Teacher you’re my love ปิ๊งรักครู(หนุ่ม)หน้าใสหัวใจเย็นชา

ตอนที่ 4 : ผู้รับเคราะห์ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 108
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    28 พ.ค. 59

3

**ผู้รับเคราะห์**

 

พักเที่ยงของวันนี้

 

                หลังจากรับประทานอาหารกลางวันเสร็จเรียบร้อยแล้วฉันก็กลับมานั่งหน้าแห้งอยู่ในห้องคนเดียว เพื่อนๆ ไม่ได้ทิ้งฉันไปหรอกแต่วันนี้มีการแข่งขันคัดตัวนักกีฬาว่ายน้ำประจำโรงเรียน และตัวแทนหนึ่งในนั้นก็คือพี่ชอลลีสุดหล่อของฉัน ถึงจะอยากไปด้วยแต่สภาพขาที่ไม่เอื้ออำนวยของฉันทำให้โอกาสในการเสนอหน้าไปเชียร์พี่เขาหมดไป ฉันก็เลยมานั่งฟังคลิปเสียงที่คีย์บอร์ดส่งให้ไปพลางๆ


                [แกโอเค?]

                ข้อความจากน้ำอิงเด้งขึ้นมาขณะที่ฉันกำลังต่อหูฟังเข้ากับมือถือ ฉันรู้สึกดีที่เพื่อนยังเป็นห่วง ในตอนแรกน้ำอิงก็ไม่คิดจะไปกับพวกเบนต้าร์หรอกเพราะเป็นห่วงฉัน แต่อย่างว่างานนี้พี่ดราก้อนก็ลงแข่งด้วยฉันไม่อยากให้พี่เขาเสียกำลังใจก็เลยยุให้เพื่อนไป ซึ่งฉันก็ดีใจที่เห็นเพื่อนมีความสุข ถึงปากจะพูดปาวๆ ว่าไม่ชอบพี่เขาก็เถอะ แต่ฉันรู้ว่านางมีใจให้พี่เขาไปแล้วล่ะ ฉันดูออกหรอก


                “มานั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อะไรอยู่ตรงนี้ล่ะ นึกว่าจะไปเสนอหน้าข้างขอบสระแล้วซะอีก” เสียงแหลมๆ ของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น เงยหน้ามองผู้หญิงปากแดงในเสื้อรัดรูป กระโปรงสั้นคนนั้นแล้วฉันว่าฉันไม่รู้จักเธอมาก่อนนะ

                “หล่อนนั่นแหละ จะมองหาใครกัน” นั่นสินะ ทั้งห้องก็มีแค่ฉันคนเดียว เท่าที่ดูเบ้าหน้าบวกกับความกร่างของพวกเธอ ฉันว่าพวกเธอย่างจะเป็นรุ่นพี่ฉันไป 1 ก็ 2 ปีแหละ ฉันเลยลุกขึ้นคุยกับพวกเธออย่างมีมารยาท แต่ดูเหมือนนางทั้งสองจะไม่ได้มาดี

                “ท่าทางจะเซ่อนะบีบี” เพื่อนคนซ้ายมือว่า แล้วคนที่ชื่อบีบีอะไรนั่นก็พูดขึ้น

                “ผู้หญิงแบบนี้นะหรอที่จะมาเป็นคู่แข่งฉัน นี่เขาใช้อะไรคิดเนี่ย” เจ๊บีบีสำรวจตัวฉันตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยสายตาแปลกๆ และแน่นอนว่าพวกเธอต้องเข้ามาหาเรื่องฉัน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็เถอะ

                “พี่พูดเรื่องอะไรกันคะ” บอกตามตรงว่าฉันไม่เข้าใจสถานการณ์เลย

                “ทำเป็นใสซื่อ ทำเป็นไม่รู้เรื่องงั้นหรอ ตอแหXเก่งนะแก!!” ว่าแล้วยัยปากแดงนั่นก็จิกผมฉันหมับ นางเหวี่ยงฉันชนโต๊ะอย่างง่ายดาย เพราะ 1 เท้าฉันเจ็บฉันจึงควบคุมการเดินไม่ได้ และ 2 ฉันไม่ทันตั้งตัวไง

                “ว๊าย!!~” ให้ตายเถอะ นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย จะหันไปสู้ก็โดนเพื่อนของนางเข้ามาล็อกตัวไว้ นี่มันช่วงซวยอะไรของฉันเนี่ย “ฉันไปทำอะไรให้พวกเธอ! ฉันไปตอแหลอะไรหรอ!!” ฉันโวยวายบ้าง และหล่อนก็ไม่พูดไม่จา ง้างมือจะตบฉันอยู่ท่าเดียว แต่นี่มันหมดยุคที่นางเอกจะปล่อยให้นายร้ายตบละ

                ฉันยันอกยัยบีบีนั่นออกไปแล้วอาศัยมวลเนื้อที่มีมากกว่าเหวี่ยงร่ายผอมบางนางตัวยุยงนั่นออกไป แล้วอาศัยจังหวะนั้นวิ่งหนีออกไปจากห้องทันที แต่เหมือนทุกคนจะนัดกันไว้ ทั้งอาคารไม่มีใครอยู่เลย แถมขาฉันก็เจ็บ การไล่ล่าในครั้งนี้จึงไม่ต่างกับการตามฆ่าบนอาคารร้างในหนังฆาตกรรมเลย


                “คิดว่าจะหนีรอดหรอ ฮ๊ะ!!” ยัยบีบีอะไรนั่นวิ่งมาจิกผมซ้ำจังหวะที่วิ่งมาถึงบันได หล่อนกระชากฉันให้หันไปแล้วตบหน้าฉันฉากใหญ่


เพี๊ยะ!!~


                แก้มป่องๆ ของฉันชาร้าวไปทั้งหน้า ตั้งแต่ลืมตาดูโลกมาโดนทำร้ายร่างกายหนักที่สุดก็ครั้งนี้แหละ ไม่รู้ว่าโดนเพราะอะไร ไม่มีเหตุผลด้วย


                “จับตัวมันไว้แจมฉันจะสั่งสอนมัน” ยัยแจมอะไรนั่นเข้ามาล็อกตัวจังหวะที่ฉันกำลังจิกผมยัยบีบีอยู่ ภาพในตอนนี้ยิ่งกว่าการยื้อยุทธ์ฉุดกระชาก เพราะฉันเองก็ไม่ยอมปล่อยผมสรวยๆ ของยัยบีบีให้หลุดมือเหมือนกัน เอาสิ! ฉันสู้นะเว้ย!


                “ทำอะไรกันน่ะ” เสียงเรียบทุ้มดังขึ้น และพอหันไปก็พบผู้ชายร่างสูงโปร่งนายหนึ่ง

                “คีย์บอร์ด” ยัยบีบีและยัยแจมเรียกชื่อผู้มาใหม่ และแทนที่พวกนั้นจะตกใจและปล่อยฉัน แต่พวกนางกลับเหวี่ยงฉันลงพื้นแล้วตบฉันต่อ แล้วถามว่าคีย์บอร์ดทำไง


ยืนมองเจ้าค่าา.....


ตุบ!!


                “อร๊ายย!!~” เสียงฉันเองแหละ

                จำไว้เลยนะคีย์บอร์ด! เย็นนี้นายโดนพ่อฉันเทศนาแน่ ฉันจะบอกพ่อให้เลิกจ้างนาย! นายมันนอกจากจะขี้เก๊กแล้วยังเฉยชาต่อการมองผู้หญิงตบกันอีก นายมันไม่มีจิตสำนึกเลย


                “กรี๊ดด!!~” แล้วยัยบีบีก็กรีดร้อง ร่างนางผละออกไป ขณะเดียวกันที่เพื่อนของนางก็ถอยห่างออกไปจากตัวฉัน “ปล่อยนะคีย์บอร์ด ฉันเจ็บนะ”  

“แล้วเธอไม่คิดว่าอีกคนเขาจะเจ็บบ้างหรอ?” คะ คีย์บอร์ดกำลังบีบข้อมือของยัยบีบีขนแขนซีดไปหมด ขณะที่สีหน้าของยัยพี่สวยนั่นไม่พอใจเขาเหมือนกัน เย้ๆๆๆ นายช่วยฉัน นายยังพอมีจิตสำนึกที่จะช่วยฉันอยู่ เอาเป็นว่าฉันขอกลับคำนะ

                “ใครใช้ให้มันมายุ่งกับแฟนฉันก่อนล่ะ ฉันจะสั่งสอนมันให้เลิกยุ่งกับคนของฉันสักที!

                “เตือนคนของเธอก่อนมั้ย นิสัยมันเป็นยังไงเธอก็รู้” คีย์บอร์ดปล่อยมือยัยบีบีแล้วเข้ามาพยุงฉันที่กำลังนั่งอึ้งกับความหน้าตัวเมีย เอ้ย! ความโหดที่ใช้ขู่ผู้หญิงของคีย์บอร์ดจนลืมลุกไป ว่าแต่ว่าใครเป็นแฟนใคร แล้วฉันไปอยู่กับแฟนใครตั้งแต่เมื่อไหร่


                ระ หรือว่า...


                “แต่ชอลลีจะไม่เปลี่ยนใจจากฉัน หากไม่มีใครมาแย่งเขาไป” พี่ชอลลีจริงด้วย!! นี่พี่ชอลลีมีแฟนแล้วหรอ? อดโอปอ งานนี้เราสองคนอดแล้ว

                “เรื่องของเธอ” เป็นคำพูดสั้นๆ ที่กัดกินจิตใจ หืม...จี๊ดซะไม่มี...เรื่องของเธองั้นหรอ? บวกกับสีหน้าเรียบเฉยของเขาเข้าไปแล้วยิ่งดูกวนประสาทไปใหญ่ “ไป” คีย์บอร์ดประคองฉันให้เดินลงบันได แต่ฉันเจ็บขาอยู่ และเจ็บมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ

                “คีย์บอร์ด ฉัน...” ฉันไม่รู้จะบอกเขายังไงดี ตอนนี้ฉันปวดข้อเท้ามากเลย ปวดจนแทบจะร้องไห้เลยด้วยซ้ำ แต่คีย์บอร์ดไม่พูดอะไร เขาช้อนร่างฉันขึ้นแล้วอุ้มอุ้มกลับไปที่ห้อง

 

                แทบไม่อยากเชื่อว่าผู้ชายขี้เก๊กที่ขยันทำให้ฉันหมั่นไส้ทุกวี่ทุกวันจะเก่งในเรื่องการปฐมพยาบาลเบื้องต้นด้วย เขานั่งคลุกเข่าลงตรงหน้าแล้วใช้ยานวดที่ฉันได้มาเมื่อวานนวดข้อเท้าให้ฉัน แล้วความเจ็บปวดที่มีมากในตอนแรกก็เริ่มผ่อนคลายลงไป นี่ฉันก็เพิ่งสังเกตว่าผมสีคารามลของเราถูกย้อมกลับให้เป็นสีน้ำตาลเข้มหมดแล้ว...คงได้เข้าไปพูดคุยกับฝ่ายปกครองแล้วสินะ


                “รู้สึกดีขึ้นรึยัง?” คีย์บอร์ดเงยหน้าถาม แล้วแทนที่ฉันจะตอบกลับเขาด้วยความมั่นใจ ฉันกลับหลบสายตาเขา ให้ตายสิ สบตากับคนหล่อนี่มันยุ่งยากจริงๆ

                “อืม ดีขึ้นแล้ว” ฉันค่อยๆ ดึงข้อเท้าตัวเองกลับมา

                “จะรีบเอาผ้าเย็นออกทำไมล่ะ ยังไม่คบสิบห้านาทีเลยนะ” เขาจับผ้าเย็นที่ว่านั่นผ่านมือฉัน เพื่อให้มันกลับคืนสู่ตำแหน่งบนหน้าของฉันเหมือนเดิม เขาบอกว่าการประคบหน้าด้วยความเย็น 15 นาทีจะไม่ทำให้หน้าฉันบวมแดงจนสังเกตได้ว่าโดนตบมา และสงสัยใช่มั้ยว่าเขาไปเอาผ้าเย็นมาจากไหน ไปขโมยมาจากห้องพักครูมาให้ฉันไง ด้วยความเป็นรุ่นพี่แหละ เลยสนิทสนมกับอาจารย์

                “ก็ฉันชาหน้านี่ พอแล้วได้มั้ย เหลืออีกสองสามนาทีเองนะ” คีย์บอร์ดเหมือนจะไม่เชื่อใจ เขาก้มลงมองนาฬิกาบนข้อมือซ้ายแล้วพยักหน้ายอม แหมเชื่อสิ ฉันนั่งจับเวลาอยู่น่า

                “คราวหน้าคราวหลังก็ระวังตัวไว้บ้างล่ะ” คนตรงหน้าลุกขึ้นเต็มความสูง ทำให้ฉันต้องเงยหน้าขึ้นมองเขา จะว่าไปหมอนี่ก็สูงเหมือนกันนะ อาจจะไม่เกิน 190 เซนฯ เหมือนพี่ชอลลีพี่ก็ไม่น่าจะต่ำกว่า 180 เซนฯอ่ะ “เพราะเธออาจจะไม่โชคดีเหมือนครั้งนี้เสมอไป” ประโยคหลังทำให้ฉันแอบหวั่นนิดๆ ...เอิ่ม อย่างครั้งนี้เรียกว่าโชคดีแล้ว?

                “ฉันจะไม่อยู่คนเดียวแบบนี้อีกแล้ว คนที่นี่น่ากลัวชะมัดเลย” น่าจะมีการเตือนกันบ้าง ไม่ก็ขู่ก่อนก็ยังดี นี่อะไรกันเข้ามาตบๆๆ กะเอากันให้ตายไปข้างเลยรึไง

                “ใช่ และเธอก็ควรระวังตัวจากผู้ชายอันตรายคนนั้นด้วย ฉันไม่ห้ามที่เธอจะปลื้มพวกหน้าตาดีๆ อย่างคิวท์บอยส์ แต่เธอไม่ควรทำตัวสนิทสนมกับพวกเขา เพราะดอกไม้ที่สวยงามย่อมมีหนามที่แหลมคม”

                “เจ้าค่ะ กล่าวจบแล้วก็อันเชิญนะคะ นี่ก็ใกล้เวลาเข้าเรียนภาคบ่ายแล้ว ฉันไม่อยากให้ใครมาเห็น พวกคิวท์บอยส์ อยู่ที่นี่กับฉัน” ก็อย่างว่าแหละน๊าา~ หมอนี่ก็เป็นสมาชิกของหนุ่มหล่อน่ารัก ไม่แน่ว่าแฟนคลับของเขาก็อาจจะแฝงตัวอยู่แถวๆ นี้ก็ได้ เพื่อความปลอดภัยฉันขอเจอเขาแค่ที่บ้านก็พอแล้ว

                “ได้ แต่วันนี้จะเลตเหมือนเมื่อวานไม่ได้นะ”

                “บอกครูประจำวิชามั้ย ฉันสามารถสั่งพวกท่านได้ซะที่ไหน” พูดเป็นเล่น ครูสอนไม่เสร็จฉันจะชิ่งออกไปก่อนได้ยังไง

                “ถ้าฉันเรียนเสร็จก่อน ฉันจะมารอเธอที่นี่” 

                

                “อะไรนะ?” จะมารอ?...


                “แกเห็นซิกแพคพี่ชอลลีมั้ย น่าจับที่สุดเลยอ่ะ” คีย์บอร์ดไม่ทันได้ตอบ เสียงจากข้างนอกก็ดังแทรกเข้ามา เขาเหลือบมองฉันเพื่อย้ำคำพูดอีกครั้ง ก่อนจะนำร่างสูงนั้นออกไปจากห้อง และทันทีที่เห็นร่างผู้ชายคนนั้นเสียงกรีดร้องก็ดังขึ้น

                “กรี๊ด!!~ พี่คีย์บอร์ดมาทำอะไรที่นี่คะ”

                “พี่คีย์บอร์ดคะ ขอถ่ายรูปคู่ด้วยสิคะ วันนี้พี่เท่ที่สุดเลยอ่ะ”

                “พี่คีย์บอร์ดคะช่วงนี้เรียนเหนื่อยมั้ยคะ เดี๋ยวหนูนวดให้มั้ย”



                โอ๊ย...อะไรจะฮอตปานนั้นครูฉัน นี่ขนาดแค่เห็นเขาเดินผ่านห้องออกไปนะ แล้วถ้าเย็นนี้หมอนี่มานั่งรอฉันหน้าห้องจริงๆ บรรยากาศตอนนั้นจะเป็นยังไงกัน แต่ยังไงก็เถอะ ฉันขอภาวนาให้คุณครูปล่อยตรงเวลาละกัน เพราะฉันไม่อยากโดนแฟนคลับของนายนี่รุมประชาทันเหมือนที่โดนมาวันนี้อีกแล้ว แค่นี้ก็ร้าวหน้าไปแล้ว!!~

 



หลังเลิกเรียน


                ฉันเดินออกมาจากห้องโดยมีเพื่อนรักน้ำอิงคอยช่วยประคอง และมีเกรซช่วยถือกระเป๋าให้ ถึงอาการปวดข้อเท้าจะดีขึ้นจากเดิมมากแต่การเดินของฉันก็ยังไม่สมบูรณ์เท่าไหร่ วันนี้ครูปล่อยเลยเวลาไปเกือบชั่งโมง ซึ่งฉันก็ไม่รู้ว่ามันอยู่ในเกณฑ์ที่อีตาคีย์บอร์ดตั้งไว้หรือเปล่า ใจหนึ่งก็แอบลุ้นนะว่าเขาจะมารอตามที่ปากบอกมั้ย

แต่พอออกมาหน้าห้องแล้วไม่เห็นเงาเขาเท่านั้นแหละ หัวใจที่แอบพองโตใจตอนแรกก็เหี่ยวฟ้อลงมาเลย ไม่รู้จะเรียกความรู้สึกนี้ยังไงดี คือแบบทั้งชีวิตไม่เคยมีผู้ชายมายืนรอหน้าห้องเรียนอ่ะ อยากมีโมเม้นท์ที่ผู้ชายมาเดินข้างๆ บ้าง ไปนั่งกินไอศกรีมด้วยกันบ้างไรเงี๊ยะ แต่ก็ช่างเถอะ คีย์บอร์ดเป็นแค่ครูสอนพิเศษ เขาไม่จำเป็นต้องมารอรับฉันหลังเลิกเรียนจริงๆ ซะหน่อย มันก็แค่คำขู่เท่านั้นเอง


“อุ๊ยตายแล้ว วันนี้บอดี้การ์ดส่วนตัวไม่มารับหรอจ๊ะน้ำอิง” น้ำเสียงเย้ยหยันทำให้เพื่อนรักสะบัดหางม้าใส่หน้าฉันจนแสบไปหมด

“เรื่องของเขาป่ะ? มันก็ไม่ได้หนักส่วนไหนของแกนี่โอปอ” แหนะ บ่ายนี้มีหงุดหงิดเล็กน้อย และก็จริงแหละ ปกติพี่ดราก้อนจะมารอรับน้ำอิงหน้าห้องไม่ก็ใต้อาคาร หรือถ้าไม่ทันจริงๆ ก็จะมารออยู่ที่หน้าโรงเรียนเลย แต่วันนี้แปลกที่เขาคนนั้นหายไป แม้เราจะมาถึงหน้าโรงเรียนแล้วก็เถอะ

“โอปอก็แค่ล้อเล่นน่ะ ไม่เห็นต้องทำหน้าอย่างนั้นเลย งอนเขาก็ไปเคลียร์กันที่บ้านอย่ามาพาลใส่เพื่อนสิจ๊ะ” เบนต้าร์แขวะเพื่อน และแทนทีที่จะทำให้น้ำอิงมีเหตุผลมากขึ้น หล่อนกลับหงุดหงิดและฟาดงวงฟาดงายิ่งกว่าเดิม

“ฉันไม่ได้งอน! แต่ฉันไม่ชอบที่พวกแกพูดถึงหมอนั่นในเชิงเป็นแฟนฉัน ฉันไม่ได้ชอบเขา ไม่ได้ชอบ            นายดราก้อน! ไม่ได้ชอบ!!” คำวีนของยัยคุณหนูทำเอาคนที่อยู่ในบริเวณนั้นหันมามองกันใหญ่ และหนึ่งในคนที่หันมาก็คือ.........พี่ดราก้อน


นั่นไงล่ะ!! เขาไม่ได้ไปไหน แต่เขากำลังมารับเธอกลับบ้าน(ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าก่อนหน้านี้ไปไหนมา)


“ขอโทษที่ช้านะ ...กลับบ้านกัน” ในขณะที่ตัวประกอบอย่างเราๆ ได้แต่อึ้ง...ไม่ได้อึ้งกับความหล่อใสของผู้ชายหน้าสวยคนนั้น แต่กำลังอึ้งกับเลือด และรอยช้ำบนใบหน้าใสๆ นั่นต่างหาก เกิดอะไรขึ้นกับพี่เขา

“นี่หน้าไปโดนอะไรมา เกิดอะไรขึ้นกับนาย” น้ำอิงปล่อยร่างฉันแล้วยื่นมือไปแตะบนใบหน้าของอีกคน เนื่องจากน้ำอิงค่อนข้างสูงและพี่ดราก้อนเป็นคนไม่สูงมาก การถูกเนื้อต้องตัวกันครั้งนี้จึงดูได้องศาเป็นอย่างยิ่ง

“ไม่ได้คิดอะไรนะคะ” เบนต้าร์แขวะเพื่อนเบาๆ ซึ่งก็ไม่ได้อยู่ในความสนใจของน้ำอิงหรอก ตอนนี้ใครก็ไม่สำคัญเท่ากับพี่ดราก้อนของหล่อนแล้ว ตำแหน่งหมาหัวเน่าจึงตกเป็นของพวกฉันไปโดยปริยาย ขณะเดียวกันนั้นฉันก็แอบจิกแขนตัวเองไปด้วย โอ๊ย...อยากมีโมเม้นท์แบบนี้จริงๆ ฉันฟินกับคู่นี้!!!....


                แต่แล้วสายตาอันเฉียบคมของเกรซก็ทำให้ฉันหลุดจากภวังค์ของคู่นั้น


                “พวกแก ดูหน้าหล่อๆ ของพี่ๆ คิวท์บอยส์สิ”


                ไม่ว่าจะเป็นพี่ชอลลี พี่เจนัส พี่เฮลเชียน หรือแม้แต่นายคีย์บอร์ดต่างก็ถูกตบแต่งด้วยรอยช้ำเลือดกันคนละสองสามจุด แถมสีหน้าของแต่ละคนก็หงุดหงิดไม่เบา พี่เฮลเชียนหันมาพูดบางอย่างกับเพื่อนแล้วแยกตัวขึ้นรถตู้คันหนึ่งไป ส่วนพี่เจนัสก็เดินออกไปกับพี่ชอลลี คีย์บอร์ดล้วงโทรศัพท์ออกมา ในระหว่างที่เหมือนว่ากำลังรออะไรบางอย่าง




และมือถือฉันก็สั่นเครือ...



100%




Teacher you’re my love 

ปิ๊งรักครู(หนุ่ม)หน้าใสหัวใจเย็นชา

  

-ตริวเตอร์หนุ่มสุดเย็นชา ปะทะ ยัยศิษย์บ๊องจอมทะลึ่ง-

คีย์บอร์ด & เปียโน

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

28 ความคิดเห็น

  1. #4 choccoblack (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 20:17
    รอค่ะพึ่งเจอชอบเลยนางเอกน่ารักอ้ายยชอบ
    #4
    0