Change it love เพราะ(หัว)ใจเปลี่ยนแปลงได้เสมอ

ตอนที่ 25 : Change it love : 24 คนกล้าท้า....

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 39
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    26 เม.ย. 61

24

คนกล้าท้า....

 

            ท่ามกลางแสงสีของร้านอาหารในย่านสถานบันเทิงส่องแสงวิบวับๆ ปลุกเร้าความคึกคักเหล่านักท่องราตรีให้ลุ่มหลง สาวสวยที่ออกมานั่งดึงดูดหน้าร้านก็ล่อตาชวนให้เข้าไปทักทาย แต่ร้านเดียวที่ผมสนใจอยู่ตอนนี้คือ K Club สถานบันเทิงใหญ่ที่รวมทุกเพศ ทุกวัย และเป็นร้านที่แฟนผมพึ่งจะเช็คอินไปไม่กี่นาทีที่แล้ว


            “ให้มันได้แบบนี้ดิกูเกลียดสายตาที่ชะนีน้อยพวกนั้นมองสาดด” ไม่พูดเปล่าเพื่อนไทน์ยังชักสีหน้าประหนึ่ง ชะนีน้อย ที่ว่านั้นเป็นหนอนชาเขียวที่มันเกลียดเลย

            “วันนี้มึงขับบีเอ็มมา สาวๆ ก็มองเป็นธรรมดาแหละ” เพราะความรวยมาแต่ชาติกำเนิด และหน้าตาที่หล่อเหลาของไทน์ทำให้เขาเป็นที่สนใจของพวกที่คิดจะเกาะมันกิน แต่ในความรวยนั้นก็เต็มไปด้วยความขี้เหนียวแหละฮะ นี่ถ้าไม่ติดว่าฝนเริ่มจะลงเม็ดมันไม่มีทางเอาบีเอ็มลูกรักของมันออกมารับผมแน่

            “คืนนี้ถ้ากูไม่ได้หิ้วหล่อๆ ตี๋ๆ กลับห้อง กูจะควงมึงนี่แหละเย้ยพวกนาง”

            “แค่คิดก็ขนอ่อนลุกละ พอเถอะ” เนื่องด้วยเป็นสายรุกเหมือนกัน ผมจึงไม่สามารถคิดอะไรกับไทน์ได้จริงๆ เราแยกย้ายกันแค่ตรงนั้น ไทน์ไปหาเพื่อนอีกกลุ่มหนึ่งของเขา ในขณะที่ผมก็พยายามมองหาข้าวฟ่าง

            และเป็นไปตามความคาดหมายครับ พวกเขาอยู่กันพร้อมหน้า ซีน ซีเกมส์ เฟรม อาร์ต ฟ่าง


            “สวัสดีครับทุกคน”

            ผมทำเนียนเข้าไปกอดคอที่รักพร้อมกับส่งยิ้มตอแหลให้ทุกคนอย่างทั่วถึง คนแรกที่ส่งยิ้มตอบมาไม่ใช่ใคร

 พี่ชายผมเอง...

            “จ่ายมา ใครที่พนันกูไว้เมื่อกี้” หากแต่ไอ้ซีนไม่ได้พูดกับผม มันกำลังเรี่ยไรเงินจากไอ้เฟรมที่คาดว่าจะท้าอะไรกันบางอย่างเรื่องของผม

            “มั่นหน้าท้าตีนมากนะมึง เข้ามาหาเพื่อนกูถึงที่เลยหรอ” ว่าผมเสร็จซีเกมส์ก็หันไปบอกพนักงานเสิร์ฟให้จัดการเครื่องดื่มให้ผม

            “ก็เมียผมอยู่นี่จะให้ผมไปไหนอะครับ” ว่าแล้วก็หอมแก้มอวดเลย ไม่กล้าท้าตรีนอย่างเรียกผมไบร์ทครับ ซึ่งก็ไม่วายโดนเมียดันหน้าออกมา

            “เล่นใหญ่เพื่อ? กลับโต๊ะแกไปได้แล้วไป”

            “ไม่เป็นไรฟ่าง ไม่เป็นไร ไหนๆ น้องก็มาแล้ว ให้น้องอยู่ด้วยกันก็ได้ หลายๆ คนสนุกดี” กราบพี่ซีนฮะ

            “ถูกต้องครับพี่ ยินดีทีได้รู้จักทุกคนอย่างเป็นทางการอีกครั้งนะครับ” ว่าแล้วก็คว้าแก้วที่ไอ้เกมส์รับจากพนักงานมาสลับกับแก้วของข้าวฟ่างเพื่อความปลอดภัย แล้วยกขึ้นชูเตรียมคนกับทุกคน บอกเลยว่างานนี้จะใช้แผนเดิมกับผมไม่ได้แล้ว ถึงจะดูโง่ๆ แต่ผมก็ไม่ได้โง่ขนาดนั้นหรอกนะ

            “ทำเป็นสลับแก้ว ที่แท้ก็แอบกลัวอยู่หรอก” สุดยอดของการหาเรื่องต้องยกให้ซีเกมส์

            “กลัวว่าคืนนี้จะจัดหนักจนคนบางคนแถวนี้ต้องร้องขอชีวิตน่ะครับ”

            “ถ้าพวกกูจะมอมมึงน่ะ ทำตอนนี้ก็ได้” ไอ้อาร์ตแสดงสีหน้ารำคาญใส่ผม ก่อนจะหยิบแก้วมาร่วมชนด้วย ตามด้วยเฟรม ซีนเกมส์และซีน


            ...และแขกผู้ไม่ได้ถูกรับเชิญ


            “ขอชนแก้วด้วยคนดิ”

            รอยยิ้มทรงเสน่ห์ที่มาพร้อมกับความเจ้าเล่ห์ นัยน์ตาคมแกร่งอ่อนลงเมื่อสบตาเข้ากับผมอย่างจัง

            “เฮ้!...หมดแก้วแด่รักของมึงฟ่าง” พูดจบเฟรมก็กระดกน้ำในแก้วจนหมด คนอื่นๆ ก็ตามทำแต่ผม...ผมยังทำแบบนั้นไม่ได้ ขอผมดึงสติกลับมาแป๊บ

            “ใช่นายจริงๆ ด้วย โตขึ้นเยอะเลยนะ” ตามมารยาทแล้วผมควรจะทักทายคนอายุมากกว่าก่อน หากแต่คำตรงหน้ากลับเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นมาก่อน

            “รู้จักไบร์ทด้วยหรอ ดีเลยงั้นไม่ต้องแนะนำแล้วเนาะ” ซีนว่า ก่อนจะหันมาทางผมบ้าง “นายก็รู้จักกับเนสแล้วใช่มั้ย?” ไม่อยากยอมรับเลยว่า ใช่

            ไม่รู้ว่านี่คือการเตรียมการของใครหรือเปล่า พวกเขาพนันกันว่าผมต้องมาเลยนัดให้ เนส มาร่วมโต๊ะด้วยใช่มั้ย พวกเขารู้ได้ยังไงว่าถ้าผมเจอหมอนี่แล้วผมจะไปไม่ถูก 

               ไม่สิ! ไม่มีใครรู้ เรื่องมันนานมาแล้วถ้าคนในวันนั้นไม่พูดก็ไม่มีใครรู้หรอก

            “ก็มึงประกาศว่าจะจีบน้องเขาเมื่อต้นเทอมไม่ใช่หรอ ใครจะไม่รู้จักวะ แล้วยิ่งน้องหักหน้ามาเอาเพื่อนในกลุ่มของมึงด้วยแล้ว น้องก็ยิ่งดังดิวะ” พูดกับซีนจบก็หันมาพูดกับผม ฮึ! ผมเกลียดสายตาของมัน

            “จริงๆ มันเกิดจากความผิดพลาด ฉันมีเหตุผล”

            “ก็ไม่ได้สนใจเรื่องนั้นหรอก” เขาบอกข้าวฟ่าง และหันมาพูดกับผม “แต่ดีใจที่ได้เจออีกนะ มาสนุกกันดีกว่า” พูดมาขนาดนี้แล้วผมคงสนุกด้วยหรอก แม่ง! สถานการณ์ไม่เข้าท่าแล้ว ผมควรเก็บอาการสิวะ ทำไมถึงปล่อยให้สายตาแบบนั้นมันทำร้ายตัวเองอยู่ได้ เดี๋ยวก็เสียเรื่องหมดหรอก

            “เพื่อนให้ไปหา เดี๋ยวสูบบุหรี่กับพวกมันแป๊บนึงนะ” ทำทีเป็นหยิบมือถือออกมาดูเสร็จก็บอกกับข้าวฟ่างแล้วเดินจากมา ไม่ไหวแล้ว ความอยากจะเข้าไปกระชากคนสูง 185 เซนฯ เข้ามาต่อยให้หน้าพังซะรู้แล้วรู้รอด มันจะระเบิดแล้วความรู้สึกผม

            คิดว่าชาตินี้จะไม่ได้เจอมันแล้วนะ ให้ตายเถอะทำไมต้องมาเจอที่นี่ด้วย

 

……………………


 

ผัวะ!


            ความอัดอั้นตันใจที่สะสมไว้ตั้งแต่เจอพี่เนสมันล้นออกมาเป็นแรงหนักๆ กระทบเข้ากับใบหน้าหล่อทะเล้นของไทน์ ทั้งๆ ที่มาด้วยกันในตอนแรกแต่ความเมาทำให้ผมใช้กำลังกับเพื่อนรักจนได้

            “ดึงสติมึงกลับมาเดี๋ยวนี้ นั่นเพื่อนมึงนะ!  ว่าแล้วก็หันปลายนิ้วไปหาคนที่หลับคอพับอยู่ในรถ

            “เฮอะ ถ้ารู้ว่าบอกมึงแล้วจะเป็นแบบนี้ กูน่าจะเอามันให้เสร็จก่อน”

            “นี่ยังไม่สำนึกอีกรึไงวะ!” คำพูดท้าทายทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะเข้าไปกระชากปกเสื้อกลีบเนี้ยบของไทน์

            ต้นสายปลายเหตุของเรื่องนี้เป็นมายังไงนะหรอ?

            มันต่อเนื่องหลังจากที่ผมเลื่อนดูฟีดข่าวขณะไปสูบบุหรี่ ป๊อปโพสบอกสถานะของตัวเองในตอนนี้ว่าโสดและต้นไพน์ก็โพสเชิงอาลัยอาวรณ์เมื่อประมาณ 5 ชั่วโมงที่แล้ว ผมทักไปถามในกลุ่มก็ไม่มีใครตอบ โทรหา

ไอ้ป๊อปก็ติดต่อไม่ได้ จนมาโทรหาต้นไพน์ก็ได้รู้ว่า เรื่องของทั้งสองคนจบลงไปแล้วจริงๆ

            ในพื้นฐานของคนที่เคยมีความรู้สึกดีให้ ผมเลยอดเป็นห่วงไม่ได้เลยตัดสินใจโทรหาไทน์เพื่อยืมรถไปหาเพื่อน แต่ใครจะไปรู้ว่าไอ้ไทน์จะตอบกลับมาว่าแบบนี้..


            กูอยู่กับต้นไพน์ และคืนนี้กูจะทำให้เขาลืมแฟนเก่าเอง


            ผมที่เฝ้าทะนุถนอมหมอนั่นมาตลอดจะทนได้หรอ ใช่ว่าจะยังไม่ลืมรักครั้งเก่า แต่คนนี้เพื่อนรักของผมนะ ผมจะปล่อยให้เพื่อนอีกคนฉวยโอกาสกับเขาได้ยังไง

            “มึงจะอะไรนักหนาวะ เจ้าตัวยังไม่เดือดร้อนเท่ามึงเลย ถ้าคนที่โวยวายเป็นไอ้ต้นกูจะไม่ว่าสักคำ”

            เพราะต้นไพน์เมามากจนควบคุมตัวเองไม่ได้นะสิ ดูจากสภาพตอนนี้ต่อให้โดนอุ้มไปฆ่ามันก็ยังไม่รู้ตัวเลย นับประสาอะไรกับการที่มึงลากมันมาจูบในรถล่ะ ผมรู้ดีว่าเพื่อนคนนี้เมาแล้วปล่อยเนื้อปล่อยตัวแค่ไหน

            “กูว่ามึงเมามากแล้วไทน์ กลับหอมึงไปซะกูจะไปส่งเพื่อนกูเอง”

            “มึงมีแฟนแล้วไบร์ท รู้สึกผิดต่อแฟนมึงหน่อยดิ” คำพูดของไทน์ทำให้ผมหันกลับไป

            “หมายความว่ายังไง”

            “คิดว่ากูไม่รู้อะไรเลยสินะ” ความเมาทำให้ไทน์กล้าพูดมากขึ้น “ทุกครั้งที่มึงไปส่งไอ้ต้นในสภาพนี้ มึงก็จูบกับมันทุกครั้งแหละวะ มึงสองคนแอบกินกันคิดว่ากูไม่รู้หรอ”

            “ใครบอกมึง”

            “กูรู้ เพราะกูเห็น อย่าคิดว่าทำอะไรเลวๆ ไว้จะไม่มีใครรู้นะ แต่ก็ไม่รู้ว่าถ้าฟลุค พี่ฟ่างและไอ้ป๊อปรู้ เรื่องมันจะเป็นยังไง”

            “ไทน์ มึงหุบปากไปเลยนะ” ให้ตายเถอะวันนี้ไทน์ทำผมหมั่นไส้เหลือเกิน

            “ปล่อยต้นไพน์ไว้กับกูสิ แล้วกูจะไม่บอกใคร”


            ความรู้สึกในตอนนั้นทั้งโกรธและแค้นเพื่อนมาก ผมถึงขั้นจะตัดเพื่อนกับไทน์ที่มันกล้าเอาต้นไพน์มาต่อรองกับผม แต่ก็พยายามคิดว่า เพราะเมาไทน์เลยกล้าพูดอะไรแบบนั้นออกมา ต้นไพน์หน้าตาดีที่ไม่ค่อยพูดเลยดูหยิ่ง ก็ไม่แปลกที่จะมีคนอยากฟันเพื่อนเอาชนะ ในขณะเดียวกันที่เขาก็เป็นคนน่าสงสารคนหนึ่ง

            หากผมปล่อยให้ต้นไพน์ไปกับไทน์ในตอนนั้น ผมคงรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต...

 



แอ๊ด....

            ผมเปิดประตูเข้ามาในห้องพร้อมกับชุดนอนและเสื้อช็อปที่เตรียมมารีดเพื่อใส่ไปเรียนพรุ่งนี้ ขณะเดียวกันที่เจ้าของห้องกำลังงัวเงียเดินไปนอนต่อที่เตียง

            “คราวหน้ากลับไปนอนที่ห้องแกเลยนะ ฉันจะไม่ลุกไปเปิดให้แล้ว” พูดเสร็จก็นอนต่อ อยากจะเข้าไปง้ออยู่หรอก แต่อารมณ์ตอนนี้มันมืดๆ มัวๆ ยังไงก็ไม่รู้ มันไม่อยากพูดอะไร แค่ก้มลงไปจุมพิตบนหน้าผากของยัยขี้เมานี่ก่อนอาบน้ำก็พอ


            สวมกอดร่างบางจากด้านหลัง กระชับไออุ่นหอมๆ หลังอาบน้ำให้อีกคนรู้สึกดีแล้วหลับตาไปพร้อมกับเธอ อีกนิดเดียวสมองก็จะตัดภาพทุกอย่างแล้ว แต่คนที่พึ่งเอ่ยถึงได้พูดบางอย่างออกมาเสียก่อน

            “ไปไหนมา ไปกับใครหรอ”

            “ไปส่งไอ้ต้นมา มันเมามากเลย”

            “ใช่หรอ ไม่เห็นบอกเลย” ข้าวฟ่างพลิกกายมามองผม

            “ขอโทษครับ มันมีเรื่องราวกันนิดหน่อยเลยไม่ทันบอก” เห็นดวงตาปรือของคนตรงหน้าแล้ว อารมณ์ก็ดีขึ้นมาเฉยเลย “หึงหรอ”

            “แล้วหึงไม่ได้หรอ?” ให้ตายเถอะ คำถามนั้นทำให้ผมยิ้มได้

            “ได้สิ ก็ยังไม่ได้ว่าอะไรเลย ดีใจด้วยซ้ำที่พี่หึงผม” ว่าแล้วก็ใช้ปลายนิ้วลูบแก้มมนเบาๆ

            “ขออะไรอย่างนึงได้มั้ย”

            “ได้ครับ”

            “อย่าทำตัวเหมือนที่ผ่านมาอีก ฉันไม่อยากให้ใครมองว่าฉันเป็นแค่ของเล่นของนาย”

            “ทุกวันนี้ผมก็ไม่ได้อะไรกับใครเลยนอกจากพี่ อาจจะเที่ยวบ้างไรบ้าง แต่ก็ไม่คิดจะหาใครใหม่แล้ว” เอาจริงๆ ผมคบใครคบทีละคนนะ แต่เพราะหน้าตา บวกอะไรหลายๆ อย่างมันทำให้ผมดูเป็นคนเจ้าชู้ แต่ถ้ามีแฟนแล้วผมไม่เคยนอกใจ

            “ฉันไม่รู้ว่าแกจะทนฉันได้นานแค่ไหน แล้วยิ่งเดือนหน้าฉันต้องไปฝึกแล้ว”

            “...”

            “ฉันต้องไปต่างจังหวัด”

            “ต้องห่างกันสินะ”

            “รอได้มั้ยล่ะ”

            “ทำไมจะไม่ได้ แค่ไปฝึกงานเอง”

            “ให้เวลามันพิสูจน์ละกันว่าจะทำได้อย่างที่พูดมั้ย”

            ถึงจะไม่แสดงออกว่าสนใจผมเท่าไหร่ แต่คำพูดของเธอก็แฝงเป็นนัยน์ๆ ว่าต้องการผม แค่นี้มันก็ทำให้ผมรู้สึกดีและอยากที่จะรอเธอ แต่จะว่าไปก็อดน้อยใจในโชคชะตาตัวเองไม่ได้นะ รักกำลังจะไปได้สวยแต่ก็ต้องมาไกลห่างกันอีก จะแฮปปี้ดี๊ด๊าเหมือนคนอื่นเขาไม่ได้เลยรึไงฟระ!

            แต่อย่างว่าแหละผมต้องใช้ชีวิตในช่วง 1 เดือนก่อนที่ห่างกันร่วมกับข้าวฟ่างให้ได้มากที่สุด

 

........................

 

@ห้องน้ำชาย ตึกวิศวกร2

 

            กระแสน้ำไหลฝ่ามือลงสู่ท่อระบายน้ำ โดยปกติแล้วคนนัยน์ตาหวานจะเช็ดมือให้ก่อนจะหยิบจับอะไร แต่วันนี้แปลกที่พอข้อความเข้าก็รีบปิดก๊อกแล้วหยิบมันขึ้นมาอ่านทันที รอยยิ้มผุดขึ้นบนริมฝีปากพร้อมกับข้อความที่เด้งเข้ามารัวๆ

            “คืนดีกันแล้วหรอ?” รอยยิ้มของไอ้ป๊อปทำให้อดถามถึงเพื่อนชายไม่ได้

            “ยังหรอก” คำตอบที่ไม่ตรงกับอาการดี๊ด๊าของเพื่อนทำให้ต่อมเผือกผมทำงาน

            “แล้วมึงได้คุยกันยัง ทะเลาะกันเรื่องไร”

            “กูว่าจะไม่คุยแล้ว” แล้วสีหน้าของป๊อปก็เปลี่ยนไป “ทะเลาะกันเรื่องเดิมๆ จบลงแบบเดิมๆ ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะยื้อกันไปแล้วว่ะ”

            “มึงไม่รักมันแล้วหรอ?”

            “ถามเพื่อนมึงก่อนมั้ย ว่าเคยรักกูรึเปล่า” อ่าว คำพูดนั้นมันทำผมร้อนขึ้นมาเลย

            “อย่าโง่ไอ้บื้อ ถ้าไม่รักมึงมันจะงี่เง่าขนาดนี้มั้ย เมื่อคืนสภาพมันเป็นยังไงมึงก็เห็นแล้วนี่ ปกติมันเคยเมาแบบนี้หรอก” ว่าแล้วก็ใส่เป็นชุด หากแต่คงไม่กระตุ้นต่อมสำนึกของอีกคนเท่าไหร่

            “มันแค่อยากเอาชนะ มึงไม่มาเป็นกู มึงไม่เข้าใจหรอก” ว่าแล้วป๊อปก็เดินออกจากห้องน้ำไป

            บอกตามตรงคำพูดที่มันใช้แก้ตัวทำเอาผมของขึ้นและคงไม่ลงง่ายๆ ผมโมโหและอยากจะเข้าไปต่อยหน้าเรียกสติเพื่อนกลับมา แต่ความโผงผางที่มากไปทำให้ไม่ทันมองร่างสูงเฉียด 2 เมตรของคนที่พึ่งเข้ามา


ปึก!!

            ไหล่ผมกระแทกเข้ากับไหล่ของพี่เนสอย่างจัง

            “หาเรื่องพี่หรอไบร์ท” คล้ายจะเป็นคำพูดหาเรื่องแต่ยืนยันได้ว่าเป็นการหยอกล้อ

            “เปล่า”

            “เดี๋ยวสิ” มือหนาจับที่ต้นแขนผมไว้ อยากสะบัดแขนออกไปแต่กลับไม่มีแรง “ยังกลัวพี่อยู่หรอ”

            “อย่ามายุ่งกับกู!

            “ไบร์ท” ยิ่งน้ำเสียงอีกคนแสดงว่าเป็นห่วงมากแค่ไหน ผมก็ยิ่งสมเพชตัวเองมากเท่านั้น ทำไมกัน! เนสจะกลับมาตอกย้ำความรู้สึกผมทำไมวะ “ไบร์ทเราคุยกันก่อนมั้ย ฟังพี่ก่อนสิไบร์ท”


.............................

'ทอมสายเท&เกย์ล่าแต้ม'

 


>>>><<<<


   




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

47 ความคิดเห็น