Change it love เพราะ(หัว)ใจเปลี่ยนแปลงได้เสมอ

ตอนที่ 10 : Change it love : 9 เป็นไข้ต้องเช็ดตัว (อยาก)เป็นปั๋วต้องทำไง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 108
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    16 ม.ค. 61


 9

เป็นไข้ต้องเช็ดตัว (อยาก)เป็นปั๋วต้องทำไง

 

        “เฮ้ย!!

            เสียงอุทานของคนไข้ปลุกคนที่พึ่งเผลอหลับไปให้ตื่นขึ้น มันดังพร้อมกับแรงผลักตามด้วยคำโวยวายต่างๆ นานา

            “ไอ้ไบร์ทไอ้บ้านี่แกทำอะไรฉัน อื้อ...” ไม่ปล่อยให้นางโวยวายจบ ผมก็ใช้ผ้าขนหนูที่เช็ดตัวให้นางเมื่อคืนปิดปากนางไว้ นี่ไง ตื่นมาก็เสียงดังเลย ทำเอาคนไข้คนอื่นหันมามองกันเป็นแถว     

            “ตื่นมาก็ด่าเลยนะ ไม่คิดบ้างหรอว่าถ้าไม่มีผม คืนนี้พี่จะเป็นยังไง”

            “เมื่อคืนแม่หนูไข้ขึ้นพ่อหนุ่มเขาก็ช่วยเช็ดตัวให้ทั้งคืนเลย ไม่ได้หลับไม่ได้นอน ไม่ได้เขานี่หนูแย่เลยนา” เห็นมั้ย ผมมีพยานจากข้างเตียงนะเออ “โกรธเคืองอะไรกันก็รู้จักให้อภัยกันซะนะ มีกันแค่นี้ผัวเมียกันต้องรู้จักอ่อนให้กัน” เฮ้ย ว่าไงนะป้า

            “เอ่อป้าครับ เราไม่ได้เป็นไรกัน”

            “ไอ้นี่เป็นเพื่อนน้องชายหนูค่ะป้า ไม่ใช่ผัว” ดันมือผมออกได้ก็หันไปโวยวายลั่น แสบๆ แบบนี้มันน่ายัดเยียดความเป็นผัวให้ซะจริง

            “พูดมาก นอนลงไปเลย” ว่าแล้วผมก็กดตัวยัยคนป่วย(ที่เหมือนไม่ป่วย)ลงกับเตียง และเมื่อนางพยายามต่อต้านแรงผม นางก็ต้องเผชิญกับความเจ็บปวด

            “แกจะ โอ๊ย.... ไอ้ไบร์ท ฮือ อ๊ะ!!” เอาเข้าไป นี่ถ้าคนไม่รู้ว่าคงเข้าใจว่าผมกำลังจะฆ่านางไปละ

            “ขาเดี้ยงแล้วยังไม่เจียม จะลุกไปไหนฮะ อวดดีนักใช่มั้ยอยากลุกหรอ เชิญ!

            “ไม่ได้จะลุกไปไหน” เอาจริงๆ ผมไม่ได้อยากมีอคติอะไรกับเธอนะ รู้สึกผิดด้วยที่ทำให้เธอเจ็บ แม้ว่าเจ้าตัวจะยังเคืองผมอยู่ก็เถอะ “เสื้อ...เอ่อ สปอร์ตบราฉันไปไหน”

            “ทำเสียงอ่อยทำไม ตะโกนถามพยาบาลที่นั่งเคาน์เตอร์ตรงโน้นเลยสิ”คำพูดเหมือนหมั่นไส้แน่ในใจก็แอบรู้สึกถึงความมุ้งมิ้งของพี่สาวเพื่อนอยู่นิดๆ ดูสิ เธอดึงเสื้อคนป่วยที่โดนผมแกะไปเมื่อมาปิดส่วนหน้าของร่างกายไว้ แก้มซีดๆ ขึ้นสีชมพูหน่อยๆ ซึ่งมันเกือบจะน่ารักแล้ว ถ้าคำว่าพี่สาวเพื่อนไม่ว้าบขึ้นมาซะก่อน “ไม่ต้องใส่หรอก แค่นี้มันคงไม่หนักอะไรมากมั้ง”

            “มันก็ต้องใส่พยุงมั้ย”

            “อ่าวหรอ เข้าใจว่าใส่ก็เหมือนไม่ใส่นะนั่น”

“ชิ มันก็มีนิดนึงป่ะวะ แล้วนี่เมื่อคืนแกเช็ดตัวให้ฉัน แกเห็น....” ใช่ผมเห็นหมดแหละ

“ไม่เห็นอะ เอาผ้าห่มคลุมไว้” เช็ดตัวลดไข้ที่ไหนเขาคลุมผ้าห่มกันล้าแม่คุณ ผมก็พูดให้เธอสบายใจไปงั้น “แต่ถ้าถามว่าโดนมั้ย ...ก็นิดนึง”

“ไอ้บ้า! แอบจับรึเปล่า”

            “ให้จับของพี่ ผมนั่งบี้ของตัวเองดีกว่า แหม มันก็ไม่ได้ใหญ่กว่ากันสักเท่าไหร่หรอว้า” ว่าแล้วก็เอาฝ่ามือขึ้นมาดู แกล้งป่วนให้อีกคนโมโหเล่น แต่จริงๆ ผู้หญิงคนนี้ซ่อนรูปนะครับ ทำเป็นใส่สปอร์ตบราอำพรางจริงๆ แล้วก็แอบมีน้ำมีนวลอยู่เด้อ

            “ก็ดีอย่าให้รู้แล้วกันว่าฉวยโอกาส แค่นี้ฉันก็ไม่รู้จะเกลียดแกยังไงละ” พูดไปก็รู้สึกจี๊ดที่ขั้วหัวใจ นี่ไงๆ ความรู้สึกผิดมันค่อยๆ แทรกซึมเข้ามาทีละนิดแล้ว

            “มาผมช่วย” เห็นเธอพยายามจะผูกเชือกที่เสื้อ มันก็อดไม่ได้ที่จะขอช่วย วินาทีแรกเธอดูขัดๆ แต่พอผมเบี่ยงประเด็นนางก็นิ่งไป “เอาจริงๆ ตอนนั้นผมก็โกรธที่พี่เข้ามายุ่งเรื่องของผม แล้วผมก็เอาอารมณ์เป็นที่ตั้งไม่คิดหน้าคิดหลังว่าคนอื่นจะรู้สึกยังไง”

            “

            “ผมไม่คิดว่าอารมณ์ชั่ววูบของผมมันจะทำให้พี่เจ็บตัว ที่ปวดเนี่ยเพราะโดนผมผลักเมื่อวานใช่มั้ย” ว่าแล้วก็เผลอไปกุมข้อมือเล็กที่พันผ้ายืดนั่นไว้

            “อืม เจ็บนี่ไม่เท่าไหร่ แต่เจ็บนี่สิ” ข้าวฟ่างดึงมือข้างที่ผมกุมไว้ไปกุมหน้าอกข้างซ้ายของเธอ “แกรู้มั้ยว่าไบร์ทเป็นความหวังใหม่ของฉัน”

            “แต่ไบร์ทไม่ใช่ผู้หญิงที่ดีเลย” ยัยบ้านี่ดูไม่ออกรึไง หรือเธอชอบคนเลวกันฟะ

            “ใช่ ไบร์ทเป็นยังไงฉันก็รู้ แต่แกเคยได้ยินรึเปล่า ที่เขาว่าความรักมันบังคับกันไม่ได้ ต่อให้เขาจะเลวแค่ไหน เราก็ยังให้อภัยเขาได้เสมอ” หืม โง่ได้โล่

            “จะโง่ไปไหน ไม่ดีก็ทิ้งดิวะพี่ นางเอกไปละ”

            “คนไม่เข้าใจความรักอย่างแกจะไปรู้อะไร เฮอะ”

            “หึ ไม่เข้าใจอะ” เอาจริงๆ ไม่เข้าใจความรักเลย “มาทำให้เข้าใจหน่อยได้ป่ะ”

            “เพื่อนเล่นหรอ” แล้วเธอก็ตบสวนเข้าข้างขมับผม ป๊าบ!!

 “โอ๊ย! ตบหัวผมทำไมเนี่ย”

            “ของแบบนี้มันสอนกันไม่ได้หรอก แกต้องเจอด้วยตัวเองแล้วจะรู้ ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าคนอย่างแก ถ้าอกหักขึ้นมาจะเป็นยังไง”

            “ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าอกหักมันเป็นยังไง จะเจ็บเหมือนตอนที่พี่โดนไบร์ททิ้งหรือเปล่า”

            “นี่แกล้อฉันอีกแล้วหรอ?”

            “เปล่า แค่อยากรู้...” และไม่รู้อะไรทำให้ผมพูดแบบนั้นออกไป “ทำให้รู้สึกอกหักหน่อยสิ”

            “...หะ”

            “ทำไงก็ได้ให้ผมรู้สึกเหมือนคนอกหัก ถ้าเจ๋งพอผมจะยอมเป็นทาสพี่เลย”

            “แล้วถ้าฉันทำไม่ได้ล่ะ”

            “พี่ก็มาเป็นทาสผมไง”

            “มันเป็นอะไรที่ไม่ถนัดเอาซะเลย แต่ก็จะลองดู”

            คิดว่าผมบ้ามั้ยที่ไปท้าข้าวฟ่างแบบนั้น? ใช่ผมก็คิดว่าตัวเองบ้าเหมือนกัน อยู่ดีๆ ก็อยากอกหัก ทั้งๆ ที่ยังรักใครไม่เป็นด้วยซ้ำ เอาเข้าไปไอ้ไบร์ท นี่ไม่มีอะไรทำแล้วใช่มั้ย ฮ่า ฮ่า เฮ้ออ นี่ผมคงบ้าไปแล้วจริงๆ

 ……………………..

 

2 วันต่อมา...

            เมื่อฟลุคโทรมาบอกว่าพี่สาวได้ออกโรงพยาบาล มันก็จะลำบากผมหน่อยๆ ที่ต้องเอารถไปช่วยขนสัมภาระที่มันขนไปของนางกลับ เนื่องจากรถของข้าวฟ่างอยู่ในสภาพพัง ตอนนี้จึงมีรถของไอ้ฟลุคใช้งานได้คันเดียว ซึ่งผมก็ยึดรถมันมาใช้ และถามว่ารถผมไปไหน มันถูกส่งซ่อมไปเมื่อปลายปีที่แล้วและผมก็ยังไม่มีเงินไปไถ่มันคืนมา ส่วนรถใหม่ไอ่บอสก็ตามรอยพี่มันไปนอนเล่นในอู่เช่นกัน

            “ไม่ไปก็ตากผ้าอยู่หอนี่นะ แล้วซองขนมมึงอะเก็บลงถังขยะด้วย”

            “รู้แล้วน่า บ่นเป็นแม่อยู่ได้” อ่าวไอ้นี่ นอกจากจะมาอาศัยหอพักผมอยู่มันยังสร้างหน้าที่ใหม่ให้ผมอีก ว่าผมขี้บ่นเหมือนแม่ ครับ ตอนนี้ผมก็ไม่ต่างอะไรกับแม่มัน ทั้งหาข้าวหาน้ำให้มันกิน ทั้งต้องดำเนินการชดใช้ค่าเสียหายให้ข้าวฟ่าง ดีหน่อยที่เป็นคนกันเองไม่อะไรมาก ที่ลำบากตอนนี้คือค่าขนมมันนั่นแหละ แดกแม่งทุกชั่วโมง มาอยู่กับผมไม่กี่วันผลาญเงินผมไปเกือบสองพันแล้ว

            “เสร็จเรื่องแล้วกูส่งมึงกลับบ้านแน่” ว่าแล้วก็เดินทิ้งน้องชายไว้ข้างหลัง

            ว่าด้วยเรื่องข้าวฟ่าง เธอนอนโรงพยาบาลเป็นวันที่ 4 แล้ว โดยมีไอ้ฟลุคเป็นคนเฝ้าไข้ และมีเพื่อนๆ ของนางผลัดเปลี่ยนแวะเวียนกันมาเฝ้าตอนไอ้ฟลุคไปเรียน และผมก็ไม่ค่อยได้ไปหาเธอเท่าไหร่ จะไปก็อีกตอนที่เอาข้าวไปส่งให้ไอ้ฟลุคบ้าง เพราะไม่อยากไปแล้วเจอหน้าไอ่ซีน และวันนี้ก็ถึงคราวที่นางได้ออกโรงพยาบาลสมใจแล้ว

 

            “เดินไหวมั้ย กูว่ามึงขี่หลังกูดีกว่า”

            “ขี่ยากกว่าเดินเองอีก กูจะค่อยๆ กะเผลกไปละกัน”

            มองดูข้าวฟ่างกับนายซีนเขาพยุงกันไปที่รถก็อดร้อนผ่าวที่ไขสันหลังไม่ได้(?) คืออารมณ์ตอนนี้มันขัดลูกกระตายังไงก็ไม่รู้เวลาเห็นเขาอยู่ด้วยกัน

            “กูนิหมั่นไส้พี่สาวชิบหาย ตั้งแต่ถูกรถชนเหมือนนางโยนความเป็นทอมออกไปเลย มันเหมือนนางคนเก่ากำลังจะกลับมา” ฟลุคที่ร่วมขนสัมภาระไปกับผมหันมาเอ่ย หืม?....เพื่อนว่าไงนะ Again pleas

            “ยังไงวะ ข้าวฟ่างมีสองคนหรอ?”

            “เออ! นางแปลงร่างได้ ถรุย!!” น่าน ยังจะเล่น “เอาจริงๆ กูก็ไม่รู้พี่กูเป็นยังไง ตั้งแต่เล็กจนโตชีก็ห้าวๆ งี้ตลอด แล้วพอทีนี้มีผัวก็เริ่มอ่อนมานิด” หะๆ เดี๋ยวนะ

            “นี่พี่มึงเคยมีผัวด้วยหรอ”

            “อือ สมัยนั้นพี่กูก็ฮอตอย่างกูนี่แหละ ก็มีผู้ชงผู้ชายมาจีบบ้าง และมีคนนึงที่ทำให้นางสนใจ”

“...” ไม่อยากเชื่อคนอย่างข้าวฟ่างเนี่ยนะเคยมีแฟนเป็นผู้ชาย

“ตอนนั้นกูก็แปลกใจนะ ว่าทอมมีผัวได้ด้วยหรอ แต่โตมาหน่อยเห็นพวกมึงมีเมียเป็นผู้ชายกันบ้าง กูก็เริ่มปลงละ” อ่าว มาเรื่องผมจนได้

“เอาน่า โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว มึงไม่อยากลองแบบใหม่ๆ บ้างหรอ?”

“ตามสบาย แค่นี้ชะนีก็ตบกันตายเพราะแย่งกูละ กูไม่ไปแย่งผู้ชายเพื่อลดทรัพยากรมนุษย์กับพวกมึงหรอก ฮึ่ย! คิดแล้วก็ขนลุก” ไม่พูดเปล่าฟลุคยังชักหน้ารังเกียจใส่ ก็อยากตะโกนต่อท้ายเพื่อนไปนะว่าของแบบนี้มันไม่เข้าใครออกใคร ตอนแรกผมก็ไม่รู้สึกอะไรกับผู้ชายด้วยกันหรอก แต่เวลาผ่านไปหลายๆ อย่างมันเปลี่ยน จิตใจที่เคยตั้งกำแพงสูงไว้ตอนนี้ก็ค่อยๆ กร่อนไปตามสภาพ แฮร่

 

……………………..

 

@หอพักM

            ผมทำหน้าที่เพื่อนที่ดีโดยการช่วยเก็บสัมภาระให้พี่สาวเพื่อนณะเดียวกันที่เจ้าของห้องแลดูจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจากเพื่อนชายของเธอ มาถึงไอ้พี่ซีนก็ค่อยๆ ถอดรองเท้าให้ ทำเป็นหาชุดสบายๆ มาให้ใส่ ก่อนจะถืออำนาจใช้ไอ้ฟลุคไปซื้อข้าวมาตุนให้พี่สาวอีก เห่อ ถ้าบอกว่าเป็นผัวนางนิผมเชื่อเลย

            “มาใช้กูนิถามกูยังว่าเต็มใจไปมั้ย?”

            “พี่สาวมึง มึงจะไม่ทำก็แล้วแต่” ซีนยักไหล่ ก่อนที่ไอ้ฟลุคจะทำหน้าบึ้งตึงหยิบกุญแจออกห้องไปอีกรอบ ส่วนตัวผมอยากไปเอาร่างขาวๆ ของตัวเองตามเพื่อนออกไป แต่แขนซ้ายมันดันถูกดึงไว้ก่อนที่จะพ้นจากประตู

            “ให้ฟลุคไปคนเดียวดีกว่า”

            “ปล่อยกู”

            “พี่แค่อยากคุยกับไบร์ท คุยกันดีๆ ซักครั้งไม่ได้หรอ” เอาแล้วไงกูเกลียดน้ำเสียงแบบนี้

            “จะคุยไร ปล่อยก่อน”

            ซีนยอมปล่อยผมให้เป็นอิสระ ก่อนจะเปิดตู้เย็นหยิบเบียร์ออกมา 3 กระป๋อง จะไม่แปลกใจเลยหากนี่เป็นห้องของฝ่ายชาย แต่ใครจะไปคิดว่านอกจากอาหารแมวกับโจ๊กแล้วยัยตัวร้ายจะตุนเบียร์ไว้เต็มตู้เย็นแบบนี้

            “เอาจริงๆ ตอนแรกฉันก็ว่าจะไม่ยุ่งแล้วนะ แต่ฉันสงสารเพื่อน” ซีนเปิดกระป๋องข้าวฟ่างก็เปิดประเด็น

            “พี่จะทำยังไงให้นายสนใจพี่บ้างวะไบร์ท พี่ชอบนายจริงๆ นะ”

            เห่ย พูดงี้ขนตูดลุกเลย

            “ลองคบกับไบร์ทก็ไม่เสียหายอะไรนี่”

            อย่ายุสิข้าวฟ่าง ผมนี่ใจคอไม่ดีแล้ว

 

“คบกับพี่นะ”

            ซีนเสียงมึงทำกูหดหู่แปลกๆ ไม่นะเว้ย ใจแข็งมาเท่าไหร่แล้ว อย่ามาใจอ่อนแค่ตอนโดนรุมแบบนี้สิฟะ


.............................

'ทอมสายเท&เกย์ล่าแต้ม'



'หากกูต้องรักใครซักคน คนคนนั้นต้องไม่ใชมึง!'

v

v

................

'จะต้องให้พี่ทำยังไง! นายถึงจะยอมรัก'

v

v

................


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

47 ความคิดเห็น

  1. #9 napaporn_porn (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 07:26
    จะชอบกันอย่างงัยนะ รอๆนะ
    #9
    0