Teacher you’re my love ปิ๊งรักครู(หนุ่ม)หน้าใสหัวใจเย็นชา

ตอนที่ 9 : Can pen for (ขอเป็นแฟนเธอนะ) (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 102
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 ก.ค. 59

8


***Can pen for ขอเป็นแฟนเธอนะ***

 

                     “นายเป็นเกย์รึเปล่า?”

                    คีย์บอร์ดนิ่งไปพักหนึ่งเมื่อถูกฉันจับได้ว่าเป็นเกย์ ทั้งฉันทั้งเขาต่างเงียบ ก่อนที่เขาจะนึกขึ้นได้แล้วเอื้อมเฝือกมาเคาะหน้าผากฉัน แต่ครั้งนี้ฉันรู้ทันหรอก ฉันคว้าหมอนอิงมาบังหน้าทัน

พึ่บ!

     ใครบอกเธอ?” นั่นไงล่ะ คำถามเดียวกันกับที่ฉันคิดมั้ย

     “ก็...ฉันก็เดาเอาจากสถานการณ์ที่เจอมานั่นแหละ” ฉันลดหมอนมาไว้หน้าตัก “เห็นนายทะเลาะกับพี่ชอลลี แล้วก็...ฉันแอบไปส่งเฟสพี่เขามา โอ๊ย!” ให้ตายเถอะ ฉันโดนหมอนั่นเอาเฝือกโขลกกระบาลซะได้ นี่นายคิดจะฆ่าปิดปากที่ฉันรู้ความลับของนายใช่มั้ย ฉันจะฟ้องป๊า!!

                “กับใครนะ”

     “พี่ชอลลีไง”

     “มันมีอะไรให้น่าคิดตรงไหน ฉันกับไอ้ชอลเป็นเพื่อนกัน แล้วฉันไม่ชอบให้ใครมามองฉันแบบนั้นด้วย ลบความคิดนั้นออกไปจากสมองได้แล้ว” หมอนั่นทำหน้าหงุดหงิดเพิ่มมาอีก 2 เท่า ไม่อยากจะบอกว่ารู้สึกดีขึ้นมานิดนุงแหละ
                “ก็ผิวพรรณอันขาวผ่อง บวกกับหน้าตาหวานๆ กับผมสีน้ำตาลแดงเหมือนพระเอกการ์ตูนญี่ปุ่นของนายมันทำให้ฉันคิดมั้ยล่ะ! แถมนายก็ยังปากร้ายแล้วก็ชอบใช้ความรุนแรงกับผู้หญิงอีก ถ้าไม่ให้ฉันคิดว่านายเกลียดผู้หญิงแล้วชอบเพศเดียวกันจะให้คิดว่ายังไงกันฮะ!” ฉันพล่ามยาวทำเอาคีย์บอร์ดจุกไป 5 วิ ฮึ!! นายกำลังหาข้ออ้างอยู่ใช่มั้ย?

     ...ฉันไม่ใช่เกย์!”

                “แต่นายเหมือน

                “ก็บอกว่าไม่ใช่

                “ใช่!!”

                “เธอจะรู้ดีกว่าฉันได้ยังไง ฉันบอกว่าไม่ใช่ไง!

                “นายอาจจะยังไม่รู้ตัวนะคีย์บอร์ด เอางี้ๆ นายรู้สึกยังไงกับผู้หญิง” ว่าแล้วฉันก็เอียงหน้ามองสบตากับเขา หมอนั่นมองลึกเข้ามาในตา แต่กลับเป็นฉันที่หวั่นไหวไปซะเอง อร๊าย!~

                “ไม่ๆ ไม่ใช่ฉัน” ฉันหันกลับมาสู้กับความแปรปรวนของหัวใจ เดี๋ยวนะๆ ขอตั้งหลักก่อน

                “ทำไมต้องทำตาสั่นระริกตอนฉันมองด้วยหมอนั่นว่าแล้วพิงหลังลงพนักด้วยท่าทางที่ผ่อนคลาย

                “ฉันเป็นผู้หญิงก็ต้องหวั่นไหวตอนถูกผู้ชายมองอยู่แล้ว

                “กับฉันเนี่ยนะเขาปรายตามองฉันภายใต้สีหน้าไร้ความรู้สึก หืมม...นายนี่มัน!!

                “กับผู้ชายคนไหนก็เถอะ! ฉันเป็นผู้หญิงนะ ว่าแต่นายเฉยชาได้ขนาดนี้ก็แสดงว่านายเป็นเกย์แล้วล่ะ

                “รู้ได้ยังไงว่าฉันเฉยชา ตอนสบตากับผู้หญิงฉันก็หวั่นไหวเหมือนกันนั่นแหละ” ว่าไงนะ

     “หะ?...” นายบอกว่านายหวั่นไหวหรอ?

     “เพียงแต่ไม่ได้หวั่นไหวกับเธอ” กรี๊ด!!~ นายเอาหอกมาแทงปอดทะลุหัวใจฉันดีกว่าจะมาพูดอะไรแบบนี้นะคีย์บอร์ด!

     “...”

     “ตกใจอะไรเล่า นี่ เอาใหม่มา มองหน้ากันอีกรอบ” หมอนั่นสะกิดไหล่ฉันยิกๆ ซึ่ง ณ เวลานี้ฉันไม่มีอารมณ์มาหยอกล้ออะไรกับใครทั้งนั้น ชิ! ไม่หวั่นไหวก็เรียนซะ! ไม่ต้องต่อความยาวสาวความยืดแล้วค่ะครู!

     “ช่างนาย! รีบๆ สอนเถอะ” นายจะได้ไปพ้นๆ หน้าฉันสักที ฉันเกลียดนายแล้ว

     “ถามจริงๆ นะเปียโน เธอชอบไอ้ชอลลีจริงๆ หรอ?” เสียงของนายครูบ้าดังอยู่ข้างหู และฉันก็ทำฟอร์มไม่หันไปสบตาเขาให้หวั่นไหวไปเองอีกแล้ว

     “เลิกชอบตั้งแต่รูว่านายซื้อแมวให้เขาแล้ว”

     “เลิกชอบ...งั้นก็แสดงว่าไม่ได้ชอบแล้วสิ” ก็ใช่นะสิ นายนี่ยังไง

     “ไม่รู้”

     ไม่รู้ได้ยังไง ความรู้สึกของเธอ เธอก็ต้องรู้สิ”

     “แล้วทำไมเล่า นายจะมาสนใจทำไม ตั้งใจสอนเถอะน่ะ ฉันหิวข้าวแล้ว” ฉันหันไปขัดเขา และนั่นทำให้เขามองย้อนกลับเข้ามาในตาฉัน

     “ฉันก็แค่อยากรู้ เผื่อถ้าเธอไม่มีใจให้มันแล้ว ฉันจะได้ จีบเธอไง”


     อะไรนะ

     นี่ฉันหูฝาดไปใช่มั้ย? นายครูหนุ่มหน้าใสที่เพิ่งจะเลิกกับแฟนไปเมื่อ 3 วันก่อนจะจีบฉัน?!

     “คีย์บอร์ดตบหน้าฉันที” หรือทำยังไงก็ได้ที่ทำให้ฉันหลุดพ้นจากความฝัน

     “ว่าไงนะ”

     “ตบหน้าฉัน!” ฉันคว้ามือเขามาหมายจะตบหน้าตัวเอง แต่เขาก็ดึงมือออกไป แถมด้วยด่าฉันต่ออีกชุด

                “จะบ้ารึไง เธอประชดหรือโง่กันแน่เนี่ย”

                “เป็นไปไม่ได้ฉันต้องฝันไปแน่ๆ คนอย่างนายเนี่ยนะจะจีบฉัน ไม่! นายแค่ต้องการทำให้ฉันเลิกสนใจเรื่องที่นายเป็นเกย์ หรือไม่นายก็แค่จะจีบฉันประชดแฟนเก่า นายกำลังคิดจะเล่นอะไรของนายกันแน่”

                “ไปกันใหญ่แล้ว ถ้าฉันคิดจีบเธอด้วยเหตุผลพวกนั้น ฉันจะถามความรู้สึกของเธอก่อนทำไม ฉันไปจีบคนอื่นก็ได้ถ้าแค่อยากประชดแฟนเก่า”

                “ก็ ก็นายเพิ่งเลิกกับเขาไปนี่ มันน่าคิดนะ” เท่าที่นับได้ 3 วันเองนะ

                “ใช่ ฉันพึ่งเลิกกับเขาได้สามวัน แต่ความรู้สึกของฉันมันเปลี่ยนไปตั้งแต่วันแรกที่เจอเธอแล้ว

 


                อร๊ายยยย!!!

.....




                       แม้จะยังหาข้อสรุปไม่ได้แน่ชัดว่าพี่ชอลลีกับนายคีย์บอร์ดเป็นคู่เกย์กันจริงรึเปล่า แต่ก็ช่างพวกเขาเถอะ เพราะหลังจากวันนั้นฉันก็ไม่กล้ามองหน้าเขาอีกเลย ฉันไม่รู้สายตาที่เขามองฉันมันเปลี่ยนไปจากเดิมหรือเปล่า แต่ไอ้ประโยคที่ว่า...ความรู้สึกของฉันมันเปลี่ยนไปตั้งแต่วันแรกที่เธอแล้วนั้น...มันทำให้ความรู้สึกในตอนนี้ของฉันเปลี่ยนไปจากที่ชอบเขานิดนึง ตอนนี้กลายเป็นชอบม้ากมากแล้วล่ะ และที่ยิ่งไปกว่านั้นฉันรักที่จะเรียนภาษาอังกฤษมากขึ้น และก็รักที่จะมองหน้าครูผู้สอนไปด้วย

                     อย่างว่าแหละ ตอนนี้คงมีแต่คนด่าว่าฉันใจง่าย ไม่ทันไรก็ชอบเขาแล้วหรอ เร็วไปมั้ย?

                     ...ก็บอกตั้งแต่แรกแล้วว่าหวั่นไหวกับผู้ชายหล่ออ่ะ

 

                     และเนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุด วันที่เขาจะต้องมาสอนพิเศษฉันที่บ้านแบบเต็มวัน แต่เขาก็ได้โทรมาบอกว่าวันนี้จะต้องไปทำรายงานกับเพื่อนเลยขอหยุดสอนวันนึง ซึ่งฉันก็โอเค ฉันสบโอกาสจึงชวนเพื่อนไปดูหนังบ้าง ถึงแม้ว่าสภาพร่างกายจะยังไม่เอื้ออำนวยก็เถอะ

                    “แกอยากกินป๊อปคอร์นมั้ย เดี๋ยวฉันไปซื้อให้ เห็นสภาพแกแล้วอนาถใจจริงๆ”

                     “ย่ะ รีบไปซื้อมาเลย” ฉันเบ้ปากใส่นางอย่างหมั่นไส้ ไม่รู้จะล้อเรื่องเฝือกฉันไปถึงไหน เป็นไปได้ฉันก็อยากป่าวประกาศให้โลกรู้เหมือนกันว่าฉันเบื่อเฝือกนี่ขนาดไหน ไปไหนก็ไม่ถนัด จะลงน้ำหนักเท้ามากก็ไม่ได้! แต่อดใจรออีกแค่อาทิตย์เดียวเท่านั้นข้อเท้าฉันจะได้รับการปลดปล่อยแล้ว

     ระหว่างนั้นก็นั่งรอเบนต้าร์กับเกรซที่อาสาไปซื้อตั๋วหนังไปด้วย ซึ่งงานนี้ไม่มีโอปอนะ ได้ข่าวว่าหล่อนซุ่มซ้อมร้องเพลงอย่างหนักเพื่อจะเดบิวต์เป็นศิลปินกับค่ายดังในอนาคต นางเลยเซโนว์พวกเราและบอกเลยว่านางพลาดมากที่ไม่มา...

 


เอี๊ยด!~


                     เสียงยางรองเท้าเสียดสีกับพื้นดังแสบแก้วหูเรียกร้องความสนใจให้หันไปมองผู้ชายสองคนแย่งกันวิ่งไปต่อท้ายน้ำอิงซื้อป๊อปคอร์น ก่อนที่เสียงหัวเราะจากผู้ชายอีกกลุ่มหนึ่งจะดังขึ้น

                     “โห่ ชอลแกแพ้ดราก้อนว่ะ ขนาดมันขาสั้นกว่านะเว้ย ฮ่าๆ แกจ่ายมาเจนัส...ห้าร้อย”

                     ไม่ผิดหรอก พี่เฮลเชียนหันไปแบมือเรียกเก็บเงินจากสุภาพบุรุษเจนัสที่คาดว่าจะพนันอะไรกันไว้ซักอย่าง ขณะเดียวกันที่ผู้ชายหน้าขาวอีกคนกำลังยืนมองเพื่อนอีกสองคนโดนด่าอยู่

                     “เล่นบ้าอะไรของนายเนี่ยฮะ แล้วไหนว่าไปทำรายงานไง ทำไมมาโผล่ที่นี่ได้!” น้ำอิงร่ายยาวจนพี่ชอลลีที่วิ่งแข่งมากับพี่ดราก้อนเมื่อกี้ต้องรีบช่วยอธิบาย

                     “อย่าเพิ่งว่าดราก้อนสิครับน้องน้ำอิง ตอนแรกพวกพี่ก็ไปทำรายงานกันนั่นแหละ พอดีงานเสร็จเร็วก็เลยชวนกันมาดูหนัง แต่ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอน้องที่นี่ ว่าแต่ว่าน้องน้ำอิงมาคนเดียว...”

                     “เฮ้! น้องไมโล!!” พี่ชอลลีพูดไม่ทันจบ พี่เฮลเชียนก็เข้ามาทักทายฉัน ย้ำ! ว่าฉัน

                     “น้องเขาชื่อเปียโน” คอนเฟิร์มโดยพี่เจนัส

                     “ค่ะ สวัสดีพี่ๆ ค่ะ” ในฐานะรุ่นน้องฉันยกมือไหว้ทักทายผู้ชายทั้งสองคน แต่ยกเว้นคีย์บอร์ดที่ไม่ไหว้ รู้อะไรมั้ยฉันแอบดีใจที่เจอเขาที่นี่ แต่ไม่รู้เขาจะคิดแบบเดียวกันรึเปล่าเพราะสีหน้าและแววตาของเขาตอนนี้แลดูจะไม่สบอารมณ์เท่าไหร่เป็นไรอ่ะเตง

                     “ไม่ต้องไหว้พวกพี่หรอกน่า คนกันเองทั้งนั้น มาดูหนังใช่มั้ย แล้วนี่ซื้อตั๋วรึยังเดี๋ยวคีย์บอร์ดจะออกค่าตั๋วให้” พี่เฮลเชียนอาศัยความสนิทแหย่นายคีย์บอร์ดเล่น แต่ไม่หันไปมองหน้าหมอนั่นเลยว่าอยากเล่นด้วยรึเปล่า

                     “ปรึกษากันก่อนมั้ย” และนั่นไง แย้งแล้ว

                     “โธ่ แกก็ บ้านรวยไม่ใช่หรอ เลี้ยงหนังน้องซักเรื่องจะเป็นไรไปวะ”

                    “เออ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ให้เพื่อนไปซื้อมาแล้ว” และก่อนจะเป็นที่ถบเถียงกันไปมากกว่านี้ฉันจึงรีบแสดงตัว และเป็นจังหวะเดียวกันที่เกรซกับเบนต้าร์เดินเข้ามาพอดี ดั่งฟ้าสั่งสวรรค์แกล้ง(?)ระหว่างที่รอห้องเปิดพวกพี่ๆ หล่อน่ารักได้ชวนพวกนาง คุยสัพเพเหระ และแน่นอนว่าพี่ชอลลีเข้ามาชวนฉันคุย เขาทำเหมือนว่าที่ผ่านมาไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นเลย และไม่แคร์สายตาของเพื่อนเขาที่มองอยู่ด้วย

                     “พักหลังนี้เปียโนไม่ค่อยรับสายพี่เลย โกรธอะไรพี่รึเปล่า” ฉันพยายามแยกแยะคำถามอยู่นะว่าเขากำลังถามเพราะรู้สึกบางอย่างกับฉัน หรือแค่ถามไปอย่างนั้นเพื่อรักษาน้ำใจ

                     “ไม่มีนี่คะ ช่วงนี้หนูเรียนหนักก็เลยไม่ค่อยได้สนใจโทรศัพท์เท่าไหร่น่ะค่ะ” ดูเป็นเหตุผลที่ไม่เข้าท่าเท่าไหร่เลย แต่ก็กล้าใช้นะ อย่างน้อยๆ ก็แสดงออกให้คนรอบข้างรู้ไปเลยว่าฉันไม่ได้สนใจในตัวพี่ชอลลี

                     “พี่ว่ามันต้องมีอะไรแน่ๆ เอ...หรือยังโกรธเรื่องพี่บีบีอยู่ ใช่แน่ๆ วันนั้นน้องโกหกพี่” ใช่ฉันยอมรับว่าเรื่องเคืองเขาเรื่องนั้น แต่เรื่องหลักเลยที่ฉันต้องถอยห่างออกมาจากเขาก็เพราะฉันกำลังกิ๊กกับคีย์บอร์ดอยู่ไงเล่า ถ้าเขาเป็นเพื่อนคนละกลุ่มฉันยังจะพอเนียนๆ แอบคุยกับเขาได้ แต่ไม่ๆๆ ฉันเป็นคนดี ฉันต้องคุยทีละคน

                     “เปล่านะคะ ไม่ใช่แบบนั้น เรื่องนั้นน่ะหนูลืมไปแล้วแหละ แต่หนูแค่...” ฉันกำลังจะบอกอยู่แล้วเชียวว่าฉันมีคนคุยแล้ว แต่คีย์บอร์ดที่นั่งอยู่ม้านั่งตัวถัดไปชิงลุกเดินออกไปเสียก่อน และก็ไม่รู้ว่าเขาจะแอบเคืองฉันหรือเปล่า ฉันเลยแกล้งบอกพี่ชอลลีไปว่าจะไปเข้าห้องน้ำ ตอนแรกเขาก็บอกว่าจะมาส่งแต่ฉันก็ปฏิเสธไป ฉันออกมาโทรหาคีย์บอร์ดแต่เขาก็ไม่รับสายฉัน

                    แล้วมันก็กลายเป็นว่าวันนั้นเขาสละตั๋วแล้วหายเงียบไปเลย พอถามจากเพื่อนของเขาก็ได้รู้ว่าที่บ้านเขามีปัญหาและเขาต้องกลับไปเคลียร์ ฉันก็เลยสบายใจขึ้นมานิดหน่อยที่อย่างน้อยเขาไม่ได้หนีกลับไปเพราะเคืองฉัน

 


...


                     “บ๊ายบายแก แล้วเจอกันวันจันทร์นะ” เบนต้าร์กับเกรซโบกมือลาฉันจากในรถ แทนที่จะโทรเรียกให้คนขับรถมารับอย่างกับคุณหนูน้ำอิง แต่นางสองคนเลือกที่จะขึ้นแท็กซี่กลับบ้านโดยอ้างเหตุผลว่าเกรงใจลุงคนขับรถ ฉันก็เลยขึ้นแท็กซี่ร่วมทางมากับพวกหล่อนซะเลย และกว่าจะมาถึงบ้านก็เล่นเอาซะเกือบทุ่มเลย

                     “คุณหนูคะ ทำไมกลับค่ำจังเลยล่ะคะ” พี่แจ๋วแม่บ้านแผนกทำความสะอาดของบ้านทำหน้าตาตื่นเข้ามาหา ทำไมกัน หรือป๊ากับแม่กลับมาไม่เจอฉันแล้วท่านวีนพี่หรอ?

                     “ป๊ากับแม่กลับมาแล้วหรอคะ?”

                     “เปล่าหรอค่ะ คุณผู้หญิงกับคุณผู้ชายเพิ่งโทรมาบอกว่าจะดินเนอร์กันนอกบ้านอาจกลับดึกหน่อย แต่ครูสอนพิเศษของคุณหนูต่างหากล่ะคะ เขามานั่งรอคุณหนูได้สามชั่วโมงแล้วค่ะ” ว่าไงนะ!

                     ฉันรีบดีดไม้ค้ำยันไปหานายครูสอนพิเศษยังห้องนั่งเล่นทันที และพอไปถึงก็เห็นเขานั่งอ่านหนังสืออยู่ เชื่อเขาเลยว่านายมันหนอนหนังสือน่ะ ขนาดจะว่าฉันตาก็ยังจดจ้องอยู่ที่หนังสือ

                     “หนังจบตอนห้าโมงไม่ใช่หรอ ทำไมเพิ่งกลับล่ะ”

                     “แล้วทำไมจู่ๆ นายถึงหนีออกมาแบบนั้นล่ะ ถามเพื่อนนายเขาก็บอกว่านายกลับบ้านแล้ว”

                     “ใช่ ฉันไม่อารมณ์ไปนั่งดูเธอกับไอ้ชอลจีบกัน” นี่นายหึงรึเปล่าเนี่ย ว๊าย บ้าจริง “ทำไมเธอไม่บอกมันไปว่าเธอมีคนคุยแล้ว”

                     “ก็...”

                     “หรือเธอคิดจะคุยทีละหลายๆ คน”

                     “ไม่ใช่แบบนั้นนะ ก็กำลังหาจังหวะพูดอยู่” เฮ้ นายใจเย็นๆ ก่อนสิ

                     “เธอจะรอให้มันสารภาพรักก่อนรึไง บอกเลยฉันไม่ชอบที่เธออ่อยมันแบบนั้น”

                     “อะไรอ่ะ อ่อยตรงไหน ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ” ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เป็นอะไรกันก็หวงขนาดนี้แล้วหรอ เกินไปมั้ย นี่ ตอนแรกฉันก็ชอบนะ แต่ตอนนี้เริ่มรู้สึกว่ามันเยอะไปแล้ว

                     “จำใส่ใจไว้ว่ามันไม่ได้คิดจริงจังกับเธอ มันแค่หยอกเธอเล่น และถ้าไม่อยากเสียใจก็เลิกให้ใจมันซะ สนใจฉันนี่ ฉันจีบเธออยู่”

                     “ใช่นายจีบฉัน แต่มันไม่ได้หมายความว่านายจะมาบังคับอะไรฉันก็ได้นะ” มีใครเคยบอกนายรึยังว่าการใช้อำนาจบังคับจิตใจคนรักน่ะ เป็นสาเหตุทำให้เลิกกันอันดับต้นๆ เลย “แล้วอีกอย่างตอนนี้เราก็ยังไม่ได้เป็นแฟนกัน นายแค่จีบฉัน ที่จริงฉันมีสิทธิ์คุยกับผู้ชายคนอื่นด้วยซ้ำ”

                     “ได้ไงอ่ะ คุยทีละคนสิ”

                     “ไม่รู้ล่ะ ก็นายยังไม่ได้เป็นแฟนกับฉัน ไม่ต้องมาทำเป็นหวงฉันเลย”

                     “งั้นเป็นแฟนกันเลยมั้ยล่ะ ฉันจะได้หวงเธอได้” หะ...อะไรมันจะง่ายขนาดนั้นเลยหรอ

                     “วะ ว่าไงนะ”

                    “เป็นแฟนกับฉันนะ ฉันจะได้บอกชอลลีได้เต็มปากว่าเธอเป็นแฟนฉัน มันจะได้ไม่ต้องมายุ่งกับเธอแล้วไง” นะ นี่มันอะไรกันเนี่ย บอกเลยว่าฉันสับสนและงงมากกับเจตนาของเขา ใจหนึ่งก็คิดว่าเขาชอบฉันมากๆ ถึงขั้นไม่อยากให้ใครมายุ่ง แต่อีกใจก็อดคิดไม่ได้ว่าเขาทำทุกอย่างไปเพียงเพื่ออยากเอาชนะเพื่อน

                     “มัน ไม่เร็วไปใช่มั้ย”

                     “ไม่เลย” เขาเดินมาใกล้ฉัน “ถ้าเธอคิดว่าฉันใช่ ก็ไม่มีอะไรที่เร็วไปหรอก ...ตกลงนะ”

                     บอกเลยว่าตอนนี้ฉันสับสนมาก ใครบอกว่าไม่เร็วล่ะ เร็วสิ! ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากจนทำอะไรไม่ถูก ฉันกำลังจะมีแฟนคนแรกหลังจากแตกเนื้อสาว และเขาก็เป็นหนึ่งในสมาชิกคิวท์บอยส์หนุ่มหล่อสุดป๊อปในโรงเรียน มีดรีกีเป็นว่าที่นักศึกษาแพทย์ในอนาคต และที่ยิ่งไปกว่านั้นเขาเป็นครูสอนพิเศษของฉันด้วย!

                     “อืม” ฉันพยักหน้า และเท่านั้นแหละ “...อื้อ!

พึ่บ!

แกร๊ก!

                     ฉันปล่อยไม้ค้ำยันให้ตกลงไปบนพื้น เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีอยู่ในสองมือพยายามผลักร่างสูง 184 เซนติเมตรนั่นออกไป ใครจะไปคิดว่าทันทีที่ตกลงเป็นแฟนกับเขาปุ๊บ เขาก็จับล็อกหน้าแล้วดึงฉันเข้าไปจูบปั๊บ เฮ้ย! นายเก็บกดอะไรรึเปล่าคีย์บอร์ด หรือนายหื่นเงียบกันแน่เนี่ย!

                     ผิวนิ่มๆ ที่แตะลงบนริมฝีปากของฉันประมาณ 5 วินาทีได้ค่อยๆ ผละออกไป ก่อนที่มันจะหยักยิ้มขึ้นสวนทางกับดวงตาตี๋ๆ ที่หยักลงเหมือนรูปพระจันทร์เสี้ยว จากนั้นปลายนิ้วของเขาก็เคลื่อนมาแตะเบาๆ บนริมฝีปากสั่นระริกของฉัน


                     ตอนนี้ใจฉันเต้นรัวไปหมดแล้ว ฉันอึ้งในการกระทำของเขา และอึ้งที่เห็นเขากำลังยิ้มด้วย

                     นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นคีย์บอร์ดยิ้มแบบเต็มๆ …


                     “ปากเธอเป็นของฉันแล้วนะ”

         “...” หรอ?...นี่มันเกิดขึ้นแล้วจริงๆ หรอ?


     “ถ้าเธอเผลอไปพูดดีกับใครที่ไม่ใช่ฉัน ฉันจะลงโทษเธอ”

 

     1 เดือนก่อน ...นายยังมองฉันใจง่ายอยู่เลย

     1 สัปดาห์ก่อน ...นายยังหาเรื่องฉันอยู่เลย

     แล้วนายก็เพิ่งจะคบฉันได้ 2 วัน มาวันนี้นายขอฉันเป็นแฟนไม่ถึง 3 วิฯ แล้วนายก็จูบฉัน?


……………………

Teacher you’re my love 

ปิ๊งรักครู(หนุ่ม)หน้าใสหัวใจเย็นชา

  

-ตริวเตอร์หนุ่มสุดเย็นชา ปะทะ ยัยศิษย์บ๊องจอมทะลึ่ง-

คีย์บอร์ด & เปียโน

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

28 ความคิดเห็น

  1. #14 Melon_cherry (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2559 / 16:53
    รอค้า มาอัพชะที เกือบจะร้องไห้ละ >+<
    #14
    0