Change it love เพราะ(หัว)ใจเปลี่ยนแปลงได้เสมอ

ตอนที่ 12 : Change it love : 11 จุดจบของคน(คิด)ชั่ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 91
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    28 ม.ค. 61

 

11

จุดจบของคน(คิด)ชั่ว

 

            สายตาอ้อนวอนขอร้องให้ผมช่วยต่อเวลาให้เขา หลังได้รับคำตัดสินจากผู้มีอำนาจสูงสุดในบ้าน เมื่อแม่บอกให้ส่งตัวเจ้าบอสกลับ คำสั่งออกมาแบบนั้นจะให้ผมทำยังไงได้

            “ครับ งั้นอีกครึ่งชั่วโมงเจอกันที่บ้านครับ”

            “ไม่นะพี่ไบร์ทบอสไม่อยากกลับบ้าน ฮือ” ไอ้ลูกแหง่แทบจะคลุกเข่ากราบเท้า ผมไม่ได้ถามว่าทำไมน้องถึงเกลียดสิ่งที่เรียกว่า บ้านแบบนั้น แต่ในเมื่อมีคนต้องการให้เขากลับไปผมก็ยินดีจะส่งตัวมันกลับ

            “แม่มึงโทรมาด่ากูเนี่ย กลับได้แล้วจะผลาญทรัพย์กูไปถึงไหน”

            “ไม่ไปอะ บอสไม่กลับ ไม่อยากไป!

            เสียงสะอื้นของน้องชายเกือบทำผมใจอ่อน แต่ถามว่าทำไมถึงบังคับให้น้องกลับไป เพราะอย่างน้อยมันก็ยังมีพ่อที่รักและเป็นห่วงมัน แต่ถ้าบ้านหลังนั้นมีเพียงผู้หญิงที่พวกเราเรียกกันว่า แม่ผมก็คงไม่อยากให้เขากลับไปพบเจอความทรมานเหล่านั้นหรอก

            “กลับมาแล้วหรอไอ้ตัวดี เมื่อไหร่จะเลิกสร้างปัญหาให้ฉันสักทีฮะ!

            ไหล่บอสถูกกระชากโดยมือเรียวย่นของผู้หญิงร่างเพรียววัยกลางคน ดวงตาเฉี่ยวจิกกัดลูกชายคนเล็กของเธอปานจะกัดกินเลือดกินเนื้อ ก่อนที่สายตาแบบนั้นจะถูกส่งมาที่ผม

            “แกก็อีกคนเป็นพี่แทนที่จะห้ามน้อง แต่กลับสนับสนุน ส่งเสริมกันทำชั่ว!” เฮ้อ...เจอหน้ากันในรอบปี แทนที่จะอวยพรให้ชื่นหูสักหน่อย นี่อะไรเห็นหน้าก็ด่าเอาๆ “รู้มั้ยว่ารถนั่นฉันซื้อให้เจ้าบอสได้ไม่ถึงเดือน แกกล้าดียังไงขับน้องชนคนเจ็บแบบนั้นฮะ แล้วเรื่องใหญ่แบบนี้แทนที่จะบอกฉัน แต่แกกลับเก็บเรื่องไว้คนเดียว รู้มั้ยว่าถ้าเพื่อนฉันที่โรงพยาบาลไม่ติดต่อมา ฉันจะรู้มั้ยว่าแกแอบเอารถน้องไปชนคนน่ะฮะ!

            ที่แม่ได้ยินมาไม่ผิดหรอกครับ ผมให้บอสบอกทุกคนว่าผมเป็นคนขับ เพราะมันไม่มีใบขับขี่แล้วก็เพราะไม่อยากให้มันเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต ไม่อยากให้ไอ้บอสลูกชายผู้เป็นความหวังเดียวของบ้าน วิบุศราลักษณ์ ต้องได้รับความเสื่อมเสียชื่อเสียง ผมเลยรับทุกอย่างไว้แทน และมันก็เป็นไปตามคาด

            ผมโดนด่าแทน...


            “ลุงวริศครับ เสร็จเรื่องแล้วผมขอตัวนะ” ผมหันไปยกมือไหว้ลาพ่อเจ้าบอส หรือพูดง่ายๆ พ่อใหม่ผมนั่นแหละ แกรับไหว้แต่ไม่ทันได้พูดอะไร ผอ.ใหญ่ประจำบ้านก็ตวาดใส่เสียงดุ

            “ฉันยังไม่ได้บอกให้แกออกไปจากบ้านเลยนะไบร์ท!!” ว่าแล้วนางก็เดินมาดักหน้า “ฉันยังด่าแกไม่จบ แกจะไปจากที่นี่ได้ก็ต่อเมื่อฉันไล่แกออกไป”

            “จำไม่ได้หรอว่าคุณผมไปจากบ้านหลังนี้เมื่อสิบสองปีที่แล้ว” ใช่ แม่ไล่ผมออกจากบ้านตอนอายุได้ 8 ขวบ

            “แกนี่มันเลวไม่เคยเปลี่ยนเลยนะ สันดานเก่าเป็นยังไงก็ยังเป็นเหมือนเดิม เลือดพ่อแกมันแรงมากสินะ ไปอยู่ด้วยกันนี่ก็คงเสี้ยมสอนกันเป็นอย่างดีเลยใช่มั้ย ป้าแก ย่าแกก็คงสอนให้แกเลวเหมือนพ่อแกนั่นแหละ”

            “แล้วจะบ่นให้มันได้อะไรขึ้นมาฮะ ไอ้บอสก็อยู่นี่แล้วไง มันตายมั้ย ไม่นี่ยังครบสามสิบสอง! เลิกพูดมากแล้วพิจารณาตัวเองดีกว่าว่าทำไมลูกถึงหนีออกจากบ้านน่ะ!

            “ไอ้ไบร์ทฉันเป็นแม่แกนะ!


เพี๊ยะ!

            ฝ่ามือของแม่ตบเข้าข้างแก้มผมจนชาไปทั่วใบหน้า แต่นั่นมันไม่เท่ากับความเจ็บปวดในใจที่เธอทำกับผมตลอดเวลาที่ผ่านมาหรอก

            “เป็นแม่แค่ตอนให้กำเนิด อย่ามาทวงบุญคุณดีกว่า”


            รู้ว่าไม่ควรพูดแบบนั้น แต่นิสัยผมมันแย่อย่างที่แม่บอก ผมอยู่ในสังคมที่พูดตรง ทุกคนสนใจแต่การงาน และเหล้ายา เอาจริงๆ ไม่มีใครสั่งสอนผมให้รู้จักผิดชอบชั่วดีหรอก ผมเรียนรู้เอาจากสิ่งแวดล้อมทั้งนั้น อะไรที่คิดว่าดีต่อความรู้สึกก็ทำ หลายครั้งที่มารู้เอาทีหลังว่าสิ่งที่ทำลงไปนั้น เรียกว่า ไม่ดี

 


...................................

@คลับ K


            “ที่พูดไปนั่นไม่ดีเลยนะเว้ย ถึงยังไงเขาก็เป็นแม่มึง ถึงเขาจะไม่ค่อยแสดงออกว่ารักมึงเลยก็เถอะ”

            ไทน์เริ่มพูดวกไปวนมาตามประสาคนเมา ขณะเดียวกันก็ลูบหลังผมเพื่อปลอบใจ ถามว่าความรู้สึกตอนนี้เป็นยังไง มันรู้สึกเจ็บปวดเหมือนโดนหักหลังยังไงก็ไม่รู้

            “แม่ก็ชอบเอากูไปเปรียบกับคนข้างบ้านบ้าง เปรียบกับข้าวฟ่างบ้าง บอกว่านางดีอย่างนั้นอย่างนี้ แต่กูก็ไม่สนใจ กูดีบ้างเลวบ้างสร้างอรรถรสให้ชีวิต ก็ไม่เห็นนางเป็นไร นางก็ยังรักกูดี” ไอ้ฟลุคร่ายยาวตาจะปิด แต่ก็ยังซดเหล้าแล้วพูดต่อ “ยังไงก็แม่ แม่ก็คือผู้หญิง บ่นๆๆ เดี๋ยวเหนื่อยก็เลิกบ่นไปเอง”

            “ใช่มึง อย่าคิดมาก กูว่ามึงกลับไปขอโทษแม่มึงซะดีกว่า”

ปึก!

            ผมฟาดมือลงบนโต๊ะแล้วเหยียดกายลุกเดินออกมา ไทน์บอกให้ผมไปขอโทษผู้หญิงคนนั้นหรอ? ไม่มีทาง มีสักครั้งมั้ยที่เธอแสดงออกว่ารักผม สักนิดนึงมั้ยที่ทำให้เห็นว่าผมเป็นคนที่เธออุ้มท้องมา 9 เดือน เธอพูดกรอกหูผมซ้ำๆ ว่าน่าจะฆ่าให้ตายตั้งแต่อยู่ในท้อง ก็แล้วทำไมไม่ฆ่าล่ะวะ จะปล่อยให้ผมออกมารู้สึกแย่กับเธอทำไม

            คิดแล้วของขึ้น ขึ้นแล้วน้ำตามันก็ไหล เฮอะ ผมไม่น่ากลับไปเหยียบบ้านหลังนั้นเลยจริงๆ

            “ทำไมมานั่งอยู่คนเดียวตรงนี้ล่ะ”

            “...” ผมไม่ตอบในทันที แค่หันไปมองซีนแล้วหันกลับมาถอนหายใจ ไว้อาลัยกับความเบื่อหน่ายชีวิต

            “มีอะไรก็บอกได้นะ” ซีนโอบไหล่ผมไว้ มันจะรู้สึกดีนะถ้าคนที่อยู่ตรงนี้คือ...เพื่อนรักคนนั้น

            “เปล่า”

            “ใจเย็นๆ ไบร์ท นายมีบางอย่างในใจใช่มั้ย ค่อยๆ เรียบเรียงแล้วพูดมันออกมาเถอะ มันจะดีกว่าที่เก็บไว้นะ” ซีนพูดเหมือนดูดี เขาประโลมผมโดยการลูบที่หัวไหล่ แต่สิ่งที่ผมสนใจไม่ใช่การปลอบโยนของเขา ผมฉวยแก้วเหล้าในมือของเขาขึ้นมาดื่มจนหมดพรวดเดียว อารมณ์ตอนนี้คือต้องการแอลกอฮอล์เหนือสิ่งอื่นใด

            “ทำไมเข้มจังวะ” เชื่อเขาเลยไอ้รุ่นพี่พวกนี้คอแข็ง

            “ก็พี่ไม่ได้ผสมมาให้เราดื่มนี่ นี่มันแก้วพี่” พูดไปกึ่งหัวเราะ เออ เป็นครั้งแรกที่เห็นรอยยิ้มของหมอนี่ “นายนี่ตลกเหมือนกันนะ” ว่าแล้วก็เอื้อมมือมาลูบหัวผมเล่น ที่ซีนทำเข้ามาตีสนิทก็เพราะต่อเนื่องจากวันนั้น เขาขอคบกับผม แม้ไม่ได้ตกลงในทันที แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ เขารู้สึกมีความหวังมั้ง

ว่าแต่มันรู้ได้ไงว่าผมชอบให้คนลูบหัว


            “โว๊ะ! อยากแดกเหล้า เข้าไปข้างในกันเถอะ” ผมลุกพรวดจากฟุตบาตร แต่ไม่รู้ว่าลุกเร็วเกินไปเปล่าผมเลยรู้สึกเหมือนจะวูบ

            “ระวังหน่อยสิ นี่เมาแล้วหรอเนี่ย” เหมือนซีนจะเข้ามาช่วยพยุง ในขณะที่ทุกอย่างมันมืดไปหมด

            “ทำไมมันมึนแบบนี้วะ กูไม่ได้เมานะ” ว่าแล้วก็ยอบตัวลงนั่งที่เดิม เดี๋ยวๆ ขอผมตั้งหลัก

ก่อนลุกไปใหม่อีกครั้ง

 

ตึก ตึก ตึก!

            เสียงฝีเท้าที่ดังฟังดูจังหวะไม่ปกติดังเข้ามาใกล้ และคล้ายกับจะมีเสียงฝีเท้าของอีกหลายๆ คนเดินเข้ามา

            “ทำไมมันออกฤทธิ์เร็วจังวะ แหม ทำไมของดีแบบนี้ไอ้อาร์ตไม่ยอมบอกแหล่งกูเลยวะ มันคิดยังไงถึงให้ของมึงอะฟ่าง” น้ำเสียงคุ้นหูดังอยู่ตรงหน้า

            “กูให้ของไปหมดแล้วนะ ไม่ต้องมาไถเอาที่กูอีก”

            “รู้ว่าพวกมึงมีของดีแบบนี้ กูใช้บริการนานละ” น้ำเสียงที่ทำได้ว่าเป็นของซีนดังใกล้หู ก่อนที่ร่างผมจะถูกพยุงให้ลุก เดี๋ยวนะ! นี่มันอะไรกันวะ ผมพยายามเบิกตามองภาพตรงหน้า พิจารณาเหตุการณ์ทั้งหมดว่ามันเกิดอะไรขึ้น

ข้าวฟ่างมากับเฟรม ถ้ามีซีเกมส์และอาร์ตถือว่าครบแก๊ง แต่ไม่ใช่พวกเขามาแค่สามคน และแทนที่จะรู้สึกดีหลังจากนั่งพัก ผมกลับมึนศีรษะและรู้สึกเหมือนโลกกำลังหมุน มันมากกว่าเดิม


นี่มันอะไรกันหรือว่าผมกำลังถูกมอมยา?


“จะไปไหน?” ผมพยายามเบี่ยงเบนเส้นทางเมื่อซีนไม่ได้พาผมกลับเข้าไปในคลับ K

“เอาน่าไบร์ทเดี๋ยวนายก็หายเครียดเอง ไปกับพี่นะ” ซีนกระซิบบอก แต่คนที่ผมกำลังสนใจตอนนี้ไม่ใช่เขา

“ฟ่าง! นี่มันอะไรกัน...”

หากไอ้ซีนคิดมอมยาผมจริงๆ ผมอยากรู้ว่าข้าวฟ่างเป็นหนึ่งในผู้สมรู้ร่วมคิดด้วยใช่มั้ย

“ปล่อยนะ ฉันก็แค่.......”

พยายามบันทึกเรื่องราวทุกอย่างให้ได้มากที่สุดแล้ว แต่คำพูดของเธอขาดหายไปแล้วภาพก็ดับลงในนาทีนั้น ความรู้สึกสุดท้ายจบลงแบบงงๆ 


………………………



@หอพัก R

 

            ผมตื่นขึ้นมาด้วยความมึนงงในห้องสี่เหลี่ยมกว้างขวาง ลักษณะคล้ายห้องพักทั่วไป หากแต่ไม่คุ้นตาว่ามันคือที่ไหน ภายในห้องตกแต่โทนสีเข้ม มีโมเดลบ้านและกองหนังสือตั้งอยู่บนโต๊ะ 

มีเสื้อผ้าอาภรณ์กองกระจัดกระจายอยู่บนพื้น และพาดอยู่บนขอบเตียง


            ย้อนมองสภาพตัวเองตอนนี้คือไม่ได้ใส่เสื้อผ้า ด้วยความที่เป็นคนผิวขาวจัดมันเลยทำให้มองเห็นรอยจ้ำบนตัวได้ง่ายมากแม้ไม่สังเกต เหี้ยแล้วไง


            เหตุการณ์สุดท้ายที่จำได้คือตอนที่เอื้อมมือไปบีบแขนข้าวฟ่าง ขณะเดียวกันไอ้ซีนก็กำลังพยุงผมเดินไปที่ไหนสักแห่ง ใช่ สองคนนั้นสมรู้ร่วมคิดกันและสภาพตอนตื่นมาของผมเป็นแบบนี้ คงไม่ต้องมีคนบอกหรอกว่ามันเกิดอะไรขึ้น


            ความรู้สึกในตอนนั้นมันผิดหวังอย่างบอกไม่ถูก...

            นี่หรอวะ คือสิ่งที่คนที่บอกว่าชอบกันจริงๆ ทำ และนี่หรอสิ่งที่พี่สาวทำกับเพื่อนน้องชาย

 

แกร๊กๆ

ปัง!!

            ประตูห้องเปิดออกด้วยแรงที่มากพอควร เผลอๆ อาจเป็นการถีบมากกว่าการเปิดแบบธรรมดา ผมหันขวับไปมองคนที่พรวดมาก่อนที่น้ำตามันจะล่วงลงมาอาบแก้ม

            “ไอ้ไบร์ท”

พึ่บ!

            ฟลุคพรวดเข้ามากอดผม ในขณะที่ป๊อปและต้นไพน์ยืนงงอยู่หน้าห้อง เห็นสภาพผมทุกคนก็คงอึ้ง ใช่ ผมก็ยังอึ้งตัวเองเลย นี่มันวันเหี้ยอะไรของผมวะ ทำไมผมต้องมาเจออะไรที่มันบัดซบแบบนี้ด้วย นี่ไอ้ซีนมันอยากเอาชนะจนถึงขั้นต้องใช้วิธีสกปรกแบบนี้กับผมเลยงั้นหรอ ไม่มีใครรู้ว่าผมผ่านอะไรมาบ้างและผมรังเกียจเรื่องแบบนี้แค่ไหน

            แล้วมันผิดหวังมากที่อีกคนสมรู้ร่วมคิดกันทำแบบนี้...

            ที่ทำดีไปทั้งหมดไม่ได้ช่วยทำให้รู้สึกดีต่อกันเลยรึไง ข้าวฟ่าง!


.............................

'ทอมสายเท&เกย์ล่าแต้ม'



'พี่มันเลือดเย็น!!'




'แกมันสกปรก!!'




'กูไม่เคยว่าตัวกูดี แต่กูเลือกที่จะเหี้ยใส่แค่บางคน'


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

47 ความคิดเห็น

  1. #12 bella (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 13:46
    รอๆๆนะคะ
    #12
    0