   ตำรวจ   และพนักงานเก็บศพเข้าไปในจุดเกิดเหตุ


         
สภาพของพี่สาวทำให้ลิฟาร์ลืมแทบหายใจ...


         
ศีรษะยังต่อติดกับลำตัว   หากแต่แขนแต่ละข้างขาดจากส่วนที่ควรอยู่ไกลมาก   อวัยวะส่วนล่างขาดหายไปเหลือเพียงกระเพาะอาหารที่ไม่รู้ลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่กระเด็นไปไหน   ขาทั้งสองถูกฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยกองอยู่ไม่ห่างนัก   พรมสีครีมเคยสะอาดสะอ้านบัดนี้อาบไปด้วยสีแดงของโลหิตจากร่างสตรีผู้อ่อนโยน


         
ลิฟาร์มองสบตาที่เลนส์สีชมพูเลื่อนหลุดมาอยู่ตาขาว   ถ้าเป็นเมื่อวานนัยน์ตาคู่นี้จะเบือนมามองเขาแล้วส่งยิ้มแม้รู้ว่าไม่ได้รับรอยยิ้มตอบกลับก็ตาม   ผู้หญิงที่สวยที่สุดในหัวใจของเขารองมาจากคนที่เรียกว่าแม่...บัดนี้เหลือเพียงแค่ซากไร้วิญญาณ


         
กะ...เกิด...อะ...ไร...ขึ้นเด็กหนุ่มถามทั้งยังไม่ละจากดวงตาคู่งามเกิดอะไรขึ้น...กับพี่...


         
ป้าแม็กถลาเข้ามาคว้าเข้าไว้ในอ้อมกอด   แต่ร่างผอมแข็งทื่อจนไม่อาจไปตามแรงนั้นได้


         
คุณหนูลิฟาร์คะ   ป้าขอโทษ...ปะ   ป้าผิดเองที่ไม่อยู่ดูคุณหนูเฟอร์เมื่อคืน   ป้าขอโทษที่เข้านอนเร็วโดยไม่ได้ดูแลคุณหนูจนถึงเวลานอน   ป้า...ป้าขอโทษ...


         
นี่ใครเหรอป้าแม็ก


         
คะ ?” หญิงร่างท้วมทวนคำถาม   ไม่แน่ใจว่าตนหูฝาดหรือเปล่าคุณหนูว่าอะไรนะคะ


         
ผู้หญิงคนนี้เป็นใครเหรอครับ


         
ลิฟาร์ตอบ   หากแต่ใบหน้าฉาบไปด้วยความกระด้าง


         
ผมไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้มาอยู่ในบ้านเราได้ยังไง   แต่ผมรู้สึกไม่ชอบใจเลยที่หล่อนมานอนตรงนี้   ทำให้พรมที่เฟอร์ทั้งรักทั้งหวงผืนนี้ต้องเสียเด็กหนุ่มยังพร่ำต่อไปไม่สนว่าป้าแม็กกำลังมองเขาราวกับคิดว่านายน้อยเสียสติไปเสียแล้วอย่างไรก็ตาม   ช่วยพาหล่อนออกไปจากบ้านของผมและเฟอร์ด้วยนะครับ   ขอบคุณ


         
คุณหนูพูดเรื่องอะไรคะ


         
ร่างผอมไม่ฟังคำถาม   เขาผละจากอ้อมกอดของหญิงชราแล้วตรงขึ้นไปบันได   อาแมรี่โผล่หน้าออกมาดูเหตุการณ์ข้างล่างพอดี   ลิฟาร์ดันตัวหล่อนให้ออกห่างก่อนปิดประตูล็อกกลอนเงียบเชียบ   เหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งสิ้น


         
ทำไมคุณหนูไม่เสียใจเลยอาแมรี่ลงมาถามป้าแม็ก   ตำรวจหลายนายก็เข้ามาจะพาตัวหญิงชราไปสอบปากคำแต่สาวใช้ยังดึงดันไว้ก่อนคุณหนูเห็นการตายของคุณหนูเฟอร์เป็นอะไร !”


         
เส้นผมสีขาวหงอกยาวลงมาปลกตาทั้งสองข้าง   สภาพของผู้หญิงที่มักรักความสะอาดของบ้านมากที่สุดดูไม่เหลือเค้าเดิม   แม็กยิ้มเย็นให้อาแมรี่   รอยยิ้มที่ดูอ่อนล้าเหลือเกิน...


         
คุณหนูลีฟเสียใจมาก...ปล่อยเขาไว้สักพักเถอะ   อาแมรี่...ห้ามใครยุ่งกับเขาจนกว่าเขาจะออกมาจากห้อง...เข้าใจนะ...คำกล่าวของแม็กทำให้เด็กสาวพยักหน้าหงึกหงัก   เช็ดน้ำตาที่ไหลอาบอีกรอบฝากงานทั้งหมดในบ้านด้วยนะอาแมรี่...เดี๋ยวฉันกลับมา...”


         
ตำรวจสองนายคุมตัวหญิงร่างท้วมแล้วนำขึ้นรถ   อาแมรี่มองจนรถคันนั้นเลี้ยวหายไปจากมุมซอยก่อนเบะเตรียมร้องต่อ


++

 

          เมื่อกี้เป็นแค่ความฝัน


         
เขาคงยังไม่ตื่น...


         
ขอร้องล่ะ...ใครก็ได้ตอบว่าใช่ทีสิ


         
ตายแล้ว...เฟอร์ตายแล้ว...หายไปจากโลกนี้แล้ว


         
ลิฟาร์เอามือกุมขมับ   อยากตบหน้าตัวเองเพื่อให้ตื่นจากความฝันเสียที   หากแต่แรงกอดและความกดดัน   รวมถึงภาพเมื่อครู่มันเด่นชัดเหมือนจริงเหลือเกิน   เฟอร์ริต้าตายแล้ว   ผู้หญิงคนเดียวที่เขารักและห่วงที่สุดจะไม่มีอีกต่อไป   ไม่มีคนบ่นไม่มีคนปลุกเขาให้ไปเรียนอย่างเคย


         
เฟอร์ริต้าตาย...เหมือนกับพ่อ...


         
ไง


         
เด็กหนุ่มสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงห้าวของคนไม่อยากเห็นหน้าดังไม่มีปี่มีขลุ่ย   ร่างสูงในเสื้อคลุมหนังสัตว์สีน้ำตาลเข้มรับสีของดวงตานั่งชันเข่าอยู่ริมหน้าต่าง   ลิฟาร์เริ่มเหม็นขี้หน้าเขาทันที


         
นายมาได้ยังไงลิฟาร์ถามอย่าบอกนะว่าปีนขึ้นทางหน้าต่าง   ฉันไม่เชื่อหรอก


         
รอยยิ้มใต้ฮู๊ตแสยะดูชั่วร้าย   เผยเห็นเขี้ยวเล็ก ๆ ที่มุมปากทั้งสอง


         
ถ้าบอกว่าใช่ล่ะกรีนดีโอถอดหมวกออก   ผมสีกาแฟของเขายาวกว่าเมื่อวานเกือบนิ้วจนใบหน้าหล่อเหลาดูแปลกตาจากเดิมเล็กน้อยแล้วถ้าบอกว่าฉันไม่ได้ปีนแต่เป็นกระโดด   นายจะว่ายังไง


         
ห้องนี้สูงกว่าพื้นสี่เมตรเชียวนะ   อย่ามาพูดเล่น !”


         
ฉันพูดจริงนะกรีนดีโอยังไม่หยุดโม้ปีศาจน่ะทำได้ทุกอย่างอยู่แล้ว


         
ไม่ใช่...นายเป็นมนุษย์ที่มีจิตใจเลวทรามเหมือนปีศาจ   นายมันพวกจอมตื้อที่น่ารำคาญที่สุดในโลก


         
ก็...แล้วแต่จะคิดร่างสูงยักไหล่ก่อนเปลี่ยนเรื่องคุยนายกำลังอารมณ์เสียเรื่องการตายของพี่สาวใช่ไหม


         
คนในครอบครัวตายทั้งทีใครอารมณ์ดีก็บ้าแล้ว   ลิฟาร์เบื่อที่จะคุยกับชายหนุ่มเต็มทนจึงยกผ้าห่มคลุมโปงแล้วเอาหมอนอุดหู   แต่ประโยคต่อไปของกรีนดีโอกลับทำให้เขาต้องเลิกคิ้ว


         
ฉันช่วยนายได้นะกรีนดีโอเอ่ยยิ้ม ๆ ก็ฉันเคยบอกว่าปีศาจทำได้ทุกอย่าง   ไม่ว่าจะฟื้นชีพคนตายก็ทำง่ายเพียงพลิกฝ่ามือ


         
พูดเหลวไหลอะไร !” ลิฟาร์ตวาดลั่น   โผล่ใบหน้าดูดีจากผ้าห่ม   นัยน์ตาสีทับทิมเป็นประกายวับเพราะฉ่ำด้วยน้ำคนตายไปแล้วจะฟื้นมาได้ยังไง   อย่ามาพูดบ้า ๆ แบบนี้กับฉันอีก   ออกไป !”


         
กรีนดีโอเบ้ปากเมื่อถูกไล่   แต่เขาไม่แยแสมันเลยทั้งยังถือวิสาสะเข้ามานั่งบนเก้าอี้ล้อเลื่อนหน้าโต๊ะทำงาน


         
ฉันแค่อยากช่วยน้ำเสียงนั้นอ่อนลงมาหน่อย   ลิฟาร์หยุดหอบหายใจตอนพี่สาวยังอยู่นายไม่เคยส่งยิ้มให้หล่อนเลยสินะ   นายไม่แม้แต่แสดงความรักเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้หล่อนรู้ว่านายรักหล่อนมากแค่ไหน   ชะตาคนจะขาดเมื่อไหร่ก็ยังไม่รู้   ตอนนี้ถ้าคิดจะทำมันก็สายไปแล้ว   เพราะหล่อน...ไม่อยู่บนโลกนี้อีก...


         
บอกให้หุบปาก !!”


         
ลิฟาร์กรีดเสียงแล้วขดตัวในผ้าห่มอีกครั้ง


         
นี่ฉันซีเรียสนะชายหนุ่มตีหน้าขึงขังไม่มีอะไรที่ฉันอยากได้แล้วไม่ได้   ถ้านายร่วมมือกับฉัน...ความปรารถนาของนายจะเป็นจริง


         
นายหมายความว่า...


         
ความเงียบเกิดขึ้นชั่วขณะ   ร่างผอมโงศีรษะขึ้นออกมาจากที่หลบภัย   ผมสีดำฟูฟ่องไม่เป็นทรง   จมูกแดงรั้นเหมือนตัวตลก


         
ก็อย่างที่เคยบอกรอยยิ้มปรากฏบนดวงหน้าหล่อเหลา   ผมสีกาแฟต้องแสงอาทิตย์จากทางหน้าต่างที่เปิดอ้าร่วมเล่นเกมเป็นเพื่อนฉัน   แล้วพระเจ้าจะมอบสิ่งที่นายต้องการเอง




++++++++

คุยกับ มะนาวขาว 4/11/49

รู้สึกว่ากรีนคุงตื้อจริงๆ -*-
อืม...ยังไม่มีใครตอบว่าใครเป็นพระเอกถูก 555+

565 ความคิดเห็น