Change it love เพราะ(หัว)ใจเปลี่ยนแปลงได้เสมอ

ตอนที่ 32 : Change it love : 31 วันสุดท้าย ก่อนเธอจะไป...ฝึกงาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 127
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    11 มิ.ย. 61

31

วันสุดท้าย ก่อนเธอจะไป...ฝึกงาน

 

เสียงเตือนของโทรศัพท์ที่ตั้งปลุกไว้ดังขึ้นเป็นรอบที่ 5 ได้ หลังจากผ่านศึกษาหนักมาทั้งคืนคนที่ต้องออกไปสอบแต่เช้าเลยกลิ้งไปมาอยู่บนเตียงไม่ยอมลุกไปอาบน้ำสักที


“จะให้ผมอุ้มไปอาบน้ำมั้ยถ้าพี่จะขี้เกียจลุกเบอร์นี้อะ”

“ไม่ต้องขนาดหรอกน่า แค่ขอบิดขี้เกียจ...........อื้ออออ....” ว่าแล้วก็ขนาบตัวลงไปกับเตียงอีกจนได้  และทีเด็ดสุดที่จะทำให้เธอตื่นนั้นก็คือ...อุ้มครับ “เฮ้ย ไบร์ท! ยังไม่ได้ใส่เสื้อผ้าเลย”

“เข้าห้องน้ำก็ต้องถอดป่ะ หรือพี่จะใส่เสื้อผ้าอาบน้ำล่ะ”

“มันก็เห็นหมดดิวะ นี่สว่างแล้วนะ” โอ๊ย ที่ผ่านมาไม่เห็นอะไรเลยครับข้าวฟ่าง...

“อายทำไมนี่ผัวนะ มาๆ เดี๋ยวจะอาบน้ำให้ ไม่เกินห้านาทีสะอาดทั้งตัว” ว่าแล้วก็วางร่างบางลงบนพื้น พร้อมเปิดฝักบัวให้น้ำไหล

ตามสัญชาตญาณของผู้หญิงขี้อาย เธอยกมือขึ้นมาปิดหน้าอกที่ซ่อนรูปอยู่ภายใต้สปอร์ตบราและเสื้อผ้าหลวมๆ อย่างไม่ต้องมีใครบอก แต่อย่างว่าปิดบนก็เห็นล่าง จะปิดข้างล่างก็ไม่ทันแล้ว

“อย่ามองดิวะ! ออกไปเลยจะอาบเอง”

“ก็บอกว่าจะอาบให้ไง” น้ำเสียงปรับทุ้มลงอัตโนมัติ คนมาแก้ผ้าให้ดูตรงหน้ามีหรือจะอดใจไหว ผมไม่ใช่พระเจ้าที่จะทนต่อสิ่งเร้าได้ และนี่เมียนะคิดว่าผัวจะทนหรอ

“ไบร์ทฉันรีบ มันไม่ใช่เวลา...” ผมปิดปากเธอด้วยมือ ก่อนจะซุกไซ้ใบหน้าไปตามกล้ามเนื้อบนลำคอของเธอ พรมจูบผิวเนียนผ่านกระแสน้ำสัมผัสร่างกาย

ร่างผอมพอมีน้ำมีนวลอ่อนระทวยไปตามแรงนวดคลึง มือเรียวลูบไล้กล้ามเนื้อที่แขนของผมกลับอย่างรู้งานขณะเดียวกันที่มืออีกข้างก็ลูบวนอยู่บนหน้าท้องของผมต่ำลงไปเรื่อยๆ


อุณหภูมิของร่างกายร้อนขึ้นแข่งกับกระแสน้ำอุ่นที่ไหลรดผ่านเราทั้งสองคน มือที่กุมปากอิ่มไว้ค่อยๆ คลายออกแล้วเปลี่ยนมาเป็นกุมส่วนที่นุ่มที่สุดของร่างกายไว้แทน ริมฝีปากค่อยๆ ย้ายจากหัวไหล่มาใต้คางแล้วจุมพิตแลกเปลี่ยนความหวานกันอย่างไม่รู้เบื่อ... ขึ้นชื่อว่าทอม แน่นอนเธอใช้ลิ้นเก่งและผมไม่ได้รู้สึกรังเกียจเลยสักนิด ผมชื่นชมเธอด้วยซ้ำที่บางครั้งเธอทำมันได้ดีกว่าผม


            เวลาที่จำกัด ไม่เป็นผลต่ออารมณ์เร่าร้อนของทั้งสอง เลือดลมสูบฉีดมาที่สุดสำคัญและพร้อมที่จะเผด็จการกับคนตรงหน้าได้ทุกเมื่อ แต่รีบร้อนไปก็เกรงว่าจะตั้งรับมือไม่ทัน ลำพังแยกขาทั้งสองข้างออกจากกันก็ทำทีเป็นจะล้ม นี่ถ้าไม่จับสะโพกมนไว้พี่เขาคงเสียฟอร์มแย่ แต่นั่นแค่จังหวะแรกพอทุกอย่างลงตัวในจุดของมันแล้ว ก็ไม่มีอะไรเป็นอุปสรรค

 

...............................





            “ตั้งใจสอบนะครับที่รัก จุ๊บๆ”


            โบกมือลาไม่พอผมยังส่งจูบเย้ยเพื่อนรักที่กำลังจะข้าวห้องสอบไปพร้อมกับข้าวฟ่าง สีหน้าไม่แสดงอารมณ์อะไรแต่สายตาของอาร์ตมันฟ้องครับว่า กูโคตรหมั่นไส้มึง!’ ก่อนที่เขาจะเดินตามเพื่อนสาวไป ถ้าไม่ติดว่าอีกครึ่งชั่วโมงผมก็มีเรียนเหมือนกัน ผมคงมานั่งเฝ้าข้าวฟ่างทำข้อสอบไปแล้วแน่ๆ แต่ไม่เป็นไร เรียนตึกเดียวกัน แต่คนละชั้นเอง ...เอ...ผมมีนิสัยติดแฟนแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่นะ

            “เฮ้ย ไอ้ป๊อปตกลงแนวข้อสอบที่กูขอ จะให้มั้ย!” เสียงของไอ้รันดังในจังหวะที่เจ้าของชื่อกำลังเดินขึ้นบันได และมันก็เป็นจังหวะเดียวกันที่ผมเข้าไปเห็นพอดี

            “กูบอกแล้วไงว่าไม่มี อาจารย์ก็บอกในคาบในแล้ว ถ้ามึงเข้าเรียนมันก็ตามที่อาจารย์บอกนั่นแหละ”

            “ถุย! เขาลือกันว่าจารย์นนท์เรียกมึงไปเอา! แนวข้อสอบที่ห้องไม่ใช่หรอ ทีเด็ดคืออะไรบอกหน่อยดิวะ”

            “ถ้าอาจารย์รู้ว่าพวกมึงพูดถึงเขาแบบนี้ ชะตาของพวกมึงไม่ใช่แค่เอฟแน่ ถอย!” ตามสไตล์ครับ ป๊อปเดินผ่านพวกมันไปอย่างไม่รู้สึกรู้สา แต่ใครว่าเรื่องจะจบล่ะ

            “เดียวก็นักศึกษาแพทย์ เดี๋ยวก็อาจารย์ฟิสิกส์กูว่าน๊า ตั้งแต่เลิกกับผัวเก่าแม่งแรดขึ้นเยอะว่ะ”

            “จะหาเรื่องกูทำไมนักหนา” แล้วป๊อปก็ฟิวส์ขาด มันกระชากเสื้อไอ้คินที่ว่ามันอย่างหัวเสีย และผมคงปล่อยให้พวกมันต่อยกันต่อหน้าไม่ได้

            “มีปัญหาไรเคลียร์กับกูอีกคนได้นะ”

            “โธ่ ไม่ได้เป็นการหาเรื่องอะไรเลยนะไบร์ท เพื่อนมึงอะเข้าใจผิดไปเอง จริงๆ พวกกูก็เข้ามาถามดีๆ ไปเถอะคิน” แม้จะทำตัวกร่างหาเรื่องชาวบ้านไปทั่ว แต่ไอ้รันก็ไม่กล้าหือกับผมหรอก เพราะมันเคยโดนผมเตะอัดกำแพงมาแล้ว

            “ป๊อปเดี๋ยวก่อน” อีกคนหยุดตามที่ขอไว้ แต่ก็ไม่หันกลับมา “หลบหน้ากูทำไมวะ ทักไปทำไมไม่ตอบ แล้วจะเลิกคบกูเป็นเพื่อนแล้วจริงๆ หรอ” เอาจริงความรู้สึกค่อยๆ รั่วออกมาทีละนิด มันเริ่มเก็บไม่อยู่แล้ว

            “ก็เป็นเพื่อนกันอยู่...แต่เป็นแค่เพื่อนร่วมเอก”

            ให้ตายเถอะ ผมรู้สึกแปล้บๆ ที่หัวใจเลย

            “ยังโกรธเรื่องกูกับไอ้ต้นอยู่อีกหรอ เฮ้ย มันไม่ใช่ครั้งแรกแล้วมันก็จบไปแบบไม่มีการสานสัมพันธ์อะไรต่อด้วย มึงเห็นกูคบกับมันมั้ยก็ไม่นี่ จบไปแล้วตั้งแต่คืนนั้น” รู้ครับว่าทั้งสองจบกันจริงๆ ใจหนึ่งก็รู้สึกดีนะที่มันเลิกกัน แต่อีกใจก็รู้สึกผิดมากที่ทำให้ไอ้ต้นไม่เป็นผู้เป็นคนอยู่ในตอนนี้

            “หลังจากนั้นกูไม่รู้ แต่กูรังเกียจพวกมึง”

            “กูก็เกลียดมึงนะ แต่ที่ผ่านมากูก็แยกแยะป่ะว่าอะไรคือเพื่อน อะไรคือคู่แข่ง” ป๊อปเคยเป็นคนที่ผมรู้สึกดีด้วยในตอนแรก และมันก็ทำให้ผมเกลียดที่สุดในตอนนี้ “...วันนั้นกูเป็นฝ่ายเดินออกมาเพื่อให้มึงทำร้ายมันในวันนี้เนี่ยนะ กูรู้ว่ามึงเจ็บปวดในสิ่งที่ไอ้ต้นทำไว้ในอดีต แต่วันหนึ่งมึงก็ทิ้งทุกอย่างแล้วเดินออกมาแบบนี้นะหรอ?” พูดเหมือนอยู่ในเหตุการณ์นะครับ แต่ไม่หรอกไอ้ฟลุคเล่าให้ฟัง มันพึ่งไปช่วยลากไอ้ต้นส่งโรงพยาบาลเพราะโรคหอบกำเริบมาเมื่อคืนแล้วมาเล่าให้ผมฟัง แต่ผมก็เข้าใจความรู้สึกเพื่อนดี

            “อืม กูมันเลว” รู้นะว่ามันขี้ประชด แต่ความประชดของมันก็ได้ผลกับความขี้โมโหของผมทุกครั้ง “แต่ความเลวของกูน้อยนิดมาก เมื่อเทียบกับสิ่งที่พวกมึงทำไว้กับกู ทำดียังไม่ได้ ไม่ต้องเสือกมาสั่งสอนคนอื่น!

            ชี้หน้าด่าผมเสร็จป๊อปก็เดินเข้าห้องไป เออ!! ให้มันได้แบบนี้ดิวะ ตัดเพื่อนออกไปทีละคน ไม่ต้องคบใครแล้วมั้ยไบร์ท ไม่! จะทำให้มันเห็นว่าผมไม่มีใครคบไม่ได้ สังคมใหม่เกิดขึ้นได้ทุกเมื่ออยู่ที่เราจะเอาตัวไปอยู่ในสังคมแบบไหนต่างหาก

 


..............................

 


            “โอเค ถ้าได้เรื่องยังไงบอกกู จะได้ไปกูของจริงกันที่โรงงานเลย”

            บอกกับไอ้คินและไอ้รันเสร็จผมก็แยกตัวออกมา แต่อย่าพึ่งเข้าใจว่าผมเปลี่ยนสังคมไปคบกับไอ้พวกเหี้ยนี่นะ ผมแค่เข้าพวกกับมันเพื่องานกลุ่มก็แค่นั้น ถึงจะกวนประสาทเอาการแต่หัวสมองของไอ้รันก็ข้นใช้ได้เลยล่ะ

            “ทำไมมาคบพวกนี้ล่ะ” เสียงอันคุ้นหูดังขึ้นด้านหลัง

“ไม่ได้คบ แค่ทำงานกลุ่มด้วยกันเอง” ผมโอบไหล่ข้าวฟ่างตามประสาคนเป็นแฟนกัน แต่เธอไม่ค่อยจะชอบให้ผมทำแบบนี้ที่มหาวิยาลัยเท่าไหร่ เพราะสายตาที่มองมองมันเต็มคำสบประมาท ข้อครหาและคำนินทาต่างๆ ก็ลอยฟุ้งออกมาทุกครั้งที่เราเดินด้วยกัน ตรงกันข้ามกับผม ผมที่ยิ่งมองก็ยิ่งทำ

“ไม่อยากให้คบพวกนี้ รู้ใช่มั้ยพวกมันเล่นยา” รู้ด้วยว่ามันขายอะ แต่อย่างที่บอกไปครับ แค่ทำงานกลุ่มด้วยกัน ไม่ได้จะคบเป็นเพื่อนจริงจังซะหน่อย ผมยังไม่จนตรอกขนาดนั้น


เราจบเรื่องเพื่อนไว้แค่เท่านี้ดีกว่า เพราะผมหิวมากตอนนี้!


ผมทานอาหารที่สั่งมาตรงหน้าอย่างไม่ไว้หน้าใคร จนเจ้ามืออย่างซีนถึงกับเอ่ยให้มันเป็นวันสุดท้ายที่จะเลี้ยงข้าวผม แต่มันฟังดูเป็นเรื่องตลกครับ กลับจากฝึกงานเขาก็ต้องเลี้ยงข้าวผมสิ เพราะตอนนี้ผมเป็นเหมือนน้องชายอีกคนของเขาไปแล้ว การได้เจอกันบ่อยๆ บวกกับสถานการณ์ทำให้เราสนิทกันมากขึ้น

“ไปที่โน่นดูแลเพื่อนดีๆ นะพี่ ระวังอย่าให้ชะนีมาโฉบนางไปกินเด็ดขาด”

“จะดูแลดีเยี่ยงเมียคนหนึ่งเลยครับ มดไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอมเลยดีมั้ย”

“เว่อร์! กูไม่ได้เป็นง่อยนะ”

“อย่าพึ่งขัดดิฟ่างกูกำลังจะเรียกจูบจากผัวมึงเป็นค่าจ้างอยู่เนี่ย ฮ่าๆ” พูดเองขำเอง แต่บอกเลยโยงเข้าเรื่องนี้ไบร์ทไม่ขำ

“โถ่พี่ พูดแบบนี้ผมไปดูแลเองก็ได้”

“เอาน่ะ ดูแลตัวเองได้ ไม่ต้องห่วงหรอก” ...แกอยู่ทางนี้ก็อย่าแรดแล้วกัน!...แม้จะไม่ได้พูดออกมาแต่ผมก็อ่านใจข้าวฟ่างผ่านสายตาได้ ณ ตอนนี้ เกลียดฟอร์มของเธอจัง แต่ก็รักในความปากแข็งของเธอนะ

แต่จะอยู่มีความสุขด้วยกันแค่คืนนี้คืนเดียวเท่านั้น พรุ่งนี้เธอก็จะไปฝึกงานต่างจังหวัดแล้วสินะ

...คงคิดถึงน่าดู


.............................

'ทอมสายเท&เกย์ล่าแต้ม'

  




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

47 ความคิดเห็น

  1. #46 nongnet75 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 15:49

    รอๆๆๆค่ะไรท์

    #46
    0