*...::il[The Marvel of Wager - เกมกล คนท้าพนัน]li::...*

ตอนที่ 14 : Marvel [No.1] - Chapter IV : เหตุผลของแต่ละคน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 219
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    12 พ.ค. 50



บทที่   4   เหตุผลของแต่ละคน



          รู้สึกตัวอีกที   เคลาส์กับครอซก็มาอยู่ในป่าอีกจุดหนึ่งแล้ว   ทั้งคู่ผงะและตื่นกลัว   หวาดระแวง   อีกทั้งยังงุนงง   กรีนดีโอกับสาวน้อยผมดำตาคมหายไปไหนก็ไม่รู้   หรือจะพูดให้ถูกพวกเขาต่างหากที่เป็นฝ่ายหายไปเอง   เคลาส์เหลือบมองคู่หูปีศาจพลางกำอาวุธในมือแน่น


         
ชายหนุ่มผมแดงพยายามตั้งสมาธิให้นิ่ง   เขาไม่พูดไม่จาอีกทั้งใบหน้ายังดูเคร่งเครียดกว่าปกติ   เวลาแบบนี้ไม่มีใครทำหน้าสบายอกสบายใจได้อยู่แล้ว   แต่เคลาส์เองก็อดไม่ได้ที่จะคิดอยากให้คนข้างกายรู้สึกดีขึ้น   เห็นคู่หูไม่สบายใจเขาก็เป็นห่วงเหมือนกัน


         
เวลาที่รู้จักกันนั้นแม้ไม่ยาวนานแต่ก็แน่นแฟ้น   ครอซที่มักจะขมวดคิ้วอยู่เป็นนิจ   จะมีช่วงเวลาไหนทำหน้าผ่อนคลายบ้างไหม   เคลาส์อยากบอกว่าเขาเคยเห็นใบหน้านั้นครั้งเดียว   และมันดูเหมือนเป็นของขวัญของพระเจ้าที่ประทานมาอย่างวิเศษ   ไม่มีความกังวลหรือโมโหบนใบหน้าดูดีนั้น   ริมฝีปากไม่ได้บูดบึ้งแต่เผยรอยยิ้มอ่อนโยน   มันเป็นสมบัติล้ำค่าที่ไม่สามารถหาอะไรเก็บไว้ได้ดีเท่าหัวใจ   ถือเป็นความทรงจำที่ดีทีเดียว


         
"เจ้าปีศาจนั่นความรู้สึกเร็วกว่าฉัน   ชิ" ครอซสบถ


         
"ทำไมเหรอ"


         
"ปกติปีศาจทุกตัวจะมีประสาทรับรู้ในแบบของตัวเอง   มีซ้ำกันบ้างไม่ซ้ำกันบ้าง   แต่จะรู้สึกได้พร้อมกันทุกตน   ไม่ว่าจะสัมผัสดมกลิ่น   ฟังเสียง   สายตา   หรืออะไรก็แล้วแต่   ในระยะไม่เกินสามเมตรนับจากตัวเองจะรับรู้สึกรังสีที่แผ่ออกมาจากตัวศัตรูได้หมด"


         
"ของนายเป็นการดมกลิ่น ?" เคลาส์ถามเพื่อความแน่ใจ


         
หนุ่มผมแดงพยักหน้า
"ใช่   เป็นกลิ่นตามตัว   หรือไม่ก็กลิ่นของรังสีน่ะ"


         
"แล้วรู้ไหมว่าศัตรูของเราตอนนี้อยู่ที่ไหน" ชายหนุ่มถามต่อ


         
"ถ้าหมายถึงคนที่จะฆ่าคุณก็อยู่ตรงนี้ครับ"


         
ร่างของเด็กผู้ชายปรากฏอยู่ด้านหลังอย่างไร้สุ่มเสียง   ผมสีขาวสะอาดพลิ้วไปตามแรงลมที่พัดไหว   ไล้ใบหน้ารูปไข่นวลน่ารักแต่แฝงความคมเข้ม   คิ้วหนาเลิกขึ้นคล้ายเยาะเย้ย   ขณะดวงตาสีน้ำตาลเหลือบดำส่องประกายล้อเลียน   มุมปากถูกยกขึ้น


         
ครอซปาดเหงื่อแล้วแยกเขี้ยว   อากาศร้อนหรือเพราะแรงกดดันที่มีมากในแถบนี้กันนะ


         
"ฉันชื่อเรย์" เด็กชายแนะนำตัว "เรย์ที่แปลว่าแสงสว่าง   ส่วนน้องชายของฉัน   ชาฮาร์   แปลว่ารุ่งอรุณ   ผู้หญิงกับผู้ชายที่ให้กำเนิดเราเป็นคนตั้งเพราะเราสองคนเกิดวันแสงสว่างแรกแห่งปี"


         
ฝาแฝดเหรอ   เคลาส์คิด   ช่างเป็นฝาแฝดที่ไม่เหมือนกันเสียเลย


         
"จะเปิดเกมเลยไหม" ครอซพูดแทบตะคอก "ชักช้า   ฉันจะเป็นคนเปิดเอง"


         
เด็กชายเชิดใบหน้าขึ้นด้วยท่าทางหยิ่งผยอง   สองมือยกกอดอกก่อนเอ่ยคำถากถาง


         
"ถ้าคิดว่าทำได้ก็ลองดูสิ"


         
พลันก่อนที่ครอซจะรวบรวมโทสะแล้วพุ่งตัวไปจัดการเด็กน้อย   เสียงเพลงผิวใบไม้ก็บรรเลงขึ้น   มาพร้อมกับสายลมที่กรีดกราย


         
"โอ๊ย"


         
เคลาส์ทรุดนั่ง   เสียงเพลงแสนไพเราะแต่เป็นคล้ายเข็มนับหมื่นบินมาตามแรงลมแล้วทิ่มแทง   เปลี่ยนบทเพลงให้กลายเป็นเสียงหวีดร้องแหลมบาดหู   ราวกับเส้นประสาทถูกบีบแน่น   ปวดจี๊ดขึ้นสมองจนเจ็บแปลบทั่วตัว   ชายหนุ่มกรีดร้อง   น้ำหูน้ำตาไหลอาบใบหน้า   ดวงตาสีฟ้าเบิกกว้างแทบถลนออกจากเบ้า


         
มือที่กอดตัวเองนั้นสั่นเทา   เคลาส์รู้สึกราวกับว่ากำลังถูกทรมานด้วยมีดที่กรีดลึกตามร่างกายอย่างแช่มช้า   ทั้งที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น   แต่สายลมที่พัดมาสัมผัสตัวก็เปรียบเสมือนมีดที่กรีดผิวจริง ๆ


         
เลือดสีแดงไหลจากรูขุมขน   ที่ละนิดละหน่อยแต่ก็มากจนเปื้อนไปทั้งตัว


         
น่าแปลก   แค่เพลงที่อ่อนหวานกลับทำให้เขาเป็นแบบนี้...แค่คนเดียว


         
ครอซถลามาประคองอย่างเป็นกังวล   ดวงตาสีน้ำเงินเข้มทอประกายประหลาด   ทั้งเครียดแค้น   ทั้งหวานหวั่น   และห่วงใย   เขาประคองเคลาส์อย่างเบามือเพราะกลัวว่าหากแตะต้องจะยิ่งทำให้ชายหนุ่มเจ็บปวด   ปีศาจหนุ่มกัดฟันกรอด   มองหาคนกระทำ


         
เนตรคมปราบส่งสายตาอาฆาตไปยังเด็กชาย


         
เรย์แสยะยิ้ม
"ฉันเปิดเอง"


          ในตอนนั้น   เด็กผู้หญิงคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้น


          จากสัมผัสของครอซ   เขารู้สึกว่าเด็กหญิงคนนี้เป็นปีศาจ   และเพราะเด็กชายใส่สูทสีขาวก็เดาได้ไม่ยากว่าหล่อนคือปีศาจของแท้   ทว่ากลิ่นอายของบรรยากาศรอบตัวกลับเปลี่ยนไปทันทีที่หล่อนปรากฏตัวให้เห็น   ทุกอย่างเงียบลง   ไม่ว่าจะเป็นเสียงเพลงเมื่อครู่   เสียงจักจั่นเรไร   หรือแม้แต่เสียงใบไม้พัดไหวเสียดสี   ก็พร้อมใจสงบคล้ายต้อนรับการมาของเด็กหญิง


         
ดวงตาถูกบดบังด้วยเรือนผมที่ม้วนเป็นลอนงดงามสีนาวนวลดูนุ่มสลวยน่าหลงใหล   ใบหน้ามนจิ้มลิ้มบ่งถึงวัยไม่น่าเกินสิบสอง   ริมฝีปากสีแดงระเรื่อคาบใบไม้ใบหนึ่งราวกับไว้ทำอะไรสักอย่าง   ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าหล่อนเอาไว้เป่าบทเพลง


         
"เด็นทิเนสของเราเก่งมากเชียวนะ   ถ้าคิดจะให้พ่อหนุ่มนั่นสู้คนเดียวจะรอดเหรอ"


         
"แก...." ครอซคำรามในลำคอ


 ++


          "เด็นทิเนสกับเรย์ ?"


         
ลิฟาร์ทวนคำพูด


         
"เป็นไปไม่ได้"


         
"เป็นไปไม่ได้ก็เป็นไปแล้วล่ะ" ชาฮาร์ยิ้มมุมปากเล็กน้อย "คนรู้จักของผมก็คือเรย์นั่นเอง"


         
"คนที่ชื่อเรย์...อย่าบอกนะว่าเป็นมนุษย์"


         
เด็กชายเลิกคิ้ว
"ทำไมคุณถึงรู้"


         
"เพราะฉันฉลาดไง" ลิฟาร์ตอบอย่างมั่นใจ "ฉันเองก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าถ้าปีศาจจะเลือกคู่หูในเกมมากกว่าหนึ่งคนได้ไหม   มันไม่น่าจะผิดกฎหรือบางทีอาจจะผิด   แต่เพราะอย่างนั้นมันถึงไม่ขาวสะอาด   และในเกมกฎก็บอกเองว่าทำอย่างไรก็ได้ให้ชนะ   หากฝืนกฎเล็ก ๆ น้อย ๆ จะมีบทลงโทษอย่างไรในเมื่อเราเข้าสู่เกมแล้ว"


         
"คุณไม่คิดว่าเรย์เป็นปีศาจบ้างเหรอ" ร่างเล็กถามอย่างใคร่รู้ "ทำไมไม่สงสัยเหมือนกับคนทั่วไปล่ะ   หากปีศาจกับปีศาจร่วมมือกันเพื่อหาคู่หูเพียงคนเดียวที่เป็นมนุษย์อย่างผม"


         
"ฉันไม่ใช่คนทั่วไป" เธอบอก "อีกอย่าง   ปีศาจไม่น่าจะไว้ใจกันเองอยู่แล้ว   ฉันไม่รู้หรอกนะว่าปีศาจในความเป็นจริงเป็นอย่างไร   แต่เท่าที่เห็นมา   มันก็ไม่ต่างจากมนุษย์ตรงความโลภ   พวกมันมาที่นี่เพื่อปรารถนา   แล้วหากร่วมมือกันเพื่อคัดสรรมนุษย์ที่เป็นเด็กเพียงคนเดียวมันดูไร้เหตุผลเสียเหลือเกิน   อีกอย่างแกบอกเอง   สามวันก่อนแกเจอเด็นทิเนส   หล่อนอยากตายเช่นเดียวกับแก   ถ้าอย่างนั้นจะมีปีศาจอีกตัวไว้เพื่ออะไรล่ะ"


         
"ไม่เชิงเป็นกฎที่ว่าให้เลือกคู่หูเพียงคนเดียว   แต่มันมาจากปากของพระผู้เป็นเจ้า"


         
กรีนดีโอเอ่ยขึ้น   เขายังจำวันแรกที่เกิดเรื่องทั้งหมดขึ้นได้ดี   ข้อเสนอที่บอกว่าให้มายังโลกมนุษย์เพื่อหาเบี้ยในเกมหนึ่งคน


         
"ผู้ชนะมีเพียงหนึ่ง" เด็กสาวพูดต่อ "จะหนึ่งคู่หรือหนึ่งคนนั่นก็อีกเรื่อง"


         
กรีนดีโอลอบยิ้มเอ็นดู   ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเหลือบมองใบหน้าของเด็กสาวที่กำลังเชิดขึ้นแสดงถึงความผยองทะนงตน   ถึงจะเป็นแบบนี้แต่การคิดการอ่านที่บอกมาเมื่อครู่ลิฟาร์แสดงถึงความฉลาดของตนได้ดีเสียจริง   ไม่อยากนึกเลยว่า   บางครั้ง...ผู้หญิง เอ่อ ผู้ชายคนนี้จะเคยตกหลุมพรางของเขาด้วยโทสะที่มี


         
ไม่แปลกหรอก   ลิฟาร์ไม่ใช่อัจฉริยะด้านการวางแผน   แต่เธอเป็นอัจฉริยะด้านการรับมือและแก้ไขปัญหาต่างหาก


         
เด็กน้อยที่ปฏิเสธเสียงแข็งจะไม่เล่นเกมคนนั้นหายไปไหนกันนะ


         
ชาฮาร์ยืนนิ่งราวกับจมความคิด   ดวงตาสีช็อกโกแลตกวาดมองร่างบางของเด็กสาวตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยประกายประหลาด   ไม่น่าไว้วางใจ


         
"อาจจะถูกของคุณ   เรย์เป็นพี่ชายผมเอง"


         
"เพิ่งรู้ว่าโลกนี้มีเด็กเวรอีกนอกจากแก   เชื้อไม่ทิ้งแถวเลยนะ"


         
"ฟังผมก่อนสิ" เด็กชายทำแก้มป่อง "ถึงจะเป็นพี่ชายแต่เขาก็ไม่เหมือนผมหรอก"


         
"เหรอ" เด็กสาวว่าเสียงสูง "ไม่เหมือนตรงไหนล่ะ   ตรงที่ถลกหนังคนได้น่าตาเฉย   หรือตรงแสร้งทำเป็นใสซื่อบริสุทธิ์   พูดจาสุภาพอ่อนหวานทั้งที่ในใจมีแต่ข้อความหยาบคาย   ปั้นหน้ากากเทวดาเพื่อซ่อนปีศาจไว้ด้านใน"


         
"ไม่ใช่นะ   ผมไม่ได้เสแสร้ง   แต่...เอ่อ...ผมแค่ชื่นชอบการทรมานคนเท่านั้นเอง   ผิดด้วยเหรอที่ความชอบของผมจะแตกต่างจากคนอื่นนิดหน่อย   ล่ะ...เรื่องของผมช่างมันก่อนเถอะ   แต่เรย์น่ะไม่เหมือนผมเลยสักนิด   เขาเป็นคนตรง ๆ แล้วก็กล้าแสดงความรู้สึกอย่างเปิดเผย   แล้วเขาก็ชอบคิดว่าตัวเองมีอำนาจเหนือทุกคน   ในสายตาของเขาไม่มีใครอยู่สูงเทียมทัดเขาหรอก...ต่อให้มีเขาก็ไม่เอาไว้..."


         
อยากรู้นักว่าพ่อแม่ของสองคนนี้จะรู้สึกอย่างไรที่คลอดลูกออกมาเป็นแบบนี้   ลิฟาร์คิด   บางทีคงเป็นตามพันธุกรรม   พ่อแม่เป็นอย่างไร   ลูกก็เป็นอย่างนั้น


         
"ถ้าไม่อยากสู้ก็หลีกเถอะ" กรีนดีโอเอ่ยเสียงเย็น "เราต้องไปช่วย 'เพื่อน' ของเรา"


         
"เด็นทิเนสกระหายที่จะสู้   ไม่มีใครหยุดหล่อนได้หรอก   คุณน่าจะดีใจที่ผมให้โอกาสถึงขนาดนี้   อย่าเอาชีวิตไปเสี่ยงกับเหตุผลโง่ ๆ อย่างการช่วยเหลือเพื่อนเลย   มันเปล่าประโยชน์"


         
ชาฮาร์อธิบาย   ซึ่งมันตรงกับความคิดของลิฟาร์ทีเดียว   เธอไม่เข้าใจกรีนดีโอเลยสักนิด   เขาจะรู้ได้อย่างไรว่าสองคนนั้นจะเป็นประโยชน์กับเราภายหน้า   เขาไม่มีทางรู้เพราะเขาไม่ใช่พระเจ้า   แต่สีหน้าที่มั่นใจนั่นทำให้เธอพูดไม่ออก


         
ลิฟาร์ไม่ค่อยมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีกับใครนัก   แต่หากเดินทางด้วยกันนานกว่านี้สายใยมิตรภาพจะเริ่มผูกกันแน่นมากขึ้น   แล้วหากถึงคราวสุดท้ายที่ต้องแยกจาก   มันจะลำบากเอาการ


         
"ถอย" เสียงของชายหนุ่มกระด้างขึ้น


         
"ถ้าผมไม่ถอยคุณจะทำอะไรเหรอ"


         
"ถ้าไม่ถอย..." ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนหลุบต่ำ "ฉันจะทำให้นายล้มลง...แล้วค่อยข้ามศพไปดีไหม"


         
เด็กสาวเหล่มองคนข้างกายเพียงหางตา   ด้านในของหน้าอกข้างซ้ายเต้นระรัวราวจะกระเด็นออกมา   ลิฟาร์เผลอยกมือกุมหน้าอก   ใบหน้านวลชื้นเหงื่อจนไหลซึม


         
หลังจากนี้จะเป็นอย่างไรกันแน่...


         
ไม่ใช่เธอขลาดที่จะสู้   เพียงแต่เธอไม่อยากให้มีการตายเกิดขึ้นไม่ว่าจะกับใครทั้งนั้น   แม้จะเป็นศัตรู   แม้จะเป็นแค่คนแปลกหน้า   แต่การตายก็ไม่ใช่สิ่งที่ใครพึงปรารถนาทั้งนั้น


         
ริมฝีปากสีแดงระเรื่อถูกเม้มเป็นเส้นตรง   มือน้อยสั่นเทาจนแตะโดนมือของคู่หูอย่างไม่รู้ตัว   ลิฟาร์กัดฟันกรอด   ดวงตาสีทับทิมเสมองไปที่อื่น   ...เธอกำลังกุมมือชายหนุ่มแน่น


         
กรีนดีโอสัมผัสถึงความผิดปกติของเด็กสาว   แต่เขาจะหยุดตอนนี้ไม่ได้   เขาถอนมือออกก่อนผลักเด็กสาวไปข้างหลัง   ตัวเองเดินไปข้างหน้า   นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนสบนัยน์ตาสีทับทิมอย่างนิ่งเงียบและเนิ่นนาน


         
"ไปหาสองคนนั่น" คำสั่งสั้น ๆ ด้วยโทนเสียงห้วน ๆ "ไม่ต้องห่วงทางนี้หรอก   ฉันมันตายยาก"


         
ลิฟาร์รู้สึกว่าลำคอของเธอตีบตันจนกลืนน้ำลายลำบาก   เธอไม่รู้ว่ากรีนดีโอเก่งแค่ไหนเพราะไม่เคยเห็นด้วยตาตัวเอง   ทว่าต่อให้ศัตรูจะเป็นมนุษย์   อีกทั้งยังเป็นเด็ก   แต่เด็กคนนี้ก็เคยฆ่าคนได้หน้าตาเฉยมาก่อน   หนำซ้ำยังฆ่าปีศาจซึ่งเป็นคู่หูในเวลาเดียวกันอีกด้วย


         
กรีนดีโอ...จะสู้ไหวเหรอ


         
...ถึงเขาจะเป็นปีศาจ...แต่เธอก็อดกังวลไม่ได้...


         
เมื่อคืนเขาดูโทรมมาก   แค่นอนพักไม่กี่ชั่วโมงจะทำให้ร่างกายกลับมากระปรี้กระเปร่าเหมือนเดิมเลยหรือ


         
ปีศาจนี่...ช่างน่าพิศวงเสียจริง


         
"กล้าดียังไงมาสั่งฉัน" ลิฟาร์พยายามส่งเสียงไม่ให้มันสั่นเกินควร "ฉันไม่ได้อยากไปช่วยพวกมัน   แล้วทำไมฉันต้องไปด้วย"


         
ชายหนุ่มผมกาแฟถอนหายใจ
"ถือเสียว่าทำเพื่อปลดหนี้ที่มีกับฉันแล้วกัน"


         
"นาย...!"


         
"นี่เป็นคำสั่ง !" กรีนดีโอคำรามจนเด็กสาวสะดุ้งโหยง


         
"นรกสิ !" เด็กสาวสบถ   แต่ยังไม่ยอมขยับหนีไปไหน "ฉันไม่ไป ! พวกนั้นเป็นเพื่อนนาย   แต่ไม่ใช่เพื่อนฉัน   แล้วถ้าเกิดนายตายขึ้นมาฉันก็แย่สิ"


         
"แตกคอกันเองเสียแล้ว" ชาฮาร์หัวเราะคิกคัก "แบบนี้จะแย่เอานา   แต่คุณผู้ชายจะให้คุณผู้หญิงร่วมสู้ด้วยก็ไม่ครณามือผมหรอก"


         
ลิฟาร์กัดริมฝีปาก   เล็บจิกลึกในมือที่กำแน่น   ดวงตาสีทับสิมเปล่งประกายความรั้นแบบไม่ยอมใคร   ทว่าชายหนุ่มคู่หูไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง   เธอจึงไม่ทราบว่าเขามีสีหน้าอย่างไร


         
เด็กสาวซึ่งอารมณ์พุ่งพล่านรู้สึกถึงความร้อนรุ่มในมืออย่างชัดเจน   เมื่อหลุบลงไปมองก็พบว่าปลายมีดซับเบิร์นกำลังเรืองแสง   ลำแสงเลื่อนไล้ไปจากปลายจรดด้ามมีด   จากนั้นจึงไล้ไปยังปลาย   เป็นเช่นนี้ถึงสามสี่รอบอย่างผิดปกติ   ลิฟาร์คลายมือออก   ทว่ากลับทำไม่ได้


         
คิ้วเรียวขมวดมุ่ย   เกิดอะไรขึ้น ?


         
'...ใช้มันสิ...ใช้มันให้สมปรารถนา...ใช้มันทำลายทุกสิ่งที่อยากทำลาย...'


         
เสียงใคร...ลิฟาร์คิด...ดังมาจากไหน


         
'...ใช้มันเสีย...ใช้มันทำลายสิ่งที่อยากให้หายไป...'


         
ดวงหน้างามบูดบึ้ง   เสียงนั้นก้องอยู่ในหัว   แต่กล้าดีอย่างไรทำเป็นสั่งเธอ


         
'...นี่คืออาวุธของเธอ...อยากชนะมิใช่หรือ...ใช้มันสิ...'


         
ชนะน่ะต้องชนะแน่   แต่กรีนดีโอ...


         
'...เธอจะหนีหรือ...?'


         
ไม่ใช่...ลิฟาร์สะบัดศีรษะ   ฉันไม่มีทางหนี   ฉันจะไม่หนีอย่างคนขี้ขลาด


         
'...เช่นนั้นสาบานได้ไหม...'


         
ลิฟาร์มองอาวุธของตนในมือ...สาบานอะไร


         
'จงทำทุกอย่างให้เป็นไปตามที่เธอต้องการ   ต่อให้ต้องฆ่าคนกี่ร้อย   ฆ่าปีศาจกี่พัน   แต่นั่นคือหนทางที่ทำให้เราไปถึงเส้นชัย   เธอจะใช้มันสมองแก้ปริศนา และไม่ว่าใครหน้าไหนขวางทางก็ทำลายเสียซะให้หมด'


         
สาบานแล้วจะได้อะไร...ตลกล่ะ   ยังไงฉันก็ต้องใช้สมองของฉันไปให้ถึงเส้นชัยได้อยู่แล้ว


         
'...สาบานก่อนสิ...แล้วเธอจะแกร่งขึ้นอีก...จะไม่แพ้เหมือนตอนเด็กที่ผ่านมา...'


         
"ฉันไม่ได้แพ้นะ" ลิฟาร์เผลอออกเสียง "แต่หากสาบานแล้วแกจะช่วยฉันเหรอไง"


         
'...ใช่...สาบานสิ...สาบานด้วยเลือดของเธอ...'


         
"สาบาน..."


         
เสียงหวานเอื้อนเอ่ยอย่างแช่มช้า   ก่อนบรรจงกรีดแขนตนเองด้วยปลายมีดอันแหลมคมซึ่งเปล่งประกายเจิดจ้า   เลือดสีสดไหลซึมผ่านรอยแผล   สีแดงสดตัดกับผิวขาวเนียนจนเด่นชัด   ย้อยตามท่อนแขนเรียวก่อนหยดลงพื้นดิน


         
"ฉันสาบาน...ทุกสิ่งทุกอย่างจะเป็นไปตามที่ฉันต้องการ   ต่อให้ต้องฆ่าคนเป็นร้อย   ฆ่าปีศาจเป็นพัน แต่นั่นคือหนทางที่ทำให้ฉันไปถึงชัยชนะ   ฉันจะใช้มันสมองทั้งหมดแก้ปริศนา    และไม่ว่าใครหน้าไหนขวางทางก็ไปตายซะให้หมด"


         
บัดดล   ดวงตาสีทับทิมก็เปล่งประกาย


         
'...ตายเสียให้หมด...'

++

          สตรีร่างบางชุดสีน้ำทะเลปรากฏให้เห็นในเสี้ยวหนึ่งของความทรงจำ   ทว่าครานี้กลับไม่มีเสียงร่ำไห้และคร่ำครวญเหมือนคราก่อน   ลิฟาร์รับรู้ถึงพลังบางอย่างกำลังไหลทะลักอยู่ในตัวเธอ   ไอร้อนระอุปั่นป่วนช่วงท้องจนเรียกเหงื่อแตกพลั่ก   ร่างกายปรวนแปรราวกับอะไรบางอย่างข้างในกำลังพยายามหาทางออก


         
"อุก...ร้อน..."


         
ลิฟาร์เบิกตากว้าง   เธอเห็นสตรีชุดสีน้ำทะเลลอยอยู่ในห้วงแห่งความมืด   สองมือตะเกียกตะกายหมายจะยื้ออะไรไว้   เมื่อหล่อนสังเกตเห็นเธอ   มือข้างหนึ่งก็เอื้อมออกมาสุดแขน


         
"...ร้อน..."


         
เด็กสาวกุมหน้าอก   ดวงตาเบิกถลนด้วยความเจ็บปวด   ความเจ็บปวดที่เป็นดั่งเปลวเพลิงเผาผลาญร่างกาย   เพลิงไฟที่กำลังลุกไหม้ยากที่จะดับลง


         
และหากดับไม่ทันมันก็จะเผาร่างกายให้มลายในทันใด
!


         
ในวินาทีต่อมาดวงตาของลิฟาร์มองไม่เห็นสิ่งใดนอกจากความมืด   เด็กสาวล้มตัวลงนอนราบกับพื้น   เนื้อตัวสั่นเทาเร่งหยาดเหงื่อออกมาไม่หยุดหย่อน   ริมฝีปากขบเม้มเข้า   มีบางอย่างกำลังจะออกมาจากร่างกายของเธอ
!


         
เร็วเท่าความคิด   ดวงตาสีทับทิมที่เปล่งประกายถูกปลกด้วยเรือนผมสีดำสนิท   ยาวสยายไล้พื้นดินดูงดงาม   เรือนร่างบอบบางของเด็กสาวปรากฏรอยสักรูปเปลวเพลิงสีน้ำเงินทั่วกาย   อาภรณ์สีชมพูแปรเปลี่ยนเป็นชุดราตรีสีน้ำทะเลยาวจรดพื้น   ทุกอย่างเปลี่ยนไปพร้อมกับสติของเจ้าตัวหลุดลอย


         
ร่างบางยันตัวลุกขึ้น   ริมฝีปากสีสดเหมือนแต่งแต้มด้วยสีของกลีบกุหลาบเหยียดรอยยิ้ม   ดวงตาใต้เส้นผมทอประกายกระหายจะสู้

         
สายตามองตรงไปด้านหน้า   ข้ามผ่านร่างบุรุษสูงโปร่งผมสีกาแฟไปเจอะเด็กน้อยผมสีขาวที่ตกตะลึง


         
"อะไรน่ะ" ชาฮาร์ยกมือป้องปาก "เปลี่ยนร่างกันได้แบบนี้ไม่ยุติธรรมเลยนี่"


         
"ฮะ..." คิ้วของกรีนดีโอกระตุกเอง "พูดเรื่องอะไรของนาย"


         
ก่อนจะได้รับคำตอบแรงผลักของมือเล็ก ๆ ก็ดันให้เขากระเด็นไปด้านหลังไกลโข   ร่างสูงกระแทกกับต้นไม้ใหญ่จนหักโครมแล้วไถรูดลงมา   ศีรษะถูกกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงจนมึนงง   กรีนดีโอเรียกสติกลับคืนมาแล้วเพ่งมองสาเหตุ


         
สิ่งที่เห็นทำให้เขาต้องเบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง


         
เด็กสาวชุดสีน้ำทะเลกระโจนเข้าหาเด็กชายด้วยความเร็วสูงและหนักแน่น   พร้อมกับมีดสองด้ามอันคมกริบเสียดสีเป็นเสียงหวีดแสบหู   ปลายมีดส่องประกายต้องแสงอาทิตย์ก่อนพุ่งทิ่มแทงคล้ายเตรียมปลิดชีวิตเด็กชายในคราเดียว   หากแต่สัญชาติญาณนักฆ่าของอีกฝ่ายเร็วพอจะหลบได้อย่างเฉียดฉิว


         
มีดด้ามงามปักลึกลงพื้นถึงครึ่งมีดเมื่อพลาดเป้า   แต่ไม่ช้ามีดอีกเล่มในมืออีกข้างก็ตวัดไปหาอย่างรวดเร็ว


         
ปลายมีดบินฉิวเฉียดแก้มของชาฮาร์   เรียกเลือดสีสดไหลย้อยในทันที


         
ร่างเล็กกระโดดออกจากตำแหน่งอันตรายไปด้านหลัง   เด็กชายป้ายเลือดออกด้วยแขนเสื้อขาว   ดวงตาสีช็อกโกแลตส่อถึงความเคืองแค้นรื้นไปด้วยน้ำตา


         
"ขี้โกง !" เสียงใสตวาดลั่น "พวกผู้ใหญ่เห็นแก่ตัวกันทุกคนเลย   ไม่ว่าหน้าไหน ๆ ก็ชอบเอาเปรียบเพราะคิดว่าผมเป็นแค่เด็ก ! ขี้โกงที่สุดเลย !"


         
ชาฮาร์ตะโกนพลางร้องไห้ไปด้วย   ดวงหน้ากลมเล็กอาบน้ำตาและเลือดจนเปรอะเปื้อน   เมื่อเด็กชายตั้งหลักได้แล้วก็ถึงคราวที่เขาจะเริ่มรุก   ดวงตาคู่โตแผ่รังสีอำมหิตออกมา


         
เด็กสาวซึ่งบัดนี้กลายเป็นใครก็หารู้ไม่ดึงมีดที่ปักอยู่ในดินออกมา   ก่อนหันหน้าไปด้านหลัง   เผชิญกับเด็กชายที่กระหายจะสู้เช่นเดียวกัน


         
เรือนผมสีรัตติกาลพลิ้วตามสายลม   เธอดูสง่าและงดงามราวเทพีแห่งมนตร์มายา   ความงามเหลือใต้หล้าที่แทบคร่าลมหายใจผู้พบเห็น   แม้นมิมองดวงเนตรคู่คมก็ตกอยู่ในภวังค์ได้ในคราเดียว   เรียวแขนขาวนวลประดับรอยสักเพลิงสีน้ำเงินยกขึ้น   เสี้ยวหนึ่งของชาฮาร์พบว่าเปลวเพลิงนั้นสั่นไหวราวกับของจริง


         
ไอร้อนจากสารทิศเริ่มส่งผลให้หยาดเหงื่อซึมไหลปนเปื้อนน้ำตาของเด็กชาย   ราวกับเวลาภายนอกหยุดนิ่ง   ในขณะที่เขาวิ่งเข้าไป   ทว่าต้นตอของความร้อนทั้งหลายก็ปรากฏให้ประจักษ์


         
เปลวไฟพุ่งพรวดจากธรณีล้อมรอบกายเด็กสาวซึ่งยืนอยู่ตรงกลาง   กั้นแดนไม่ให้ผู้ใดล่วงล้ำเข้ามา


         
ชาฮาร์ผงะถอยหลัง   ก่อนที่เปลวไฟจะโดนผิวหนัง


         
"นี่มันอะไรกัน !" เขาตะโกนสุดเสียง "ไฟนี่มาจากไหน ! เธอเป็นมนุษย์ไม่ใช่เหรอ   ทำไมมีพลังพวกนี้ได้ !"


         
แม้แต่กรีนดีโอก็ไม่สามารถหาคำตอบได้   แรงผลักเมื่อครู่ทำให้ตัวของเขาชาจนขยับไม่ได้   แต่เขาเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่ออยู่ตรงนี้   ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนสะท้อนภาพของเด็กผู้หญิงที่เป็นคู่หูของเขา   แม้จะเป็นคนเดียวกันแต่มันมีบางอย่างแตกต่าง   เธอดูแข็งแกร่ง   งดงาม   และน่ากลัว   ครั้นเมื่อเปลวเพลิงบังเกิดห้อมล้อม   รอยสักนั้นก็หายไปจากเรือนร่าง   ยิ่งส่งผลให้เธอเป็นเหมือนนางพญาในโลกันตร์


         
เส้นผมสีดำสะบัดไหวราวกับไฟนั้นเป็นเพียงสายลมเย็นสำหรับเธอ


         
ทว่าภาพนั้นกลับกระตุ้นความทรงจำในอดีตของกรีนดีโอ   กาลเวลาเลยล่วงหลายพันปีจนเขาอยากลืมเลือน   หากแต่ภาพที่เห็นนี้เขากลับคุ้นเคย   มันเคยเกิดขึ้น...มันเคยเกิดขึ้น...


         
มันต้องเคยเกิดขึ้นกับเขาแน่ ๆ
!!


         
เด็กสาวบิดตัวอย่างอ่อนช้อย   กระโปรงสีน้ำทะเลพลิ้วเป็นคลื่นก่อนจะพุ่งไปข้างหน้า   ความเร็วที่ทำให้เด็กเอาแต่ใจตั้งตัวไม่ทัน   มีดคู่ส่องประกายเล่นสนุกก่อนทิ่มลงไปกลางหน้าอกที่แอ่นตัวรับทะลุกระดูกสันหลังพร้อมกับสายเลือดกระเซ็นออกมา


         
เปลวไฟร้อนแรงผลาญร่างเล็กทั้งที่ยังไม่สิ้นลมหายใจ


         
"ลิฟาร์ !"


         
เสียงของชายหนุ่มดังท่ามกลางเปลวไฟที่ร้อนระอุ   ราวกับว่ามันมอดไหม้ไปพร้อมกับร่างของเด็กชาย


         
กรีนดีโอพยุงสติของตนแล้วลุกขึ้น   แต่ละก้าวที่ย่างไปรู้สึกราวกับถูกถ่วงด้วยลูกเหล็กหนักหลายตัน   แต่เขาคิดเพียงว่าต้องไปให้ถึง   ต้องไปให้ถึงก่อนคนในกองเพลิงจะทนไม่ไหว


         
ร่างสูงเดินผ่านเด็กสาวไปอย่างเชื่องช้า   เนื่องจากความกดดันจากรังสีอันตรายซึ่งแผ่มาจากตัวเด็กสาวบวกกับความเจ็บปวดที่ถูกกระแทกรวมถึงความร้อนของเพลิงสีน้ำเงินยิ่งส่งผลให้กรีนดีโอหายใจติดขัด   ทว่าเขาก็ยังต้องเดินต่อไป


         
มือแกร่งเอื้อมไปสุดแขน   ฝ่าไฟร้อนแรงจนผิวหนังเกิดการเผาไหม้และเริ่มเปลี่ยนสี   มันคล้ายกระดาษแผ่นบางที่ถูกลนด้วยไฟองศาสูง   ผิวหนังชั้นนอกถูกผลาญหายไป   เผยเห็นผิวชั้นในซึ่งเต็มไปด้วยเส้นเลือดและกล้ามเนื้อ   กรีนดีโอกัดปากเพื่อกดความเจ็บปวด   ความเจ็บปวดแค่นี้ไม่เท่าไหร่ในนรก   แต่ทำไมในเวลานี้มันกลับรู้สึกเหมือนจะขาดใจได้


         
ชายหนุ่มจับหมับเข้าที่ไหล่ของเด็กชาย   ประกายแสงสีแดงจากฝ่ามือเริ่มไหล่เข้าสู่ร่างกายของชาฮาร์อย่างรวดเร็ว   จากนั้นมันก็แล่นไปเหมือนสายฟ้าทั้งรอบวงไฟและรอบตัวของชาฮาร์


         
ไม่กี่วินาทีต่อมา   ไฟก็มอดลง   เสมือนถูกย้อนเวลากลับไปที่เก่า   เปลวเพลิงเคลื่อนกลับไปหาเด็กสาวแล้วเปลี่ยนเป็นรอยสักดังเดิม   ส่วนบาดแผลของชาฮาร์ก็เริ่มเลือนหาย   ผิวหนังพุพองแทนที่ด้วยผิวเนียนละเอียดอย่างที่เคยเป็น   ทว่าสติของเขาหนีไปกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่แล้ว


         
เด็กชายทรุดตัวลงอย่างอ่อนแรงลงบนอ้อมแขนชายหนุ่ม   กรีนดีโอรับเขาไว้   ใช้แขนเสื้อเช็ดเขม่าควันที่เปรอะเปื้อน   ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนทอประกายอ่อนลงเล็กน้อย   ก่อนจะเบือนมามองเด็กสาวซึ่งยืนอยู่ที่เดิม


         
ดวงตาสีทับทิมสะท้อนแสง   ภายในดวงตาคู่นั้นมีความรู้สึกมากมายยากจะบรรยายเป็นคำพูด


         
กรีนดีโอสบตากับดวงตาคู่งดงามคู่นั้น   เขาเพ่งลึกเข้าไปเพื่อควานหาคนคนหนึ่งที่อยู่ด้านใน   แล้วใช้พลังกระตุ้นสติคนคนนั้นให้รู้สึกตัว   เด็กสาวร่างบางกระตุกเฮือก   ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตกใจ   แล้วล้มตัวนอนราบกับพื้น   สลบไสลดั่งเจ้าหญิงนิทรา   อาภรณ์สีน้ำทะเลกลับกลายเป็นสีชมพูอ่อนอีกครั้ง


         
กรีนดีโอวางเด็กชายให้นอนท่าถนัดอย่างนุ่มนวล   แล้วตรงไปหาคู่หูที่หมดสติ


         
มือแกร่งลูบไล้ใบหน้าหวานของเด็กสาวอย่างแผ่วเบา   ราวกับไม่อยากให้เธอแปดเปื้อนมลทิน


         
กรีนดีโอประคองศีรษะเธอไว้ในอ้อมแขน   กอดเจ้าหล่อนไว้แน่นแล้วซุกหน้าบนหัวไหล่


         
"ฉันไม่อยากให้นายฆ่าคน..." ชายหนุ่มพร่ำเสียงสั่นเทา   ไหล่กว้างสั่นระริกอย่างมิอาจอดกลั้นได้ "...ฉันไม่อยากเห็นนายฆ่าคนตาย...ฉันไม่อยากให้มือของนายต้องเปื้อนเลือด..."


         
...ขอโทษนะ...ขอโทษนะลิฟาร์...


         
กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปนานเท่าไหร่หารู้ไม่   แต่ชายหนุ่มยังกอดเด็กสาวไว้อยู่อย่างนั้น   เสียงสะอื้นดังมาพร้อมกับเสียงสายลมที่พัดเอื่อย   กลิ่นอายหอมหวานจากแอปเปิ้ลไม่ทำให้ใครในที่นี้อารมณ์ดีขึ้นตามสรรพคุณ   บรรยากาศที่ผสมกลิ่นไหม้ของไฟเผาผลาญ   ยังคงมีหนึ่งเด็กสาว   หนึ่งเด็กชายที่สลบไสล   กับอีกหนึ่งปีศาจหนุ่มที่ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาเสียที


         
แพขนตาหนากระพือขึ้น   ลิฟาร์ถอนหายใจอย่างแผ่วเบาและเงียบงัน   เรี่ยวแรงของเธอหดหายไม่มีเหลือแม้แต่จะขัดขืนและดันให้ร่างสูงออกไปห่าง ๆ   จึงได้แต่ปล่อยเลยตามเลย


         
ดวงตาสีทับทิมทออ่อนลง   เธอเห็นทุกสิ่งที่เกิดขึ้น   เห็นหมดแต่บังคับตัวเองไม่ได้   ราวกับมีใครมากักขังเธอไว้ในส่วนลึกของร่างกาย   ตะโกนเท่าไหร่ก็ไม่มีใครได้ยิน


         
...ใครขวางทางก็ตายเสียให้หมดเหรอ...


         
ลิฟาร์มองขึ้นไปบนฟ้า   ท้องนภาเป็นสีฟ้าสวยงาม   เมฆน้อยสีขาวขับเคลื่อนตัวไปตามแรงอากาศและแรงลม   แสงอาทิตย์ส่องมาจากในที่ลับตา   นกกระจิบส่งเสียงจิ๊บ ๆ หยอกล้อ   สมกับเป็นรุ่งอรุณที่น่าภิรมณ์บนแดนสวรรค์


         
...ฉันเองก็ไม่อยากให้นายฆ่าใครเหมือนกัน   กรีนดีโอ...


+++++++++++++++++++++

คุยกับมะนาวขาว 28/4/50

หลังจากเทิร์นแรกลงเสร็จก็มีเวลาแต่งนิยายมากขึ้น
ปวดแขนง่า TT TT วาดการ์ตูนบนเตียงมันลำบากเช่นนี้หรือนี่
แง้วๆ
ขอคะแนนด้วยน้า~
เม้มด้วยก็ดี หึหึ บทนี้จบลงด้วยดี แต่รู้สึกมันยาวนานจัง
เราดองหรือนี่? ไม่น่า เราอัพเร็วแล้วเนอะ
เนอะๆ เพราะงั้นอัพช้ากว่านี้ก็ไม่ถือว่าดอง
(//โดนตบ)

= =" แฮ่ๆ ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ตามไปเชียร์ถึงข้างสนาม
ช่วงนี้กำลังฝึกวาดมิให้หัวมันโตเกินความจำเป็น

อ่า พูดถึงนิยายกันมั่ง

ตอนจบนี่เหมือนแต่งฉากสวีทเลยแฮะ
เรื่องนี้เป็นเรื่องเลิฟคอมมาดี้นะคะ!
เชือ่เด่ะ =[]= บอกให้เชื่อ!

คนแต่งชักปัญญาอ่อน เนื้อเรื่องก็เริ่มอ่อนตาม

เรากลับมาสนุกสนานกับฉากบ้าบอกันต่อดีกว่า ดราม่าช่างหัวมัน ^^b

พอดูดีๆแล้ว ตอนที่ลิฟาร์เปลี่ยนเป็นอีกนึง รู้สึกจะบรรยายว่างามเยอะเหลือเกินแฮะ
มันสวยกว่าลิฟาร์เรอะ =O=;;;
ก็หน้าตาเดียวกันนี่หว่า

มีกลอนมาฝากค่ะ เครดิตจากพี่snowwrite = ="

เปิดเว็บมา  โอ้!อุรา   แสนบอบช้ำ
เราตรากตรำ   แต่งฟิคมา   ท่านไม่เม้นท์
กว่าจะแต่ง   ออกมาได้   แสนลำเค็ญ
ขอแค่ความ   คิดเห็น   ให้ชื่นใจ
ตังค์ไม่เก็บ   อ่านฟรี   ให้สุขสันต์
เธอทวงฉัน   ฉันก็แต่ง   แถลงไข
เธออ่านฟิค   เสร็จแล้วปิด   เว็บทันใด
ลืมไปไหม   ว่าคอมเม้นท์   เธอไม่มี
ที่กล่าวมา   ไม่ใช่เรา   จะกล่าวว่า
ที่กล่าวมา   เพราะหมดแรง   แสนอ่อนไหว
รู้มั้ยไม่   มีคอมเม้นท์   เราเศร้าใจ
เป็นเช่นนี้   ต่อไปคง   เลิกแต่งเอย...

ไม่ขอเม้มขอคะแนนก็ยังดีนาท่านนักอ่านเงา...

อ้อ ตัวละครของปลิ้นกับหัวหอม(ที่รัก)ผ่านจ้า
^^ ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจให้ชื่อของเรย์กับชาฮาร์แปลเหมือนกันเลยนะ
ขอบคุณทุกๆคอมเม้มค่ะ

565 ความคิดเห็น