รักจรดใจ

ตอนที่ 44 : ตอนที่ 18.1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 118
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    4 ส.ค. 61

พลอยโพยมมีความกังวลเล็กน้อยที่ต้องไปทำงานที่โรงพยาบาล หญิงสาวตื่นแต่เช้า พร้อมกับลากกระเป๋าลงมาจากห้องด้วยสองใบ เพราะหากไปทำงานที่นั่นการเดินทางไปกลับอัมพวาก็คงไม่สะดวกนัก ร่างเล็กเดินตรงไปหลังบ้าน แล้วตลบผ้าคลุมสีขาวออก เผยให้เห็นรถมินิคูเปอร์สีฟ้า

         ทิ้งไปเสียนาน ได้ใช้ก็คราวนี้แหละนะ หญิงสาวหมายมั่นปั้นมือ เธอไม่ได้ขับรถคันนี้นานแล้ว ทว่านานแค่ไหนนั้น...นึกถึงตรงนี้พลอยโพยมก็ได้แต่ถามตัวเองในใจว่า นั่นสิ! นานแค่ไหนแล้วนะ

         เอิงทำอะไรอยู่ลูก นางโฉมฉายเดินตามบุตรสาวมาที่โรงจอดรถ เอิงอย่าบอกนะว่าจะขับรถไปเอง

         ค่ะ นั่งรถเมล์คงไม่สะดวกหรอก แต่ถ้าจะเอารถของพี่โอ่งไปใช้ก็เกรงใจ พี่โอ่งต้องเดินทางไปไหนมาไหนบ่อยด้วย

         ไปที่โน่นก็ใช้รถพี่โอ่งนั่นแหละ แม่คุยกับพี่เขาให้แล้ว

         แล้วเอิงจะขนของไปยังไงหมดคะ หญิงสาวเอากระเป๋ามาอ้าง

         ก็นี่แหละ แม่ถึงได้เดินตามเอิงมานี่ไงละจ๊ะ คุณหมอบ้านโน้นเขามารอแต่เช้า บอกว่าจะรอรับเอิงไปด้วยกัน

         คะ... หญิงสาวตาโตด้วยความประหลาดใจ

         ไม่ต้องทำหน้างง เร็วเข้าลูก อย่าให้พี่เขารอนานมันไม่ดี นางโฉมฉายเอ่ยเร่งบุตรสาว

         เมื่อกี้แม่เรียกเขาว่าอะไรนะคะ หญิงสาวเอ่ยถามพร้อมกับปิดผ้าคลุมรถไว้อย่างเดิม

         เรียกใครเหรอลูก

         เรียกคุณปุ่นน่ะค่ะ

         อ๋อ...รีบไปเถอะนางเอ่ยเฉไฉ ขณะที่บุตรสาวเดินตามมาไม่ห่างนัก

         เมื่อพลอยโพยมมาถึงก็พบว่ากระเป๋าถูกขนขึ้นรถเสร็จเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวจำต้องยกมือกระพุ่มไหว้คนตัวสูงที่ยืนอยู่ข้างๆ รถ เมื่อถูกมารดาสะกิดเบาๆ ที่ต้นแขน

         ปฏิรพพยักหน้ารับแค่นิดเดียว แล้วเอ่ยกับมารดาของหญิงสาว

         ไม่ต้องห่วงนะครับ จะดูแลให้อย่างดีเลย

         ขอบใจจ้ะ นางเอ่ยพลางยิ้ม

         เอิงไปนะคะแม่ พลอยโพยมกระพุ่มมือไหว้มารดา แล้วเดินไปขึ้นรถอีกฝั่ง

         ปฏิรพสั่งคนของเขาให้ออกรถ ในขณะที่ผู้โดยสารร่วมทางหลับตาทันทีตั้งแต่เข้ามานั่งในรถ ชายหนุ่มเห็นดังนั้นจึงทำงานของตัวเองเงียบๆ กระทั่งขับมาได้สักระยะหนึ่งจึงเอ่ยเรียกคนหลับให้รู้สึกตัว อันที่จริงเรียกว่าแกล้งหลับจึงจะถูก

         ตื่นขึ้นมาคุยกันสักเดี๋ยวได้ไหม

         พลอยโพยมลืมตาทันที จึงเห็นว่าชายหนุ่มมองเธออยู่ก่อนแล้ว

         คุยเรื่องอะไรคะ

         จะแวะเอากระเป๋าไปเก็บก่อน หรือว่าจะเลยไปโรงพยาบาลเลย

         พลอยโพยมนิ่งคิด ถ้าเอากระเป๋าไปเก็บก่อน ก็เท่ากับว่าเขาจะได้รู้จักบ้านสวนของเธอด้วย แต่ถ้าเลยไปโรงพยาบาลเลย แล้วจะเอากระเป๋าเก็บไว้ไหน

         เดี๋ยวเอิงนั่งรถต่อไปเองดีกว่าค่ะ

         เลือกเอาสักอย่างที่ผมถาม เขาเอ่ยน้ำเสียงเรียบ

         ทว่าคนตัวเล็กรู้สึกฝืดคอขึ้นมาทันที จึงอ้อมแอ้มตอบด้วยน้ำเสียงเบาๆ ว่า

         แวะบ้านสวนก่อนค่ะ

         แวะบ้านสวนก่อน ปฏิรพสั่งคนของเขา ส่วนเจ้าของบ้านได้แต่นั่งเงียบ ไม่พูดไม่จาอะไรอีก กระทั่งนึกอะไรขึ้นมาได้

         แล้วรู้หรือคะว่าบ้านสวนอยู่ที่ไหน

         ทำไมจะไม่รู้ล่ะ ผมเคยเป็นเพื่อนสนิทกับพี่ชายคุณ ต้องเคยไปบ้านอยู่แล้ว

         เคยไปหรือคะ หญิงสาวตาโต

         ถ้าตอนกลางคืนทำตาโตอย่างนี้ มีหวังผีก็ผีเถอะหนีหมด ไม่กล้าหลอกเด็ดขาด เขาเอ่ยเย้าแหย่

         ทว่าคนฟังไม่ทันตั้งตัวว่าเขาจะเอ่ยเช่นนี้จึงได้แต่มองเขาตาปริบๆ

         เอ้า นึกว่าหลอกง่ายเหมือนเด็ก

         เอิงไม่ใช่เด็ก

         คนโตที่ไหนเขาทำตัวไม่พูดไม่จาเหมือนเด็ก ไม่พอใจอะไรก็พูดออกมา เงียบอย่างนี้ผมเดาใจไม่ถูก

         ก็เพราะว่าเอิงรู้ดีว่าถึงจะพูดยังไงก็ไม่มีประโยชน์ ไม่เห็นมีใครถามเอิงสักคำว่าอยากมากับคุณปุ่นไหม

         ก็มาแล้วไง ลืมๆ ไปเสียบ้างก็ได้ว่าไม่มีใครถาม วันหลังจะถามก่อนตกลงไหม เขาเอ่ยตะล่อมราวกับเอ่ยกับเด็กตัวเล็กๆ คนหนึ่ง

         เห็นไหมว่าไม่มีประโยชน์ ไม่รู้จะถามทำไม

         ก็ถ้าอยากให้มันมีประโยชน์ วันหลังถ้าไม่พอใจอะไรก็พูด หรือถามออกมาเลยได้ไหม เพราะถามตอนนี้มันก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้อยู่ดี เรามาเกือบถึงแล้วด้วย

         พลอยโพยมหันมองเส้นทาง ใกล้ถึงแล้วจริงๆ ด้วย ป่านนี้เภาลีนาจะย้ายกลับไปอยู่บ้านแล้วหรือยังหนอ แล้วหากพี่ชายเธอเจอกับปฏิรพ ทั้งสองคนจะมีเรื่องกันไหม

 

บ้านเงียบเชียบไม่มีใครอยู่สักคน จุดตรงที่เภาลีนาเคยกางเต้นนอนก็ไม่มีร่องรอยการอยู่อาศัยหลงเหลือเลย พลอยโพยมรีบเอากระเป๋าไปเก็บ แล้วกลับมาขึ้นรถตามเดิม จากนั้นทั้งหมดก็มุ่งหน้าไปที่โรงพยาบาลทันที ขณะที่เดินทางไปนั้น ปฏิรพก็เปลี่ยนไปขับรถอีกคัน

         ผมมีธุระต้องไปที่อื่นก่อนเขาให้เหตุผลแค่นั้น โดยไม่เปิดโอกาสให้พลอยโพยมซักถามแต่อย่างใด

         จู่ๆ นึกอยากจะไปก็ไม่ ไม่บอกกันซักคำ เขาเป็นอย่างนี้บ่อยไหมคะคุณภพหญิงสาวเปลี่ยนที่นั่งมานั่งตรงกลาง เพื่อจะได้คุยกับดลภพได้สะดวก

         คงเพิ่งนึกได้น่ะครับ เดี๋ยวไปเจอกันที่โน่นเลยก็แล้วกัน

         แปลกคน หญิงสาวเอ่ยเพียงเท่านั้น ไม่มีการสนทนาระหว่างเดินทาง จนกระทั่งถึงโรงพยาบาลดลภพจึงปล่อยให้หญิงสาวลงจากรถ

         ขอบคุณนะคะ พลอยโพยมยิ้มหวาน แล้วเดินเข้าไปในตึก

         บรรยากาศของโรงพยาบาลแตกต่างจากครั้งแรกที่เคยมา หญิงสาวถูกพาไปแนะนำให้รู้จักกับทุกคน จากนั้นก็มีคนพาไปที่ห้องตรวจ พลอยโพยมค่อนข้างคุ้นเคยกับแผนกจิตเวช เพราะมาพบเภาลีนาบ่อย ตางรางการออกตรวจ นอกจากชื่อของเธอแล้วยังมีชื่อของปฏิรพ แล้วก็คุณหมอท่านอื่นอีกสามท่าน

         หากจะนับตามตารางการออกตรวจแล้ว การได้มาประจำที่โรงพยาบาลนั้นค่อนข้างมีตารางตรวจที่น้อยกว่า ซึ่งในส่วนของพลอยโพยมนั้นมีตารางการออกตรวจเพียงสองวันเท่านั้น มิน่าล่ะ พีรดาจึงอยากกลับมาประจำที่นี่นัก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

49 ความคิดเห็น