Teacher you’re my love ปิ๊งรักครู(หนุ่ม)หน้าใสหัวใจเย็นชา

ตอนที่ 13 : เล่นกับไฟ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 84
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    9 ส.ค. 59

11

***เล่นกับไฟ***


KEYBOARD PART

 

                แมวอ้วนเปอร์เซียร์สีขาวขนปุยกระโดดลงจากตักผมแล้ววิ่งไปหาเจ้าของทันทีที่ได้ยินเสียงฝีเท้าดังเข้ามาในห้องรับรองแขก นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมมาเหยียบบ้านชอลลี แต่มันเป็นอีกครั้งที่ผมมาด้วยสภาวะอารมณ์ที่ไม่สู้ดีเท่าไหร่นักในรอบ 2 เดือนที่ผ่านมา ความรู้สึกของผมในตอนนี้มันตีกันวุ่นวายไปหมด ผมทั้งโมโหที่เพื่อนเข้ามายุ่งวุ่นวายกับชีวิตรัก ทั้งน้อยใจที่เปียโนเห็นมันดีกว่า...


                เพราะผมเป็นคนแสดงออกไม่เก่งหรอ ทำไมผมถึงแพ้ทางชอลลีในเรื่องแบบนี้ตลอด


                “เด็กเรียนอย่างนายนอนตอนสี่ทุ่มไม่ใช่หรอ นี่สามทุ่มห้าสิบแล้วนะ ยังไม่เตรียมตัวนอนอีกรึไง” น้ำเสียงกวนประสาทกระตุ้นอารมณ์โมโหในตอนนี้ให้เพิ่มขึ้นไปอีก

                ชอลลีเหยียดยิ้มให้ผมพลางอุ้ม ซูชิแมวที่ผมเคยซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดเมื่อปีที่แล้วไปกอด ซูชิเป็นเหมือนตัวแทนมิตรภาพที่ดีของเราสองคน แต่ก่อนมันมีเจ้าของสองคนคือผมกับชอลลี แต่ตอนนี้มันจำผมไม่ได้ และมันรักแค่ชอลลีคนเดียว เหมือนเปียโนที่ไม่หลงเหลือความรู้สึกใดๆ ให้ผมอีกแล้ว

                “แกน่าจะรู้ว่าฉันมาหาแกทำไม” ผมลุกเดินเข้าไปหาร่างสูงกว่า ขณะที่อีกคนได้แต่ยืนลูบหลังแมวอย่างไม่รู้ร้อน เฮอะ! แกทำกับเพื่อนเกินไปแล้ว “ทำแบบนี้ทำไมวะชอล?”

                “มันมีผลต่อนายสินะ”

พึ่บ!

                ผมปัดมือที่ยื่นมาลูบแก้มที่มีรอยแดงจางๆ บนหน้าผมออกไป แล้วกระชากเสื้อคนสูงกว่าอย่างเหลืออด จนเจ้าซูชิตกใจชิ่งกระโดดลงไป และไม่ลืมที่จะทิ้งรอยข่วนไว้บนแขนเจ้าของมัน หากเป็นเมื่อก่อนผมคงรู้สึกผิดที่ทำให้ชอลลีมีบาดแผล แต่ตอนนี้มันไม่มีความรู้สึกพวกนั้นอีกต่อไป

                “หยุดเสแสร้งได้แล้ว! ฉันไม่รู้หรอกนะว่าแกไปพูดอะไรกับเปียโนจนเธอมองฉันแบบนั้น แต่การทำตัวเป็นคนดีเพื่อให้อีกคนดูเลวมันเป็นวิธีที่โคตรสกปรกเลย ฉันเตือนไว้เลยนะหยุดมันซะก่อนที่ฉันจะเหลืออดแล้วเปิดโปงความชั่วของแก!” ผมพล่ามประโยคยาวขณะที่อีกคนเอาแต่เหยียดยิ้ม

                “ฉันไม่ได้ทำอะไรเลยจริงๆ เพื่อน แค่ขับรถไปส่งน้องที่คอนโดฯ พี่ชายแก แล้วบังเอิญไปเจอฉากเด็ดเข้าก็เท่านั้น” อีกคนมองผมด้วยแววตาแสนสะใจดั่งตนเป็นผู้ชนะ เฮอะ! มันคงคิดว่าวิธีนี้ทำให้ทุกอย่างดีแล้วสินะ

                “มายุ่งเรื่องนี้ทำไม! มันเป็นเรื่องภายในที่คนนอกอย่างแกไม่เกี่ยว!” ผมผลักไอ้ทองไม่รู้ร้อนนั่นออกไป นี่ถ้าไม่เห็นว่าเป็นเพื่อนรักกันมาก่อน ผมต่อยหน้ามันไปแล้ว

                “ไม่เกี่ยวสินะ...งั้นแกคงลืมไปแล้วละสิว่าฉันกับบิวต์คบกันอยู่!

     ใช่ ผมไม่เคยลืมหรอกว่านอกจากบีบีแล้วชอลลียังมีบิวตี้เป็นแฟนอีกคน

                “ฉันไม่สนใจเรื่องนั้นหรอก เพราะถ้าผู้หญิงเขารักแกจริง เขาจะไม่ยอมมากับฉัน” ผมยืมคำพูดที่ชอลลีเคยใช้พูดกับผมมาพูดกับเขา ถึงแม้ว่าตอนนี้มันจะเลิกกับบีบีจริงๆ แล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะคบกับบิวตี้ได้ทันที เพราะใครๆ ก็ต่างรู้จักบิวตี้ในฐานะ แฟนผม “แต่ที่ฉันไม่พอใจอยู่ตอนนี้คือ...แก มา ยุ่ง กับ แฟนฉัน ทำไม?” ผมพูดช้าๆ ทีละคำ ย้ำให้มันฟังชัดๆ

                “แฟนแก?....คนไหนวะ” ผมรู้ว่าชอลตั้งใจจะกวนผม เพราะมันเป็นคนเดียวที่รู้เรื่องความรักของผมมากที่สุด และมันก็กำลังกลั่นแกล้งผมอยู่

                “อย่าทำเป็นไม่รู้เรื่อง เปียโนไง ผู้หญิงที่แกกำลังคิดจะปั่นหัวเล่นอยู่ตอนนี้ไง!

                “ครูสอนพิเศษควรจะรักษาระยะห่างกับลูกศิษย์ไว้หน่อยสิ อย่าลืมว่านายเข้าไปมีความสัมพันธ์กับเธอได้ ด้วยเหตุผลอะไร” ชอลลีร่าย และมันกลับยิ่งทำให้ผมเสียความรู้สึกกับเขาลงไปอีก

                “แกยังเห็นฉันเป็นเพื่อนอยู่รึเปล่า?!” กี่ครั้งกี่หนแล้วที่มันทำแบบนี้

                “ฉันคิดว่าแกเป็นเพื่อนเสมอ แต่เกมมันขึ้นอยู่ที่แกว่าจะเคารพการตัดสินใจของผู้หญิงมากน้อยแค่ไหน”

                ในที่สุดผมก็ทนไม่ไหว ต่อปากเพื่อนไปทีหนึ่ง แรงผมอาจไม่มากพอที่จะทำให้ร่างสูงเฉียด 2 เมตรนั่นล้มลง แต่มันก็ทำให้คนเสียการทรงตัวไป ชอลลีเหยียดยิ้มเยอะผมพลางเช็ดเลือดที่มุมปาก สายตาที่มันใช้มองผมเริ่มใกล้เคียงกับสายตาที่ผมใช้มองมันอยู่ตอนนี้เต็มที


                โกรธแค้น...

 


                “หยุดเรื่องบ้าๆ พวกนั้นซะ ถ้ายังเห็นแก่ความเป็นเพื่อนที่เหลืออยู่” ผมพูดขู่ แล้วหันหลังให้มันเพื่อเดินจากมา มันเจ็บปวดมากแค่ไหนล่ะที่เพื่อนรักของเราเป็นคนๆ เดียวกับคนที่แย่งคนรักของเราไป

                “แกเป็นคนทำลายความรู้สึกฉันก่อนคีย์บอร์ด ฉันเคยขอร้องแกแล้ว แต่แกเป็นคนยื่นมือเข้ามาเล่นกับไฟเองก่อน ช่วยไม่ได้นะ ถ้าหากมันจะย้อนกลับไปเผาตัวแก

 


                ผมตกใจในคำพูดของชอลลี ไม่คิดว่าประโยคเดียวในตอนนั้นจะกลายเป็นประเด็นในตอนนี้ได้ เขาเดินมาอยู่ตรงหน้าแล้วเปิดข้อความในไอโฟนให้ผมดู


 

Paino OMO : เปียโนเลิกกับคีย์บอร์ดตามที่พี่ชอลลีบอกแล้วนะคะ จากนี้ไปเราไม่เกี่ยวข้องอะไรกันแล้ว

 

“ฉันเคารพการตัดสินใจของผู้หญิงเสมอ”

 


ข้อความของเปียโนมีผลกระทบต่อจิตใจผมมาก ขอบตาผมร้อนในแทบทันที ผมไม่คิดว่าเธอจะเอาเรื่องนี้มาพูดกับเพื่อนในกลุ่มผม ทั้งๆ ที่มันเป็นเรื่องของเราสองคน เริ่มต้นที่เราและควรจะจบที่เราสิ เธอเชื่อคำพูดของหมอนี่ทุกคำ ไม่ว่าผมจะพยายามอธิบายอะไรกับเธอไป มันก็ไม่เป็นผล แล้วอีกคนที่เสียความรู้สึกที่สุดก็คือผม เธอมีไลน์มัน... และเธอก็ติดต่อกับมันตลอด

 

เปียโนเป็นเด็กซื่อๆ ที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวผมในเชิงมิตรภาพ ผมชอบนิสัยเวลาป่วยของเธอในวันที่เจอกันครั้งแรกที่โรงพยาบาล เธอขี้อ้อนจะงอแงไม่เหมือนกับผู้หญิงส่วนมากที่ผมรู้จัก พ่อแนะนำว่าเธอเป็นลูกสาวของเพื่อนพ่อ แต่คงเป็นผมฝ่ายเดียวที่รู้จักเธอในตอนนั้น ทันทีที่พ่อบอกว่าให้ช่วยตริวภาษาให้ลูกสาวเพื่อนคนนี้หน่อยผมตอบตกลงในทันที แต่ผมน่าจะสังหรณ์ใจในครั้งแรกแล้วว่าเธอชอบเพื่อนผม กะอีแค่ขาแพงแต่ต้องให้มันอุ้มเข้ามาส่งถึงในบ้าน แต่เพราะความปลื้มส่วนตัวบวกกับการใกล้ชิดกันทุกวันทำให้หัวใจผมมันชัดเจนว่า ผมชอบใครกันแน่

     ผมยอมรับว่าผมเป็นฝ่ายขอเลิกกับบิวตี้และให้เหตุผลกับเธอไปว่าผมมีคนใหม่ แต่เป็นที่รู้กันของเรา 3 คนว่าเพราะอะไร เธอคบกับผมก็จริงแต่ระหว่างนั้นก็คบและมีอะไรกับเพื่อนผมไปด้วย แล้วถามว่าทำไมผมถึงทนล่ะ เพราะครอบครัวของผมกับเธอมีบางอย่างที่ซับซ้อนกันอยู่ไงล่ะ

     ผมกำลังทำบางอย่างเพื่อครอบครัวอยู่


     แต่ไม่คิดเลยว่าในวันนี้มันจะส่งผลต่อความรัก และทำให้ผมเห็นธาตุแท้ของผู้หญิงคนนั้นในวันนี้ ผมมองเธอผิดไปคิดว่าเปียโนจะเป็นคนใสซื่อที่จะไม่มีวันนอกใจคนรักแน่ แต่ไม่เลย เธอก็ไม่ต่างอะไรไปกับผู้หญิงหลายใจคนอื่นนั่นแหละเลิกกับผมแล้ว อยากคบกับชอลลีด้วยงั้นหรอ? เฮอะ! ถึงงานนี้ผมจะเป็นคนทำผิดก่อน แต่ใช่ว่าผมจะพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้นะ


                “ประเด็นคือแกสองคนทะเลาะกันเรื่องผู้หญิง....ใช่มั้ย?”

                เฮลเชียนที่ลุกออกไปคุยโทรศัพท์เดินกลับเข้ามาถามผมซ้ำ ทั้งที่เขารู้แหละว่าเหตุผลที่ผมเรียกทุกคนมารวมตัวกันที่นี่เพราะอะไร เขาจะเพิ่งคุยโทรศัพท์กับชอลลีเสร็จและหมอนั่นคงเล่าเรื่องทุกอย่างให้เขาฟังหมดแล้ว

                “นายก็เลิกกับบิวตี้ให้มันจริงๆ จังๆ ไปเลยดิวะ ยังไงก็จะคบกับน้องโนอยู่แล้วไม่ใช่หรอ ใครมันจะไปอดระแวงได้วะ ถ่านไฟเก่าจะลุกโชนขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้” เจนัสพล่ามยาวพลางจัดแจงผสมเครื่องดื่มในแก้วให้ผมใหม่ วันนี้เรามาดื่มกันที่บาร์ของพ่อเฮลเชียนโดยไม่สนใจว่าอายุจะถึงเกณฑ์เข้าได้รึยังเพราะเรามีเพื่อนเป็นใบเบิกทางอยู่แล้ว และไม่สนใจด้วยว่าพรุ่งนี้จะต้องตื่นไปเรียนกันไหวรึเปล่า

                “แต่ที่แน่ๆ มันลุกเว้ย ไฟริษยากำลังเผาไหม้ความสัมพันธ์ของมันสองคนอยู่” เฮลเชียลอธิบายซะเห็นภาพ ใช่ ผมกลับไปมีอะไรกับบิวตี้ซึ่งเป็นแฟนเก่าและมันก็ทำให้ความสัมพันธ์ของผมกับเปียโนจบลงไปแล้วจริงๆ หากแต่ครั้งนี้คนที่เป็นสมาชิกใหม่กลับไม่เข้าใจสถานการณ์

                “เดี๋ยวนะ ถ้างั้นก็แสดงว่านายกลับไปคบกับบิวตี้แล้วอ่ะดิ งั้นเปียโนล่ะ เพื่อนของแฟนฉันล่ะนายเอาเธอไปไว้ที่ไหนวะ?” ดราก้อนมองผมด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ในตอนนี้ไม่มีใครเลวเท่าผมอีกแล้ว

                “ก็โดนสุภาพบุรุษชอลลีคาบไปกินแล้วไงล่ะ ที่ผ่านมาฉันก็โดนหลอกเหมือนกัน เธอคบฉันแค่ไม่ให้โดนแฟนเก่าของหมอนั่นเล่นงานก็เท่านั้น ที่จริงแล้ว เธอชอบหมอนั่น!

                “น้องประชดรึเปล่าวะคีย์ ดูท่าทางน้องไม่น่าจะใช่คนแบบนั้นนะ” เจนัสว่า ก่อนเฮลเชียลจะขยายความ

                “แต่มันเป็นไปแล้วเว้ย ไอ้ชอลเพิ่งจะบอกฉันเมื่อกี้ว่าน้องตกลงจะคบกับมันแล้ว พูดง่ายๆ งานนี้สลับคู่กันครับ” ยิ่งพูดเหมือนยิ่งโดนตอกย้ำ ผมหยิบแก้วที่วางอยู่ตรงหน้ามากรอกปากพรวดเดียวจบ รู้อยู่ว่าที่บ้านห้ามหนักเรื่องแอลกอฮอล์ แต่ในตอนนี้ผมไม่สนอะไรแล้ว

                “เฮ้ย ทำไมเป็นแบบนั้นได้วะ ไม่ได้นะเว้ย! แกจะให้เปียโนคบกับชอลลีไม่ได้ ถ้าเธอคบกับหมอนั่นนะไม่ถึงอาทิตย์ล่ะฉันว่าโดนมันหลอกฟันแน่” ขนาดดราก้อนที่มาได้ไม่เท่าไหร่ยังเรียนรู้นิสัยของเพื่อนได้เร็วขนาดนี้เลย แล้วนับประสาอะไรกับผมที่รู้จักมันมานานแล้วล่ะ

                “ทุกคนรู้เว้ยก้อน แต่มันก็ขึ้นอยู่ที่เจ้าของเรื่องอีกทีว่าจะเอายังไง เพราะบิวตี้เป็นรักครั้งแรกของไอ้คีย์ แต่เปียโนเป็นรักแรกพบ คนหนึ่งสอนเพศศึกษาให้ แต่อีกคนแตะต้องไม่ได้เพราะต้องจำกัดเรื่องระยะห่าง แกคิดว่าอะไรมันจะฝังใจและดึงดูดเพื่อนเรามากกว่ากันล่ะ” ที่เฮลเชียนพูดมันก็ถูก บิวตี้ดึงดูดผมได้มากกว่าเปียโนเพราะเธอมีเสน่ห์ที่กระตุ้นผู้ชายอย่างเราให้เข้าหาได้ทุกทางอยู่แล้ว ทั้งเธอยังพูดเก่งและเป็นคนแรกที่สอนหลายๆ อย่างให้ผม ...เธอสอนให้ผมรู้จักความรัก ในขณะเดียวกันก็สอนให้ผมเจ็บมากเช่นกัน

                แต่ผมเป็นคนเจ็บแล้วจำ ผมตีตัวห่างบิวตี้ทันทีที่รู้ว่าเธอนอกใจผม และต้องขอบคุณเปียโนที่ทำให้ผมลืมความเจ็บปวดเหล่านั้นไป แม้ว่าที่จริงแล้วเธอจะชอบเพื่อนผมก็ตาม แต่นั่นมันยังไม่เจ็บเท่าเพื่อนผมคิดจะเล่นกับเธอด้วยหรอก ผมรู้ว่าชอลลีมันคิดแค่จะเอาชนะเพื่อแก้แค้นที่ผมกลับไปหาแฟนเก่า แต่ทุกอย่างย่อมมีเหตุผลในตัวมัน และผมก็มีเหตุผลของผม


                พ่อครับ ผมขอให้มันเป็นครั้งสุดท้ายแล้วได้มั้ย

                ถ้ามันสำเร็จ พ่อจะไม่บังคับแกอีก

 

                ผมกำลังรอคอยให้วันนั้นมาถึง มันจะได้ผ่านไปเร็วๆ โดยที่ไม่ต้องมีใครเจ็บไปมากกว่านี้


                แล้วคิดหรอว่าผมจะปล่อยเปียโนไปง่ายๆ ใครจะเคารพการตัดสนใจของฝ่ายหญิงก็เคารพไป แต่อะไรที่มันเคยเป็นของผม ผมจะไม่มีทางปล่อยให้ถูกแย่งไปแน่ เพื่อนก็เพื่อนเถอะ ในเมื่อต่างคนต่างชอบความท้าทายยื่นมือเข้าไปกับเล่นกับไฟก่อน มันก็ต้องมีสักคนที่ถูกเปลวไฟเผาไหม้ตายกันไปข้าง!

 


 


PAINO PART

 


                “จริงหรอแก มีเรื่องบ้าๆ แบบนี้เกิดขึ้นกับชีวิตของแกด้วยหรอ!

                “บ้าจริง! มันเป็นอะไรที่ไม่น่าให้อภัยเลย!

                ทันทีที่มาถึงโรงเรียนเพื่อนๆ ที่ดักซุ่มอยู่มุมต่างๆ ของห้องก็เข้ามาปรากฏตัวทีละคน ไถ่ถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังจากสังเกตเห็นดวงตาอันบวมเต่งของฉันในเช้าวันนี้ แม้จะบอกคนอื่นไปว่าแพ้อาหารมา แต่สำหรับกรุ๊ปฉัน พวกนางไม่มีทางเชื่อ และอย่างว่าพอเล่าให้ฟังก็ถามซ้ำกันไม่หยุดไม่หย่อน

                “พอเถอะแก ฉันไม่อยากพูดถึงเรื่องพวกนั้นแล้ว” ฉันถอนหายใจออกมาเพื่อตัดบท ฉันไม่อยากนึกถึงเรื่องพวกนั้นแล้วจริงๆ จบได้มั้ย จบไปเหมือนความสัมพันธ์ของฉันกับเขาเลยก็ดี

                “โธ่แก ไม่เป็นไรเนอะ หาเอาใหม่ก็ได้ ก็แค่ผู้ชายไม่จริงใจคนเดียว ยังไงเดี๋ยวก็มีผู้ชายใหม่เข้ามาจีบแกเองแหละ” โอปอพูดปลอบใจฉัน แต่ใครจะไปคิดล่ะว่าขณะที่กำลังตักตวงคำปลอบโยนจากเพื่อนๆ อยู่จะมีแขกไม่ได้รับเชิญเข้ามาปรากฏตัวในห้องของเรา


                แถมมาพร้อมกับช่อดอกไม้ซะด้วย......


                “กรี๊ดดด....!


                “พี่ชอลลี~


                สมาชิกในห้องรวมทั้งเพื่อนสาวในกลุ่มฉันต่างแหวกทางให้คนร่างสูงย่างกรายเข้ามา เขาตรงมาที่ฉันพร้อมกับวางกุหลาบช่อใหญ่ลงบนโต๊ะ

                “ไหนยิ้มให้ดูหน่อยสิครับคนเก่งของพี่”


                Shock!....

                นะ นี่มันอะไรกันเนี่ย


                “พี่ชอลลีให้ดอกไม้เปียโนอ่ะแก” เสียงยัยเกรซปลุกฉันให้มองเห็นภาพทุกอย่างชัดเจนขึ้น

                “อะไรกันคะพี่ชอลลี เปียโนงงไปหมดแล้วนะ” ฉันหยิบช่อดอกไม้ขึ้นมามองสลับกับใบหน้าของพี่เขา ก่อนที่รอยยิ้มอบอุ่นและแววตาแสนจริงใจจะถูกส่งมาให้ฉัน พร้อมกับมือหนาที่เข้ามาจับศีรษะฉันโยกไปมา

                “ลืมที่คุยกันเมื่อคืนไปแล้วหรอครับ” ...หืม เมื่อคืน...

                ว่าแล้วฉันก็รีบล้วงมือถืออกมาเปิดดูประวัติการแชทที่คุยกับพี่เขาไปเมื่อคืน และปรากฏว่ามันจริงอย่างที่เขาพูด


                Cheolly Ritthinon : น้องเลิกกับแฟน พี่ก็เลิกกับแฟน งั้นเรามาเป็นแฟนนะ


                Cheolly Ritthinon : เปียโนครับ เป็นแฟนกับพี่นะ


     Paino OMO : $%^*)#$*


                Cheolly Ritthinon : …

 

     Paino OMO :  

 

     Cheolly Ritthinon : ครับ ขอบคุณที่ให้โอกาสพี่นะ

 


                อร๊าย!! ตายแล้ว!


                สติกเกอร์ OK งั้นหรอ!!......ฉันไม่ได้ตั้งใจจะส่งสติกเกอร์นั่นให้พี่เขาเลยสักนิด แล้วฉันก็หลับไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ นี่ถ้าระลึกดูฉันคงเผลอหลับไปทับโทรศัพท์เข้าแน่ๆ แล้วคราวนี้จะเอายังไงล่ะ จะปฏิเสธที่เขาไปจะถือว่าเป็นการหักหน้าเขามั้ย

                “เออ...” พี่ชอลลีเป็นผู้ชายที่ดีมากๆ สำหรับฉัน ตลอดเวลาที่ผ่านมาก็มีพี่เขานี่แหละที่เป็นเพื่อนคุยและอยู่เคียงข้างมาโดยตลอด จะว่าไปถ้าไม่มีพี่เขาฉันก็คงถูกนายครูเจ้าเล่ห์นั่นหลอกไปเรื่อยๆ แหละ แล้วนี่ก็เป็นความปรารถนาแรกของฉันอยู่แล้วไม่ใช่หรอ

                ...ฉันจะถือโอกาสนี้คบกับเขาเลยดีมั้ยนะ แต่ฉันไม่ได้รู้สึกแบบนั้นกับพี่เขาแล้วนี่นา


                “เขินหรอครับ”

                ฉันได้แต่ยืนอมยิ้ม และยิ่งยิ้มหนักมากกว่าเดิมเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นพวกคิวท์บอยส์มาออกันที่ประตู และหนึ่งในนั้นมีคีย์บอร์ดอยู่ด้วย ฉันกอดช่อดอกไม้ไว้แน่นแล้วตอบรับน้ำใจพี่ชอลลีทันที


                ใช่! ฉันกำลังประชดเขา


                “ก็เขินสิคะ พี่เล่นเอาดอกไม้มาให้เปียโนถึงในห้องแบบนี้ ขอบคุณมากนะคะเปียโนชอบมันมากเลย” ฉันยิ้มจนตาบวมๆ แทบจะปิด ไม่รู้ว่าคีย์บอร์ดจะรู้สึกยังไง แต่การได้ทำแบบนี้ต่อหน้าเขามันทำให้รู้สึกดีขึ้น ถ้าเขารักฉันจริงอย่างที่ปากว่า เขาจะต้องรู้สึกเวลาเห็นฉันอยู่กับผู้ชายอื่น!

                เปียโนหน้าใส แต่ใจร้ายนะจะบอกให้!


                …และได้ผล นั่นไงเขากำลังเดินเข้ามาแล้ว


                “เอาละแกฉันรับรู้ได้ถึงความพินาศ” เกรซรีบดันเบนต้าร์มาอยู่ด้านหน้าและเอาตัวไปหลับอยู่ข้างหลังเช่นกันกับโอปอ ขณะเดียวกันที่น้ำอิงก็ลุกมายืนข้างๆ ฉันเพื่อนปะทะสายตากับคีย์บอร์ดที่จ้องมา

                “ดอกไม้นี่นา” คีย์บอร์ดฉวยมันไปจากฉัน เขาพิจารณากุหลาบสีแดงในช่อด้วยสีหน้าอันว่างเปล่า มันจึงทำให้พวกเราเดาไม่ออกกว่าเรารู้สึกยังไงกันแน่ “นายซื้อให้เธอหรอ?”

                “ใช่ นายกับน้องเลิกกันแล้วนี่ ฉันมีสิทธิ์จีบน้องต่อได้ไม่ใช่หรอ” การยอมรับแบบตรงๆ ของพี่ชอลลีทำฉันชาไปหมดทั้งตัว ถ้าเป็นเมี่อก่อนฉันคงหัวใจเต้นแรงและดีใจมาก หากแต่ตอนนี้ฉันกลับรู้สึกได้ถึงความพินาศอย่างที่ยัยเกรซว่าแล้ว

                “ชอล ฉันว่า...” พี่เจนัสนำพรรคพวกมายืนขนาบข้างฝ่ายชายบ้าง

                “แล้วแฟนพี่ล่ะคะ ยัยบีบ้าอะไรนั่นล่ะ?” น้ำอิงโพล่งปากออกไปจนฉันต้องรีบสะกิด

                “เราไม่เกี่ยวข้องอะไรกันแล้วครับ พี่โสดแล้วจริงๆ และกำลังจีบเปียโน ที่เพิ่งโสดจริงๆ เมื่อวานนี้เหมือนกัน” อร๊าย! พี่ชอลลีพูดอะไรออกมาคะ! แต่ถึงให้เป็นอย่างนั้นสีหน้าของคีย์บอร์ดก็ยังนิ่ง ให้ตายเถอะ “นายควรจะคืนดอกไม้ให้น้องนะ ฉันไม่ได้ซื้อให้นาย”

                พี่ชอลลีแย่งดอกไม้ในมือคีย์บอร์ดมายื่นให้ฉัน แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะรับมันไว้ คีย์บอร์ดก็คว้ามันไปแล้วฟาดลงกับพื้นจนทุกอย่างกระจายเต็มพื้น!


                “กรี๊ด!!!...” ทุกคนในห้องรวมแม้กระทั่งฉันยังต้องกรีดร้องกับการกระทำอันแสนรุนแรงนั่น พวกเราได้แต่ทำหน้าเหวอมอง พี่ชอลลีจ้องมองเพื่อนของตัวเองอย่างไม่พอใจ เขากำมือแน่นจนรับรู้ได้เลยว่าโกรธจนแทบจะตัดคีย์บอร์ดออกจากการเป็นเพื่อนไปตอนนี้ได้เลย

                “น้องแค่งอนฉัน แต่ตอนนี้ดีกันแล้ว” คำพูดว่าด้วยสีหน้าและแววตาไร้ความรู้สึก คีย์บอร์ดไม่ได้เฉยชาขนาดนั้นแต่กำลังแสดงการอาการหมิ่นเพื่อนโดยไม่โต้ตอบด้วยอารมณ์ก็เท่านั้น

                “คีย์บอร์ด แต่ฉัน...” บอกเลิกนายไปแล้วนะ และก็ไม่ได้พูดว่าจะกลับไปคืนดีกับนายด้วย ฉันตั้งใจจะพูดแบบนี้ออกไปจริงๆ แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรเขาก็เข้ามาโอบไหล่โชว์

                “เธอก็อีกคน ไม่ต้องเอาวิธีงอนแล้วบอกเลิกมาใช้กับฉัน เพราะมันมีไม่มีผลหรอก คนเดียวที่จะทำให้ความสัมพันธ์ของเราจบได้คือฉัน ถ้าฉันบอกเลิกเธอเมื่อไหร่ นั่นล่ะเธอจะไปจากฉันได้

     ...อ้อ จำไว้ด้วยนะชอลลี ผู้หญิงคนนี้เป็นของฉัน!


……………………



Teacher you’re my love 

ปิ๊งรักครู(หนุ่ม)หน้าใสหัวใจเย็นชา

  

-ตริวเตอร์หนุ่มสุดเย็นชา ปะทะ ยัยศิษย์บ๊องจอมทะลึ่ง-

คีย์บอร์ด & เปียโน


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

28 ความคิดเห็น

  1. #22 มายด์มิ้นท์ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2559 / 17:26
    มาต่อเร็วๆนะคะ
    #22
    0
  2. #21 Nui_MinMIn (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2559 / 15:32
    กรี๊ดชอบมากๆๆ
    #21
    0
  3. วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 23:58
    ใจจะขาดแล้วเอย
    #20
    0
  4. #19 Blue'peaceful (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 15:09
    เจิมมมมมม
    #19
    0