คัดลอกลิงก์เเล้ว
OS KRISYEOL คู่กัด | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้






คำเตือน!!!  ฟิคตอนนี้หาสาระไม่ได้เพราะคนแต่งมันก้ไม่ค่อยสมประกอบ(?) อาจมีคำหยาบบ้าง(หรอ)  แต่ก็ขอให้มีความสุขกับคริสยอลนะเคอะ

เนื้อเรื่อง อัปเดต 18 พ.ย. 57 / 21:40


 

          “ชานยอลวันนี้ พี่คริสผัวมึงไปตายไหนวะ ยังไม่เห็นโผล่มาเลยสงสัยไปแอบเต๊าะสาว”

          “ผัวกูพร่องง ไอ้พี่เงิงมันจะไปไหนก็เรื่องชองมันไม่เกี่ยวกับกูแล้วอีกอย่างมันจะไปเต๊าะใครก็เรื่องของมันดิ”  ชานยอลบอกด้วยน้ำเสียงห้วนๆเพราะ พวกเพื่อนๆเอาแต่พูดถึงไอ้พี่เงิง เอ่อ... ที่จริงมันชื่อคริส แต่นิสัยกวนตีนบวกกับฟันที่ยื่นออกมาเกินหน้าเกินตา ปาร์คชานยอลคนนี้เลยเรียกมันไปซะว่า ไอ้พี่เงิง 5555555

          “ด่อวววว มันจะไปเต๊าะใครก็เรื่องของมันดิ  แล้วมึงจะชะเง้อคอแข่งกับยีราฟที่สวนสัตว์ทำไมครับ”

          “ใครชะเง้อคอแข่งกับยีราฟมึงอย่ามั่ว เขียนการบ้านไปซะ” ว่าแล้วก็ทิ้งสมุดการบ้านที่ตัวเองทำเสร็จแล้วให้เพื่อนสนิทมากๆอย่างแบคฮยอนได้ทำการก็อปปี้  เห็นหน้าหล่อเยี่ยงนี้แน่นอนว่า มนุษย์ปาร์คคนนี้เรียนเก่งท็อปของห้องนะครัช  (อวยตัวเองแป๊ป)

          “เออเรื่องที่มึงบอกว่าจะย้ายบ้านอ่ะ มึงจะไปอยู่ไหน”  แบคฮยอนลอกการบ้านไปได้สองสามคำแล้วก็เงยหน้าขึ้นมาถาม

          “ไม่ได้ย้ายบ้านแค่เปลี่ยนที่อยู่ชั่วคราว”

          “เออๆนั่นแหล่ะ”

          “แม่กูบอกว่าจะให้กูไปอยู่กับลูกของเพื่อนเค้าน่ะ เพราะเค้ากับแม่กูจะไปเที่ยวด้วยกัน”  ชานยอลอยากจะบ้าตาย ชานยอลก็โตแล้วไม่เห็นจะต้องให้ไปอยู่บ้านคนอื่นเลย พอคนหล่อเอ่ยคัดค้านเท่านั้นแหล่ะ คุณนายแกเลยตอบมาว่า  ชานนี่โตแล้วก็จริง แต่ชานนี่ไม่เหมือนผู้ชายแม่ไม่ไว้ใจ เท่านี้แหล่ะ มนุษย์ปาร์คแทบอยากกัดลิ้นตัวเองตาย  แม่!!!!! ชานยอลไม่เหมือนผู้ชายตรงไหน  รูปร่างออกจะสูงโปร่ง  ผิวขาว ตาโต ปากสีแดงนิดๆ แค่นี้เอง ชานยอลแมนนะแม่รู้มั้ยยยยยยยยย?????

          “แล้วลูกเพื่อนแม่มึงเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง”

          “ผู้ชาย รุ่นพี่ปีนึง แถมกูต้องไปพรุ่งนี้ด้วย กูล่ะเซ็งคุณนายแม่งอยากไปเที่ยวขนาดหนัก”   จะให้ไปอยู่บ้านเค้าทั้งทีให้ไปอยู่บ้านที่มีลูกสาวก็ไม่ได้

          “คึคึ ดีใจด้วยมึง  กูขอให้บ้านหลังนั้นมีพี่คริส 555555”

          “ควายเถอะแบคฮยอน รีบเขียนการบ้านเลยไป”

         “ฮ่าๆๆๆ  ไม่แน่นะมึงพักนี้ปากกูยิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่ ดีไม่ดีมึงอาจได้กันกับพี่เค้าก็ได้”

          “มึงจะเขียนมั้ยการบ้าน กูจะได้เก็บ”  ว่าแล้วจิ๊ปากทำตาขวางใส่เล่นเอาแบคฮยอนถึงกับหน้าเจือนแล้วรีบก้มเขียนการบ้านจนมือแทบเป็นเกลียวไม่รู้จะสั่งอะไรนัหนาการบ้านเนี่ย สั่งเท่ากองกาแลคซี่ของพี่คริสเป็นญาติกันหรือไงห๊ะ! แม่งงง แบคฮยอนเครียด (สาบานได้ว่าไรต์ไม่ได้ใช้แบคฮยอนเป็นเครื่องมือระบายอารมณ์)

         ชิ ถ้าบ้านหลังนั้นมีไอ้พี่เงิงนั้นนะ กูจะจูบพี่มันโชว์ทั้งโรงเรียนเลยมึง

 

 

 

และแล้ววันนี้ปาร์ชานยอลคนหล่อก็ต้องย้ายสมโนครัวข้าวของที่จำเป็น(?) มายืนอยู่ ณ หน้าบ้านหลังหนึ่งมือบางยกขึ้นไปกดกริ่งหน้าบ้านเพื่อเรียกให้คนที่อยู่ข้างในมาเปิดประตูให้

ติ๊งหน่องงงง

          “.....”

ติ๊งหน่องงงง

          “....”  ทำไมเงียบวะ

ติ๊งหน่องงงง

         “.....”  

          อ้าวเห้ยยย คนบ้านนี้เค้าไปไหนกันวะ มาเปิดประตูเซ่ แดดมันร้อนนะเว้ยยยย เดี๋ยวผิวเสียยิ่งดูแลอยากอยู่

ติ๊งหน่องงงง

          “.....”  แนะ!! ยังเงียบอีกเดี๋ยวเจอฤทธิ์มนุษย์ปาร์ค   ไม่ออกมาใช่มั้ยได้

ติ๊งหน่องงๆๆๆๆๆๆๆๆ

          มือบางกดกริ่งรัวราวกับว่าที่บ้าไม่มีให้กด ส่งผลให้คนที่นอนหลับอยู่ในบ้านได้ยินเสียงกริ่งที่รัวนั้นก็เกิดอาการำคาญเสียงนั้นขึ้นมา ที่บ้านแม่งกริ่งเสียไงถึงได้มากดบ้านคนอื่นเล่นเนี่ย!!

 

ติ๊งหน่องงงงๆๆๆๆๆๆ

           เสียงกริ่งยังคงรักษาระดับความดังไว้คงที่ ทำให้ร่างสูงที่นอนอยู่รีบลุกขึ้นมาแขนยาวขว้างผ้าห่มทิ้งอย่างไม่ใยดีก่อนที่จะวิ่งลงบันไดลงไปยังชั้นล่างและออกมาดูหน้าไอ้คนที่มันกดกริ่งไม่ดูเวลาล่ำเวลาเล้ยยยยยคนจะหลับจะนอน  อย่าให้รู้นะว่าใครพ่อจับต่อยให้หน้าหงายเลย

 

ติ๊งหน่องงงงๆๆๆๆๆๆๆ

 

           “แล้วแม่งจะกดอะไรนักหนาวะ คนจะหลับจะนอน!!!!!!

          “O_O

          “O_O

          หลังจากที่ร่างสูงกระชากประตูออก ทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบ ทั้งสองตกอยู่ในสถานการณ์ อึ้ง! ทึ้ง! เสียว! (อันหลังนี่เริ่มไม่ใช่ละ)

          “พะ พี่เงิง”   นี่มันมันไอ้พี่เงิงหนิ แล้วมันมาอยู่นี่ได้ไง?อย่าบอกนะว่านี่บ้านมัน อิแบคปากมึงศักดิ์สิทธิ์เกินไปนะ  แล้วที่กูบอกว่าจะจูบมันโชว์ที่โรงเรียนอ่ะกูขอถอนคำพูดดด!!

          “ไอ้เด็กหูกาง  มึงมากดกริ่งหน้าบ้านกูเนี่ยสนุกมากมั้ยครับ กูนอนอยู่ถ้าอยากเล่นบ้านหลังนั้นมีร็อตไวเลอร์ตัวนึงเจ้าของบ้านไม้ได้ล่ามโซ่ไว้ เชิญมึงไปกดเล่นได้เลย” ว่างพลางชี่นิ้วไปที่บ้านหลังตรงข้าม   ร็อตไวเลอร์ไม่ได้ล่ามโซ่ กูไปกดมันก็งับคอกูดิสัส พี่แม่ง!!!

          “กูกดหลังนั้นไม่ได้ครับพี่เพราะแม่กูส่งให้มากดบ้านหลังนี้ครับ”

          “แม่มึง???”  

          “เออ”  ก็แม่กูแหล่ะไม่ใช่แม่มึงหรอก

          “งั้นมึงก็เป็นลูกเพื่อนแม่กูสินะ”

          “แล้วแม่พี่ชื่อคุณนายอู๋ป้ะล่ะ”

          “เออ  อย่ากวนตีนรีบเข้ามากูจะนอน”

         “สายจนตะวันแหย่ก้นมึงแล้วพี่ มึงยังจะนอนอยู่หรอ”

         “แถวบ้านเรียกเสือก” ว่าแล้วก็เดินนำอีกคนเข้ามาในตัวบ้าน  เอ่ออ  ที่ว่าแถวบ้านเรียกเสือกอ่ะ ใช่หลังที่มีร็อตไวเลอร์ว่าป้ะ  กร๊ากกกกกก

          “บ้านกูมีสองห้องนอน ของกูห้องนึง ของแม่กูห้องนึง และกูมีข่าวร้ายจะบอกคือว่าแม่กูรีบและขี้ลืมตามประสาคนใกล้จะแก่แล้ว คุณนายก็ลืมเอากุญแจห้องของนางไว้ที่บ้าน”

          “เดี๋ยวๆๆๆ นี่พี่กำลังจะบอกกูว่า....”

          “แม่กูเอากุญแจห้องไปด้วย และเหลืออยู่ห้องเดียวนั้นก็คือห้องกูคงไม่ต้องบอกนะว่ามันหมายถึงอะไร”

          “พี่จะให้กูนอนห้องเดียวกันกับพี่?”

          “อืมมม”

          ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยย   ไม่มีทางแค่มาอยู่ในชายคาเดียวกันชานยอลก็จะตายอยู่แล้วแต่นี่ต้องมานอนห้องเดียวกัน  มนุษย์ปาร์คอยากตายยยยยยย  คือแบบจะให้ชานยอลไปนอนในห้องเดียวกับกับไอ้พี่เงิงนี่นะ ขนาดตอนอยู่คนละบ้านยังกัดกันแทบได้เลือด แล้งลองคิดภาพตอนที่ชานยอลกัดกันกับพี่คริสแล้วเผลองับหูมันดูดิ 

          “กูรู้ครับน้องกางว่ามึงกำลังกลั้นฟินอยู่ ที่จะได้นอนห้องเดี่ยวกันกับกู”

          “นอกจากฟันยื่นแล้วยังหลงตัวเองอีกวุ้ย”     ไอ้เด็กบ้าหนิเดี๋ยวอู๋ตบฟว่ำ ฟันกูออกจะสวย(?)

          “เหอะๆ ช่างแม่ง รีบเอาของไปเก็บกูหิว”

          “อ้าวว ไม่นอนแล้ว”

          “แล้วคุณคิดว่ามีคนมากดกริ่งตอนเกือบเที่ยงงี้ กูจะมีอารมณ์นอนต่อมั้ย” 

          “เออๆๆ ห้องอยู่ครงไหน”

          “ขึ้นไปมึงเจอห้องไหนมึงก้เข้าห้องนั้นแหล่ะ”     เอิ่มมมมมมม ถ้าขึ้นไปแล้วกูเจอห้องน้ำก่อน กูไม่ต้องเอาของไปไว้ในห้องน้ำก่อนไงวะ โว๊ะ!!! 

          บ่นแล้วก็เดินขึ้นไปตามบันไดไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงชั้นสองของตัวบ้านชานยอลเจอห้องห้องนึงที่คาดว่าจะเป็นห้องของไอ้พี่เงิงมัน มือบางจับลูกบิดประตูเปิดออกขาเรียวเดินเข้าไปในห้องก็พบกับห้องนอนที่ตกแต่งสไตล์เรียบๆแต่ไม่เรียบจนเกินไป มีรูปภาพคล้ายๆกาแลคซี่ขนาดใหญ่ติดอยู่ที่ฝาผนัง เอิ่มมมมม  เป็นความจริงแฮะที่แบคฮยอนบอกว่าไอ้พี่คริสนี่มันหลงใหลกาแลคซี่เข้ากระดูกดำ  แต่ช่างมันก่อนตอนนี้ต้องรีบเอาของมาเก็บและรีบลงไปเดี๋ยวคนข้างล่างมันโมโหหิวขึ้นมามันจะเอาเงิงมาเฉาะหน้าเขา   ชานยอลรีบปลดเป้ออกจากบ่าแล้ววางไว้ที่ช้างๆตู้เสื้อผ้าในห้องก่อนที่จะรีบลงไปข้างล่าง……

 

 

 

          ตอนนี้ชานยอลอยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในย่านใจกลางเมืองที่ผู้คนนั่งเต็มร้าน อาหารท่าจะอร่อยน่าดูไม่งั้นคนไม่เต็มทุกโต๊ะอย่างนี้แต่.....ทำไมลูกค้าส่วนมากเค้านั่งกันเป็นคู่วะ ไม่สิ ไม่ใช่ส่วนมาก มันลูกค้าทุกโต๊ะที่เค้ามากันเป็นคู่ชายหญิงยกเว้นเขากับไอ้พี่คริสนี่แหล่ะที่เป็นคู่ชายชาย เห้ยๆๆๆๆ อย่าจับจิ้นกันะเว่ย ใครจับจิ้นมนุษย์ปาร์คงอนนนน

          “จะกินอะไร”

          “กินข้าว”

          “กูรู้ครับกางว่ากินข้าว แต่มึงช่วยระบุด้วยว่าจะกินอะไร หรือจะเอาอาหารเม็ดจะได้สั่งถูก”

          “คนเว่ยไม่ใช่หมา”

          “อ้าวหรอ เห็นนั่งทำหูกางเป็นชิวาวา ขาดน้ำ”

          “โหยยยย ไอ้คนฟันยื่นเอ๊ยย”

          “เหอะ  ก็ยังดีกว่าคนหูกางล่ะว้า”

          “ชิ”  

          และก่อนที่ทั้งคู่จะกัดกันจนเลือดจะท่วมร้านพนักงานชายใส่ชุดสีชมพูน่ารักพร้อมกับเอาเมนูให้แล้วเอ่ยทักทายคนร่างสูงอย่างสนิทสนม

          “รับอะไรฮะเฮีย  แหมวันนี้พาแฟนมาอ่อน่ารักเชียว ไม่ยักรู้นะว่าเฮียจะชอบทอม” หนุ่มหน้าหวานที่ดูเหมือนจะทำหน้าที่เป็นเด็กเสิร์ฟประจำร้านเอ่ยถาม  ซึ่งมันทำให้ปาร์คชานยอลงงเป็นอย่างมาก เฮียนี่น่าจะเป็นพี่เงิง แล้วแฟนมันเป็นใครวะ แล้วใครคือทอมมมมมม

          “อืมม แฟนเฮียเองแหล่ะฮุน น่ารักมั้ยไม่ใช่ทอมนะเป็นผู้ชาย ชื่อปาร์คชานยอล”  คริสตอบอีกคนไปสร้างรอยยิ้มให้กับคนที่ถาม แต่!!!! มนุษย์ปาร์คไม่ยิ้มด้วย!! ใครแฟนมึงวะเฮีย กูผู้ชายแมนทั้งแท่ง!!! ขอย้ำทั้งแท่ง!!!!

          “คึคึ หน้าแดงด้วยอ่ะ  น่ารักมาเลยเฮีย ตาถึงนะเนี่ย” อะไรนะ!! นี่กูหน้าแดงไม่นะ ชานยอลยกมือลูบแก้มของตัวเองที่ตอนนี้รู้สึกว่ามันร้อนแปลก ตาโตมองหน้าคริสและกำลังจะถลึงตาใส่อีกคน แต่พอเจอคนตรงหน้ายิ้มมาให้มันทำให้ชานยอลรู้สึก....

ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก

         อร๊ากกกกกกก พี่คริสมึงอย่ายิ้มอย่างน้านนนนนนนนน  พึ่งรู้ว่าเวลามึงยิ้มแบบนี้แล้วเงิงออกพี่หล่อชิปเลยว่ะ อ่อกกกกกก ชานยอลขอเคะสามวิ

          “เอาๆๆ ยิ้มอยู่นั่นแหล่ะตกลงจะกินมั้ยข้าว”

          “เออๆๆ เหมือนเดิมสองที่แต่เอาน้ำมะเขือเทศปั่นแก้วนึง”

          “พี่กินน้ำมะเขือเทศ?”

          “ป่าว รู้มาว่าคนแถวนี้ชอบกิน”    รู้มาว่าคนแถวนี้ชอบกิน  ชานยอลชอบกิน ใช่ ของโปรดเลยล่ะแล้วพี่คริสมันรู้ได้ไงวะ  ไม่ค่อยมีใครรู้เลยนะว่าชานยอลชอบน้ำมะเขือเทศ นอกจากแม่ แบคฮยอน และคนที่รู้ล่าสุดก็.....ไอ้พี่คริสนี่แหล่ะ

          “......”

          “คึคึ  น่าแดงอีกแล้วนะฮะพี่ชานยอล”

          “เอ่อ...”  ไม่ๆๆ ไม่ได้น่าแดงเลยอากาศมันร้อนต่างหาก   อยากพูดประโยคนี้ออกไปแต่ทำไมปากมันหนักจังวะ

          “ไปเอาอาหารมาไปเซฮุน หิวละ”

          “กลัวเค้าแซวแฟนตัวเองอ่ะดิเฮีย”       แล้วที่ทำอยู่นี่ไม่ได้แซวช้ะ   เอ้ยย ไม่นะแซวก็แซวไปชานยอลไม่ใช่แฟนพี่คริส งื้อออออ แก้มจะแตกแล้วง่ะ

          “เออน่ารีบๆไป”  คริสบอกเซฮุนแต่สายตายังจับจ้องมาที่ใบหน้าสวยของอีกคนที่กำลังขึ้นสีเรื่อ เวลาเขินแล้วไม่ต่อปากต่อคำแล้วค่อยน่ารักหน่อย  คริสเบื่อเต็มที่ละที่ต้องมาทนพูดมึงๆกูๆกับคนตรงหน้านี่ซะแล้วสิ.....

 

 

 

 

          “อะไรเนี่ย”   ชานยอลเอ่ยถามอย่างงงๆเมื่ออีกคนยืนกระดาษที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ อ่านยากชิบ

          “กฎ”

          “กฎบ้ากฎบอของมึงดิพี่”

          “มึงอ่านก่อนครับแล้วมึงจะรู้ว่ามันบ้าบอหลุดโลกเลยล่ะ หึหึ” 

          คนตัวเล็กว่ามองหน้าด้วยความงง ก่อนที่จะไล่สายตาอ่านข้อความในกระดาษนั้น

กฎการอยู่ร่วมบ้านของ คริสและชานยอล

1.     ห้ามฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งพูดคำหยาบ ถ้าใครปริปากหรือเผลอพูดออกมาต้องโดนทำโทษ

2.     เมื่อนอนในห้องเดียวกันจะต้องนอนในเตียงเดียวกันถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งขอย้ายที่จะต้องโดนทำโทษ

3.     เนื่องจากห้องน้ำมีห้องเดียว ถ้าใครอาบเกินครึ่งชั่วโมง จะต้องโดนทำโทษ

 

ปล.  กฎนี้จะบังคับใช้ได้ก็ต่อเมื่อ ปาร์คชานยอลอ่านจบ

 

          “เฮ้!!! นี่มันกฎบ้าบออะไรว่า มึงอายุกี่ปีแล้วพี่”

          “18”

          “สมองมึงคิดได้แค่นี้ครับพี่”

          “มันมากกว่านี้อีกครับ”

          “เชี่ยกูขนลุกมึงอย่าพูดเพราะดิ”

          “กฎข้อแรกห้ามฝ่ายใดฝ่ายนึงพูดคำหยาบ ถ้าใครปริปากหรือเผลอพูดออกมาต้องโดนทำโทษ ผิดแล้วนะ ต้องโดนทำโทษ” 

          “ทำโทษบ้าอะไรของมึงเนี่ยไอ้...”

          คริสทาบริมฝีปากลงกับกลีบปากบางของอีกคนอย่างรวดเร็วแต่ไม่มีการรุกล้ำใดๆ ชานยอลที่อยู่ในอาการช็อคสุดขีดเมื่อถูกอีกฝ่ายกดริมฝีปากลงมาแนบแน่นมากขึ้นแขนแกร่งกดแผ่นหลังบางเข้ามาหาตัวเอง ทำให้หน้าอกของทั้งสองไม่มีช่องว่างให้อะไรผ่านไปได้  คริสกดริมฝีปากไว้แบบนั้นสักพักก่อนที่ชานยอลจะเป็นฝ่ายทุบไหล่ของอีกคนเพื่อบอกว่ากำลังจะขาดอากาศหายใจ คริสผละออกมาจากริมฝีปากนั้นอย่างนึกเสียดาย ชานยอลหอบหายใจเอาลมเข้าปอดอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะมองหน้าอีกคนแล้วรีบเสออกไปทางอื่นเพราะอยู่ดีๆ ก็รู้สึกใบหน้าร้อนขึ้นมาซะงั้น  คริสมองภาพตรงหน้าก่อนจะยิ้มออกมา.....น่ารัก   คริสคิดว่าเขากำลังหลงความน่ารักนี้ซะแล้วสิ

          “เขินหรอ”  เข้าไปกระซิบหูของคนที่กำลังยืนหน้าแดงอยู่

          “ไม่ใครเขินมะ”

          “กฎข้อที่หนึง”

          “ใครเขินพะ พี่”   งื้ออออออ แม่ทำไมชานยอลรู้สึกแบบนี้

          “พลิกอ่านข้อความข้างหลังด้วย”

          “หืมมม ยังมีอีก”  อะไรนักหนาวะเนี่ย

 

บทลงโทษทั้งสามข้อคือการจูบ ทำผิดที่ไหนลงโทษที่นั้น จบฮริ้งงงงง

 

          เอิ่มมมมมม อย่างนี้ชานยอลกูเสียปรียบดิเฮ่ย

          “ต่อไปนี้เรียกว่าพี่คริส หรือเฮียคริส แล้วก็แทนตัวเองว่าชานยอล หรือผมแทน ถ้าไม่ทำตามรู้นะว่าต้องโดนทำโทษ”

          “มันไม่มีในกฎ”      คริสยิ้มหล่อให้กับอีกคนก่อนที่จะแย่งเอากระดาษจากมือบางมาแล้วควักเอาปากกามาเขียนประโยคที่ตัวเองพูดไปเมื่อกี้ทุกคำแล้วยื่นให้กับอีกคน  ชานยอลอ่านแล้วทำหน้าเหมือนอยากจะร้องไห้เมื่อคำทิอีกคนพูดไปเมื่อกี้ถูกบันทึกลงบนกรัดาษแผ่นนี้ทุกคำ ขอย้ำว่าทุกคำ!!

           “เข้าใจตรงกันนะไปนอนกันได้ละ พรุ่งนี้ไปโรงเรียน”

           “เอ่อ......”

           “ไปสิ”  ว่าแล้วก็มาจับเอามือของอีกคนเดินขึ้นบันไดไป ส่วนอีกชานยอลที่สมองตอนนี้กำลังเบลอก็เลยเดินตามอีกคนไปอย่างว่าง่าย

 

 

 

 

 

 

 

          “ไงมึง บ้านที่มึงไปอยู่เป็นไงมั่ง”    แบคฮยอนเอ่ยถาม

          “พี่คริส”  ร่างโปร่งก้มหน้าตอบอ้อมๆแอ้มๆ  ทำให้แบคฮยอนฟังไม่ค่อยชัดแต่ก็พอจะได้ยินเพื่อนตัวเองเอ่ยชื่อคนที่แบคฮยอนจับจิ้น(?) ให้กับเพื่อนตัวเอง

          “พี่คริส?  พี่คริสทำไม หรือพวกมึงแอบไปได้กันแล้ว”

           ไม่ได้ก็เหมือนกับได้แล้วอิแบคเอ๊ยยยยยย มึงรู้มั้ยว่ากูต้องนอนระแวงมันตลอดเวลา เพราะชานยอลกลัวว่าไอ้พี่คริสมันจะเล่นอะไร  เจอกฎบ้าๆนั้นก็ทำให้ชานยอลเสียเปรียบไปหลายครั้ง เพราะชานยอลเผลอหลุดพูด มึงๆ กูๆออกไป ทำให้คริสจับจูบแทบทั้งวัน วันนี้โชคดีหน่อยไม่ได้เจอกันตั้งแต่เช้าทำให้ชานยอลรู้สึกปลอดภัยหน่อย

          “มึงหน้าแดงทำไมเนี่ย”

          “หะ ห๊ะ! กะ กูหน้าแดง?”  มือเรียวยกขึ้นมาทาบที่แก้มของตัวเอง อย่างเงอะๆ งะๆ

          “แดงยิ่งกว่าตูดลิงอีกมึง  แล้วที่กูถามอ่ะเมื่อไหร่จะตอบ รอประธานตัดริบบิ้นก่อนไง”   เอิ่มมมมมมมม  ใช่กูรอประธานอยู่.....ถรุ้ย!!!

          “ก็กูบอกมึงไปแล้ว ว่าพี่คริส”

          “พี่คริส?”

          “ก็เออ พี่คริส”   งื้ออออออ  มึงเลิกถามกูได้แล้วแบค กูเขินนะเว่ย  เห๋..... ชานยอลเขินพี่คริส??   โอ้วววววว  แค่ไม่กี่วันทำให้ชานยอลหวั่นไหว  พี่คริสมึงเล่นบ้าไรเนี่ย

          “นี่มึงจะบอกว่า บ้านที่มึงไปอยู่เป็นบ้านพี่คริส”

          “อื้ม///”

          “ชานยอล!!!!!”   

          “เฮือก!!!”  ทำไมแบคมันขึ้นเสียงอย่างงี้

          “มึงได้กับพี่เค้ายัง “

          “=_=

          “กูถาม”

          “ไม่เว่ย!! แล้วก็ไม่อยากได้ด้วย  มึงเลิกถามได้ละ  กลับบ้าน” 

          “โวยวายกลบเกลื่อนด้วย คึคึ  หวั่นไหวแล้วดิ”

          “หวั่นไหวบ้าอะไรเล่า!!”   แต่ใจเต้นนิดหน่อยเอง จีจีนะ

          “หุหุ”

          “อิแบค!!  มึงเลิกล้อกูเลยนะ  กูจะฟ้องพี่คริส เฮือก!! ไม่ใช่ๆ  กูจะ...จะ โง้ยยยยย ช่างแม่ง  แต่มึงต้องเลิกล้อกู”

          “อ่ะๆๆ  ไม่ล้อก็ได้ว้าาาาา  แต่ผัวมึงมาละ”   แบคฮยอนชี้นิ้วไปทางคนร่างสูงที่กำลังเดินยิ้มมาแต่ไกล คนร่างโปร่งเบิกตาโพล่งด้วยตกใจก่อนที่จะรีบเก็บของที่อยู่บนโต๊ะที่ชอบนั่งประจำ แล้วเตรียมเผ่นแน่บทันที แต่ทว่า.....

          ...หมับ..

 

          “จะรีบไปไหน  กลับบ้านพร้อมกันดิ”     ไม่ทัน   ชานยอลเผ่นไม่ทัน  อิพี่คริสมันจับแขนชานยอลไว้ ฮื่ออออ  อย่ายิ้ม  พี่คริส กูบอกว่าอย่ายิ้ม     แก้มนวลขึ้นสีเรื่อ เมื่ออีกคนส่งยิ้มละมุนมาให้

          “เอ่ออออ....”

          “งุ๊ยๆๆๆๆ   พี่คริสขอบใจมากที่ทำให้มันเป็นงี้ได้”  เพราะมันจะมาแย่งความเมะจากบยอนทำให้สาวๆในโรงเรียนไม่ค่อยสนใจบยอนเท่าไหร่ ฮี่ๆ และที่สำคัญบยอนฟินนนนนนนนนนนนนนนนน

           “ไม่เป็นไร  อยากทำมานานละ พี่ไปก่อนนะแบคฮยอน ป่ะกลับบ้านกัน”  เอ่ยลาแบคฮยอนแล้วหันมาพูดกับอีกคนในประโยคหลัง แล้วจับมือบางเดินออกไปท่ามกลางสายตาคนทั้งหลาย ....อยากทำมานานพี่คริสมันหมายถึงอะไร....นี่คือสิ่งที่ชานยอลอยากรู้  มัน....เกี่ยวกับชานยอลใช่มั้ย???

 

..

..

 

..

          “พี่คริส”

          “ว่า”  

          “ที่พี่บอกว่าอยากทำมานานกับแบคฮยอนอ่ะมันหมายถึง...อะไร”   ร่างโปร่งก้มหน้าถามในขณะที่กำลังเดินกลับบ้าน โดยที่มือยังถูกอีกคนจับไว้อยู่จนชุ่มเหงื่อ  แต่ชานยอลก็ปล่อยให้อีกคนจับอยู่อย่างนั้น  มันรู้สึก...อบอุ่นดี

          “อยากรู้หรอ”

          “อื้ม” พยักหน้ารัวแต่ก็ไม่เงยหน้าขึ้นมา คริสมองอีกคนแล้วยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้ ก่อนที่จะบอกในสิ่งทีอีกคนอยากรู้

          “เคยไปบ้านเพื่อนแม่ ครั้งนึงแล้วเจอเด็กคนนึงที่กำลังนั่งกินน้ำมะเขือเทศแก้วโต โดยไม่ได้สนใจคนรอบข้างเลย สงสัยสติคงจะอยู่กับน้ำมะเขือเทศ”

          “.....”

          “และมาโรงเรียนก็รู้ว่าเด็กคนนั้นอยู่โรงเรียนเดียวกัน  ก็เลยทำทีไปพูดกวนๆ ใส่ทำให้เค้าไม่พอใจนิดหน่อย เลยโดนสาดมายกใหญ่เลย  แต่ก็ไม่เป็นไร มันก็ทำให้รู้ว่านอกจากชอบน้ำมะเขือเทศแล้ว ยังปากจัดอีกด้วย”

          “.....”

          “ก็เลยหาทางคุยด้วยบ่อยๆ  แต่โดนสาดกลับมาทุกที  เลยปฏิญาณตนกับตัวเองว่าจะทำให้เด็กคนนั้น ยอมพูดดีๆด้วย  แต่มันก็ไม่สำเร็จสักที แต่โชคดีหน่อยมีเพื่อน เด็กนั่นคอยชง”

         “.....”

          “ทำให้ได้กวนได้บ่อยๆ จนเพื่อนเด้กนั่นจิ้นไปถึงขอบโลก  ที่จริงไม่อยากให้จิ้นเลย เพราะเดี๋ยวมันก้เป็นจริงขึ้นสักวัน ฮิฮิ  และสวรรค์ก็เข้าข้างคนหล่อ เมื่อแม่ไปเที่ยวกับเพื่อน แล้วเอาลูกมาฝากไว้ ทำให้ได้ดำเนินการได้ง่ายขึ้น เพราะคุณนายดันลืมทิ้งกุญแจอีกห้องไว้ ก็เลยได้นอนห้องเดียวกันพร้อมกับกฎบ้าบอที่คิดขึ้นเองสดๆร้อนๆ และได้ผล เพราะกฎบ้านั่น ทำให้เด็กนั่นพูดเพราะขึ้นมาบ้าง”

          “ก็พี่ขู่ว่าจะจูบผมอ่ะ”  ว่าเสียงอ่อยไม่ให้อีกคนได้ยิน แต่บรรยายกาศบริเวณนั้นมันเต็มใจที่จะให้คริสได้ยินเสียงอ่อยๆ ของอีกคน

          “ไม่ได้ขู่ แต่ทำจริง”

          “บ้า-//-“   ปากก็ว่าเค้าบ้า แต่ตัวเองหน้าแดงจนไปถึงใบหู  คริสหันมามองอีกคนแล้วยกยิ้มกว้างออกมา มืออีกข้างที่ว่าง จับคางมนให้เงยหน้าขึ้นแล้วหันหน้ามาหาตน  คริสมองใบหน้าหวานที่กำลังขึ้นสีเรื่ออย่างน่ารัก ก่อนที่จะค่อยๆเลื่อนริมฝีปากของตัวเองทาบลงกับกลีบปากนุ่มเบาๆแล้วผละออกมาช้าๆ

          “พะ พี่คริส”

          “พี่ว่าพี่หลงรักเด็กน้ำมะเขือแล้วแหล่ะ”

          “พี่ทำให้ผมเขินนะ”  ว่าพลางซ่อนใบหน้าสีเรื่อ แต่ซ่อนยังไงอีกคนก็เห็นอยู่ดี

          “ก็รู้ และนายต้องเขินไปอีกนาน”

          “พี่หมายถึง....”

          “เป็นแฟนกันนะชานยอล”

          “พะ คริส” 

          “ไม่ต้องตอบก็ได้เดี๋ยวพี่จัดการเอง”

          “พี่จะทำอะระ  อื้อ”

          ใบหน้าหน้าก้มลงมาปะกบริมฝีปากบางอีกครั้ง คริสบดจูบอย่างนุ่มนวลแต่ไม่ได้มีการล่วงล้ำใดๆ  ชานยอลปล่อยให้อีกคนจูบอยู่อย่างนั้นโดยไม่ได้ขัดขืนอะไร หนำซ้ำยังเลื่อนมือไปคล้องคออีกคนเพราะจูบของพี่คริสทำเอาเรี่ยวแรงของชานยอลหายไปไหนหมดไม่รู้ คริสยืนจูบชานยอลอยู่ตรงนั้นโดยไม่ได้สนใจว่าใครจะเดินผ่านแล้วเห็นหรือไม่ ขอแค่เขาจูบกับชานยอลตรงนี้แล้วคนคนนี้ไม่ผลักไสเขาออกไป ......แค่นี้คริสก็รู้แล้วว่าคำตอบมันออกมาเป็นยังไง

 

..

 

..

..

 

       .....เริ่มจากความรู้สึกเล็กๆของคนนึงที่ทำให้ทั้งคู่กลายเป็นคู่กัด   และจบที่ความสวยงามเพราะความรู้สึกเล็กๆนั้นมันเริ่มก่อตัวขึ้นในหัวใจของคนทั้งสอง.....

 

THE  END

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Jenine จากทั้งหมด 2 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 18 พฤศจิกายน 2557 / 22:53
    อั้ยยะ คริสมันมีแผน ^^
    #3
    0
  2. #2 love krisyeol
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2557 / 22:20
    ฟินอ่าาา >////< =..=
    #2
    0
  3. #1 guitar_cy61 (@toshiyaak) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2557 / 00:23
    นั้ลลัคคคคคค >///< ฟินไปสามโลก!!
    #1
    0