Change it love เพราะ(หัว)ใจเปลี่ยนแปลงได้เสมอ

ตอนที่ 21 : Change it love : 20 ไม่พูด ไม่ฟังเท่ากับไม่เข้าใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 85
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    23 มี.ค. 61


 

20

ไม่พูด ไม่ฟังเท่ากับไม่เข้าใจ

 

@ห้องเรียน A

            เสียงปรบมือเบาลงเช่นกันกับภาพไฟล์งานบนจอมอนิเตอร์ที่สีค่อยๆ จางไป ไมโครโฟนบนโต๊ะกำลังถูกอาจารย์ท่าทางสมาร์ทวัยสามสิบปลายๆ หยิบไปสรุป เหมือนหูฉันดับไปในนาทีนั้น ทุกอย่างมันโฟกัสไปยังคนที่นั่งอยู่ข้างๆ อย่างหัวเสีย

            “ใจคอแกจะไม่พูดอะไรกับฉันจริงๆ หรอไอ้อาร์ต”

            “...” บ้าเอ้ย! มันจะเงียบไปถึงไหน ทั้งๆ ที่วันนี้อาจารย์นัดเสนอโปรเจค และกลุ่มเราก็ตกลงกันแล้วว่าฉันกับเขาจะเป็นคนนำเสนอ แต่เพราะเรื่องวันนั้นมันจึงกลายเป็นว่าฉันต้องกลายมาเป็นคนกดสไลด์และให้เฟรมไปเป็นคนนำเสนอแทน โดยที่ฉันไม่มีข้อมูลอะไรในหัวเลย!

            “ฉันต่างหากที่ต้องเป็นคนโกรธแก คุยเรื่องงานก็ได้ ถ้าไม่อยากคุยเรื่องทั่วไปน่ะ” ปกติหมอนี่จะชวนฉันคุยก่อนทุกครั้งที่เจอกัน แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ “แกบ้าไปแล้วรึไง!

            อีกคนยังไม่สนใจฉันจนถึงวินาทีสุดท้ายที่อาจารย์วางไมค์ฯ ลง มิหนำซ้ำยังเก็บข้าวของออกไปเหมือนไม่เห็นฉันอยู่ตรงนี้

            “เออ!! จบโปรเจ็คนี้ไม่ต้องมาให้กูเจอหน้าอีกนะ ไอ้บ้าเอ้ย!

โครม!

            แล้วความโมโหก็กลั้นไม่อยู่ ฉันพาลจนถีบโต๊ะแลคเชอร์ใส่ไอ้อาร์ตจนมันหันมามองแวบหนึ่ง ก่อนจะเดินออกไปอย่างไม่สนใจ นี่ถ้าซีนไม่ดึงเสื้อฉันไว้ มีหวังได้ตามออกไปต่อยปากคนแน่ๆ

            “ให้เวลามันทำใจหน่อยก็ได้ เพื่อนกำลังอกหัก มึงก็ไปเซ้าซี้มันอยู่ได้”

            “กูอึดอัดเว้ย ผ่านมาเป็นอาทิตย์แล้วนะ แม่งไม่ยอมพูดอะไรกับกูเลย” ขนาดไปทำโปรเจ็คก็ยังให้ไปที่ห้องไอ้เฟรม ทั้งๆ ที่ผ่านมาจะไปบ้านไอ้อาร์ต ไม่ก็มาห้องฉัน แม้แต่เวลาแลกเปลี่ยนความคิดกันไอ้หมอนั่นยังให้เฟรมเป็นคนสื่อสารแทนเลย

            “เขาก็ไม่พูดมาเป็นอาทิตย์ หล่อนจะมาโมโหอะไรเอาวันนี้ล่ะ” ซีเกมส์ก็ขยี้ผมฉันซะเสียทรง แล้วก็ไม่วายที่หันมาแซวเรื่องบ้าบอที่ฉันไม่อยากนึกถึงต่อหน้าไอ้ซีน “สะสมมาจากเหตุการณ์เมื่อเช้ารึเปล่าน๊า”

            “หยุดพูดไปเลยนะเกมส์ ไม่ใช่เรื่องนั้น”

            “เหตุการณ์ไรวะ ว้า ไม่น่ามาสายเลย เล่าๆๆ หน่อยอยากเผือก” หยุดกวนได้แล้วไอ้ซีน

            “เกมส์ ถ้าเล่าให้ไอ้ซีนฟังนะ กูจะ...แหวะ ถุย!” ให้ตายเถอะไอ้ซีนเอามือป้ายลิ้นฉัน จับอะไรมาบ้างก็ไม่รู้ เค็มชะมัด!

            “เหลามา เดี๋ยวกูเก็บอีฟ่างเอง”

            “ไม่มีอะไร เราก็แค่เดินผ่านตอนไอ้ไบร์ทเอาขนมให้ดาวเภสัชคนสวยโดยบังเอิญน่ะ แต่กูแค่สงสัยเพื่อนนะ อาจจะไม่ใช่ก็ได้” มึงมั่วแล้วเกมส์!

            “พูดบ้าๆ ใครจะไปคิดอะไร ไม่อยู่ในสายตาด้วยซ้ำ”

            “ก็ไม่รู้ กูเห็นมึงจ้องซะ”

            “กูไม่มีทางสนใจไอ้หน้าขาวนั่นหรอกนะ แล้วมึงอะซีน ไหนบอกว่าจะจีบมันให้ติดไง แล้วไหนล่ะ อยู่ดีๆ ก็เลิกจีบ ความพยายามของมึงนี่มันแย่ๆ จริงเลย” ว่าแล้วก็เปลี่ยนเรื่องสิ โยนความสนใจไปให้ไอ้ซีนโน่น

            “อ่าวอีนี่ เดี๋ยวก็โดนตบหัวหลุดหรอก ก็ผัวมึงจะให้กูจีบหรอ เห็นๆ กันอยู่ว่ามันได้มึงแล้ว”

            “เพราะแผนชั่วของมึงนั่นแหละ กูเลยซวย” นึกถึงคืนนั้นก็ของขึ้น แต่ก็ช่างเถอะเรื่องมันผ่านมาแล้ว คิดฝังใจไปก็เท่านั้น อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ครั้งแรก หรือครั้งเดียวซะหน่อย ก็ฉันเองที่ยอมให้มีครั้งที่สอง สาม และสี่

            แต่มันโมโหตรงที่ฉันยอมมีอะไรกับไอ้ไบร์ทได้ยังไงนี่สิ รู้ทั้งรู้ว่าหมอนี่เป็นเกย์ ได้ทั้งชายทั้งหญิง แล้วป้องกันหรือเปล่าก็ไม่รู้ ก็แค่มันจูบที่ต้นคอทำไมต้องอ่อนยวบให้ทุกที ให้ตายเถอะ นายเข้าฝันบอกมันรึเปล่าว่านั่นคือจุดอ่อนของฉันน่ะไอ้แฟนเก่า!

 

         “งั้นเจอกันตอนทุ่มนึงนะ ไปรับด้วย”

            ความบังเอิญทำให้ฉันเดินมาเจอตอนที่ ผู้หญิงคนนั้นโบกมือลาเจ้าไบร์ทที่ลานจอดรถโซนตึกวิศวะ ก่อนจะซ้อนท้ายเพื่อนสาวของนางจากไป ให้มันได้แบบนี้สิเออ!! เมื่อคืนยังขอนอนกอดฉันอยู่เลย บ่ายมาก็ล่าเหยื่อเลยนะมึง!

            “จ้า กลับดีๆ นะ”

            “ไม่ไปส่งที่หอซะเลยล่ะ” เห็นแล้วก็อดพูดไม่ได้ หมั่นไส้ยังไงก็ไม่รู้

            “รอไปกับพี่ไง” ฮึ เห็นๆ อยู่ว่าหลีสาว ยังไม่หน้ามีหม้อใส่ฉันอีก

            “ไม่จำเป็น” มาเองกลับเองนักเลงพอเฟ้ย “ไม่ต้องมายุ่ง!” ทันทีที่เจ้าบ้านั่นถูกตัว แขนฉันก็สะบัดไปอัตโนมัติ

            “อะไรวะ เมนส์มาแล้วอารมณ์รุนแรงนะเธอน่ะ”

            “เออ!! ก็ไม่ต้องมายุ่งสิ ไปหาเหยื่อรายอื่นได้แล้ว เบื่อฉันสักที!” ฮึ คงเห็นว่าวันนี้ประจำเดือนฉันมาสินะ ถึงได้นัดไปกับผู้หญิงอื่นน่ะ ผู้ชายมันก็เป็นแบบนี้แหละ ฉันถึงได้ตั้งปฏิญาณว่าจะไม่คบกับผู้ชายอีก

            “เบื่อมนุษย์เมนส์โว้ยย!

            เบื่อหรอ?! เบื่อก็ไม่ต้องมายุ่งสิ ว่าแล้วก็หันไปชูนิ้วกลางให้ในขณะที่เดินหนี ใช่สิ เป็นเมนส์มันไม่ดีสักอย่างแหละ ปวดท้องก็ปวด มีใครสนใจบ้าง อารมณ์เสียชะมัด หงุดหงิดอะไรก็ไม่รู้ เห็นหน้าหมอนี่แล้วก็ยิ่งโมโห!

 

 

            KHAWFANG PAST

…END



 

I’amBright : อยากกินอะไรมั้ย เดี๋ยวซื้อไปฝาก


            เฮ้อ....ข้อความที่เท่าไหร่แล้วที่ส่งไปหายายป้ามนุษย์เมนส์ ไม่เข้าใจว่าจะโมโหอะไรกันนักกันหนา ก็รู้ว่าเป็นวันนั้นของเดือนโอเคผมก็นอนกอดอย่างสงบ ไม่ได้รบเร้าอะไรเลย ออกจากห้องมาก็ยังดีอยู่ ไม่รู้หงุดหงิดอะไรของเขา


            “งั้นกูกับไอ้ไบร์ทไปก่อนนะ เดี๋ยวไปส่งไอซ์ด้วย” ได้ยินฟลุคเอ่ยชื่อ ผมก็รีบเก็บโทรศัพท์

            “เข้มแข็งไว้นะป๊อป มีอะไรโทรเรียกพวกเราได้ตลอดนะ”

ยืนมองไอซ์กุมมือไอ้ป๊อปที่ทำหน้ากึ่งจะร้องไห้แล้วก็สะเทือนใจ เอาจริงอารมณ์วันนี้มันอธิบายไม่ถูกเลย ใจหนึ่งก็คิดว่าจะทำยังไงให้ยัยป้าหายโมโห แต่อีกใจก็รู้สึกแย่ไปกับเพื่อนด้วย คราวนี้ป๊อปไม่ได้เศร้าที่ทะเลาะกับต้นไพน์หรอก แต่แม่มันที่ป่วยกำลังอาการทรุด

“ขอบใจทุกคนมากนะ กลับกันดีๆ ล่ะ” ผมพูดอะไรไม่ออก แต่ก็ให้กำลังใจเพื่อนโดยการยื่นมือไปแตะบ่าเบาๆ พูดอะไรไม่ได้จริงๆ น้ำตามันจะไหลแล้ว


ถ้าให้พูดถึงครอบครัวป๊อป ผมว่าเป็นครอบครัวที่อบอุ่นระดับหนึ่งนะ ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาจะไม่มีใครรู้ว่าพ่อของป๊อปเป็นใคร แต่น่าภูมิใจในความเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวของป๊อปมาก สองแม่ลูกฝ่าฟันคำดูถูกด้วยกันมาสารพัด หลายครั้งที่ไอ้ป๊อปล่วงเกินในอาชีพของแม่มัน หลายครั้งที่พวกเขามีปากเสียงกัน แต่มันก็ไม่ได้ทำให้สายสัมพันธ์ของทั้งสองคนแย่เหมือนที่ผมกับแม่เป็น


แม่ยังดูแลผมจนโตมาได้ขนาดนี้เลย ทำไมผมจะดูแลแม่ต่อไปไม่ได้ล่ะ


            โคตรเลย คำพูดของไอ้ป๊อปตอนที่แม่มันขอให้หมอถอดเครื่องช่วยหายใจ ไม่ใช่ว่าคิดไม่ดีนะ แต่ดูจากสภาพร่างกายแม่มันในวันนี้ก็คงไม่ไหวจริงๆ อีกอย่างก็ต้นไพน์บอกว่าเรามาระยะหนึ่งแล้ว ทุกคนรู้ว่าใกล้แล้ว แต่เหมือนป๊อปจะเป็นคนเดียวที่มีความหวัง แหงล่ะ มันไม่เหลือใครแล้วนอกจากแม่

            “เหี้ยไบร์ทกูเศร้าว่ะ ฮือๆๆ” ยังไม่ทันถึงลานจอดรถดี ไอ้ฟลุคก็ซบผมร้องไห้ งานนี้เพื่อนไม่ได้เสแสร้งเพราะแผ่นหลังมันสัมผัสได้ถึงความอุ่นของหยดน้ำตา

            “โธ่ฟลุค ตกใจหมด” ใช่ไอซ์ ผมก็ตกใจ

            “กูนึกว่ามึงจะไม่ร้องไห้แล้วซะอีก”

            “กูกลั้นไว้ตั้งแต่เข้าไปหาแม่มันแล้ว แม่ง กูคิดถึงแม่ตัวเองขึ้นมาเลย”

            “นั่นนะสิ คืนนี้อยากกลับไปนอนกับคุณแม่จัง” แล้วไอซ์ก็เช็ดน้ำตาที่คลออยู่ ส่วนผมนะหรอ รีบเก็บน้ำตาเข้าไปสิ

            “เอางี้ละกัน เดี๋ยวมึงไปส่งไอซ์ที่หอนะไบร์ท กูจะไปแดกเหล้าย้อมใจกับจีจี้ซะหน่อย กูเศร้า ก็ไม่ไหวละ ต้องแดกเหล้า บาย” แล้วมันก็แยกทางออกไป ครับ ผมกับไอซ์ได้แต่มองหน้ากันแล้วพูดคำว่า อ่าว ในใจ ให้มันได้แบบนี้สิเพื่อนครับ แทนที่จะกลับไปกอดแม่อย่างที่คนอื่นรู้สึก แต่มันกลับจะไปแดกเหล้ากับกิ๊กมันเนี่ยนะ เชื่อเขาเลยเพื่อนผม

 


……………...

 


            ผมไปส่งไอซ์ที่หอแล้วกลับมาห้องพร้อมกับน้ำเต้าหู้อืดๆ ถุงหนึ่ง เอาจริงๆ ผมเกลียดความเป็นเต้าหู้ที่สุด แค่มองก็อยากจะอ้วกแล้ว ถามว่าซื้อทำไม เคยเห็นไอ้ฟลุคแวะซื้อมาแขวนหน้าห้องให้พี่สาวมันบ่อยๆ เวลากลับห้องกัน และในเมื่อเธอไม่ตอบว่าจะกินอะไร ผมก็จะซื้อน้ำเต้าหู้นี่แหละมาฝากเธอ

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

            เคาะประตูเรียกอยู่หน้าห้องแล้วไม่ออกมา ผมก็เลยแขวนถุงไว้กับลูกบิดแล้วกลับห้องตัวเอง ไฟห้องไม่เปิด ไม่แน่ว่าเธออาจจะไม่อยู่ห้อง รอไปก็เท่านั้น

            “อ้าว...” แต่ใครจะไปคิดว่าหันกลับมาแล้วจะเห็นข้าวฟ่างเดินขึ้นบันไดมาพอดี “ไปไหนมาอะ?”

            “ซื้อของ” ก็เห็นอยู่นะว่าเธอออกไปซื้อขนมกับของใช้ส่วนตัว แต่ก็ยังจะหาเรื่องคุย

            “ซื้ออะไรมาบ้างหรอ?”

            “ยุ่ง”

            “เป็นอะไร ทำไมอยู่ดีๆ ก็โมโห ผมทำอะไร”

            “เปล่า ไม่ได้สำคัญขนาดนั้น” อ่าว ไม่เข้าใจจริงๆ  เป็นไรของเขา

            “แล้วมีอะไรทำไมไม่พูดล่ะ ผมไม่เข้าใจอะ โมโหไรมาแล้วมาพาลใส่ทำไม?” สาบานว่าใจเย็นแล้วนะ

            “ก็บอกว่าไม่มีอะไร คนที่ควรแคร์คือผู้หญิงของนายต่างหาก อย่าเสียเวลากับฉันเลย” ผู้หญิงของผม? ใครกันฟะแล้วเดี๋ยวนะ พูดแบบนี้มันออกแนวประชดป่ะวะ

            “ไม่ได้จีบใครเลย แล้วก็ไม่มีใครต้องให้แคร์ด้วย หมายถึงอะไรเนี่ย”

            “ก็เห็นกระหนุงกระหนิงกับสาวเภสัชไม่ใช่หรอ เมื่อเช้าน่ะ” นั่นไงล่ะ เอาแล้ว

            “หมายถึงไอซ์รึเปล่า ไอซ์เป็นเพื่อนไอ้ต้น แล้วก็เป็นเพื่อนผมด้วย ละเมื่อกี้ก็ไปเยี่ยมแม่เพื่อนด้วยกันมา”

            “ก็เห็น...”

            “ไอ้ฟลุคหาเรื่องไปกับกิ๊ก ผมเลยไปส่งไอซ์คนเดียว แล้วก็ซื้อน้ำเต้าหู้มาฝากพี่เนี่ย”

            “หรอ ก็... ก็ไม่ได้ว่าอะไร” ไม่ได้ว่าอะไร แต่ใส่กูเป็นชุดเลยป้า “แยกย้ายกันนอนได้ละ ดึกแล้ว” จ้า ทำเป็นชักดาบหนีนะครับคุณข้าวฟ่าง คิดว่าพูดจาชวนให้หงุดหงิดแล้วจะเดินหนีไปง่ายๆ งั้นหรอ

            “ว่าสิ พี่พูดเหมือนผมจะไปฆ่าใครตายอย่างนั้นแหละ” ผมเข้ากอดเธอจากด้านหลังไม่ให้ทันตั้งตัว และแน่นอนเธอหันมาว่าผมสิครับ

            “ไอ้ไบร์ทมากอดอะไรหน้าห้องนี่เล่า”

            “ก็รีบเปิดประตูดิ จะได้เข้าไปกอดข้างในห้องไง”

            “ไปนอนห้องแกโน่น”

            “ก็จะนอนห้องพี่อะ แค่นอนกอดอย่างเดียวเหมือนเมื่อคืนก็ได้นะ นะ”

            “ไม่เอา”

            “นะๆๆๆๆ นะครับ”

            “งั้นไปอาบน้ำก่อน”

            “ไม่อาบ ถ้าอาบก็ต้องไปอาบด้วยกัน”

            “ฉันอาบแล้ว แกรีบไปอาบเลย ไปไหนมาทั้งวันก็ไม่รู้ ฉันไม่ยอมให้ขึ้นเตียงสภาพนี้หรอกนะ”

            “ก็ได้ แต่พี่ห้ามล็อกห้องนะ”

            “อือ... ไปได้แล้ว”


            ผมเหมือนลูกหมาดีใจตอนได้กระดูก หัวใจไม่ได้เต้นแรงเหมือนเจอรักครั้งแรก แต่มันรู้สึกโล่งๆ เหมือนลอยไปในอากาศยังไงไม่รู้ ที่ผ่านมาผมไม่เคยง้อผู้หญิงที่เป็นประจำเดือนเลยจริงๆ เพราะถ้าผมต้องการแล้วเธอติด ผมก็แค่ไปหาคนใหม่ ผมไม่ได้แคร์อะไรอยู่แล้ว และผู้หญิงส่วนมากก็ไม่มีทางได้เป็นแฟนผม เพราะผมคบผู้ชายแต่มีอะไรกับผู้หญิง จะว่าเห็นผู้หญิงเป็นของเล่นก็ได้ แต่แปลกมั้ยที่ผมรู้สึกอยากจะคบข้าวฟ่างขึ้นมาจริงๆ เพราะเธอท้าทายผมแบบนี้ไงล่ะ




.............................

'ทอมสายเท&เกย์ล่าแต้ม'


    







          


   


  


   


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

47 ความคิดเห็น

  1. #31 saisit55 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 07:36
    ไรท์สู้ๆ รออออ
    #31
    0
  2. #30 napaporn_porn (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 16:40
    รอๆๆคร้า
    #30
    0