รักจรดใจ

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 3 มนต์ใต้เตียง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 569
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    10 มิ.ย. 61

โครงการกู้ใจยังคงดำเนินต่อไป พร้อมกับหน้าที่ที่ต้องดูแลผู้ป่วยรายที่สอง โรคซึมเศร้า แพนิก เครียด ล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาทางด้านอารมณ์ทั้งนั้น ความคิดสร้างสรรค์สร้างโลกให้สวยงามได้ แต่ก็ทำลายโลกของผู้สร้างได้เช่นกัน อย่างเช่นผู้ป่วยรายนี้ เธอเป็นช่างภาพมือหนึ่งของเมืองไทย รูปภาพของเธอไม่ว่าจะจัดการแสดงขึ้นเมื่อไหร่ มักขายหมดทุกภาพ ชีวิตเธอแสนสุขสบาย ไม่น่าเชื่อเลยว่าเธอจะมีปัญหาเกี่ยวกับใจ

          พลอยโพยมไม่เคยคิดเข้าพักในโรงแรมเพียงลำพังเลย แม้สถานที่แห่งนั้นจะหรูหราแค่ไหนก็ตาม ทุกที่ย่อมต้องมีประวัติ แต่เพราะคนไข้ของเธอเป็นแขกวีไอพีของที่นี่ วันนี้เธอจึงมีโอกาสได้เข้ามาเยี่ยมชมโรงแรมหรูระดับห้าดาวอย่างนี้

          ก๊อก ก๊อก...

          หญิงสาวลองเคาะประตู ทว่าไม่มีใครตอบรับเลย จึงได้แต่ยืนเตร่อยู่หน้าห้องพัก กระทั่งเวลาผ่านไปจึงลองผลักประตูดูซึ่งปรากฏว่ามันสามารถเปิดออกได้อย่างง่ายดาย ชั่วขณะหนึ่งที่เธอสูดลมหายใจเข้า

          กลิ่นหอมชวนเวียนหัวนี้คือกลิ่นอะไรกันแน่...ดวงตาคู่สวยกวาดซอกแซกลอบมองจากด้านนอก เพราะใจยังกล้าๆ กลัวๆ ที่จะเข้าไปด้านใน แต่สุดท้ายก็ต้องเข้าไปจนได้

          เสียงลมจากแอร์คอนดิชันเนอร์สร้างความวังเวงขึ้นอีกนิด ยิ่งมีเงาเคลื่อนไหวภายในห้องที่นี่ก็ยิ่งน่ากลัวมากยิ่งขึ้นไปอีก เธอไม่ชอบโรงแรมเลยจริงๆ ยิ่งห้องที่มีบรรยากาศชวนให้นึกถึงวิญญาณหลอนด้วยแล้ว ยิ่งไม่ชอบใจใหญ่ พลอยโพยมเปิดไฟเพื่อจะได้มองเห็นด้านในได้สะดวก ทว่า! แขนขากลับไร้เรี่ยวแรงทันทีที่ได้เห็นภาพเบื้องหน้า เงาเคลื่อนไหวเลือนรางคือร่างหญิงสาวผู้หนึ่ง ซึ่งถูกโยงด้วยเชือกห้อยต่องแต่ง ดวงตาทั้งสองข้างของผู้ตายเหลือกถลน ช่างน่ากลัวจนเผลอร้องกรี้ดออกมา

          “ช่วยด้วยค่ะ! มีคนฆ่าตัวตาย” พลอยโพยมวิ่งออกมาตั้งหลัก เสียงของเธอเรียกคนที่อยู่ชั้นเดียวกันให้ออกมา ทุกคนต่างมีสีหน้าตะลึงด้วยความตกใจ

          ความวุ่นวายเกิดขึ้นเพียงไม่นาน เพราะทางโรงแรมต้องการจัดการเรื่องนี้ให้เงียบที่สุด แต่พลอยโพยมยังถูกกักตัวไว้ที่โรงแรมเนื่องจากต้องให้ปากคำกับตำรวจก่อน

          “คุณเคยมาที่นี่หรือเปล่าครับ”

          “เพิ่งเคยมาที่นี่ครั้งแรกค่ะ”

          “คุณรู้จักกับผู้ตายมาก่อนไหมครับ”

          เธอไม่มั่นใจที่จะตอบ ความจริงแล้วประวัติคนไข้ถูกส่งมาทางเมล์ และเธอได้พูดคุยกับผู้ตายทางเฟชบุ๊คส์ รู้และไม่รู้ นั่นแหละคือคำตอบที่ก้ำกึ่งความเป็นจริง

          “ดูมีพิรุธนะครับ”

          การนิ่งเนื่องจากอยู่ในภาวะตกใจทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก

          “ที่จริงแล้ว ฉันไม่เคยพบผู้ตายมาก่อนค่ะ แต่รู้จักกันทางเฟชบุ๊คส์ เราพูดคุยกัน และนัดพบกันที่นี่ค่ะ แต่พอมาถึงก็เกิดเรื่องขึ้นซะก่อน”

          “งั้นเหรอครับ คุณแน่ใจนะว่าไม่ได้รู้จักกันอย่างลึกซึ้ง หรือมีเรื่องราวขัดแย้งกันจนนำไปสู่การฆาตกรรม”

          นี่แหละที่เขาว่าซวยล่ะ ดันถูกมองเป็นผู้ต้องหารายแรกไปเสียได้

          “ค่ะ คุณสามารถตรวจสอบประวัติของดิฉันได้ แล้วถ้าตรวจพบข้อสงสัยใดๆ คุณตำรวจกรุณาติดต่อดิฉันได้ตามเบอร์นี้นะคะ” หน้าคุณหมอสาวกลายเป็นสีเข้มจัดด้วยความโมโห แม้คุณตำรวจจะถามไปตามหน้าที่ก็เถอะ แต่มันก็อดขุ่นเคืองใจไม่ได้

 

เพชรเพทายโบกมือให้น้องสาว และชูจานซึ่งในนั้นมีปลากะพงเผาเกลือร้อนๆ วางไว้รอคนมาชิม พลอยโพยมทำหน้าไม่ถูก คนที่อยากหลบหน้าที่สุดกลับยืนอยู่ตรงนี้ เธอจะให้พี่ชายรู้เรื่องวันนี้ไม่ได้ เพราะไม่อยากให้เขาต้องเป็นห่วง หญิงสาวปลอบตัวเองว่าอย่ากังวลใดๆ เธอแค่บังเอิญไปอยู่ที่นั่น และพบเจอเรื่องไม่คาดฝันมาก่อนเท่านั้น

          “หอมน่ากินจังเลยพี่โอ่ง” ในภาวะเช่นนี้ กว่าจะกลั่นคำพูดออกมาทักทายพี่ชายได้มันแสนยากเย็นเหลือเกิน “เนื้อหวานกำลังดี วันนี้ไม่มีผู้ร้ายให้จับเหรอ ทำไมกลับบ้านได้”

          “ทำไมถามแบบนี้ พี่รู้สึกผิดนะเนี่ย” เขาปลดผ้ากันเปื้อนออก แล้วชี้มือให้น้องสาวหยิบจานตามไปที่โต๊ะ

          “งั้นถามใหม่ก็ได้ พี่โอ่งมีเวลาว่างกับเขาด้วยเหรอ”

          “มีสิ วันนี้หน้าซีดๆ นะเรา คนไข้เยอะเหรอ”

          “ค่ะ ช่วงนี้คนไข้เยอะ” เธอปดไปอีกเรื่อง “พรุ่งนี้น่าจะมีประชุม ไว้วันหยุดนี้เรากลับไปหาแม่ดีไหม เอิงคิดถึงแม่”

          “พี่ก็คิดว่าจะชวนอยู่พอดี เอ้อ...เสื้อผ้าที่เพิ่งซักเสร็จพรุ่งนี้พี่ว่าจะเอาไปให้ร้านรีดให้ เอิงแค่พับผ้าไว้ให้พี่ก็พอนะจ๊ะ”

          “ดีเลยค่ะ เอิงว่าจะเอาไปแต่ดันลืมซะได้”

          “เออ...พี่ไม่รู้ว่าพี่หูฝาดไปรึเปล่านะ แต่พี่เหมือนจะได้ยินเสียงแมวในบ้านของเรา ตามหาทุกห้องแล้วก็ไม่เห็นมี เอิงลองดูอีกที ถ้าเห็นตัวก็บอกด้วย คนยิ่งแพ้ขนแมวอยู่ด้วย”

          “คงเป็นแมวของคนแถวนี้ละมั้งพี่โอ่ง แมวที่ไหนจะกล้าเข้ามาในบ้านเรา พอได้ยินชื่อพี่โอ่งก็เผ่นแนบกันหมดแล้ว”

          “อืมๆ แต่ถ้ามีอย่าลืมบอกเชียวนา หมู่นี้ยิ่งจามยิ่งคันบ่อยด้วย”

          “ค่ะ”

          พลอยโพยมทำตัวปกติเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น พยายามกินข้าวให้ได้มากที่สุด แม้จะไม่รู้สึกหิวเลยก็ตาม เธอพยายามยิ้ม และพอกินอิ่มก็ขอตัวขึ้นห้องทันที เพื่อหลีกเลี่ยงการพูดคุยกับพี่ชาย

 

เมื่อกินข้าวอิ่มแล้วพลอยโพยมก็รีบขึ้นห้องทันที เธอไม่ลืมเตรียมอาหารมาไว้ให้แมวกินด้วย พอหมูอ้วนเห็นเธอมันก็เข้ามาคลอเคลียทันที

          “ไง วันนี้หิวมากไหม เดี๋ยวให้ว่างก่อนแล้วฉันจะพาไปส่งบ้านนะ อ่ะนี่อาหารเย็นของแกกินซะ” หญิงสาวปล่อยให้แมวกินข้าว แล้วตัวเองก็เปลี่ยนเสื้อผ้าอาบน้ำเพื่อหวังว่าจะสบายกายสบายใจขึ้น

          “กินอิ่มแล้วก็นอนหลับปุ๋ยเชียวนะ” หญิงสาวเก็บภาชนะใส่ข้าวแมวมาวางหลบมุมไว้ กะว่าตอนเช้าพอพี่ชายไปทำงานแล้วค่อยจัดการทีหลัง “ฉันก็จะนอนแล้วเหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่าจะนอนหลับไหม” หญิงสาวคุยคนเดียว ขณะที่สายตาเหลือบมองนาฬิกาแขวนผนัง พลางทอดถอนใจเบาๆ ดวงตาหวานมีประกายหวาดหวั่นเมื่อจ้องเขม็งไปที่เตียงนอน

          กระทั่งมันเริ่มขยับได้เอง

          “โอ๊ย...ทำไมต้องเป็นฉันที่ต้องมาเจอเรื่องอย่างนี้ด้วยเนี่ย ไอ้ผีเลิกขยับเตียงนอนของฉันได้แล้ว” เหมือนเช่นทุกครั้ง สุดท้ายคนตัวเล็กก็ตามไปนอนที่เตียงจนได้

          ข้อสันนิฐานทางด้านวิทยาศาสตร์กับโลกของวิญญาณ เธออยากเชื่อข้อแรก และเธอก็เคยเพี้ยนจนมีอยู่ครั้งหนึ่งถึงกับไปซื้อแม่เหล็กมาทดสอบเพื่อหาพลังงานตามหลักวิทยาศาสตร์

          แต่สุดท้ายพลอยโพยมก็ได้แต่วิเคราะห์ว่ามันเป็นผลมาจากจิตใต้สำนึก เธออาจมีพลังจิตสามารถเคลื่อนย้ายสิ่งของได้ดั่งใจนึก ทว่าอีกใจหนึ่งกลับค้านอย่างไม่ค่อยเชื่อมั่นในตัวเองนัก

          “ฉันไม่ใช่แม่มด” หญิงสาวเริ่มหยุดตัวเองเมื่อเริ่มจินตนาการไปเรื่อยเปื่อย ด้วยการปัดเรือนผมหยักศกไปด้านข้าง ใช้เวลาไม่นานนักแพขนตางอนหนาก็เริ่มปรือปิด กระทั่งหลับสนิทราวกับต้องมนต์


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

49 ความคิดเห็น

  1. #20 Rich99 (@Rich99) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 13:03

    อ่ะ คือไรกัน

    #20
    0
  2. #6 LAM1 (@lamyai1) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 10:42

    ลุ้นมาก ๆ

    #6
    0