Playing with ARK - อาร์คไม่ได้มาเล่นๆ -

ตอนที่ 20 : CH.18 :: แซ่บหลาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 246
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    22 พ.ย. 63

          อาเอี๊ยมมองหน้ากันกับแม่สามีก่อนจะยิ้มหวานให้ฉัน ดูเป็นรอยยิ้มเคลือบยาพิษยังไงไม่รู้สิ ขนลุกเลยอ่ะ

        “เพื่อนก็ใช้ได้จ้ะ อาอยากให้หนูกับอาร์คเปิดใจต่อกัน สามีภรรยาคือบุคคลคนเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องอาย ต้องช่วยเหลือ ร่วมมือ และแบ่งเบากันทุกเรื่อง ดั่งสุภาษิตที่ว่า ผัวหาบเมียคอน หมายถึงการช่วยเหลือเกื้อกูลกันในทุกๆ เรื่อง”

        มันก็ยังเป็นผัวเมียอยู่ดีปะ

        “ค่ะอาเอี๊ยม หนูจะพยายามค่ะ” ฉันตัดบท

        “ดีมากจ้ะ อิจฉาพ่อแม่หนูจริงๆ ที่มีลูกสาวว่าง่ายแบบนี้” ว่าแล้วก็ลูบหัวลูบหน้าฉันด้วยความเมตตา ฉันจึงยิ้มกว้าง

        “หนูว่าง่ายเหรอคะ แหะๆ” พ่อกับแม่ไม่เห็นเคยชมฉันแบบนี้เลย

        “หนูเป็นเด็กดีมากนะนินนี่ ไม่เคยทำให้พ่อแม่ทุกข์ใจเรื่องผู้หญิง”

        “เอ่อ... หนูเป็นผู้หญิงค่ะ” ฉันยกมือขึ้นแสดงจุดยืนทางเพศว่าตัวเองคือผู้หญิงและชอบผู้ชาย อาเอี๊ยมหัวเราะท่าทางเอ็นดูฉันแปลกๆ

        “ยังไงอาก็ฝากดูแลอาร์คด้วยนะ อาเชื่อว่าหลังจากนี้เรื่องผู้หญิงคงจะไม่ค่อยมีแล้วล่ะ”

        “ทำไมล่ะคะ อ้อ...” ฉันเข้าใจ คงเป็นเพราะผลตรวจยังไม่ออกเลยต้องลดละเรื่องอย่างว่าไปก่อน แต่ก็ยังมีน้องฟ้าโผล่มา เหอะ!

        อาเอี๊ยมเห็นฉันทำท่าเหมือนกำลังเถียงกับตัวเองก็ไม่ได้พูดอะไรอีก

        โอมที่หายไปสักพักวิ่งกลับมาคว้าแขนฉันแล้วลากให้ไปด้วยกัน

        “ไปๆ เจ๊นิน ไปทำส้มตำกินกัน”

        “เฮ้ย! แกว่าอะไรนะ ทำส้มตำ”

        “ใช่ พี่พอลล่าจะสอนทำส้มตำ” โอมทำหน้าตาตื่นเต้น น้ำลายสอเบาๆ ส่วนฉันทำหน้าเหมือนถูกลากไปปู้ยี่ปู้ยำ เกิดมาไม่เคยทำอาหาร ตอนเรียนมหาวิทยาลัยก็อาศัยร้านข้าวแกงกับร้านอาหารตามสั่ง

        “พี่พอลล่าบอกว่าให้สับบักหุ่งรอ” โอมบอกแล้วยัดผลมะละกอที่ถูกปอกเปลือกแล้วให้ฉันพร้อมกับมีด ส่วนตัวเองนั่งมองฉันตาปริบๆ หน็อย! ไอ้เด็กคนนี้ มันขี้เกียจทำเลยเอาฉันมาใช้งานสินะ แต่ถ้าให้มันทำก็คงไม่ได้กิน

        “แล้วพี่พอลล่าไปไหน?”

        “ไปซื้อปลาร้า ปลาร้าหมด”

        ฉันพยักหน้ารับรู้แล้วเริ่มสับมะละกอแบบที่เคยเห็นเขาทำ มันก็ไม่ได้ยากนะ แต่โอมดันทำหน้าไม่ค่อยพอใจ

        “เอาต่อนน้อยๆ สิเจ๊”

        “ต่อน? ต่อนอะไรวะ?”

        “ต่อนคือชิ้น เอาชิ้นบางๆ อ่ะเจ๊ ใหญ่ขนาดนี้ใครจะไปเคี้ยวได้” โอมหยิบเส้นมะละกอที่ฉันสับขึ้นมาดู อืม ก็ใหญ่จริงๆ นั่นแหละ

        “พูดมาก ทำไมแกไม่ทำเองฮะ”

        “ทำไม่เป็น”

        “แล้วเจ๊ทำเป็นเหรอ ไม่คิดจะหัดทำเลยหรือไง ชอบกินนักนี่”

        “ไม่อ่ะ ขี้เกียจ”

        “ไอ้เด็กนี่” ฉันทำปากขมุบขมิบก่อนจะต้องหงุดหงิดมากขึ้นเมื่อเสียงโทรศัพท์มือถือของตัวเองดังขึ้น

        “ฮัลโหล” ฉันรับสายแล้วเอาไหล่หนีบโทรศัพท์มือถือไว้กับหู ส่วนมือก็สับมะละกอรัวๆ

        [มึงอยู่ไหนเนี่ย] ไอ้อาร์คถาม

        “อยู่บ้านมึง”

        [มึงไปทำอะไรบ้านกู]

        “แม่กูใช้ให้เอาขนมมาให้แม่มึง ก็เลยอยู่กินส้มตำกับไอ้โอม นี่กูกำลังสับมะละกออยู่เนี่ย สับเองกับมือเลยนะเว้ย” ฉันอวด

        [ส้มตำเหรอ เออๆ ตำเผื่อด้วย เดี๋ยวตามไป จะเอาอะไรเพิ่มอีกไหม จะได้ซื้อเข้าไป] มันไม่ได้สนใจเลยว่าฉันเป็นคนทำ เฮ้อ! เซ็งว่ะ

        “เอาหมูยอกับแคบหมูละกัน”

        [โอเค]

        พอพี่พอลล่ากลับมา การตำส้มตำก็เริ่มต้นขึ้น

        ตอนที่ไอ้อาร์คมาถึงเป็นตอนที่ฉันขอแสดงฝีมือ ส่วนไอ้โอมนั่งโซ้ยส้มตำสมใจรอชมความสนุก ฉันหยิบพริกใส่ลงไปในครกแล้วก็ตำๆ ใส่มะเขือเทศ ถั่วฝักยาว ปรุงรส ใส่ปลาร้า แล้วก็ตำๆ ไอ้อาร์คถึงกับปรบมือ

        “ในที่สุดมึงก็เป็นแม่ศรีเรือนกับเขาสักที ฮึก! ซาบซึ้งใจอ่ะ ในที่สุดก็จะได้กินกับข้าวฝีมือมึงนอกจากมาม่า สิไห่เลยว่ะ (จะร้องไห้เลยว่ะ)”

        ฉันเชิดหน้าแล้วหยิบผลงานอันโอชะไปป้อนมันถึงปาก มันเบิกตากว้าง

        “ทำไมมึงไม่ชิมก่อนอ่ะ”

        “สารภาพตามตรง กลัวกินไม่ได้ว่ะ”

        โอมกับพี่พอลล่าหัวเราะลั่น ไอ้อาร์คกลอกตามองบนแต่ก็ยอมอ้าปากกินแต่โดยดี จังหวะนั้นโอมก็เอ่ยขึ้น

        “ต่อให้เจ๊ป้อนยาพิษ พี่ชายผมก็กินฮะ”

        “ไอ้โอม!” ไอ้อาร์คเรียกน้องชายเสียงดุแล้วขยับปากเคี้ยว ก่อนจะทำหน้าพะอืดพะอม ฉันรู้สึกแย่ทันที

        “ไม่อร่อยเหรอ?” มันทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ฉันเม้มปากแน่น ลองชิมดูบ้าง ก่อนจะยกเท้าถีบไอ้คนตอแหล “ไอ้อาร์ค อร่อยจะตายเว้ย!

        ไอ้อาร์คทำหน้าดีๆ แล้วหัวเราะ “ที่มันอร่อยเพราะปลาร้าเว้ย”

        “ใช่ค่ะ พี่พอลล่าอยากจะบอกว่า ถ้าปลาร้าอร่อยใครตำก็อร่อย คราวหน้าถ้าน้องโอมอยากกินก็ทำเองนะคะ” พี่พอลล่าบอก โอมทำหน้ามุ่ย

        “พี่พอลล่าจะหาเรื่องอู้อ่ะดิ”

        “พี่เป็นแม่บ้านค่ะ ไม่ใช่แม่ครัว ถ้าอยากให้พี่ตำให้กินก็จ่ายค่าจ้างเพิ่มค่ะ”

        “คือเค็มแทะ (ทำไมเค็มจัง)” โอมเท้าสะเอวจ้องหน้าอดีตพี่เลี้ยงที่ผันตัวมาเป็นแม่บ้าน

        “ฮู้ได้จังได๋คะ ชิมละบ่? (รู้ได้ยังไงคะ ชิมหรือยัง?)”

        “ยึ้ย! ไม่เคยคิดจะชิมเด้อ กลัวเค็มกว่าปลาร้า”

        “พูดจาน่าเกลียด! เดี๋ยวตีก้นลายเลย!

        โอมหัวเราะที่แหย่พี่พอลล่าได้ ก่อนจะขอชิมส้มตำฝีมือฉันบ้าง

        “อร่อยจริงๆ ด้วย ปลาร้าเขาดีจริงๆ”

        “สรุปคือจะไม่ชมกูเลยใช่ไหม” ฉันมองหน้าสองพี่น้องด้วยความไม่พอใจอาเอี๊ยมมองหน้ากันกับแม่สามีก่อนจะยิ้มหวานให้ฉัน ดูเป็นรอยยิ้มเคลือบยาพิษยังไงไม่รู้สิ ขนลุกเลยอ่ะ

        “เพื่อนก็ใช้ได้จ้ะ อาอยากให้หนูกับอาร์คเปิดใจต่อกัน สามีภรรยาคือบุคคลคนเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องอาย ต้องช่วยเหลือ ร่วมมือ และแบ่งเบากันทุกเรื่อง ดั่งสุภาษิตที่ว่า ผัวหาบเมียคอน หมายถึงการช่วยเหลือเกื้อกูลกันในทุกๆ เรื่อง”

        มันก็ยังเป็นผัวเมียอยู่ดีปะ

        “ค่ะอาเอี๊ยม หนูจะพยายามค่ะ” ฉันตัดบท

        “ดีมากจ้ะ อิจฉาพ่อแม่หนูจริงๆ ที่มีลูกสาวว่าง่ายแบบนี้” ว่าแล้วก็ลูบหัวลูบหน้าฉันด้วยความเมตตา ฉันจึงยิ้มกว้าง

        “หนูว่าง่ายเหรอคะ แหะๆ” พ่อกับแม่ไม่เห็นเคยชมฉันแบบนี้เลย

        “หนูเป็นเด็กดีมากนะนินนี่ ไม่เคยทำให้พ่อแม่ทุกข์ใจเรื่องผู้หญิง”

        “เอ่อ... หนูเป็นผู้หญิงค่ะ” ฉันยกมือขึ้นแสดงจุดยืนทางเพศว่าตัวเองคือผู้หญิงและชอบผู้ชาย อาเอี๊ยมหัวเราะท่าทางเอ็นดูฉันแปลกๆ

        “ยังไงอาก็ฝากดูแลอาร์คด้วยนะ อาเชื่อว่าหลังจากนี้เรื่องผู้หญิงคงจะไม่ค่อยมีแล้วล่ะ”

        “ทำไมล่ะคะ อ้อ...” ฉันเข้าใจ คงเป็นเพราะผลตรวจยังไม่ออกเลยต้องลดละเรื่องอย่างว่าไปก่อน แต่ก็ยังมีน้องฟ้าโผล่มา เหอะ!

        อาเอี๊ยมเห็นฉันทำท่าเหมือนกำลังเถียงกับตัวเองก็ไม่ได้พูดอะไรอีก

        โอมที่หายไปสักพักวิ่งกลับมาคว้าแขนฉันแล้วลากให้ไปด้วยกัน

        “ไปๆ เจ๊นิน ไปทำส้มตำกินกัน”

        “เฮ้ย! แกว่าอะไรนะ ทำส้มตำ”

        “ใช่ พี่พอลล่าจะสอนทำส้มตำ” โอมทำหน้าตาตื่นเต้น น้ำลายสอเบาๆ ส่วนฉันทำหน้าเหมือนถูกลากไปปู้ยี่ปู้ยำ เกิดมาไม่เคยทำอาหาร ตอนเรียนมหาวิทยาลัยก็อาศัยร้านข้าวแกงกับร้านอาหารตามสั่ง

        “พี่พอลล่าบอกว่าให้สับบักหุ่งรอ” โอมบอกแล้วยัดผลมะละกอที่ถูกปอกเปลือกแล้วให้ฉันพร้อมกับมีด ส่วนตัวเองนั่งมองฉันตาปริบๆ หน็อย! ไอ้เด็กคนนี้ มันขี้เกียจทำเลยเอาฉันมาใช้งานสินะ แต่ถ้าให้มันทำก็คงไม่ได้กิน

        “แล้วพี่พอลล่าไปไหน?”

        “ไปซื้อปลาร้า ปลาร้าหมด”

        ฉันพยักหน้ารับรู้แล้วเริ่มสับมะละกอแบบที่เคยเห็นเขาทำ มันก็ไม่ได้ยากนะ แต่โอมดันทำหน้าไม่ค่อยพอใจ

        “เอาต่อนน้อยๆ สิเจ๊”

        “ต่อน? ต่อนอะไรวะ?”

        “ต่อนคือชิ้น เอาชิ้นบางๆ อ่ะเจ๊ ใหญ่ขนาดนี้ใครจะไปเคี้ยวได้” โอมหยิบเส้นมะละกอที่ฉันสับขึ้นมาดู อืม ก็ใหญ่จริงๆ นั่นแหละ

        “พูดมาก ทำไมแกไม่ทำเองฮะ”

        “ทำไม่เป็น”

        “แล้วเจ๊ทำเป็นเหรอ ไม่คิดจะหัดทำเลยหรือไง ชอบกินนักนี่”

        “ไม่อ่ะ ขี้เกียจ”

        “ไอ้เด็กนี่” ฉันทำปากขมุบขมิบก่อนจะต้องหงุดหงิดมากขึ้นเมื่อเสียงโทรศัพท์มือถือของตัวเองดังขึ้น

        “ฮัลโหล” ฉันรับสายแล้วเอาไหล่หนีบโทรศัพท์มือถือไว้กับหู ส่วนมือก็สับมะละกอรัวๆ

        [มึงอยู่ไหนเนี่ย] ไอ้อาร์คถาม

        “อยู่บ้านมึง”

        [มึงไปทำอะไรบ้านกู]

        “แม่กูใช้ให้เอาขนมมาให้แม่มึง ก็เลยอยู่กินส้มตำกับไอ้โอม นี่กูกำลังสับมะละกออยู่เนี่ย สับเองกับมือเลยนะเว้ย” ฉันอวด

        [ส้มตำเหรอ เออๆ ตำเผื่อด้วย เดี๋ยวตามไป จะเอาอะไรเพิ่มอีกไหม จะได้ซื้อเข้าไป] มันไม่ได้สนใจเลยว่าฉันเป็นคนทำ เฮ้อ! เซ็งว่ะ

        “เอาหมูยอกับแคบหมูละกัน”

        [โอเค]

        พอพี่พอลล่ากลับมา การตำส้มตำก็เริ่มต้นขึ้น

        ตอนที่ไอ้อาร์คมาถึงเป็นตอนที่ฉันขอแสดงฝีมือ ส่วนไอ้โอมนั่งโซ้ยส้มตำสมใจรอชมความสนุก ฉันหยิบพริกใส่ลงไปในครกแล้วก็ตำๆ ใส่มะเขือเทศ ถั่วฝักยาว ปรุงรส ใส่ปลาร้า แล้วก็ตำๆ ไอ้อาร์คถึงกับปรบมือ

        “ในที่สุดมึงก็เป็นแม่ศรีเรือนกับเขาสักที ฮึก! ซาบซึ้งใจอ่ะ ในที่สุดก็จะได้กินกับข้าวฝีมือมึงนอกจากมาม่า สิไห่เลยว่ะ (จะร้องไห้เลยว่ะ)”

        ฉันเชิดหน้าแล้วหยิบผลงานอันโอชะไปป้อนมันถึงปาก มันเบิกตากว้าง

        “ทำไมมึงไม่ชิมก่อนอ่ะ”

        “สารภาพตามตรง กลัวกินไม่ได้ว่ะ”

        โอมกับพี่พอลล่าหัวเราะลั่น ไอ้อาร์คกลอกตามองบนแต่ก็ยอมอ้าปากกินแต่โดยดี จังหวะนั้นโอมก็เอ่ยขึ้น

        “ต่อให้เจ๊ป้อนยาพิษ พี่ชายผมก็กินฮะ”

        “ไอ้โอม!” ไอ้อาร์คเรียกน้องชายเสียงดุแล้วขยับปากเคี้ยว ก่อนจะทำหน้าพะอืดพะอม ฉันรู้สึกแย่ทันที

        “ไม่อร่อยเหรอ?” มันทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ฉันเม้มปากแน่น ลองชิมดูบ้าง ก่อนจะยกเท้าถีบไอ้คนตอแหล “ไอ้อาร์ค อร่อยจะตายเว้ย!

        ไอ้อาร์คทำหน้าดีๆ แล้วหัวเราะ “ที่มันอร่อยเพราะปลาร้าเว้ย”

        “ใช่ค่ะ พี่พอลล่าอยากจะบอกว่า ถ้าปลาร้าอร่อยใครตำก็อร่อย คราวหน้าถ้าน้องโอมอยากกินก็ทำเองนะคะ” พี่พอลล่าบอก โอมทำหน้ามุ่ย

        “พี่พอลล่าจะหาเรื่องอู้อ่ะดิ”

        “พี่เป็นแม่บ้านค่ะ ไม่ใช่แม่ครัว ถ้าอยากให้พี่ตำให้กินก็จ่ายค่าจ้างเพิ่มค่ะ”

        “คือเค็มแทะ (ทำไมเค็มจัง)” โอมเท้าสะเอวจ้องหน้าอดีตพี่เลี้ยงที่ผันตัวมาเป็นแม่บ้าน

        “ฮู้ได้จังได๋คะ ชิมละบ่? (รู้ได้ยังไงคะ ชิมหรือยัง?)”

        “ยึ้ย! ไม่เคยคิดจะชิมเด้อ กลัวเค็มกว่าปลาร้า”

        “พูดจาน่าเกลียด! เดี๋ยวตีก้นลายเลย!

        โอมหัวเราะที่แหย่พี่พอลล่าได้ ก่อนจะขอชิมส้มตำฝีมือฉันบ้าง

        “อร่อยจริงๆ ด้วย ปลาร้าเขาดีจริงๆ”

        “สรุปคือจะไม่ชมกูเลยใช่ไหม” ฉันมองหน้าสองพี่น้องด้วยความไม่พอใจ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

265 ความคิดเห็น

  1. #246 NAME :: Aida (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 20:04
    ขอต่ออออ
    #246
    0
  2. #245 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 09:03
    ทำอาหารได้หล่ะ ขาดแต่เป็นเมียทางพฤตินัย
    #245
    0
  3. #244 warisa ชีวิตลิขิตเองได้ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2563 / 08:40

    คนอื่นเค้ารู้กันหมด มีแต่เจ๊นินนี่แหละ ไม่เคยรู้อะไรเลยยยยยยย

    #244
    0
  4. #243 CartoonW (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2563 / 00:44
    รอค่าาาาา
    #243
    0
  5. #242 NAME :: Aida (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 23:26

    ได้ชิมฝีมือเมียนี่ถึงจะซึ้งเลยเหรออาร์ค ฮ่า ๆๆ
    #242
    0