รักจรดใจ

ตอนที่ 41 : ตอนที่ 17

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 145
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    1 ส.ค. 61

“กินยาแก้ไข้ด้วย สักเดี๋ยวจะมีไข้” ปฏิรพเตือนคนตัวเล็กที่กินยาแล้วก็ยังไม่ยอมนอนสักที ทั้งที่ก็ดึกมากแล้ว

         “คุณปุ่นรู้ดีกว่าคนไข้อีกแนะ ฉันไม่ได้ขี้โรคขนาดนั้น”

         ปฏิรพแค่ยิ้มรับ แล้วก็อ่านหนังสือเงียบๆ กระทั่งครึ่งชั่วโมงผ่านไป

         “น่าจะจริงของคุณปุ่น เอิงรู้สึกเหมือนจะมีไข้จริงๆ แล้วล่ะ” เขาเป็นหมอก็น่าจะรู้ดี แต่ปฏิรพเหมือนจะรู้ดีว่าเธอแพ้ปู ดวงตาหวานแลสบมาทางคนตัวสูงราวกับกำลังค้นหาบางอย่าง บางอย่างที่เธอแอบคิดไปว่าเธออาจจะลืมมันไปก็ได้

         ปฏิรพยังนิ่งเหมือนไม่ได้ยินที่พลอยโพยมพูดด้วย แต่สุดท้ายก็พับหนังสือเก็บไว้

         “เดี๋ยวยาจะออกฤทธิ์ อยากกินอะไรหวานๆ ไหม” คำถามมีแววอาทรคนตัวเล็กนิดๆ เหมือนพี่ห่วงน้องสาว

         “อยากกินน้ำหวานไม่ใส่น้ำแข็งค่ะ แล้วก็...” ถ้อยคำหายไปแค่นั้น กระทั่งร่างเล็กโงกตัวคล้ายล้ม แต่ก็ค่อยๆ นอนลงอย่างกับมีมือดีคอยจับวาง

         “อันว่าคนเรานั้นรักสั้นให้หมั่นมาหา รักตราบดินกลบหน้า สุดขอบฟ้าก็เฝ้ารอคอย หมดเวลาพักร้อนแล้วมั้ง” เสียงเอ่ยแทรกขึ้นกลางอากาศ สิปปะไม่ยอมปล่อยมือจากร่างเล็ก

         “ปล่อยเอิงลงได้แล้ว นอนท่านั้นเดี๋ยวคอหักพอดี อีกอย่าง นายไม่มีสิทธิ์แตะตัวเอิงถ้าฉันไม่ได้อนุญาต” ปฏิรพขยับแว่นตาให้ชิดจมูกคมสัน

         “หวงจริงวุ้ย”

         “มีอะไรก็พูดมา แล้วอยู่ให้ห่างๆ เอิงด้วย กระแสจิตนายแรงเกินไป” ปฏิรพเตือน เมื่อเห็นคนตัวเล็กเริ่มครางเพราะพิษไข้

         “รุ้งร่วงเริ่มเคลื่อนไหว”

         “ใกล้ถึงตัวคามภีร์แล้วรึยัง”

         “กินกันเรียบร้อย” คำว่า กิน ของสิปปะตีความหมายไม่ค่อยยากสำหรับผู้ชายนัก

         “ขอบใจ นายอย่าลืมดูแลตัวเองล่ะ”

         “ถ้านายรักฉันป่านนี้คงไม่อกหักแล้วอกหักอีก” สิปปะพูดกลั้วหัวเราะ แล้วรีบตัดกระแสจิตทันที

         “ไอ้เพื่อนเวร อย่างกับรู้แนะว่าจะโดนด่า” ปฏิรพส่ายโคลงศีรษะ แล้วลุกขึ้นไปดูแลคนตัวเล็กที่เริ่มหลับลึก เพราะฤทธิ์ยา

 

พลอยโพยมรู้สึกอึดอัด ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยโซ่เส้นหนาที่ยึดร่างเธอไว้จนไม่สามารถพาตัวเองออกไปได้ หญิงสาวลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับหยีตาหนีแสงอรุณยามเช้า แล้วพบกว่า...

         “อะไรกันเนี่ย” หญิงสาวคราง แล้วปรับสายตาให้ชินกับไรขนอ่อนตรงท่อนแขน จากนั้นจึงค่อยมองไปเรื่อยๆ จนพบปลายคางที่เริ่มมีหนวดขึ้นเป็นสีเข้มรับกับผิวขาว จนหญิงสาวเผลอยกมือขึ้นสัมผัส “ไม่ได้ฝันนี่หว่า” คนตัวเล็กพึมพำ แล้วทำตัวรีบ ค่อยๆ ขยับตัวออกจากวงแขนอุ่นให้มากที่สุด แต่ก็ทำได้ยากยิ่ง

         “คนอะไรมือเหนียวอย่างกับตุ๊กแก แล้วมานอนด้วยกันได้ไงเนี่ย” พลอยโพยมอายแทบแทรกแผ่นดินหนี ที่เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้น “เกิดตื่นมาเจอหน้ากันตอนนี้ก็คงทำหน้าไม่ถูก เอาไงดีวะ” ระหว่างที่คิดร่างสูงก็เริ่มขยับตัวเบียดใกล้ชิดกว่าเดิม

         “ฮือๆ ค่าตัวลดไปกี่ล้านแล้วเนี่ย” หญิงสาวบ่นเมื่อถูกท่อนแขนของเขารัดแน่นขึ้นจนแทบจะละลายไปกับอกอุ่นแน่นกำยำ

         “ไม่ได้ต้องออกไปให้ได้” หญิงสาวพยายามพาตัวเองออกจากการกกกอดของเขาอีกครั้ง ทว่า...

         “คนอะไรค่าตัวเป็นล้าน ไม่คิดแพงไปหน่อยเหรอแม่คุ๊ณ”

         เขาตื่นแล้ว แต่ไม่ยอมปล่อยให้ร่างเล็กเป็นอิสระ ปฏิรพคิดว่าการพักร้อนครั้งนี้มันควรมีอะไรที่น่าจดจำไว้สักหน่อย และการกอดพลอยโพยมอย่างนี้มันทำให้เขารู้สึกอยากมีชีวิตอยู่ต่อไปนานๆ

         “ตื่นแล้วเหรอคะ” หญิงสาวพูดกับอกกว้างแทน เพราะไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองเขา

         “เอ้า เมื่อกี้ยังไม่ได้ตอบคำถามผมเลย”

         “ก็...หายใจไม่ออกค่ะ”

         “ก็หายใจโล่งดีนี่ เช้านี้อากาศดีนะ”

         “อากาศดีขี้เกลืออะไรล่ะ” หญิงสาวเผลอเงยหน้าแหวเข้าให้

         “ขี้เกลืออะไรของเธอ”

         “เอ่อ...เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร ฉันหายใจไม่ออก เมื่อไหร่จะเลิกกอดซะทีละคะ”

         ปฏิรพอมยิ้มไม่ให้คนตัวเล็กเห็น ในขณะที่ค่อยๆ คลายวงแขนจนกระทั่งปล่อยพลอยโพยมเป็นอิสระ

         “ฉันว่าฉันก็นอนถูกที่แล้วนะ” หญิงสาวบ่นตามหลังคนตัวโตที่ลุกหนีหน้าตาเฉย “เป็นหมอซะเปล่า ทำอะไรไว้แล้วไม่มีความรับผิดชอบ เอาจริงๆ ถ้าได้คนนี้ค่าสินสอดแม่คงไม่คิดสักแดงแน่เลย คงยกให้ฟรี”

         “อย่ามัวแต่บ่นนะ ผมเก็บของเสร็จก็จะกลับแล้ว ถ้าขึ้นรถไม่ทันมีทิ้งแน่ๆ” ชายหนุ่มตะโกนบอกคนที่นั่งบ่นพึมพำคนเดียว

         “ค้า พร้อมกลับทุกเมื่อ” หญิงสาวตะโกนกลับบ้าง ตอนมาเธอก็ไม่ได้เตรียมตัวมา ตอนกลับก็เลยไม่ต้องเตรียมตัว แต่กลับอัมพวาคราวนี้ พลอยโพยมหมายใจไว้ว่า เธอต้องไปสำรวจบ้านปฏิรพให้ได้ เธอต้องคิดว่าที่บ้านหลังนั้นต้องมีอะไรผิดปกติสักอย่างแน่ๆ

 

ปฏิรพส่งพลอยโพยมที่บ้าน เขาพูดคุยกับมารดาหญิงสาวอยู่ครู่หนึ่งก็ขอตัวกลับบ้านตัวเอง ภาพที่เขาคุยกันกับแม่ทำให้พลอยโพยมครุ่นคิด แม่...ดูสนิทสนมกับเพื่อนบ้าน

         “ต้องแอบมาขอข้าวแม่กินตอนที่เราไม่อยู่แน่ ท่าทางติดใจกันน่าดู หรือคิดจะจีบรุ่นใหญ่เสียก็ไม่รู้”

         “บ่นอะไรยายเอิง ใครจีบใคร” นางโฉมฉายเอ่ย เมื่อเห็นลูกสาวนั่งนิ่งจ้องประตูรั้วอยู่เป็นนานสองนาน

         “เปล่าจ้ะ เอิงก็คิดไปเรื่อยเปื่อย ว่าแต่คุณปุ่นเขาคุยอะไรกับแม่ละจ๊ะ ดูสนิทสนมกันเชียว”

         นางโฉมฉายยิ้ม

         “ก็คุยกันตามประสาเพื่อนบ้านนั่นแหละจ้ะ ที่รีบไปน่ะ ไม่ใช่รีบกลับบ้านหรอกนะ แกมีคนไข้ด่วนก็เลยต้องรีบกลับ”

         “เหรอคะ” พลอยโพยมซ่อนรอยยิ้มเอาไว้ ถ้าอย่างนั้น ทางไปบ้านปฏิรพก็โล่งละสิ เดี๋ยวรู้กัน ขอลองของสักหน่อยเถอะน่า “คุณปุ่นไปกี่วันละแม่”

         “ไม่แน่ใจนะ แต่คงไม่ได้กลับเร็วๆ นี้หรอก ดูท่าคนไข้รายนี้จะสำคัญมากๆ ลูกถามทำไมเหรอ”

         “ไม่มีอะไรจ้ะ” พลอยโพยมตอบพร้อมกับหลบสายตามารดา เธอกำลังครุ่นคิดว่าจะหาข้ออ้างไหนไปบ้านหมอปุ่นดี ครั้งจะให้แม่ทำกับข้าวไปส่งเขา ก็ไม่ได้อีก เพราะเขาไม่อยู่บ้าน หญิงสาวนั่งคิดอยู่นาน จนมารดาปลีกตัวไปทำธุระของท่านต่อ

         เหมี้ยว...

         “หืม เสียงคุ้นๆ แฮะ” หญิงสาวหันมองตามเสียงร้อง แล้วดีดนิ้วดังเปาะอย่างชอบใจ “ฉันรู้แล้วว่าจะหาข้ออ้างไหนไปบ้านนายแกดี หมูอ้วนเอ๊ย...แกนี่มันมาถูกเวลาแท้ๆ เชียว

ชอบกดไลน์ ใช่กดแชร์ หรือจะเม้นคุยกันก็ได้ ไม่พูดเยอะเจ็บคอ เฮอๆ ขำๆ เนอะ เส้นบางๆ ระหว่างความฮากับบ้า ใครซื้อหวยก็ขอให้ถูกนะจ๊ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

49 ความคิดเห็น

  1. #42 banidin (@banidin) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 14:10
    ชอบเรื่องนี้ค่ะ พร้อมจ่ายค่าสินสอดหมอปุ่นมากกกก
    #42
    0