Change it love เพราะ(หัว)ใจเปลี่ยนแปลงได้เสมอ

ตอนที่ 31 : Change it love : 30 รับได้หรือเปล่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 55
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    10 มิ.ย. 61

30

รับได้หรือเปล่า

 

            “มึงบอกกูทีว่าตอนนี้ไอ้ไบร์ทมันเป็นไข้ หรือมันเป็นง่อยวะ”

            เสียงทะเล้นจากไอ้ซีนทำผมหมดอารมณ์อ้อนเมีย วันนี้อุตส่าห์ทำใจตื่นมายิ้มรับเช้าวันใหม่อันสดใส ตั้งใจอย่างดิบดีว่าจะกราบขอบคุณพี่ซีนงามๆ ที่ช่วยชีวิตน้อยๆ ของน้องไบร์ทเอาไว้ แต่พอเข้ามาเห็นสภาพผมยังไม่ตายก็กวนตรีนใส่ปุ๊บเลย!

            “กว่ากูจะหลอกมันกินข้าวได้นี่ต้องใช้เวลานะ มึงอย่าพึ่งขัดได้ป่ะ” ครั้งแรกเลยที่ข้าวฟ่างว่าเพื่อนเพื่อปกป้องผม รู้สึกตัวลอยแปลกๆ แต่จะให้ตื่นเต้นดีใจไปความน่าสงสารก็คงไม่มีเหลือ

            “ฟ่างไม่ต้องป้อนแล้วก็ได้ ...อิ่มแล้ว” ผมทำทีเป็นยกแขนขึ้นช้าๆ เพื่อปัดช้อนที่ตักโจ๊กมาจ่อให้ที่ปากออกไป ทำตัวให้น่าสงสารที่สุดเพื่อเก็บคะแนนไว้ ซีนเบ้ปากใส่ผมเชิงหมั่นไส้ ในขณะเดียวกันที่ไอ้เฟรมก็เริ่มจะแฉเพื่อน

            “เห็นแบบนี้แล้วนึกถึงสมัยมะนาวป่วยเนาะ จำได้มัยที่นางตากฝนมาง้อได้ฟ่างถึงหอแล้วป่วยอะ”

            “มึงจะพูดถึงนางชะนีทำไมไอ้เฟรม! เสียบรรยากาศหมด”

            “โอ๊ยซีน ไอ้ไบร์ทมันไม่หึงหรอก กิ๊กเก่าไอ้ฟ่างมันก็เอามาแล้วเลย”

            “ไอ้เฟรม!” แล้วข้าวฟ่างก็ตวาดเมื่อเพื่อนไม่ยอมจบ

            “อันนี้กูไม่เกี่ยวเด้อ” ซีนยักไหล่แล้วเข้ามานอนเล่นบนเตียงกับผม “แดกๆ ไปเหอะไบร์ทพี่ก็พูดเล่นไปงั้น ไม่กินข้าวระวังเหี่ยวเหมือนแมวตัวนี้นะ” ว่าแล้วก็อุ้มแวนดี้จากตักผมไปวางไว้บนพุง ถ้าไม่ติดว่ากำลังอ้อนเมียอยู่ผมคงแย่งแมวกลับมาแล้ว ดีที่ดึงสติเอาไว้ได้

            “มันกินไม่ลงนี่”

            “ไม่ลงก็ฝืนกินอีกซักสี่ห้าคำเถอะ พึ่งกินไปนิดเดียวเอง จะได้กินยาไง”

            “อืม อีกนิดเดียวนะ ไม่อยากกินไรเลย” จริงๆ ถ้าเป็นอาหารอย่างอื่นผมกินต่อได้อีกทั้งจาน แต่โจ๊กนี่ขอบาย ใครเป็นคนเริ่มฟะ...ไม่สบายต้องกินโจ๊กเนี่ย?

 

ปังๆๆ

            เสียงเคาะคล้ายทุบประตูดังขึ้นพอเป็นพิธี ก่อนที่มันจะถูกเปิดออกเองโดยคนข้างนอก และเขาคนนั้นไม่ใช่ใคร ไอ้ฟลุคไงเพื่อนข้างห้องผมเอง

            “โธ่ เพื่อนกูทำไมสภาพเป็นแบบนี้ไปซะได้วะ”  ฟลุคกระโจนขึ้นมาบนเตียง หากซีนไม่หลบฟลุคคงนั่งทับหน้าเขาไปแล้ว ใจเย็นฟลุคนี่พี่นะ

            “ไอ้ฟลุค นั่นพี่มึงนะ” แล้วก็ข้าวฟ่างก็ประทานมะเหงกให้น้อง

            “โอ๊ยเจ็บนะ ขอโทษก็ได้อะ” ว่าแล้วก็ยกมือไหว้อย่างมีมารยาทตามฉบับได้ฟลุค “กราบขออภัยงามๆ แบบเบญจางคประดิษฐ์เลยครับ”

            “เปลี่ยนจากไหว้เป็นหอมแก้มขอโทษก็ได้นะฟลุค” นั่นไง!

            “น้องกูใจเย็น”

            “จูบตรีนผมแทนเถอะครับพี่ วู้! กูกะจะไม่หาเรื่องใครแล้วนะวันนี้” ก่อนที่มันจะหันหันมาสนใจผม “บอกกูมาดิ คนที่ทำมึงเป็นใครกูจะไปเอาคืนมันให้”

            “หยุดนะฟลุค จะแก้แค้นไปทำไมให้มันจบแค่นี้เถอะ”

            “ไอ้ไบร์ทสติแตกขนาดนี้พี่ยังจะให้ผมใจเย็นอยู่อีกหรอ” ผมก็ไม่อยากยอมหรอก เชียร์ครับเชียร์

            “ถ้ามึงล้มคนอย่างไอ้เนสได้ พวกกูก็จะไม่ขัดเพราะที่มันทำก็เกินไปจริงๆ” เฟรมเสนอความเห็น และครั้งนี้ทำให้ความรู้สึกแย่ที่มีให้ในตอนแรกค่อยๆ หายไป

            “ไอ้เนส?...นี่พวกพี่รู้จักมันหรอ?”

            “มันเป็นเพื่อนร่วมชั้นของไอ้ซีนสมัยมอปลายน่ะ”

            “อ่าว แล้วเงียบอยู่ตั้งนาน!” ว่าแล้วไอ้ฟลุคก็ลากซีนออกไป “เรามีเรื่องต้องคุยกันแล้วล่ะพี่ซีน”

            “ใจเย็นสิครับ โอ๊ยๆ ลากแบบนี้พี่เจ็บนะ” ไม่ต้องพิจารณามากก็รู้ว่าพี่ซีนตอแหลครับ เห็นไอ้ฟลุคโดนหยอกแบบนี้ก็อดขำไม่ได้ จะว่าไปคู่นี้ก็น่าจิ้นอยู่นะ

            “แล้วกูควรไปด้วยมั้ย?”

            “จะอยู่เป็นก้างก็ได้ครับ” ผมแกล้งหยอก และเฟรมเหมือนรู้ตัวครับ เขาตามสองคนนั้นออกไป

            “ทำไมพูด....”

            เหมือนคำนวณระยะทางไว้ล่วงหน้า แก้มตุ่ยๆ ของข้าวฟ่างหันโดนใส่ปากผมอย่างจัง คือไม่ได้จะฉวยโอกาสกับแฟนนะแค่อยาก.....หอมแก้มแฟนตอนเผลอบ้าง

            “ไอ้ไบร์ท”

            “ไม่มีแรงเลย กอดหน่อย”

            “นี่เดี๋ยวข้าวก็หกหรอก” ผมโน้มตัวไปตามการเอี้ยวเก็บของของแฟนสาว นานทีได้อ้อนก็เอาให้สุดสิครับ “อย่าทอดตัวแบบนั้นสิมันหนักนะ”

            “พลังงานเหลือน้อยก็เลยชาร์ตแบตฯ ไง เนี่ยได้กอดพี่ไว้นานๆ แบบนี้เดี๋ยวคืนนี้มีแรง ฮึบๆ แน่เลย”

            “พูดแบบนี้แสดงว่าหายแล้วใช่มั้ย”

            “หายตรงไหนไม่หายนะ แต่ไม่อยากให้พี่เห็นว่าผมกำลังรู้สึกแย่”

            “ช่างเถอะ มันผ่านมาแล้ว” คำพูดนี้ พร้อมกับสัมผัสจากมือที่กอดผมไว้จากแผ่นหลังมันทำให้อบอุ่นมากเลย อยากกอดเธอไว้แบบนี้ไม่ปล่อยไปไหน ได้มั้ย...

            “รับได้มั้ยพี่ ที่รู้ว่าผม...”

            “ก็บอกว่าช่างมันไง อะไรที่ทำให้ทุกข์ใจก็โยนมันทิ้งไปซะ เริ่มต้นใหม่ดีกว่า”

            โห่ ซึ้งเลยสิครับ น้ำตาคลอเลย

            “...ขอบคุณนะ”

            “อิไบร์ท” ข้าวฟ่างดันตัวผมออก แล้วหัวเราะใส่ผม “นี่ร้องไห้หรอ แกนี่มันตุ๊ดจริงๆ เลย”

            “ก็มันซึ้งอะ...” เธอยังไม่รู้สินะว่าสามีเธอเจ้าน้ำตาขนาดไหน

            “อิตุ๊ดร้องไห้ทำไม ไอ้ขี้แยหยุดร้องเดี๋ยวนี้เลย” หากข้างๆ นี้มีกระจกมันจะตลกแค่ไหนกันนะ ถ้าผมได้เห็นเงาสะท้อนของตัวเองนั่งอยู่บนเตียงแล้วมีผู้หญิงท่าทางเหมือนผู้ชายนั่งเช็ดน้ำตาให้ขณะที่หัวเราะกันไปด้วย ...ความรู้สึกดีใจตอนที่รู้สึกแย่มันเป็นแบบนี้เองสินะ

 

แอ๊ด....

            ประตูถูกเปิดออกช้าๆ ขณะที่ผู้ชายสามคนกำลังเอียงหน้าเข้ามาตามลำดับความสูงอย่างสอดรู้ ฟลุค เฟรม ซีน ข้าวฟ่างรีบผละตัวออกจากผมเพื่อป้องกันคำครหา

            “มารยาทการเคาะประตูก่อนเข้าห้องมีกันมั้ย”

            “งุงิๆ ไหนๆ หันมาสบตาหน่อยสิ” เฟรมจับหน้าซีนมาคลอเคลียร์เชิงล้อเลียน แต่มันไม่ดูไม่น่ารักเลย

            “ฮือๆ ปลอบเค้าหน่อยเค้าหิวเหล้า”

            “นี่พี่สองคนเป็นไรเนี่ย ความเกย์ขึ้นสมองหรอ วู้!” เหมือนฟลุคจะเป็นคนเดียวที่ไม่เข้าใจมุขของทั้งสอง

            พวกเขาเข้ามาหยอกล้อกันต่อนิดหน่อย ก็พาข้าวฟ่างออกไปซื้อชุดฝึกงาน ผมเลยได้โอกาสนั่งคุยกับไอ้ฟลุคต่อในห้อง

            “ตกลงเอายังไง ตอนนี้เพื่อนเราเหลือกันไม่กี่คน กูว่าอยู่อย่างสงบดีกว่ามั้ย โตๆ กันแล้ว”

            “ที่จริงจะไปโทษไอ้เนสอะไรนั่นฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ เพราะมึงเป็นตัวต้นเหตุของเรื่อง” คำพูดของฟลุคทำผมงงเบิ้ลสอง

            “ความผิดของกูยังไงวะ กูยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ”

            “ไอ้ซีนมันบอกกูว่ามึงไปยุ่งกับแฟนของไอ้เนส แล้วแฟนมันก็ติดมึงมาก มันเลยหาเรื่องรื้อฟื้นอดีตของมึงกับมันเพื่อสั่งสอนที่มึงไปยุ่งกับแฟนมัน”

            “แต่กูไม่ได้ยุ่งกับใครเลยนะ กูก็มีแต่พี่มึง”

            “อันนี้กูก็ไม่รู้สินะ เพราะกูไม่ค่อยได้เที่ยวกับมึงเลยช่วงนี้ แต่พวกมันบอกว่า เด็กผู้ชายที่ชื่อ ออมเป็นแฟนไอ้เนส

            ออมเป็นแฟนไอ้เนส?!!

            บรรลัยแล้วมั้ยล่ะ!!

            รู้สึกเสียดายออมขึ้นมาเลย...รับไม่ได้!!

 

...............................


          ไม่นะพี่ไบร์ท  เราแอบคุยกันเงียบๆ ก็ได้ สัญญาว่าจะไม่ให้แฟนพี่รู้ หรือถ้าพี่ลำบากใจออมเลิกกับพี่เนสก็ได้    คนเสียสละกอดผมไว้จากด้านหลัง ไออุ่นของหยดน้ำตาซึมลงแผ่นหลังชวนรู้สึกผิด หากเป็นคนทั่วไปคงตัดสินใจไม่ได้ง่ายๆ ว่าควรจะเอายังไงกับเหตุการณ์แบบนี้ แต่ผมเลือกได้เด็ดขาดเลยในตอนนั้น


            พี่ไม่ใช่คนที่ออมจะมาเสียดาย เราไม่ควรเจอกันอีก


ผมไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้อะไรง่ายๆ อยากจะแย่งเด็กคนนี้มาด้วยซ้ำหากว่าตอนนี้ผมยังไม่มีใคร แต่ผมไม่อยากให้ข้าวฟ่างต้องมาเสียความรู้สึกเพราะผม ไอ้เนสเป็นคนใกล้ตัวของเธอ และมันคงไม่ดีแน่ถ้ามันคิดจะเล่นงานผมผ่านผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วย

ที่สำคัญไปกว่านั้น ข้าวฟ่างยอมรับในอดีตอันอื้อฉาวของผมในวันนี้ ถ้าทำให้เธอเสียใจอีก เธอคงไม่ให้อภัยผมอีกแล้ว ถ้าเธอไม่เอา ผมคิดว่าคงไม่มีใครเอาผมแล้วล่ะ พวกเขาต้องรังเกียจผมแน่ๆ

 

            “ออกไปสามชั่วโมงได้อะไรมากินบ้างเนี่ย?”

            คนที่กำลังเทอาหารลงถาดข้าวแมวหันมาบ่น เห็นสีหน้ายุ่งๆ แบบนั้นสัญชาตญาณก็สั่งให้เข้าไปอ้อนเธอเพื่อลดโทษให้ตัวเอง

            “รถติดมากเลย มันเป็นช่วงหมอเปลี่ยนเวร นักเรียนกลับบ้าน คนเขากำลังเลิกอะคับ” ว่าแล้วก็เกยคางลงบนไหล่ของคนตัวเองกว่าจนได้ แม้ว่าเธอจะพยายามดันไม่ให้ผมเข้าหาก็เถอะ

            “ไม่ต้องชักแม่น้ำทั้งห้ามาเลยนะ น้องอาการเป็นยังไงบ้าง”

            “ลุกไปไหนมาไหนเองได้แล้วล่ะ เห็นหมอว่าจะให้กลับบ้านแล้ว แต่แม่จะให้นอนเอาประกันอีกสักสองสามคืน” บอกเลยว่าไปเห็นสภาพน้องชายในวันนี้แล้วก็รู้สึกดีขึ้นมาก ถึงแม้ใบหน้าจะช้ำเลือดมากกว่าตอนเป็นแผลสดก็เถอะ “แล้วก็รอให้ตำรวจลากคอคนทำมาให้เหยียบหน้าก่อน”

            “แค่เตือนก็พอแล้วมั้ง อีกอย่างแก้แค้นกันไปกันมา ไม่มีทางจบแน่ๆ”

            “ระดับนี้ไม่มีเตือนแล้วล่ะ ทำกันขนาดนี้ไม่ใช่แค่ผมที่ทนไม่ได้”

            ให้บอกมั้ยล่ะ ว่าครอบครัวเราจัดการกับคนทำยังไง... อีกเหตุผลที่ผมกลับมาช้าไม่ได้แค่รถติด กับไปหาออมสินมาหรอก ตอนแรกมันก็บังเอิญตรงที่ไปเจอน้องมาเยี่ยมเจ้าบอสพอดีก็เลยเคลียร์กันจบไป แต่ใครจะไปคิดว่าตอนเดินออกมาผมจะเจอไอ้ไทน์เพื่อนรักเพื่อนร้ายเดินชะม้ายชายตาอยู่แถวนั้น


            มาดูผลงานสินะ’ 

               ผมเข้าไปทักทายมัน แล้วไงต่อ? มันยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องในนี้พร้อมท้าให้หาหลักฐานมาจับได้เลย หึ! ท้าทายกันอย่างนี้ก็ต่อยหน้ากันทีหนึ่งล่ะครับ งานนี้ต้องขอบคุณลุงยามที่ผ่านมาเห็นพอดีไม่อย่างนั้นผมคงโดนมันสวนหน้าบวมกลับมาให้ข้าวฟ่างถามอีกแน่

 

“ได้อะไรมากินบ้างดูดิ หิวจนจะกินแมวได้สองตัวแล้ว” ข้าวฟ่างแย่งถุงอาหารในมือผมไปเปิดดูเพื่อเบี่ยงประเด็น

            “กระเพราไข่เยี่ยวม้าร้านเฮียซ้อ ละก้อหมูกรอบผัดน้ำมันหอยร้านป้าต้อยหลังมอของโปรดที่รักนั่นแหละ จริงๆ จะซื้อแกงส้มชะอมไข่มาด้วยแล้ว แต่กลัวกลิ่นมันจะอยู่ในห้องนานเลยไม่เอา”

            “นี่จำได้ด้วยหรอ”

            “ได้สิ ถึงจะจำได้ไม่เยอะเท่าไหร่ แต่ก็ใส่ใจที่จะจำนะครับ”

            “ปากดีนะช่วงนี้ พึ่งรู้ว่าเอาใจเก่งด้วย”

            “นอกจากปากจะดี เอาใจเก่งแล้ว ลีลาก็ดีด้วยใช่ป่ะ” ว่าแล้วก็หยอกเล่นซะหน่อยจะว่าไปช่วงนี้ไม่ค่อยได้กำไรจากข้าวฟ่างเลย

            “ใครบอกหรอ ฉันไม่เคยชมแกเลยนะ”

            “หรอๆ ไม่เคยชมหรือไม่เคยจำได้อะคับ เดี๋ยวนะๆ คืนนั้นใครพูดนะว่า....”

            “กินข้าวดีกว่า”

            “แหมะ ใจร้อนจริง ป่ะ กินเสร็จแล้วลงเตียงเลย”

            “ไอ้หื่น!! วกเข้าเรื่องนี้ตลอดเลยนะ” ถึงจะด่าแต่ใบหน้าก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม


            ช่วงเวลาที่อยู่กับข้าวฟ่างมีความสุขที่สุดแล้วล่ะครับ ถึงแม้เธอจะไม่หวานเหมือนผู้หญิงคนอื่น ไม่ได้หื่นออกหน้าออกตาเหมือนผู้ชายที่เคยคบ แม้ว่าจะปากแข็งไปหน่อยแต่การที่เธอช่วยดูแลผมในตอนที่ไม่สบายมันก็แสดงออกถึงความรักที่เธอมีให้ผมแล้วล่ะ


            ผมเหนื่อยมาพอแล้วกับการล่าแต้มอย่างไม่มีเป้าหมายเพื่อความสะใจของตัวเอง เหนื่อยแล้วที่จะต้องแบกรับกับผลกรรมที่กระหน่ำลงมาปานฝนห่าใหญ่ แม้ไม่ใช่หลังคาแข็งแกร่งที่คุ้มกันเม็ดฝนได้ทั้งหมด แต่ข้าวฟ่างก็เปรียบเสมือนร่มเล็กๆ ที่ช่วยไม่ให้ผมเปียก และก้าวผ่านฝนห่าใหญ่นี้ไปได้


.............................

'ทอมสายเท&เกย์ล่าแต้ม'


 





 





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

47 ความคิดเห็น

  1. #45 nongnet75 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 15:46

    โลกกลมไปอีก รอๆๆค่ะ

    #45
    1
    • #45-1 Peemhaha(จากตอนที่ 31)
      5 มิถุนายน 2561 / 12:28
      เป็นกำลังใจให้กันตลอดเลย ขอบคุณจ้า><
      แฟนพันธุ์แท้จริงๆ
      #45-1