Teacher you’re my love ปิ๊งรักครู(หนุ่ม)หน้าใสหัวใจเย็นชา

ตอนที่ 17 : ผิดถูกไม่สำคัญ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 67
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    1 ก.ย. 59

15

***ผิดถูกไม่สำคัญ***

(**โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านตอนนี้)

 


            ...มันไม่ได้ง่ายที่จะทำตัวเป็นของตายให้อีกคนไม่สนใจ

 

                ฉันนั่งเล่นโทรศัพท์ไประหว่างรอพวกมาใหม่ทานของว่างกัน คิวท์บอยส์มาครบทีมก็ย่อมเกิดความสดใสและครื้นเครงขึ้นมา คนที่กระดี้กระด้ากว่าเพื่อนหน่อยเห็นจะเป็นเบนต้าร์กับเกรซ เมนหลักมาแล้วปฏิบัติการอ่อยก็เริ่มขึ้น เกรซไม่ลดละความพยายามที่อ่อยให้พี่เจนัสเป็นฝ่ายจีบเธอก่อน ส่วนเบนต้าร์ก็รุกหนักจีบเฮลเชียลก่อน จนฝ่ายนั้นเขินตัวบิดกันเลยทีเดียว

                “อ้าว แล้วอย่างนี้ถ้าติดพี่เฮลเชียนก็ต้องไปต่างประเทศทันทีเลยสิคะ”

                “ยังหรอกครับ จะทราบผลอาทิตย์หน้า ก็ต้องเตรียมตัวก่อนถึงจะไปได้ แต่พี่ก็ไม่มั่นใจว่าได้รึเปล่า” พี่เฮลเชียลพูดไปยิ้มไป แววตาเขาดูไม่มั่นใจกับที่ไปสัมภาษณ์มาวันนี้เลยจริงๆ

                “ว้า แบบนี้พวกเราต้องเหงาแย่เลยถ้าพวกพี่ไปเรียนต่อเมืองนอกกันอ่ะค่ะ” ฉันล่ะเหนื่อยกับการอ่อยของเพื่อนแต่ละคนจริงๆ คือมันไม่เนียนเลย นี่ถ้าพี่เขาคิดหลอกนี่ง่ายเลยนะ

 

                “เราอยากกลับรึยัง?” พี่ทัพหลังที่นั่งเงียบอยู่นานเอ่ยถามฉัน ถามว่าอยากกลับมั้ย ไม่เลย ฉันยังอยากอยู่ตรงนี้ อยู่รอเขาเอ่ยถามอะไรฉันสักประโยค

                “พี่ทัพหลังมีธุระที่ไหนต่อมั้ยคะ”

                “พี่ไม่....” เขายังไม่ทันได้ตอบฉัน เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือในเสื้อโค๊ชก็ดังขึ้น เขาล้วงมันออกมาทำหน้าจริงจัง แต่ก็ไม่กดรับง่ายๆ

                “มีธุระก็ไปทำก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวเปียโนกลับกับน้ำอิงได้”

                “สบายใจได้เลยน้า ก่อนจะตกไปถึงมือผู้ชายอื่นต้องข้ามศพอิงไปก่อน” น้ำอิงหันไปคอมเฟิร์มกับน้าอีกแรง หล่อนไม่ได้คิดจะช่วยฉันกับคีย์บอร์ดให้กลับมาคืนดีกันหรอก แต่ฉันเดาว่าหล่อนคงกำลังคอยดูเหมือนกันว่าผู้ชายคนนั้นจะทำยังไงต่อไปถ้าหากต้องเผชิญหน้าอยู่กับฉันตรงนี้


                พี่ทัพหลังตัดสินใจลุกออกไป เขาจัดการเรื่องของว่างในวันนี้ให้พวกเราทุกคน ส่วนฉันยังคงหน้าด้านอยู่ในกลุ่มนั้นต่อไปเพื่อสังเกตปฏิกิริยาของอดีตแฟนหนุ่ม



 

                คีย์บอร์ดทำเหมือนไม่รู้จักฉัน พูดคุยกับเพื่อนๆ ทุกคนยกเว้นฉัน เดินเที่ยวไปกับพวกเราทุกที่ แต่ก็ไม่สนใจฉัน การกระทำทุกอย่างในวันนี้มันชัดเจนจนฉันไม่อยากจะดิ้นรนสู้ต่อไปแล้ว บางทีก็เริ่มท้อแล้วนะ


                เขาไม่รู้สึกอะไรกับฉันเลยจริงๆ หรอ...


                “สายตาดูอาลัยผู้เก่าซะจริงนะ” น้ำอิงทำเนียนเข้ามาสวมหมวกใบหนึ่งให้กับฉันพลางพูดถึงผู้ชายที่ฉันกำลังมองอยู่ “ทำเป็นไม่รู้จักแกเลยงั้นหรอ ให้ตายหมอนั่นคิดอะไรของเขาอยู่”

                “ที่ผ่านมาความรักของแกขึ้นอยู่กับเขามาตลอด อยากเป็นคนคุมเกมบ้างมั้ยล่ะ” เบนต้าร์ที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหนกระซิบกับข้างหู ก่อนที่เสียงเกรซจะดังขึ้นตาม

                “สั่งสอนผู้ชายที่ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษคนนี้หน่อยเป็นไง”

                “เดี๋ยวพวกเราจะหลอกล่อพวกผู้ชายไว้เอง หล่อนรีบจัดการเขาซะ” โอปอก็อีกคน นี่อะไรกันเนี่ย ฉันมัวแต่เศร้าจนไม่รับรู้เลยว่าเพื่อนๆ แอบสังเกตอาการฉันมาโดยตลอด


                และบัดนี้...

                ฉันเห็นด้วยกันคำยุยงของเพื่อนฝูง มันถึงเวลาแล้วที่ฉันจะลดทิฐิตัวเองลงแล้วเข้าหาเขาก่อนบ้าง ที่ผ่านมาฉันผิดเอง ถ้าฉันไม่ต่อว่าเขา ไม่ใจร้อนบังคับให้เขาเลือกและไล่เขาแบบนั้น เขาคงไม่เย็นชากับฉันแบบนี้


                ในเวลานี้ฉันไม่สนใจแล้วว่าเขาจะมีใครอยู่ข้างหลังหรือเปล่า แต่ตอนที่เราอยู่ด้วยกัน เขาจะต้องเป็นของฉัน บิวตี้พลาดเองที่ปล่อยเขามา เธอคงไม่รู้ว่าฉันจ้องจะตะครุบแฟนเธออยู่ ใครจะให้นิยามความรักว่ายังไงฉันไม่สน แต่สำหรับฉัน รักแท้คือการแย่งชิง รักไม่จริงคือการเสียสละ!

 

               ยิ่งเพื่อนให้การสนับสนุนแบบนี้แล้ว ฉันยิ่งรู้สึกมีแรงกระตุ้น

 


                “ฉันว่าเสื้อตัวนั้นเหมาะกับนายดีนะ” ฉันเดินเข้าไปทักทายนายครูหนุ่มผู้เย็นชาที่กำลังเดินมองเสื้ออยู่หน้าร้าน ขณะเดียวกันที่เพื่อนฉันแต่ละคนก็เริ่มปฏิบัติการลากเพื่อนของเขาออกไปจากร้านทีละคน

                คีย์บอร์ดปรายตามองฉันด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก ฉันเองก็จ้องลึกเข้าไปในดวงตาเขา อยากรู้เหมือนกันว่าเขาจะทำเก่งไม่พูดไม่จากับฉันไปถึงไหน

                “...” เขาไม่ตอบอะไรและเป็นฝ่ายละสายตาไปก่อน มือหนาหยิบเสื้อยืดสีดำที่ฉันแนะนำขึ้นมาพิจารณา เขามองหน้าฉันสลับกับเสื้อ ฉันก็ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรเลยเอาแต่ยืนจ้องเขา จู่ๆ เขาก็คว้าแขนฉันลากไปที่ห้องลองชุดด้วย


                “นายลากฉันมาด้วยทำไมกันเล่า อร๊ายย...” ฉันถูกเขาผลักเข้ามาด้านในสุด ยังไม่ทันจะดิ้นรนออกไป ร่างสูงกว่าเข้ามาอยู่ข้างในด้วยแถมรูดซิปปิดทางออกพร้อม


พึ่บ!


                ฉันพยายามจะหาทางออก แต่เขาก็เอาร่างสูงๆ มาขวางไว้ ฉันเบี่ยงซ้ายเขาก็บัง เบี่ยงทางขวา เขาก็ขวาง ฉันเลยผลักเขาไปแรงๆ ทีหนึ่ง แต่หมอนั่นก็แค่เลิกคิ้วมองฉันด้วยสายตากวนประสาทที่สุด ดีที่ยังแสดงออกทางสายตา แต่สีหน้านี่สิ นิ่งเฉยซะไม่มี ถ้าเขาแสดงอารมณ์เหมือนคนอื่นซักหน่อยฉันคงเดาไว้ว่าเขาคิดอะไรอยู่!

               “อะไรของนาย ฉันไม่เข้าใจเลยจริงๆ”

     

     คีย์บอร์ดเอานิ้วมาแตะริมฝีปากฉัน คล้ายจะเป็นสัญญาณบอกให้ฉันเงียบ ฉันมองเขาอย่างงงๆ ขณะเดียวกันเขาก็แสยะยิ้ม...เป็นบ้าอะไรของเขา


                “เธอแพ้แล้ว”


                แพ้?....เขาหมายถึงอะไร


                “ฉันไปแข่งอะไรกับนาย ทำไมฉันต้องแพ้?”

                “เธอบอกฉันว่ายังไงก่อนหน้านี้ล่ะ”


                ใช่ที่ฉันบอกให้เขาเลือกระหว่างฉันกับบิวตี้ และสั่งเขาไว้ว่าถ้าเขาเลือกไม่ได้ก็ไม่ต้องมาให้ฉันเห็นหน้า แล้วถ้าหากคนที่เข้ามาทักก่อนต้องเป็นฝ่ายแพ้ คนที่โผล่หน้ามาให้เห็นก่อนล่ะ เขาเรียกว่าอะไร?

                “ใครใช้ให้นายมาที่นี่ล่ะ”

                “ฉันมากับเพื่อน”

                “นายก็น่าจะรู้นะว่าเพื่อนนายมากับเพื่อนฉัน” ฉันเลิกคิ้วกวนใส่หมอนั่น ขณะที่เขาต้อนฉันให้เข้ามุมในสุด ฉันรีบยกมือขึ้นไว้ก่อนที่แฝงอกหนานั่นจะสัมผัสโดนร่างกายฉัน โชคดีหน่อยที่เขายกมือขึ้นกันผนังไว้ช่วยฉันอีกแรง ไม่อย่างนั้นคงได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นแรงปานจะหลุดออกมาจากทรวงนั่นแน่ๆ

                “เธออยากกลับมาหาฉันสินะ” อะไรจะถามตรงประเด็นขนาดนั้น “คิดถึงฉันใช่มั้ย

                “แล้วนายไม่คิดถึงฉันบ้างเลยรึไง” แล้วความปากไวก็ทำให้ฉันลั่นมันออกไป “นายไม่ให้ให้คำตอบฉันเด็ดขาดว่าจะเลือกใคร นายปล่อยให้ฉันรอนานจนฉันอึดอัด”

     “ฉันเลือกเธอ แต่ฉันยังทิ้งทางนั้นไม่ได้” ให้ตาย! ฉันจะต้องถามเหตุผลเขาต่อมั้ยว่าทำไม

     “คำตอบเหมือนเดิม ไม่เคลียร์” ฉันเสหน้ามองไปทางอื่น หมั่นไส้! ฉันหมั่นไส้ผู้ชายคนนี้เหลือเกิน “เฮ้อ...แล้วเมื่อไหร่เรื่องมันจะจบซักที?”

                “แล้วเธออยากจบมั้ยล่ะ?” ให้ตายเถอะทำไมเขาถึงถามฉันแบบนั้น


                “...” ฉันเจ็บปวดกับคำพูดนั่นเหลือเกิน ก็แค่จะเล่นตัว ใจคอจะไม่ง้อเลยรึไง!!


       นัยน์ตาฉันสั่นระริกเมื่อมองเข้าไปแล้วไม่เห็นอะไรจากแววตาของเขาเลยนอกจากความว่างเปล่า เขาเย็นชาทั้งบุคลิก เย็นชาทั้งหัวใจ!


พึ่บ!

                อีกคนไม่พูดอะไร เขาโน้มกายลงมาประทับริมฝีปากลงบนปากของฉัน มือหนึ่งเชยคางฉันให้เงยขึ้นรับจูบหวานจากเขา ขณะที่อีกมือหนึ่งก็ใช้กดร่างกายที่แสดงการขัดขืนให้แนบกับกำแพง มาถึงตอนนี้ฉันไม่เข้าใจว่าเขาต้องการอะไรจากฉันกันแน่ ให้เลือกก็ไม่เลือก! ตอบคำถามอะไรมาก็ไม่ชัดเจนเลย!

                แล้วผู้หญิงใจง่ายอย่างฉันจะไปทนอะไรไหว เขาจูบฉันแบบนี้ฉันคิดเข้าข้างตัวเองสิว่าเขามีใจให้ และยิ่งคิดเข้าข้างตัวเอง มันก็ยิ่งเป็นแรงผลักดันให้อยาก แย่งเขามาจากผู้หญิงคนนั้น ไม่รู้ไปเอาความกล้ามาจากไหน ไม่รู้อะไรสั่งให้ฉันทำแบบนี้ แทนที่จะผลักไหล่กว้างนั้นออกไป ฉันกลับดึงโน้มตัวเขาลงมาใกล้กว่าเดิม



                ผ่านไปเนิ่นนานกับการแลกผ่านสัมผัสหวาน มันเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะกระชากวิญญาณฉันให้หยุดออกจากร่าง ร่างกายมันอ่อยระทวยจนต้องเหนี่ยวร่างสูงไว้ ความร้อนในห้องแคบๆ ยังไม่เท่าอุณหภูมิของร่างกายที่มีอยู่ตอนนี้เลยสักนิด


ครืด ครืด


                เสียงสั่นเครือของโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูททำฉันสะดุดเล็กน้อย ฉันคลายริมฝีปากออกมาเพื่อให้ถนัดต่อการเหลือบมองที่เก็บของสำคัญของเขา แต่คีย์บอร์ดพยายามเบี่ยงความสนใจฉันโดยการโน้มเข้ามาจูบฉันต่อ เขาไม่ต้องการให้ฉันสนใจมัน ได้...ฉันกลับไปจูบกับเขาต่อ ...ถึงนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราจูบกัน แต่เป็นครั้งแรกที่ฉันโต้ตอบกลับไปด้วยความรู้สึกที่มากกว่าทุกครั้ง


                ความรู้สึกที่ว่ามันเต็มไปด้วยรักโง่ๆ โมโห และโกรธ คิดว่าฉันแย่งเขากลับมาเพราะอะไรกันล่ะ?



                ฉันจะทำให้เขารักฉันให้ได้

     ....และถึงตอนนั้นฉันก็จะหักหลังเขา



                “อื้อ..” ฉันถูกต้อนติดผนังอีกครั้งเมื่อมือที่พยายามจะควานหาโทรศัพท์บังเอิญไปถูกจุดสำคัญของอีกฝ่ายเข้า คีย์บอร์ดแทบจะขย้ำฉันให้แหลกคาห้องลองชุด เขาปลดกระดุมเสื้อฉันออกทีละเม็ดมือ เนื้อตัวฉันเจ็บไปหมดเมื่อถูกเขาขยำตามแรงอารมณ์ อะไรทำให้ฉันใจง่ายขนาดนี้



                ไม่ใช่เพราะรักอย่างเดียวหรอก...


                “คะ คีย์บอร์ด” ฉันเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงที่กะให้ได้ยินแค่สองคน ยิ่งกอดรัดตัวเขาแน่นเท่าไหร่ ปฏิกิริยาจากอีกฝ่ายก็ยิ่งร้อนแรงขึ้น รู้สึกดีที่เขาไม่ได้เรียกชื่อฉัน เสียงตอบรับที่ได้จากเขาคือเสียงหายใจที่ดังแรงขึ้น และเสียงลิ้นที่เกี่ยวกระหวัดกันเท่านั้น


                [กรี๊ดดดด......!!!!]

                คีย์บอร์ดผละตัวออกจากฉันหลังเสียงกรีดร้องในโทรศัพท์ดังขึ้น เขามองฉันด้วยคำถามสลับกับโทรศัพท์ในมือฉัน คงไม่ทันรู้ตัวสินะว่าฉันแอบกดรับสายและตั้งใจให้ปลายทางรับรู้ว่าเขากำลังทำอะไร และฉันก็คงไม่ประจานตัวเองหากคนที่หาเขา ไม่ใช่บิวตี้


                คิดว่าตัวเองเป็นผู้ชนะสินะ ถามตัวเองใหม่มั้ย

                ใครใช้ให้นายทำกับฉันก่อน นายทำฉันเจ็บเท่าไหร่ นายต้องโดนกลับอีกสิบเท่าคีย์บอร์ด!

 




 

KEYBOARD PART

 

เพี๊ยะ!


                ใบหน้าผมหันไปตามแรงตบ เมื่อผู้หญิงที่เคยรักตรงหน้าสาดอารมณ์ใส่ บิวตี้แทบจะฆ่าผมให้ตายในวินาทีแรกที่ผมโผล่หน้ามาหาเธอที่บ้าน เธอโกรธที่ผมแอบไปทำเรื่องชั่วกับเธอมา ด่าว่าผม ว่าเอาเพื่อนมาอ้างอย่างนั้นอย่างนี้ ทั้งๆ ที่ผ่านมาผมก็ไม่ค่อยมีเวลาให้เธอเท่าไหร่ ผมเย็นชาแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร เธอก็ไม่เคยแคร์ และบอกว่าเข้าใจ แต่ที่เธอกลับมาหึงหวงผม เพราะเธอถูกผู้ชายอีกคนเมินเฉยอยู่ไง

                “จะต้องให้ฉันเอาน้ำกรดไปสาดหน้ายัยนั่นก่อนใช่มั้ยนายถึงจะยอมหยุดน่ะฮะ บอกให้เลิกยุ่งกับมันทำไมถึงไม่ยอมฟังกันบ้าง นายไม่ได้รักฉันแล้วใช่มั้ยถึงได้ไม่สนใจฉันแบบนี้!

                “...” ผมปล่อยให้เธอระบายความรู้สึกออกมาโดยไม่พูดอะไร ให้เธอพูดจบก่อนแล้วผมค่อยตอบทีเดียว

                “ที่ผ่านมาฉันยังโง่ให้นายหลอกไม่พอรึไง ไม่คิดเลยนะว่าจะหักหลังกันได้ ไหนบอกว่ารักฉันคนเดียวไง รักฉันคนเดียวแล้วไปกับยัยนั่นทำไมกัน ทำแบบนั้นทำไมฮะคีย์บอร์ด!!

                “เธอไม่ต้องทำอะไรแล้ว อยู่เฉยๆ อยู่ในส่วนของเธอ แล้วฉันจะไม่มาวุ่นวายกับเธออีก”

                “หมายความว่ายังไง จะเทฉันไปหานังนั่นใช่มั้ย? นายเลือกมันหรอ นายทิ้งผู้หญิงที่มีพร้อมทุกอย่างอย่างฉันไปหานังปัญญาอ่อนนั่นหรอ!!

                “เธอทิ้งฉัน ให้ไปหาเขาต่างหาก” ผมไม่อยากพูดอะไรมากหรอก ในตอนนี้บิวต์กำลังโกรธและเรื่องคงไม่จบง่ายๆ แน่ หากผมยังต่อกรกับเธออยู่

                “นายยังโกรธฉันเรื่องชอลลีอยู่หรอ เฮอะ ผู้ชายเย็นชาอย่างนายมันไม่เคยเข้าใจอะไรผู้หญิงเลยสักอย่าง ถ้าชอลไม่ขอร้องฉันไว้ ฉันทิ้งนายไปนานแล้ว ที่จริงนายต้องขอบคุณฉันสิ ฉันเป็นแฟนคนแรกของนายนะ ถ้าฉันไม่คบกับนายตอนนั้น ใครมันจะไปคบกับนายกัน! แล้วตอนนี้นายจะมาทิ้งฉันเพราะเจอผู้หญิงคนใหม่ ฉันว่ามันไม่ใช่” ใช่ เพราะบิวต์ เธอเป็นคนทำให้หัวใจที่ด้านชาดวงนี้รู้จักความรัก และเธอก็ทำให้ผมรู้ว่า ความรักที่แท้จริงของผมไม่ใช่เธอ

                “เราอยู่กันสามคนไม่ได้” ผมเริ่มเอาเหตุผลเก่ามาอ้าง ทั้งที่รู้คำตอบอยู่แล้ว ได้ไม่ได้ก็อยู่กันมาเกือบปีแล้ว แต่ที่อ้างเพราะต้องการจะไป

                “ชอลก็ไปแล้วไง เขาทิ้งฉันไปคบคนหนึ่งแล้ว ตอนนี้ฉันเหลือนายแค่คนเดียวนะคีย์บอร์ด นายเป็นคนเดียวที่อยู่เคียงข้างฉัน และฉันก็รักนายแค่คนเดียวนะ” บิวต์ซบหน้าลงบนอกผม น้ำเสียงของเธอฟังดูน่าสงสาร ไม่ใช่ว่านี่เป็นครั้งแรกที่ต้องมารองรับอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงของเธอ แต่มันเป็นครั้งที่ผมจะไม่ทนแล้ว

                “...”

                “เงียบทำไมล่ะคีย์บอร์ด บอกรักฉันสิ บอกว่ารักฉันเหมือนที่ผ่านมาสิ”

                ไม่...ผมจะไม่พูดคำโกหกนั่นกับเธออีกต่อ สิ่งที่พ่อขอให้ทำมันเสร็จสิ้นแล้ว เมื่อการแต่งตั้งคณะแพทย์ผู้บริหารได้ผ่านไปด้วยดี พ่อของเธอเลือกพ่อผมเข้าไปอยู่ในทีม เท่ากับว่าหน้าที่ ณ ตรงนี้ของผมสิ้นสุดลงแล้ว


                “ฉันไม่ได้รักเธอแล้ว ลืมฉันซะเถอะ” ผมกุมไหล่และค่อยๆ ดันร่างเธอออกไปอย่างนิ่มนวลที่สุด ไม่อยากให้เธอผิดหวังไปมากกว่านี้แล้ว เพราะเธอคงคิดว่าผมรักเธอคนเดียวมาตลอด

                “วะ....ว่ายังไงนะ”

                “ฉันทนเห็นเธอกับเพื่อนฉันรักกันจนเจ็บมามากพอแล้ว เธอไม่เคยสนใจความรู้สึกฉัน ฉันอ้อนวอน ฉันร้องไห้ให้เธอจนหัวใจฉันด้านชา ฉันต้องหาอย่างอื่นทำเพื่อให้ลืมเรื่องเธอกับชอลลี ขอบใจเธอมากที่ทำให้ฉันเปิดโอกาสให้เปียโน”

                “นายมัน...”

                “ฉันพยายามซื่อสัตย์กับเธอแล้ว แต่ฉันทำไมไม่ได้” ผมบอกความรู้สึกตามตรง เพราะวันนี้ เรื่องของผมกับเธอต้องจบ ผมไม่อยากทำให้อีกคนต้องเสียใจไปมากกว่านี้แล้ว 

                      ขอโทษนะที่รักษาสัญญาไม่ได้ เราเลิกกันจริงๆ สักทีเถอะ

 



                ผมเดินออกมาจากตรงนั้น ยอมรับคำว่า เลวไว้เพียงผู้เดียว เพราะที่ผ่านมาผมเป็นคนดีที่ไม่มีใครเห็นใจมามากพอแล้ว ถึงพ่อจะยังไม่ได้บอกให้ผมหยุด แต่ผมไม่อยากฝืนตัวเองมากไปกว่านี้แล้ว


                เปียโนคงไม่ต้องเจ็บถ้าผมไม่เข้าไปยุ่งกับเงื่อนไขของพ่อ

                และตอนนี้ทุกอย่างมันจบไปแล้ว ผมพร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่กับผู้หญิงที่ผมรักแล้ว



 

                แม้จะรู้ว่ากลับไปแล้ว อาจโดนเอาคืนหนัก แต่ก็พร้อมที่จะรับมือกับมัน เพราะหัวใจดวงนี้ ถ้ามันได้รักใครไปแล้ว มันยากที่จะถอนความรู้สึก


   ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเปียโน จะเอาคืนผมได้เจ็บแสบแค่ไหนกันเชียว

 

................................


แหมๆๆ ...

ขอโทษจริงๆ ที่ทำหลายคนค้างกับฉากอารมณ์หวานๆ (นานทีจะโผล่) ของคู่พระนาง


ไม่ได้มีแต่รีดเดอร์นะที่ค้าง 'คีย์บอร์ด' ก็ค้างจ้าา!! (ค้างและฝังใจด้วย)

ก็แหม เปียโนดันแกล้งครูแสบซะขนาดนั้น


ตอนหน้าพี่คีย์จะเอาคืนลูกศิษย์อย่างไร...

หรือใคร จะเอาคืนใคร ติดตามได้ในตอนหน้านะจ๊าาา



รักรีดเดอร์ที่น่ารักทุกคนนะ


................................

 Teacher you’re my love 

ปิ๊งรักครู(หนุ่ม)หน้าใสหัวใจเย็นชา

  

-ตริวเตอร์หนุ่มสุดเย็นชา ปะทะ ยัยศิษย์บ๊องจอมทะลึ่ง-

คีย์บอร์ด & เปียโน


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

28 ความคิดเห็น

  1. #27 Qooton (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 กันยายน 2559 / 20:33
    สู้ๆนะ แต่งต่อไปนะ กำลังสนุกเลย
    #27
    0
  2. #26 Blue'naruk (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 กันยายน 2559 / 19:54
    เกือบไปเเล้ววว
    #26
    0
  3. #25 Blue'naruk (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2559 / 08:17
    กำลังฟินนน-!!-
    #25
    0