LOW-KEY :: รักในความลับ::

ตอนที่ 1 : LOW-KEY : ยอมรับความเจ็บปวด​[|]​

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 44
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    7 ต.ค. 62



คุณคิดว่า คนเราจะสามารถรักใครมากกว่า 1 คน ในเวลาเดียวกันได้ไหม


ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนนี้ อีกคนมีสถานะชัดเจนสามารถไปไหนมาไหนเดินด้วยกันได้โดย ไม่ต้องปิด 
แต่กลับอีกคนกับอยู่ในความสัมพันธ์ที่ไม่มีสถานะ เวลาอยู่ด้วยกันคุยกัน เทคแคร์กันเหมือนแฟน  แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้จำเพียงต้อง
ปิด มันเอาไว้


แล้วถ้าสองคนนั้นยังเป็นเพื่อนกันอีกล่ะ 


เขาว่ากันว่า ผู้หญิงหลายใจก็ไม่ต่างจากอะไรกับผู้ชายเจ้าชู้ ที่ก็เลวพอๆกัน ฉายาที่มักจะเรียกให้สวยหรูเหมือน นางวันทองสองใจ ในวรรณคดี
และไม่ว่าคุณจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ดี สุดท้ายคุณก็มักจะถูตราหน้าว่า อีแรด พวกดอกทอง อยู่ดี  


สำหรับฉันคำว่า เลว ยังคงใช้เป็นคำด่า ไม่พอ เพราะฉันรู้ตัวดีในสิ่งที่ฉันกำลังทำ และต่อให้ฉันจะพยายามที่จะเลือกมากขนาดไหน ฉันก็ไม่สามารถเลือกใครเอาไว้ได้ หรือปล่อยใครไปได้สักคน


เพราะเมื่อฉันทำแบบนั้นเท่ากับเหมือนฉันเอามีดมากรีดและตัดหัวใจตัวเองให้หายไปครึ่งซีก 

แน่นอน มันคงจะเจ็บปวดไม่น้อย และฉันก็กลัวที่จะเจ็บปวดอีกด้วย ฉันกลัวการต้องเสียใครไปสักคน เพราะฉันรู้ว่าความเจ็บปวดจากสูญเสียมันเป็นยังไง  และนั้นมันเลยทำให้ฉันจำเป็นต้องเก็บทั้งสองเอาไว้ ต่อให้รู้ดีว่าเมื่อถึงจุดจบ ไม่ใครก็ใครจะต้องเป็นคนเจ็บปวดก็ตาม แต่ถึงอย่างงั้น มันก็ยังคงไม่ใช่ตอนนี้ที่จะสามารถทำใจยอมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ แต่ถ้าหากเมื่อวันนั้นมาถึงจริงๆ ฉันก็อาจจะจำเป็นต้องตัดสินใจเลือกจริงๆ ว่าจะเก็บหรือปล่อยใครไป

" เซียง "
เสียงเอ่ยเรียกอย่างนุ่มนวลบ่งบอกถึงความทะนุทะนอมได้จากคนเรียก ก่อนที่สองเท้าหนาในชุดเสื้อเชิร์ทแขนยาวสีขาวกางเกงแสล็กสีดำจะเดินมายังหญิงสาวที่ยืนเหม่อมองออกไปนอกกระจกระเบียงที่เพิ่งถูกดึงออกด้วยผ้าม่านสีขาวเมื่อมันเคยถูกปิดเอาไว้ แขนหนาสวมกอดหญิงสาวจากด้านหลังก่อนจะสบหน้าลงที่ไหล่บางได้รูปของร่างสวยในชุดเดรสกระโปรงสายเดียวสีขาวที่กำลังใจลอย และนั้นทำให้หญิงสาวหันมามองก่อนจะยกยิ้มให้กับร่างหนาที่ก็อมยิ้มให้เธออยู่ และหมุนตัวกลับมาก่อนจะคายอ้อมกอด 
" ยืนเหม่อใจลอยหาใครอยู่ห้ะ " เอ่ยถามด้วยรอยยิ้มเอ็นดูคนตรงหน้าอย่างรักใคร่เช่นเดียวกับคนถูกมองที่ก็ยิ้มตอบมาเช่นกัน
" เปล่านิคะ " พูดตอบพร้อมยกยิ้มทำให้ร่างหนาได้แต่ส่ายหน้าอมยิ้มหน่อยๆ พร้อมกับมือที่ลูบศรีษะคนตรงหน้าอย่างเอ็นดูก่อนจะก้มลงจุมผิดที่หน้าผากด้วยความนิ่มนวล โดยที่ร่างเล็กในอ้อมแขนก็ไม่ได้ขัดอะไร 
" แล้วนี้ จะไปเรียนแล้วเหรอ  " ถามออกไปพลางใช้มือเรียวจัดแจงปัดเสื้อให้ดูสะอาดเรียบเนียนอย่างตรวจความเรียบร้อยอย่างถือวิสาสะด้วยความเคยชิน
" อื้ม พอดี  เคน  มีเรียนช่วงเช้าอ่ะ "
พยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะใช้มือเซ็ตผมที่ยุ่งแต่ก็ผ่านการหวีมาให้อย่างรู้ความ 
" แล้ว เซียงล่ะ ไม่มีเรียนเหรอ "
" มีเรียนบ่ายอ่ะ "
" อ้อ "
" แล้วนี้ จะกินข้าวไหม จะได้โทรสั่งให้เขาขึ้นมาส่ง "
" ยังหรอก เคน รีบไปเรียนเถอะ  เดี๋ยวสาย เซียงยังไม่ค่อยหิวอ่ะ " 
" เอางั้นก็ได้ " พยักหน้าพลางยกยิ้มเช่นเดียวร่างสวยตรงหน้า ก่อนจะยกนาฬิกาในมือขึ้นมาดูเวลาและพูดต่อ
" งั้น เคนไปก่อนนะ เจอกันที่มหาลัย " 
" อืมได้ "
ยิ้มรับพร้อมกับแก้มที่ถูกหอมจากคนตรงหน้าและมือที่ยี้หัวคนตัวเล็กจนยุ่งก่อนที่ร่างหนาจะเดินเปิดประตูออกไปโดยมีร่างเล็กมองตามจนลับตาตามด้วยรอยยิ้มก่อนที่มันหายไปเมื่อประตูถูกปิดลง 
สายตานิ่งถูกแทนที่และหันไปมองนอกระเบียงผ่านกระจกอีกครั้ง แววตาที่มีความสุขเมื่อกี้ถูกกลืนหายไปเหลือเพียงสายตาไร้ความรู้สึกที่เหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ ก่อนที่หญิงสาวจะทำได้เพียงแค่ถอนหายใจ และตัดสินใจหันหลังเดินออกมาเพื่อไปยังห้อง
ติ้ง
สองเท้าบางหยุดเดินก่อนจะหันไปมองโต๊ะหน้าโซฟาที่กำลังมีแสงจากมือถือปรากฏอยู่ และนั้นทำให้หญิงสาวชะงักและตัดสินใจเดินไปหยิบมันขึ้นมาดู สิ่งแจ้งเตือนจากแอพสีเขียวปรากฎขึ้นบนหน้าจอ พร้อมกับข้อความที่ส่งมา มือเรียวกดปุ่มปลดล๊อค ก่อนจะกดเข้าไปดูหน้าแชทของคนที่ส่งมา

 ตื่นรึยัง คิดถึงนะ 

ข้อความที่ส่งมาทำให้หญิงสาวยกยิ้มนิดหน่อย ก่อนจะหุบยิ้มและชั่งใจอยู่สักพักว่าจะตอบดีไหม แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะตอบกลับไป 

บางคนทำเลวเพราะไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำนั้นมันผิด สิ่งนั้นก็น่าให้อภัยนะ แต่ผิดกลับบางคนที่ก็รู้ว่าผิดที่ก็ยังจะทำ ทั้งที่ไม่คิดว่า สิ่งที่ทำ มัน เลว ขนาดไหนกับคนที่รักเรา ตอนแรกก็คิดว่ามันไม่ดี ไม่สมควรด้วยซำ้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ตอนนี้ ฉันก็ปล่อยตัวปล่อยใจจนสุดท้ายมันก็ถอนตัวไม่ทันแล้วเหมือนกัน ต่อให้อยากจะย้อนเวลากลับไปเพื่อจะแก้ไขสักเท่าไร แต่มันก็คงไม่มีวันนั้น และทุกวันนี้จิตใจฉันก็โดนด้านมืดปกคลุมจนมองไม่ออกว่าอะไรดี หรือชั่ว ฉันรู้เพียงแค่ว่าฉันทำแล้วฉันมีความสุขและรู้สึกดีแค่นั้นก็พอ โดยไม่คิดว่านี้อาจจะเป็นต้นเหตุของเรื่องราวที่เจ็บปวดที่กำลังจะเกิดขึ้นก็ได้

 


เหมือนกัน

มือบางกดพิมพ์ตอบกลับไปก่อนไม่นานข้อมความนั้นจะขึ้นสถานะว่าอ่านแล้ว พร้อมกับข้อความที่ถูกส่งกลับมาเพื่อยืนยันว่ามีคนอ่านจริงๆ

งั้นวันนี้เจอกันนะ 

ถึงแม้จะรู้ตัวดีว่าสิ่งที่ทำอยู่มันไม่ถูก แต่ให้ทำไงได้ เพราะฉันบอกแล้วว่าฉันไม่สามารถเลือกหรือปล่อยใครไปตอนนี้ได้ เพราะงั้นฉันคงต้องยื้อมันต่อไป 


อืม  แล้วเจอกัน

 


ถ้าให้ตัวฉันเลือกตามหัวใจ ก็คงเลือกเขา
ถ้าเอาเหตุผลว่าตามที่ถูก ก็คงเลือกเธอ
ตั้งแต่มีเขา ฉันเองรู้สึกอุ่นใจเสมอ
แต่ว่าเธอนั้นเป็นคนที่มาก่อน มันเหนื่อยหัวใจ
จะยังไงคนนึงก็ต้องเจ็บ
หากว่าฉันตัดสินใจ
จะยังไงคนนึงก็ต้องปวด
จะให้ฉันทำยังไงกับเหตุการณ์นี้
แต่จะบอกว่ารักเธอไหม ก็รัก
แต่จะบอกว่ารักเขาไหม ก็รัก
แต่จะบอกว่า ตัวฉันเองก็ลำบากไปทั้งหัวใจ
และจะบอกว่ามีหนึ่งคนเท่านั้น
ที่จะได้เข้ามาอยู่ภายในหัวใจ
และไม่ว่าอย่างไร ในคำตอบสุดท้าย
ก็ไม่ได้อยากทำร้ายใคร



ถ้าสมมติว่ามีคนถามว่าชีวิตในตอนนี้มีความสุขไหม หากเป็นเมื่อก่อนฉันก็อาจจะตอบกลับไปอย่างไม่รีรอโดยไม่ต้องคิดอะไรเลยด้วยซำ้ ว่าชีวิตน่ะ ตอนนี้มีความสุขมากเลยล่ะ แต่หากว่าผิดกับที่เป็นอยู่ในตอนนี้ หากมีใครมาถามคำถามนั้นกับฉันอีก ฉันอาจจะต้องใช้เวลาคิดดูสักนิดว่า คำตอบที่ฉันควรตอบเขาตอนนี้เป็นเช่นไร เพราะเมื่อจะทบทวนและคิดดูแล้ว ฉันก็ไม่สามารถตอบตัวเองได้เลยว่าตอนนี้ฉันมีความสุขกับสิ่งที่ฉันเป็นรึเปล่า หรือบางทีฉันก็อาจจะมีความสุขกับมันอยู่ก็ได้ หรือว่าบางทีฉันอาจจะไม่มีเลย นั้นก็อาจจะใช่ 
คุณเคยได้ยินคำนี้ไหมความผูกพันหรือความรู้สึกดี มันน่ากลัวกว่าความรักนะ... 
เพราะเมื่อมันลึกจนเกินคำว่าย้อนกลับแล้ว มันก็ยากที่ตัดมันออกจากชีวิต

" พลอย ทางนี้ " ตะโกนออกไปพร้อมโบกมือเรียกหญิงสาวผมสีเทาทำสีชมพูดด้วยปากแดงในชุดนักศึกษา ก่อนที่เธอจะหันมาตามต้นเสียงที่ได้ยิน ไม่รอช้าใบหน้าจิกออกแนวเหวี่ยงในสไตล์สวยเริ่ดเชิดหญิงก็เดินมายังคนต้นเสียงของคนที่เรียกเธอก่อนจะกอดอกและถอนหายใจออกมาอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไร
" นี้ เพิ่งเสด็จมาได้เหรอย้ะ นี้มันกี่โมงล่ะ ฉันยืนรอแกเป็นครึ่งชั่วโมงจนขาเมื่อยไปหมดแล้วเนี้ย "
" แฮร่ โทษทีอ่ะ พอดีรถมันติดอ่ะ ขอโทษโว้ย  " ใบหน้าสำนึกผิดพร้อมกับแก้มพองๆด้วยแววตาออกแนวอ้อน ทำให้คนหัวเสียที่หวีดเมื่อกี้ได้แต่ถอนหายใจอย่างระงับอารมณ์ เมื่อเห็นท่าทีของเพื่อนสาวคนสนิทตรงหน้าก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นยกยิ้มแทน
" แกก็อย่างงี้ตลอดอ่ะ รู้อยู่ว่าฉันก้ไม่เคยโกรธแกลงหรอก " คำพูดที่ดูไม่พอใจตัวเองถูกเอ่ยออกมา ทันทีที่ได้ยินหญิงสาวตรงหน้าจึงยกยิ้มจนตาปิดเพราะถึงแม้จะรู้อยู่แล้วว่าเธอจะทำผิดขนาดไหน เพื่อนสาวตรงหน้าก็ไม่เคยโกรธเธอได้นานสักครั้ง 
" ก็เพราะรู้ไง  แล้วนี้ หิว ไม่ใช่เหรอ ป้ะไปกินข้าวกัน "
" อื้ม " พูดเสร็จก็มือไปคล้องแขนเพื่อนสาวก่อนจะที่ทั้งสองจะพากันเดินเม้ามอยไปยังโรงอาหารตามประสาผู้หญิง
" เซียง ทางนี้ "
เสียงร้องเรียกที่ดังขึ้นเมื่อเราทั้งสองก้าวเข้ามาในโรงอาหารและนั้นทำให้ฉันหันไปมองตามเสียงเรียกก่อนจะพบเข้ากับคนที่คุ้นเคยของฉันที่กำลังกวักมือและส่งยิ้มให้ฉันอยู่ที่โต๊ะตัวที่เขานั่งอยู่ ซึ่งฉันเองพอเห็นแบบนั้นก็ส่งยิ้มกลับไปอย่างปกติ แต่แล้วจู้ๆ รอยยิ้มที่ยิ้มกว้างของฉันก็จำต้องหุบลงเล็กน้อยเมื่อใบหน้าของใครบางคนที่นั่งตรงข้ามคนที่ฉันกำลังส่งยิ้มกลับหันมามองหลังจากที่เมื่อกี้เขาหันหลังให้ฉันอยู่ รอยยิ้มอ่อนที่แทบจะไม่มีใครเห็นนอกจากฉันถูกยกยิ้มขึ้นก่อนที่มันจะหายไปเปลี่ยนไปเป็นใบหน้าเรียบเฉยแทน และนั้นก็ทำให้ฉันเลือกที่หลบสายตาเขาและหันมายิ้มให้เพื่อนสาวข้างฉันแทน ก่อนที่เขาจะหันกลับไป 
" ไปนั่งกับเคนกัน " พูดเสร็จก็ลากเพื่อนสาวไปนั่งลงที่โต๊ะของคนที่ส่งยิ้มให้เธอเมื่อกี้โดยที่หญิงสาวก็นั่งลงข้างๆ แฟนหนุ่มเหมือนปกติ อย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้น
" อันที่จริง ฉันไปนั่งที่อื่นก็ได้นะ ไม่อยากเป็น กขค " พลอยพูดแซวออกไปอย่างทนไม่ไหวกับความหวานของคู่ตรงหน้าพร้อมกรอกตาและนั้นทำให้เคนได้แต่อมยิ้มขำมองเพื่อนของแฟนสาวก่อนจะหันมามองคนข้างๆที่นั่งทำแก้มพองมองเพื่อนตรงหน้าที่กำลังใช้สายตาจิกกัดมองบนอยู่
" กขค อะไรกัน นั่งด้วยกันเยอะๆอย่างงี้แหละดี  อีกอย่าง เคน เขาก็คงไม่ว่าอะไรหรอก ใช่ไหม "
" จะว่าอะไรได้ล่ะ แค่นั่งกินข้าวด้วยกันเอง เราก็นั่งด้วยกันแบบนี้ออกจะบ่อย เนาะ โอมเนาะ " เคนพูดทำให้ฉันหันไปมองหน้าคนที่กำลังก้มเล่นโทรศัพท์ก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาฉัน แววตาที่ดูมีเลสนัยออกแนวดูน่าค้นหาให้หาคำตอบได้ตลอดเวลา ใบหน้าหล่อยกยิ้มและหันไปมองพลอยที่นั่งอยู่ข้างๆกับเคนพร้อมไหวไหล่ 
" แล้วแต่​ ยังไงก็ได้ " พูดเสร็จก็ยกยิ้มให้เคนก่อนจะเหลือบมามองฉันแว็บหนึ่งซึ่งฉันเองก็พอจะเห็นสายตาที่มองมาก่อนที่มันจะกลับไปมองบนหน้าจอโทรศัพท์ตามเดิม
" แต่ฉันก็ไม่อยากนั่งอยู่ดีแหละ "
" ทำไมอ่ะ แกอึดอัดเหรอ หรือยังไงบอกฉันได้นะ " สายตาออกแนวกังวลถูกส่งออกไปตามที่คิด​ แต่แล้วเพื่อนตัวแสบก็กลับทำให้ฉันเปลี่ยนความคิดแทบจะทันทีกับคำตอบ
" เปล่า ฉันกลัวเบาหวานขึ้นเพราะมันเลี่ยน "
" ฮึ "
" นี้ " ฉันหันไปเห่วคนข้างๆทันทีที่หัวเราะเยาะ​ออกมาอย่างรู้ทันก่อนจะหันมาแก้ตัวกับยัยพลอย​ 
" มันไม่ขนาดนั้นหรอกหน่าา " ถึงจะพูดออกไปแบบนั้นมันก็ดูจะออกแนวเขินหน่อยๆแหะ​ ยิ่งไอ้คนข้างๆที่กรนขำใหญ่แล้วมันน่าตีนักแทนที่จะช่วยกันแก้ต่างสักนิด
" เหรอ แต่ยิ่งกว่านั้น "
" ฮึ ฮึ " ยังอีก​ เด่วแม่จะฟาดด้วยฝามืออรหันให้
" เคน " เสียงเข้มดุออกไปทำให้คนข้างพยายามจะหยุดขำเมื่อเห็นสายตาเขียวปัดโดยไม่วายหันมาตอบพลอยที่นั่งลอยหน้าลอยตากับคำพูดข​องเธอ
" แกก็เว้อไปพลอย "
" อะไร ฉันพูดเรื่องจริง "  ฮึ่ย​ เออแล้วแต่เหอะ​ อะไรก็ไม่รู้​แต่ละคน​ 
" ไม่คุยด้วยแล้ว ไปซื้อข้าวดีกว่า "
" อะไร พูดความจริงก็รับไม่ได้ "  พลอยที่ว่าตามหลังคนที่ลุกพรวดพราด​เดินสะบัดบ็อบออกไปอย่างไม่สบอารมณ์​พร้อมกับเสียงรอยยิ้มปนขำของเคนเมื่อเห็นอาการแฟนสาวที่งอลตุบป่องออกไป
" เอ้า ไม่ตามไปเหรอ "
" ไม่อ่ะ ปล่อยเขาไปเถอะ " เคนว่าตอบเมื่ออยู่ๆเพื่อนสาวตัวแสบของเซียงก็หันมาถามเขาอย่างสงสัยเมื่อไม้เห็นชายหนุ่ม​เดินตามไปง้อในทุกๆครั้ง
" แล้วนี้ไม่กินข้าวกันเหรอ "
" พวกฉันกินแล้วแหละ พอดีมีเรียนบ่าย ต้องรีบเข้า เธอรีบไปซื้อเหอะ เดี๋ยวพวกฉันนั่งเฝ้าโต๊ะให้ "
" อืม ก็ได้ " ไม่รอให้ใครตัดริบบิ้นร่างสวยก็ลุกขึ้นเดินออกไปพร้อมกับกระเป๋า​ที่ถูกทิ้งเอาไว้ทำให้เคนมองตามกับส่ายหัวให้กับทั้งสองที่ยังไม่วายยืนเถียงกันที่ร้านข้าวก่อนจะกลับมามองร่างหนาตรงหน้าที่นั่งเล่นมือถือทำเป็นไม่สนใจ
" เออ โอม " และนั้นทำให้คนที่เงียบไปแปปหนึ่งตัดสินใจเอ่ยออกไป​ ก่อนคนได้ยินจะเงยหน้าขึ้นมามองและคิ้วที่เลิ่กขึ้น
" หื้ม มีอะไรเหรอ "
" กูมีไรอยากจะถามอ่ะ "
" อะไรเหรอ " ใบหน้านิ่งเริ่มฉายแววกังวลจนคนโดนถามจำต้องอึดอัดไปด้วยก่อนจะตัดสินใจพูดออกไป​
" คือ  มึงโกรธกูป้ะ เรื่องเมื่อวานที่กูไม่ได้ฉลองกับมึงเรื่องบาสที่คณะเราแข่งชนะอ่ะ  " แววตากังวลเปลี่ยนมาเป็นรู้สึกผิดแทน​ แต่ผิดกับอีกคนที่ค่อนจ้างจะโล่งใจซะมากกว่าหากไม่สังเกต
" ไม่หรอก กูจะโกรธมึงได้ไง กูเข้าใจหน่า  คนมีแฟน เขาก็ต้องอยู่กับแฟนถึงจะถูก "  ใช่​ มีแฟนก็ต้องอยู่กับแฟน​ เพราะแฟนคือคนที่เรารัก​ 
" โทษทีว่ะ พอดี เมื่อคืน เซียงปวดหัวไม่ค่อยสบายอ่ะ กูก็เลยต้องดูแล " ไม่แปลกแฟนต้องดูแลกันและกัน​นั้นคือหน้าที่ของคนเป็นแฟน​ แต่หากว่ากับทำให้ที่พยายามเข้าใจรู้สึกเจ็บไม้น้อยกับคำว่าแฟนเพื่อนที่เขาพยายามยำ้กับตัวเอง​  
" อย่าคิดมากหน่า กูบอกว่าไม่เป็นไรก็ไม่เป็นไรดิ กูโอเคร และกูก็เข้าใจ  "  เข้าใจ​ แต่​ ถึงแม้ไม่อยากเข้าใจแต่ก็ต้องเข้าใจว่ามันเป็นความจริง​ ระหว่างสถานะที่ชัดเจน​ กับสถานะที่หลบซ่อน​ อันไหนควรจะเป็นคนได้ขึ้นชื่อว่าเจ้าของตัวจริงกับพวกตัวปลอม
" อืม ขอบคุณที่มึงเข้าใจกู กูคิดว่ามึงนอยด์กูซะแหละ"
" ถ้ากูนอยด์มึง กูคงไม่มานั่งอยู่กับมึงตรงนี้ป้ะ " 
" เออ ก็จริงของมึง "
" เลิกคิดมากเถอะ " 

เพราะต่อให้คิดไปความจริงที่ว่าเขาเป็นได้เพียงเงาแต่ต้องหลบซ่อนเอาไว้ห้ามใครรู้​ก็คงเป็นความจริงเสมอไป​ และไม่มีทางเป็นจริงได้


" มาแล้วจ้า "
" รอนานไหม "  เสียงใสของพลอยและเซียงที่เดินพร้อมจานข้าวก่อนจะนั่งและหันมาถามชายหนุ่ม​ผู้เป็นแฟนและนั้นทำให้คนตัวโตกว่าส่ายหน้าและยิ้มตอบหญิงสาวที่เห็นแบบนั้นจึงพยักหน้าก่อนจะหันกลับมาสนใจจานข้าวตรงหน้าต่อ
" เออ เซียง​ เดี๋ยวเคนไปเรียนไปเรียนก่อนนะ พอดี มีเรียนอ่ะ "
" เอ้า แล้วกินข้าวยัง "
" กินแล้ว "
" อืม "  พยักอย่างเข้าใจด้วยรอยยิ้มอ่อนก่อนคนตัวหนาข้างๆลุกขึ้นยืนและเพยิดหน้าเรียกคนที่นั่งอยู่ตรงข้าม
" ป้ะ เมิง " ใบหน้าหบ่อเงยหน้าขึ้นมาจากโทรศัพท์​อย่างรับรู้​และเตรียมจะลุกขึ้นโดยไม่วายเหลือบมองหญิงสาวที่ก็เหลือบมามองเขาเช่นกันเพียงเสียววิแววตาที่สบกันเหมือนเป็นคำพูดบอกแทนเสียงที่ดังต่อมาของร่างหนาที่ยืนขึ้นก่อน
" ไปนะ "

พยักหน้าพร้อมฉีกยิ้มก่อนร่างของทั้งจะเดินออกไปหญิงสาวที่นั่งนิ่งมองตามหลังร่างสูงสองคนที่เดินกอดคอไปด้วยใบหน้านิ่ง​ หากแต่มันกลับฉายแววเจ็บปวดออกมาแปปหนึ่งโดยที่ไม่​มีใครสังเกต

" แหม ปล่อยๆเขาไปเหอะ ไม่ต้องมองตามขนาดนั้นก็ได้ "
" ไม่ได้มองสักหน่อย​ " 
" สาบาน " 
" จิ กินข้าวดีกว่า "
และด้วยความขี้เกียจจะต่อล้อต่อเถียง​กับคนขี้แซะใบหน้าสวยจึงหันมาสนใจจานข้าวตรงหน้าก่อนจะตักเข้าปาก





รอที่เดิม เวลาเดิม 




บางทีความรู้สึก​ก็ห้ามกันไม่ได้ยิ่งเราห้ามเท่าไร​ สุดท้ายเรานั้นแหละที่ต้องเจ็บปวด


" เธอมาช้านะ " ร่างสูงที่ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงพิงกำแพงใน​ที่เงียบสงัดไร้ผู้คนของตึกเก่าหลังอาคารเรียนว่าพร้อมมองคนตัวเล็กที่เดินมายืนตรงหน้า
" ก็ดีกว่าไม่มาไหม " ตอบออกไปก่อนจะกอดออกเสมองทางอื่นใบหน้ายกยิ้มก่อนจะรวบเอวหญิงสาวให้แนบขิดกับแผงอกแกร่งก่อนจะหันร่างสวยเข้ากำแพงและใช้หน้าซุกไซร้ไปที่คอระหงส์​ตามด้วยมือที่ไล้ไปทั่วแขนและไหล่มน
" อย่า เดี๋ยวคนอื่นมาเห็น "  มือบางค่อยดันออกหน้าออกด้วยแววตารู้สึกผิดนิดหน่อย​ 
" คนอื่นหรือว่าใครกันแน่ " ร่างหนาที่ถอยออกอย่างว่าง่ายเอ่ยถามอย่างเง้างอลด้วยความขัดใจ
" นายก็น่าจะรู้นะ ยังจะถามอีก " ใบหน้าเน้นยำ้ด้วยแววตาอ่อนลงเชิงขอร้องและปนรู้สึกผิดทำให้คนตรงหน้าได้แต่ถอนหายก่อนจะพยักหน้าอย่างเข้าใจ
" โอเคร " ความผิดหวังความเศร้าความเจ็บปวด​และน้อยใจผสมปนเปกันไปหมดในสายตาที่หลบไปมองทางอื่นนั่นและนั้นทำให้หญิงสาวตัดสินใจเอ่ยทำลายบรรยากาศ​ออกไป
" ว่าแต่ เรียกฉันมา มีอะไร "
" ถ้าไม่มีอะไร ก็มาหาไม่ได้เลยเหรอ " นำเสียงปนน้อยใจยังคงถูกพ่นออกมาอย่างไม่สบอารมณ์​จนให้คนเป็นเหตุได้แต่ถอนหายใจ
" นายก็รู้ว่าที่ที่แบบนี้ มันใช่ที่ที่ควรมาหาไหมล่ะ เพราะถ้าขื่นใครเห็นเขาแล้วเอาไปบอก .."
" เคน" คำพูดถูกแทรกขึ้นอย่างรู้ทันจนมันทำให้คนฟังยิ่งรู้สึก​ผิดเข้าใหญ่​  
" เธอไม่ต้องห่วงหรอก ฉันรู้อยู่หรอกหน่า " และเมื่อหญิงสาวเงียบด้วยใบหน้าที่ฉายแววอ่อนลง​คนที่ปากไวที่ไม่อยากให้เสียบรรยากาศ​การพบกันจึงเลือกที่จะพูดอย่างให้คนตรงหน้าสบายใจ
" แล้วว่าแต่มีอะไรเหรอ?? " 

ใบหน้าสวยขมวดคิ้วสงสัยก่อนที่มือหนาจะวางทาบเอาไส้กับกำแพงด้านข้างของหญิงสาวโดยที่มืออีกมือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงก่อนจะล้วงมันออกมา

" อ่ะ "  ยื่นกล่องเล็กๆสีดำมาตรงหน้าด้วยยิ้มทำให้หญิงสาวได้แต่ขมวดคิ้วสงสัยเข้าไปอีก
" อะไรอ่ะ "
" ของขวัญย้อนหลัง " พูดบอกด้วยความเขินหน่อยๆอย่างทำตัวไม่ถูกทำให้ร่างสวยอมยิ้มให้กับท่าทีของคนตรงหน้า
" ก็พอดี ช่วงที่ผ่านมาเธอก็รู้ฉันติดซ้อม เลยไม่ได้มีเวลาให้ อีกอย่างกว่าจะหาโอกาศให้ได้ก็โคตรยากเลย... "
" ขอบคุณนะ "  ไม่ยอมให้พูดจบจมูกได้รูปก็ถูกหอมเข้าที่แก้มเนียนที่หันไปมองทางอื่นอย่างไม่ทันตั้งตัวทำให้คนพูดชะงักไปแต่ก็ยกยิ้มอย่างพอใจและมามองหญิงสาวตรงหน้าทีากำลังถือกล่องดำเล็กที่เขาให้อยู่
" ลองแกะดูสิ " 

มือเรียวเปิดกล่องออกอย่างง่ายก่อนจะยกยิ้มเมื่อเห็นของขวัญ​ในกล่อง

" คือฉันก็ไม่เลือกไม่เป็นอะน่ะ ถ้าไม่ชอบก็..."
" ไม่หรอกสวยดี " เงยหน้าตอบด้วยรอยยิ้มทำให้คนได้ยินยกยิ้มเช่นกันก่อนจะก้มมองสร้อยในมือคนตัวเล็กที่หยิบออกมาเชยชม
" ม่ะ ใส่ให้ "  ไม่ขัดอะไร​ ผมสวยถูกยกขึ้นก่อนจะตามด้วยมือหนาที่ขยับเข้าใกล้เอื้อมมือล้อมอ้อมไปด้านหลังคอระหงส์​และใส่สร้อยคอ​เส้นเล็กนั้นให้​

กลิ่นนำ้หอมที่ชวนให้หลงไหลยิ่งได้ใกล้ชิดมันยิ่งทำให้ยากที่จะตีออกห่าง

" เสร็จล่ะ " มือหนาถูกดึงกลับมาวางไว้ข้างลำตัวก่อนมือเล็กจะยกขึ้นจับจี้สร้อยรูปดอกไม้ที่คอด้วยรอยยิ้ม
 " แล้วนี้ ไม่มีเรียนเหรอ "
" ก็มีอ่ะ แต่แว็บออกมา เพราะถ้าไม่ออกมาตอนนี้ก็ไม่รู้จะได้เจอเธอตอนไหน " ในเมื่อการเจอกันแบบสองต่อสองเป็นเรื่องยาก​ แต่ถ้าหากไม่ได้เจอเลย​ ก็ไม่ใช่เรื่องงานที่จะทำได้เช่นกัน

และเมื่อไม่มีอะไรแล้วคนที่ยืนล้วงกระเป๋า​กางเกงด้วยความพึงพอใจ​จึงพูดออกไป​ ทั้งที่จริงก็อยากจะต่อเวลาให้นานอีกหน่อย​ แต่ก็เท่านี้ก็เพียงพอ​แล้วสำหรับเงาอย่างเขา

" งั้นฉันไปนะ "
"  อืม ขอบคุณอีกครั้งนะ สำหรับของขวัญ "

" ไม่เป็นไรหรอก​ ฉันเต็มใจ​" และก็เต็มใจต่อให้จะต้องถูกตราหน้าว่าไอ้พวกแทงข้างหลังชอบกินลับหลัง​เพื่อนก็ตาม​ แต่หากสิ่งนั้นมันนำมาซึ่งความสุข​ทางใจแล้วละก็​ เขาก็ยอม

" งั้นไปล่ะนะ​" 

" อืม​ แล้วเจอกัน​ "

ใช่เจอกัน​ เจอกันในเบื้องหน้าที่ต้องทำเหมือนว่าไม่มีอะไร​ ทุกสิ่งทุกอย่าง​พอออกจากตรงนี้ไปก็กลายเป็นเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น​ แต่ถึงอย่างงั้น.. มันก็ยังดีกว่าความจริงที่ไม่ควรเปิดเผยถูกเปิดเผย​ออกไป​ ยอมเจ็บแต่ไม่ยอมแตก​ ก็อาจจะดีกว่า​ พังกันหมด​ ต่อให้ต้องพบเห็นเธอกับเขาเคียงข้างแนบชิดกันเท่าไร​ ต่อให้ต้องมองดูคนข้างกายเธอไม่ใช่ตัวเองมากแค่ไหน​ สุดท้าย ก็คงทำแค่เพียง​ ยอม​ 















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น

  1. #6 ctrknanc (@ctrknanc) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 09:50
    แค่เริ่มก็สนุกแล้ว รอติดตามคร้าาา
    #6
    0
  2. #5 oil_thantita (@oil_thantita) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 07:03
    สนุกค่าา มาอัพอีกนะคะ
    #5
    0
  3. #4 oil_thantita (@oil_thantita) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 22:58
    รอติดตามคะ เริ่มเรื่องก็สนุกแล้ว มาอัพบ่อยๆนะคะ
    #4
    0