DESTINY OF SIZZLE:ร้อนรัก ตีตราจอง [DESTINY.SET] [จบแล้วจ้า]

ตอนที่ 6 : [DESTINY OF SIZZLE] : 5 Don’t look me like that [รีไรท์]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,121
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    13 พ.ย. 62


5

Don’t look me like that

 

 

                 “อื้อ...” ทันทีที่รู้สึกตัวฉันก็พลิกตัวหนีความอึดอัดตรงบริเวณหน้าอกแล้วเคลื่อนหาพื้นที่ที่สบาย แต่มันยากลำบากเหลือเกิน ฉันเม้มริมฝีปากเข้าหากันพร้อมกับพยายามข่มอาการปวดหนึบตรงหัว

           เมื่อคืนดื่มหนักไปหน่อยตื่นมาเลยมีอาการแบบนี้ไง ไม่น่าทำตัวแบบนี้เลย โอ๊ย! ปวดหัว

           ฉันค่อยๆ ลืมตาขึ้นภายในห้องที่มีแสงรำไร กี่โมงแล้วเนี่ย? วันนี้ฉันมีเรียนตอนเก้าโมง ตอนนี้กี่โมงแล้ว ฉันพลิกตัวไปเพื่อจะหยิบนาฬิกาที่วางอยู่หัวเตียงมาดูตามความเคยชินแต่มันกลับมีซองอะไรเล็กๆ วางอยู่แทน ฉันหยิบมันมาดูด้วยความสงสัย ซองแบบนี้ฉันเคยเห็นที่ไหนนะ แล้วไอ้วัตถุลื่นๆ ที่อยู่ข้างในอีก ฉันขมวดคิ้วยุ่ง เพราะแฮงค์เลยไม่ทันใช้สมองคิดได้อย่างที่ต้องการ

           เอ... ดูเหมือนจะเป็นถุงยางอนามัย

           หะ! อะไรนะ!

           ฉันเบิกตากว้างด้วยความตกใจก่อนจะลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้อะไรหนักๆ ที่วางอยู่บนหน้าอกเคลื่อนหล่นลงไป ฉันหันไปมองข้างกายตัวเองแล้วต้องชะงักค้างไปหลายวินาที

           อะ...อัลฟ่างั้นเหรอ

           เกิดอะไรขึ้น ทำไมฉันกับเขา...

           สมองฉันเริ่มคิดทบทวนไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืนก่อนที่ฉันจะตบหน้าตัวเองอย่างขัดใจ ยัยบ้าเอ้ย! เมาจนไม่รู้เรื่องแล้วเนี่ย แล้วที่นี่ก็คงเป็นห้องนอนของเขา

           ฉันอยากจะบ้าตาย!

           ฉันมองแขนของเขาที่เพิ่งหลุดไปจากตัวฉันเมื่อกี้ก่อนจะยกมือขึ้นทำท่าจะชกเขาสักหมัด ขนาดนอนหลับยังมีหน้ามาแต๊ะอั๋งฉัน มันเป็นสันดานเลยสินะ

           ฉันก้มลงมองตัวเองที่ยังอยู่ในชุดเดิมของเมื่อคืนแล้วถอนหายใจอย่างโล่งอก ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ค่อยยังชั่ว

           ฉันมองหานาฬิกาสักเรือนก่อนจะเจอมันวางอยู่ที่โต๊ะอีกฟากของเตียง ฉันเอื้อมมือไปหยิบแต่ก็ไม่ถึง เลยต้องขยับเข้าไปอีก แล้วฉันก็พุ่งสุดตัวจนร่างตัวเองเกยทับลงบนร่างของคนที่นอนหลับอยู่ ฉันหยิบมันมาได้แต่ยังไม่ทันจะดูเวลาไอ้อ้อมแขนเหนียวๆ ก็กอดรัดฉัน คงคิดว่าเป็นหมอนข้างสินะยะ

           ฉันพยายามจะดันตัวเองออกแต่อัลฟ่ากดฉันลงไปนอนกับเตียงแล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาปกคลุมเราทั้งสองคน

           “เช้าๆ แบบนี้มาเล่นผีผ้าห่มกันไหม อารมณ์กำลังมาเลย” น้ำเสียงแหบพร่าดังชิดริมหูของฉัน

           “บ้าเอ้ย! ปล่อยนะ ฉันจะไปเรียน”

           อัลฟ่าค่อยๆ ลืมตาก่อนจะกระชับอ้อมแขนแน่นมากขึ้นจนฉันหน้านิ่วเพราะหายใจไม่สะดวก ปวดหัวจะตายอยู่แล้ว หมอนี่ยังจะช่วยให้ฉันตายเร็วขึ้นอีก

           “ฉันอยากนอนกอดเธอแบบนี้นานๆ จัง อยากนอนกอดเหมือนเมื่อคืน รู้ไหม...ฉันหลับฝันดีเป็นบ้า ฝันว่ากำลังเล่นจ้ำจี้กับเธอ”

           “ทุเรศ!

           อัลฟ่าหัวเราะแล้วยอมปล่อยฉันแต่โดยดี แม้จะแปลกใจแต่ฉันก็รีบลุกขึ้นนั่งแล้วมองดูนาฬิกา ขณะนี้เวลา... 08.40น. โอ้ไม่นะ! วันนี้มีเรียนวิชาสำคัญด้วย ฉันรีบเขย่าแขนคนที่กำลังจะหลับอีกรอบ

           “หือ??? เปลี่ยนใจจะเล่นผีผ้าห่มแล้วเหรอ”

           “อย่ามาหื่นเวลานี้ได้ปะ ฉันรีบ นายไปส่งฉันหน่อยเร็ว”

           “ไม่เอา” เขาปฏิเสธแล้วดึงผ้าห่มมาคลุมโปง

           “ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้นะ!” ฉันกระชากผ้าห่มออกจนเขาต้องพลิกตัวนอนคว่ำเอาหน้าฝังไปกับหมอนเพื่อหนีแสงสว่างและสิ่งรบกวน ซึ่งก็คือฉันคนนี้ไง “ฉันมีเรียนเก้าโมงแต่ตอนนี้มันแปดโมงจะเก้าโมงอยู่แล้ว”

           “ลาวันนึงไม่ได้เหรอ”

           “ไม่ได้ มันเป็นวิชาสำคัญ มีเก็บคะแนนในคาบด้วย ฉันไม่อยากเสียคะแนน”

           “ก็เรื่องของเธอสิ” คำตอบของเขาทำให้ฉันรู้สึกโมโหไม่น้อย

           “จะเอาแบบนี้ใช่ไหม?” ฉันถามเสียงเรียบ ไม่ได้งอนนะ ไม่ได้อยากจะให้เขาง้อเลยสักนิด

           “ไม่เอาๆ ไม่เอาแบบนี้” อัลฟ่ารีบเด้งตัวลุกขึ้นนั่งแล้วพยักหน้ารับ “เดี๋ยวฉันไปส่งเธอเอง”

           แต่ก่อนที่ฉันจะดีใจเขาก็แทรกขึ้นมาเสียก่อน

           “แต่ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ หรอกนะ ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน” เขาบอกแล้วยกยิ้มเจ้าเล่ห์

           “ข้อแลกเปลี่ยนอะไร?” ฉันถามอย่างนึกระแวง มันต้องพิสดารแน่ๆ

           “เดี๋ยวจะบอกทีหลัง”

           “บอกเลย” เผื่อมันดูไม่ดีฉันจะได้ไม่รับไว้

           “เธออยากไปสายมากกว่านี้หรือไง” เขายกเรื่องนี้ขึ้นมาอ้าง ฉันจึงลุกขึ้นเดินลงไปจากเตียงแล้วมองหากระเป๋าของตัวเอง ร่างกายโซเซไปมาอย่างบังคับไม่ได้

           เมื่อคืนจำได้ลางๆ ว่าลันละตาฝากกระเป๋าไว้และไหนจะเรื่องที่ฝากให้อัลฟ่าปลุกฉัน เดี๋ยวนะ... ฉันหันไปมองคนตัวสูงที่ยอมสู้กับความง่วงลุกขึ้นมา

           “ทำไมนายไม่ยอมปลุกฉัน ถ้าจะไม่ตื่นก็ตั้งนาฬิกาปลุกได้นี่”

           “ฉันเห็นว่าเธอเพิ่งได้นอนเอง เมามาขนาดนั้น แฮงค์ขนาดนี้จะไหวเหรอ เธอต้องพักผ่อนให้เพียงพอนะ”

           “เรื่องของฉัน นายแค่ปลุกฉันก็พอ”

           “ก็ฉันเป็นห่วงนี่นา”

           บ้าจริง! คำพูดแสนธรรมดาจากผู้ชายมากรักอย่างเขาทำไมทำให้ฉันรู้สึกดีได้

           ฉันสะบัดหน้าไล่ความคิดตัวเองก่อนจะอ้าปากถามหากระเป๋าของตัวเอง อัลฟ่าชี้ไปที่โซฟาตัวเล็กที่ตั้งอยู่มุมห้องราวกับหยั่งรู้ หรือจริงๆ แล้วแสนรู้กันนะ ฉันหยิบกระเป๋าตัวเองมาแล้วค้นหาโทรศัพท์มือถือเพื่อต่อสายไปยังเพื่อนซี้เพื่อให้ช่วยโกหกอาจารย์ว่าฉันติดธุระทางบ้านด่วน อาจารย์ท่านใจดีคงให้อภัยฉันได้

           หลังจากจัดการวางเรื่องราวเสร็จสับฉันก็บ่นอยู่คนเดียวอย่างรีบเร่ง

           “ฉันต้องกลับไปห้องไม่งั้นไม่มีอะไรไปเรียนแน่แม้แต่ชุดนักศึกษา”

           “เรื่องนั้นไม่ต้องกังวล ฉันมีชุดนักศึกษาหญิงอยู่ในตู้ชุดหนึ่ง ไปเอามาใส่ได้เลย ดูจากหุ่นแล้วน่าจะเท่าๆ กัน ฉันกะไซส์เป๊ะนะจะบอกให้” เขามองฉันด้วยสายตาหื่นๆ แต่ฉันไม่มีเวลามาอารมณ์เสียใส่

           “ทำไมนายมีล่ะ?”

           “พอดี... มีเพื่อนผู้หญิงมาค้างที่นี่แล้วไม่ได้เอากลับน่ะ”

           ไม่น่าถามเลยนะ ฉันน่าจะรู้อยู่แก่ใจ แม้จะนึกรังเกียจและโกรธอยู่ลึกๆ แต่ในเวลานี้ต้องยอมไปก่อน

           ฉันเดินไปหยิบชุดออกมาก่อนจะเข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำ ชุดนี้เป็นชุดนักศึกษาของมหาวิทยาลัย S มหาวิทยาลัยเดียวกับฉันจึงไม่มีปัญหา ไซส์ก็พอดีกันอย่างที่เขาบอก แต่ติดตรงที่... กระโปรงทรงเอสั้นเลยเข่าขึ้นมาเป็นคืบ

           ฉันทำหน้าคิดหนักทันที มันไม่ใช่สไตล์...

           “เสร็จหรือยัง ระวังเธอจะสายไปมากกว่านี้นะ” เสียงเรียกของอัลฟ่าทำให้ฉันยอมออกไป เขากำลังจัดอุปกรณ์วาดเขียนเข้ากระเป๋าผ้าหน้าตาดูคุ้นเคย ฉันชะงักไปก่อนจะจำได้ว่ามันเป็นของฉันเมื่อครั้งโน้นที่มาวาดภาพเหมือนให้เขา

           เขายังเก็บเอาไว้ แต่อย่าเพิ่งสำคัญตัวผิดสิตระการตา เขาอาจจะเก็บของของผู้หญิงเอาไว้ทุกคนก็ได้ ดูอย่างชุดนักศึกษาที่ฉันกำลังใส่อยู่นี่สิ

           “เสร็จยะ...” อัลฟ่าหันมาถามฉันแต่พอเห็นฉันอยู่ในชุดสไตล์ที่ฉันไม่ค่อยใส่เขาก็แน่นิ่งไป ดวงตาของเขาวูบไหวแปลกๆ

           ฉันรู้สึกอายยังไงก็ไม่รู้ ทำไมหน้าต้องแดงด้วยนะ

           “มองอะไรยะ!” ฉันตะโกนใส่อย่างหงุดหงิดตัวเอง ก่อนจะพยักหน้าไปที่กระเป๋าที่เขากำลังถืออยู่ “ของฉันใช่ไหม ขอบใจนะที่เก็บเอาไว้ให้”

           อัลฟ่ากะพริบตาปริบๆ ก่อนจะอมยิ้ม

           “เธอใส่ชุดนี้แล้วเกิดเลยอ่ะ หุ่นดีแบบนี้จะซ่อนไว้ทำไม”

           “ก็ฉันไม่ชอบแต่งแบบนี้”

           “แบบนี้แหละสวย ฉันชอบ” แล้วเขาก็แลบลิ้นเลียริมฝีปาก ฉันรู้นะว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ “สวยจนอยากจะ... ขย้ำ!

           ถ้าซื้อหวยฉันคงถูกไปแล้ว

           “ฉันไม่ว่างเล่นกับนาย รีบไปเถอะ” ฉันเปลี่ยนเรื่องแล้วหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพาย พอเห็นอัลฟ่าอยู่ในชุดลำลองสบายๆ ก็อดถามไม่ได้ “วันนี้นายไม่มีเรียนเหรอ?”

           “มีสิ ตอนบ่ายโน่น”

           แต่ยอมตื่นเพื่อจะไปส่งฉัน? อ้อ! ลืมไป เขามีข้อแลกเปลี่ยนนี่นา

           อัลฟ่ากำลังจะปิดประตูห้องแต่เหมือนคิดอะไรขึ้นมาได้

           “ฉีดน้ำหอมหน่อยไหม กลิ่นละมุดเธอแรงไปนะ”

           ฉันชะงักไปแล้วหน้าร้อนอย่างอายๆ ก็ฉันไม่ได้อาบน้ำนี่นา

           “นี่นายอย่าบอกนะว่าน้ำหอมผู้หญิงนายก็มี” ฉันหรี่ตาลง

           อัลฟ่ามีท่าทีอึกอัก “เอ่อ... ของพราวฝนไง”

           ฉันถึงกับหน้าตึง ของยัยนั่น! หน็อย! นี่เขากับยัยนั่นเป็นแฟนกันจริงๆ หรือไง

           “อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ ฉันบอกไปแล้วไงว่าพราวฝนไม่ใช่แฟนฉัน ฉันยังโสด... แต่ไม่ซิง”

           “ไม่ต้องพูด”

           “ฉันขอโทษที่ไม่ได้เก็บซิงไว้ให้เธอ แต่ฉันดีใจนะที่เธอเก็บซิงไว้ให้ฉัน”

           “ประสาท! ฉันไม่ได้เก็บซิงไว้ให้นาย แต่นายมันชั่ว ขโมยมันไปจากฉัน”

           “ฉันไม่ได้ขโมย เธอเต็มใจ”

           “ก็นาย...” เล้าโลมเก่ง

           เขาเลิกคิ้ว “ฉันทำไม”

           “ไม่รู้ล่ะ รีบไปส่งฉันเดี๋ยวนี้” ฉันตัดบท

           “อะไรกัน ฉันอยากรู้อ่ะ”

           “ถ้านายอยากรู้ก็ไปถามพราวฝนละกัน”

           อัลฟ่าทำตาละห้อยอย่างน่าสงสาร แต่ฉันหมั่นไส้ “อย่าหึงสิ”

           “ไม่ได้หึง!

 

มหาวิทยาลัย S

           “บอกมาเดี๋ยวนี้นะว่าเมื่อคืนพวกเธอได้ จุดจุดจุด กันหรือเปล่า?” ยัยเพื่อนบ้าลันละตาถามสีหน้าลุ้นสุดๆ ไม่ได้สนใจเลยว่าฉันจะอับอายขายขี้หน้ามากแค่ไหน

           ทันทีที่เลิกเรียนและปลอดผู้คนเธอก็เอ่ยถามเรื่องฉันกับอัลฟ่าทันที นี่ฉันไม่โกรธที่เธอทิ้งฉันไว้กับไอ้หื่นกามนั่นก็ดีเท่าไหร่แล้ว ยังไม่สำนึกอีก

           “เปล่า”

           “จริงง่ะ?” เธอทำหน้าไม่เชื่อ ฉันจึงกระแทกเสียงใส่อย่างเซ็งๆ

           “เออ!

           “ทำไมต้องกระแทกเสียงด้วยล่ะ” ยังจะมีหน้ามาถามอีก

           “พอๆ หยุดพูดเรื่องไอ้บ้านั่นได้แล้ว แกช่วยไปส่งฉันที ฉันอยากกลับห้องไปอาบน้ำจะแย่ เหม็นตัวเองสุดๆ ละ”

           “โทรเรียกอัลฟ่าไปส่งสิ” แล้วก็ทำหน้างอน

           “จะบ้าหรือไง”

           “ไม่เห็นจะแปลก เมื่อเช้าเขาก็มาส่งเธอใช่ไหมล่ะ” ลันละตาถามยิ้มๆ ท่าทางนี่มันเหมือนเยาะเย้ยเลยแหะ

           “มันก็ใช่ แต่ทางที่ดีอย่าให้ฉันไปยุ่งกับหมอนั่นมากได้ปะ”

           “อะไรกัน คนเป็น...”

           “หุบปาก!

           ลันละตาอ้าปากค้างก่อนจะยอมหุบปากตามที่ฉันสั่ง ฉันรู้นะว่าเธอคิดจะพูดอะไรออกมา นี่มันมหาวิทยาลัย ฉันไม่ชอบเลยจริงๆ

           “แค่นี้ก็ต้องโมโห เดี๋ยวฉันไปส่งแกก็ได้” ลันละตายอมสงบศึกก่อนจะเดินนำฉันออกไปนอกตึกคณะ “ว่าแต่แกใส่ชุดนักศึกษาแบบนี้แล้วสวยดีนะ”

           “หมายความว่าไงยะ เมื่อก่อนฉันไม่สวยหรือไง”

           “ก็สวย แต่ตอนนี้มันสวยแบบเซ็กซี่ๆ เข้ากับแกดีนะ แต่ทางที่ดีแต่งหน้าอีกหน่อย หน้าแกนี่มันเหมือนเด็กมัธยมจริงๆ”

           อย่างที่เธอกำลังแต่งอยู่นี่ใช่ไหม แหม... สไตล์เธอเลยสิเซ็กซี่อ่ะ แต่ฉันไม่ใช่แนว ทำไม่ลง

           “ไม่เอา ฉันไม่ชอบ”         

           ลันละตาทำหน้าเอือมๆ “ตามใจแกเลย”

           ฉันไม่รู้ว่าชุดนักศึกษาตัวนี้เป็นของผู้หญิงลำดับที่เท่าไหร่ของอัลฟ่า ฉันไม่ชอบกลิ่นน้ำหอมที่ติดอยู่กับตัวตอนนี้ด้วย ฉันไม่ชอบเรื่องพวกนี้เลยจริงๆ ทำไมฉันต้องรู้สึกแปลกๆ ด้วยนะ

           ในขณะที่พวกเรากำลังเดินไปด้านหน้าตึกคณะผู้หญิงคนหนึ่งก็เดินเข้ามาหาหน้าตาแตกตื่น

           “ต๊ะๆ”

           ฉันขมวดคิ้วยุ่ง ฉันรู้จักเธอด้วยเหรอ ฉันมองหน้ากันกับลันละตางงๆ

           “มีอะไรเหรอ?”

           “อัลฟ่ามารอรับเธออยู่ข้างหน้าล่ะ”

           “อัลฟ่า ว้าว!” คนข้างๆ ส่งเสียงร้องอย่างตื่นเต้น เธอหันมามองฉันแล้วเลิกคิ้วกวนๆ “ยังไงกันคะยังไง”

           หมอนั่นมารับฉันงั้นเหรอ ไม่เอาเวลาไปหาผู้หญิงคนอื่นหรือไง หมั่นไส้!

           “รีบไปหาสิ เขามารอนานแล้วนะ” เธอบอกก่อนจะเดินเลี่ยงไป ไม่ทราบว่าอัลฟ่าเป็นญาติฝ่ายไหนของเธอเหรอถึงได้คาบข่าวมาบอกแบบนี้

           “ปะ! หมอนั่นคงอยากเจอเธอจะแย่” ลันละตาคว้าแขนฉันแล้วลากให้เดินออกไป แต่ฉันรีบกระชากแขนออก

           “ลัน ฉันอยากให้แกช่วยอะไรหน่อย” ลันละตาทำหน้างงๆ “ช่วยไปบอกหมอนั่นทีว่าฉันต้องอยู่เคลียร์งานกับอาจารย์ ให้กลับไปก่อน”

           “อะไรนะ” ลันละตาทำหน้าเหมือนโลกจะแตกทันที

           “น่า ช่วยฉันหน่อย ฉันไม่อยากกลับไปกับเขา”

           “เอ่อ... เรื่องนี้ฉันก็...”

           “แกเป็นเพื่อนฉันนะยัยลัน แค่ไปโกหกนิดๆ หน่อยๆ แกทำได้อยู่แล้ว นะๆ” มารยาหญิงยัยนี่ยิ่งเยอะๆ อยู่

           “เออๆ” ลันละตายอมรับปาก “แล้วแกจะกลับยังไงเนี่ย ให้ฉันขับรถอ้อมไปรับด้านหลังไหม”

           “ไม่ต้อง ฉันคิดว่าอัลฟ่าอาจจะคิดแบบนี้เหมือนกัน เธอแค่รั้งเขาไว้กับเธอสักพักแล้วฉันจะกลับเอง”

           “ทำอะไรให้ยุ่งยาก”

           “แกไม่รู้จักนิสัยหมอนั่นดีหรอก เขาน่ะทำได้ทุกอย่างถ้าอยากให้ฉันกลับด้วย ฉันไม่อยากยุ่งกับเขา โอเคนะ เข้าใจใช่ไหม?”

           “เข้าใจๆ”

           “ดีมาก ออกไปได้” ฉันผลักหลังเธอออกไปทันที

           “ทำไมฉันต้องมายุ่งกับเรื่องพวกนี้ด้วยนะ” ลันละตาบ่นขณะที่เดินจากไป

           ฉันแยกเขี้ยวใส่เธออย่างหงุดหงิด ยังมีหน้ามาพูดอีก เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นก็เป็นเพราะเธอนั่นแหละ!

           ระหว่างนั้นฉันเดินไปด้านข้างของคณะแทน แอบชะโงกไปดูด้านหน้า เห็นลันละตาเดินเข้าไปหาอัลฟ่าที่ยืนพิงรถปอร์เช่สีขาวรออยู่ เธอพูดอะไรสองสามคำก่อนที่อัลฟ่าจะเลิกคิ้วแล้วเงยหน้ามองขึ้นไปบนตึกคณะ ฉันจึงอาศัยจังหวะนี้วิ่งพรวดออกไป

           ปี๊น!!!

           !” ฉันหยุดกึกพร้อมกับเบิกตากว้างเมื่อตัวเองวิ่งออกมาเจอกับรถสปอร์ตสีดำคันหนึ่งที่แล่นผ่านมาด้วยความเร็ว เสียงเบรกดังสนั่นพอๆ กับเสียงแตร

           ฉันหยุดหายใจไปชั่วขณะ เกือบตาย...

           กระจกรถด้านข้างคนขับถูกเลื่อนลง เจ้าของรถจ้องมองมาอย่างเอาเรื่อง

           “อยากตายหรือไง!” เขาเป็นผู้ชายหน้าตาดีแต่นิสัยโคตรตรงข้าม

           ฉันหันไปมองด้านหน้าของตึก ตรงนั้นอัลฟ่ากับลันละตากำลังมองมาที่ฉัน อัลฟ่าค่อยๆ ยกยิ้มที่มุมปากแล้วเดินมาทางนี้ ส่วนลันละตาพยายามเรียกเขาเอาไว้แต่เขาไม่สนใจ

           ให้ตายเถอะ! ยุ่งเหยิงอีกจนได้

           “หลบไปสิ ยืนบื้ออยู่ได้” คนปากร้ายบอกอย่างหัวเสีย ฉันถือวิสาสะเปิดประตูด้านข้างคนขับเข้าไปนั่งแล้วบอกเขาอย่างรีบร้อน

           “รีบขับไปสิ”

           “อะไรของเธอ” ใบหน้าหล่อเหลาขมวดคิ้วยุ่ง ฉันมองผ่านกระจกมองหลังก็เห็นอัลฟ่าเดินมาใกล้พวกเรามากขึ้น  และดูเหมือนเขาจะเร่งฝีเท้ามากกว่าเดิม เจ้าของรถมองตามก่อนจะเลิกคิ้วใส่ฉัน “หนีมันอยู่เหรอ?”

           “ประมาณนั้นแหละ รู้แล้วก็ช่วยออกรถเร็วๆ”

           “ขอร้องดีๆ ไม่ได้หรือไง”

           “ทำไมฉันต้องทำ?”

           “นี่มันรถฉันนะ” เขาแสดงอำนาจอย่างน่าหมั่นไส้ เหอะ! ระหว่างฉันกับเขาใครใหญ่กว่ากันมันก็รู้ๆ กันอยู่

           “แต่ฉันเป็นพี่นายนะ” ฉันจ้องหน้าน้องชายตัวเองเซ็งๆ

           เขาคือ ไอฟ้าน้องชายร่วมพ่อแม่เดียวกันเพียงคนเดียวของฉัน โคตรบังเอิญเนอะที่เรามาเจอกันพอดี ไม่นานนักอัลฟ่าก็เดินมาหยุดยืนตรงด้านข้างรถฝั่งฉันแล้วเคาะกระจก

           “ต๊ะ ลงมา”

           ฉันมองหน้าไอฟ้าอย่างกดดันโดยไม่สนใจเสียงเรียกนั้นเลย

           “ออกรถสักทีสิ!

           “เออ ใจเย็นดิ” คนใจเย็นยิ่งกว่าขั้วโลกเหนือค่อยๆ เคลื่อนรถออกไป

           ฉันหันไปมองอัลฟ่าที่ทำท่าจะวิ่งตามแต่เขาก็หยุดแล้วเลือกที่จะหันหลังกลับวิ่งไปที่รถของเขา

           กัดไม่ปล่อยเลยเว้ย!

           “อยากลงไปหาหมอนั่นไหมล่ะ” ไอฟ้าถามพลางมองกระจกด้านข้างเหมือนกันกับฉัน

           “ถ้าอยากจะถ่อขึ้นรถมากับนายทำไม” ฉันค้อนน้องชาย เขาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

           “จะให้ไปส่งที่ไหน?” ไอฟ้าถามหลังจากที่ขับรถออกมาถึงถนนใหญ่แล้ว สายตาของฉันยังคงจับจ้องที่กระจกด้านข้างเพราะกลัวว่าอัลฟ่าจะตามมาทัน

           “ไปไหนก็ได้ไป ไปให้ไกลๆ เร็วๆ เลยด้วย”

           เจ้าของรถยกยิ้มอย่างมีแผนการ “โอเค้!

 

           “นายพาฉันมาที่นี่ทำไม?” ฉันถามน้องชายตัวเองด้วยความไม่พอใจเมื่อรถของเขาแล่นเข้ามาภายในเขตรั้วบ้านหลังใหญ่ที่แสนคุ้นเคย

           “ก็เธอบอกไปไหนก็ได้”

           “กวนละ” ฉันทำหน้าบึ้งใส่เขา

           “จะอะไรนักหนา เธอไม่ได้กลับบ้านมานานแล้วนะ แม่คิดถึงเธอมาก”

           ฉันเงียบไป ฉันก็คิดถึงแม่ แต่เพราะแม่เป็นคนใจอ่อน ไม่ยอมตัดขาดจากบ้านหลังนี้ ฉันจึงต้องเป็นคนตัดขาดเอง

           ไอฟ้าจอดรถแล้วเปิดประตูลงไป ฉันยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิมจนเขาต้องเอ่ยปาก

           “ลงมาเหอะน่า จะนั่งแช่อยู่ตรงนี้ก็ไม่ได้ช่วยให้เธอได้กลับไปหรอก”

           “นายเป็นน้องฉันจริงๆ ใช่ไหม ฮะ?”

           “แล้วคิดว่าไง” เขาแสยะยิ้มเยาะแล้วปิดประตูฝั่งคนขับ ฉันถอนหายใจเซ็งๆ ก่อนจะยอมเปิดประตูลงไป

           ภาพตรงหน้าฉันคือบ้านหลังใหญ่ที่เกือบจะเรียกได้ว่าเป็นคฤหาสน์ บริเวณรอบๆ บ้านเป็นสวนสวยที่กินเนื้อที่ยาวสุดลูกหูลูกตา บ้านที่มีพื้นที่เยอะขนาดนี้ในเขตกทม.หาไม่ได้ง่ายๆ ต้องเป็นคนที่ร่ำรวยหรือไม่ก็เป็นเจ้าของที่ตั้งแต่เริ่มสร้างเมืองถึงจะมีได้

           ร่ำรวยมีเงินทองแล้วยังไง ถ้าอยู่ไปแล้วครอบครัวไม่มีความสุข

           ฉันอยากรู้นักว่าพ่อของฉันทนอยู่ไปได้ยังไงในสภาพแบบนี้ ครอบครัวที่สมบูรณ์แบบจนเกินไป ไม่มีอะไรพอดีเลยสักอย่าง

           ไอฟ้าเดินนำฉันเข้าไปในบ้านก่อนที่ฉันจะเดินตามไป

           “คุณหนูกลับมาแล้วเหรอคะ อ๊ะ...” ป้านวลที่เป็นแม่บ้านเก่าแก่ของที่นี่ทักทายไอฟ้าก่อนจะหันมาเห็นฉันแล้วชะงักไป ดวงตาของท่านเบิกกว้าง ตรงเข้ามาจับมือฉันพร้อมกับดึงเข้าไปกอดด้วยความคิดถึง ฉันหลับตาลงกอดท่านเช่นกัน “คุณพระช่วย! คุณหนูต๊ะ”

           ป้านวลเป็นคนสนิทของแม่ฉันเอง ท่านเลี้ยงดูฉันกับไอฟ้าช่วยแม่มาตั้งแต่พวกเราเกิด จึงเปรียบเสมือนแม่คนที่สอง

           “คุณหนูต๊ะกลับมาแล้ว ป้าดีใจจริงๆ ค่ะ” ใบหน้าแก่ชราที่เปื้อนยิ้มอย่างมีความสุขของท่านทำให้ฉันต้องยิ้มตาม “ไม่ได้เจอกันนานเลยค่ะคุณหนู ป้าคิดถึงคุณหนูมากๆ เลยค่ะ”

           “ต๊ะก็คิดถึงป้าค่ะ” ฉันแทบจะร้องไห้เมื่อเห็นท่านน้ำตาซึม นอกจากแม่ก็มีป้านวลนี่แหละที่มีท่าทีเสียใจที่ฉันย้ายออกจากบ้าน

           ไอฟ้าเหลือบมองฉันก่อนจะเดินไปที่บันไดกลางบ้าน “แม่อยู่ไหนฮะ?”

           “คุณนายอยู่ในห้องพระค่ะ”

           “เอาอีกแล้ว นี่แม่จะไปนอนอยู่ในนั้นเลยไหมจะได้บอกคนเตรียมหมอนกับผ้าห่มให้” ไอฟ้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย นี่แม่ต้องใช้ธรรมะเยียวยาจิตใจเลยเหรอ บ้าที่สุด!

           “คุณหนูล่ะก็ เดี๋ยวป้าไปตามให้นะคะ”

           “ไม่ต้องหรอกค่ะ” ฉันรีบบอก “เดี๋ยวต๊ะขึ้นไปหาแม่เอง”

           “งั้นเดี๋ยวป้าจะไปเตรียมของว่างให้คุณหนูๆ นะคะ”

           “ขอบคุณค่ะ”

           ฉันกับไอฟ้าเดินขึ้นไปชั้นบนก่อนจะเดินขึ้นต่อไปอีกชั้น บ้านหลังนี้มีทั้งหมดสามชั้น ห้องของแม่กับพ่ออยู่ชั้นบนสุด รวมถึงห้องพระด้วย บ้านเงียบมาก คนอื่นๆ หายไปไหนกันหมด แต่ก็ดี ฉันยิ่งไม่อยากเห็นหน้าคนพวกนั้นอยู่ด้วย

           ก๊อกๆ

           “ใคร!?” เสียงแม่ฉันร้องถามออกมาห้วนๆ หลังจากที่ฉันเคาะประตู

           ดูเหมือนท่านไม่ค่อยอยากจะเปิดประตูต้อนรับใคร อย่าบอกนะว่าคนพวกนั้นชอบมารบกวนท่านน่ะ ฉันกำมือแน่นก่อนที่ไอฟ้าจะร้องบอก

           “ผมเองฮะ”

           “ฟ้าหรือลูก เข้ามาสิ”      

           ไอฟ้าเปิดประตู ฉันชะโงกหน้าเข้าไปดูเห็นแม่ที่สวมชุดเดรสลูกไม้สีขาวกำลังนั่งอ่านหนังสือธรรมะอยู่ ฉันถอนหายใจ ทั้งเอือมระอา ทั้งเบื่อ ทั้งไม่ชอบใจ ฉันไม่อยากให้แม่เป็นแบบนี้เลย แม่เงยหน้าขึ้นมามองพวกเราก่อนจะชะงักไปเมื่อสบตากับฉัน สายตาของแม่หวาดหวั่นราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงภาพลวงตา

           “แม่...”

           “ยัยต๊ะ!” แม่วางหนังสือธรรมะลงแล้วลุกขึ้นจากโซฟาตรงเข้ามากอดฉัน อ้อมกอดแสนอบอุ่นของแม่ทำให้ฉันน้ำตาซึม

           ฉันคิดถึงแม่ คิดถึงมาก...

           “ต๊ะ ลูกมาได้ยังไง รู้ไหมว่าแม่คิดถึงลูกมาก”

           “ต๊ะก็คิดถึงแม่”

           “อย่ามาหลอกให้คนแก่ดีใจหน่อยเลย คิดถึงแล้วทำไมไม่มาหา”

           ฉันรู้สึกผิดมาก “ต๊ะขอโทษค่ะ”

           แม่เงียบไป อ้อมแขนกระชับแน่นมากขึ้น “ช่างเถอะๆ มาก็ดีแล้ว”

           ไอฟ้ามองเราสองคนแม่ลูกกอดกันแล้วยิ้มน้อยๆ ถึงแม้เขาจะไม่ได้แสดงออกมาว่าดีใจแต่ฉันรู้ว่าเขาดีใจมากแค่ไหน ฉันจะไม่รู้จักนิสัยของน้องชายตัวเองได้ยังไงล่ะ

           ฉันโชคดีที่มีแม่มีน้องแบบนี้ แต่โชคร้ายที่... 





Talk : ว๊ายๆ คนหล่อโผล่มาอีกแล้วอ่า!!! >O<
ไอฟ้าสุดหล่อ ไอฟ้าเนี่ย...จริงๆ มาจากเรื่อง Poison Paradise ค่ะ
ได้โอกาสจับมายุ่งวุ่นวายเลย อิอิ
เห็นบุคลิคตรงกับคนนี้พอดี เป็นไงคะ ได้ใจเลยไหม
อิอิ


Bonus!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15,259 ความคิดเห็น

  1. #15253 ✨•P•u•y•z•Zii•✨ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 08:57
    ขอแค่มีคนรออยู่แบบนี้ก็ดีแล้วนะจ๊ะ
    #15,253
    1
  2. #15248 kanomcream (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 15:45
    คิดถึงเรื่องนี้อ่ะ เลยต้องกลับมาอ่านอีกรอบ อิอิ
    #15,248
    1
  3. #12615 PicH~ApOrN (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 เมษายน 2558 / 22:02
    นางเอกเรามีปมเรื่องครอบครัวนี่เอง
    #12,615
    0
  4. #12143 Babyz Nikky Yessir (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 12:58
    อัยย่ะเจ๊เรามีน้องด้วยกิกิ
    #12,143
    0
  5. #243 NAnaA (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2557 / 21:41
    เจิมมมมมมมมมมมมมมมม
    #243
    0
  6. #242 NAnaA (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2557 / 21:40
    เจิมมมมมมมมมม
    #242
    0
  7. #241 aaaaa (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2557 / 21:07
    เจิมๆๆๆๆ
    #241
    0
  8. #240 แม่แบบแผ่นพิมพ์ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2557 / 19:46
    เจิมก่อนจ้า
    #240
    0