Change it love เพราะ(หัว)ใจเปลี่ยนแปลงได้เสมอ

ตอนที่ 18 : Change it love : 17 ผม(ไม่เคย)เป็นสุภาพบุรุษ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 99
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    1 มี.ค. 61


17

ผม(ไม่เคย)เป็นสุภาพบุรุษ

 

       พี่ทำให้ไอ้ไบร์ทเจ็บ พี่ก็ต้องรับผิดชอบโดยการดูแลมันดิ    

            นึกถึงคำพูดของไอ้ฟลุคก็อดขำไม่ได้ แล้วที่น่าขำใหญ่ไปกว่านั้นก็คือพี่สาวมันยอมทำตามด้วย สองพี่น้องนี่มีตรรกะแปลกๆ นะผมว่า

            “กินข้าวเสร็จแล้วก็กินยาด้วยนะ” สาวร่างบางวางจานข้าวลงบนโต๊ะญี่ปุ่นตัวเล็กพร้อมกับเม็ดยาที่หล่อนแกะออกมาวางกองกันอยู่ข้างแก้ว เห็นเธอปรนนิบัตรดีขนาดนี้มันก็อดคิดถึงใครบางคนไม่ได้

            “กินยาแล้วหลับไปเลยได้มั้ย ปวดแขนไม่อยากกินอะไรทั้งนั้น”

            “อย่ามาทำสำออยได้มั้ย กินข้าวซะ” ที่เจ็บนี่เพราะใครล่ะ ทำมาเป็นเสียงแข็งใส่นะ

            “ก็มันยกแขนไม่ขึ้นให้ทำไงล่ะ มันระบมนะ ปวดไปทั้งตัวเลย” อาจจะดูเว่อร์แต่มันจริงนะครับ แผลเหวอะเย็บ 8 เข็มนี่ก็ไม่ธรรมดานะเออ ถึงจะไม่เยอะมาก แต่ถ้าเทียบกับความเจ็บปวดของคนกลัวเข็มแบบผมนี่มันโคตรทรมานเลย โดยเฉพาะสภาพจิตใจ

            “เฮ้อ ทำไมต้องแกล้งทำเป็นยกแขนไม่ขึ้นด้วยฮะ” ว่าแล้วข้าวฟ่างก็นั่งลงข้างๆ “อยากให้ป้อนสินะ” ว่าไงนะ จะใจดีเกินไปไหม

            “จริงๆ มันไม่หิวไง แต่ก็ถ้าจะศรัทธาป้อนก็กินได้ อ่า...”

            “ฉันแค่อยากจะตอบแทนที่แกดูแลฉันตอนเข้าโรงบาลครั้งก่อนก็เท่านั้น ไม่ได้มีอะไร”

            “เอ้า แล้วใครว่าอะไรล่ะ” ผมก็ไม่ได้คิดอะไรนะ แต่พอเธอพูดแบบนี้มันก็ทำให้รู้สึกอยากแกล้งขึ้นมาเฉย “หรือพี่แอบคิด ฮั่นแน่ คิดไรกับผมแล้วดิ คิดไรฮะ คิดไรๆ” ให้ตายทำไมผมต้องบีบเสียงเล็ก

            “คิดอะไรของแก พูดให้มันดีๆ นะ”

            “คิดเหอะ เพราะผมช่วยรับแทนพี่ใช้มั้ยพี่เลยอยากดูแลผม ถ้าผมไม่ทำแบบนั้นป่านนี้พี่คงโดนขูดผมนอนจมกองเลือดในโรงพยาบาลไปแล้ว” ว่าแล้วก็จับปลายผมทรงหนูแทะของนางเล่น

            “ฉันเป็นเพื่อนแกหรอ มาเล่นหัวฉันเนี่ย”

            “ไม่ใช่เพื่อน” ผมส่ายหน้าและจ้องตาเธอนิ่งๆ “แต่เป็นเมีย” แต่ข้าวฟ่างแสยะยิ้มแล้วหลบตาผม

            “แต่ฉันไม่นับนะ แค่คืนนั้นคืนเดียวไม่มีผล”

            “เราก็มาทำให้มันเป็นหลายๆ คืนสิ ผมมั่นใจว่าไม่ต่ำกว่าครั้งต่อคืนแน่” ว่าแล้วก็ร้อนผ่าวไปทั้งกาย อะไรกันเมาทีไรมาไวทุกที

            “ไอ้ทุเรศ แกมันโรคจิต ไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนฮะ” พูดแล้วหน้าก็ขึ้นสีระเรื่อ แหม กำลังคิดแบบเดียวกันอยู่ใช่มั้ย

            “รื้อฟื้นความหลังกันหน่อยดีมั้ย คืนนั้นผมทำยังไงกับพี่บ้างบอกหน่อยสิ” ไม่พูดเปล่าผมแอบโอบเธอไปแล้ว

            “ไม่ต้องมาเจ้าเล่ห์เลย ฉันลืมไปหมดแล้ว” เธอดันร่างผมออกแต่บอกเลยไม่ทันละ “ถอยออกไปนะ ฉันจะบอกไอ้ฟลุคนะถ้าแกยังไม่หยุด”

            “แล้วพี่คิดว่าทำไมมันถึงบังคับให้พี่มาดูแลผมล่ะ ถ้าไม่ใช่...” ผมเงียบไป แล้วกระซิบข้างหูเธอ “มันอยากได้ผมเป็นพี่เขย”

            “ไม่มีทาง จะหาพี่เขยทั้งที ฉันว่ามันก็คงอยากได้คนดีๆ แหละ ไม่ก็ควรปรึกษาพี่มันสักนิดว่าอยากได้มั้ย ...ออกไป” แรงผลักเบาๆ นั่นยิ่งสร้างความมั่นใจในการโผเข้าหาให้มากขึ้น โถ่ที่รัก อย่าเล่นตัวไปหน่อยเลย รู้หรอกว่าเธอก็อยากรื้อฟื้นเรื่องคืนนั้น ผมแค่โอบไม่ได้ล็อกไว้ซะหน่อย จริงๆ ถ้าจะลุกก็ลุกไปได้

            “ลองดูอีกครั้งมั้ยจะได้รู้ว่าดีจริงรึเปล่า”

            “ไม่มีทาง...” ผมให้โอกาสเธอตั้งเป็นนาทีที่จะหลบหนี แต่เธอพึ่งจะมาลุกเอาวินาทีสุดท้าย บอกเลยว่าเสียใจครับ “ไอ้ไบร์ทปล่อยฉัน!” ผมล็อกเอวบางของเธอไว้ พร้อมกับดึงให้มานั่งลงที่หน้าตัก

            “หมดโอกาสหนีแล้วแม่โอโม่ เอ...แวนดี้โดนยังไงนะวันนั้น โอโม่กัดคอจากข้างหลังแบบนี้นี่นา” ว่าแล้วก็ไซร้จากต้นคอไปข้างแก้มสิครับ แม้ว่าอีกคนจะดิ้นแต่ยังไม่ปริปากร้องผมก็รุดหน้าไม่ให้เสียจังหวะ พยายามทำให้นิ่มนวลที่สุดจนเธอคล้อยตาม ครั้นจะโน้มออกไปผมก็คว้าหมับเข้าส่วนที่นิ่มที่สุด

            “ไบร์ทอย่า ไหนเมื่อกี้แกบอกไม่มีแรงไง ฉันอุตส่าห์มาดูแลแกนะ แกทำแบบนี้หรอ”

            “...” ผมไม่พูดอะไร เพราะยิ่งพูดก็ยิ่งยาว เอาเวลาไปทำอย่างอื่นเถอะครับ

            “แกเป็นสุภาพบุรุษหน่อยไบร์ท”

            “ผมไม่เคยเป็นสุภาพบุรุษ” ผมพลิกตะแคงตัวให้เธอเป็นฝ่ายพิงเตียง และคร่อมตัวเธอแทน โลมเล้าเธอให้หลงใหลในกลิ่นอายเสน่หา ผมไม่มีวาจาอ่อนหวานให้เธอลุ่มหลง มีเพียงแต่สัมผัสเน้นๆ โต้งๆ นี่แหละ

            ผมจูบเธอด้วยแรงพิศวาส และอารมณ์ที่โถมเข้ามาในตอนนี้ เอาจริงๆ หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ในคืนนั้นขึ้นผมก็ไม่ได้มีอะไรกับใครอีกเลย ภาพในวิดีโอแว้บขึ้นในสมองเป็นฉากๆ ติดที่ว่าผมจำความรู้สึกในตอนนั้นไม่ได้ คงไม่เป็นไรใช่มั้ยถ้าผมจะขอรับรู้ความรู้สึกนั้นด้วยตนเองอีกครั้ง


.............................. 


BRIGHT Past

END

 

       ครั้งหนึ่งเมื่อนึกย้อนไป 5 ปีที่แล้ว...

            ผู้ชายคนนั้นหลอกพาฉันมาเที่ยวทะเล เราเล่นน้ำด้วยกัน เขาเข้ามาหาฉันในห้อง แล้วมันก็เป็นครั้งแรกที่เขาจูบฉัน สัมผัสนุ่มจากปลายลิ้นแทรกผ่านเข้ามาในโพรงปาก ปลุกเร้าให้อุณหภูมิร้อนแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ความเย็นบนเนื้อผิวไม่ได้ทำให้ความร้อนในร่างกายเย็นลงได้เลย

            ฉันผ่อนกายลงบนเตียงอย่างสมยอม ทั้งร่างกายและหัวใจมันเปิดรับผู้ชายคนนี้ให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งโดยไม่คำนึงถึงผลที่จะตามมา ความอยากรู้ อยากลอง จองหองในความเป็นตัวของตัวเอง ไม่เกรงกลัวใคร มั่นใจว่าเขาตกหลุมรักเราเข้าให้แล้ว


 ...ผู้ชายคนแรกทำให้รู้สึกว่า เขารักฉันมาก


            ความอ่อนโยนโลมเร้าช่องทางรัก ปลุกปั่นความต้องการให้ทวีคูณ กับผู้หญิงฉันเป็นฝ่ายรุกและปลุกพวกเธอ แต่เมื่อมาเป็นฝ่ายโดนปลุกความรู้สึกมันก็ยิ่งเพิ่มพูน ฉันปล่อยให้ผู้ชายคนนั้นเอาความบริสุทธิ์ของฉันไป ใช่ว่ามีอะไรกับผู้หญิงแล้วพวกเธอจะได้ช่วงชิงฉัน ไม่มีทางฉันเป็นฝ่ายรุก ฉันให้ความสุขพวกเธอ แต่ไม่มีใครได้เข้ามาในร่างกายฉัน เว้นเสียแต่เขาคนนี้...

            ฉันสัญญากับตัวเองว่าจะให้เขาเป็นคนเดียวของชีวิต แต่ไบร์ทกลับทำให้คำสัญญานั้นหายไปจากความคิดของฉัน...

ทำไมฉันต้องปล่อยให้ไบร์ททำกับฉันเหมือนอย่างที่เขาคนนั้นทำด้วย

 

            “คิดอะไรอยู่” เสียงจากคนข้างๆ ดังขึ้น พร้อมกับร่างกายที่โน้มเข้ามากอดฉันจากด้านหลัง

            “เปล่า...” ฉันพยายามทำหน้าให้ปกติที่สุดเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกในใจ แต่ร่างกายที่ร้อนราวกับไฟทำให้ฉันอดไม่ได้ที่จะหันไปมองเขา “ทำไมตัวแกร้อนแบบนี้ฮะ”

            “ไม่รู้ สงสัยร้อนหลังออกกำลังกายมั้ง” ว่าแล้วยังจะเล่น ตัวร้อนขนาดนี้ฉันว่าเป็นไข้ชัวร์ นั่นไง บอกให้กินยาไม่กิน มันน่ามั้ยล่ะ

            “ลุกมากินยาก่อนเลย ฉันว่าแกเป็นไข้แล้วแหละ” เขาเป็นเหมือนคนคนหนึ่งที่ฉันคุ้นเคยดี นั่นคือเวลาได้รับความเจ็บปวด หรือเกิดบาดแผลเขามักจะเป็นไข้ และคนพวกนี้ก็มักไม่ค่อยดูแลตัวเองเท่าไหร่จะปล่อยให้ตัวเองเป็นหนักแล้วทรุดไปเอง

            “ลุกไม่ไหว ไม่กิน”

            “เหอะ สำออย!” หนอย แล้วทีเมื่อกี้นี้มึง..... “นี่แกไม่คิดจะเหลือแรงไว้ลุกกินยาบ้างเลยรึไง ลุกมากินยาไอ้ไบร์ท” ว่าแล้วก็คว้ายาที่วางอยู่พร้อมแก้วน้ำมาบังคับให้เขากิน ไบร์ทจำต้องทำตามที่ฉันบอกแล้วก็นอนต่อ เห็นเขาเพลียและหลับไปด้วยพิษไข้แบบนี้ฉันก็ไม่อยากกวนอะไรเขา

            คิดว่าหมดภาระหน้าที่ที่ต้องทำแล้วก็ไม่รู้จะอดหลับอดนอนอยู่ทำไม เหลือบมองนาฬิกาก็ปาเข้าไปตี 4 กว่าแล้ว ฉันจัดการกับตัวเองแล้วออกมาจากห้องน้องชายทันที โชคดีหน่อยวันนี้ไม่มีเรียนไม่อย่างนั้นคงง่วงแน่

 

.

.


13.50 น.

            ฉันเผลอหลับไปครู่เดียวเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ความรู้สึกคือพึ่งหลับไปแป๊บเดียวแต่พอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูมันก็ผ่านไปหลายชั่วโมงพอสมควร ถึงแม้จะได้รับการพักผ่อนมากพอแต่ก็เหมือนยังไม่ได้นอนอยู่ดี นี่ถ้าไอ่คนที่มาเคาะประตูมีเรื่องสำคัญไม่มากพอละก็ฉันจะวีนให้ดังไปถึงหอปากซอยเลยคอยดู

            “มีอะไรเนี่ย คนจะ...เฮ้ยๆๆๆ” ด่ายังไม่ทันจะสุดร่างสูงก็โน้มลงมาใส่ตัวจนเซถอยไปหลายก้าว ดีที่ไม่ล้มลงไปจูบพื้นด้วยกันทั้งคู่ ร่างหนายังคงอุณหภูมิที่ร้อนรุ่มอย่างกับยาแก้ไข้สองเม็ดที่ให้ทานไปไม่ออกฤทธิ์

            “อือ....ปวดหัว ปวดแขน ปวดขา ปวดออกหน้า ปวดไปหมดทั้งตัวเลย”

            “ปวดแล้วมาบอกฉันทำไมเล่า ไม่โทรบอกไอ้ฟลุคให้พาแกไปหาหมอ ฮึ่ย!..” ว่าแล้วก็ทุ่มแรงที่มีอยู่ทั้งหมดดันร่างสูงใหญ่ของเจ้าไบร์ทออกไป แต่ยืนด้วยลำแข้งของตัวเองได้ไม่เท่าไหร่ก็โน้มเข้ามาเกยคางบนไหล่ของคนเตี้ยๆ อย่างฉันอยู่ดี

            “ไอ้ฟลุคไม่รับสาย”

            “แล้วเพื่อนคนอื่นๆ ของแกล่ะ” ซึ่งฉันก็ไม่ละความพยายามที่จะผลักมันออกไป “...มันหนักนะ”

            “ก็คนมันไม่สบายอะ”

            “เฮ้ยๆๆ” เจ้านั่นยังคงดันร่างตัวเองเข้ามาอยู่ดี แต่คราวนี้ฉันต้านแรงเขาไม่ไหวแล้วมันก็ส่งผลให้ทั้งเขาทั้งฉันล้มลงไปบนเตียง ...มันจะเหมาะเจาะไปมั้ย


พึ่บ!


            “ช่างถอยนะเรา” เจ้าบ้านั่นผงกหัวขึ้นส่งยิ้มให้ฉัน

            “พื้นที่ห้องฉันก็มีอยู่แค่นี้ แกจะให้ฉันถอยไปไหน” จริงๆ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะถอยมาตรงนี้หรอก มันแค่บังเอิญ

            “ไม่ได้ว่าอะไร จะถอยไปไหนก็ได้ แต่อย่าถอยไปออกไปจากใจก็พอ”

            “ฉันควรจะเขินดีมั้ย”

            “แล้วแต่ใจนาง” ให้ตาย ไอ้นี่มันเมายาพาราหรอ “เช็ดตัวให้หน่อยดิ ไข้ไม่ยอมลดเลย”

            “มีแรงหอบร่างจากห้องโน้นมาห้องนี้ก็ต้องมีแรงเช็ดตัวได้เองสิ”

            “ใช้พลังงานไปกับการเดินหมดแล้ว เช็ดตัวให้หน่อยน๊า” ฉันไม่เข้าใจไอ้หมอนี่เลยจริงๆ สองสามวันก่อนยังหาเรื่องกวนประสาทฉันอยู่เลย มาวันนี้จริตทำเป็นอ้อนเหมือนคนเป็นแฟนกัน เฮอะ คิดว่าแผนการรักบงการแค้นของแกจะทำให้ฉันคล้อยตามได้งั้นหรอ

            “ตอแหลไอ้ไบร์ท ถอย ออก ไป” ฉันไม่อยากทำร้ายคนป่วยหรอกนะ จะว่าสำออยก็เห็นจะไม่ใช่เพราะตัวเขาก็ร้อนอยู่ คือมันรู้ตัวว่ามันไม่สบายแต่มันแค่ไม่ดูแลตัวเอง

            “อื้อ...” ถึงจะยอมให้ฉันผลักออกไปแต่ก็ไม่ยอมลุกไปไหนอยู่ดี

            ให้ตายสิ ทำไมฉันต้องมาทำอะไรที่มันไม่ใช่ธุระกงการของฉันแบบนี้ด้วย

 

          ไอ้ไบร์ทมันไม่มีใคร จะให้ผมทิ้งมันไปเลยก็ไม่ได้เพราะมันก็เป็นเพื่อนผม แต่จะให้ผมทิ้งแฟนมาดูแลมันอีกคนก็คงไม่ได้เพราะนางก็ป่วย เอาเป็นว่าพี่ช่วยดูแลมันแทนผมหน่อยนะ ถือซะว่าช่วยเลี้ยงลูกหมาตัวหนึ่งละกันคำพูดของไอ้ฟลุควนเวียนอยู่ในหัวขณะที่ฉันกำลังรอให้น้ำไหลลงกะละมัง ปรายตามองร่างขาวๆ ที่นอนแผ่นหลาเป็นปลาดาวอยู่บนเตียงก็อดเวทนาไม่ได้ อกขาวๆ ใต้เสื้อยืดตัวใหม่ที่ขยายขึ้นลงตามจังหวะการหายใจมองแล้วก็อดลอบถอนหายใจคนเดียวไม่ได้

            ทำไมฉันต้องมาดูแลมันทั้งๆ ที่มันทำเรื่องแย่ๆ กับฉันมาตลอด กับอิแค่หมอนี่เคยช่วยไม่ให้ฉันโดนฉุดเมื่อ 3 ปีก่อน ทำไมต้องเก็บมารู้สึกเป็นบุญคุณยันทุกวันนี้ด้วยทั้งๆ ที่เจ้าตัวจำเหตุการณ์ไม่ได้ด้วยซ้ำ

...แล้วทุกวันนี้เขาก็เรียกคืนไปสมใจแล้วไม่ใช่หรอ

            “ไบร์ทกินยาก่อน” ถึงจะบ่นอยู่ในใจแต่ฉันก็ยังคงปลุกเขาให้ตื่นมากินยาหลังจากเช็ดตัวให้ไปแล้ว 15 นาที และคราวนี้ก็ดูจะเชื่อฟังดี

            “อื้อ”

            “กินเสร็จแล้วก็กลับไปนอนได้ละ เดี๋ยวฉันจะออกไปทำธุระข้างนอก”

            “ธุระอะไร” เขาถามขณะที่ตายังปิดอยู่

            “ธุระก็ที่ไม่เกี่ยวกับแก” จริงๆ ก็คือนัดเที่ยวแหละ วันนี้วันเกิดเฟรมพวกเราก็เลยหาเรื่องฉลองกัน ตอนแรกฉันก็ไม่ได้ติดเที่ยวขนาดนี้แต่พอคบเพื่อนคบฝูงมันก็เลยติดใจในแสงสีขึ้นมา ถามว่าไปกับเพื่อนผู้ชายไม่กลัวหรอ สำหรับฉันเพื่อนคือเพื่อน ถ้าไม่ได้คิดอะไรก็คือไม่มีผลต่อความรู้สึก

 

แอ๊ด

            “ข้าวฟ่าง อยู่หะ..”

            เสียงสดใจของเพื่อนชายคนสนิทดังไม่จบประโยค เมื่อเขาถือวิสาสะประตูเข้ามาในห้องโดยไม่เคาะประตู แต่ทว่าจะโทษเขาฝ่ายเดียวก็ไม่ได้เพราะฉันไม่ทันล็อก อีกอย่างมันก็คงเป็นความเคยชินสำหรับเพื่อนที่ถือว่าสนิทมาคนหนึ่งอย่างอาร์ต


           “...ไอ้ไบร์ท”


.............................



'ทอมสายเท&เกย์ล่าแต้ม'












ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

47 ความคิดเห็น

  1. #26 annjaijai (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:19
    รออออออออ
    #26
    0
  2. #25 napaporn_porn (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:59
    ไบร์ทแกเจ็บอยู่ไม่ใช่หรอ
    #25
    0
  3. #24 bella (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:29
    รอออนะคะ
    #24
    0
  4. #23 annjaijai (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:32
    หาด่วนนนนนน
    #23
    1
    • #23-1 Peemhaha(จากตอนที่ 18)
      21 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:54
      ToT.....#น้ำตาจิไหลเด้อ
      #23-1