Teacher you’re my love ปิ๊งรักครู(หนุ่ม)หน้าใสหัวใจเย็นชา

ตอนที่ 11 : เกิดการระแวง (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 89
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    9 ส.ค. 59

 

9

***เกิดการระแวง***

...


ณ ลานพักผ่อนในพื้นที่หนึ่งของโรงเรียน


     ช่วงเวลาที่นักเรียนแยกย้ายกันกลับไปหมดแล้ว แสงสลัวๆ ไม่อาจบอกช่วงเวลาของวันได้อย่างชัดเจน ฉันกำลังก้าวเท้าลงจากตึก ขณะที่ผู้ชายสองคนกำลังจะมีเรื่องกัน!

                “ทำไมแกทำแบบนี้กับฉันได้วะ!! แกยังเห็นฉันเป็นเพื่อนอยู่รึเปล่า?!!” พี่ชอลลีโผเข้าต่อยนายคีบอร์ดจนล้มคว่ำ! ฉันรีบเข้าไปห้ามเขาไว้ก่อนที่เขาจะปล่อยหมัดที่สองออกไป

                “อย่านะพี่ชอลลี หนูขอร้องล่ะ อย่าทำอะไรพี่คีย์บอร์ดเลยค่ะ

                “เธอก็เหมือนกัน ทำไมล่ะ เธอก็รู้ว่าพี่ชอบเธอ แต่ทำไมถึงไปเป็นแฟนกับมัน

                “หยุดพูดได้แล้วชอลลี ใครจะคบกับใครมันก็เป็นสิทธิ์ของเขา ทีนายยังนอกใจฉันได้ แล้วทำไมฉันจะมีคนอื่นบ้างไม่ได้ล่ะเอ๊ะ!!...ที่คีบอร์ดพูดหมายความว่ายังไงกัน?

                ใครจะไปรู้ว่าอยู่ๆ คีย์บอร์ดก็ดึงฉันไปจูบต่อหน้าพี่ชอลลี แม้ว่าฉันจะพยายามผลักเขาออกไป แต่เขาก็ไม่ยอมปล่อยฉันอร๊ายย!

                “พอได้แล้วคีย์บอร์ด!!! นายเลิกจูบเปียโนประชดฉันซักทีเถอะ!!” พี่ชอลลีเข้ามาแยกเราสอง
คนออกจากกัน
!!...

                “ฉันไม่ชอบที่นายทำดีกับผู้หญิงคนนี้!! ฉันหึงนาย ฉันหวงนายเข้าใจมั้ยชอลลี!!!” อะไรกัน คีย์บอร์ดพูดว่าไงนะ!!

                เท่านั้นแหละนายคีย์บอร์ดก็หันมาตบหน้าฉัน กรี๊ด!!!!......... แรงของเขาเยอะมาก แม้ว่าฉันจะพยายามยกมือขึ้นปัดป้อง จะถีบ เตะ หรือต่อย ก็ยังสู้แรงของเขาไม่ได้


........................

ตุบ!!!


                “โอ๊ย!....”
                ร่างของฉันกระแทกลงกับพื้นห้องอย่างจัง ฉันค่อยๆ ลืมตาขึ้นและก็พบว่าฉันอยู่ในห้องท่ามกลางแสงสีทองอ่อนๆ ที่สาดส่องเข้ามาในห้อง...เอิ่ม...


     นี่ฉันฝันหรอ?


                ให้มันได้แบบนี้สิ ฉันเก็บเรื่องของคีย์บอร์ดมาฝันจนเป็นเรื่องเป็นราวขนาดนี้เลยหรอ?...โอ๊ย!! จะบ้าตาย ทั้งเรื่องพี่ชอลลี เรื่องที่สงสัยว่าพวกเขาเป็นเกย์และก็เรื่องที่เขาจูบฉัน ฝันเป็นเรื่องเป็นราวได้ขนาดนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ นะเปียโน

                ฉันน่าจะตื่นทันทีหลังนาฬิกาปลุกดัง ไม่น่าหลับต่อแล้วให้ความฝันบ้าๆ นี่เป็นคนปลุกฉันเลย ว่าแล้วก็คว้าโทรศัพท์มาเปิดอ่านข้อความที่ยังไม่ได้อ่านในไลน์ มันเป็นข้อความของพี่ชอลลีบุคคลที่ชวนฉันคุยก่อนนอนจนเก็บเรื่องราวไปฝันประติดประต่อเป็นเรื่องเป็นราวได้ขนาดนั้นไงล่ะ


     Cheolly Ritthinon : ถึงน้องจะยืนยันว่าเป็นแฟนกับคีย์บอร์ดไปแล้ว แต่พี่ไม่เชื่อหรอกว่าทุกอย่างจะ

            เกิดขึ้นเร็วขนาดนี้

                Cheolly Ritthinon : ไม่แน่ว่ามันอาจเป็นแค่การเล่นสนุก

                Cheolly Ritthinon : พี่ไม่ได้อยากว่าใครนะ แต่คีย์บอร์ดเพิ่งเลิกกับแฟน พี่ไม่อยากให้น้องเสียใจ

                Cheolly Ritthinon : เผื่อใจไว้บ้างก็ดีนะ

 


                เฮ้อ...ฉันโยนข้อความชวนคิดมากลงบนเตียงแล้วลุกไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เตรียมตัวเตรียมใจร่ำเรียนวิชากับครูสอนภาษาสุดหล่อของฉัน ความรักของฉันกับคีย์บอร์ดมันเกิดขึ้นเร็วมากก็จริง จนบางครั้งฉันก็อดคิดไม่ได้ว่ามันอาจเป็นแค่ความฝัน แต่การที่มีคนอื่นมาพูดให้ชวนคิดแบบนี้ ฉันก็อดคิดไม่ได้ว่าวันหนึ่งมันจะจบลงรวดเร็วเหมือนอย่างตอนที่มันเริ่ม...

 


ตึก!! ตึก!! ตึก!!

                ฉันก้าวลงบันไดมาอย่างไวเพราะตอนนี้สนิทกับไม้ค้ำยันแล้ว ด้วยความขี้เกียจลงมาแหละฉันเลยวานให้พี่แจ๋วช่วยยกสำรับขึ้นไปให้ทานบนห้อง วันไหนที่ตื่นสายแล้วพ่อกับแม่ไม่อยู่บ้านฉันมักจะทำแบบนี้ประจำจนมันเป็นที่รู้กันของฉันกับแม่บ้าน และถ้าวันนี้ไม่ติดที่ว่าต้องตื่นมาเรียนพิเศษ ป่านนี้ฉันก็คงนอนเล่นโทรศัพท์อยู่บนห้องอีกนั่นแหละ

                “คุณหนูจะรับอะไรเป็นอาหารว่างดีคะวันนี้” พี่แจ๋วที่ยกสำรับตามฉันมาเอ่ยถาม

                “ยังไม่ดีกว่าค่ะ ยังไงต้องการอะไรหนูเรียกอีกที” ฉันหันไปบอกเธอยิ้มๆ ถึงพี่แกจะเตรียมไว้ให้ฉันแต่ก็ไม่แน่ว่าฉันจะได้กิน เพราะอีครูคู่ขาของฉันไม่ชอบให้ฉันกินขนมจุกจิก เพราะนอกจากจะทำให้อ้วนแล้วยังเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานในอนาคตด้วย และมันก็ทำให้เริ่มไม่อยากมีแฟนเป็นหมอตั้งแต่นั้น...

 


                “โอ๊ะ!! ดีใจจัง เธอนั่งรอฉันใช่มั้ย?”

     น้ำเสียงตื่นเต้นของคีย์บอร์ดดังขึ้น เมื่อเขาเดินเข้ามาแล้วเห็นฉันเปิดแบบฝึกที่เขาให้ไว้ดูมาเล่น ไม่อยากคุยว่าฉันเพิ่งจะกลางมันออกก่อนหน้าที่เขาจะเข้ามาแค่ 10 วินาทีเอง และแน่นอนฉันได้คะแนนพิศวาสไปเต็มๆ

     “นายมาก่อนเวลาหรอ” ฉันว่าพลางเหลือบนาฬิกาติดฝาผนังในห้องนั่งเล่น พลางขยับที่ให้เขานั่ง บอกเลยว่าวันนี้ฉันแทบไม่อยากอยู่ใกล้เขาเลย ทั้งข้อความที่ปรากฏในไลน์ ทั้งสัมผัสที่ดูดดื่มของเขาเมื่อวานมันทำให้ฉันอยากรักษาระยะห่างไว้มากกว่านี้

     “เพราะคิดถึงเธอไงเลยรีบมา” ว๊าย ตายจริง

     “คิดถึงจริงหรอ เมื่อคืนนายไม่โทรหาฉันเลย กลับบ้านไปนายทำอะไรบ้างเนี่ย” ฉันเริ่มคิดว่าเขาคุยกับคนอื่นนอกจากฉัน

     “อ่านหนังสือ ฉันต้องเตรียมตัวสอบเข้ามหาลัย”

     “อ่านหนังสือโดยไม่พักเลยหรอ” แล้วตอนที่อ่านหนังสือ นายไม่คิดถึงฉันเลยหรอ?

     “พักสิ ฉันไม่ใช่หุ่นยนต์นะ ทำไม...น้อยใจที่ฉันไม่โทรหาหรอ?” เขาว่าพลางเลื่อนมือมาจับแก้มฉัน และมันเป็นจังหวะเดียวกันที่ป้านวลยกน้ำมาเสิร์ฟพอดี ฉันเลยขยับตัวออกห่างเขา

     “ป้าไม่จำเป็นต้องยกมาเสิร์ฟก็ได้นะคะ เดี๋ยวยังไงหนูจะหาให้เขาทานเองค่ะ” ฉันหันไปบอกแม่บ้านวัยใกล้เกษียณด้วยความเกรงใจ แต่ป้าแกก็หันมาตอบรับยิ้มๆ

     “มันเป็นหน้าที่ของป้าอยู่แล้วค่ะคุณหนู ต้องการอะไรเรียกใช้ป้าได้เสมอค่ะ” เฮ้อ ถึงบ้าแกจะเต็มใจแต่ฉันก็ไม่กล้าใช้งานคนแก่หรอก คิดหรอว่าฉันไม่รู้ว่าป๊าส่งป้านวลสังเกตการณ์ฉันกับคีย์บอร์ดอ่ะ...พี่แจ๋วบอกฉันหมดแล้ว และยังไม่ทันที่ฉันจะบอกกับเขา คีย์บอร์ดก็อธิบายเรื่องราวของเขาต่อทันทีที่ลับตาป้านวล

     “ฉันก็อยากโทรหาเธอ แต่ที่บ้านไม่ชอบให้ฉันคุยโทรศัพท์” เฮอะ! คำแก้ตัวที่ฟังไม่ขึ้นทำให้ฉันลืมสิ่งที่จะพูดไป

     “แล้วไลน์ล่ะ นายมีไลน์ไม่ใช่หรอ?”

     “อยู่บ้านฉันไม่เล่นไลน์” บ้านไม่มี wi-fi รึไงกัน! โอ๊ย! นายทำให้ฉันคิดมากแล้วนะ “นี่รอบเดือนมารึไง ทำไมทำหน้าบึ้งอย่างนั้นฮะเอาน่ะ มีแฟนอยู่มอหกต้องทำใจน่ะ” หรอ! แล้วทำไมพี่ชอลลีเพื่อนนายที่เรียนอยู่ ม.6 เหมือนกันถึงมีเวลาคุยกับฉันล่ะ

     “แน่ใจนะว่านอกจากฉันแล้วนายไม่ได้คบกับใครอยู่”

     “ฮึ?...” คีย์บอร์ดหรี่ตามองฉัน “ถ้าคบกับอีกคนเมื่อไหร่ฉันจะบอกเธอแล้วกัน ปะๆๆ เรียนได้แล้ว ชวนพูดอะไรไร้สาระน่ะ” ฉันก็ไม่ได้อยากระแวงหรอกนะ แต่คำพูดจากเพื่อนสนิทของเขาทำให้ฉันคิดนี่


     ฉันตัดสินใจถามพี่ชอลลีไปตรงๆ เมื่อคืนนี้ ว่าระหว่างพี่ชอลลีกับคีย์บอร์ดเคยมีความสัมพันธ์ที่สนิทสนมกันแค่ไหน พี่ชอลลีบอกฉันมาตามตรงว่าคีย์บอร์ดเป็นคนที่เขาสนิทด้วยที่สุด ทั้งรู้นิสัย และรู้ใจกันมากที่สุด แต่เป็นเพราะช่วงก่อนที่คีย์บอร์ดมีปัญหากับแฟน ชื่อ บิวตี้หรือ บิวต์ผู้หญิงที่เป็นประเด็นในประโยควิวาทนั่น ด้วยความหวังดีพี่ชอลลีจึงเข้าไปช่วยเคลียร์ปัญหาให้ทั้งสอง แต่กลับกลายเป็นคีย์บอร์ดไม่พอใจพี่ชอลลีก็เลยเป็นเรื่องเป็นราวกันจนกระทั่งขอเลิกแฟน

     และพอบอกเลิกหล่อนได้ 3 วัน ชายผู้นั้นก็มาขอเป็นแฟนฉัน เฮ้ย! บอกตามตรงว่ามันทำให้ฉันอดคิดไม่ได้ว่าฉันจะกลายเป็นตัวสำรองของเขา


     เอาล่ะ ต่อจากเมื่อวานเลยแล้วกัน ฉันจะสอนแบบง่ายๆ นะ อย่าง Present Continuous. Tense นี้เราจะใช้เพื่อบอกการกระทำที่กำลังเกิดขึ้น หรือกำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ เราจะเติม ing ไปหลังคำกริยานั้นๆ เช่น 
I am talking ตอนนี้ฉันกำลังพูดอยู่ แบบนี้ไม่ต้องมากรรมมารับก็ได้ บราๆๆ

     หรอ...แต่ฉันว่าตอนนี้ฉันกำลังมีกรรม

      “…”

                “แต่มันจะมีคำกริยาบางพวกที่ยกเว้น ไม่ต้องเติม ing ซึ่งคำศัพท์พวกนี้มันจำเป็นต้องมีกรรมมารับด้วย ซึ่งเธอต้องท่องจำเอาเอง มันจะอยู่ในบล็อกที่ฉันใส่กรอบไว้ให้ตรงนี้ว่าแล้วก็ชี้ให้ฉันดูในกรอบสี่เหลี่ยมที่เต็มไปด้วยคำศัพท์มากกว่าสิบตัว ฮึ! ใครมันจะไปจำ

     นายช่วยยกตัวอย่างให้ฟังหน่อยไม่ได้หรอ ให้อ่านเองใครมันจะไปจำได้หมดล่ะเอ๊ะอะก็ให้ท่องๆ ถ้าให้ท่องอย่างเดียวแล้วจำก็ไม่ต้องจ้างครูมาสอนหรอก นั่งอ่านเองเหอะ!

     ก็อย่างเช่น I like you, I think you love me, I need you, My heart belong to you, I love you”

                ฉันพูดไม่ออกกับประโยคยาวๆ เหล่านั้นของคีย์บอร์ด ไม่ใช่ว่าโง่จนฟังไม่ออกหรอกนะ แต่ดวงตาเรียวสวยของเขามันสะกดฉันจนนิ่งไปเลยต่างหาก

       “…”

                ‘ฉันชอบเธอ ฉันคิดว่าเธอรักฉัน ฉันต้องการเธอ หัวใจของฉันเป็นของเธอ ฉันรักเธอ งั้นหรอ?

                “ฟังทันใช่มั้ย?”

                “อืม พะ พอจะเข้าใจถ้าเจ้าบ้านั่นไม่เอาปลายปากกาเคาะหน้าผากฉันก็คงยังไม่ได้สติ


...

 

 ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง


 ครืด!!!!


                เสียงเครื่องมือตัดเฝือกที่ทำงานอยู่ตรงตำแหน่งปลายเท้าของฉันดังขึ้น ฉันกุมมือคนข้างๆ ไว้แน่นเพราะกลัวว่าใบมีดคมๆ นั่นจะแฉลบเข้าโดนเนื้อหมักขี้ไคลของฉัน กว่ามันจะหักเป็นสองท่อนก็เล่นเอาฉันเกือบร้องไห้เลยทีเดียว


แกร๊ก!!


     เรียบร้อยแล้วครับ อย่าพึ่งลงจากเตียงนะครับ เดี๋ยวเอาผ้าอุ่นประคบไว้ก่อนนะ แล้วตามด้วยผ้าเย็น ค่อยๆ นวดข้อเท้าเบาๆ นะครับนักกายภาพที่ยืนยิ้มอยู่ข้างๆ หันมาบอกพร้อมกับยื่นผ้าชุดน้ำอุ่นนั้นให้ฉัน

                “ขอบคุณค่ะฉันหันไปขอบคุณเขา พร้อมกับมองไปยังข้อเท้าของตัวเองที่ไม่ได้เจอกันมานานกว่าหนึ่งเดือนเต็มๆ ลาก่อนเฝือกจ๋า...

     หายกลัวรึยัง?” คีย์บอร์ดผละตัวออกจากฉันแล้วหันไปสนใจผ้าชุดน้ำอุ่นที่ปลายเท้าฉันแทน นี่ถ้าจำไม่ผิดเมื่อกี้เขากอดฉันไว้ และยืนให้กำลังใจอยู่ข้างๆ ด้วย อันที่จริงคนที่ควรจะทำหน้าที่นั้นต้องเป็นป๊าสิ! แต่เพราะป๊ามัวแต่พาแม่เดทจนลืมเวลาว่าต้องพาลูกสาวคนสวยไปตัดเฝือกตอนบ่ายสอง มิหนำซ้ำยังโทรศัพท์มาบอกให้ครูสอนพิเศษช่วยทำธุระให้แทนด้วย อะไรป๊าจะใช้ครูเกินค่าจ้างขนาดนี้ นี่ถ้าไม่ติดที่ว่าจะได้เป็นลูกเขยบ้านนี้ในอนาคต เรื่องอะไรเขาจะยอมพาฉันมากันล่ะ

     “นี่ๆ จะทำอะไรอ่ะ ไม่ต้อง” แล้วฉันก็ตกใจเมื่อเขาค่อยๆ นวดข้อเท้าให้ฉัน

                “นวดให้เธอผ่อนคลายไง ไหนลองกะดิกข้อเท้าดูซิ”

     นายไม่ต้องทำเลย ไปเตรียมตัวเถอะ เดี๋ยวก็ถึงคิวนายแล้วบ้า! ใครจะไปกล้าให้เขาทำล่ะ ข้อเท้าฉันไม่โดยน้ำมากี่ชาติแล้ว และมันก็อุดมไปด้วยขี้ไคลหนาเตอะ เกิดเขานวดไปนวดมาแล้วขี้ไคลลอกออกจะทำไง ฉันก็อายเขาแย่นะสิ

     “ฉันไม่รังเกียจเธอหรอก ทุกอย่างบนร่างกายล้วนเป็นองค์ประกอบของร่างกายมนุษย์” โถ่ คีย์บอร์ด...

     “ขอบใจนายมากนะ” ฉันมองลึกเข้าไปในดวงตาคมของเขา...ไม่รู้ว่าคิดไปเองรึเปล่า มันดูอ่อนโยนกว่าทุกครั้ง

                “เชิญคุณธนัฐฉัตรค่ะชื่อจริงของคีย์บอร์ดถูกเรียก เขาหันมามองหน้าฉันยิ้มๆ

     เดี๋ยวมานะ อย่าเพิ่งลุกไปไหนล่ะ

     ฉันส่งยิ้มตอบให้เขาแล้วนวดข้อเท้าของตัวเองต่อไป จะว่าไปถ้าฉันไม่กวนประสาทเขาก่อน เขาก็เป็นคนน่ารักเหมือนกันนะ ฉันเริ่มไม่รู้แล้วว่าระหว่างการกระทำที่แสดงต่อหน้าฉันกับคำพูดของพี่ชอลลีฉันจะเชื่อใจอะไรดี

 


ครืด.....ครืด....


                ฉันยังหาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้ เสียงสั่นจากโทรศัพท์ที่คีย์บอร์ดฝากไว้ก็ดังขึ้นเสียก่อน ตัดสินใจอยู่นานว่าจะรับสายดีมั้ย แต่มันก็ดังอยู่นั่นแหละ ดังจนฉันตัดสินใจหยิบมันขึ้นมาดูให้รู้ไปว่าใครโทรหาเขาตอนนี้


      เฮลเชียน


                เพื่อนของเขานี่ ถ้ารับสายแล้วมันจะเป็นถือวิสาสะมั้ยอ่ะ แต่ถ้าไม่รับสายแล้วอีกคนจะว่ามั้ย...

                เอาเถอะ รับแล้วค่อยบอกให้โทรมาใหม่ดีกว่า

     สวัสดีค่ะแทนที่จะบอกเหตุผลที่โทรมา แต่ปลายสายกลับเงียบไป

     ...แล้วสวนขึ้น!

     [เธอเป็นใคร?]…เฮ้ นี่มันเสียงผู้หญิงนี่นา...!! พี่เฮลเชียลเป็นผู้ชายไม่ใช่หรอ?

     แล้วนั่นใครพูดคะ

     [ฉันก็.....ฮึ่ย เอามาคุยเดี๋ยวนี้นะเฮลเชียน] ผู้หญิงคนนั้นเริ่มอาละวาด และยังไม่ทันจะได้จับประเด็นอะไร เสียงผู้ชายอีกคนก็พูดแทรกเข้ามา

     [คีย์บอร์ดหรอ? เฮ้ คีย์บอร์ดนายได้ยินมั้ย] ใช่ล่ะ คราวนี้เป็นเสียงพี่เฮลเชียน

     เออ คือพี่คีย์บอร์ดถอดเฝือกอยู่ค่ะไม่สะดวกคุยค่ะ เดี๋ยว เสร็จแล้วจะบอกให้เขาโทรกลับนะคะ

     [อ๋อๆ ถอดเฝือกอยู่หรอ อะไรนะไม่สะดวกคุย อ๋อ! ได้ๆ งั้นเดี๋ยวโทรกลับนะ ...เฮ้...มันไม่ว่างติดธุระ] ก่อนที่เสียงปลายสายจะถูกตัดไป และฉันที่ซึ่งไม่เข้าใจสถานการณ์ก็ทำได้แต่อึ้ง...คือ นี่มันอะไรกัน

     ใครกัน! ที่จะโทร.มาหานายคีย์บอร์ด น้ำเสียงเธอแสดงความไม่พอใจอย่างสุดๆ ขณะเดียวกันที่พี่เฮลเชียลก็ทำเหมือนกำลังปิดบังอะไรเราทั้งสองคนอยู่

     และแน่นอนว่าหลังจากคุยธุระกับพี่เฮลเชียลเสร็จฉันก็ซักฟอกเขาทันที

     “ก็ไม่ได้คุยกันแล้วไง ก็ไม่ได้มีอะไรแล้วนายคีย์บอร์ดพูดพร้อมกับนวดแขนของตัวเองไประหว่างที่เดินพาฉันไปทานข้าวที่ศูนย์อาหารในโรพยาบาล

     “แต่ผู้หญิงคนนั้นทำเหมือนนายยังติดต่อกับเธออยู่”

     “แล้วเธอจะเชื่อใครระหว่างฉันกับผู้หญิงคนนั้น” คีย์บอร์ดเข้ามาเดินยืนดักหน้า ชิ!

     “เชื่อผู้หญิงคนนั้น”

     “อ่าว...”

     “ไม่รู้ล่ะเขาเป็นแฟนเก่านายนี่! คนที่ผูกพันกันมาก่อนกับคนที่พึ่งคบกันเป็นใครก็เลือกคนเก่าอยู่แล้ว” ว่าแล้วฉันก็เดินหนี บอกเลยว่างอนแล้วเขาก็ต้องง้อด้วย

     “ถ้าคนเก่ามันดีจะมีคนใหม่ทำไม

     “นายคงไม่ได้เห็นฉันเป็นตัวสำรองใช่มั้ย” ฉันหันกลับไปถามในสิ่งที่ค้างคาใจ

     “ฉันไม่เคยคิดจะเล่นกับความรู้สึกของใครอยู่แล้ว” สีหน้าและแววตาที่จริงจังของเขาทำให้ฉันเกิดความเชื่อมั่นใจตัวเขาอีกครั้ง “ฟังนะเปียโน สิ่งสำคัญที่สุดของการเป็นแฟนกัน คือการเชื่อใจ และไม่พูดโกหกต่อกัน

     คีย์บอร์ดจับศีรษะฉันโยกเบาๆ เราสบตากัน...

     “ฉันเชื่อใจนายก็ได้ แล้วนายก็ห้ามโกหกฉัน”

     “I’m sure.” เขาหยักยิ้มที่มุมปาก และมันเป็นครั้งแรกที่เขากุมมือฉัน


     เราเดินไปด้วยกันที่ศูนย์อาหารในโรงพยาบาลด้วยกัน เหตุผลที่พาฉันมาที่นี่เพราะเขาต้องการของจาก นพ.ดร.วิสิฐ หรือว่าที่พ่อตาของฉัน เขาอ้างว่าจะมาเอากุญแจรถเพื่อขับพาฉันไปส่งบ้าน แต่จริงๆ แล้วเจตนาให้ฉันมาความเปิ่นต่อหน้าต่อของเขาต่างหาก ฉันไม่รู้จะวางตัวยังไงเพราะเคยเจอคุณลุงแกเมื่อต้นปีก่อนที่คลินิก ท่านดูสุขุมและดุมาก แต่นับว่าโชคชะตายังเข้าข้างส่งให้ท่านติดเคสด่วน และมอบกุญแจรถฝากให้พี่พยาบาลเอามาให้คีย์บอร์ดแทน


     แล้ววันนี้ก็เป็นอีกวันที่เราอยู่ด้วยกัน และได้ใช้ชีวิตตามประสาเด็กวัยรุ่นที่นานๆ ทีจะหลุดพ้นจากการตริวหนังสือซักวัน ฉันได้เห็นรอยยิ้มของเขาหลายครั้งในวันนี้ เราสุข เรายิ้ม และเราก็จูงมือกันทั้งวัน

     อร๊าย!! อะไรมันจะฟินขนาดนี้เนี่ย

     ทั้งที่คีย์บอร์ดมีความสุขตอนอยู่กับฉัน เขาไม่มีท่าทีว่าจะคบฉันเป็นทางผ่านด้วยซ้ำ แต่ทำไมฉันถึงคิดแบบนั้นกันนะ ไม่ๆๆ ตัดความคิดและคำพูดของพี่ชอลลีออกไปซะ เชื่อใจคนรักของเราดีที่สุด

               

……………………



Teacher you’re my love 

ปิ๊งรักครู(หนุ่ม)หน้าใสหัวใจเย็นชา

  

-ตริวเตอร์หนุ่มสุดเย็นชา ปะทะ ยัยศิษย์บ๊องจอมทะลึ่ง-

คีย์บอร์ด & เปียโน

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

28 ความคิดเห็น

  1. #17 Melon_cherry (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 20:24
    มาต่ออีกน้า
    #17
    0
  2. #16 Melon_cherry (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 22:27
    มีความดราม่า จางๆ 
    ยังรอนะค่ะ
    #16
    0