Change it love เพราะ(หัว)ใจเปลี่ยนแปลงได้เสมอ

ตอนที่ 4 : Change it love : 3 คำว่า ‘เพื่อน’ มันค้ำคอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 155
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    14 ธ.ค. 60

3

คำว่า เพื่อนมันค้ำคอ

 

            เราแลกจูบกันชนิดที่ว่าไม่มีใครยอมใคร จูบไปลูบไล้ไปจนรู้สึกได้ว่าร่างกายเธอไม่ต่างกับผู้หญิงทั่วไปเท่าไหร่ แถมยังมีน้ำมีนวลกว่าผู้หญิงบางคนที่ผมเจอมาด้วยซ้ำ แล้วดูเหมือนว่าผมจะโชคดีตรงที่ เธอคนนี้จูบได้เก่งไม่แพ้ใครเลยจริงๆ แหงล่ะ ทอมใช้ลิ้นเก่ง


เมี๊ยวว!!!

โครมมม!!!


            ผมผละตัวออกจากข้าวฟ่างทันทีที่ได้ยินเสียงแปลกประหลาดดังมาจากหลังห้อง กวาดสายตามองไม่เห็นวี่แววของลูกสาวก็นึกขึ้นได้ว่าก่อนออกจากห้องไปผมลืมตรวจเช็คความเรียบร้อยบางอย่างไป


ฟู่วววว!!


            “แวนดี้!

            พอเปิดประตูแวนดี้ก็วิ่งชนขาผมเข้ามาในห้องด้วยความหวาดผวา และผมคงไม่ปล่อยให้แมวผมโดนทำร้ายแต่ฝ่ายเดียวหรอก ว่าแล้วก็ชะเง้อมองหาคนที่มันกล้าไล่แมวผมทันที!

            และก็พบว่าไอ้ตัวที่ไล่แมวผมมาชนบานเกล็ดไม่ใช่คน หากแต่เป็นแมว.....

            “เมี๊ยวว” หนอยย! ไอ้แมวขนปุยสีเทาดำตัวอ้วน หันมาร้องเสียงหวานใส่ผม เห็นหน้ามันแล้วก็หมั่นไส้ แมวบ้าอะไรวะหน้าบูดซะไม่มี อยากจับหางฟาดกำแพงให้ตายๆ ไปซะจริงๆ แม่งอ้วนก็อ้วน ขนก็หนาแต่มาไล่กันแมวสาวหุ่นนางแบบ แถมไร้ขนของผม วันนี้ผมเมาหรอกนะเลยไม่บ้าพอที่จะไต่กำแพงไปไล่จับมันน่ะ

            “อย่าให้กูเจออีกนะมึง!


ปัง!

            ว่าแล้วก็กลับเข้ามาในห้อง แล้วสำรวจบาดแผลบนตัวลูกสาว ให้มันได้แบบนี้สิ! แวนดี้ได้แผลที่คอจริงๆ ด้วย ผิวบางๆ สีชมพูแซมขนบางๆ สีขาวเต็มไปด้วยรอยข่วน โถ เจ็บมากมั้ยลูกพ่อ ฮึ่ย!! อย่าให้เจออีกนะไอ้แมวอ้วน ผมจะจับมันมาล่อนขนทำเป็นพรมเช็ดเท้าเลยคอยดู

            “มะดี้ เรามาใส่ยากัน”

            ผมหยิบยาใส่แผลสำหรับสัตว์มาใส่ให้มันแต่แวนดี้ไม่ยอมให้ผมทำ หล่อนกระโดดขึ้นไปนอนที่ประจำพลางมองผู้มาใหม่ด้วยสายตาที่อยากรู้ว่า...อินี่ใคร...ก่อนจะกระโดดลงมาถูๆ ไถๆ หน้าแข้งผม

            เฮ้อ...มองข้าวฟ่างแล้วก็รู้สึกอนาถใจ นี่ถ้าแวนดี้ไม่เข้ามาจังหวะซะก่อนไม่รู้ป่านนี้เธอจะเป็นยังไง ตื่นขึ้นมาจะโวยวายใส่ผมมั้ย หรือจะเปลี่ยนใจไม่เป็นทอมอีกเลย ที่แย่ไปกว่านั้นผมกลัวจะมองหน้าเพื่อนไม่ติดนี่แหละ ฮ่าๆ คิดแล้วก็รู้สึกอยากขอบคุณแมว

 

…………………..

 


วันต่อมา...

@ตึกวิศวกรรมศาสตร์


            ปลายนิ้วเรียวค่อยๆ เปิดประดาษไปทีละหน้าอย่างใจเย็น ขณะที่สายตายังคงจับต้องไปที่ตัวหนังสือสีดำเรียงกันเป็นพรืด! ถามว่าอ่านรู้เรื่องมั้ยไม่หรอกครับ ก็แค่อยากสร้างภาพพจน์ให้ตัวเองดูดีขึ้น แหม...นานๆ ทีจะมีโมเม้นท์มานั่งอ่านหนังสือใต้ตึกรอเพื่อนให้สาวๆ ชื่นชมเล่น และไม่ได้อ่านหนังสืออย่างเดียวผมยังหาหูฟังมาใส่หูเพื่อฟังเพลงแก้เซ็ง และนั่นแหละคือสิ่งที่ผมสนใจมากกว่า


            ก่อนที่มันจะถูกดึงออกไปโดยคนที่ผมรอคอยให้มาหามากที่สุด...


พึ่บ!

            “เฮ้ย...” น้ำเสียงผมอ่อนลงเมื่อเห็น ต้นไพน์ยืนทำหน้านิ่งอยู่ มือซ้ายหอบหนังสือเรียนไว้ข้างตัว ก่อนที่มือขวาจะปล่อยหูฟังพี่พึ่งดึงไปลงบนตักผม “วันนี้เลิกเร็วหรอ ไอ้ป๊อปยังไม่ลงมาเลย โน่นน่ะเห็นอาจารย์ลากไปคุยเรื่องโปรเจ็ค สักพักน่าจะเสร็จละ”

            “ไม่ได้มาหาป๊อป”

            “อ่าวหรอ” จริงๆ ก็รู้ว่า ต้นไพน์มาหาผม แต่แกล้งพูดไปงั้นแหละ

            “เคยตกลงกันว่าไงเรื่องป๊อป” ...เอาแล้วไง

            “โอเค กูรู้ค้าบ แล้วจะให้กูทำยังไงวะ สถานการณ์มันบังคับป่ะ?”

            “ถ้าดูแลกันไม่ได้ ก็ไม่ต้องชวนกันไป” เสียงเพื่อนฟังดูสั่นๆ เห้ย น้ำเสียงแบบนี้ผมว่ามันไม่โอเคและผมก็ไม่เคลียร์ด้วย ถ้ามันจะเข้ามาพูดแค่นี้แล้วเดินหนีน่ะ

            “เดี๋ยวดิวะ!” ผมลุกขึ้นคว้าแขนต้นไพน์ ปกติเขาจะเงยหน้ามองผมเพราะความสูงของเขาเพียง 173 เซนฯ หรือเพียงระดับปากผมเท่านั้น แต่วันนี้ไม่

...ต้นไพน์ก้มหน้าและเหมือนว่ากำลังหลบตาผม

            “มึงไม่ได้แค่จะเข้ามาว่าแล้วเดินหนีกูไปหรอกนะ”

            “กูแค่ไม่มีจะพูด”แล้วเขาก็ดึงแขนที่ถูกผมกุมไว้ออกไป

            “เฮ้ยต้น นี่มึงยังไม่หายโกรธกูเรื่องวันนั้นอีกหรอวะ ก็กูบอกแล้วไงว่ากูขอโทษอะ”

            “...” ปกติต้นไพน์เป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูดเป็นทุนอยู่แล้ว พอมามีปัญหากับผมเข้าไปก็ยิ่งเงียบ

            “สัญญาว่าจะไม่มีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นอีก อย่าเงียบกับกูเลยขอร้องล่ะ ยังไงเราก็เป็นเพื่อนกันนะ กูขอโทษแล้ว อะมึงก็ต้องยกโทษให้กูดิ นะ” ผมลงทุนเติมตังในรอบ 2 ปีเพื่อโทรศัพท์ไปขอโทษมัน แค่คุยได้ไม่ถึงนาทีก็โดนตัดสายทิ้ง แถมยังโทรสายต่อไปไม่ติด ทักแชทก็แม่งโดนบล็อก แม่งไปหาที่หอก็ยังไม่ยอมมาเจอหน้า จะให้ป๊อปช่วยเคลียร์ก็ฝันไปเถอะ ผมกลัวมันรู้เรื่องจะตาย มาเจอต้นไพน์ยังไงก็ต้องเคลียร์ให้จบ

            “ลืมไปละ”

            “ไม่หรอก ถ้าลืมมึงจะไม่ทำแบบนี้กับกูเว้ยต้น”

            “มึงแค่ทำหน้าที่เพื่อนให้ดีก็พอ” แล้วสายตาหวั่นไหวที่ของคนตรงหน้าก็เปลี่ยนไป “ก็รู้ใช่มั้ยกูไม่ชอบให้ป๊อปยุ่งกับผู้ชายคนไหน และที่กูให้เค้าไปกับมึง เพราะกูไว้ใจมึงที่สุดแล้ว”

            “รู้เว้ย กูก็ไม่ได้ปล่อยมันไปกับใครนี่หว่า” ตายห่าละ หรือมันจะหึงที่ผมกอดไอ้ป๊อปเมื่อคืนฟระ

            “แล้วเมื่อคืนไอ้เกมส์มาส่งมันที่หอได้ยังไง”

            “หะ!” ให้ตายเมื่อคืนผมก็เมามาก อาบน้ำเสร็จก็นอนเลย ไม่ได้โทรตามเพื่อนสักคนไม่รู้ใครถึงหอเมื่อไหร่ยังไงคิดว่าคงไปส่งกันเองและปลอดภัยดี เพราะถ้ามีเรื่องราวต่อจากนั้นพวกมันต้องโทรมาหาผมอยู่แล้ว ไอ้ฟลุคกลับมาตอนไหนผมยังไม่รู้ ถามไอ้ไทน์ก็ไม่ได้บอกอะไร ใครจะไปคิดว่าไอ้ป๊อปจะก่อเรื่อง

            “มันกลับมากันตอนตีสาม ไม่รู้ไปเอากันมาด้วยรึเปล่า” น้ำเสียงเพื่อนกลับมาสั่นอีกครั้ง

            “เฮ้ย...แล้วนี่คงไม่ได้...”

            “ต้นไพน์...” พูดไม่ทันจบเสียงไอ้ไทน์ก็ดังแทรกขึ้นมา สีหน้ารื่นเริงเมื่อเห็นคนที่มันชอบ บวกกันพื้นฐานความเป็นคนอารมณ์ขันเคยช่วยลดความตึงเครียดระหว่างผมกับต้นไพน์ได้ หากแต่ไม่ใช่เวลานี้ “ดีใจจังที่ได้เจอ คืนนี้ว่างยังสนใจไปตื้ดด้วยกันมั้ย”

            “เฮ้ยไทน์กูคุยเรื่องซีเรียสกันอยู่มึงอย่าพึ่งได้ป่ะ”

            “ซีเรียสไรกัน เรื่องไอ้ป๊อปรึเปล่า” แล้วฟลุคที่มากับไอ้ไทน์ก็ถามขึ้น

            “พวกมึงก็ด้วย แม่งก็ไปด้วยกันแล้วทำไม...”

            “มันไปของมันเองกูห้ามแล้ว ทำไงได้ก็เมียมึงแรด” เฮ้ยฟลุค

            “เออนี่กูก็พึ่งรู้นะว่าไอ้ป๊อปกับพี่เกมส์เคยเป็นผัวเมียกันน่ะ ถึงว่าเวลาเข้ากิจกรรมพี่เกมส์จะเอาแต่มองไอ้ป๊อป” ไอ้ไทน์มึงก็ปากหมาไม่ใช่เรื่องอีกละ

            “ต้นกูว่าเรานั่งคุยกันก่อนมั้ย มึงจะได้อยู่รอปรับความเข้าใจกับไอ้ป๊อปไง กูจะได้ช่วยพูดด้วย”

            “เลิกทำตัวเป็นยาสมานแผลให้มันได้ละมั้งไบร์ท ให้มันเลิกๆ กันไปน่ะดีแล้ว จริงๆ มึงก็ต้องการให้เป็นแบบนั้น ไม่เห็นต้องสร้างภาพเลย”

            “หุบปากแล้วไปนั่งแดกน้ำตรงนั้นเลยถ้าปากมึงอยู่ว่างไม่ได้น่ะไอ้ฟลุค”

            “ก็พูดความจริง” ความจริงแต่มันใช่เวลานี้มั้ย “ว่าแล้วกูฟ้องเลย เมื่อคืนไอ้ไบร์ทกอดเมียมึงด้วยแหละ แล้วเมียมึงก็ยอมให้มันกอดด้วย”

            “เฮ้ยไอ้ฟลุค!”อย่าให้ผมต้องหันไปต่อยเพื่อนเลย

            “มึงไม่ใช่คนที่กูไว้ใจได้เลยจริงๆ” ต้นไพน์ผลักไหล่ผมก่อนเดินจากไป ผมอยากจะรั้งเขาไว้แต่ร่างโปร่งบางที่เคยมีน้ำมีนวลกว่านี้บังเอิญเดินไปชนคนร่างหนาที่เดินผ่านมาเสียก่อน


ปึก!

            ซีนคว้าแขนเขาไว้ก่อนที่จะหงายหลังล้มลงไปเพราะแรงกระแทก แว๊บแรกแววตาของมันดูตกใจก่อนจะเปล่งประกายขึ้นดื้อๆ

“เป็นอะไรรึเปล่าครับ”

“ไม่ ...ขอบคุณ” ต้นไพน์บิดแขนตัวเองแล้วเดินจากไป หากตามไปตอนนี้ก็คงไม่ช่วยอะไร เพราะถึงแม้จะไม่แสดงอารมณ์ออกทางสีหน้ามากเท่าไหร่แต่ก็รู้ว่าเพื่อนไม่พอใจแน่ อย่างแรกคงต้องหันไปทำความเข้าใจกับไอ้ฟลุคก่อนว่าทำไมต้องทำแบบนี้ และที่ยิ่งไปกว่านั้นก็กับไอ้ป๊อปนี่แหละ

“เหมือนกูจะเห็นต้นไพน์ หรือสายตากูเพี้ยนไปแล้ว”

“มึงมานี่เลย” ผมฉุดคนมาใหม่ให้นั่งลงตรงหน้า ถามว่ามันธุระกงการอะไรของผมมั้ยที่ต้องไปยุ่งกับพวกเขา ไม่หรอก อยากให้พวกมันเลิกกันด้วยซ้ำตามที่ไอ้ฟลุคพูด

แต่เพื่อนผมเสือกรักมันมากไง ผมเลยต้องใส่หน้ากากอยู่แบบนี้


.............................

'ทอมสายเท & เกย์ล่าแต้ม'


           “เลิกทำตัวเป็นยาสมานแผลให้มันได้ละมั้งไบร์ท ให้มันเลิกๆ กันไปน่ะดีแล้ว จริงๆ มึงก็ต้องการให้เป็นแบบนั้น ไม่เห็นต้องสร้างภาพเลย”

........................


          “พี่ว่าน้องเป็นคนน่าสนใจนะ อยากให้พี่สนใจมากกว่านี้มั้ย 

เอาไลน์มาสิ ทำความรู้จักกันหน่อย”

 “....

.........................

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

47 ความคิดเห็น