คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

LIE RED TALE :: นิทานของสาวน้อยหมวกแดง

ตอนที่ 16 : บทที่ ๑๓ : นักดนตรีแห่งฮาเมลิน ตอนจบ


     อัพเดท 25 เม.ย. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: เทพนิยาย, คำสาป, หมาป่า, แม่มด, นิทาน, กริมม์, โรแมนติก, ดราม่า
ผู้แต่ง : มะนาวขาว ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ มะนาวขาว
My.iD: https://my.dek-d.com/pinkmelon
< Review/Vote > Rating : 96% [ 172 mem(s) ]
This month views : 1 Overall : 62,793
3,398 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 527 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
LIE RED TALE :: นิทานของสาวน้อยหมวกแดง ตอนที่ 16 : บทที่ ๑๓ : นักดนตรีแห่งฮาเมลิน ตอนจบ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1882 , โพส : 37 , Rating : 100% / 4 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด



บทที่๑๓
นักดนตรีแห่งฮาเมลิน (2)



หลังจากแมรี่โกลด์ถูกเบลินดาลากตัวกลับบ้าน โดนทั้งดุด่าและลงโทษให้ทำงานหนักขึ้นเป็นเท่าตัว แต่เรื่องนั้นแมรี่โกลด์ไม่สนใจเท่าการฟังนิทาน เป็นเหมือนกับตอนเธออ่านหนังสือไม่จบเล่ม เราไม่รู้ว่าบทสรุปของเรื่องราวเป็นอย่างไร มันจะค้างคาและเป็นปริศนาต่อไป จนกว่าจะกลับไปอ่านมันอีกครั้ง

แมรี่โกลด์ประทับใจ ชาฮาร์เล่านิทานได้เก่งเหลือเกิน คำพูดและท่าทางของเขาเสกสร้างจำลองภาพสถานการณ์นั้นให้ปรากฎตรงหน้า ราวกับเรื่องจริง ราวกับเวทมนตร์

แต่ในหนังสือบอกไว้ว่า มนุษย์หมาป่าเป็นอมนุษย์ ไม่ใช่เผ่าพันธ์ที่สามารถใช้เวทมนตร์ได้ หากเป็นเช่นหนังสือว่าไว้จริง นั่นคงเป็นความสามารถพิเศษของเขา

แล้วนักดนตรีเป่าปี่จะเป็นอย่างไรต่อไป จะลงเอยด้วยดีกับโรแซนแค่นั้นหรือเปล่า แมรี่โกลด์เก็บงำความสงสัยไว้ บางทีพรุ่งนี้เธออาจได้พบกับชาฮาร์อีกครั้ง และขอให้เขาเล่าเรื่องต่อจากนี้ให้ฟัง

เมื่อหมดธุระกับแม่เลี้ยง แมรี่โกลด์จึงมีโอกาสปลีกตัวไปตามแกะของเธอกลับบ้าน หากเป็นฟิลลิเปเขาต้องให้เธอไปแต่ทีแรกแล้ว ไม่มีทางเห็นการลงโทษสำคัญกว่าการดูแลแกะหรอก แต่เบลินดาไม่เหมือนสามี นางอาจเป็นคนดูแลอะไรหลายอย่างในครอบครัว แต่ก็ยกความรับผิดชอบทั้งหมดให้ลูกเลี้ยงจัดการ ไม่รู้วิธีดูแลแกะแม้แต่น้อย

เมื่อไปถึงเนินเขาก็เย็นมากแล้ว แกะของเธอยังอยู่ครบทั้งสิบสี่ตัว โล่งอกไปที ปกติแกะจะตกเป็นเป้าหมายให้สัตว์ทำร้ายได้ง่าย ยิ่งเนินเขาอยู่ไม่ไกลจากป่าแบบนี้ปล่อยไว้ลำพังยิ่งอันตราย แต่ที่นี่เป็นที่เดียวที่มีหญ้าอุดมตลอดปี จึงต้องมีคนมาคอยดูแลแกะตลอดเวลา

เจ้าหมายเลขสิบสี่เดินเข้ามาสะกิด ท่าทางออดอ้อนเมื่อเห็นว่าเธอไม่สบายใจ

“ขอโทษนะ” แมรี่โกลด์บอกลูกแกะ “ข้าไม่ได้ตั้งใจทิ้งพวกเจ้าไป”

หญิงสาวลูบขนของหมายเลขสิบสี่เบาๆ มันถูหน้าผากตอบ หากพวกมันเป็นอะไรไปเธอคงไม่ให้อภัยตัวเอง

“ข้าโกรธนะ”

นั่นไม่ใช่คำพูดจากแกะตอบคำถามเธอ แมรี่โกลด์หันขวับ พบชาฮาร์ยื่นหน้าออกมาจากด้านหลังต้นไม้ใหญ่

แมรี่โกลด์ไม่เข้าใจ

“เจ้าดูการแสดงของข้าไม่จบนี่” เมื่อเห็นหญิงสาวทำหน้างงเขาจึงอธิบายเพิ่ม “ข้าอุตส่าห์เลือกนิทานเรื่องโปรด แสดงสุดฝีมือให้เจ้าดูคนเดียวเชียว”

แมรี่โกลด์ถึงบางอ้อ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าที่จริงเธอผิดคนเดียวเสียเมื่อไหร่ ใครกันลากเธอออกไปโดยไม่ถามความเห็นเธอสักคำ ใครคนนั้นก็คือคนที่กำลังต่อว่าเธออยู่นี้ไงล่ะ

“ตอนแรกกะว่าจะโดดแสดงสักหน่อย นี่ยอมทำเพื่อเจ้าแท้ๆ แต่เจ้าดันหนีไปก่อน” ชาฮาร์กอดอกทำฮึดฮัด “ข้าก็น้อยใจเหมือนกันนะ”

“มีสิทธิอะไรมาว่าข้า” หญิงสาวแย้งขึ้น เสียงดุจนชายหนุ่มสะดุ้ง

“เดี๋ยวสิ” ชาฮาร์เริ่มใจเสีย “บทงอนน่ะต้องเป็นข้าต่างหากเล่า”

“เจ้าลากข้าไปโดยไม่ถามสักคำว่าข้าว่างหรือเปล่า ถ้าแกะของข้าโดนหมาป่าจับกินจะทำอย่างไร เจ้าจะรับผิดชอบไหวหรือ” เธอว่า ท่าทางไม่พอใจมากทีเดียว

หนุ่มหมาป่ายกมือเกาหลังคอ ว่าจะแกล้งงอนให้สาวง้อแต่คงไม่ได้ผล เพราะเธอคาดโทษให้ผิดเต็มๆ เขามองเจ้าหมายเลขสิบสี่ ไล่ไปมองพวกแกะตัวอื่น แม้จะไม่รู้มากนักแต่เขาพอรู้ว่าชีวิตของแกะสำคัญกับคนเลี้ยงแกะจริงๆ

“เอ้อ... ข้าขอโทษ”

            แมรี่โกลด์ไม่ใช่คนเจ้าคิดเจ้าแค้น การต้องทนอาศัยอยู่กับแม่เลี้ยงทำให้เธอรู้จักเข้าใจและปล่อยวาง เมื่อเห็นหนุ่มหมาป่าขอโทษจากใจ ความโกรธก็สลายไปทันที

            “เจ้าเปลี่ยนไปมากนักชาฮาร์” เธอเลือกจะเปลี่ยนเรื่อง “เมื่อก่อนเจ้าไม่รู้วิธีปฏิบัติกับผู้หญิงด้วยซ้ำ”

            ชาฮาร์หัวเราะ รอยยิ้มนั่นทำให้หญิงสาวผ่อนคลาย

            แมรี่โกลด์กับชาฮาร์นั่งลงใต้ต้นไม้ พระอาทิตย์ยังไม่ลับขอบฟ้าจึงไม่จำเป็นต้องรีบกลับ ชาฮาร์แอบมองหญิงสาวข้างกาย เธอมีเส้นผมสีทอง ซึ่งเมื่อต้องแสงอาทิตย์แล้วช่างงดงามราวกับนางไม้ เขาเดินทางไปทั่ว พบหญิงงามมากมายก็จริง แต่ไม่เคยพบหญิงคนใดมีผมสีทอง และดวงตาสีทองน่าหลงใหลถึงเพียงนี้ ชาฮาร์รู้ว่าตนชื่นชอบทองคำ แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่เขาชอบหญิงสาวเพราะเธอส่องประกายเหมือนสีทอง

            ชาฮาร์ยกเข่าขึ้นตั้งชัน “เจ้ารู้จักข้านานแค่ไหนกัน”

            แมรี่โกลด์ไม่แปลกใจกับคำถาม เพราะรู้ว่าเขาจำอดีตไม่ได้  “ประมาณสิบปีที่แล้วได้กระมัง”

            หนุ่มหมาป่าอมยิ้ม “สงสัยเจ้าจะรู้จักข้ามากกว่าตัวข้าเองเสียอีก”

            “ไม่ขนาดนั้นหรอก” เธอบอก “เรารู้จักกันเพียงเวลาสั้นๆ แต่ข้าจำเจ้าได้ เพราะภายนอกเจ้าไม่เปลี่ยนจากเดิมเลย”

            “เพราะอย่างนี้สินะ ถึงข้าจำเจ้าไม่ได้ แต่ก็ยังรู้สึกผูกพัน” ชาฮาร์พูดพลางก้มหน้าซุกเข่าตัวเอง แต่แมรี่โกลด์เห็นหูมนุษย์ของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดง “ข้าหมายถึง เอ้อ... ช่างมันเถอะ”

            แมรี่โกลด์ขำท่าทางเขินอายซึ่งไม่เข้ากับหน้าตาของหนุ่มหมาป่า แมรี่โกลด์รู้แล้วว่าชาฮาร์ไม่ใช่มนุษย์หมาป่าที่เธอเคยรู้จักอีกต่อไปแล้ว ตอนนี้เขาคือซาฮาร์ผู้ปราศจากความทุกข์ ผู้ลืมเลือนอดีตอันไม่น่าจดจำ เป็นซาฮาร์ผู้สดใสราวกับรุ่งอรุณ

             และอาจดีกว่า ถ้าปล่อยให้เขากลายเป็นซาฮาร์ต่อไป

            “เอ้อนี่” ชาฮาร์เรียก “อยากฟังเรื่องของนักดนตรีต่อไหม”

            “อยากสิ” แมรี่โกลด์ตอบทันควัน เมื่อเห็นหญิงสาวสนใจการแสดงของตนชาฮาร์ก็หัวใจพองโต ทุกครั้งที่ไปแสดงตามเมืองต่างๆ ชาฮาร์มักได้รับคำชมเชย ยกยอปอปั้นจนเคยตัว เขารู้ว่าการแสดงของตนนั้นวิเศษ ทุกคนที่ดูต้องชอบการแสดงของเขา ก็ใครบ้างเล่าจะไม่ชอบฟังนิทาน

            ชาฮาร์ลุกขึ้น กระแอมครั้งหนึ่งแล้วยกปี่ถุงที่เหน็บข้างเอวขึ้นมา

 

            นักดนตรียังคงเป่าปี่บรรเลงเพลงต่อไป

            หากมีคนชอบใจก็จะหยิบเศษเงินโยนลงหมวกที่เปิดวางบนพื้น เขายังยึดอาชีพนี้เป็นอาชีพหลัก แม้จะได้เงินเพียงเศษ แต่มันเป็นอาชีพที่อิสระเสรี และเขาได้ทำในสิ่งที่ตนรัก ได้เป่าเพลงตามใจชอบ หากเหนื่อยก็พักไม่มีใครบังคับ นอกจากได้เป่าปี่แล้วเขายังได้เที่ยวเมืองนู้นเมืองนี้ไปเรื่อยไม่รู้เบื่อ

            ก่อนนี้นักดนตรีไม่ใช่คนเร่ร่อน เขาเองก็มีบ้าน มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ทว่าเมื่อค้นพบพลังในตัว มันก็ถึงเวลาที่ต้องจากไป

            นักดนตรีไม่รู้จะเรียกพลังนั้นว่าอย่างไร มันเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อเขาเจอปี่ถุงซึ่งถูกทิ้งไว้บนพื้น มันยังสภาพดี แม้เก่าไปบ้าง แต่ก็ไม่มีรอยแตกหรือผุพังให้เสียงเพี้ยน นักดนตรีได้ฝึกเป่าปี่ตั้งแต่นั้นมา สามารถเป่าเป็นเพลงอันแสนไพเราะได้ในครั้งแรก ตอนนั้นเขาคิดว่ามันคือปี่วิเศษ แต่เมื่อให้คนอื่นลองเป่าดู คนผู้นั้นกลับเป่าไม่ตรงทำนองตามประสาคนไม่เคยเป่าปี่ นักดนตรีจึงรู้ว่ามันเป็นความสามารถในตัวเขาเอง

            แต่ความสามารถนี้มีอำนาจมากกว่าที่คิดไว้

            บนโลกนี้ไม่มีใครเก่งโดยไม่ผ่านการฝึกฝน ต่อให้นักดนตรีผู้เป่าปี่เป็นแต่ครั้งแรกก็เช่นเดียวกัน เขายังไม่รู้จักควบคุมพลังเหนือธรรมชาติ คิดเพียงว่าเมื่อเป่าแล้วคนรู้สึกสนุก ทว่ายิ่งเป่าก็ยิ่งค้นพบ พอมีคนท้าให้เป่าเพลงนู้นเพลงนี้เขาก็สามารถเป่าได้ทั้งที่ไม่รู้จักหรือได้ยินเพลงนั้นเลย การแสดงครั้งแรกเขาได้ทั้งเงินทั้งชื่อเสียง จึงยึดอาชีพนักดนตรีเป่าปี่เรื่อยมา เขาทำให้คนฟังสนุกกับเพลงที่สนุก เศร้ากับเพลงที่เศร้า อยากให้คนรู้สึกอย่างไรก็ได้ทั้งนั้น

            ครั้งหนึ่งเขาทำผิดพลาด และเรื่องผิดพลาดนั้นใหญ่หลวงเกินให้อภัย

นักดนตรีออกเดินทาง แสดงเพลงปี่ของเขาไปทั่วดินแดน กระทั่งพบรักกับหญิงคนหนึ่งในเมืองฮาเมลิน หญิงคนนั้นถูกเรียกว่าโรแซน แปลว่าดอกไม้แห่งความเมตตา นางเป็นผู้หญิงมีชาติตระกูล แต่จิตใจดีชอบช่วยเหลือคนยากไร้ ทั้งยังอุปการะเด็กกำพร้าหลายคนในโบสถ์ ถึงอย่างนั้นคนในตระกูลกลับไม่มีใครเห็นด้วย พวกเขากีดกัน ไม่ให้เงินบริจาค ยามมีเด็กเจ็บป่วยโรแซนต้องใช้เงินเก็บของตัวเองออกค่ารักษา

เมื่อชายเป่าปี่มา เขาช่วยเหลือเท่าที่ทำได้ เพลงของเขาส่งผลต่อจิตใจ เด็กๆ มีอาการดีขึ้นมาก แต่โรคร้ายก็ยังไม่หายขาด และนักดนตรีไม่มีเงินมากพอช่วยค่ารักษา ลำพังเงินที่ได้แทบไม่พอเลี้ยงปากท้องอยู่แล้ว

สิ่งเดียวที่เขาคิดได้คือต้องรักษาจากต้นเหตุ ต้องทำลายฝูงหนูที่เพ่นพ่านในเมืองให้หมดสิ้นไป

ใบประกาศรับสมัครคนกำจัดหนูยังติดไว้กลางตลาด ไร้คนสนใจอยู่นานจนเก่าขาดวิ่น  โรแซนบอกกับนักดนตรีว่าเจ้าเมืองทำใบประกาศนี้ขึ้นมาก็เพื่อให้ทางฝ่ายผู้ตรวจการเห็นว่าเขา ‘กำลังดำเนินการแก้ไข’ ปัญหาต่างๆ อยู่ จะได้หลุดพ้นจากข้อกล่าวหา ทั้งที่ความจริงแล้ว เจ้าเมืองยังไม่ได้ ‘กำลังดำเนินการแก้ไข’ อะไรเลย

นักดนตรีไม่เคยคิดว่าตนจะแก้ปัญหานี้ได้ ทว่าบางทีโชคชะตาอาจขีดเส้นทางให้คนไม่มีจุดหมายอย่างเขาได้ค้นหา เมื่อลิขิตให้เขาได้มาพบโรแซน ได้พบเป้าหมายชีวิต เมืองแห่งนี้อาจมีคำตอบของพลังปริศนาในตัวที่รอให้เขาค้นหามันอยู่ก็เป็นได้ พลังของเขาต้องทำอะไรได้มากกว่านี้แน่ๆ

ดังนั้นนักดนตรีจึงไปหาเจ้าเมือง อาสากำจัดหนูในเมือง ตามกติกาจะต้องกำจัดไม่ให้เหลือหนูในเมืองสักตัวเดียว เมื่อเจ้าเมืองเห็นว่าผู้สมัครเป็นเพียงนักเดินทาง ใส่ชุดสีฉูดฉาดถือปี่เป่าเพลง ดูอย่างไรก็แค่คนไร้รากไม่น่านับถือแต่อย่างใด พวกเขาก็พากันหัวเราะเยาะนักดนตรี หาว่าแค่เป่าปี่เรียกเศษเงินยังทำไม่ได้ จะมีปัญญาอะไรมาจัดการหนูร้ายในเมือง รู้หรือไม่ว่าหากทำตามกติกาไม่ได้ครบถ้วน จะไม่ได้เงินรางวัลสักแดงเดียว

นักเดินทางจึงเอ่ยถามเจ้าเมือง แล้วหากคนไร้รากอย่างเขาทำได้เล่า ท่านจะให้เงินรางวัลมากกว่าเดิมสองเท่าได้หรือไม่

เจ้าเมืองได้ยินคำท้าทายก็ลำพองใจ เขาให้สัญญาทันที คิดเพียงว่าคนไร้รากเร่ร่อนอย่างนี้จะทำอะไรได้ หนูฟังเพลงเป็นที่ไหนกัน

เมื่อตกลงสัญญากัน นักดนตรีกลับไปยังโบสถ์ก่อน เขาคุยกับโรแซนถึงเรื่องที่เขากำลังจะทำ น่าแปลกเมื่อหญิงสาวได้ยินกลับรู้สึกไม่พอใจ นางต่อว่านักดนตรี ว่าเขาช่างโง่เขลา บอกหลายหนแล้วไม่ใช่หรือว่าเจ้าเมืองเป็นคนไม่ดี ไปตกลงสัญญากับคนขี้โกงได้อย่างไร

ครั้นเมื่อซักไซ้ถามถึงเหตุผลว่าทำไมโรแซนจึงโกรธถึงเพียงนี้ นักดนตรีก็ได้คำตอบว่า แท้จริงแล้วทางญาติผู้ใหญ่จับโรแซนและเจ้าเมืองหมั้นหมายกัน โรแซนเป็นหญิงงาม เจ้าเมืองพบครั้งแรกในงานเลี้ยงก็ถูกตาต้องใจ คนอย่างเขาอยากได้อะไรก็ต้องได้ ดังนั้นจึงทำทุกวิถีทางเพื่อได้ครอบครองตัวนาง

โชคร้ายที่ครอบครัวของโรแซนเห็นด้วย เจ้าเมืองแม้หน้าตาอัปลักษณ์แต่ก็ยังหนุ่มไร้ภรรยา เขาใช้วิธียักยอกเงินคลังและทำให้ธุรกิจตระกูลของโรแซนอยู่ในภาวะวิกฤติ เมื่อคนเป็นถึงเจ้าเมืองมาสู่ขอลูกสาว ทางผู้ใหญ่ก็ยินดียกให้ทันที

นักดนตรีได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดก็เข้าใจและรู้สึกโกรธตาม ทว่าเขายังคงอารมณ์ไว้ และบอกกับโรแซนด้วยท่าทางสงบว่าเงินรางวัลที่ได้มานั้นมากอยู่ หากเหลือจากค่ารักษาโรคของพวกเด็กๆ แล้วเขาสัญญาจะนำเป็นเงินไปสู่ขอนางกับครอบครัว

เมื่อได้ยินคำสัญญาของคนรัก โรแซนจึงยอมทำใจ ปล่อยให้เขาทำภารกิจต่อไป นักดนตรีเป็นคนดี หากท่านพ่อท่านแม่ได้รู้จักคงต้องรักเขาเหมือนอย่างเธอแน่

รุ่งขึ้นถึงเวลาเริ่มลงมือ นักดนตรีหยิบปี่ขึ้นมา เป่าเพลงประหลาดซึ่งไม่มีใครเคยได้ยินแม้กระทั่งตัวคนเป่าเอง แต่ละท่วงทำนองผสมผสานจังหวะมากมาย เพลงนั้นแปลก... แต่กลับฟังรื่นหู

นักดนตรีเดินไปเป่าเพลงไป ผ่านตรอกนั้นซอยนี้ ทุกซอกมุมของเมืองฮาเมลิน ขณะที่ผู้คนกำลังสงสัยว่าคนเป่าปี่ทำอะไร พลันนั้นเองพวกเขาต่างรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวบริเวณใต้เท้าของตน ไม่สิ... ทั่วทั้งเมืองบัดนี้กำลังสั่นไหว

ฝูงหนูจำนวนมากใต้พื้นเมืองฮาเมลินต่างมุดออกมาจากรูหนูซึ่งมีทั่วทุกที่ สร้างความโกลาหลปั่นป่วนไปทั่วเมือง ทุกคนตกอยู่ในความตื่นตระหนก ต่างคว้าอาวุธหรืออุปกรณ์ใกล้มือขึ้นมาป้องกันตัว บ้างก็ใช้ทุบตีหนูเหล่านั้นจนชักดิ้นชักงอคากองเลือด ทว่าผ่านไปสักพักหนึ่งคนก็เริ่มผิดสังเกต ฝูงหนูไม่ได้ทำการจู่โจม ไม่ได้ออกมาขโมยอาหารหรือทำร้ายคน ด้วยลักษณะที่ตัวใหญ่เทอะทะเกินปกติทำให้มันเชื่องช้ากว่าหนูธรรมดา พอให้มองออกว่าพวกมันกำลังวิ่ง หาได้วิ่งหนีคน ...มันกำลังวิ่งไปยังจุดหมายเดียวกัน

ใครคนหนึ่งส่งเสียงเรียก ชี้ให้มองไปยังจตุรัสใจกลางเมือง สิ่งที่พวกหนูกำลังไปหาอยู่ตรงลานนั่นอย่างไรเล่า

มีเพียงคนเดียวอยู่ที่นี่ ชายชุดหลากสีกำลังเป่าเพลงปี่ประหลาดท่ามกลางฝูงหนูจำนวนมหาศาล

แต่หนูมิได้ทำร้ายคนเป่าปี่ พวกมันรายล้อมรอบตัวเขา แต่ไม่ถึงกับประชิดตัว เพลงประหลาดยังคงบรรเลงต่อไป ฝูงหนูวิ่งวนไปมา ไม่อยู่สุข เหมือนเต้นระบำไม่มีผิด...

เมื่อแน่ใจว่าหนูจำนวนมหาศาลนั้นคือจำนวนหนูทั้งหมดทุกตัวในเมือง ชายเป่าปี่ก็ก้าวเดินอีกครั้ง เมื่อเขาเดินออกไป ฝูงหนูก็วิ่งตาม ไม่มีตัวไหนหลุดจากขบวน ไม่มีเลย

นักดนตรีเดินออกจากเขตตัวเมือง มายังสะพานหินข้ามแม่น้ำที่ชาวบ้านเรียกกันว่าแม่น้ำเวเซอร์ ทันใดนั้นเขาก็หยุด หันหลังกลับเผชิญหน้ากับฝูงหนู และเริ่มเป่าเพลงปี่จังหวะใหม่

แล้วเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ชาวบ้านหลายคนตามนักดนตรีออกมา พวกเขาเห็นทุกอย่างและเฝ้ามองเหตุการณ์อยู่ไกลๆ สิ่งที่พวกเขาเห็นนั้นแทบบรรยายไม่ได้ หรืออาจบรรยายได้แต่ใครเล่าจะเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง

เมื่อเพลงเปลี่ยนจังหวะ ฝูงหนูต่างมีท่าทีแปลกไป มันเริ่มออกอาการกระวนกระวาย ดีดดิ้นพลุ่งพล่าน จากนั้นหนูตัวแรกก็กระโจนลงน้ำ ตามมาด้วยตัวที่สอง ตัวที่สาม และตัวต่อๆ มา ผ่านไประยะหนึ่งกระทั่งหนูตัวสุดท้ายกระโดดตามลงไป

แม่น้ำเวเซอร์เวลานั้นอยู่ในช่วงน้ำลดแต่ไม่ถึงกับแห้งขอด เป็นแม่น้ำที่มีตลิ่งสูงมาก เมื่อพวกหนูที่โดดลงไปพยายามปีนขึ้นมาแต่ไม่เป็นผล พวกมันตะเกียกตะกายขึ้นมา แต่ตลิ่งหินเต็มไปด้วยตะไคร่จึงลื่นหล่นไป สุดท้ายก็ไม่มีหนูรอดตายสักตัวเดียว

เกิดคำถามขึ้นในใจทุกคน นักดนตรีผู้นี้เป็นใครกัน เขาทำเรื่องเหล่านี้ได้อย่างไร สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพราะเพลงประหลาดหรือว่าตัวนักเป่าปี่กันแน่ ทว่าเวลานั้นไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไร เมื่อนักดนตรีเดินกลับเข้าเมือง ผ่านหน้าพวกเขาไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ครั้นพอจะเรียกทัก ก็เหมือนมีบางอย่างกั้นคำพูดเอาไว้ กระทั่งนักดนตรีเดินหายลับไปแล้ว ก็ยังไม่มีสักคนกล้าพูดอะไรออกมา


++++ 

“นักดนตรีเก่งจัง” แมรี่โกลด์อดชื่นชมไม่ได้ “ตกลงเขาเป็นคนใช้เวทมนตร์ใช่ไหม”

“อืม...” คนเล่านิทานลูบคางของตน แสร้งทำเป็นนึก “ทั้งใช่ และไม่ใช่”

“หมายความว่าอย่างไร”

ชาฮาร์ยิ้มแยกเขี้ยว เป็นเขี้ยวแหลมๆ เหมือนตอนเป็นมนุษย์หมาป่า คาดว่าเขาคงไม่พลางเพราะคิดว่าเป็นยิ้มพราวเสน่ห์ “บนโลกนี้มนุษย์ถูกแบ่งเผ่าพันธุ์ไว้มากมาย มีคนธรรมดา ส่วนพวกพ่อมดแม่มดก็อีกอย่าง

คำว่าคนใช้เวทมนตร์หมายถึงผู้มีเชื้อสายพ่อมดแม่มด พวกเขามีพลังมากน้อยขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของสายเลือด เคยได้ยินเรื่องแม่มดชอบจับผู้ชายไปกินไหมเล่า นั่นหมายถึงแม่มดแค่ต้องการร่วมรักกับชายคนธรรมดาเท่านั้น เพราะคนที่เกิดเป็นพ่อมดหรือแม่มดนั้นล้วนแต่มีหน้าตาอัปลักษณ์ ที่บางครั้งคนเคยเห็นว่างดงามก็เพราะเวทมนตร์ทั้งนั้น คนธรรมดารูปงามกว่า หน้าตาดีกว่า พวกพ่อมดแม่มดก็หลงใหลอยากจับทำผัวทำเมียเท่านั้นแหละ

แต่คนใช้เวทมนตร์ที่ไม่มีสายเลือดพ่อมดและเกิดในครอบครัวคนธรรมดาก็มีเหมือนกัน เราเรียกคนเหล่านั้นว่าผู้วิเศษ เป็นคนที่มีความสามารถพิเศษเหนือกว่าคนธรรมดา แต่ไม่ได้มีเวทมนตร์หรือพลังเหมือนพ่อมด นักดนตรีเป็นหนึ่งในจำพวกนี้ล่ะ เป็นแค่ความสามารถพิเศษ ไม่ใช่เวทมนตร์”

“ผิดกับที่ข้าเคยอ่านมาเลยนะ” แมรี่โกลด์เอ่ย “หนังสือหลายเล่มก็บอกไม่ตรงกัน จนไม่รู้อันไหนจริงหรือหลอก”

“นั่นสินะ” ชาฮาร์หัวเราะ “ความจริงนักดนตรีอาจพิเศษกว่าผู้วิเศษคนอื่นๆ”

“อย่างไรหรือ”

หนุ่มหมาป่ามองเหม่อ เขายิ้มน้อยๆ ให้กับต้นหญ้าที่ปลิวไหวกับสายลม “สิ่งวิเศษของเขาไม่ใช่ที่ความสามารถหรอก แต่เป็นตัวนักดนตรีเองต่างหาก”

ครั้นแล้วชายหนุ่มก็เริ่มเล่าอีกครั้ง


++++
 

นักดนตรีไปหาเจ้าเมืองทันที

เมื่อเจ้าเมืองฟังเรื่องที่นักดนตรีเล่าจนจบ หน้าตาอัปลักษณ์ของเขาก็ซีดเผือด ยิ่งเมื่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ไม่พบหนูซึ่งปกติจะเดินเพ่นพ่านตามท้องถนนสักตัวเดียว เจ้าเมืองก็แทบจะอยากเป็นลมในทันที ทว่าเขายังประคองสติได้อยู่ เงินรางวัลที่สัญญาไว้มากจนน่าเสียดาย มากจนไม่อยากเชื่อว่าเขาต้องมอบเงินทั้งหมดให้กับคนไร้รากอย่างนักดนตรีพเนจรที่ทำตามกติกาสำเร็จ

เจ้าเมืองจึงเริ่มคิดแผนการ เขาถนัดเรื่องนี้อยู่แล้วนี่นา มันต้องมีวิธี ขณะครุ่นคิด นักดนตรีก็ยังคงยืนรอเงินรางวัลจากเจ้าเมือง เขาแปลกใจว่าทำไมเจ้าเมืองจึงแสดงอาการเช่นนั้นออกมา แต่ยังบอกกับตนเองว่าคงเพราะเรื่องที่เกิดคงเหลือเชื่อเกินไปเท่านั้น

ผ่านไปพักหนึ่งเจ้าเมืองก็คิดออก เขาไม่จำเป็นต้องคิดอะไรมากให้วุ่นวาย ชายตรงหน้าเป็นแค่คนไร้รากเร่ร่อนไปเรื่อย ไร้การศึกษาจะรู้กฏหมายอะไรกัน

ดังนั้นเจ้าเมืองจึงเอ่ย บอกว่าเหตุใดเขาต้องมอบรางวัลให้กับคนที่ไม่ได้ทำอะไรเลยด้วยเล่า เจ้าเป็นเพียงคนเป่าปี่ ไม่มีอาวุธสำหรับจับหนูอยู่กับตัวสักชิ้นเดียว และหนูทั้งหลายที่โดดน้ำไป ล้วนแล้วแต่โดดลงไปเอง หาได้เป็นเพราะเพลงปี่ของเจ้าสักหน่อย หนูเป็นสัตว์เดรัจฉาน จะฟังเพลงรู้เรื่องได้อย่างไร

พอได้ยินคำตอแหลไร้ซึ่งยางอายของเจ้าเมือง นักดนตรีถึงกับนิ่งอึ้ง เถียงไม่ออกเพราะเจ้าเมืองพูดดักทางไว้หมดแล้ว เขาบอกว่ามีพยาน ชาวบ้านหลายคนก็เห็นว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องจริง แต่อย่างว่า เจ้าเมืองเป็นใหญ่ในเมืองนี้ ชาวเมืองก็ต้องเข้าข้างเขา ไม่มีใครยอมเป็นพยานให้นักดนตรีสักคนเดียว

เมื่อหมดหนทางนักดนตรีจึงกลับไปยังโบสถ์ ด้วยอารมณ์ขุ่นเคืองที่สุดที่เคยมี ปกติเขาเป็นคนใจเย็น แต่เรื่องนี้มันมากเกินไป

แต่พอถึงโบสถ์นักดนตรีก็ต้องแปลกใจ ภายในโบสถ์มืดสนิทเหมือนไม่มีคนอยู่ แต่จะเป็นไปได้อย่างไร อย่างน้อยก็ต้องมีเด็กๆ อยู่บ้างสักคน เมื่อนักดนตรีเปิดประตูเข้ามา เขาก็พบกับข้าวของเครื่องเรือนกระจัดกระจายเต็มพื้น ตู้โต๊ะล้มระเนระนาด และเด็กทั้งหลายนอนไม่ได้สติอยู่บนพื้น

หัวใจนักดนตรีร่วงหล่นลงตาตุ่ม เขารี่เข้าไปตรวจอาการของเด็ก โล่งอกว่าพวกเขายังหายใจดี แค่สลบไปเท่านั้น ทว่าแต่ละคนมีรอยช้ำตามตัวเหมือนถูกคนซ้อม ยิ่งเมื่อเรียกปลุกก็ไม่ยอมตื่นแสดงว่าถูกวางยา ใครกันกล้าทำร้ายเด็ก ใครที่ใจร้ายทำได้ลงคอ

และแล้วนักดนตรีก็นึกขึ้นได้ นี่ยังไม่ดึกมาก ไม่ใช่เวลาที่โรแซนจะกลับบ้าน โรแซนต้องยังอยู่ในโบสถ์นี้ด้วย

ชายเป่าปี่รีบวิ่งไป ค้นหาทุกห้องในโบสถ์ จนถึงห้องส่วนตัวของโรแซนที่แม้แต่เขายังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้า ห้องนั้นลงกลอนจากด้านใน ด้วยความร้อนใจนักดนตรีจึงรวมแรงทั้งหมดถีบประตูห้องกระเด็น ภายในห้องมีสภาพเละเทะไม่ต่างจากข้างนอก เตียงกลางห้องมีร่างของหญิงสาวนอนอยู่บนนั้น

ทว่าร่างนั้นนิ่งสนิท...ไร้ซึ่งลมหายใจ

            เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นในระหว่างที่นักดนตรีกำลังทำเป่าเพลงเรียกหนู เจ้าเมืองได้จัดงานเลี้ยงสังสรรค์กับเหล่าขุนนางลูกน้องจนเมามายแต่หัววัน พอเมาก็ยิ่งเพ้อเจ้อ เจ้าเมืองเกิดนึกถึงคู่หมั้นผู้ไม่ยอมรับรักเขาเสียที เจ้าเมืองใช้เวลาเกี้ยวพาราสีอยู่นานเป็นแรมปี มอบทั้งสร้อยแหวนเงินทองของมีค่า แต่หญิงงามก็ไม่เคยคิดแลแม้แต่น้อย ครั้นเมื่อเมามากเจ้าเมืองก็ขาดสติ เขาเกิดคิดวิปริต หากทำอย่างไรก็ไม่ยอมรับ คงต้องใช้วิธีขืนใจบังคับให้ร่วมรักกันเสียเลย ตัวเขาเป็นถึงคู่หมั้น ทางกฏหมายถือว่าไม่ผิดหากจะทำ

            เจ้าเมืองพอรู้บ้างว่าโรแซนทำงานอะไร เขาเป็นคนใจแคบ เห็นแก่ตัว ทั้งยังเกลียดเด็ก แต่เขาฉลาดพอรู้ว่าโรแซนมีพวกเด็กๆ คอยปกป้องอยู่ ดังนั้นเจ้าเมืองจึงส่งคนเถื่อนนำไป สั่งให้พวกมันจับเด็กๆ ไม่ให้มาขวางทางเขา ถ้ามันขัดขืนก็ลงมือซ้อมหรือวางยาสลบมันเสียเลย

            หลังจากนั้นเจ้าเมืองจึงลอบเข้าไปหาโรแซนทางหน้าต่าง และลงมือกระทำย่ำยีนาง โรแซนกรีดร้องเรียกคนช่วย แต่ขณะนั้นไม่มีใครอยู่ ทุกคนไปดูนักดนตรีจัดการหนูกันหมด หญิงสาวร้องคร่ำครวญเท่าไหร่ ก็ไม่มีใครได้ยิน ไม่มีสักคนมาช่วยนาง

            โรแซนจึงต้องช่วยตัวเอง นางขัดขืนสุดชีวิต แต่อย่างไรแรงหญิงหรือจะสู้แรงชาย เมื่อไม่ยินยอมเจ้าเมืองก็เริ่มลงไม้ลงมือ ทั้งตบทั้งตี ข่มขู่ทรมานจนนางไม่มีแรงต่อสู้ ครั้นเมื่อยังคงขัดขืนต่อไป เจ้าเมืองผู้ไร้สติก็เผลอประทุษร้ายกระทั่งนางถึงแก่กรรมในที่สุด

            เมื่อเห็นหญิงคู่หมั้นสิ้นใจคามือตน เจ้าเมืองเองก็เพิ่งตื่นจากตัญหา เขาเห็นหญิงสาวดวงตาเบิกโพลงไม่หายใจ ก็เริ่มขวัญเสีย คิดเพียงสิ่งเดียวคือต้องเอาตัวรอด

            เจ้าเมืองกระโดดออกทางหน้าต่าง คิดว่าไม่มีใครเห็น คิดว่าไม่มีใครรู้ ปล่อยให้บาปของตนตายไปพร้อมกับหญิงงาม

            แต่นักดนตรีไม่ใช่คนโง่ เขาพอรู้ว่าใครเป็นคนทำ ใครกันทั้งมีอำนาจและจิตใจต่ำหยาบช้า เมืองนี้ก็มีอยู่คนไม่ใช่หรือ คนเดียวที่กล้าทำเช่นนี้ได้อย่างไม่อายฟ้าอายดิน

            ตอนนั้นเองที่นักดนตรีเปลี่ยนเป็นคนใหม่ ตาของเขามืดบอด ในไม่ช้าเขาก็ร่วงจมอยู่กับความแค้น ใบหน้าซึ่งเคยมีรอยยิ้มละไมเสมอบัดนี้เต็มไปด้วยหยาดน้ำตา ดวงใจเพียงดวงเดียวแตกสลายไม่เป็นชิ้นดี นักดนตรีระบายความโศกเศร้าทั้งหมดด้วยการเป่าปี่ คืนนั้นคนทั้งเมืองต่างยินเสียงเพลงปี่ประหลาดผ่านมาทางสายลม ท่วงทำนองเศร้าโศกเรียกน้ำตาผู้ฟังให้รินไหลไม่รู้ตัว

            พวกเด็กๆ ฟื้นขึ้นมา ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ครั้นพอถามชาวเมืองว่าโรแซนอยู่ที่ใด แล้วนักดนตรีหายไปไหน สองคนนั้นแอบไปไหนระหว่างพวกเขาสลบไปหรือเปล่า ชาวเมืองไม่มีใครสนิทกับเด็กกำพร้ามากนัก พวกเขาจึงบอกความจริงไม่รักษาน้ำใจ โรแซนตายแล้ว และนักดนตรีกำจัดหนูไม่สำเร็จ จึงไม่ได้เงินรางวัล บางคนเห็นเขาคลุ้มคลั่ง หนีออกจากเมืองไปเสียแล้ว

            เหล่าเด็กกำพร้าเกิดความตกใจและสงสัย พวกเขาศรัทธาในตัวนักดนตรี นับถือเขาว่าเป็นผู้วิเศษ และรู้จักนักดนตรีมากกว่าคนอื่น เด็กๆ รู้ว่านักดนตรีทำอะไรได้ เป็นไปได้อย่างไรที่เขาจะทำภารกิจไม่สำเร็จ แล้วโรแซนเล่า แล้วพวกเขาเล่า เขาทอดทิ้งไปได้อย่างไร

            โรแซนตายแล้ว ญาติผู้ใหญ่ของหญิงสาวจัดพิธีศพให้นาง มีเจ้าเมืองเป็นเจ้าภาพงานเดินลอยหน้าลอยตารับแขก พวกเขาไม่เหลือใครอีก แต่ทุกคนยังคงศรัทธา เชื่อว่าสักวันนักดนตรีจะกลับมา

            ผ่านไปหลายเดือน เนื่องจากปัญหาหนูกวนใจผ่านพ้นไปแล้ว เศรษฐกิจจึงเริ่มดีขึ้น มีคนใจบุญรับเด็กไปอุปการะหลายคน บางคนไปอยู่ในครอบครัวดีมีฐานะ บางคนก็ไปช่วยชาวไร่ชาวนาปลูกผักทำสวน ยังดีไม่มีใครลืมกัน ทุกคนยังจำได้ว่าเคยเป็นเด็กกำพร้าในโบสถ์ เป็นพี่น้องเป็นครอบครัว

            และแล้วก็ถึงวันที่นักดนตรีกลับมา ผู้คนไม่เคยลืมเลือนชายชุดหลากสีคนนี้ได้ เขามาพร้อมกับปี่ถุงคู่ใจ เขามาถึงโบสถ์เก่า ตอนนี้ถูกปล่อยให้รกร้างไม่มีคนอยู่ ชาวบ้านเล่ากันว่านักดนตรีเลือกค้างแรมในโบสถ์นั้น ไม่มีใครรู้ว่าเขากลับมาทำไม และไม่มีใครกล้าบอกความจริงว่าเด็กๆ หายไปไหน

            ไม่มีใครสังเกตเห็น นักดนตรีผู้นี้ไม่ใช่คนเดิม เขาเป็นคนใหม่ เป็นคนไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีเสียงหัวเราะ ไม่หยอกล้อกับใคร และไม่เป่าเพลงอื่นใดนอกจากเพลงเศร้าเลย

            แต่มีเด็กคนหนึ่งจำเขาได้ เด็กคนนั้นเคยเป็นกำพร้าอยู่ในโบสถ์ ขาข้างขวาของเขาพิการทำให้ต้องเดินกะเผลก เขาเป็นคนเดียวที่ไม่มีใครอยากรับไปเลี้ยง จึงได้ย้ายไปอาศัยกับคนงานชาวไร่ ขอแค่ที่พักและอาหารประทังชีวิต

            เด็กพิการได้เล่าเรื่องทั้งหมดให้นักดนตรีฟัง ทั้งเรื่องเด็กๆ ทั้งหมดแยกย้ายกันไปหมด และเรื่องเจ้าเมืองที่ยังคงลอยนวลอยู่

            นักดนตรีฟังแต่ไม่ว่าอะไร เขาเอ่ยกับเด็กพิการด้วยคำถามแปลกคำหนึ่ง

            “ข้าพบทางไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ที่แห่งนั้นเต็มไปด้วยความสุข เราไม่ต้องกินไม่ต้องนอน ไม่ต้องเจ็บป่วย ข้ามาเพื่อชวนพวกเจ้า อยากไปหรือไม่”

            เด็กพิการฟังแล้วไม่เข้าใจ แต่เด็กย่อมเป็นเด็ก ดินแดนแห่งความสุขอย่างนั้นหรือ ทั้งชีวิตของพวกเขาเคยเจ็บป่วยมามาก เคยทุกข์ เคยถูกรังแกมาไม่น้อย ดังนั้นเด็กพิการจึงเชื่อใจนักดนตรี และขอให้เขานำข่าวนี้ไปบอกเพื่อนๆ ก่อน

            แม้ต้องแยกย้ายกันแต่เหล่าเด็กกำพร้ายังจำกันได้ พวกเขาไปมาหาสู่กันเป็นพี่น้องไม่ต่างจากเมื่อก่อน แม้เด็กพิการจะย้ายออกไปอยู่ในชนบท แต่เขาก็พอได้ติดต่อกับพี่น้องคนอื่นบ้าง ครั้นเมื่อพบคนหนึ่ง เล่าเรื่องนักดนตรีชวนไปดินแดนมหัศจรรย์ มีเด็กไหนบ้างไม่อยากไป พวกเขาล้วนดีใจที่ได้พบชายเป่าปี่อีกครั้ง และข่าวนี้ก็ถูกเล่าต่อๆ กันไปในหมู่เด็กกำพร้า

            ดึกคืนนั้นเด็กๆ ก็ได้ยินเสียงเพลงปี่

            พวกผู้ใหญ่หลับกันหมดแล้ว เหล่าเด็กกำพร้าต่างตั้งตาคอยจะได้เจอนักดนตรีใจดีคนเดิม พอมองออกมานอกหน้าต่าง ก็เห็นนักดนตรีเดินเป่าปี่ผ่านไป พวกเขาจึงรีบออกจากบ้านทั้งชุดนอน ทุกคนล้วนเคยเป็นพี่น้อง ได้พบเพื่อนเก่าก็เอ่ยทักทาย บางคนอยู่รวมกับเด็กคนอื่นก็ชวนออกมาดูการแสดงด้วยกัน เด็กพิการตามไปด้วย แต่เขาเดินกะเผลกจึงช้ากว่าคนอื่น และไม่มีใครสักคนอยู่รอ จนสะดุดล้มลุกไม่ขึ้น ได้แต่มองอยู่ตรงนั้น

            จากคนหนึ่งเป็นสองคน เด็กมากมายเริ่มรวมตัวกันร้องเล่นเต้นรำ เดินตามชายเป่าปี่ออกจากเมืองจนหายลับไป ไกลแสนไกล...

 

++++

            “นักดนตรีพาพวกเขาไปไหน”

            แมรี่โกลด์ถามขึ้นทันทีเมื่อชาฮาร์เล่าจบ เรื่องราวเหมือนยังไม่ถึงบทสรุปแต่หนุ่มหมาป่ากลับบอกว่านิทานได้จบลงแต่เพียงเท่านี้

ชาฮาร์เม้มปาก ท่าทางทะเล้น “บ้างก็ว่านักดนตรีพาเด็กไปยังอุโมงค์ที่มองไม่เห็นปลายทาง เป็นเส้นทางเชื่อมไปยังแดนมหัศจรรย์ พอทุกคนเข้าไปจนครบ นักดนตรีก็ปิดปากอุโมงค์ ไม่มีใครพบเห็นเขากับเด็กๆอีกเลย”

            “เขาทำไปเพื่ออะไร” แมรี่โกลด์ซักถามอย่างขุ่นเคือง การเป็นผู้ฟังที่ดีต้องฟังและวิเคราะห์ไปด้วย หากนักดนตรีทำเช่นนั้นจริง เป็นไปได้ว่าเขาลวงเด็กๆ ไปฆ่า ดินแดนศักดิ์สิทธิ์นั้นจะเป็นอื่นใดได้นอกจากสวรรค์

            ชาฮาร์โคลงศีรษะไปมา “นั่นสินะ นั่นสินะ เพราะอะไร นักดนตรีผู้อ่อนโยนถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนั้น”

            “ชาฮาร์!” หญิงสาวตีหนุ่มหมาป่าเบาๆ เมื่อเห็นเขาทำทีเล่นทีจริง ชายหนุ่มยกมือขึ้นป้องกันและหัวเราะ

            “ซาฮาร์ต่างหาก” หนุ่มหมาป่าแก้ “แมรี่โกลด์... เจ้าเคยมีความรักไหม”

            “ความรักหรือ”

แมรี่โกลด์หยุดตีเขา ความรักอย่างนั้นหรือ มีสิ เธอรักพ่อ รักฟิลลิเป รักท่านหญิง รักฝูงแกะของเธอ แม้แต่เจ้าตัวแสบสองตัวอย่างเจคอปกับวิลเธอก็ยังรัก ส่วนเบลินด้า แม่เลี้ยงถึงจะร้ายกาจกับเธอ แต่เธอก็เคารพนาง นี่ใช่ความรักด้วยหรือเปล่านะ

            แต่คำถามนี้ชาฮาร์ไม่ได้ต้องการคำตอบ

“อำนาจของความรักมีมากกว่าเราคาดคิดได้เชียวนะ ความรักไม่ใช่เพียงความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับคนสองคน มันสามารถเปลี่ยนให้มนุษย์กลายเป็นปีศาจได้ ไม่ใช่ในรูปของปีศาจอสูร แต่เป็นตรงนี้” ครั้นแล้วชาฮาร์ก็จับมือของเธอขึ้นมา แตะบริเวณอกด้านซ้าย

“หัวใจ” แมรี่โกลด์กล่าวต่อจากเขา ชาฮาร์พยักหน้า

“ยังจำเพลงที่นักดนตรีเป่าในคืนที่โรแซนตายได้ไหม เพลงนั้นเขาเป่าให้ตนเอง เพลงที่เศร้าที่สุดในชีวิต จนไม่ว่าใครได้ยินก็ต้องร้องไห้ ขณะนั้นนั่นเองเขาได้ปลดปล่อยพลังออกมา พลังที่เขาค้นหามาทั้งชีวิตว่ามีไว้เพื่ออะไร พลังที่สามารถใช้ได้ในทางที่ดี โชคร้ายที่พลังนั้นได้ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเขาเอง

เพลงนั้นเศร้า และความเศร้าได้กลืนกินตัวนักดนตรี พลังของเขาทำให้เขาหลงลืมความสุขที่เคยมีจนหมดสิ้น ตอนนี้เขากลายเป็นคนที่มีความทุกข์ที่สุดในโลก อย่างน้อยก็โลกของเขา ทว่านักดนตรียังคงเป็นมนุษย์ ไม่สามารถแบกรับความทุกข์มหาศาลนั้นได้เพียงลำพัง สุดท้ายเขาก็ทนไม่ไหว ต้องทำลายความทรงจำของตน แต่ยังคงเป็นคนทุกข์อยู่นั่นเอง”

“แต่ก็ไม่ควรทำกับเด็กอย่างนั้นเลย เด็กไม่ผิดนี่”

 “ไม่ใช่เขาไม่เสียใจที่กระทำกับเด็กๆ เช่นนั้น แต่เพราะตัวเขาเต็มไปด้วยความเสียใจมากมายจึงไม่มีอะไรต้องเสียใจไปมากกว่านี้แล้วต่างหาก” ชาฮาร์เอ่ยต่อ

“ทั้งหมดเพราะความรัก” หญิงสาวเอ่ยอย่างเศร้าสร้อย “อย่างนั้นถ้าไม่รักตั้งแต่แรกคงดีกว่า”

“เอ้อ...” หนุ่มหมาป่าเอนตัวพิงต้นไม้ ประสานมือหนุนต่างหมอน “นั่นสินะ”

ทั้งสองเงียบไป ต่างจมอยู่กับความคิด ทว่าเมื่อแมรี่โกลด์รู้สึกตัวอีกที ท้องฟ้าก็เปลี่ยนเป็นตอนกลางคืน พระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว ต้องรีบกลับบ้าน

“ข้าต้องกลับก่อน” แมรี่โกลด์ผุดลุกขึ้น

ชาฮาร์สะดุ้งตาม เขามองหญิงสาวที่ผละออกไปต้อนแกะเตรียมกลับบ้าน หนุ่มหมาป่าอดยิ้มไม่ได้

“นี่” เขาตะโกนเรียกก่อนที่เธอจะเข้าหมู่บ้าน “พรุ่งนี้ข้าจะรอที่เดิมนะ”

แมรี่โกลด์ขมวดคิ้ว เขามีธุระอะไรกับเธออีกหรือเปล่า แต่เมื่อเห็นชาฮาร์ยกมือแตะริมฝีปาก ทำท่าส่งจูบน่าขำ แมรี่โกลด์กลับขำไม่ออก หน้าของเธอร้อนผ่าว และหันกลับไปต้อนแกะต่ออย่างเร็วไว

หญิงสีทองไปแล้ว ชาฮาร์จึงอยู่คนเดียวบนเนินเขา สายลมเอื่อยพัดพาอากาศเย็นน่านอน แต่หนุ่มหมาป่ายังคงอยู่ในห้วงความคิด

“ถ้าไม่รักตั้งแต่แรกคงดีกว่า...อย่างนั้นหรือ”

ชาฮาร์ทวนคำพูดของหญิงสาว ไม่รู้เป็นคำจากใจหรือแค่พูดไปตามอารมณ์

จะมีมนุษย์คนใดที่ห้ามความรักไม่ให้เกิดขึ้นมาได้

มีรักย่อมมีทุกข์ แต่ถ้าใช้ชีวิตอย่างคนไม่มีรัก จะเรียกว่ามนุษย์ได้อีกหรือ... 


++++


บทนี้ยาวมาก สมกับเป็นตอนที่13เลขอาถรรพ์ เพราะแต่งเท่าไหร่ก็ไม่จบเสียที
ขอโทษที่ทำให้รอนานนะจ๊ะ
คอมเม้นท์กันบ้างเน้อ

  +❥ Free theme mouse. naru 


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
LIE RED TALE :: นิทานของสาวน้อยหมวกแดง ตอนที่ 16 : บทที่ ๑๓ : นักดนตรีแห่งฮาเมลิน ตอนจบ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1882 , โพส : 37 , Rating : 100% / 4 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2
# 37 : ความคิดเห็นที่ 3386
นิทานนักดนตรีดาร์กมากกกกก ธ่อววว 
PS.  คุณธรรม นำหน้า จินตนาการ
Name : Nadine. < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Nadine. [ IP : 49.48.237.236 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2558 / 10:50
# 36 : ความคิดเห็นที่ 3369
รักกันยัง
ชอบชาฮาร์มากกว่าซาฮาร์อ่ะ
Name : cherryme < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ cherryme [ IP : 180.180.31.221 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 มกราคม 2557 / 16:01
# 35 : ความคิดเห็นที่ 3325
นิทานเรื่องนั้น... อื้ม เคยได้ยินมาก่อนค่ะ แต่ไม่รู้รายละเอียดอะไรมาก เพิ่งมาฟังเรื่องเต็มๆก็วันนี้ 555
แต่งได้สนุกมากก ม๊ากก มาก
ขอบคุณมากค่ะ *-*

--------> อ่านต่อ
Name : Derasterz < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Derasterz [ IP : 180.183.128.131 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 พฤศจิกายน 2556 / 14:24
# 34 : ความคิดเห็นที่ 3216
บรรยากาศระหว่างชาฮาร์กับแมรี่โกลด์เหมาะจะเปิดเพลงLove storyของTaylor swift คลอไปด้วยจริงๆ
มันครึ้มอกครึ้มใจแปลกๆ กร๊ากกกๆๆๆ >//<

นิทานเศร้าจัง...

PS.  แค่อยากเป็นคนที่เธอรัก...แค่อยากเป็นคนที่เธอนั้นจะมาเข้าใจ แค่สบตาฉันแล้วช่วยตอบ...ว่าเธอจะรักกันได้...
Name : Perz < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Perz [ IP : 115.67.130.243 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 พฤษภาคม 2556 / 12:39
# 33 : ความคิดเห็นที่ 3132
สมแล้วที่เป็นกริมม์...โหดร้ายเช่นเดิม
ตั้งแต่อ่านมาเคยเจอแค่เรื่องเดียวจริงๆที่อ่านแล้วแฮปปี้เอนดิ้ง เฮ้อ
...
แต่ทำไมมันถึงดูสะท้อนภาพของพระ-นางจังเลยอ่ะ!!
นิยายจงอย่าจบโหดร้ายแบบในนิทานเลยนะ T^T

PS.  ฉันยิ้ม ฉันร้องไห้ ฉันหัวเราะ - ฉันเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาๆคนหนึ่ง :)
Name : i.am.elf¿ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ i.am.elf¿ [ IP : 125.24.36.222 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 มีนาคม 2556 / 17:32
# 32 : ความคิดเห็นที่ 3064
นักดนตรีคนนั้น...
เป็นเรื่องที่กินใจดีนะคะ


PS.  It the most beautiful time of the year ;D I wanna be under the Mistletoe <3
Name : Hersy_PacktoN < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Hersy_PacktoN [ IP : 125.27.108.59 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2556 / 08:49
# 31 : ความคิดเห็นที่ 3039
อยากให้มีฉากหวานๆเยอะๆ  
PS.  
Name : เมมฟิส < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เมมฟิส [ IP : 115.67.6.6 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2556 / 15:55
# 30 : ความคิดเห็นที่ 2932
นิทานนักดนตรีดาร์กมาก
Name : Fie [ IP : 118.172.245.140 ]

วันที่: 24 พฤศจิกายน 2555 / 10:36
# 29 : ความคิดเห็นที่ 2896
ตกลงเเมร์รี่โกลดฺ์จะขอบใครน้า
PS.  คำวิจารณ์ดีๆจากคนที่อ่านนิยายของเราทำให้ยิ้มได้ไปสามวันเลย
Name : ปากกาและหยดหมึก < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ปากกาและหยดหมึก [ IP : 115.67.135.107 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 พฤศจิกายน 2555 / 20:04
# 28 : ความคิดเห็นที่ 2700
ตามต่อค่ะ
PS.  ไม่มีสิ่งใดได้มาโดยง่าย ,,, ทุกการกระทำ แด่ความฝัน
Name : M.T.Miracle < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ M.T.Miracle [ IP : 180.183.148.207 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 ตุลาคม 2555 / 23:27
# 27 : ความคิดเห็นที่ 2549
คู่นี้ทำเอามดขึ้นจอ...
PS.  รักนิยายแฟนตาซี 
Name : MarshMalloW KinG < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ MarshMalloW KinG [ IP : 27.130.84.121 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 สิงหาคม 2555 / 17:51
# 26 : ความคิดเห็นที่ 2497
สองคนนี้หวานจนมดขึ้นเลยแหะ-0-
พี่มะนาวสู้ๆนะคะ
Name : โคลว์ [ IP : 223.207.131.101 ]

วันที่: 11 สิงหาคม 2555 / 21:58
# 25 : ความคิดเห็นที่ 2447
แต่ตอนนี้เสียอย่างเดียวเลยมานั่งฟังนิทาน >O<
Name : MIU'Q < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ MIU'Q [ IP : 61.90.53.253 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 สิงหาคม 2555 / 20:41
# 24 : ความคิดเห็นที่ 2446
ว้าย ! ถึงความจำเสื่อมแต่เจอครั้งแรกก็รักกันแล้วสินะ ♥
Name : MIU'Q < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ MIU'Q [ IP : 61.90.53.253 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 สิงหาคม 2555 / 20:40
# 23 : ความคิดเห็นที่ 2002
หว๊านหวานนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
PS.  โซ่ตรวนบางอย่างช่างล้ำค่า สำหรับผู้ที่รู้จักมัน และผู้ที่รู้จักมันจะหันมายิ้มให้คุณ แล้วพูดว่า "นี่คือสิ่งที่ฉันเลือกด้วยทั้งหมดที่ฉันมี"
Name : Channa < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Channa [ IP : 202.44.135.34 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 พฤษภาคม 2555 / 15:01
# 22 : ความคิดเห็นที่ 1864
ไม่ชอบเมลินดาเลยให้ตาย
โรแซนน่าสงสาร. นักดนตรีนี้น่าสงสารยิ่งกว่า
รักเรื่องนี้มากค่พี่สาว ขอบคุณที่แต่งนิยายให้อ่านนะค่ะ
PS.  อ่าน อ่านนิยาย รักที่สุดเลย
Name : sdc-som-som < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ sdc-som-som [ IP : 124.120.206.207 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 พฤษภาคม 2555 / 13:57
# 21 : ความคิดเห็นที่ 1815

นิทานเรื่องนี้เคยฟังมาแล้ว ยาวแท้ ซาฮาร์น่ารัก


PS.  "ถึงโลกจะแตกแต่เราก็ยังมีจักรวาลอยู่ไม่ใช่รึไง?"
Name : .: Ar :. < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ .: Ar :. [ IP : 101.108.108.221 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 พฤษภาคม 2555 / 13:09
# 20 : ความคิดเห็นที่ 1747

โห~ ยาวจริงๆด้วยแต่ก็อ่านจบ 55+
ติดตามค่า :))


PS.  This is my dream and in my dream have you floating in a dream every night and I'm happy every time I dream about you.
Name : lจ้าหญิงน้ำแข็ง < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ lจ้าหญิงน้ำแข็ง [ IP : 101.109.1.53 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 พฤษภาคม 2555 / 14:00
# 19 : ความคิดเห็นที่ 1704
 ยาวจริงๆ 55555 แต่ก็อ่านจบ >< สนุกมาก แต่ค้างคาใจเรื่องนิทาน-0-
Name : sweetty chocopink < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ sweetty chocopink [ IP : 27.130.24.163 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 เมษายน 2555 / 23:36
# 18 : ความคิดเห็นที่ 1582

ตัญหา > ตัณหา (ใช่เปล่าหว่า ไม่แน่ใจ ^^;;) สนุกมากเลยๆๆ

Name : Sel2aMOon < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Sel2aMOon [ IP : 125.24.71.64 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 เมษายน 2555 / 15:01
# 17 : ความคิดเห็นที่ 1528
ปรากฎ ปรากฏ ใช้ตัวนี้นะคะ
วรรคที่สอง เผ่าพันธ์ ลืม สระอุเน้อ
บทนี้ยาวมากเลย แต่ก็เป็นการเล่านิทานที่ไม่น่าเบื่อ
สงสารคนเป่าปี่ เจ้าเมืองนี่นาจะเอาสมองไปใช้ในด้านดีมากกว่าจะมาใช้ในด้านอย่างนี้

PS.  เป้าหมายสูงสุดของชีวิต อาจทำไม่ถึง แต่ก็ไม่เป็นไร ถ้ายังมุ่งมั่น และก้าวเดินต่อไป เป้าหมายนั่นอาจอยู่ใกล้แค่ปลายนิ้ว
Name : รัตติกาลแห่งความมืด < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ รัตติกาลแห่งความมืด [ IP : 110.77.234.81 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 เมษายน 2555 / 14:09
# 16 : ความคิดเห็นที่ 1468
 เจ้าเมืองชั่ว เจ้าเมืองเลว เกลียดเจ้าเมือง ไปตายซ้าาาาาาาาาาาา
PS.  โชคชะตาไม่มีจริง ทุกสิ่งเกิดจากการกระทำ พระเจ้า...เคยช่วยอะไรเราบ้าง ต่อให้ร้องไห้จนน้ำตาไหลเป็นสายเลือด สวดอ้อนวอนจนเสียงแหบแห้ง พระเจ้าก็ไม่หันกลับมา
Name : nrn_forever < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ nrn_forever [ IP : 58.11.185.131 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 5 เมษายน 2555 / 10:45
# 15 : ความคิดเห็นที่ 1428
ตอนจบนิทานเศร้าจัง เจ้าเมืองชั่วมากๆเลย แต่ซาฮาร์นี่มีการหลอกจับมือแมรี่โกลด์ด้วย(เราคิดเอาเอง) 5555 น่ารักอ่ะคู่นี้><

PS.  ขอฝากนิยายเรื่อง "How To Find A Dragon : ตามล่าหามังกรที่สาบสูญ" ด้วยนะจ๊ะ
Name : Equinox < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Equinox [ IP : 180.183.27.125 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 มีนาคม 2555 / 23:01
# 14 : ความคิดเห็นที่ 1366
 สนุกๆๆ
PS.  "He who loses money, loses much; He who loses a friend, loses more; He who loses faith, loses all." - - Anonymous - -
Name : ★SHIRAZ'II★ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ★SHIRAZ'II★ [ IP : 101.108.109.106 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 มีนาคม 2555 / 23:34
# 13 : ความคิดเห็นที่ 1327
อัพต่อออออ ๆ
Name : ?SINCERE' < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ?SINCERE' [ IP : 223.206.122.52 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 มีนาคม 2555 / 18:57
หน้าที่ 1 | 2
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android