*...::il[The Marvel of Wager - เกมกล คนท้าพนัน]li::...*

ตอนที่ 13 : Marvel [No.1] - Chapter III : Baby and Doll

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 242
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    7 เม.ย. 50


บทที่   3  
Baby and Doll



       
    
ทุกสิ่งบนโลกใบนี้ล้วนมีเบื้องหลัง   แม้เป็นเพียงธรรมชาติรื่นรมย์   ดูสวยสดงดงามในสายตาใคร   หากเรามองข้ามความโสภานั้นไป   มันยังคงมีบางอย่างที่ตรงกันข้ามแฝงอยู่   ดั่งเช่นความมืดสีดำ   ในความมืดหากมองดูดี ๆ เราจะพบแสงสว่าง   และภายใต้แสงสว่าง   ย่อมมีความมืดแฝงอยู่ในรูปลักษณ์ของเงา   มันสอนให้คนที่รู้จักได้รู้ว่า   ทุกสิ่งที่เห็นด้วยตา   ในบางครั้งมันอาจไม่เป็นอย่างนั้นเสมอไป


            ในเมื่อมีข้อดี   ก็ต้องมีข้อเสีย   เพื่อสมดุล


         
ไม่มีอะไรคงอยู่ยั่งยืน   ต่อให้ใช้เวลาทั้งชีวิตเราก็ไม่อาจยื้อให้อะไรก็ตามเหมือนเดิมไปตลอดได้   เมื่อถึงเวลาสิ้นอายุขัย   เมื่อถึงคราวเสื่อมสภาพ   มันก็ต้องเปลี่ยนไปตามยถากรรม


         
ภายนอกงดงาม   ภายในปวดร้าว


         
สองสิ่งที่ขัดแย้งกลับมารวมอยู่ในหนึ่งเดียวได้เพื่อรักษาสมดุล   บนโลกบิด ๆ เบี้ยว ๆ ไม่เคยมีสิ่งใดงดงามตลอดกาล   ในทางกลับกัน   ก็ไม่มีสิ่งใดชั่วร้ายตลอดเช่นเดียว


         
ลิฟาร์นึกถึงปรัชญาในหนังสือที่เธอเคยอ่าน   เด็กน้อยเปรียบเสมือนผ้าขาว   พับไว้เรียบร้อย   วางไว้เป็นระเบียบ   รอให้คนมาหยิบใช้   แต่ผ้าที่ขาวย่อมมีวันหมองหม่น   ไม่เร็วก็ช้าขึ้นอยู่กับใครจะเอาไปทำอะไร   หากแปดเปื้อนเลอะเทอะ   ถ้าไม่รีบทำความสะอาดมันก็จะเกิดคราบ   ปล่อยไว้นานยิ่งฝังลึกยากจะชำระออก


         
เด็กดี   หรือเด็กเลว   ขึ้นอยู่กับสิ่งชักจูง


         
แต่นั่นมันเรื่องของรูปลักษณ์ภายในมิใช่ภายนอก


         
อย่างเด็กคนนี้...


         
แทบดูไม่ออกว่าเป็นเด็กผู้ชาย   เนื่องจากดวงหน้ากลมเล็กดูอ่อนวัย   ผิวละเอียดขาวจนเกือบซีดตัดกับริมฝีปากสีชมพู   แต่เกือบจะเป็นสีเดียวกับเรือนผมระบ่าสีขาวราวปุยฝ้าย   เด็กชายอยู่ในชุดสีขาวทั้งตัว   เสื้อขาวแขนสั้นเผยเห็นผ้าพันแผลพันแน่นตั้งแต่หัวไหล่จรดปลายนิ้ว   มือทั้งสองเต็มไปด้วยบาดแผลขีดข่วน   และนิ้วทั้งสิบประดับแหวนประหลาดกำลังถือสูทกำมะหยี่สีขาวอยู่


         
บอกได้เลยว่าเด็กคนนี้เป็นฝ่ายมนุษย์...


         
"ผมชื่อชาฮาร์   เมสติมา [Shahar Mastema]" คนบนต้นไม้คลี่ยิ้มหวานแนะนำตัว "ยินดีที่ได้รู้จัก"



++

          จูเนล   ลิเอลเลต   เป็นหนึ่งในผู้เข้าแข่งขันเกมแห่งพระเจ้า [Game of God]   ความหวังของเขามีเพียงสิ่งเดียวคือถูกปลดปล่อยให้เป็นอิสระจากการทรมานในห้องขัง   การได้รับการเชื้อเชิญจากปีศาจเฒ่าคูมิสถือเป็นสาส์นจากสวรรค์เลยก็ว่าได้


         
ใครจะเชื่อ   เกมที่หากชนะจะได้รับพรวิเศษจากพระผู้เป็นเจ้า


         
ถึงแม้จูเนลจะเลิกความเชื่อเรื่องพระเจ้าไปนานตั้งแต่ปีที่สิบนับจากวันที่เขาเข้ามาในคุกแล้ว   แต่การจะปฏิเสธของหวานที่ถูกยื่นมาตรงหน้านั้นทำยากเหลือเกิน   อีกทั้งเขายังไม่รู้ว่าปีศาจคูมิสเข้ามาในห้องขังของเขาได้อย่างไร   นั่นถือเป็นบทพิสูจน์ที่ดีว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องโกหก


         
ชายหนุ่มผิวคล้ำรับคำท้าในวันต่อมาที่เจอกับคูมิส   คูมิสได้พาเขาออกมาสู่โลกกว้าง   และทำอะไรต่อมิอะไรที่เขาปรารถนา   จนถึงคืนที่สาม   เวลาสตาทของเกมก็เริ่มขึ้น   เขาต้องแก้ไขปริศนาเช่นเดียวกับผู้เข้าแข่งคนอื่น ๆ   ทว่าปัญญาของเขามีแค่วุฒมัธยม   คูมิสเสนอมาว่าให้ไปสอดแนมจากคนอื่น   กฎของเกมไม่ได้บอกว่าให้ชนะอย่างขาวสะอาด   นั่นก็แปลว่าโกงกันได้


         
พวกเขาทั้งสองนั่งเล่นอยู่ริมน้ำ   สักพักก็ได้ยินเสียงพูดคุย   พอซุ่มแอบดูก็พบว่าเสียงนั่นเป็นเสียงของเด็กสองคน   คนหนึ่งเป็นเด็กผู้ชาย   ผิวขาวผมขาวตาสีช็อกโกแลต   อีกคนเป็นเด็กผู้หญิง   ใส่ชุดกระโปรงลายลูกไม้ดูน่ารักน่าเอ็นดู   และทั้งคู่กำลังคุยกันเรื่องปริศนาของเกม   และเรื่องตุ๊กตาตัวใหม่


         
คูมิสบอกให้ฟังไปเรื่อย ๆ   บางทีเด็กอาจมีดีกว่าที่คิด   เพราะคนหนึ่งต้องเป็นปีศาจ   มีอายุมากกว่าสามร้อยปีขึ้นไป   เพราะฉะนั้นจะดูจากภายนอกไม่ได้


         
ตะวันนั้นเริ่มตกดิน   ความมืดครอบคลุมทั่วสารทิศ   จูเนลเริ่มเกิดความเบื่อหน่ายหลังจากฟังเด็กสองคนคุยเรื่องตุ๊กตามาเป็นชั่วโมงสองชั่วโมง   สุดท้ายเขาก็ทนไม่ไหว   โผลงไปจับเด็กผู้หญิงแล้วเอามีดจี้คอ   สัญชาติญาณของโจรปลุกให้เขาทำเช่นนั้น


         
น่าแปลกที่เด็กชายไม่แสดงท่าทางตกใจ   ใบหน้ากลมน่ารักมองชายหนุ่มผิวคล้ำตาแป๋ว   และที่แปลกยิ่งกว่านั้นก็คือคนในอ้อมแขนเขาเอง


         
เด็กหญิงไม่สะบัดตัวดิ้นให้หลุดอย่างที่เหยื่อตัวประกันสมควรทำ   ไม่ร้องไห้   ไม่ร้องสักแอ่ะ   ใบหน้าของหล่อนเรียบเฉยตลอดเวลา   ราวกับเจ้าตัวไร้ซึ่งความรู้สึก


         
จูเนลมองเด็กชายสลับกับเด็กหญิงอย่างทำอะไรไม่ถูก   ครั้นจะปล่อยตัวเด็กไปก็กระไรอยู่   เพราะเมื่อเขาคิดจะลงมือแล้วเขาย่อมไม่ปล่อยให้ตัวประกันหลุดไปไหน   ต่อให้ร้องขอชีวิตแทบเป็นแทบตายก็ไม่มีทาง   แต่กรณีนี้กลับไม่เป็นอย่างนั้น


         
ทุกอย่างเงียบสงัด   เด็กชายของชายหนุ่มราวกับกำลังสงสัยว่าเขาทำอะไรอยู่


         
นั่นสิเขาทำอะไรอยู่ ? ในห้องขังสามสิบปีไม่ทำให้เขาสำนึกได้เลยหรือว่าสิ่งที่ทำไปมันบาปเพียงไหน   แล้วเมื่อออกมาแล้วยังจะทำอยู่อีกหรือ   เขาควรที่จะพัฒนาชีวิตให้ดีขึ้นเพื่อจะไม่ต้องกลับไปเยือนนรกนั่นอีกมิใช่หรือไร   การทำเช่นนี้ก็เท่ากับเป็นการเดินย้อนทางเดินน่ะสิ


         
ไม่...เขาไม่อยากถูกทรมาน


         
"ขอโทษนะ"


         
แล้วจูเนลก็วางเด็กหญิงลงอย่างนุ่มนวล   เขาก้มหน้าสำนึกผิดก่อนจะหันหลังกลับไป   ตั้งใจจะพยายามไขปริศนาให้สำเร็จแล้วก็ไปให้ถึงด่านที่สอง   แต่เมื่อเขาก้าวเท้าไปหนึ่งก้าว   เสียงใสก็เอ่ยขัดก่อน


         
"ตุ๊กตา"


         
หา ?


         
ชายหนุ่มหันไปทางเด็กชายที่ยังคงจ้องเขาอยู่   ดวงตาสีดำของเขาหรี่เล็กลง


         
"ตุ๊กตาของผม"


         
บางทีเด็กคนนี้อาจคุยเรื่องตุ๊กตากับเด็กหญิงไม่จบ   เพราะเท่าที่เขาฟังเขาไม่ได้ยินเสียงเด็กหญิงพูดเลยสักคำ   มีแต่เด็กชายจ้ออยู่คนเดียว   ทั้งเรื่องตุ๊กตาที่แขนขาดเอย   คอหลุดเอย   ถูกหักนู่นหักนี่เอย


         
มันเรื่องของเด็ก   เขาเลยไม่เข้าใจ


         
"ฉัน...ฉันไปล่ะ" จูเนลพูดตะกุกตะกักแล้วยกมือบายเด็กทั้งสอง   แต่ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง "มะ เมื่อกี้ขอโทษละกัน"


         
ชายนิโกรกำลังจะลากลับไปหาคูมิสซึ่งรออยู่ที่เดิม   แต่เขาก็ถูกแขนเล็ก ๆ ยึดไว้ด้วยแรงเสียงน้อยนิด


         
เมื่อหันไปก็พบว่ามือนั้นเป็นของเด็กหญิง


         
"อะ อะไรเนี่ย"


         
"มาเล่นกับผมนะ"


         
เสียงนั้นเป็นเสียงของเด็กชาย   แต่มันออกมาจากปากของเด็กหญิง   อีกทั้งเด็กชายก็ยังไม่ได้ขยับปาก   แล้วทำไม...


         
"ตุ๊กตาของผม"


         
ดวงตาสีแดงก่ำช้อนขึ้นมาสบกับดวงตาสีดำอย่างเชื่อมช้า   จูเนลขนลุกซู่


         
เขามองลึกเข้าไปในนัยน์ตา   มันเป็นสีแดงฉานราวกับโลหิต   และตรงกลางเป็นจุดสีดำไหลเวียนวน   ไม่อยากเชื่อ
! จูเนลรับรู้ถึงพลังบางอย่างในนั้น   บางอย่างที่มืดมิดจนเขามองไม่ออกว่าคืออะไร   แต่มันกำลังคืบคลานเข้ามา   เข้ามาใกล้เรื่อย ๆ   ใกล้เข้ามามากขึ้น


         
ไม่ช้าสิ่งนั้นก็มาถึงตัว   เด็กชายกระโจนเข้าหาพร้อมกับแหวนสิบวงบนนิ้วมือ   หัวแหวนกระแทกกับลูกตาชายหนุ่มเต็มแรงจนเลือดกระเฉาะ   จูเนลกรีดเสียงร้องอย่างโหยหวน   มันเจ็บปวดยิ่งกว่าถูกเฆี่ยนถูกตีในคุก   เขาไม่เห็นอะไรนอกจากสีแดงคล้ำของเลือดตนเอง   ในเวลาต่อมา   เขาก็ไม่รู้สึกอะไรอีกเลย


         
จูเนลเสียชีวิตในเวลาแปดชั่วโมงหลังจากเริ่มเกม


         
การถูกต่อยด้วยมือที่เต็มไปด้วยแหวนไม่ใช่วิธีฆ่าคนได้ในฉับพลัน   หากแหวนวงนั้นไม่อาบพิษไว้ทุกวงนักโทษก็คงไม่ตาย   และดูเหมือนว่าเด็กทั้งสองจะยังไม่หยุดสนุกกับการฆ่า   เด็กชายผมสีขาวกระโดดขึ้นคร่อมตัวแล้วหยิบเข็มออกจากจากกระเป๋าแล้วจัดการกรีดผิวหน้าของคนผิวดำเป็นทางยาว   เลือดสดไหลริน


         
ปลายเข็มแหลมกรีดไล้เป็นวงกลมรอบดวงหน้า   ทั้งลึกและหนักแน่น   เมื่อครบรอบหนึ่งแล้วเด็กชายหัวเราะเสียงแหลมราวกับสะใจ   ก่อนจะกระชากหน้ากากหนังแท้ออกมา   ผิวหน้าของชายหนุ่มถูกลอกออกเป็นแผ่นอย่างง่ายดาย   เผยเห็นผิวชั้นในสีแดงสด   ทุกเซลผิว   ทุกเส้นเลือด   ชั้นไขมันบางและโหนกแก้ม   ไม่รอช้าเด็กชายร้อยด้ายเข้ากับเข็มแล้วเย็บริมฝีปากบนให้ติดกับริมฝีปากล่างทันที


         
เข็มแหลมเสียบทะลุเรียวปาก   แต่น่าเสียดายที่ไม่มีเสียงร้องจากชายคนนี้


         
"ไม่สนุกเลย" เด็กชายบ่นกับตัวเองเมื่อหยุดการกระทำ "ผมไม่น่าอาบพิษไว้ที่แหวนเลย   ไม่อย่างนั้นคงเล่นด้วยนานกว่านี้"


         
"คุณตุ๊กตาคงเบื่อนายล่ะมั้ง"


         
"เอ๋ ?"


         
เด็กชายหันขวับ   เสียงนั่นไม่ใช่เสียงของเด็กหญิงซึ่งมาด้วยกัน   แต่เป็นเสียงของเด็กอีกคนหนึ่งที่ยืนพิงต้นไม้อยู่ไม่ไกลออกไป


         
เพราะเงามืดที่แสงจันทร์ไม่สามารถส่องถึงทำให้ไม่เห็นใบหน้าของเด็กคนนั้นชัดเจน   แต่ในใจเด็กชายและเด็กหญิงทราบดีว่าเขาคือใคร


         
คนคนหนึ่งที่รู้จักกันดีเหลือเกิน...


         
"ทำไมล่ะ   ตุ๊กตาจะเบื่อผมทำไม" เขาแสดงท่าทางร้อนรน


         
"ก็นายเล่นแรง" เด็กลึกลับบอก "ใครจะชอบคนที่ทำให้ตัวเองเจ็บล่ะ   จริงไหม"


         
"ไม่จริง !" เด็กผมขาวเถียง "เขาไม่เจ็บหรอก   ตุ๊กตาจะเจ็บได้ยังไง"


         
"แล้วตุ๊กตาที่ไหนมีชีวิต" คนคนนั้นสวน "ให้ตายสินาย   เป็นเด็กไม่รู้จักโตจริงนะ"


         
เด็กชายผมขาวทำท่าฮึดฮัด   เขาไม่ชอบใจที่มีคนหาว่าเป็นเด็ก   อีกทั้งสื่อเป็นนัยว่ายังมีฝีมือไม่พอ   เด็กชายหน้าบู้   หันไปทางเด็กหญิงซึ่งนิ่งเงียบไม่พูดจามานาน   ก่อนจะก้มมองตัวเอง   สูทของเขาเปื้อนเลือดหมดแล้ว   มือก็เหนียวเหนอะน่าขยะแขยง   แถวนี้ไม่มีน้ำให้ล้าง   ทำไงดี


         
เด็กชายบรรจงไล่ลิ้นไปตามนิ้ว   ดูดดื่มกลืนเลือดข้นอย่างเอร็ดอร่อยจนหยดสุดท้าย


         
"แล้วต้องทำไง" เขาเอ่ยถามพลางดูดนิ้วจ๊วบ


         
คนในเงามืดคลี่ยิ้มเหี้ยม


         
"งั้นก็"


         
ก่อนจะชี้นิ้วไปตรงพุ่มไม้


         
คนถูกชี้สะดุ้งโหยง   เหงื่อแตกพลั่กเมื่อรับรู้ถึงรังสีอำมหิต


         
"ลองเล่นกับตุ๊กตาตัวนู้นให้ดูหน่อยสิ...เอาแบบที่ดีกว่าเมื่อกี้อีกนะ"

++

          "ผมชื่อชาฮาร์   เมสตีมา   ยินดีที่ได้รู้จัก"


         
ดวงตาสีทับทิมแสนสวยจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของศัตรูรุ่นเยาว์อย่างไม่ลดละ   อาวุธคมปราบแสนดื้อดึงสั่นสะท้านอยู่ในมือสองข้างสมนาม   เด็กสาวฝืนให้มันหยุดนิ่งทว่าไม่เกิดผลอันใด   และพยายามไม่ให้มันแสดงออกทางหน้าตา


         
ก็แค่เด็ก...เป็นไรไป


         
ลิฟาร์เหลือบมองศพไร้ผิวหนังชั่วครู่แล้วกลับมาต้องตาคนเก่า   เด็กงั้นเหรอ   เด็กที่สามารถฆ่าคนตัวใหญ่กว่าตัวเองได้แถมจัดหน้าตาศพเสียสวยงามอย่างนั้นหรือ   เด็กที่กล้าถลกหนังมนุษย์กันเอง   ควักลูกตาออกมาอย่างไม่รู้สึกรู้สาอย่างนั้นหรือ   ถึงเธอจะไม่แน่ใจว่ามันเป็นฝีมือของเขาคนเดียว   แต่อย่างไรเสียเด็กคนนี้ย่อมมีส่วนร่วม


         
ลิฟาร์เริ่มคิด   หากจุดประสงค์ของหมอนี่คือเปิดเวทีท้ารบจริง   ปีศาจคู่หูก็ต้องมา   และจากการคำนวณความเป็นไปได้   ปีศาจตนนั้นจะโผล่มาจากทางด้านหลังของพวกเธอ   ไม่ว่าจะเล่นลอบกัดหรือแค่หลบซ่อนตัวเฉย ๆ ก็ตาม


         
สักพักร่างหนึ่งก็ปรากฏจากทางด้านหลังจริง ๆ   ครอซกับกรีนดีโอหันกลับไปมองในขณะที่ลิฟาร์ไม่จำเป็นต้องละสายตาจากชาฮาร์   น่าแปลกที่ปีศาจตนนั้นเป็นเด็กผู้หญิง   ดูตัวไม่สูงไปกว่าคู่หูของหล่อนเลย   หล่อนใส่ชุดแนวโลลิต้าสีน้ำตาลแดง   ระบายลูกไม้รอบจีบทำให้ดูน่ารักน่าชัง   บวกกับใบหน้าจิ้มลิ้มน่าเอ็นดู   ทว่าดวงตาคู่นั้นถูกปิดบังด้วยเงาของผมหน้าม้าที่ปลกหน้า   และไม่มีแม้รอยยิ้มหรืออารมณ์


         
ทุกคนเข้าสู่โหมดพร้อมต่อสู้


         
ชาฮาร์กระโดดตุบลงมาจากกิ่งไม้   ก้าวข้ามศพไร้ผิวหนังแล้วมาหยุดตรงหน้าพวกเธอ


         
"คู่หูผม...เด็นทิเนส" เด็กชายเอ่ยด้วยรอยยิ้ม "หล่อนคงอยากรู้จักพวกคุณทุกคนนะ"


         
"ไม่ต้องพูดมาเจ้าหนู   อยากสู้ก็สู้เลยอย่ารีรอ   ฉันไม่ชอบยืดเยื้อ"


         
ลิฟาร์กัดฟัน   เจ้าหนูตรงหน้าไม่ได้ถืออาวุธ   แต่ปีศาจที่อยู่ข้างหลังอาจมีเป็นกำมือ   แต่จะว่าไปแหวนที่สวมอยู่บนนิ้วนั่น   กับริบบิ้นสีแดงที่รัดอยู่ตรงคอ   ถ้าเขาอยากสู้จริง ๆ ก็สามารถใช้เป็นอาวุธได้เหมือนกัน


         
แต่เธอก็ได้เปรียบอยู่ดี   เพราะอย่างไรเสียมีสี่ก็ดีกว่าสอง


         
แม้สองจะเคยฆ่าคนอย่างไร้ปราณีมาก่อนก็ตาม


         
เด็กชายย่นคิ้ว
"อยากสู้ใจจะขาดหรือครับ   แต่ขออภัยด้วย   ผมมาที่นี่ไม่ใช่เพราะอยากสู้หรอก"


         
ลิฟาร์เม้มปาก   จะมาไม้ไหน


         
"ผมแค่อยากมาขอบคุณ   คุณผู้หญิง"


         
น้ำเสียงใสซื่อแทบทำเอาสติของลิฟาร์ขาดผึง   แต่เธอต้องรักษามาดไว้ก่อน


         
"ขอบคุณอะไร" เธอถาม


         
"เรื่องแอปเปิ้ลน่ะครับ" ชาฮาร์ตอบ "ผมเกือบกินไปแล้วถ้าไม่ได้คุณตะโกนบอก"


         
"ฉันเหรอ ?"


         
ลิฟาร์ทวนแม้รู้อยู่แล้ว   เธอเสียงดัง   แน่ล่ะ   นั่นถือเป็นความผิดร้ายแรง   เพราะโทสะแท้ ๆ ที่ทำให้เธอเป็นคนชอบตะโกนเวลาโมโหหรือรำคาญ   นี่ก็เท่ากับว่าเธอสูญเสียโอกาสตัดผู้เข้าแข่งขันไปแล้ว


         
ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นความผิดเธอ
! แต่จะว่าไปมันเป็นความผิดของครอซต่างหากที่ทำให้เธอโมโห !


         
แน่นอน   คนอย่างลิฟาร์มีหรือจะโทษตัวเองหากมีโอกาสโทษคนอื่นได้

         

          เด็กสาวไม่อยากมองหน้าเด็กชายอีกต่อไปแล้วถ้าไม่มีเหตุผลจะสู้   มันยังวางใจไม่ได้   ในเกมนี้ไม่ควรไว้ใจใคร   เพราะปีศาจย่อมเลือกสรรมนุษย์ที่มีความสามารถ   เพื่อจะทดแทนส่วนที่ตนขาดหาย   หรือไม่ก็เพิ่มกำลังและโอกาสชนะ


         
เธอไม่รู้ว่าเด็กจะทำอะไรได้มากแค่ไหนนอกจากงอแงร้องขอขนม   แต่เธอก็ไม่มีวันประมาท


         
แค่มาขอบคุณทำไมไม่ไปสักที   นั่นคือข้อสงสัย


         
กรีนดีโอขยับเข้าใกล้เธอเพื่อให้ความอุ่นใจ   แม้มันน้อยนิดมากก็ตาม


         
"อีกเรื่องที่อยากบอก" ในที่สุดชาฮาร์ก็เปิดปาก "คุณรู้ใช่ไหมว่าเราจำเป็นต้องตัดผู้เข้าแข็งขัน   สำหรับผมนั่นไม่เป็นปัญหา   ผมสามารถฆ่าคนที่ได้โดยไม่จำเป็นต้องเป็นฝ่ายเข้าหาอีกฝ่ายเอง   แค่ใครตัดสินใจจะทำร้ายผมชะตาของคนคนนั้นก็ขาดแล้ว   แต่ในกรณีนี้แตกต่างออกไป   ผมจะยกเว้นคุณไว้คนหนึ่ง...อ่า   ไม่สิ   คุณกับคู่หูไว้แค่นั้น"


         
กรีนดีโอรู้สึกอึกอักนิดหน่อยเมื่อเด็กชายเบือนมามอง   ทำไมเด็กคนนี้ถึงรู้ว่าเขาเป็นคู่หู


         
ความสงสัยฉายเต็มใบหน้าหล่อเหลา   ไม่มีใครสังเกตนอกจากเด็กชาย


         
"อยากรู้หรือว่าทำไมผมถึงรู้" ชาฮาร์ถามยิ้มแย้ม "ก็คุณไม่เคยอยู่ห่างจากเธอเลยนี่นา"


         
คำตอบของเด็กชายส่งผลให้คนไม่เคยอยู่ห่างกันหน้าร้อนผ่าว   ลิฟาร์กัดฟันกรอดอย่างนึกผูกใจเจ็บ   ขณะที่กรีนดีโอหัวเราะกับความช่างสังเกตของเด็กน้อย


         
"เก่งนี่" ชายหนุ่มชม "คงดูพวกเราอยู่นานแล้วล่ะสิ"


         
"ก็ไม่เชิงหรอกครับ" ชาฮาร์สารภาพ "ผมอยู่ไม่ไกลจากนี่   ตั้งแต่เมื่อคืน   ไม่ได้ทานอะไรเลย   ผมพอรู้ว่าปีศาจชินชากับการอดอาหาร   แต่หากไม่หาอะไรให้คู่หูผมบ้างคงไม่ดีเหมือนกัน   แล้วพวกเราก็ไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย   อีกอย่างเด็นทิเนสไม่ดื่มเลือด   ชายข้างหลังผมก็เลยไร้ประโยชน์   พระผู้เป็นเจ้าเลือกได้ดีทีเดียวที่ให้ด่านสวนเอเดนล่อน้ำลายคนหิวโซเป็นบททดสอบแรก   ผมเกือบจะกินอยู่แล้วเชียวถ้าไม่ได้ยินเสียงทะเลาะของพวกคุณเสียก่อน   ก็เลยมาที่นี่เพื่อขอบคุณ   ชื่นชมคู่หูของคุณอยู่นานจนนึกได้ว่าพวกผมกำลังหิว"


         
"ฉันไม่ทำอาหารให้แกหรอกนะ" ครอซดักคอ


         
เด็กชายว่าต่อ
"ผมมาที่นี่เพื่อตอบแทน   การช่วยชีวิตถือเป็นพระคุณอย่างสูง   เพราะฉะนั้นเรื่องปริศนา   ผมพอรู้บางอย่างมาบ้างจากคนรู้จัก   และผมจะบอกคุณ"


         
ง่ายเกินไปหรือเปล่า   ลิฟาร์ตริตรอง   ไม่มีฆาตกรที่ไหนไว้ใจได้หรอก


         
เป็นความจริงอย่างที่ลิฟาร์คิด   ทุกคนในเกมไว้ใจไม่ได้   เพราะทุกคนไม่ช้าก็เร็วย่อมต้องหาวิธีตัดทอนคู่ต่อสู้อย่างน้อยไม่หนึ่งก็สองศพ   แล้วเพื่อชัยชนะ   มีหรือที่ใครจะยอมตาย   ความมีน้ำใจถือเป็นการตัดสินใจที่โง่เขลา   โง่อย่างหนุ่มอังกฤษผมบรอนซ์นั่นไง


         
"คนรู้จัก" เด็กสาวพูด "คนรู้จักของแกไปเอาข่าวมาจากไหน"


         
"ก็ที่เดียวกับที่คุณจะไป"


         
"หุบเขามิสเทียร์เรียส"


         
หลังจากนั้นลิฟาร์ก็รู้สึกถึงหัวใจที่เต้นรัว   หุบเขาห่าเหวนี่มีอะไรนักหนา   ไม่คุ้นชื่อแล้วยังไม่แน่ใจว่าจะมีข้อมูลอะไรจากไหนเลย   แต่หากเจ้าเด็กนี่พูดความจริง   เธอก็ต้องไปให้เห็นด้วยตา


         
"แล้วอะไรที่จะบอกล่ะ"


         
"Did you know that those who appear to be very strong in heart are real weak and most susceptible ?


         
Did you know that when you help someone, the help is returned in two folds ?


         
Did you know that if you ask for something in faith, your wishes are granted ?


          
 แล้วคุณจะรู้ว่าความฝันจะเชื่อมโยงรหัสลับให้เข้ากัน   หากรู้เพียงหนึ่งจะสามารถไขได้ทั้งร้อย   คุณจะเข้าใจหากคุณนับถือพระบิดา"


         
ความจริงที่เกิดขึ้นคือไม่มีใครเข้าใจสิ่งที่เด็กชายพยายามสื่อ   แม้แต่กรีนดีโอเองยังไม่รู้ความหมายของเด็กชายสักคำเลย   แต่ลิฟาร์กำลังจมอยู่กับความคิดเงียบ ๆ   เธอคิดว่ามีบางอย่างมากมายในคำกล่าวนั้น   ถือเป็นสมบัติมีค่า


         
เธอควรเอ่ยคำขอบคุณ   แต่มันไม่จำเป็นเท่าไหร่


         
"พอจะรู้อะไรบ้างไหม" ชาฮาร์เผยยิ้มหวาน "ผมคิดว่าถ้าผมสนใจเล่นเกมมากกว่านี้ผมคงตอบได้ไปแล้ว   แต่ว่าเรื่องชนะและของขวัญไม่ค่อยอยู่ในสายตาผมเท่าไหร่"


         
"แกต้องการอะไร" ลิฟาร์ยังคงความห้วนเหมือนเดิม


         
"ผมว่าเราน่าจะมีโอกาสไปคุยกันเงียบ ๆ แบบอัจฉริยะเขาคุยกัน"


         
"หา..."


         
เด็กสาวรีบหันไปมองเพื่อนร่วมทางของเธอ   ครอซกับเคลาส์ยังยืนอยู่ตรงนั้น   มันทำให้เธอเบาใจขึ้นมาบ้าง   ทว่าเมื่อเธอกำลังจะหันกลับมา   อะไรบางอย่างที่รวดเร็วกว่าสายตาจะตามทันก็บินโฉบผ่านทั้งสองแล้วพาหายไปในพริบตา


         
เสียงตุบดังจากด้านหลัง   ลิฟาร์พบว่ากรีนดีโอยืนอยู่ตรงนั้นด้วยท่าทางเหนื่อยหอบ


         
ซึ่ง
'ตรงนั้น' ของเขาไกลจากตำแหน่งเดิมอยู่หลายเมตร


         
เปลือกตาบางของเด็กชายเบิกกว้าง
"คู่หูคุณใช้ได้เลยนี่"


         
"นี่มันอะไร !"


         
"ใจเย็นคุณผู้หญิง   ผมแค่ต้องการความเป็นส่วนตัวกับคุณเท่านั้นเอง"


         
"ฝันไปเถอะไอ้หนู" กรีนดีโอโต้ขึ้นมา


         
ชาฮาร์เดินวนเป็นวงกลมสองสามรอบ   จากนั้นก็เดินไปตรงท่อนไม้ใหญ่ซึ่งหักล้มลงมาแล้วนั่งลง


         
"ผมให้คุณอยู่ก็ได้   แต่สองคนนั้น...หวังว่าคุณพอเข้าใจ"


         
ข้าใจ... ลิฟาร์คิด   เขาจะฆ่าครอซกับเคล้าส์ด้วยปีศาจของเขาเอง


         
"เราอยู่กันแค่นี้แล้ว" ลิฟาร์พูด "อยากจะบอกอะไรก็ว่ามา"


         
ชาฮาร์ทำหน้าแปลกใจเล็กน้อย   เด็กผู้หญิงน่าจะแสดงความเป็นห่วงเพื่อนทั้งสองของเธอหน่อย   แต่คนคนนี้กลับไม่   ใบหน้าไม่แสดงอย่างอื่นนอกจากความครุ่นคิด   และดวงตาสีประหลาดเหมือนทับทิมก็ฉายความฉลาดคล้ายจะบอกว่าไม่ว่าเขาจะเล่นแผนอะไร   เธอจะพลิกแพลงมันได้หมด


         
ชาฮาร์ชอบแววตานั้น   มันต่างจากแววตาเรื่อยเปื่อยไร้สาระของเด็กวัยเดียวกัน


         
และคุณหนูก็ไม่น่าจะแก่กว่าเขาเท่าไหร่


         
"ผมเป็นคนดวงดีนะ   รู้ไหม" เด็กชายเริ่มเล่า "ผมพยายามฆ่าตัวตายหลายครั้งทีเดียว   แต่ทุกครั้งก็มีบางอย่างมาช่วยผมไว้เสมอ   แม้แต่จะใช้ปืนจ่อ   กระสุนก็จะด้านทุกครั้ง   ถ้าใช้ใบมีดกรีดข้อมือ   เลือดออกเยอะก็จริงแต่จะมีคนมาเห็นเสียก่อน   เชื่อหรือเปล่า   ผมเคยขังตัวเองในห้องน้ำแล้วฆ่าตัวตายด้วยวิธีนี้จะได้ไม่มีคนโผล่มาขัดจังหวะ   แต่ตอนนั้นจู่ ๆ แผ่นดินก็ไหว   ก้อนหินหล่นลงมาพังประตูทำให้มีคนเข้ามาได้


         
มันน่าแค้นนะที่เราไม่สามารถทำอะไรสมใจตัวเอง   ผมถูกเรียกว่าไอ้เด็กอวดดีเพราะผมฉลาดกว่าพวกเขา   ทั้งที่ผมพยายามทำตัวไม่โดดเด่นแต่ก็ถูกล้อเลียนเสมอ   และในปีก่อนผมก็เริ่มเรียนรู้ที่จะเข้ากับพวกเขา
"


         
ลิฟาร์ไม่สงสัยเลยว่านั่นคืออะไร


         
"ผมเริ่มล่อลวงคนรู้จักไปยังสถานที่ที่ไม่มีคน   จากนั้นก็เล่นสนุกกับพวกเขาเหมือนที่ผมเล่นกับตุ๊กตา   ผมพกใบมีดติดตัวเสมอแหละ   แล้วผมก็โปรดปรานการลอกหนังตุ๊กตามากด้วย   เหยื่อรายแรกของผมกรีดร้องโหยหวนน่ารำคาญ   แต่ผมก็ชอบ


         
ผมทำอยู่บ่อยครั้งจนเริ่มเกิดความฮือฮาในโรงเรียน   ผู้ปกครองร้องห่มร้องไห้น่าสมเพชแต่ก็ยังมีคนไม่ชอบขี้หน้าผมอยู่   ผมก็เลยเริ่มคิดว่า...จะมีสถานที่ไหนในโลก   ที่สามารถฆ่าคนโดยไม่ต้องเป็นความลับได้บ้าง   และสามวันก่อน...เด็นทิเนสก็ปรากฏตัว
"


         
"สมปรารถนาแกแล้วสินะ   หลังจากปีศาจนั่นโผล่มา" เธอถากถาง


         
"ครับ" ชาฮาร์รับ "ในเกมนี้สามารถฆ่าคนได้โดยไม่มีคนว่า   จะฆ่าแบบเปิดเผยหรือลับ ๆ ก็แล้วแต่   เพราะฉะนั้นผมจึงตอบตกลงกับหล่อน   แต่ผมไม่ได้อยากชนะหรอกนะ   ผมมาที่นี่เพื่อเล่นสนุก   แล้วก็เพื่อจะได้ตายสักที   ความจริงเด็นทิเนสก็อยากตายเหมือนกัน   หล่อนก็เลยมาหาคนที่ร่วมตายด้วยกันไง"


         
ค่อนข้างมีเหตุผลทีเดียว   น้ำเสียงชาฮาร์บอกว่าเขาพูดจริงไม่ได้โกหก   ถึงมันจะไม่ใช่น้ำเสียงที่จริงจังแต่เป็นการบรรยายแบบเล่าประสบการณ์ชีวิตก็ตาม


         
"แล้วผมก็จะปล่อยคุณไป   ผมคงไม่ขอผ่านด่านนี้เพื่อไปเจอคุณด่านหน้าหรอก   อาจจะอยู่ที่นี่เพื่อคอยตัดคู่ต่อสู้คุณให้   อย่างคนทำงานเบื้องหลังน่ะ"


         
"เป็นข้อเสนอที่ดีเหมือนกัน   แต่มันจะไม่ใจดีไปหน่อยหรือ"


         
"ใจดีเหรอ" เด็กชายเลิกคิ้ว


         
"ใช่"


         
"ผมว่าไม่นะ   คุณน่าจะคิดหน่อยว่าเพื่อนของคุณไปเจอกับปีศาจ   เด็นทิเนสเก่งมากทีเดียว   และผมขอบอกว่าคนรู้จักของผมก็อยู่กับพวกเขาด้วย   อยากจะบอกว่าคนรู้จักของผมเป็นพี่ชายผมเอง"


         
"ก็เรื่องของพวกแก   มันจะเป็นจะตายยังไงฉันไม่สนหรอก   ขอแค่ไปมิสเทียร์เรียสโดยเร็วแล้วผ่านด่านให้ได้   นั่นคือความต้องการของฉัน"


         
"ลิฟาร์ !"


         
กรีนดีโอร้อง   สภาพของเขาสะบักสะบอมราวกับผ่านสนามรบมาอย่างไรอย่างงั้น   เด็กสาวหันไปตามเสียงเรียก   เสื้อสูทของชายหนุ่มมีรอยกรีดจนขาดเต็มไปหมด   อีกทั้งแผลตรงข้างแก้ม


         
"นายปล่อยสองคนนั่นไปไม่ได้   สองคนนั่นมีประโยชน์กับเราในภายหลัง"


         
"แค่พ่อครัวกับบาทหลวงซื่อบื้อน่ะนะ" ลิฟาร์ทำเสียงไม่น่าเชื่อ "มีประโยชน์อะไร   ฉันยังคิดว่านายมีประโยชน์กับฉันมากกว่าเลย"


         
"อันนั้นมันของแน่" กรีนดีโอยอมรับ   ก่อนวกกลับเรื่องเดิม "แต่เราจะปล่อยพวกเขาไปไม่ได้   ฉันบอกแล้วว่าพวกเขามีประโยชน์"


         
"นายไม่ไว้ใจฉัน ?"


         
"ไม่ใช่   แต่หมายถึงด่านต่อไป   เราต้องใช้พวกเขาแน่   คิดหรือว่าฉันอยากจะคบหาสมาคมกับพวกปลายแถวถ้ามันไม่ทำประโยชน์ให้ฉัน"


         
"นายนี่เลวใช้ได้เลยนี่" ลิฟาร์เหน็บแนม


         
"เราต้องไปช่วย" กรีนดีโอยื่นคำขาด   เช็ดเลือดที่แก้มด้วยมือ "ปีศาจนั่นมีรังสีอำมหิตรุนแรงถึงจะปล่อยออกมาแค่วินาทีเดียว   ครอซกับเคลาส์ไม่รอดแน่"


         
"ก็พวกมันเป็นพวกปลายแถว   ฉันอยากฆ่ามันทิ้งตั้งนานแล้วจะไปช่วยทำไม"


         
"ไปเถอะน่า !" แล้วกรีนดีโอก็ฉุดมือของเด็กสาวให้รีบวิ่งไปทิศทางที่ครอซกับเคลาส์อยู่   แต่ก็ต้องชะงักฝีเท้าเมื่อเด็กชายผมขาวปรากฏตัวขวางไว้


         
ลิฟาร์อึ้ง   ทำไมเด็กคนนี้ถึงวิ่งเร็วขนาดนั้น


         
"เดี๋ยว" เสียงใสของเด็กชายฟังดูเปลี่ยนไป "ผมไม่ปล่อยให้เด็นทิเนสกับเรย์ถูกขัดขณะมีความสุขหรอก"




++++++++++

คุยกับมะนาวขาว 5/4/50


จบแล้วคร้าบ *0*
ขอเลื่อนNCไปอีกบทก็แล้วกันนะคะ
เพราะถ้าให้ดูตามจริง บทต่อไปจะเป็นตอนที่13ถ้าไม่รวมแฟ้มประวัติของทุกคนเข้า
บทนี้มีแต่เรื่องของลิฟาร์กับชาฮาร์แฮะ
โหมดเข้าญาณ = ="
รู้สึกว่าปริศนายากมากเลย เป็นนาวคงตอบไม่ได้เหมือนกัน
ความจริงชาฮาร์รู้คำตอบแล้ว แต่เพราะเหตุผลของเจ้าตัว ก็เลยไม่ตอบคำถามลงไปในใบ
ใบ้ให้แบบนั้นเป็นนาวก็ยังไม่เข้าใจ
หรือมีคนรู้แล้ว?
 

โดยส่วนตัวคิดว่าชาฮาร์พูดมากชอบกล = =
เอ๊ะ มันต้องเป็นโอบาค่อน พวกชอบคนแก่แน่ๆ = =b

565 ความคิดเห็น