รักจรดใจ

ตอนที่ 48 : ตอนที่ 19.2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 333
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    5 ส.ค. 61

ชิงช้าที่ปฏิรพหวงนักหวงหนาตอนนี้ถูกพลอยโพยมยึดไปแล้ว หญิงสาวนั่งรับลมเย็นๆ ศีรษะทุยแนบอิงไปด้านข้าง สายตาทอดมองไปทางที่เรือนไม้หอมตั้งอยู่

         “เคยได้ยินคำว่าผีบังไหม”

         ร่างเล็กสะดุ้งโหยง เธอมัวแต่คิดอะไรเพลินๆ อยู่จึงไม่ได้ยินเสียงเดินของเขา

         “เอิงตกใจหมด มาพูดเรื่องผีอะไรตอนนี้ละคะ”

         “ก็เห็นมอง เหมือนจะหาอะไรสักอย่างอยู่ ของบางอย่างยิ่งหาก็ยิ่งหายลับ อย่ามัวแต่หาเลย เมื่อไหร่ที่ถึงเวลาควรรู้ก็จะได้รู้เองนั่นแหละ”

         “พูดเหมือนพระเลย”

         “ก็เคยบวช ตอนนั้นเป็นเณร” เขาจับสายชิงช้าไว้ หากออกแรงนิดเดียวก็คงแกว่งได้ทันที เพราะคนนั่งตัวเล็ก และน้ำหนักเบามาก

         “บวชนานไหมคะ”

         “นาน...” ถ้อยคำทอดอ่อนโยน

         “ถ้างั้น...ตอนบวชเคยเห็นผี หรือเห็นภาพอะไรแปลกๆ บ้างไหมคะ”

         “ตอนนี้ก็ยังเห็นอยู่”

         คนตัวเล็กพรวดพราดลุกขึ้นยืน แล้วเกาะเขาทันที

         “คุณปุ่นพูดอะไรออกมาคะ เอิงยิ่งมีปมเรื่องนี้อยู่ด้วย”

         ปฏิรพยิ้ม วางมือลงที่ศีรษะทุยแล้วลูบเบาๆ นานมาแล้วเด็กหญิงตัวน้อยคอยเดินตามเขา ความช่างซัก สนใจทุกอย่างบนโลกใบนี้ทำให้เขาต้องคอยอธิบายเรื่องทุกอย่างให้ฟังอยู่เสมอ ที่นานก็ว่านาน...และหัวใจก็ยังรู้สึกโหยหาไม่เสื่อมคลาย

         “แพรนภา” จู่ๆ เขาก็เอ่ยชื่อนี้ออกมา

         พลอยโพยมโยกศีรษะหนีจากฝ่ามืออุ่น เมื่อกี้เธอได้ยินชื่อของแพรนภา ดวงตาคู่หวานสบตาชายหนุ่มด้วยคำถามมากมาย ปฏิรพเองก็เหมือนจะเข้าใจในสิ่งที่เธอสงสัย เขายิ้มคล้ายปลอบ หากจะปลอบเธอหรือปลอบใจตัวเองหรือเปล่านั้น หญิงสาวไม่กล้าคิดเช่นกัน

 

ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง พลอยโพยมยืนทำตาโตด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นสัจจะ และพีรดาที่โรงพยาบาล ทั้งสองคนแสดงสีหน้าต่างกันลิบลับ และคนที่มีความสุขมากที่สุดคงหนีไม่พ้นพีรดานั่นเอง หล่อนมองดูคนตัวเล็กแล้วเดินเลยไปอย่างไม่ค่อยสนใจนัก

         ถูกขอเปลี่ยนตัวกะทันหัน มาแบบไม่ทันตั้งตัวเหมือนกัน ที่นี่เขาเปลี่ยนผู้บริหารคนใหม่หรือไง ทำไมถึงได้เปลี่ยนตัวหมอวุ่นวายไปหมดสัจจะบ่นเสียยืดยาว

         ไม่รู้สิคะ เอิงไม่เคยเห็นเจ้าของที่นี่เลย

         ไม่เคยเห็นจริงน่ะ

         ค่ะ

         งานนี้พลาดอย่างแรงเลยน้องเอ๊ย เดี๋ยวพี่ไปรายงานตัวก่อน ไว้ค่อยคุยกันนะ ชายหนุ่มขอตัว เอ่อเอิง เท่าที่พี่รู้มานะ ที่นี่เขามีห้องลับอยู่ เป็นห้องที่เอาไว้พูดคุยกัน ถ้าไม่อยากตกข่าวก็ลองไปสุมหัวที่นั่นดู เขาเรียกที่นั่นว่าห้องข่าว ลองไปหาดู เผื่อจะรู้เรื่องของคนอื่นบ้าง

         เอิงไม่อยากรู้เรื่องของใครนี่คะ คนตัวเล็กตะโกนตามหลัง แต่ถึงกระนั้นคำพูดของสัจจะก็ยังติดใจอยู่ หญิงสาวควรถามเรื่องนี้กับคนเก่าแก่ แล้วจะถามใครดีล่ะ

 

ห้องลับที่เรียกว่าห้องข่าวนั้น คือห้องที่เอาไว้ใช้พูดคุยเกี่ยวกับอาการของคนไข้ พลอยโพยมรู้จักห้องนี้โดยการแนะนำของคุณป้าแม่บ้าน อาจเป็นเพราะเธอเพิ่งมาประจำที่นี่ได้เพียงไม่กี่วัน หมอส่วนใหญ่เวลาเห็นพลอยโพยมก็เลยมักจะทำหน้างุนงงปนสงสัย แต่พลอยโพยมก็ยิ้มทักทาย แล้วหามุมเหมาะๆ เพื่อนั่งพักผ่อนหย่อนใจเงียบๆ

         จริงๆ มันก็ไม่ใช่เรื่องสอดรู้สอดเห็นอะไร แต่ฉันบอกเธอไว้ตอนนี้เลยนะว่าด็อกเตอร์ปุ่นไม่ใช่หนุ่มโสดอย่างที่ใครๆ คิดนะจะบอกให้

         ประโยคนี้ทำให้พลอยโพยมหูผึ่งทันที แม้ว่าเธอจะเคยเห็นรูปภาพของแพรนภาที่บ้านของเขา แต่มันก็ยังอดที่จะสนใจฟังไม่ได้อยู่ดี

         เห็นว่าเคยแต่งงานแล้วนะ แต่ไม่เคยมีใครเห็นหน้าเจ้าสาวท่านเลยสักคน

         คนตัวเล็กห่อปากเมื่อได้ยินหมออีกคนเรียกปฏิรพว่าท่านอย่างให้เกียรติ คนรวยนี่ได้เปรียบหลายอย่างจริงๆ

         ฉันไม่เชื่อ เคยได้ยินว่ายังไม่ทันจะได้แต่งนะเธอ ไอ้ที่แต่งแล้วกับยังไม่ได้แต่งนี่พูดกันทีไรก็รู้สึกปวดใจทุกทีสิน่า สรุปแต่งแล้วหรือยังไม่แต่ง คุณหมออีกคนทำหน้าเซ็งจัด

         แต่งแล้วนะเธอ แต่จดทะเบียนหรือเปล่าอันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน

         แต่บางคนเขาบอกว่าภรรยาของท่านเสียหลังจากที่แต่งงานกันแล้วนะ ถ้าหากจดทะเบียนแล้วละก็

         ก็แสดงว่ายังไม่ได้หย่านะสิ

         เรื่องนั้นช่างเถอะ คนตายมีสิทธิ์ที่ไหนล่ะ ถือเป็นคนโสด

         แล้วถ้าภรรยาของท่านยังไม่เสียล่ะ

         พวกเราก็กินแห้วนะสิ เซ็งเลย หมออีกคนทำหน้ากลุ้ม

         พลอยโพยมฟังแล้วคิดตาม เรื่องที่พวกเขาเล่ามานั้นก็น่าคิดไม่ใช่น้อย

         ได้ยินว่าภรรยาท่านชื่อดาราพรรณ

         ไม่ใช่นะ เธอได้ยินข้อมูลมาผิดแน่ๆ ไม่ใช่แน่นอน

         พลอยโพยมเออออไปกับคนแรก เธอเคยเห็นรูปแต่งงานของพวกเขา ภรรยาของเขาชื่อ แพรนภาต่างหาก ไม่ใช่ดาราพรรณ เรื่องนี้เธอรู้ดีที่สุด

 

อาจเป็นเพราะปฏิรพทำหน้าที่สองอย่าง วันหยุดของเขาจึงมีแค่ไม่กี่วันเอง แต่พลอยโพยมก็เพิ่งสังเกตเห็นว่าแม้ไม่มีตารางตรวจคนไข้ แต่ปฏิรพก็ยังมาที่โรงพยาบาลตามปกติ อาจจะเข้ามาแล้วหายตัวไปบ้าง แต่ก็ไม่น่าแปลกอะไร

         แต่เรื่องที่ไม่ปกติสำหรับพลอยโพยมก็คือ เธอยังต้องพักอาศัยอยู่ที่บ้านของปฏิรพโดยไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ เหตุผลบ้าบออะไรกันที่ทำให้คนสองคนที่ไม่ใช่ญาติพี่น้องกันมาอยู่ร่วมกันได้ มันต้องมีเรื่องอะไรสักอย่างสิน่า หญิงสาวคิดขณะกวาดสายตามองคนตัวสูง เขานั่งอ่านหนังสือเงียบๆ ท่าทางให้ความสนใจกับมันมากจนไม่รู้ว่าเธอเดินเข้าใกล้

         หญิงสาวรู้สึกเบื่อก็เลยคิดว่าจะไปหาอะไรมากินเล่นเสียหน่อย จึงได้เดินเลี่ยงไปด้านหลังของเขา ขณะที่เดินผ่านนั้นตาก็สะดุดเข้ากับอะไรบางอย่างเข้า

         โธ่เอ๊ย...นึกว่าอ่านหนังสืออะไร หญิงสาวเหลือตามองจึงเห็นว่าเขาอ่านหนังสือการ์ตูนอยู่

         อ่านการ์ตูนผิดตรงไหน เขาเอ่ยพลางพับหนังสือเก็บไว้

         ไม่ผิดค่ะ แต่แปลกใจเท่านั้นเอง ชอบโดราเอม่อนหรือคะ เอิงไม่เห็นจะชอบโนบิตะเลย

         ทำไมล่ะ ก็น่ารักดี

         โนบิตะเป็นเด็กที่ไม่เอาไหนค่ะ ไม่รู้จักช่วยเหลือตัวเอง คอยแต่จะขอความช่วยเหลือจากโดเรม่อนเรื่อยเลย

         ก็เพราะนิสัยของโนบิตะเป็นอย่างนี้ถึงได้มีโดเรม่อนยังไงล่ะ เอาน้ำมาเผื่อแก้วนึง เขาเอ่ยคล้ายตัดบท

         พลอยโพยมแอบย่นจมูก มาอยู่บ้านท่านอย่างนิ่งดูดาย อยู่บ้านใครก็ไม่สุขใจเท่าบ้านเรา บ้านบ้านหลังนี้ก็อยู่แล้วมีความสุขไม่ต่างจากบ้านของเธอเลยแม้แต่น้อย

 

อ่านการ์ตูนเรื่องนี้กี่รอบแล้วคะ เธอถามเพราะว่าการ์ตูนเรื่องโดราเอม่อนนั้นมีวางขายมานานแล้ว

         เพิ่งตามอ่านคำตอบแสนสั้น ขณะรับแก้วน้ำมายกดื่ม

         เรื่องนี้เขามีมาตั้งนานแล้วนะคะ ทำไมถึงเพิ่งตามอ่าน

         มัวแต่เรียนหนังสืออยู่ ไม่มีเวลาอ่านหนังสือการ์ตูนเลย น้ำเสียงทอดถอนใจเบาๆ ราวกับว่าเวลาที่ผ่านมานั้นไม่ค่อยสดใสเท่าใดนัก

         อ่านจบไปกี่ตอนแล้วคะ

         เพิ่งอ่านได้สามตอน อ่านแค่นี้แหละ อ่านมากก็ติด อยากออกไปข้างนอกไหม

         อยากค่ะ แต่อยากไปคนเดียว หญิงสาวตอบทันที แต่ก็โดนเขาแยกเขี้ยวใส่ ก็เอิงอยากไปหาเภานี่คะ เวลาเจอกันก็ต้องมีเรื่องเล่าส่วนตัวกันบ้าง ถ้าคุณปุ่นไปด้วยมันก็ไม่สนุกนะสิ พลอยโพยมมีเรื่องต้องทำเกี่ยวกับรุ้งร่วง การที่เธอจะเข้าใกล้รุ้งร่วงได้นั้นก็ต้องผ่านทางเภาลีนาเท่านั้น

         ให้ภพไปส่งก็แล้วกัน

         ไปเองดีกว่าค่ะ หญิงสาวอ้อนวอน

         ถ้าอย่างนั้นช่วงบ่ายจะไปรับก็แล้วกัน เขาหมายความตามนั้นจริงๆ แล้วพลอยโพยมก็ไม่สามารถคัดค้านได้ด้วยเนื่องจากเห็นนัยน์ตาสีนิลคู่นั้นมีประกายเข้มดุ

         ทำอย่างกับคนเป็นแฟนกัน

         ต่อให้ไม่ได้เป็นแฟนกัน แต่ไปขอลูกสาวเขามาอยู่ด้วยก็ต้องดูแลให้ดี เขาให้เหตุผลที่ไม่ค่อยน่าฟังสำหรับพลอยโพยมเท่าไหร่

         มีความเข้ม มีความเป็นพ่อคนที่สองสูงมาก หญิงสาวพึมพำเสียงเบา

         เธอว่าอะไรนะ

         เปล่าค่ะ เอิงบอกว่าขอบคุณค่ะ จะรีบคุยให้เสร็จไวๆ เลย คุณปุ่นจะได้ไม่ต้องรอนาน

         ไม่ต้องรีบ ผมรอได้

         หญิงสาวยิ้มเรี่ย เขาพูดว่ารอได้ แต่เธอสัมผัสได้ถึงกระแสบางอย่างที่ปนมากับคำพูดนั้นด้วย พลอยโพยมรู้สึกได้ว่าหากเธอปล่อยให้เขารอนานมากเกินไป เธอนั่นแหละที่จะต้องโดนอบรมยกใหญ่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

49 ความคิดเห็น