ลำดับตอนที่ #9
คืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด
คุณแน่ใจว่าต้องการคืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด ?
ลำดับตอนที่ #9 : ตอนที่ 8 ไม่มีคำตอบ
เวลาผ่านเลยไปจนเข้าสู่ช่วงเที่ยงวัน ร่างกายที่ได้รับการพักผ่อนจนเพียงพอแล้วจึงค่อยๆรู้สึกตัวขึ้น เปลือกตาบางค่อยๆลืมขึ้นจนเห็นดวงตาสีมรกตคู่สวยที่ยังฉายแววงัวเงีย
ที่นี่มันที่ไหน...จำได้ว่าเมื่อคืนเราดูแลหัวหน้าแล้วก็เพิ่งหลับไปตอนเช้ามืด
เอ๋ เดี๋ยวนะ...งั้นที่นี่ก็!!!
"ยอมตื่นได้แล้วหรือไง ไอ้เด็กเหลือขอ" เสียงเรียบพูดขึ้นทำให้คนที่เพิ่งผุดลุกขึ้นมาจากเตียงนอนที่นุ่มกว่าที่เคยนอนอยู่ทุกคืนต้องรีบหันหน้าไปมอง ก็พบกับผู้บังคับบัญชาที่เงยหน้ามาจากกองเอกสารกองโต
"ผม...เอ่อ คือ..." เขาจะพูดอย่างไรดีเนี่ยดันมาทำตัวเป็นภาระของหัวหน้าไปซะได้ ถ้าให้เดานี่คงปาเข้าไปตอนเที่ยงแล้วแหงๆเพราะเขารู้สึกว่าได้หลับไปเต็มอิ่ม เฮ้อ ไม่น่าเลย
"ขอบใจ" เสียงนิ่งแต่แฝงความรู้สึกบางอย่างที่มีแต่คนสนิทกันมานานเท่านั้นถึงจะสามารถรู้ถึงความผิดปกตินี้ได้
"ครับ?...เอ๋ หัวหน้าขอบคุณผมทำไมครับ" ทำไมจู่ๆหัวหน้าถึงมาขอบคุณเขาละเขาไม่ได้ทำอะไรให้สักหน่อย มิหนำซ้ำยังตื่นเอาป่านนี้
"ก็เมื่อคืนใครเป็นคนทำแผลให้ฉันแล้วดูแลฉันทั้งคืนกัน" สิ้นคำบอกก็สามารถไขขอสงสัยจนหมดสิ้น
ดวงตาสีมรกตคู่สวยพราวระยับริมฝีปากอิ่มแย้มยิ้มกว้างด้วยความดีใจที่ได้รับคำขอบคุณจากคนที่เขาเฝ้าชื่นชมมาโดยตลอด
"ไม่เป็นไรครับ ผมเต็มใจ"
"อือ แล้วแกจะนั่งอยู่แบบนั้นอีกนานไหม ไปทำงานได้แล้ว"
ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าไอ้เด็กนั่นมันดูแลเขาทั้งคืนเพิ่งจะได้นอนไปก็ตอนเช้ามืด เพราะผ้าชุบน้ำที่ยังหมาดๆตอนเขาตื่นขึ้นมา แต่การพักผ่อนเท่านั้นก็คงพอสำหรับมันแล้ว และเขาก็ต้องรีบให้มันออกไปให้พ้นจากสายตาเขาเพราะภาพเหตุการณ์เมื่อเช้ากำลังฉายชัดอยู่ในหัวเขาราวกับหนังซ้ำ
เสียงนิ่งที่เป็นคำสั่งเฉียบขาดทำให้ร่างของผู้ใต้บังคับบัญชาจำต้องรีบกุลีกุจอลุกจากเตียงที่แสนนุ่มสบายแล้วดึงผ้าปูให้ตึงตบหมอนให้เข้าที่เข้าทางให้เป็นระเบียบ เหมือนอย่างที่เขาทำทุกครั้งหลังตื่นนอน
"ผมไปนะครับหัวหน้า" เสียงใสพูดลาผู้เป็นหัวหน้าด้วยใบหน้าที่ยังคงเปื้อนรอยยิ้มทั้งดวงตาและริมฝีปากก่อนจะออกไปจากห้องแต่ก็ต้องกลับไปพร้อมกับความฉงน เพราะเมื่อกี้ถ้าเขามองไม่ผิดเหมือนจะเห็นใบหน้าของผู้บังคับบัญชากลายเป็นสีชมพูระเรื่อแต่เขาคงตาฝาดไปเองเป็นไปไม่ได้หรอก
.
.
.
.
.
ช่วงเวลาหลังเที่ยงทุกคนในทีมรีไวล์ก็ต่างทำหน้าที่ของตัวเอง เอเลนก็ต้องเร่งทำความสะอาดปราสาทที่พำนักแต่โชคดีที่มันไม่สกปรกมากเพราะเขาทำอยู่ทุกวันแต่มันก็หนักใช่เล่น เสร็จแล้วก็ต้องไปให้อาหารม้า ตัดหญ้าที่เหลือจากเมื่อวานให้เสร็จ และเมื่องานทุกอย่างเสร็จสิ้นลงเวลาก็ได้ล่วงเลยไปจนถึงเวลาเย็นที่พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าพอดี
ร่างโปร่งบางเดินกลับเข้าตัวปราสาทมุ่งหน้าไปยังห้องอาหารเพื่อรับประทานอาหารเย็นที่คนอื่นคงจะทานกันจนเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว แต่พอไปถึงก็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่ายังคงมีคนนั่งอยู่
ด้วยแสงไฟที่เป็นเพียงแสงสลัวๆทำให้ไม่เห็นว่าเป็นใครแต่ก็ยังพอสามารถคาดเดาได้เพราะส่วนสูงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
"หัวหน้าเพิ่งลงมาทานข้าวหรอครับ" เสียงใสทักจากทางด้านหลังทำให้คนที่นั่งอยู่เบือนหน้าไปมองก่อนจะตอบกลับ
"ฉันกินเสร็จพอดี" สิ้นเสียงก็ลุกขึ้นพร้อมกับทำท่าจะเก็บจานชามเองทำให้เด็กใต้อาณัติต้องรีบอาสา
"ไม่เป็นไรครับหัวหน้าเดี๋ยวผมจัดการให้รีบไปพักผ่อนเถอะครับ"
"อืม เดี๋ยวแกกินเสร็จช่วยไปเปลี่ยนผ้าพันแผลให้ที ขอบใจ" พูดจบก็ไม่รอฟังคำตอบรับหรือปฏิเสธเดินลิ่วออกไปทันทีทิ้งให้คนที่เพิ่งมาต้องรับคำไปโดยปริยาย
.
.
.
.
.
.
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
"ผมเข้าไปนะครับหัวหน้า" สิ้นเสียงขออนุญาตคนที่อยู่หน้าประตูก็เดินก็เข้ามาในห้องที่เรียกได้ว่าสะอาดที่สุดในปราสาทโดยไม่ต้องรอคำตอบรับเพราะผู้เป็นเจ้าของห้องเป็นคนเรียกเขามาเอง
เมื่อเข้าไปดวงตาสีเขียวก็กวาดมองผู้เป็นเจ้าของห้องแต่ก็ไร้ซึ่งวี่แวว แต่เสียงที่ดังมาจากห้องน้ำก็ช่วยบอกให้แล้วว่าคนเพิ่งหายป่วยนั้นอยู่ในห้องน้ำ
กริ๊ก แอด
เสียงเปิดประตูห้องน้ำพร้อมกับคนที่เดินออกมาและใส่แค่ชุดลำลองธรรมดาๆสำหรับนอนและมีผ้าขนหนูผืนเล็กพาดที่คอเพื่อรองรับน้ำที่หยดจากศีรษะที่เปียกหมาดๆเพื่อไม่ให้พื้นห้องเลอะ ดวงตาเรียวรีขวางเบือนมองร่างสูงโปร่งที่ยืนเก้ๆกังๆอยู่หน้าประตูก่อนจะเดินตรงไปนั่งที่เตียง
"มาทำแผลได้แล้ว" เสียงนิ่งเรียกทำให้คนที่ยืนอยู่ตอบรับคำแล้วเดินตรงมาที่เก้าอี้ข้างเตียงที่เมื่อวานอยู่อย่างไรตอนนี้ก็อยู่อย่างนั้น แต่ในขณะที่ร่างโปร่งกำลังจะนั่งลงคนที่นั่งบนเตียงก็ขัดขึ้นเสียก่อน
"แกยังไม่ได้อาบน้ำใช่ไหม"
"ยังครับ" เมื่อได้รับคำตอบที่ไม่พอใจคิ้วคนถามก็ขมวดเป็นปมอยู่ที่กลางหน้าผากทันที
"สกปก ไปอาบน้ำก่อนแล้วค่อยมาทำ"
"ครับ" ตอบรับเสร็จก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินตรงไปที่ประตูแต่คนที่ต้องรอทำแผลก็ขัดขึ้นมาอีกรอบ
"เดี๋ยวก่อน"
"ครับ? หัวหน้า" คนที่กำลังจะเดินออกไปหันกลับมาหาคนเรียก
"อาบที่นี่นั่นแหละ เสียเวลา" สิ้นคำบอกดวงตาสีมรกตก็เบิกกว้างขึ้นอย่างไม่เชื่อหู
อาบที่นี่? ห้องน้ำในห้องนี้? ห้องน้ำที่หัวหน้าใช้?
"อะไรนะครับ" ถามอย่างไม่เชื่อหูทำให้คนถูกถามต้องทำหน้าเนือยๆ ถามอะไรนักหนาเมื่อกี้ยังพูดไม่ชัดพอหรือไง
"ฉันบอกให้แกอาบน้ำที่นี่ซะ" แม้จะยังสงสัยในคำสั่งของคนเป็นหัวหน้าว่าคิดยังไงถึงให้เขาอาบน้ำที่นี่ไม่กลัวเขาทำสกปกหรือไง แต่ก็แน่นอนระเบียบที่พึงปฏิบัติคือการทำตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาอย่าได้ขัดข้อง แต่คำสั่งนี้มันยังมีปัญหาอยู่อย่างหนึ่ง
"แต่ผมไม่ได้เตรียมเสื้อผ้ามา งั้นเดี๋ยวผมขอตัวไปหยิบเสื้อ..."
"ไม่ต้อง" รีไวล์ขัดขึ้นอีกครั้งก่อนจะลุกจากเตียงแล้วเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า รื้อค้นอยู่สักพักก็หันกลับมาพร้อมกับเสื้อยืดกับกางเกงสามส่วนสีพื้นๆธรรมดาที่พับอย่างเรียบร้อย
"เอานี่ไป"
"เสื้อของหัวหน้า! เนี่ยนะครับ" หัวหน้าของเขาเป็นอะไรไปเนี่ยทั้งให้ใช้ห้องน้ำส่วนตัวแล้วไหนจะเสื้อผ้าอีก ไข้ก็หายแล้วนี่
"ใช่ มาเอาแล้วไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้" คำสั่งที่เด็ดขาดทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาต้องทำตามอย่างไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ เอเลนเดินตรงมารับเสื้อผ้าจากมือหนาพร้อมกับก้มศีรษะเล็กน้อยแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป
หลังประตูห้องน้ำปรากฏเป็นร่างโปร่งบางที่กำลังพิจารณาเสื้อผ้าของผู้เป็นหัวหน้าที่อยู่ในมือ เรียวปากเผยรอยยิ้มดีใจแล้วกอดเสื้อผ้าเหล่านั้นแนบอก ถึงแม้เขาจะไม่รู้ว่าหัวหน้าคิดอะไรอยู่ก็เถอะ แต่เขาก็รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกว่าทำไมเหมือนกัน
ใช้เวลาไม่นานเอเลนก็ทำธุระส่วนตัวเสร็จ เดินออกมาจากห้องน้ำในเสื้อยืดธรรมดากับกางเกงที่กลายเป็นแบบขาสั้นเหนือเข่าทันทีเมื่ออยู่บนร่างโปร่งบางนี้ เอเลนเดินตรงไปนั่งที่เก้าอี้ข้างเตียงที่มีคนป่วยกึ่งนั่งกึ่งนอนรออยู่
"มาครับ ผมทำแผลให้" คนป่วยร่างเล็กขยับตัวลุกขึ้นมานั่งตรงหน้าคนทำแผลเพื่อให้สามารถทำแผลได้สะดวกขึ้น
มือบางจรดสำลีชุบแอลกอฮอล์เพื่อทำความสะอาดแผลแล้วจึงใส่ยาช่วยสมานแผลก่อนจะหันไปหยิบผ้าพันแผลที่วางอยูบน่โต๊ะข้างหัวเตียง ร่างโปร่งบางค่อยๆขยับตัวเข้ามาใกล้ๆคนป่วยแล้วค่อยๆบรรจงพันแผลอย่างเบามือ
"เสร็จแล้ว..." คำพูดที่เหลือจำต้องกลืนลงคอไปเสียก่อนเพราะคนพูดที่หันมาโดยที่ไม่รู้ว่าคนป่วยเองก็กำลังมองเขาอยู่เช่นกัน ทำให้ใบหน้าของทั้งสองห่างกันไม่ถึงคืบ
ดวงตาสีมรกตคู่สวยสบกับดวงตาสีเทาอ่อนคู่คม พลันหัวใจสองดวงก็ต่างเต้นแรงด้วยจังหวะเดียวกัน ระยะห่างจากไม่ถึงคืบลดลงจนไม่เหลือระยะห่างอีกต่อไป ดวงตาสีมรกตค่อยๆปรือลงทีละนิดๆ รอรับสัมผัสจากคนตรงหน้า
สัมผัสอุ่นร้อนที่ทาบทับลงมาก่อนจะค่อยๆไล้ไปตามเรียวปากบางอมชมพูสวยจนสุดริมฝีปากแต่ก็ต้องย้อนกลับมาเน้นย้ำอีกครั้งอย่างอดใจไม่ไหว
ครืน ครืน
เสียงฟ้าร้องที่ดังไปทั่วบริเวณทำให้เจ้าของใบหน้ามนเหมือนได้สติขึ้นมา ดวงตาสีมรกตเบิกกว้างขึ้นและพยายามจะถอนริมฝีปากออก แต่ก็ไม่สามารถทำได้เพราะมือหนาที่ตวัดไปกดไว้ตรงท้ายทอยให้ร่างโปร่งโน้มลงมารับสัมผัสที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
มือเรียวบางทั้งดันทั้งทุบแต่ก็ไม่สามารถทำให้คนที่กระทำการอุกอาจสะเทือนได้สักนิดและไม่นานเรี่ยวแรงของคนที่คิดจะขัดขืนก็หมดไป ราวกับว่าถูกหลอมละลายด้วยรสสัมผัสอันร้อนแรงนี้
เรียวลิ้นช่ำชองพยายามลุกล้ำเข้าไปในโพรงปากเล็กซึ่งก็สามารถทำได้ไม่ยากเพราะความไม่ประสีประสาของเจ้าของ ผู้บุกรุกพยายามกวาดต้อนให้คนถูกรุกรานคล้อยตาม ลิ้นหนาเกี่ยวกระหวัดนัวเนียกับลิ้นที่ยังไม่ประสีประสาซึ่งก็ได้แต่คล้อยตามอย่างไม่รู้ตัว
มือบางพยายามทุบคนตรงหน้าให้ยอมปล่อยตนเพราะเริ่มจะไม่มีอากาศหายใจ ซึ่งคนบุกรุกก็ต้องจำยอมละออกไปอย่างอ้อยอิ่ง
ร่างโปร่งบางพยายามหอบอากาศเข้าปอดด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ หัวใจกระหน่ำเต้นอย่างไม่กลัวจะหลุดออกมาจากอก
แฮก แฮก
ปากที่บวมเจ่อยังคงหอบหายใจอย่างหนักหน่วงให้ตัวการได้แต่มองอย่างพอใจในผลงานของตัวเอง ใบหน้ามนได้แต่เบือนหนีไม่กล้าไปสบกับเจ้าของดวงตาคู่คมแต่ก็รู้สึกได้ว่าดวงตาคู่นั้นกำลังมองมาทางเขาอย่างไม่วางตา
มือหนาเอื้อมไปรั้งปลายคางของคนตรงหน้าให้หันมาหาตน แม้ใบหน้ามนจะไม่ได้ขัดขืนอะไรแต่ดวงตาสีมรกตคู่สวยก็ยังคงเบนหลบดวงตาเรียวรีขวางที่บัดนี้มีความรู้สึกบางอย่างกำลังฉายชัดในดวงตาคู่นั้นแม้เจ้าของจะยังไม่รู้ตัวก็ตามว่าแววตาของเขามักจะเปลี่ยนไปเมื่อมีภาพคนตรงหน้าสะท้อนอยู่ในดวงตา
ใบหน้ามนที่อยู่ๆก็รู้สึกถึงลมหายใจอุ่นที่เข้ามาปะทะอยู่ใกล้ๆใบหน้าขึ้นเรื่อยๆ พลันภาพของเหตุการณ์เมื่อครู่ก็เข้ามาฉายซ้ำในสมองทำให้ดวงตาคู่สวยปิดตาลงแน่นพร้อมทั้งหัวใจที่เริ่มกลับสู่ภาวะปกติก็กลับมาเต้นกระหน่ำอีกครั้ง
"หัวใจของแกเต้นแรงมาก" เสียงกระซิบพร้อมกับลมหายใจที่ลดอยู่ข้างใบหูสีระเรื่อทำให้ดวงตาสีมรกตลืมขึ้นอย่างตกใจ
ตึกตึก...ตึกตึก...ตึกตึก...ตึกตึก
มือบางยกขึ้นหมายจะผลักอกคนตรงหน้าแก้เขิน แต่กลับสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่แรงไม่แพ้เขาเช่นกัน
ตึกตึก...ตึกตึก...ตึกตึก...ตึกตึก
"ของหัวหน้าเองก็แรงไม่แพ้ผมเหมือนกัน ไม่ต้องมาล้อกันเลยนะครับ" เสียงพูดขึ้นจมูกอย่างเคืองๆพร้อมกับใบหน้าที่ยังคงขึ้นสีก่ำ และยอมกลับมาสบสายตากับดวงตาเรียวคู่คม แต่เหมือนจะเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตนไม่ควรไปพูดแบบนั้นกับผู้เป็นหัวหน้าแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว
"เอ่อ...ผมว่า ผมควร...จะกลับไปนอนได้แล้วนะครับ หัวหน้า...ก็ควรพักผ่อนเหมือนกันนะครับ"
ร่างโปร่งลุกขึ้นจากเก้าอี้และกลับหลังหันอย่างรวดเร็วเพราะความประหม่ายามต้องมาอยู่ใกล้ๆกับผู้เป็นหัวหน้า แต่ก็ไม่สามารถเดินไปไหนได้มิหนำซ้ำยังต้องกลับมานั่งลงที่ข้างเตียงข้างๆกับผู้เป็นนาย เพราะมือแกร่งที่เอื้อมมาฉุดรั้งเอาไว้
ใบหน้ามนเบือนไปมองเจ้าของมือที่ยังไม่ยอมปล่อยข้อมือของเขาสักทีอย่างฉงนแต่ก็ยังรู้สึกเกร็งๆอยู่ดี
"เอ่อ หัวหน้า...มีอะไร...รึเปล่าครับ" เมื่อคนตรงหน้าไม่ยอมพูดอะไรสักทีเอาแต่จ้องหน้า เขาจึงต้องเป็นฝ่ายเอ่ยถามก่อน แต่คำพูดก็ยังคงติดๆขัดๆอยู่ดีเพราะความใกล้ชิดนี้
"นอนที่นี่ซะ" ผู้บังคับบัญชาพูดแกมออกคำสั่งแต่ก็ทำเอาคนถูกสั่งต้องเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง ริมฝีปากอมชมพูจะเอ่ยถามอีกครั้งแต่ก็ยังไม่ทันจะได้ถามก็ถูกผลักให้ลงไปนอนบนเตียงกว้างแสนนุ่มเสียก่อน
คนถูกบังคับทำท่าจะลุกขึ้นแต่ก็ถูกคนร่างเล็กที่เอนตัวลงมาทีหลังตวัดโอบรอบเอวบางและยิ่งจะรัดแน่นขึ้นไปอีกเมื่อรู้สึกถึงแรงขัดขืน จนคนในอ้อมแขนแข็งแกร่งหมดปัญญาที่จะขัดขืนจึงได้แต่นอนตะแคงมองคนร่างเล็กแต่ไม่รู้ไปเอาพละกำลังมากมายมาจากไหน
"หัวหน้าทำแบบนี้ไปเพื่ออะไรครับ" ร่างในอ้อมกอดถาม
"แกไม่จำเป็นต้องรู้ นอนซะ" คนที่ถูกถามไม่ตอบแต่กลับสั่งคนถามแทน
ผู้ถูกถามก็ไม่คิดจะซักอีกดวงตาสีมรกตคู่สวยจึงค่อยๆปิดลงและไม่นานก็เข้าสู่ห้วงนิทราไปพร้อมกับความไม่เข้าใจแต่ก็แฝงไปด้วยความอบอุ่นหัวใจ
...ถึงผมจะไม่รู้ว่าหัวหน้าทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร แต่ผมก็รู้สึกดีนะครับ...
...ทุกคนอาจมองผมเป็นอาวุธหรือตัวอันตรายแต่ผมเชื่อว่าหัวหน้าคงไม่คิดแบบนั้น หัวหน้ามองผมเป็นแค่เด็กเหลือขอคนหนึ่ง แค่นี้ผมก็มีความสุขแล้วล่ะครับ...
...เป็นไปได้ผมก็อยากจะอยู่แบบนี้อยู่กับหัวหน้าตลอดไป และเพราะเหตุใดผมก็ให้คำตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกัน แต่ผมเชื่อว่าสักวันหนึ่งผมคงหาคำตอบให้ตัวเองได้...
...ราตรีสวัสดิ์ครับ หัวหน้า...
ลมหายใจที่เข้าออกสม่ำเสมอนั้นสามารถบอกได้เป็นอย่างดีว่าคนในอ้อมแขนของเขาได้เข้าสู่ห้วงนิทราไปเรียบร้อยแล้ว เขาแกล้งทำเป็นหลับแต่จริงๆแล้วเขานอนไม่หลับเลยสักนิด ในหัวกำลังคิดไม่ตกเรื่องของคนในอ้อมแขน
"ฉันทำไปเพื่ออะไรงั้นหรอ...ไม่รู้สิ" เสียงพึมพำแสนเบาแต่เต็มไปด้วยความรู้สึกสับสนว้าวุ่นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
เขาเคยพูดไว้เองว่า ถ้าหากเจ้าเด็กตรงหน้ามันเกิดคุ้มคลั่งขึ้นมาเขาจะปลิดชีวิตมันอย่างไม่ลังเล เขาเป็นคนพูดเอง
แต่เพราะอะไร ณ ตอนนี้ เมื่อเขาคิดว่าต้องทำอย่างที่เคยพูดไว้เขากลับไม่อยากทำมันหรืออาจทำไม่ลง เป็นเพราะอะไรของก็ตอบตัวเองไม่ได้ จะปรึกษาใครก็ทำไม่ได้อีกเช่นกัน
มันกลายเป็นว่ามีความรู้สึกบางอย่างเข้ามาแทนที่ ความรู้สึกที่อยากปกป้อง อยากเฝ้ามอง อยากโอบอุ้มประคับประคอง อยากเห็นรอยยิ้ม อยากได้ยินเสียงหัวเราะ อยากเห็นหน้าสีระเรื่อๆยามเขินอาย และยังอยากให้อยู่ในสายตาตลอดเวลา
เพราะอะไรกัน...เขาไม่รู้ เพราะไม่เคยมีความรู้สึกเบบนี้กับใครมาก่อน
หรือเพราะว่าการที่เขาต้องเฝ้าดูเจ้าเด็กนี่ทำให้เขาได้เห็น...
เห็นว่ามันก็คือเด็กหนุ่มธรรมดาๆคนหนึ่งที่สดใสตามประสาเด็กวัยรุ่นทั่วๆไป
เห็นถึงความตั้งใจที่จะทำตามสิ่งที่ตนปรารถนาโดยมีปณิธานอันแรงกล้า
เห็นว่ามันก็คือมนุษย์คนหนึ่งโดยแท้จริง มีเลือดมีเนื้อที่สัมผัสจับต้องได้
และเห็นว่ามันก็มี 'หัวใจ' หัวใจที่วันนี้เขาได้ยินเสียงมันเต้นเป็นจังหวะรัวและเร็วอย่างชัดเจนยามที่อยู่ใกล้กัน แต่พอเขาได้ยินเสียงนั้นทำไมเขาต้องใจเต้นตามไปด้วย
'ของหัวหน้าเองก็แรงไม่แพ้ผมเหมือนกัน ไม่ต้องมาล้อกันเลยนะครับ' เสียงพูดขึ้นจมูกพร้อมกับใบหน้าที่แดงก่ำนั้นยังติดตาเขาอยู่จนถึงตอนนี้ แต่ก็ไม่ใช่แค่นั้นสัมผัสนุ่มนิ่มที่ริมฝีปากของเขาก็ยังคงตราตรึงอยู่เช่นกัน
...หรือจะเป็นเพราะแกทำให้หัวใจที่ด้านชาไปแล้วดวงนี้ กลับมาเต้นได้อีกครั้ง...
...รอก่อน รอให้ฉันมั่นใจในความรู้สึกของตัวเองมากกว่านี้ก่อน แล้วฉันจะให้คำตอบแก...
...แกรอฉันได้ใช่ไหม เอเลน...
เป็นยังไงบ้างกับตอนนี้เอ่ย ทั้งคู่เริ่มที่จะรู้ใจตัวเอง แต่ยังไม่มีใครเข้าใจความรู้สึกของตัวเองสักคน
รอดูกันต่อไปนะคะว่าจะมีอะไรมาทำให้ทั้งคู่หาคำตอบให้ตัวเองได้
ขอขอบคุณทุกแฟนคลับ ทุกคอมเมนท์ และคนอ่านทุกคนจ้าาาา
เก็บเข้าคอลเล็กชัน
ความคิดเห็น