นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

Let me know

โดย Acacia plant

เมื่อความสัมพันธ์ได้ดำเนินมาถึงจุดอิ่มตัว ต้นโหระพาสองต้นก็ไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้อีกต่อไป

ยอดวิวรวม

38

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


38

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  12 ก.ย. 63 / 12:57 น.
นิยาย Let me know

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
SHL

                     Plastic Surgery Meter: Yuri, Girls' Generation (SNSD) 

                                                              ซอ เยมิน 

    อายุ 18 ปี มีแฟนคนแรกเมื่อหกเดือนที่แล้ว แต่เหมือนกับว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่กำลังอยู่ในสถานะล่อแล่เต็มที และอาจจะโสดในเร็วๆนี้
                                                   " อยู่ไม่ได้ก็ย้ายออกไปเลยสิ "
 



                                



BTS V TAEHYUNG - WAR ON HORMONE" Photographic Print by feedmekitkats |  Redbubble

                                                           คิม แทฮยอง

  วัยรุ่นหนุ่มอายุ 19 ปี ดูเป็นคนซ่าๆและไม่น่าไว้ใจ เป็นสมาชิกในกลุ่มบอยแบนหน้าใหม่จากบริษัทเล็กๆแห่งหนึ่ง
                                          "ทำไมเธอต้องยุ่งทุกเรื่องเลยวะ น่ารำคาญ"


shl

เนื้อเรื่อง อัปเดต 12 ก.ย. 63 / 12:57


   เสียงกุกกักดังมาจากมุมหนึ่งของห้องปลุกให้เยมินตื่นมาจากการนอนหลับในรอบสองชั่วโมงแรกของเธอ ตาบวมหมองคลำ้ตวัดไปปะทะกับร่างสูงของใครคนหนึ่งที่กำลังก้มๆเงยๆเก็บขวดน้ำอัดลมที่หล่นเกลื่อนพื้น และจับไม้ถูพื้นมาขัดคราบน้ำแฟนต้าสีส้มออกอย่างทุลักทุเลา

“ไม่มาพรุ่งนี้เลยล่ะ” ตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ที่เยมินลุกมาจากฟูกนอน ลำแขนสีซีดกำลังโอบกอดชายหนุ่มไว้จากทางด้านหลัง ก่อนจะใช้หน้าผากแนบกับเสื้อแจ็กเกตหนังเล็กน้อย ไม้ถูพื้นในมือของเขาหยุดชะงัก

“เก็บห้องบ้างก็…”  เสียงทุ้มต่ำขาดช่วงไปเพราะว่าเจ้าของร่างได้ถูกคนตัวเล็กกว่ากระชากไปประกบปากก่อนจะเปลี่ยนทิศทางของทั้งคู่และต้อนเขาให้เดินถ่อยหลังไปทางเตียงนอน

ร่างสองร่างล้มลงไปนอนราบโดยที่มีเยมินเป็นฝ่ายกดเขาให้อยู่นิ่งๆ มือผอมแห้งลูบไล้ไปตามโครงหน้าไล่ลงมายังลำคอ เธอเคลื่อนตัวมาที่หน้าท้องและเลิกเสื้อยืดสีดำนั้นขึ้นก่อนจะก้มลงไปจูบหน้าท้องเป็นลอนปั่นอารมณ์เขาเล่นๆ เหมือนกับว่าทั้งคู่จะรับรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร…

 หลังจากกิจกรรมตักตวงความสุขจบลงร่างเล็กก็ฟุบหลับไปทันที เส้นผมยาวเป็นคลื่นกระจายสะเปะสะปะไปทั่วใบหน้าและลำตัวท่อนบนเปลือยเปล่าของเขา แทฮยองรู้สึกว่าร่างกายและสัมผัสของอีกฝ่ายร้อนผ่าวราวกับจุดใจกลางของโลก แปลกมากที่มันไม่ได้แผ่ความอบอุ่นมาถึงเขาเลยแม้แต่น้อย 

ช่วงสายของเช้าวันต่อมา ท้องฟ้าสดใสหากแต่มองมันผ่านทางหน้าต่างเขรอะฝุ่นก็จะหมองลงหลายส่วน เยมินก็คิดแบบนั้นถ้าไม่ติดที่ว่าบนโต๊ะญี่ปุ่นลายริละคุมะใต้หน้าต่างบานเก่ามีกล่องข้าวกระเพราไก่ไข่ดาวตั้งอยู่ด้วย มื้อเช้าที่ดีมักจะช่วยให้คนอารมณ์สดใสตามไปด้วย 

เธอเดินไปหยิบเสื้อยืดสีส้มออมาจากกองผ้าที่ถูกพับไว้เป็นระเบียบตรงซอกแคบข้างประตูห้องน้ำ สวมมันทับร่างเปลือยของตนที่ก่อนจะเดินตรงไปจัดการกับอาหารแสนอร่อยตรงหน้า เหลือบเห็นกระดาษโน๊ตที่แปะทับหัวหมีตากลมบนโต๊ะ 

แต่กลับไม่มีความสนใจมากพอที่จะอ่านมัน 

เสร็จจากกินจนอิ่มท้องเธอก็คลานไปนั่งตรงหน้าหน้าจอเกมสี่เหลี่ยมรุ่นเก่า แต่เหมือนกับว่ามันจะถูกใช้งานหนักเกินไป ไม่ว่าเธอจะจิ้มลงไปบนปุ่นสีแดงทรงกลมแบนกี่ครั้งก็ไม่ตอบสนอง เมื่อความอดทนหมดลง มือที่ดูขาดสารอาหารก็ทำได้เพียงเหวี่ยงมันลงไปกับพื้นด้วยความโมโห 

 

 

 

 

 

 

 

ภายในรัานขนมหวานของหางสรรพสินค้าแถวชานเมือง ร่างของหนุ่มวัยรุ่นสามคนนั่งรวมกันบนโต๊ะติดกระจก

"ฮยอง กินก่อนเหอะ มันละลายหมดแล้ว" แทฮยองชี้ช้อนทรงยาวเปื้อนคราบช็อกโกแลตไปตรงหน้ามิน ยุนกิ

"ทางบริษัทบอกว่าถ้าแบบร่างไม่เสร็จ จะไม่นับรวมเข้ากับซิงเกิลใหม่ของพวกเรา" คนหน้าขาวยังคงพรรณาความสำคัญต่อ 

ทั้งๆที่พวกเแยกออกมาจากกลุ่มแค่สามคนเพื่อจะมาปรึกษาเรื่องเนื้อเพลง แต่เจ้าตัวกลับเอาแต่นั่งขีดนู่นนี่บนกระดาษ โดยที่ไม่ได้ถามความคิดเห็นจากพวกเขาสักคำ 

"ถ้าฮยองไม่กิน ผมจะกินให้หมดเลย"  คนอายุน้อยสุดที่ค่อยๆ  ละเลียดเกร็ดน้ำแข็งสีใสรสผลไม้ เปลี่ยนไปตักมันเต็มช้อน ก่อนจะยัดมันเข้าปากเร็วขึ้นกว่าเดิมเป็นสองเท่า

"จองกุกน้อยๆหน่อย ไหนบอกว่าฟิตกล้ามเพื่อแฟนคลับไง"

"ไม่เอาแล้ว ให้จีมินมีไปคนเดียวเหอะ ผมขี้เกียจอ่ะ"

"ไหนวันก่องยังพูดกับบังพีดีนิมอีกแบบ"

ชายหนุ่มเบนความสนใจไปที่หญิงสาวสวยในชุดแบรนด์เนมคนหนึ่งที่เดินมาพร้อมกับกลุ่มเพื่อนของเธอ ทันทีที่ทั้งคู่สบตากัน แทฮยองก็แตะหัวแม่มือเข้ากับปากของตนเองเล็กน้อย พร้อมกับกระพริบตาข้างหนึ่งให้เธอ

" ฮยองมีหัวข้อที่คิดไว้รึยัง?" เด็กหนุ่มถามขึ้น 

"หัวข้ออ่ะ เขาก็ให้มาแล้วไง เรื่องรักๆใคร่ๆให้มันเข้ากับคอนเซปของเพลงหลัก"

"อ้าว นึกว่าจะเขียนได้ตามใจชอบซะอีก"

"ถ้าเป็นแบบนั้นฉันคงไม่ต้องมานั่งเครียดมั้ย ตรรกะอะไรไม่รู้ห้ามไม่ให้มีแฟน แต่ให้ร้องเพลงรัก"

"ผมว่ามันไม่เกี่ยวกันนะ"

"นายอ่ะยังเด็กเกินไป จอน จองกุก" ยุนกิก้มลงไปสนใจกระดาษในมือต่อ

อีกราวๆ สามนาทีเข็มนาฬิกาก็จะชี้ไปที่หนึ่ง บอกเวลาบ่ายโมงตรงของวันนี้ แทฮยอวลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้

"ผมไปก่อนนะ มีธุระด่วน"

พวกเขาได้แต่มองตาม ร่างเปรียวที่เดินออกจากร้านไปเฉยๆ เหตุผลที่ใช้ก็ฟังดูพิกล

ขายาวก้าวกระฉับกระเฉงลัดเลาะไปยังโรงหนังของตึกพลาซ่า เขากวาดสายตามองหาเธอ ตัดใจไปซื้อป็อปคอร์นและน้ำโซดาสองแก้ว และนั่งรอเรื่อยๆจนเวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมงเต็ม

เม็ดข้าวโพดสีครีมเย็นชืดกับน้ำแฟนต้ารสชาติกร่อยเพราะน้ำแข็งที่ละลายปน แทฮยองไม่ได้ชิมอะไรสักนิด พูดให้ถูกก็คือไม่มีอารมณ์ เขาโยนแก้วกระดาษทิ้งและหอบถังป๊อปคอร์นไปทางบรรไดเลื่อน ตาคมดังเหยี่ยวสังเกตุร่างบางของแฟนสาวในร้านขายเกม จะเรียกว่าบังเอิญก็ไม่เชิงพวกเขามักจะมาดูหนังด้วยกันเป็นประจำและเธอก็ชอบเข้าออกร้านนั้นเป็นว่าเล่น แทฮยองจ้ำอ้าวไปคว้าข้อมือแห้งที่กำลังต่อแถวจ่ายเงิน

"อยู่นี่เอง แทให้อภัยมินที่มาสาย เลือกของนานอีกสิท่า ไหนได้อะไรมาบ้าง" เขาสำรวจกล่องเท็นโด้สวิชอย่างประม่า เขาไม่ได้สังเกตุสีหน้าเลื่อนลอยของเธอเลย

"ปล่อย"

"ไม่ เดี๋ยวเราก็ต้องไปกันแล้ว หนังช่วงบ่ายสองสิบห้ากำลังจะฉาย" ทั้งคู่กุมมือกันไว้แน่น จนเช็คบิลเสร็จและออกมาจากร้านเรียบร้อย 

เยมินสบัดมือปลาหมึกออกแล้วเลี้ยวหนีไปทางประตู ถังป็อปคอร์นหลุดลงจากแรงยื้อ กระจายไปตามพื้นแวว

"เห้ย โบ๊ะจนเดินผิดทางแล้ว" เขาก้าวเข้ามาขวางหน้า

"จะอะไรกับฉันนักหนาหะ"

"เธอลืม?" น้ำเสียงกดต่ำ เขาพยายามคิดมาตลอดว่าเธอแค่เพลินไปกับการเลือกของจนลืมเวลา แต่เหมือนจะไม่ใช่

"เราจะกลับห้อง"

"ได้อ่านโน็ตหรือเปล่า?" 

"หลบ"

"ไหนเมื่อวานบอกอยากอยู่กับเรา นี่ก็เคลียคลาสมาให้แล้ว ทำไมเธอเอาแต่เดินหนีว่ะ"

" . . . "

"ไม่รู้ว่าจะหาโอกาสมาเที่ยวกันได้อีกตอนไหน เธอคงไม่แคร์สินะ หนังสือก็ไม่ต้องเรียนแล้วนิ"

"ใช่"

"ถ้าจะไม่แคร์กันขนาดนี้ก็บอกมาเหอะว่าเราจบกันสักที บอกให้ฉันรู้ก็ได้ เพราะแทคงบอกเลิกมินก่อนไม่ได้จริงๆ อย่างน้อยมันคงดีกว่าการที่มินเมินกัน" เขากำลังเสียสติ ไอ้การตะโกนเสียงดังจนมนุษย์มนารอบข้างต้องหันมามอง แล้วท้ายประโยคที่กระซิบอ้อนวอนนั่นเหมือนคนเป็นไบโพล่าไม่มีผิด

"น่ารำคาญ" เธอเดินชนหัวไหล่ของอีกฝ่ายออกไปอย่างไม่ใยดี

คนในเสื้อแจ็กเก็ตหนังสุดคูล ก้มร่างแข็งทื่อไปเก็บกวาดเม็ดข้าวโพดกรอบ 

 

ผ่านไปสองสัปดาห์ที่ทั้งคู่ไม่ได้เจอกัน คืนหนึ่งประตูห้องโลหะขึ้นสนิมเปิดออกตามมาด้วยแทฮยองในชุดเสื้อยืดลายทางและกางเกงยีนส์สามส่วน เขาเหลือบมองเยมินในเดรสสีครีมแวววาวสายเดี่ยว ใบหน้าที่มักจะมีสีซีดและเส้นผมรุงรังที่แทบจะผ่านการหวีมานับครั้งได้ เปลี่ยนไปมากกับเครื่องสำอางค์จำนวนมากและทรงผมทักเป็นเปียก้างปลาหลวมๆสองข้าง 

ทั้งคู่ปฏิบัติราวกับว่าไม่ได้ทะเลาะกัน เมื่อเรื่องมันผ่านมาแล้วไม่จำเป็นต้องงอนง้อกัน เวลาจะเยียวยาความรู้สึกเหล่านั้น ตราบใดที่ไม่มีใครขอเลิกแบบจริงจัง 

"มินจะไปไหนเหรอ" แทฮยองโค้งตัวเก็บชุดเดรสหลายตัวที่กองอยู่บนฟูกนอนใส่ไม้แขวนไปไว้ในตู้เสื้อผ้า เดรสพวกนี้มองแล้วก็สยิว แปลกใจเพราะเยมินไม่เคยใส่ของพวกนี้ ไม่บ่อยนักที่เขาจะเห็นเธอแต่งหน้าแต่งตัวแบบนี้ด้วยซ้ำ

"ไปทำงาน"

"งานอะไร?"

"งานของที่บ้าน" 

"เธอนี่ดีเนอะ ไม่ต้องมีใบปริญาก็เข้าทำงานได้" 

"ปกติบอยแบนด์เขาห้ามถ่ายรูปกับแฟนคลับนะ ขยันแหกกฏจริงๆ" นิ้วบางราวกระดูกเขี่ยไปมาบนแลปท็อปทำงานของเจ้าตัวผ่านเพจเฟสบุคก์ ที่มีภาพของเขา จีมินและซอกจิน ยืนควงสาวญี่ปุ่นอีกห้าคน แต่ละคนก็หุ่นอกอวบเอวคอดเป็นนาฬิกาทราย ไหนจะภาพหอมแก้มกอดคอสารพัด เห็นแล้วก็นึกโมโห

"มินไม่จำเป็นต้องยุ่งทุกเรื่องก็ได้" เขาตอบปัดๆ ราวกับรำคาญ สำหรับผู้ชายเจ้าเสน่ห์คงเห็นรูปพวกนี้เป็นเรื่องทั่วไป 

"ภาพหลุดแบบเนี่ย ไม่ดังแล้วยังอยากดับ"

"เห้ย เธออย่าลามปามได้ป่ะ ไม่ต้องห่วง พวกแฟนคลับไม่เซ้นซิทีจขนาดนั้นหรอกมั้ง"

"สนิทกัน?"

"อะไร?"

"ก็พวกชะนีนี่ไง"

แทฮยองคิดว่าเยมินไม่ได้ห่วงเรื่องแฟนคลับ แต่เธอหึง บางครั้งเธอก็ทำเหมือนไม่สนใจ แต่พอสนก็มีแค่เรื่องหึงหวงตามประสาคนขี้ระแวง ที่หายไปสองสัปดาห์ก็แฟนมิตติ้งที่ญี่ปุ่น วันนั้นแทบไม่มีแฟนคลับคนไหนมาขอลายเซ็นเขาเลย เขาเกลียดการถูกเมินและบางครั้งก็ไม่เข้าใจตัวเองว่ามีคนรักที่เป็นคนประเภทนั้นไปได้อย่างไร ยอมรับว่าสนิทกับน้องโมนี่จริงเพราะตั้งแต่ตอนเจอกันที่ร้านขายชาตอนแอบหนีเที่ยว โมนี่เป็นคนเดียวที่จำเขาได้และมีเขาเป็นเมน ซึ่งทำให้รู้สึกใจชื้นขึ้นมาบ้าง เขาไม่อยากกลายเป็นเมมเบอร์ที่ถูกลืมเลือน น้องเค้าน่ารักหน้าซบกว่าคนตรงหน้าเป็นไหนๆ คนหล่อมีเสน่ห์ที่โสดไม่สนิท ก็ทำได้เพียงจับมือถือแขนและรับความสนใจ เอาใจใส่บ้าง ไม่มีอะไรเกินเลย 

"ทำไมถึงทำตัวเหลวแหลกขนาดนี้ เรามีหน้าที่การงานที่ตัองดูแลกันไปอีกไกล"

"ทีมินล่ะ ทำเหมื่อนเลิกกันทั้งที่ไม่ได้ขอเลิกเลย ถ้ายังกำกวมกับความสัมพันธ์แบบนี้ เราลองห่างกันสักพักมั้ย เพื่ออะไรๆมันอาจจะดีขึ้น"

เขาเดินจากลา ทิ้งให้หญิงสาวยืนกำหมัดแน่น โกรธจนควันหูแทบจะออก

"คิม แทฮยอง! ฉันไม่เลิก นายคือคนที่ใช่ เราเลิกกันไม่ได้ กลับมาคุยกันให้รู้เรื่องนะ"

เยมินเข้าไปเกาะขอบระเบียงแน่น มือพลาดไปปัดกระถางต้นโหรพาคู่ของแทฮยองหล่น เฉียบศรีษะของคนที่อยู่ข้างใต้อย่างเฉียดฉิว เขาหยุดและเงยหน้ากลับมามอง รอยยิ้มแห่งความหวังผุดขึ้นบนใบหน้าซูบ

"บ้าไปแล้วหรือไง"

เขาเข้าใจว่าเธอเจตนา แต่ก็ก่มลงใปเก็บเศษกระเบื้องทิ้งลงถังขยะอยู่ดี ไหนจะมือแกร่งที่โอบอุ้มลำต้นน้อยนั้นจากไปแบบไม่เหลียวหลัง

 

 

 

 

 

 

 


 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผลงานอื่นๆ ของ Acacia plant

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น