รักจรดใจ

ตอนที่ 8 : ตอนที่ 3.2 มนต์ใต้เตียง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 406
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    10 มิ.ย. 61

พลอยโพยมต้องการหลับ หญิงสาวนั่งเอาศีรษะอิงหน้าต่างนับดาวเล่นไปพลางๆ แต่ก็ยังไม่หลับเสียที สองสามวันมานี้เธอพบเจอแต่เรื่องหนักๆ แถมยังบังเอิญไปรู้เห็นการตายอีก

          “เฮ้อ...” ดาวกี่ดวงก็แล้ว แต่เธอก็ยังไม่ง่วงเสียที

          ก็อกๆ

          “เอิงนอนหรือยัง”

          “ยังค่ะ พี่โอ่งมีอะไรหรือเปล่าคะ” พลอยโพยมกลัวว่าพี่ชายจะเข้ามาในห้องนอน จึงรีบเอาแมวยัดเข้าไปในตู้เสื้อผ้าทันที แล้วก็จริงดังคาด

          “ยายเภาโทร.มา เมื่อกี้อ้อนให้พี่ไปดูแลหน่อย แต่พี่ไม่ว่าง เอิงไปแทนหน่อยก็แล้วกัน แล้วฝากบอกเขาด้วยนะว่าค่าเช่าน่ะไม่ต้องทวง มีเดี๋ยวก็จ่ายเองแหละ ขี้งก”

          “พี่โอ่งไม่มีเงินเหรอคะ”

          “มี แต่อยากเหนียวหนี้” เพชรเพทายเอ่ยด้วยน้ำเสียงกวน

          “เภาไปทำอะไรให้อีกล่ะพี่โอ่ง”

          “ยายเภาไม่ได้ทำหรอก แต่ใช้ให้ไปทำ ก็รู้อยู่ว่าไม่ชอบตามเซเลบ แต่ละคนน่าเบื่อจะตาย”

          “อ๋อ...แล้วเจอรุ่งร่วงไม่ดีเหรอคะ สวยจะตาย”

          “ก็สวยดีอยู่หรอก สวยอันตราย...” เพชรเพทายหยุดคำพูดไว้แค่นั้น แล้วจึงเอ่ยต่อ “เอิงเอารถพี่ไปใช้ก็แล้วกันนะ”

          “แล้วพี่โอ่งจะไปยังไง”

          “เดี๋ยวลูกน้องที่สำนักงานมารับ”

          “ถ้างั้น เอิงไปตอนนี้เลยดีกว่า พี่โอ่งระวังตัวด้วยนะคะ”

          “จ้ะ นี่ยังดีนะโทร.มาตอนสามทุ่ม ถ้าดึกกว่านี้อย่าฝันเลยว่าพี่จะให้ไป คืนนี้เอิงค้างที่นั่นเป็นเพื่อนเภาเลยก็แล้วกันนะ ไม่ต้องห่วงเรื่องค่าใช้จ่าย” ฮัดชิ้ว! “ห้องเอิงมีฝุ่นเยอะนะ ทำพี่จามเลยเนี่ย”

          “เดี๋ยวว่างๆ ว่าจะปัดกวาดเช็ดฝุ่นอยู่ค่ะ” พลอยโพยมลุกขึ้นมาแต่งตัวออกไปหาเภาลีนา ไหนๆ คืนนี้ก็นอนไม่หลับแล้ว ไปอยู่กับเพื่อนก็ดีเหมือนกัน แม้สถานที่พบกันนั้นจะไม่ค่อยถูกใจนักก็ตาม

 

“คราวนี้มีเรื่องอะไรหรือเปล่า”

          พลอยโพยมนั่งกอดอกมองเพื่อนรักอย่างจับพิรุธ สองตากวาดไปตามร่างกายของอีกฝ่าย และกลับมาจ้องตาเพื่อค้นหาสิ่งที่เภาลีนาซ่อนไว้ “ช่วยลืมตาให้มันกว้างๆ กว่านี้หน่อย ห้ามหลบตาด้วย” เธอบอกเมื่อเภาลีนาทำท่าเหมือนจะหลับ

          “ก็เภาเหนื่อยอยากพักผ่อน ช่วงนี้รุ้งร่วงใช้งานเภาอย่างกับทาส ผู้จัดการส่วนตัวนะเว้ยไม่ใช่คนใช้”

          “แล้วที่ให้นัดพบกันก็มีเยอะแยะ ทำไมต้องนัดมาแผนกจิตเวชด้วยหา...”

          “ก็...”

          “บอกมาให้หมด รู้ใช่ไหมว่าที่นี่ค่าแอดมิดแพงมาก” คาดคั้นด้วยน้ำเสียงเข้ม อันที่จริงเภาลีนานี่เรียกได้ว่าเป็นลูกคนมีอันจะกิน เสียแต่ว่าเกาะขอบบันเทิงมากไปหน่อย จึงไม่ค่อยสนใจธุรกิจในครอบครัว หากเป็นเธอนะ จะไม่เสียเวลามาเป็นลูกจ้างคนอื่นให้เขาโขกสับอยู่อย่างนี้หรอก

          “อย่าบ่นในใจสิ” แค่เห็นคนตัวเล็กเงียบไปก็รู้ทันแล้วว่าต้องคิดตำหนิตนเองอยู่แน่ๆ

          “รู้ด้วยรึไง วงการนี้มันมีดีอะไรนักหนาหา เอิงรู้ว่าเงินมันดี แต่ชีวิตเภายังต้องการเงินไปอีกทำไม ในเมื่อมีจนใช้ไปทั้งชาติก็ยังไม่หมด”

          “ก็ใจมันรักน่ะ อีกอย่างทำงานกับรุ้งร่วงดีจะตายไป ชุดที่รุ้งร่วงใส่ก็เป็นไอเดียของเภาทั้งนั้นเลยนะ ตอนนี้คนก็เริ่มสนใจแฟชั่นที่เขาใส่ อีกหน่อยแบรนด์เสื้อของเภาก็จะติดตาติดตลาด ตอนนั้นคงมีแต่ได้กับได้ คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้มอีก”

          “มันก็มีอีกตั้งหลายทางนะ”

          “เภาชอบทางนี้”

          “กวนประสาทเอิงใช่ไหม เห็นอยู่ว่าทางอื่นอาจไปได้รุ่งกว่านี้ ทำไมต้องคอยตามตูดยายรุ้งร่วงต้อยๆ ด้วย” คนตัวเล็กชักหงุดหงิดขึ้นมา ที่เธอบ่นก็เพราะเป็นห่วงเพื่อนหรอก ทำไมไม่รู้จักคิดนอกกรอบบ้าง ทำตามที่คนอื่นแนะนำบ้างก็ได้ ไม่ใช่เอาแต่ความคิดตัวเองเป็นหลักอย่างนี้

          “คุยอะไรกันอยู่เหรอครับ”

          พลอยโพยมหันมองตามเสียงทัก “เอ้าคุณ...” อาการตาโตอ้าปากเหวอทำให้เภาลีนาหันควับทันที

          “คุณหมอ มาได้จังหวะพอดีเลยค่ะ” เภาลีนานึกขอบคุณคุณหมอที่มาขัดจังหวะพอดี “เภารู้สึกปวดหัวจังเลยค่ะ”

          “อันนี้ช่วยได้ครับ” เขายื่นช็อกโกแล็ตให้เธอแทนยา

          “คุณหมอนี่รู้ใจจังเลยค่ะ เสียเงินแอดมิดไม่เท่าไหร่ แต่คงเสียใจน่าดูที่ไม่ได้มาเจอหน้าหมอ” ลูกหยอดเลี่ยนจนคนตัวเล็กทนฟังไม่ได้ต้องหันหน้าหนีไปมองทางอื่น แต่ดันเป็นทางเดียวกับที่คุณหมอยืนอยู่

          “สวัสดีค่ะ” ทักทายอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก อาจจะเป็นด้วยสัญชาตญาณของความเป็นหมอด้วยกันกระมัง “เป็นหมออยู่ที่นี่เหรอคะ”

          “ครับ” เขารับคำสั้นๆ แล้วเปลี่ยนไปนั่งที่เก้าอี้ซึ่งจัดไว้ตรงมุมหนึ่งของห้อง แต่ก็ได้ยินคำสนทนาของสองสาวอย่างชัดเจน

          “แล้วจะเอายังไง จะเลิกทำงานกับยายรุ้งร่วงได้หรือยัง”

          “ยังไม่จบเรื่องที่พูดอีกเหรอ” เภาลีนาโอดครวญ เพราะหากพูดต่อไปมีหวังคงจนมุมจนได้

          “ยังไม่จบง่ายๆ หรอก เอิงจะพูดจนกว่าเภาจะเลิกมาที่นี่เสียที”

          “เลิกมาที่นี่ไม่ได้” คนแก้มป่องยิ้มเรี่ย

          พลอยโพยมชักเริ่มหมดความอดทนแล้ว

          “ถ้าชอบโรงพยาบาลนี้มาก ทำไมไม่แต่งงานกับเจ้าของที่นี่เสียเลยล่ะ”

          คนที่นั่งอยู่มุมหนึ่งของห้องเผลอเลิกคิ้วขึ้น เขาหยุดมือที่กำลังเขียนบางอย่างลงในสมุดรายงาน

          “แต่งได้เหรอเอิง” เภาลีนาเอ่ยตาโต เหล่ตาล่อหลอกกวนใจคนตัวเล็ก

          “อยากแต่งก็แต่งเลยสิ เดี๋ยวเอิงเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้เอง ให้ไปป่าวประกาศตอนนี้เลยไหมเรื่องจะได้ถึงหูเจ้าของที่นี่เสียที”

          “มันจะดีเหรอเอิง...” พูดไปเหล่มองไปยังคนที่นั่งอยู่อีกด้านไป

          “ดีสิ จะได้มานอนที่นี่ได้อย่างสบายใจไงล่ะ เภาก็น่ารักออก หาภรรยาอย่างนี้ยากนะ รวยด้วย เงินต่อเงินก็เข้าท่าดี แล้วมีเบอร์เจ้าของที่นี่รึเปล่า”

          “จะเอาไปทำอะไร”

          “จะได้โทร.นัดทาบทามให้สิ้นเรื่องสิ้นราวไปไง” เจ้าตัวเปลี่ยนมาพูดยิ้มๆ หยอกเย้าคนที่เริ่มหน้าเสียอย่างมีความสุข

          “ไม่ดีมั้ง”

          “ก็ไม่ดีนะสิ ลองกล้าโทร.ไปอย่างนั้นนะ แต่งเองไม่ดีกว่าหรือไง”

          เสียงไอแคกๆ ดังมาจากมุมห้อง พลอยโพยมลืมไปว่ามีบุคคลที่สามนั่งอยู่ที่นี่ด้วย

          “หมอเขาไม่มีห้องทำงานเป็นของตัวเองหรือไง มากี่ทีก็เจอในห้องนี้ตลอดเลย” คนตัวเล็กเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระซิบ

          “มี...แต่อย่าไปสนใจเลย คืนนี้นอนที่นี่ใช่ไหม”

          “อืม” เอ่ยขณะที่สายตามองตามชายหนุ่มที่ก้าวออกจากห้องไปเงียบๆ “นอนเตียงเดียวกันคงไม่ได้ ขอมุมนั้นก็แล้วกันนะ”

          “ตามสบายเลย อยากได้มุมไหนก็เลือกเอา เภาจะนอนแล้ว”

          “นอนก่อนเลยเอิงยังไม่ง่วง อยากอ่านหนังสือพิมพ์”

          “จากห้องนี้ เดินไปทางขวามือแล้วเลี้ยวซ้ายจะมีมุมหนังสือน่ารู้ หยิบมาอ่านได้เลย” เภาลีนาเอ่ยแนะนำราวกับอยู่บ้านของตัวเอง

อย่าลืมกดแอดแฟน คอมเม้น ให้กำลังใจนักเขียนเด้อ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

49 ความคิดเห็น

  1. #8 LAM1 (@lamyai1) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 10:55

    แล้วมันเกิดอะไรขึ้น....ตามค่ะ

    #8
    0