Teacher you’re my love ปิ๊งรักครู(หนุ่ม)หน้าใสหัวใจเย็นชา

ตอนที่ 2 : Cute boys Gang (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 177
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    19 พ.ค. 59

1


***Cute boys Gang***



กรี๊ดดดดด!!!!!!!!!!!!!!!

                        เอาเข้าไป ดุจหิมะจะตกเมืองไทย ดุจ*ซุปเปอร์จูโน่กำลังจะมาเยี่ยมโรงเรียนของเรา ดุจ*เอ็กซ์สโลจะมาตั้งแคมป์อยู่หน้าบ้านฉัน ดุจ*ก็อทแปดและจะยกพวกมาตีกันกับ*บีทีทีเอส ดุจ!!.... ฯลฯ   (*กลุ่มไอดอลเกาหลีที่กำลังมาแรงในยุค) ช่างเถอะ +_+ สรุปแค่ว่าตอนนี้น่ะ พวกสาวๆ พากันกรี๊ดกร้าดปานฟ้าจะถล่ม ทันทีที่ได้สัมผัสถึงกลิ่นไอของสิ่งมีชีวิตที่เรียกตัวเองว่า ผู้ชาย ระหว่างที่ฉันกับเพื่อนๆ กำลังพากันเดินออกมาจากโรงอาหารเสียงกรี๊ดนั่นก็ทำให้ฉันต้องหันไปมองหาต้นตอของเสียง -_-!

     คิดดูสิอะไรมันจะเว่อร์ขนาดนี้ผู้คนเกือบร้อยต้องแหวกทางให้พวกเขาเดินผ่านเข้าโรงอาหารไป นี่มันยิ่งกว่าการต้อนรับคณะกระทรวงมาเยี่ยมชมโรงเรียนเลยนะเนี่ย แล้วรู้อะไรมั้ยตัวประกอบที่ไม่สำคัญอย่างฉันถูกดันไปหลบไปอยู่หลังสุดซะด้วย ชิ ฉันก็ไม่อยากเห็นโฉมหน้าพวกนั้นหรอก จะหล่อซักแค่ไหนกันเชียว...


                ฉันเพิ่งมาเรียนต่อ ม.ปลายที่นี่ได้ไม่ถึงครึ่งเดือนหรอก ก็ช่วงอาทิตย์แรกของการปรับพื้นฐานฉันดันป่วยซะก่อน เพราะเขาสอบวัดผลก่อนเข้าเรียนฉันก็เลยสอบตกบางวิชาไปอย่างน่าเสียดาย และมันก็น่าเสียดายกว่าตรงที่ฉันไม่ได้ทำความรู้จักกับพวก Cube boys หนุ่มฮอตมาแรงที่แว่วกันว่าหนึ่งในสมาชิกเป็นกิ๊กกับ น้ำอิงเพื่อนรักของฉัน

ฉันอยากรู้จักแค่หมอนั่นคนเดียวแหละ อยากรู้ว่าตอนอยู่กับแก๊งจะเท่เหมือนตอนอยู่กับน้ำอิงรึเปล่า..


กรี๊ดดดด!!!!++++++


                ผู้ชายทั้ง 4 กำลังพากันเดินเข้ามาในโรงอาหารด้วยสีหน้าแววตาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ จำนวนคนที่มากมายบวกกับแรงผลักทำให้ฉันสอดส่องหาความหล่อของพวกได้ไม่ถนัดเท่าไหร่ จะมองเห็นก็แต่ผู้ชายหน้าใสๆ คนหนึ่งที่ตัวสูงโดดเด่นกว่าเพื่อนเท่านั้นแหละ สำหรับฉันเขาดูเท่มากเลย แต่ผู้ชายอีก 2-3 คนที่เดินล่วงหน้าไปก่อนฉันไม่ทันสังเกตหน้า แต่เอ...ไหนว่าแก๊งนี้มี 5 คนไง ทำไมเท่าที่ฉันเห็นมีแค่ 4 คนล่ะ


                กรี๊ด! ฉันว่าเรากลับเข้าไปโรงอาหารอีกครั้งดีมั้ยแก ฉันอยากไปจ้องหน้าพวกเค้าอ่ะ” ‘โอปอน้องเล็กที่ตัวเล็กที่สุดในกลุ่มหันมาขอความเห็นหลังจากที่พวกหนุ่มๆ พากันเดินจากไป


                “นั่นสิๆ พี่ๆ สุดหล่อของช้านนน~ เรากลับเข้าไปในนั้นกันเถอะนะซึ่งแน่นอนว่า เกรซ เพื่อนสาวอีกคน(ที่บ๊องกว่าฉันหน่อย)รีบให้การสนับสนุน ทั้งๆ ที่พวกเราเพิ่งจะเดินออกจากโรงอาหารมาเมื่อกี้นี้เอง อย่างว่าแหละเห็นผู้ชายเป็นไม่ได้


                “จะตะโกนทำไมล่ะยัยนี่ จะปล่าวประกาศให้คนทั้งโลกรู้รึไงว่าแกเป็นแฟนคลับของพี่เค้าน่ะยัยน้ำอิงสาวห้าว(เย็นชา)ประจำกลุ่มหันไปพูดดักคอยัยเกรซ ซึ่งในความคิดเห็นของฉัน ยัยนั่นสมควรโดนดุ เพราะไปแสดงออกว่าชอบขนาดนั้นเดี๋ยวก็โดนท้าตบเข้าให้


     ก็พี่เค้าหล่อนี่นา~ ผู้ชายอะไรหน้าหว้านหวาน” เอาเข้าไปเกรซเพื่อนฉัน


     ใช่เลย ยิ่งพี่ชอลลี่ล่ะเท่ห์สุดๆ เลยอ่ะ หล่อ ล่ำ บึ๊ก! น่าซบอ่ะแกนั่นไงโอปอก็เอาอีกคน


                “นี่ๆ เมื่อกี้แกเห็นแววตาของพี่เฮลเชียนที่ส่งมาให้ฉันมั้ย มันบ่งบอกถึงความรักอันแท้จริง” ‘เบนต้าร์บุคคลที่เคยมีความเป็นผู้นำของกลุ่มบัดนี้กลายตกเป็นทาสของพวกเขาไปแล้ว ...หันมาเอ่ย


                นั่นเรียกว่าแววตาหรอ? ฉันเข้าใจว่ามันเป็นการมองผ่านทางหางตาซะอีกยัยน้ำอิงทำเชิดใส่


                “กรี๊ด! ยัยน้ำอิง! เดี๋ยวเถอะ แม่จะตอกให้เหล็กดัดฟันหลุดหมดปากเลยโดนแหย่เป็นไม่ได้ เจ๊เบนฯ เป็นอันหันมาถลึงตาโตๆ ใส่เพื่อนทันที เบนต้าร์น่ะนางร้ายตัวแม่เลยนะเธอยอมไม่ได้หรอกที่จะให้ใครมาลบภาพความฝันหวานๆ ของเธอออกไป


                 ประมาณว่าตอนนี้เพื่อนในกลุ่มของฉันเกินครึ่งตกเป็นทาสความหล่อของพวกเขากันหมดแล้ว โชคดีที่วันนั้นฉันลาป่วยไม่อย่างนั้นฉันก็คงเป็นหนึ่งในคนที่ชื่นชอบผู้ชายเหล่านั้น ง้อว~....


                “ฉันก็แค่ไม่เห็นด้วยที่แกไปคลั่งไคล้เสือผู้หญิงอย่างอีตาเฮลเชียนก็แค่นั้น หมอนั่นหน้าตาไม่เห็นจะดีเท่าไหร่เลย ก็แค่คารมดี พูดเก่ง และบังเอิญได้เข้าอยู่ในคิวท์บอยส์ก็เท่านั้นแหละยัยน้ำอิงไม่จบ


                “ไม่ต้องไปเถียงให้เปลืองน้ำลายหรอกเบนต้าร์! ตอนนี้ในสายตายัยน้ำอิง ใครจะมาหล่อเท่าพี่จีดราก้อนบอดี้การ์ดสุดหล่อหน้าเกาลี้เกาหลีสัญชาติจีนที่แม่นางจ้างวานมาดูแลหัวใจหรอก!!” ยัยเกรซหันไปแขวะ


                “ดราก้อนเฉยๆ!! อ้อ แล้วก็เลิกยัดเยียดหมอนั่นเป็นแฟนฉันได้แล้ว ฉันกับหมอนั่นไม่ได้เป็นอะไรกัน!” น้ำอิงทำเชิด เพื่อนคนนี้ของฉันน่ะค่อนข้างจะห้าวๆ และไม่ชอบการบ้าผู้ชายเป็นที่สุด แต่นางคลั่งไคล้เคป๊อบนะ นิยมของนอก และก็ไม่ค่อยชอบสุงสิงกับผู้ชายเท่าไหร่ แต่หลังจากแม่ของนางให้ พี่ดราก้อนซึ่งเป็นคนสวนในบ้านให้มาเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัว นางก็เปลี่ยนไปเยอะเลย นางอ่อนโยนลงมาจากเดิมมาก 

                แหม....จะไม่ให้อ่อนโยน อ่อนหวานได้ยังไงล่ะ พี่ดราก้อนเล่นตามติดนางแจ เอาอกเอาใจ ทำหยั่งกับเป็นแฟนหล่อนอย่างนั้นน่ะ ถ้าเป็นฉันคงเผลอยกใจให้พี่เขาดูแลไปด้วยแล้ว


                “หรอ...แต่ที่ฉันเห็นวันนั้นมันไม่ใช่นี่นา ใครจำได้บ้างวันนั้นที่เราไปกินไอติมด้วยกันน่ะ” โอปอหันไปขอความเห็นเพื่อนๆ แล้วยัยเกรซ กับยัยเบนต้าร์ก็ช่วยเสริม ถึงจะยิ้มอยู่เงียบๆ แต่ภาพที่พี่ดราก้อนหยิบทิชชูมาเช็ดปากให้ยัยน้ำอิงในวันนั้นก็ปรากฏเข้ามาในความทรงจำของฉันอย่างชัดเจน......ฟิน~



                ซึ่งแน่นอนว่าเที่ยงของวันนั้นพวกเราพากันไปหาที่นั่งที่สามารถมองเห็นใบหน้าหล่อๆ ของพวกหนุ่มๆ จนได้ ถึงจะกินข้าวอิ่มแล้วแต่ก็ยังมีไอติมกับน้ำแข็งใสให้กินเล่นอยู่ ซึ่งก็สมคำล่ำลือจริงๆ ขนาดมองไกลๆ พวกเขายังหล่อจับใจขนาดนี้ นี่ถ้าฉันได้อยู่ใกล้ๆ กับใครสักคนหนึ่งในกลุ่มทุกเวลาอย่างยัยน้ำอิงฉันคงหัวใจละลายตายไปแล้วล่ะ


                “นั่นคิวท์บอยส์หรอ ใครเป็นใครบ้างไม่เห็นมีใครแนะนำให้ฉันรู้บ้างเลย” ฉันสะกิดยัยเบนต้าร์ที่กำลังเคี้ยวโคลอนไปมองผู้ชายไป ถามถึงข้อสงสัยที่ไม่มีใครยอมอภิปรายให้ฟังซักที ก็ไม่ได้จะอะไรมากหรอกแค่อยากรู้ว่า คีย์บอร์ดอะไรนั่นจะเกี่ยวข้องกับแก๊งนี้รึเปล่า


                “ใช่สินะ แกเพิ่งมานี่นา นั่นๆ คนที่ใส่หมวกและกำลังหัวเราะจนโลกเบิกบานคนนั้นคือพี่เฮลเชียนของฉันเอง” หล่อนยิ้มจนตาโตๆ คู่นั้นกลายเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวไปเลย


                “คนหน้าหวานที่กำลังยิ้มตาหยีคนนั้นคือพี่เจนัสของฉัน” ยัยเกรซที่นั่งอยู่ข้างๆ ฉันโพล่งขึ้นมา


                “และคนสูงๆ ล่ำๆ ที่นั่งอมยิ้มอยู่นั้นคือพี่ชอลลี่ของช้าน~” ยัยโอปอออกอาการสุดๆ


                “ส่วนคนหน้าหวานๆ ที่นั่งหัวเราะโชว์เหงือกอยู่นั่นคือเนื้อคู่ของยัยน้ำอิง เสียใจด้วยเปียโนแกไม่มีให้กรี๊ดแล้ว” ยัยเบนต้าร์หันมาพูดดักหน้าฉัน ชิ! ใช่สิ วันนั้นฉันป่วยนิเลยไม่ทันได้จับจองกับพวกแกอ่ะ


                “เนื้อคู่ฉันบ้านป้าแกสิเบนต้าร์! ใครอยากกรี๊ดก็กรี๊ดไป อยากกรี๊ดนายดราก้อนด้วยก็เชิญ แต่ห้ามมาชวนยัยเปียโนกรี๊ดตามไปด้วยอีกคน เพราะยัยนี่เป็นแฟนน้าฉัน!” ไม่เอาน่ะน้ำอิงอย่างเอาเรื่องนี้มาพูดเซ่!


                “มันก็ขึ้นอยู่ที่เปียโนย่ะว่าจะกรี๊ดหรือไม่กรี๊ด” โอปอช่วยเสริม ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเพื่อนฉันจะเถียงกันเรื่องพวกนี้ทำไม และทันใดนั้นยัยเกรซก็ทำเหมือนนึกอะไรขึ้นได้


                “เออใช่! ยังเหลือพี่ คีย์บอร์ดอีกคน” ใช่ เลย ฉันก็ว่าจะท้วงอยู่ “นะ นั่นไง” ว่าแล้วพวกเราก็พากันมองไปตามนิ้วของยัยเกรซ


               ร่างสูงโปร่งในชุดเครื่องแบบดูเรียบร้อยสะดุดตามาแต่ไกล การแต่งตัวเขาดูไม่สุภาพเลย แต่สีผมท่าทางที่เดินมานั่นทำให้เขาดูเป็นคนไม่มีระเบียบเท่าไหร่นะ ถึงไงก็เถอะนายควรให้เกียรติสถานบันบ้างสิ!


-คีย์บอร์ด-

     ทางเดินถูกเปิดให้เจ้าของสีผมไม่เหมือนชาวบ้านให้เข้ามาสมทบกับเพื่อนๆ ดวงตาคมดูเรียบนิ่งจะตวัดมองทางนี้ เมื่อได้ยินโต๊ะข้างๆ ตะโกนเรียกชื่อออกไป แทนที่จะมอบรอยยิ้มตอบกลับมาอย่างที่ควรจะทำ แต่เขากลับทำไม่สนใจและเดินเข้าไปนั่งกับเพื่อนๆ ที่กวักมือเรียกเขายิกๆ


                “ถ้าไม่ติดว่าขี้เก๊ก หมอนี่จะเป็นคนที่ฉันเลือก” นั่นไง ในที่สุดยัยน้ำอิงก็ลั่น


                “แกก็ได้พี่ดราก้อนไปแล้วนี่ คนนี้ยกให้เปียโนซะ” ยัยโอปอแขวะ ว่าแต่ว่านั่นพี่คีย์บอร์ดหรอ?...ไม่ใช่ว่าไม่หล่อไม่ถูกใจหรอกนะ แต่เขาเย็นชาเกินไปอ่ะ นี่ถ้าถูกให้จับคู่ด้วยฉันคงกรี๊ดไม่ลงแน่ๆ ฉันไม่ชอบผู้ชายแบบนี้อ่ะ ฉันชอบคนอบอุ่น น่ารักๆ อย่าง....พี่ดราก้อน อิอิ


                “ฉันก็ไม่ได้บอกว่าฉันจะชอบหมอนี่ซักหน่อย แล้วฉันจะบอกแกเป็นครั้งสุดท้ายนะ ว่าฉันไม่ได้ชอบนายดราก้อน!” เจอยัยน้ำอิงแยกเขี้ยวใส่ โอปอก็เงียบไป แต่ถึงยังไงก็เถอะ เท่าที่เห็นมาดของผู้ชายคนนั้น บวกกับน้ำเสียงเรียบนิ่งที่พ่นภาษาอังกฤษกรอกหูฉันเมื่อคืน ฉันเริ่มจะหวั่นใจแล้วสิว่าเขาจะเป็นคนๆ เดียวกัน


                แต่โลกมันคงไม่กลมขนาดนั้นหรอกมั้ง คนเราชื่อซ้ำกันเยอะจะตายไป


                อีกอย่างที่คีย์บอร์ดอะไรนี่ก็ดูเย็นชาจะตายไป คงช่วยตริวอะไรใครไม่ได้หรอก

..............................


ตกเย็น...


ฉันเร่งฝีเท้าชนิดที่เร่งโคตะระเร่งเพื่อไปให้ทันเรียนพิเศษ วันนี้อาจารย์ดันปล่อยเลตซะด้วยสิ ไหนจะเดินออกไปโบกแท็กซี่หน้าโรงเรียน ไหนรถจะติดอีก ก็ไม่รู้ว่าไปตรงเวลาตามที่คุณครูสอนพิเศษหวังไว้มั้ยนะ แต่ฉันน่ะพยายามจะทำตัวให้เร็วแล้ว
                ฉันถึงขั้นยกเลิกนัดร้องคาราโอเกะกับเพื่อนๆ เลยนะ จากนี้ไปก็คงไม่มีเวลาไปเที่ยวกับเพื่อนอีกแล้วล่ะ


ปึก!!~

อั๊ก!!

                “โอ๊ย!~

ให้ตายสิ ร่างฉันกระแทกเข้ากับสิ่งที่เคลื่อนไหวได้อย่างจังทันทีที่สิ่งนั่นโผล่ออกมาจากมุมอาคาร ย้ำ! ว่าสิ่งนั้นตัวใหญ่และแน่นมาก มันทำให้ตัวฉันเด้งกลับมาแล้วเสียหลักล้มกลิ้งลงมายัดอยู่ในร่องระบายน้ำ! 

   “อ้ากกก~” ฉันร้องโอดครวญขณะพยายามปลดร่างเตี้ยๆ ของตัวเองออกมาจากเป้ที่ติดอยู่ในร่อง ซึ่งก็ต้องขอบคุณสภาพอากาศช่วงนี้ที่ไม่มีฝนตก ไม่อย่างนั้นสภาพฉันคงเลอะเทอะมอมแมมน่าดูเลย


                “โอ้มายก้อด~” อะไรเนี่ย ใครมาอุทานภาษาอิงค์แถวนี้!


ตะ แต่ให้ตายเถอะ
                บุรุษผู้มีพรสวรรค์ทางด้านการหล่อสามคนกำลังกรูเข้ามาหาฉัน


    

                    

   นะ นี่มันพวก cute boys นี่! 

     กรี๊ด!!~ แล้วนี่อะไรเนี่ย กระปง กระโปรงฉันเลิกขึ้นมาอยู่บนสะโพกเลยเหรอ 

    ว้ายยยย!! อย่าดูนะคะ ปิดตาเดี๋ยวนี้นะ!!!” ฉันเผลอออกคำสั่งพวกเขาอย่างลืมตัว อะไรกันเนี่ย ทำไมพวกเขาต้องมาเจอฉันในสภาพที่ทุเรศแบบนี้ หมดกันภาพลักษณ์ของฉัน


                “ปิดไม่ทันแล้วครับ พวกพี่เห็นหมดแล้วล่ะแววตาเปล่งประกายเบี่ยงมองไปทางอื่นลักษณะพยายามจะช่วยลดความเขินอายให้ฉัน ท่าทางกะล่อนปลิ้นป้อนแบบนี้ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นพี่เฮลเชียนขวัญใจยัยเบนต้าร์

     “ฮ๊ะ..” ตายๆๆ ฉันไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว ขนาดมีคนเห็นกางเกงสั้นเสนมอหูของฉันแค่สามคน ฉันยังอายมากขนาดนี้ ดีนะที่ตอนนี้นักเรียนต่างพากันกลับไปกันหมดแล้วไม่อย่างนั้นฉันคงจะไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแน่ๆ “เอ่อ ขอโทษจริงๆ นะคะ ขอโทษที่เดินชน” ฉันก้มหัวให้พวกเขาแล้วลุกขึ้นเตรียมจะวิ่ง แต่จู่ๆ ข้อเท้าฉันก็ปวดแปล๊บขึ้นมา

โอ๊ย....ฉันเกือบจะทรุดลงกับพื้นอีกครั้ง แต่โชคดีที่มีคนเข้ามาประคองไว้

เป็นอะไรรึเปล่า?” เสียงหล่อทุ้มดังขึ้น นี่ถ้าให้เดาหนึ่งในสามนั้นต้องเข้ามาประคองฉันแน่เลย แต่ละคนก็สูงๆ หล่อๆ กันทั้งนั้น ฉันลุ้นเหลือเกินว่าใครกันนะที่สวมมาดพระเอกเข้ามาประคองฉันไว้....

“เออ...มะ ไม่เป็นไรค่ะ” และทันทีที่ได้สบตากับดวงตาคมของชายหนุ่มตรงหน้า ฉันก็ชาวาบไปทั้งร่าง ...นี่คนหรือเสาไฟฟ้ามีชีวิตเนี่ย ฉันเงยหน้ามองเขาคอแทบเคล็ด ขณะที่เขาก็มองกลับเข้ามาในดวงตาของฉัน

พี่ชอลลีโคตรหล่อ...
                “สงสัยขาแพงแน่เลยเสียงพี่เจนัสช่วยฉันให้หลุดจากภวังค์ เขาเดินเข้ามาดูฉันและทำท่าจะคลุกเข่าลง

     “มะ ไม่ต้องค่ะพี่ ไม่ต้องนั่งลงนะคะ เปียโนไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ แค่ปวดนิดหน่อยเอง” ฉันเขย่งขาข้างที่ไม่เจ็บถอยหนีพี่เจนัส และเหมือนโชคชะตาจะส่งเสริมให้ฉันเข้าไปใกล้พี่ชอลลีเรื่อยๆ อะไรกัน ฉันสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากตัวเขา นี่เขายังประคองฉันอยู่หรอ?

     ไม่เป็นไรได้ยังไง พี่รู้สึกว่าน้องจะมีปัญหาในการเดินนะ พี่ว่างานนี้ต้องมีคนอุ้มแล้วล่ะ ไม่ต้องถึงขนาดนั้นเลยนะพี่เฮลเชียน คิดว่าฉันจะเขินขนาดไหนล่ะถ้าจะถูกผู้ชายหล่อๆ อุ้มน่ะ
                “เออ ไม่ต้องหรอกค่ะ แค่ขาแพลงเองค่ะ

                “ไม่เอาน่ะ พวกเราคิวท์บอยส์นะ เรื่องอะไรจะชนแล้วหนีล่ะ ถ้าเราผิดเราก็จะรับผิดชอบ ไม่ต้องเกรงใจหรอกนะพี่เจนัสธิบาย และในขณะนั้นเองพี่ชอลลีก็ยื่นเป้ที่เพิ่งเอาออกมาจากร่องระบายน้ำส่งให้พี่เฮลเชียล

                “พี่ชนเธอล้ม เพราะฉะนั้นพี่จะอุ้มเธอไปเอง
                หืม???!!!~ ชอลลีจะอุ้มเรางั้นหรอ? อ้าก!!!~

พี่อุ้มไม่ไหวหรอกค่ะ เปียโนนะ...ว๊าย!~” ฉันเหนี่ยวคอพี่ชอลลีไว้แทบไม่ทัน เมื่อจู่ๆ เขาก็ช้อนร่างฉันไปอุ้มไว้โดยไม่รังเกียจเสื้อผ้าเปื้อนฝุ่นของฉัน แถมรอยยิ้มจางๆ ที่ส่งมาให้ก็ยังอบอุ่นไปทุกอณูรูขุมขนฉันเลย ให้มันได้แบบนี้สิโอปอ ผู้ชายที่แกชื่นชอบทำหัวใจฉันเต้นแรงอ่ะ


     ขอโทษนะคะพี่ดราก้อนที่นอกใจอ่ะ...


                จะเป็นอะไรมั้ยถ้าฉันจะคลั่ง cute boys แก๊งตามเพื่อนอีกคน ขอโทษนะน้ำอิง ฉันไม่สามารถหักห้ามหัวใจได้อีกต่อไปแล้ว ผู้ชายอะไร ทั้งน่ารัก อบอุ่น และก็เป็นสุภาพบุรุษมากๆ เลย

.............................


ติดตามเรื่องราวของ Cute boys คนอื่นๆ ได้

เร็วๆ นี้


v

v

Teacher you’re my love 

ปิ๊งรักครู(หนุ่ม)หน้าใสหัวใจเย็นชา

 

-ตริวเตอร์หนุ่มสุดเย็นชา ปะทะ ยัยศิษย์บ๊องจอมทะลึ่ง-

-คีย์บอร์ด & เปียโน-

........................

1 คอมเม้นท์ = 1 กำลังใจ


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

28 ความคิดเห็น

  1. #2 เด็กขี้ลืม.. (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2559 / 18:26
    มาต่อเร็วๆน้าา สู้ๆค่าา
    #2
    0