Teacher you’re my love ปิ๊งรักครู(หนุ่ม)หน้าใสหัวใจเย็นชา

ตอนที่ 14 : War hormone (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 88
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    21 ส.ค. 59


12

***War hormone***


คีย์บอร์ดนายมันร้าย!


นายมันเห็นแก่ตัว!!


                ฮึ่ย! ฉันเกลียดจนไม่รู้จะเกลียดเขายังไงแล้ว ฉันบอกเลิกเขาไปมันมีผลแค่ฉัน แต่มันไม่ได้มีผลกับเขาเพราะเขายังไม่ได้บอกเลิกฉัน และยังมีสิทธิ์ในตัวฉันอยู่ ให้ตายเถอะ! เป็นเหตุผลที่เห็นแก่ตัวที่สุดเลย

                “จำไว้ด้วยนะ ผู้หญิงคนนี้เป็นของฉัน!

                “แกไม่มีสิทธิ์ยุ่งกับผู้หญิงของฉัน แต่ฉันมีสิทธิ์ยุ่งกับผู้หญิงอื่นได้!


                ให้ตายสิ! เรื่องใหญ่ในตอนเช้ากลายเป็นเรื่องล้อเล่นในกลุ่มเพื่อนซะแล้ว และมันไม่ได้ถูกล้อแค่ในกลุ่มเพื่อนนะภาพของฉัน คีย์บอร์ด และพี่ชอลลียังถูกเผยแพร่ทั่วเพจคนดังประจำโรงเรียนไปแล้วด้วย จากที่ไม่มีใครรู้จัก บัดนี้มีแต่คนจดจำและตราหน้าว่าเป็นวันทองสองใจไปแล้ว! ฮอลล....ทำไมมันต้องเกิดขึ้นกับฉันอีกแล้วเนี่ย!!

                “ก็มีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยนะกับเรื่องของแก แต่ที่แน่ๆ มีแต่คนอยากให้แกย้ายโรงเรียน” น้ำอิงที่นั่งอ่านคอมเม้นท์ใต้ภาพมานับชั่วโมงหันมาสรุปให้ฉันฟัง ฉันพ่นลมหายใจออกทางปากอย่างคิดหนักพลางจ้องมองตัวเองในเงาสะท้อนของหน้าจอโทรศัพท์ไปด้วยก็ไม่เห็นจะสวยอะไรเลยทำไมถึงมีแต่ผู้ชายแย่งนะ

                Don’t care ค่ะเพื่อน ไม่ต้องไปสนใจ พวกนั้นก็แค่อินตามกระแสเดี๋ยวอีกหน่อยก็ชินกันไปเอง ดูอย่างคู่ยัยน้ำอิงสิ แรกๆ ก็มีดราม่าตอนนี้ก็ไม่เห็นจะมีอะไรแล้วนี่” เบนต้าร์ชักสีหน้า แน่นอนนางอยู่ทีมฉัน

                “เกือบดีแล้วถ้าไม่โยงเข้าเรื่องฉัน” น้ำอิงตวัดสายตาใส่เพื่อน ขณะเดียวกันที่โอปอก็หันมายิ้มกับฉัน

                “ฉันดีใจที่แกกลับไปคบกับพี่คีย์บอ์รืดนะ ฉันว่าแกสองคนเหมาะสมกันที่สุดแล้ว ยินดีด้วยนะ”

                “อื้ม” เหมาะสมก็ได้อ่ะ

                “จะสี่โมงครึ่งแล้ว เดี๋ยวพี่คีย์บอร์ดจะมารับแกที่นี่ใช่มั้ย ระวังนะ ดื้อกับครูให้มากระวังโดนจัดหนักล่ะ”

                “บ้าเกรซ ยังไม่ได้มีอะไรกันซะหน่อย” ฉันหันไปค้านเพื่อนทันทีที่ถูกจู่โจม ให้ตาย ทำไมเพื่อนต้องคิดแบบนั้นด้วยล่ะ เพื่อนๆ ทำฉันต้องคิดหนักเลย คิดอยู่เหมือนกันนะว่าหมอนี่หมดความอดทนแล้วขอฉันขึ้นมาฉันจะทำยังไง ฉันดันโดนเขาจับจูบบ่อยซะด้วยสิ เอ...หรือฉันจะโดดเรียนดีหว่า


                แต่ไม่มีเวลาให้คิดนานค่ะ คนที่กำลังถูกพูดถึงกำลังเดินหน้าตายมาทางนี้พร้อมกับเพื่อนสนิททั้งสองคน


                “A-Yo! สาวๆ ได้เวลากลับบ้านแล้วจ้ะ” คำทักทายของพี่เฮลเชียลดังมาก่อนพวก ขณะเดียวกันที่พวกผู้ชายในกลุ่มสองคนที่เหลือกำลังเดินแยกกันออกไปโดยไม่มองมาทางนี้สักนิด เฮ้อ...งานนี้ฉันกับพี่ชอลลีจบไม่สวย และเขาก็คงจะเกลียดฉันไปแล้ว

                “ยังอาลัยอาวรณ์มันอยู่หรอ” คีย์บอร์ดเอ่ยขึ้นในน้ำเสียงที่กะให้ได้ยินกันแค่สองคน แต่ถึงเขาไม่พูดเสียงระดับนี้ก็คงไม่มีใครสนใจหรอก เพราะต่างคนต่างให้ความสนใจกับคู่ของยัยน้ำอิงและพี่ดราก้อนกันหมด

                “แล้วนายล่ะ ตกลงกับแฟนเก่าได้แล้วหรอ” ฉันก็ไม่ได้อยากจะลื้อฟื้นอะไรมากมายนักหรอกถ้าสายตาไม่เหลือบไปเห็นรอยจ้ำสีม่วงที่ซอกคอเขาเสียก่อนน่ะ ชิ! ตอกย้ำซะไม่มี

                “เราต้องคุยกันเรื่องนี้ให้เคลียร์ กลับบ้านได้แล้วเสียเวลา” เขายื่นมือมาหมายจะจับแขนฉัน แต่ฉันจะไม่ยอมให้เขาทำตามอำเภอใจได้หรอก ประกาศว่าฉันเป็นผู้หญิงของเขาแล้วไง เขามีสิทธิ์จะทำอะไรกับฉันยังไงก็ได้งั้นหรอ?

                “ฉันมีขาเดินไปเองได้” ว่าแล้วก็คว้าเป้มาสะพายแล้วเดินออกไปเลย ไม่สนด้วยว่าใครจะมองว่ายังไง คีย์บอร์ดนะคีย์บอร์ด! นอกจากจะไม่ง้อแล้วยังกลับมาทำเฉยชาใส่ฉันอีกอ่ะ เขาทำเหมือนว่าฉันเป็นสิ่งของที่เขาอยากจะซ่อนไว้ตรงไหนก็ซ่อน อยากจะหยิบออกมาเล่นเมื่อไหร่ก็ได้อย่างนั้นแหละ


                “นี่!” ฉันหันไปใช้เสียงข่มเมื่อหมอนั่นฉวยข้อมือฉันไปบีบไว้

                “ขึ้นเสียงหรอ อยากประจานให้คนอื่นรู้นักรึไงว่าทะเลาะกันน่ะ”

                “แล้วจะไปแคร์ทำไม ในเมื่อมันเป็นแบบนั้จริงๆ นี่ ประกาศว่าฉันเป็นผู้หญิงของนายทั้งๆ ที่นายก็มีผู้หญิงอีกคนอยู่แล้ว เห็นแก่ตัวที่สุดเลย” ฉันพยายามดึงมือออกมา แต่เขาก็ยิ่งจับแน่นกว่าเดิม

                แน่นจนฉันเจ็บ...


                “เพราะแบบนี้ฉันถึงอยากคุยให้มันจบ”

                “มันไม่จบแน่ถ้านายไม่ยอมเลิกกับฉัน ปล่อย!” ฉันใจเย็นมามากพอแล้ว และคิดว่าเรื่องนี้คงต้องเข้าหาผู้ใหญ่ถ้าเขายังใช้อำนาจเผด็จการแบบนี้กับฉันอยู่


                “ปล่อยน้องนะ!” 

                เสียงของผู้ชายที่คิดว่าเดินผ่านไปแล้วดังย้อนกลับมา พี่ชอลลีเข้ามาจับข้อมือคีย์บอร์ดและใช้สายตาข่มให้เขาถอยออกไปจากตัวฉัน ขณะเดียวกันพี่เจนัสก็เข้ามาช่วยห้าม

                “ยุ่งอะไรด้วย”

                “อย่าใช้กำลังบังคับผู้หญิงไปหน่อยเลย น้องไม่เต็มใจไปด้วยก็ปล่อยดิ” เอ่อ...มันจะเป็นเรื่องมั้ย

                “อย่า ยุ่ง” คีย์บอร์ดพูดเน้นทีละคำ ก่อนจะพูดเป็นประโยคยาวหักหน้าพี่ชอลลี “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับนาย ไหนว่าเคารพการตัดสินใจของผู้หญิงไง เขาไม่ได้เลือกนายช่วยยอมรับหน่อยได้มั้ย” ใช่ที่ฉันปฏิเสธพี่ชอลลี แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะเลือกนายสักหน่อย แต่ไม่แน่ ถ้าเขารู้จักผ่อนปรนและลดความเฉยชาของตัวเองลงบ้างฉันอาจจะชอบเขามากกว่านี้ก็ได้

                “ฉันยอมรับในเรื่องที่น้องไม่เลือกฉัน แต่ฉันไม่พอใจที่แกใช้เผด็จการบังคับน้องให้ทำตามใจแก”

                “เลิกทำตัวเป็นพ่อพระได้แล้วน่า พล็อตของนิยายเรื่องนี้มันชัดเจนอยู่แล้วว่าเปียโนต้องคู่กับคีย์บอร์ด ยังไงซะแกมันก็เป็นได้แค่พระรองที่ต่อให้ดีแค่ไหน ก็ไม่มีวันได้ลงเอยกับเธอหรอก  และคำพูดสุดท้าทายของคีย์บอร์ดก็ได้เรื่อง พี่ชอลลีฟิวส์ขาดต่อยปากเขาหนักๆ ไปทีหนึ่ง ร่างที่เล็กกว่าไปเกือบ 10 เซนติเมตรจึงเสียหลักเซไปหลายก้าว

ผัวะ!!


                “กรี๊ด....” เป็นครั้งที่ 2 ที่ฉันกับผู้หญิงในบริเวณนั้นกรีดร้องเพราะตกใจ พร้อมกับการกรูเข้าหาของเหล่าเพื่อนคิวท์บอยส์ที่เข้ามาจับทั้งสองคนแยกจากกัน และด้วยสัญชาตญาณฉันรีบเอาตัวเข้าขวางคนร่างสูงไว้ก่อนที่เขาจะเข้ามาต่อยร่างเล็กกว่าซ้ำ

                “พี่ชอลลีคะใจเย็นๆ ก่อนนะ พอเถอะค่ะ”

                “เฮ้ย! อย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่สิ ใจเย็นก่อน ยังไงก็เพื่อนกันนะ” พี่เจนัสที่อยู่ใกล้ที่สุดช่วยห้าม สารพัดคำพูดที่ถูกเลือกมาปลอบโยนทั้งสองคนลอยมาเตะหูจนไม่รู้ว่าเสียงใครเป็นเสียงใคร แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้ฉันอายมาก ฉันรู้สึกไม่ดีเลยที่เป็นสาเหตุให้ทั้งสองคนต้องทะเลาะกัน

ตอนแรกฉันก็ดีใจนะที่คีย์บอร์ดแสดงอาการหวงฉันออกมา แต่ตอนนี้ฉันกลับไม่รู้แบบนั้นแล้ว อยู่กับฉันเขาทำเหมือนคนอื่น แต่พอมีคนอื่นเข้ามา เขาก็ทำตัวเป็นหมาหวงก้าง ฉันไม่อยากให้เป็นแบบนี้เลย มันเหมือนเขาแค่ต้องการเอาชนะ และไม่ได้รักฉันจริงอย่างที่ปากพูด


                ฉันจึงเลือกที่จะเดินออกมาจากตรงนั้น ...พอกันทีเถอะฉันไม่อยากรับรู้อะไรแล้ว



 

                “เดี๋ยวสิแก ไม่อยู่ดูตอนจบหรอ”

                น้ำอิงที่วิ่งตามหลังมาคว้าแขนฉันให้หันไป เธอเป็นคนเดียวที่ตามฉันออกมาโดยไร้ซึ่งเงาของผู้ชายเหล่านั้น ฉันส่ายหน้าปฏิเสธ เพราะตอนนี้ฉันมาออกมาพ้นประตูโรงเรียนแล้ว และฉันก็ไม่อยากกลับไปรับรู้อะไรที่นั่นอีกแล้ว

                “...”

                “ฉันไม่เข้าใจแก ตกลงชอบชอลลีหรือคีย์บอร์ดกันแน่” น้ำอิงยิงคำถามที่ตอบยากมาจนได้

                “ฉัน...ฉันชอบพี่ชอลลี”

                “ชอบชอลลีแล้วไปคบคีย์บอร์ด แกทำแบบนี้ทำไม ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเรื่องมันถึงยุ่งเหยิงแบบนี้”

                “ฉันชอบพี่ชอลลีจริง แต่ฉัน รัก คีย์บอร์ด!” ฉันบอกเพื่อนไปตรงๆ อารมณ์นี้ไม่มีแอ๊บหรอก ฉันไม่ใช่ผู้หญิงประเภทนางเอกละครที่ชอบหลอกตัวเองว่าไม่ได้รักพระเอก สำหรับฉัน ฉันกล้าพูดเต็มปากเลย ว่ารักเขา!

                “แน่ใจหรอว่ามันไม่ใช่ความรักที่เกิดขึ้นเพราะอารมณ์ชั่ววูบ หรือเพราะความผูกพันที่ได้ใกล้ชิดกันน่ะ”

                “ไม่ใช่ ฉันมั่นใจว่าฉันรักเขา ฉันรักครูสอนพิเศษของฉันทันทีที่เขาขอฉันเป็นแฟน” พอนึกถึงความหลังแล้วก็เศร้าเลย “ฉันเกลียดเขาไม่ได้ถึงแม้จะรู้ว่าเขาไม่ได้มีฉันแค่คนเดียว ฮือ...” ว่าแล้วก็โผเข้ากอดน้ำอิงแล้วปล่อยโฮบนไหล่ของเธอ จะทำยังไงได้ล่ะตอนนี้อารมณ์เศร้าฉันมาเต็ม และฉันก็ไม่รู้จะไประบายกับใครแล้วด้วย

                “แก...” น้ำอิงพูดไม่ออก เธอทำได้เพียงลูบหลังฉันเบาๆ อย่างปลอบโยน

                “แกก็รู้ว่าฉันไม่เคยรักใคร นอกจากน้าของแกที่ทำให้ฉันรู้สึกดีด้วยก็มีคีย์บอร์ดนี่แหละที่ทำให้ฉันรู้สึกแบบนั้นน่ะ” ฉันระบายความในกับเพื่อนไปอย่างไม่อาย ใช่ เมื่อ 2 ปีก่อนฉันเคยคบหากับ ทัพหลังผู้ชายที่มีศักดิ์เป็นน้าของน้ำอิง

                พี่ทัพหลังเป็นลูกชายของเจ้าสัว กองทัพเป็นน้องชายแท้ๆ ของแม่หญิง นำภักดิ์แม่ของน้ำอิง และเป็นทายาทคนที่ 8 ของตระกูล วงศ์สุริยะรัศมีเป็นน้องชายคนเล็กที่อายุห่างจากพี่สาวคนโต 22 ปี และเป็นผู้ชายคนเดียวในตระกูล ด้วยการที่เป็นเพื่อนสนิทของน้ำอิงฉันจึงได้รับการพิจารณาจากพี่ทัพหลัง เขาจีบฉันและให้การปฏิบัติต่อฉันดั่งเป็นเจ้าหญิงคนหนึ่งเลย แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไปเขาก็จากฉันไปเรียนต่อยังดินแดนอันไกลโพ้น และเราก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย

                “แกไม่รักน้าฉันแล้วใช่มั้ย?”

                “ทำไมแกถามฉันแบบนั้นล่ะ” ฉันผละตัวออกมาพลางจ้องน้ำอิงอย่างแปลกใจ

                “งั้นช่วยตอบฉันมาหน่อย ระหว่างคีย์บอร์ดกับน้าฉัน แกรักใครมากกว่ากัน”

                “...” ให้ตายสิ ถามแบบนี้ใครมันจะไปตอบได้กัน รักใครมากกว่างั้นหรอ?

                “แกรู้จักนิสัยพี่ทัพหลังของแกดีกว่าใครนะเปียโน ฉันไม่อยากให้แกลังเล เพราะเขาไม่แค่ต่อยหน้าคู่แข่งและใช้คำขู่เหมือนอย่างที่คีย์บอร์ดทำหรอก” ฉันรู้ว่าพี่ทัพหลังเป็นคนโหดและเป็นว่าที่หัวหน้าแก๊งมาเฟีนฝ่ายขาวแทนแม่น้ำอิง แต่ในตอนนี้หัวใจฉันมันได้เปลี่ยนไปแล้ว


                “อืม ฉันเข้าใจแล้ว”

                “เข้าใจชัดมั้ย?”

                “ฉันเลือกคีย์บอร์ด” ความกดดันจากดวงตาคมของน้ำอิงทำฉันตัดสินใจเด็ดขาดออกไป ต่อให้เขาเลวยังไง ต่อให้ร้ายแค่ไหนคือฉันรักเขาอ่ะ! ถึงแม้คบต่อไปแล้วมันจะเจ็บแต่ฉันรักเขา และฉันคงปล่อยให้เขาจากไปแบบนี้ไม่ได้ อีกอย่างฉันก็ยังไม่ทันสั่งสอนอีกคนให้รู้จักความเจ็บปวดของฉันเลย

                คีย์บอร์ดเป็นผู้ชายที่ดีพร้อมไปทุกอย่าง ทั้งฐานะ หน้าตาและระดับสมอง ฉันชอบผู้ชายที่ฉลาดกว่าเพราะรู้ดีว่าตัวเองโง่ ฉันอาจจะไม่สวยเทียบเท่าผู้หญิงคนเก่าของเขา แต่ฉันก็จะทำให้เขารักฉันคนเดียวให้ได้

                และจะทำให้เขารู้ด้วยว่า


                ไม่ได้มีแต่เขาคนเดียวหรอกที่ทำให้ฉันเสียน้ำตาได้ ฉันก็จะทำให้เขารู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดให้ได้สักวัน!



                “เธอสองคนหยุดอยู่ตรงนั้น” น้ำเสียงที่ไม่คุ้นดีก็ดังขึ้น


                ฉันและน้ำอิงหันไปมองนางฟ้าร่างบางที่เดินนำพรรคพวกเข้ามาหา ตอนแรกฉันตกใจคิดว่าเป็นพวกยากูซ่าในคาบนักเรียนที่หมายจะมาปลิดชีพเพื่อนสาว แต่พอมองๆ ไปผู้หญิงคนนั้นคือเพื่อนในกลุ่มเดียวกันกับที่พรีเซ็นต์งานกับพี่เจนัสนี่นา

                “เราหรอ?” น้ำอิงปากไวถามก่อน เธอไม่มีท่าทีหวั่นเกรงคนกลุ่มนั้นเลยสักนิด ผิดกับฉันที่ตอนนี้เริ่มสั่นเพราสมาชิกในกลุ่มนั้นมียัยบีบี กับยัยแจมหน้ายาวอยู่ด้วย

                “คำตอบในหัวใจชัดเจนแล้วสินะ” คนสวยเชิดหน้ามองฉันด้วยสวยตาที่หลุบลงต่ำ

                “หล่อนเลือกผู้ชายของเธอเสียใจด้วยนะบิวตี้” ยัยพี่บีบีเอ่ยขึ้น

                อะไรนะ?! ผู้หญิงคนนี้คือบิวตี้ อ๋อ!! เข้าใจแล้ว ที่พี่ชอลลีส่งสัญญาณในวันนั้น เขาพยายามจะบอกฉันว่าผู้หญิงคนนี้คือแฟนของคีย์บอร์ดสินะ ให้ตาย! ทำไมฉันถึงไม่สังเกตเลยนะ ใช่แล้ว นอกจากจะเป็นคนเดียวกับคนที่นำเสนองานในวันนั้นแล้ว เธอยังเป็นคนคนเดียวกับผู้หญิงในเงามืดที่จูบกับคีย์บอร์ดหน้าห้องอีกด้วย

                “หน้าด้าน! ไร้ยางอาย! ไม่รู้รึไงว่าผู้ชายมีเจ้าของแล้วน่ะ!!” น้ำเสียงของยัยบิวตี้อะไรนั่นแสบเข้าแก้วหูชะมัด ฉันกำมือแน่นด้วยความโกรธ โกรธทั้งโดนด่าว่าหน้าด้าน ไร้ยางอาย โกรธทั้งต้องมารับมือกับปัญหาที่นายบ้านั่นเกิดขึ้น! 

                “ไม่รู้ เพราะเขาไม่เคยพูดถึงเธอ” ก็ไม่เคยพูดจริงอ่ะ เขาแค่บอกว่าเคยมีแฟน

                “แหงล่ะ เขากำลังคิดจะหลอกเธอไง เธอคิดว่าผู้ชายคนหนึ่งจะทำเพื่อผู้หญิงที่เพิ่งเจอได้สักแค่ไหนกัน? ...คิดว่าเขาพิศวาสหล่อนมากสินะ ที่หอบหนังสือไปบ้านหล่อนทุกวันนั่นเพราะแม่เขาบังคับให้ไปหรอก”

                “แต่ฉันก็ไม่เห็นว่าเขาจะถูกบังคับตรงไหนเลยนี่ ดูเขาเต็มใจสอนดีนะ” น้ำอิงตอกหน้ากลับก่อนที่ฉันจะทันอ้าปาก “ฉันว่าคนที่โดนหลอกคือเธอมากกว่า”

                “ยัยนี่ใคร ใช่แฟนสมาชิกใหม่ที่ชื่อดราก้อนนั่นรึเปล่า” บิวตี้หันไปถามเพื่อน แล้วยัยพี่แจมก็แทรกขึ้น

                “ใช่แล้ว ยัยนี่ก็อ่อยเก่งพอกันนั่นแหละ กว่าจะได้เป็นแฟนเขาก็เปลืองตัวไปเยอะอยู่เหมือนกัน”

                “รู้สึกว่าที่พูดมานั่นจะเข้าตัวเองหมดเลยนะ ฉันกับดราก้อนคบกันมาก่อนที่หล่อนจะรู้จักเขาซะอีก แล้วเรื่องคีย์บอร์ดน่ะ คงไม่ต้องให้ถามมั้งว่าเขาเลือกใคร ประกาศโคมๆ ออกสื่อขนาดนั้นถ้ายังเลือกแฟนเก่าอยู่ก็ไม่รู้จะว่าอะไรละ”

                “ที่ถามนี่เพราะเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเธอ เก็บปากไว้กินข้าวดีกว่าแฟนดราก้อน ฉันไม่อยากให้เธอเจ็บตัวไปด้วย”

                “เปียโนเป็นเพื่อนฉัน ถ้ากล้าทำอะไรเธอก็ต้องกล้าทำฉันด้วย!” น้ำอิง! ความจริงแกไม่ต้องก็ได้

                “อยากมีส่วนร่วมก็จะจัดให้!” แล้วบิวตี้ที่เหลืออดกับน้ำอิงก็ง้างมือขึ้นเหนือศีรษะ หากแต่มือของหล่อนกลับหยุดการเคลื่อนไหว นัยน์ตาสวยสั่นระริกและมองจ้องไปข้างหลังเรา


                “กล้าทำอะไรผู้หญิงสองคนนี้ก็เอา”


                มือหนาโอบไหล่ฉันกับน้ำอิงไว้ ก่อนที่ร่างสูง 180 เซนติเมตรจะเข้ามาแทรกกลางระหว่างเราสองคน กลิ่นน้ำหอมผสมกับกลิ่นควันบุหรี่ที่ติดตัวเขาทำให้ฉันนึกย้อนถึงวันวาน



     ...ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเขาคนนี้เป็นใคร



................................

Teacher you’re my love 

ปิ๊งรักครู(หนุ่ม)หน้าใสหัวใจเย็นชา

  

-ตริวเตอร์หนุ่มสุดเย็นชา ปะทะ ยัยศิษย์บ๊องจอมทะลึ่ง-

คีย์บอร์ด & เปียโน


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

28 ความคิดเห็น

  1. #23 Blue'peaceful (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 22:55
    รอออออ
    #23
    0