Teacher you’re my love ปิ๊งรักครู(หนุ่ม)หน้าใสหัวใจเย็นชา

ตอนที่ 15 : Comeback dangar boy (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 57
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    28 ส.ค. 59


13

***Comeback dangar boy***

 

                ภาพของสาวสวยบิวตี้นอนทำหน้าป่วยอยู่บนเตียงในห้องพักผู้ป่วย VIP ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งท่ามกลางความรักความอบอุ่นจากเพื่อนฝูงรอบข้าง โดยมี ผู้ชายของเธอนั่งให้กำลังใจอยู่เตียงถูกโพสลงหน้าไทม์ไลน์เฟสบุ๊คของหล่อนเอง แท็กหาพวกคิวท์บอยด์มันซักทุกคนยกเว้นพี่ดราก้อนและคีย์บอร์ดที่ไม่มีเฟสฯ

     สีหน้าของคีย์บอร์ดไร้อารมณ์อยู่แล้วเพราะฉะนั้นไม่ต้องถามว่าเขารู้สึกอย่างไรในตอนนั้น แต่มือที่โอบไหล่ของผู้หญิงคนนั้นอยู่ก็บอกทุกอย่างได้หมดแล้ว


                “ฮือ.....” ฉันแทบจะกรีดร้องออกมาเป็นระลอก ใครมันจะไปรับได้กับภาพที่เห็นกันล่ะ เพิ่งทำตัวเป็นเจ้าของฉันไปไม่ถึงครึ่งวัน แต่ตอนนี้ไปนั่งทำหน้าหล่ออยู่ข้างกายยัยบิวตี้อะไรนั่นแล้ว! จิตใจนายทำด้วยอะไรกันฉันอยากรู้!! ทำไมนายมันถึงได้หลายใจขนาดนี้นะ!!

                “พอกันที! ต่อให้มันประกาศอีกสิบรอบว่ามันรักแก ฉันก็จะไม่เปิดทางให้มันกับแกสมหวังกันอีกต่อไปแล้ว” น้ำอิงคว้าโทรศัพท์จากมือฉันขว้างลงบนโซฟาจนเด้งตกลงไปบนพรม ก่อนจะหันมาแสดงสีหน้าไม่พอใจใส่ฉัน “เลิกโง่สักทีเถอะ รักเขา รักเขา! รักเขาแล้วตัวเองต้องมาเจ็บแบบนี้ จะรักทำไมกันฮะยัยโง่เอ้ย!

                “แกก็ เพื่อนเสียใจอยู่นะหยุดซ้ำเติมได้แล้วน่า” ขณะที่เบนต้าร์ดึงร่างฉันไปกอดไว้ โดยมียายเกรซกุมมืออีกข้างไว้ด้วย เห็นมีคนปลอบเยอะ ฉันก็ปล่อยโฮออกไปมาอย่างอายใครสิ

                “เพราะมีเพื่อนอย่างพวกแกคอยให้ท้ายไง ยัยเปียโนถึงได้ซื่อบื้อไม่เลิกแบบนี้ ฉันไม่สนใจอีกต่อไปแล้วว่าจะรักมันมากมายแค่ไหน แต่นับจากวันนี้ไปแกห้ามยุ่งกับมันอีก ตัดขาดความเป็นครูกับนักเรียนไปได้เลยยิ่งดี!” ในฐานะเพื่อนสนิทน้ำอิงใส่อารมณ์อย่างเต็มที่ ผิดกับน้าของเธอที่ศักดิ์เป็น แฟนเก่าของฉันด้วยซ้ำ


                พี่ทัพหลังเดินเข้ามาในห้องรับรองแขกพร้อมกับคนสนิทของหลานสาว พี่ดราก้อนแทบจะตัวหดแม้จะยืนอยู่ข้างเขา ใช่แล้วในเวลานี้เขาไม่อยู่กับเพื่อนๆ ที่โรงพยาบาลหรอก และไม่ได้มีแต่เพื่อนฉันที่หวั่นเกรงเขา ฉันที่เขาห่างหายไปนานก็เริ่มหวั่นเกรงเขาแล้วเช่นกัน


                “ขอคุยอะไรกับเปียโนซักเดี๋ยวสิ”

                “พวกแกออกมา” น้ำอิงนำพรรคพวกออกไปจากห้อง แม้สายตาของเบนต้าร์กับเกรซจะบอกว่าไม่อยากปล่อยฉันให้อยู่กับผู้ชายคนนี้ตามลำพังก็ตาม


                ทุกคนเดินออกไป ทั้งห้องมีเพียงเราสองคน


                พี่ทัพหลังเข้ามานั่งข้างๆ ฉัน และไม่มีท่าทีว่าจะละสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามไปจากฉัน ในตอนนี้พี่ทัพหลังคงมีเรื่องที่อยากจะถามฉันเป็นร้อยเรื่อง แต่เขาก็ทำเพียงแค่นั่งมองฉันร้องไห้

                “พี่ทัพคงเกลียดเปียโนมาก คงอยากจะฆ่าเปียโนแล้วใช่มั้ย” ฉันเป็นฝ่ายพูดออกไปก่อน แต่เขายังคงนิ่ง

                “...” พี่ทัพหลังเป็นคนนิ่ง และสุขุม บุคลิกภายนอกของเขาคล้ายกับคีย์บอร์ด แต่เขานิ่งเพราะวางตัวให้ดูน่านับถือ แต่ลึกๆ แล้วเขาเป็นอบอุ่นและน่ารักกับฉันเสมอ

                “ฮือ...” ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ความผูกพันที่ทิ้งช่วงไปทำให้ฉันรู้สึกว่าเขาเป็นคนอื่นไปแล้ว

                “เฮอะ! หมอนั่นมีอะไรดีทำไมเราถึงรักมันขนาดนี้” พี่ทัพหลังเอ่ยถามประโยคแรกกับฉัน แต่ฉันไม่กล้าตอบเขาหรอก สายตาและน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความไม่พอใจทำให้ฉันหวั่นเกรงเขาจนเข้าขั้นกลัว

                พี่ทัพหลังกำลังไม่พอใจฉันแน่ๆ

                “รู้มั้ยว่าพี่กลับมาเห็นเธอมีแฟนใหม่ พี่ยังไม่เจ็บใจเท่าตอนที่เห็นเธอเสียน้ำตาให้มันเลย”

                “เปียโนขอโทษ ฮึก...” สำหรับผู้ชายคนนี้ฉันไม่มีคำพูดใดนอกจากคำว่า ขอโทษ

     ถามว่ารู้สึกผิดมั้ย ตอบง่ายๆ เลยว่ารู้สึกสิ คนที่เคยผูกพันได้กันไม่นาน แต่ห่างหายกันไปนานมันจะมีความรู้สึกดีๆ ให้กันเหมือนอย่างตอนนั้นได้ยังไง แล้วถามว่าตอนนี้อารมณ์ไหนมากกว่ากัน อารมณ์ผิดหวังและเสียใจที่มีต่ออีกคนมีต่ออีกคนสิมากกว่า


     เพราะฉันรักหมอนั่น  สภาพฉันถึงได้ทุเรศแบบนี้ไง


     ฉันร้องไห้จนตัวโยนและไม่มีคำตอบใดให้เข้าไป พี่ทัพหลังดึงฉันเข้าไปกอด เขาลูบหลังฉันไว้ ฉันไม่รู้จะทำยังไงต่อไป ไม่รู้ด้วยว่าจากนี้จะสู้หน้ากับคนที่โรงเรียนยังไงแล้วด้วย


     “พี่คีย์บอร์ดอย่าค่ะ/พี่อย่าเข้าไปนะคะ”

     เสียงจากข้างนอกดังขึ้น เราทั้งสองผละร่างออกจากกัน จังหวะที่ร่างสูงของคนถูกเอ่ยชื่อพรวดเข้ามาพอดี ขณะที่พราดราก้อนได้เข้ามาขวางทางเขาไว้

     “ฉันว่าตอนนี้แกกลับไปก่อนดีกว่าคีย์ ค่อยคุยกันสองคนหลังจากนี้ดีกว่า”

     “ไม่ ฉันจะเคลียร์ตอนนี้เลย” คีย์บอร์ดดันไหล่เพื่อนที่ขวางอยู่ให้หลบไปแล้วตรงเข้ามากระชากตัวฉันออกห่างพี่ทัพหลัง เพื่อไปหลบอยู่ด้านหลังเขา

     “มากไปแล้วนะคีย์บอร์ด!” น้ำอิงตะคอกเสียงแข็ง แต่ไม่มีผลกับสายตาแข็งกร้าวที่จ้องมองคนวัย 20 ตรงหน้าเลย เช่นเดียวกันกับพี่ทัพหลังที่มองคนอ่อนกว่าด้วยสายตาไม่พอใจเช่นกัน

     “นายมีอะไรจะคุยกับฉัน?”

     “ผมไม่ทราบหรอกนะว่าคุณเป็นใคร หรือยิ่งใหญ่มาจากไหน แต่การที่คุณทำร้ายร่างกายเพื่อนผมแล้วถือวิสาสะเข้ามากอดแฟนผมถึงในบ้าน ผมฟ้องคุณได้นะ” ไม่ต้องมาอ้างกฎหมาย นายกำลังหาเรื่องใส่ตัวน่ะคีย์

     “นายนั่นแหละออกไปจากที่นี่ซะ” ฉันดึงแขนออกมาจากมือเขา ก่อนที่เขาจะหันมามองฉัน

     “เธอต้องฟังที่ฉันพูดก่อน ฉันอธิบายเรื่องทั้งหมดให้เธอฟังได้นะ”

                “ไม่ต้องอธิบายอะไรทั้งนั้น กลับไปกล่อมเมียที่นอนป่วยอยู่โรงบาลดีกว่า ทางนี้คนเป็นแฟนเขาจะลื้อฟื้นความหลังกัน” คำพูดของน้ำอิงทำคีย์บอร์ดอึ้ง รวมไปถึงเกรซ เบนต้าร์ พี่ดราก้อนและโอปอด้วย แน่นอนว่าไม่มีใครรู้ความสัมพันธ์ของเรานอกจากน้ำอิง


                “บอกไปก็เท่านั้นน้ำอิง ยังไงมันก็ไม่มีผลกับเจ้าแมวขโมยนี่อยู่แล้ว” พี่ทัพหลังลุกขึ้นปะทะสายตากับคีย์บอร์ด ฉันเริ่มหวั่นใจแล้วสิ กลัวเหลือเกินว่าเขาจะใช้กำลังกับ คนรักของฉัน เฮ้อ...นี่ยังกล้าเรียกเขาแบบนั้นอยู่อีกหรอเปียโน

                “พี่ทัพหลัง...” ในขณะที่ฉันก็พยายามอ้อนวอนเขาทางสายตา สังเกตเห็นแล้วว่าคีย์บอร์ดโกรธจนกำมือไว้แน่นมาก เขาพร้อมจะโต้ตอบแฟนเก่าฉันได้ทุกเมื่อ

                “ขโมยปลาคนอื่นไปกินก็ควรจะกินหมดๆ ไปนะ ไม่ใช่กินทิ้งกินขว้าง หิวเมื่อไหร่ก็กับมากินอีก ยิ่งมีปลาอีกตัวที่ยังกินไม่หมด แต่หวงไม่ให้คนอื่นเขาไปกินด้วยเนี่ย เขาจะไม่เรียกแมวขโมยแล้วนะ เขาเรียกหมาหวงก้าง”

                “แล้วคุณล่ะกลับมาทำไม!” ไม่พูดเปล่าคีย์บอร์ดเปิดศึกชกหน้าพี่ทัพหลังก่อน ฉันกำลังจะห้ามไม่ให้เขาปล่อยหมัดสอง แต่พี่ทัพหลังก็สวนกลับแถมยังมือหนักจนทำอีกคนล้มไปนอนกับพื้นเลยด้วย

                “พอเถอะค่ะ! พี่ทัพกลับไปก่อนนะคะ น้ำอิง ช่วยพาน้าแกกลับไปทีเถอะ”

                “ยังไม่สาแก่ใจฉันเลยนะยัยบื้อ!” น้ำอิงกัดฟันโกรธ ขณะที่พี่ดราก้อนพยายามเข้าข้างฉัน

                “ผมว่า เราไปจากที่นี่ก่อนเถอะนะครับคุณหนู นายท่าน”

                พี่ทัพหลังเช็ดเลือดที่มุมปาก เหลือบมองคนตรงหน้าด้วยสายตาเชิงเหยียด

                “เด็กเมื่อวานซืนอย่างนายอย่าได้คิดมาเทียบขั้นฉัน ทำเลือดฉันออกน่ะไม่เท่าไหร่ แต่ทำผู้หญิงของฉันร้องไห้มันเกินไปแล้ว บอกที่บ้านจองไอซียูไว้รอเลย ฉันเอาแกเข้าไปนอนเล่นในนั้นแน่” พูดจบเขาก็นำพรรคพวกออกไป เพื่อนๆ ฉันที่เหลือก็ตามเขาออกไปด้วย และจากที่ฉันร้องไห้อยู่แล้วก็ยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม

                “นายทำบ้าอะไรของนายลงไปรู้ตัวบ้างมั้ย นายไปต่อยหน้าเขาทำไม นายไม่รู้รึไงว่าเขาเป็นใคร แล้วนายทำบ้าอะไรของนายอยู่!” ฉันถามวกไปวนมา เริ่มไม่รู้แล้วว่าจะพูดกับเขาเรื่องอะไรดี มันเสียใจทั้งเรื่องบิวตี้ ทั้งกลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีกับเขา

                “ฉันไม่รู้! ไม่สนใจด้วยว่ามันเป็นใครมาจากไหน สนอย่างเดียวคือที่มันบอกว่า เธอ เป็น แฟน มัน! จริงหรือเปล่า” ณ ตอนนี้อดีตของฉันคงสำคัญมากสินะ แล้วอดีตของเขาล่ะ ฉันเคยรื้อฟื้นมั้ย “ไหนบอกไม่เคยมีแฟนไง แล้วไอ้คนที่ประกาศตัวไปเมื่อกี้มันเป็นใคร!

                เป็นครั้งแรกที่คีย์บอร์ดขึ้นเสียงใส่ฉัน และมันเป็นครั้งที่ฉันเหลืออดแล้วเหมือนกัน

                “ใช่ ฉันโกหกว่าฉันไม่เคยมีแฟน ฉันเคยเป็นแฟนกับพี่ทัพหลังน้าของน้ำอิง! แล้วมันทำไม เคยสนิทกับเขาแล้วทำไม! อย่างน้อยฉันยังไม่เคยมีอะไรกับเขาเหมือนอย่างที่นายทำกับแฟนนายแล้วมาหลอกฉันละกัน เขาจะหวงฉันมันก็ไม่แปลก”

                “มันไม่แปลกหรอก ใช่ แต่ตอนนี้งง ตอนนี้ฉันงงไปหมดแล้วเปียโน จริงๆ แล้วเธอเป็นคนยังไงกันแน่”

                “ก็เป็นคนแบบนี้ไง ตอแหลเก่งพอๆ กับนายใช่มั้ยล่ะ ชั่วช้าสมกับจะเป็นแฟนนายมั้ยคีย์บอร์ด! นายก็มีแฟน ฉันก็มีแฟน พอเราความแตกขึ้นมามันสะใจดีมั้ยล่ะ”

                “ฉันไม่คิดว่าเธอจะเป็นคนแบบนี้นะเปียโน เจอเรื่องแฟนเก่าเธอเข้าไป เรื่องที่เธออ่อยชอลลีกลายเป็นเรื่องที่มองไม่เห็นไปเลย เธอร้ายกว่าที่ฉันคิดมาก ...ฉันผิดหวัง” หรอ!! เขารู้สึกแบบนั้นได้แค่คนเดียวหรอ!!

                ฉันชอบพี่ชอลลีเพราะเขาเป็นสุภาพบุรุษ แต่ฉันก็หยุดความรู้สึกหลังจากตกลงเป็นแฟนกับเขา ฉันตัดใจจากพี่ทัพหลังทันทีที่รู้ข่าวว่าต้องไปเรียนต่อต่างประเทศ ต่อให้หลายใจแค่ไหนแต่สุดท้ายคนที่ฉันรักก็คือเขา

                แล้วเขาล่ะ ของเก่าไม่ยอมคลาย ของใหม่ก็ไม่ยืมกลืน...

                “ฉันก็ผิดหวังในตัวนายเหมือนกัน ทั้งๆ ที่คบกับฉัน แต่ก็แอบไปมีอะไรกับผู้หญิงคนนั้น สำหรับนายฉันก็เป็นแค่ของตายเท่านั้นแหละ”

                “ของตายมันไม่สำคัญสำหรับฉันหรอก แต่เธอไม่ใช่มัน เธอสำคัญกับฉัน และบั่นทอนความรู้สึกของฉัน แต่เธอ...” ...เสียงสั่นๆ นั่นเงียบไป คล้ายเขาจะกลืนคำที่อยากพูดมากมายลงคอไปเสีย

                “ฉันทำไม?” ฉันจ้องเขาอย่างเอาเรื่อง เวลานี้คนที่กดดันที่สุดเหมือนจะเป็นเขา

                “...ฉันกลัวเธอรอไม่ได้”

                “นายยังจะให้ฉันรออะไร” ฉันรอคำตอบจากเขาอยู่ ขอแค่บอกเหตุผลมา

                “ฉันกำลังจะจบทุกอย่างกับบิวต์ ขอแค่เธอรอฉัน ...ฉันขอแค่เธอ” ….เหตุผลที่โคตรเห็นแก่ตัว!

                “รอดูนายกับเขากลับไปรักกันหรอ ไม่! ถ้าเลือกฉันก็ต้องทิ้งผู้หญิงคนนั้นวันนี้ แต่ถ้าเลือกหล่อน ก็ไม่ต้องกลับมาเหยียบบ้านหลังนี้อีก และมันจะไม่มีเหลือแม้แต่ความสัมพันธ์ของครูกับลูกศิษย์ด้วย” เอาสิ! ฉันเป็นนายจ้าง ฉันมีสิทธิ์เลิกจ้างเขาเมื่อไหร่ก็ได้ เพื่อรักษาความแข็งแกร่งให้หัวใจ ยังไงฉันก็ต้องยอม

                “ฉัน...”

                “เลือกไม่ได้ใช่มั้ย งั้นก็ออกไปซะ” ฉันโมโหและเสียมารยาทถึงขั้นหยิบเป้ที่บรรจุสารพัดหนังสือของเขาที่หล่นอยู่บนพื้นขึ้นมาโยนบนโซฟาเพื่อผลักไสเขา ตอนนี้ฉันไม่อยากเห็นหน้าคนลังเล ไม่อยากจะอะไรกับเขาแล้วทั้งนั้น

                “เปียโน ฉัน...”

                “ไม่ต้องพูด และไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น ตราบใดที่ยังทิ้งบิวตี้ไม่ได้ก็ไม่ต้องมาให้ฉันเห็นหน้า

 

                ไม่ว่าเขาจะอ้างด้วยเหตุผลอะไร แต่ฉันจะไม่มีวันยอมเขาเพราะเรื่องแบบนี้อีกต่อไปแล้ว ถึงท่าทีเขาจะไม่ได้แสดงความเสียใจออกมาสักเท่าไหร่ ถึงฉันจะไม่สามารถรับรู้ได้ว่าเขารู้สึกยังไงในตอนนี้ แต่แววตาที่มองฉันตอนนี้ก็คล้ายกับจะเสียดายเวลาที่ผ่านมาอยู่เหมือนกัน

                แต่ฉันทนไม่ไหวและไม่อยากทำร้ายหัวใจตัวเองไปมากกว่านี้แล้ว

 

 




KEYBOARD PART

 


                ผมเดินออกมาจากบ้านที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น และความสุขทุกครั้งที่ย่างก้าวเข้ามา ผมอาจแสดงสีหน้าไม่เก่งแต่ใครจะไปรู้ว่าสภาพจิตใจของผมตอนนี้มันถูกตอกย้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผมคงไม่กล้ามาเหยียบบ้านหลังนี้อีกแล้ว


            อาไม่ได้ไม่รู้นะว่าเราสองคนแอบคบกัน อาดีใจที่หลานชอบลูกสาวอา แต่อาไม่สนับสนุนความรักที่ไม่มีความซื่อสัตย์ให้กันแบบนี้ อาว่าพอเถอะนะ

 

                คำพูดของคุณอานิรุตพ่อของเปียโนดังก้องในหูผม ไม่ว่าจะเดินไปไหนใบหน้าของสองพ่อลูกก็วนเวียนอยู่แต่ในความทรงจำไม่ลางเลือน คนเป็นพ่อสั่งห้ามเมื่อผมทำลูกสาวท่านร้องไห้ ใช่ ผมผิด เรื่องนี้เป็นความผิดของผมคนเดียวเท่านั้น


                ผมชอบคนง่ายโดยที่ไม่ศึกษานิสัยก่อน

                ผมยอมทำเรื่องบ้าๆ นั่นทั้งๆ ที่ไม่เคยมีความสุขเลยกับสิ่งที่ต้องทำ

                ผมอยากวางทุกอย่างทิ้งไว้ แล้วหนีไปที่ไหนก็ได้ไกลๆ ที่มีเพียงผมกับเปียโน คนอื่นจะได้ไม่ต้องเข้ามาวุ่นวายกับเรื่องของเราอีก....


     แต่ในความเป็นจริงมันเป็นแบบนั้นไม่ได้หรอก

     รอบข้างเรายังมีคนอื่น...


     “คีย์บอร์ด”

     เสียงที่เหมือนจะเคยได้ยินไม่นานมานี้เอ่ยเรียกให้ผมหยุดเดิน...

 


                “ทัพหลัง”

                คนร่างโปร่งบางในชุดสูทสีดำเดินเข้ามาใกล้ ดวงตาคู่นั้นมองผมอย่างโกรธแค้น แน่นอนว่าผมรู้ว่าเพราะอะไร ส่วนสูงที่พอกันไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกหวั่นตอนมันเดินเข้ามาใกล้ ไม่มีใครพูดอะไรหลังจากนั้น


     ผมทันเห็นแค่ตอนที่มันล้วงบางอย่างออกมาจากสูท แต่ไม่ทันระวังตอนที่มันฟาดบางอย่าง    ลงบนหน้าผม


ผัวะ!!


................................



เรื่องราวมันเริ่มไม่ง่าย

เมื่อความรักไม่ได้หยุดอยู่ที่คนแค่ 'สองคน'

________________________________________

ทัพหลังคนโหดกำลังกลับมาทวงทุกอย่างคืน

_____________________________________________________


................................

 Teacher you’re my love 

ปิ๊งรักครู(หนุ่ม)หน้าใสหัวใจเย็นชา

  

-ตริวเตอร์หนุ่มสุดเย็นชา ปะทะ ยัยศิษย์บ๊องจอมทะลึ่ง-

คีย์บอร์ด & เปียโน


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

28 ความคิดเห็น

  1. #24 _SongJoongki (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2559 / 11:35
    ต่อน้าาไรท์ เป็นตอนที่ดราม่ามากก เกือบร้องไห้เลย
    #24
    0